7 ต้นตอแห่งความขี้เกียจ

  1. ไร้แรงจูงใจ แรงจูงใจคือเป้าหมายที่เราอยากจะไปให้ถึง คนที่ไร้เป้าหมายในชีวิต ก็ไม่แปลกอะไรที่จะใช้ชีวิตทิ้งไปวันๆ หรือทำอะไรไปโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะได้รับ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะ “ทำไปทำไม” ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นนี่แหละที่จะทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ ขี้เกียจเพราะไม่เจอเหตุผล หรือผลตอบแทนในสิ่งที่จะทำ
  2. ความอ่อนเพลียสะสม เป็นอาการของคนที่ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เมื่อมีวันหยุดทั้งทีก็มักจะอยากลมตัวลงนอน อาการขี้เกียจแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่การแก้ปัญหาที่ดีมากว่าคือ คุณน่าจะลองบริหารจัดการเวลาและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทำงานให้เสร็จในเวลางาน หมดเวลาทำงานแล้วก็พักผ่อนให้เต็มที่ น่าจะดีกว่าการหักโหมแล้วมาพักเอาในวันหยุดสุดสัปดาห์
  3. การโฟกัสหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน เคยได้ยินไหมคำที่ว่า “แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว” การใช้ความคิดไปกับอะไรหนักๆ จะทำให้เราสูญเสียพลังงานได้จริงๆ ค่ะ แล้วยิ่งถ้ามีเรื่องเครียดๆ ให้คิดหลายเรื่องไปอีก ก็อาจจะทำให้เราหมดพลังในการทำสิ่งต่างๆ ลงไปได้มาก ลองจัดลำดับความสำคัญ แล้วค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ ให้จบไปทีละอย่างน่าจะช่วยได้ค่ะ
  4. ร่างกายที่ไม่แข็งแรง ลองสังเกตดูว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีความแอคีฟมากกว่าคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย เพราะการออกกำลังกายนั้น ทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดร์ฟิน ซึ่งจะช่วยให้อารมณ์ดี และกระตุ้นให้คุณรู้สึกตื่นตัว นอกจากนี้ในทางจิตวิทยานั้นการที่คุณพยายามบังคับให้ตัวเองไปออกกำลังกายเป้นประจำได้ก็เท่ากับว่าคุณเอาชนะความขี้เกียจไปได้สเต็ปนึงแล้วล่ะ
  5. อะไร ๆ ก็ “เดี๋ยวก่อน” เดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวค่อยไป สารพัดเดี๋ยว นี่แหละคำที่ช่วยกระตุ้นตัวขี้เกียจและกำจัดความขยันแบบสุดๆ ถ้าคุณยังขืนสร้างข้ออ้างให้กับตัวเองได้ตลอดจนเคยชินไปเรื่อยๆ แบบนี้ต่อไป มีหวังไม่ได้ทำอะไรกันพอดี ดังนั้น ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วก็ลงมือทำไปเลยค่ะ ไม่ต้อง “เดี๋ยว” ไม่ต้อง “จะ” ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้
  6. อยู่ท่ามกลางคนคิดลบ สภาพแวดล้อมเองก็มีส่วนสำคัญไม่ต่างจากปัจจัยภายในตัวเราค่ะ คนที่มีทัศนคติในแง่ลบกับทุกเรื่อง เราคิดจะทำอะไรก็เป็นต้องห้ามไปหมด หรือทำนายทายทักแต่ในสิ่งที่ไม่ดี บางครั้งก็อาจจะลดความมั่นใจของเราลงไปได้เหมือนกัน ทำให้เราไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรสักที นานเข้าๆ ก็กลายเป็นความขี้เกียจไปซะงั้น สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และถ้าจะให้ดีก็เอาตัวเองออกมาจากจุดนั้นเถอะค่ะ
  7. นอนดึก ตื่นสาย สาเหตุหลัก ๆ เลยที่จะทำให้ร่างกายของเราไม่ตื่นตัว เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองจะประมวลผลได้ช้า ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แถมถ้าเราตื่นสาย พอตื่นมาปุ๊บก็ต้องเจอกับความวุ่นวายเลยเพราะต้องรีบลนเตรียมตัวไปทำงาน การที่ต้องเจอกับบรรยากาศรถติด แดดร้อน ตั้งแต่ตอนตื่นขึ้นมาทำให้รู้สึกไม่สดชื่น แถมเวลาที่เหลือในแต่ละวันก็จะน้อยลง ดูนาฬิกาแต่ละครั้งก็ตกใจว่าทำไมเวลามันผ่านไปไวจัง ความรู้สึกอยากทำสิ่งต่างๆ ก็จะลดลงไป เพราะเราคิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะหมดเวลาแล้ว รู้แบบนี้ ก็หันมาตื่นเช้ากันดีกว่า

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

อยากเป็นฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว ควรถามตัวเองให้ดีก่อน

4 คำถามที่คนอยากเป็นฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว ควรถามตัวเองให้ดีก่อน!!

มีคนจำนวนมากที่อยากผันตัวจากงานประจำออกมาเป็นฟรีแลนซ์ด้วยเหตุผลมากมายแตกต่างกันออกไป บ้างก็เพราะอยากมีชีวิตที่อิสระได้เป็นนายตัวเอง บ้างก็เพราะอยากทำงานที่ไหนก็ได้ไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน หรือบ้างก็ไม่ตามกระแส เห็นคนอื่นทำเลยอยากจะเอาบ้างก็มีเหมือนกัน

โดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราก็มักจะดิ้นรนเพื่อหาหนทางพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ  จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่คิดจะก้าวเข้าสู่วงการฟรีแลนซ์ที่ย่อมจะมองเห็นแต่มุมดีๆ ของอาชีพนี้ และคิดไปว่า นี่แหละ!! คือสิ่งที่ดีกว่า

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปนะคะ บทความนี้ไม่ได้จะมาบอกคุณว่าการเป็นฟรีแลนซ์นั้นไม่ดี แต่ในความเป็นจริงนั้นอาชีพทุกอาชีพมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไปไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือว่าฟรีแลนซ์ก็ตาม เราจึงอยากให้คุณลองทบทวนกับตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ เพื่อให้คุณรู้ว่าสิ่งที่ชาวฟรีแลนซ์จะต้องเผชิญมันมีอะไรบ้าง แล้วคุณจะโอเคกับมันไหม? รวมทั้งจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่? มาดูกันเลยค่ะ

  1. รับได้ไหมกับชีวิตที่ไม่แน่ไม่นอน? บางเดือนมีงานเข้าถล่มทลาย ปั่นงานจนแทบไม่ได้หยุดหายใจ แต่เงินทองก็ไหลมาเทมาเช่นกัน แต่กลับกันในบางเดือนคุณอาจจะต้องเผชิญกับความเงียบเหงา ไม่มีใครเหลียวแล งานหายเงินหด ชีวิตที่ไม่แน่นอนแบบนี้แม้แต่ธนาคารยังไม่ให้ทำบัตรเครดิต(แบบปกติที่ต้องใช้สลิปเงินเดือน) แล้วคุณล่ะ จะรับมันได้ไหม?
  2. คุณจะสามารถแบกรับภาระทุกอย่างไว้กับตัวเองได้ไหม? เพราะการเป็นฟรีแลนซ์คุณต้องทำเองหมดทุกอย่างค่ะ ทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่โพสหางาน(หรือลงโฆษณา) ดีลกับลูกค้า ทำสัญญา ทำงาน แก้งาน ส่งงาน ไปยันตามเก็บเงินค่าจ้าง อันจะต้องใช้ทักษะอื่นๆ นอกเหนือจากการทำงานส่งให้ตรงเวลาด้วย คุณต้องรู้จักวิธีการหางาน การเจรจาตกลง การทำสัญญา หลักกฎหมาย ฯลฯ ทั้งหมดนี้ คุณจะรับผิดชอบมันได้หรือไม่?
  3. ทำไมคุณถึงอยากทำงานอิสระกันล่ะ เป็นคำถามง่ายๆ แต่คุณเชื่อไหมคะว่าหลายคนกลับตอบออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ เหมือนที่เราได้เกริ่นไป หลายคนมันคิดแต่ว่าตัวเองอยากจะหนีออกมาจากบางสิ่งที่พวกเขาคิดว่ามันไม่ดี โดยที่ลืมคิดไปว่าแล้วสิ่งใหม่ล่ะ มันจะดีกว่าจริงหรือ? จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เรามักจะได้ยินคำตอบประเภท “ฉันไม่อยากทำงานเพื่อเจ้านายอีกต่อไป” “ฉันอยากหนีจากเพื่อนร่วมงานนิสัยแย่” แทนที่จะเจอคำตอบประเภท “ฉันรู้สึกรักในงานนี้จริงๆ และคิดว่าการที่จะต้องมารับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองมันช่างท้าทายและคุ้มค่าที่จะได้ทำ”
  4. คุณมีแผนสำรองรึเปล่า? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณพบว่ามันไม่ใช่ หรือทำแล้วมันไปไม่รอด พร้อมกับคิดว่าคุณควรกลับไปหางานประจำทำดีกว่า ซึ่งช่วงเวลาในการหางานใหม่อีกครั้งมันอาจจะกินเวลานานมากๆ ก็ได้ คำถามข้อสุดท้ายนี้ต้องการให้คุณทบทวนดูก่อนว่า คุณมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินอยู่บ้างไหม? หรือมีใครที่พอจะช่วยซับพอร์ทการเงินให้คุณได้สักระยะหนึ่งได้บ้าง เช่น ครอบครัว หรือเพื่อน

ความคิดที่จะนำพาตัวเองมาสู่สิ่งที่ดีกว่านั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตามอาชีพฟรีแลนซ์นั้นก็เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงเรื่องความไม่แน่นอนอยู่แน่ๆ เพราะฉะนั้นการคิดไตร่ตรองให้ดี หาความแน่นอนในตัวเราให้เจอเสียก่อน ก็จะช่วยความเสี่ยงของขีวิตฟรีแลนซ์ที่แสนจะไม่แน่นอนลงไปได้บ้างค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

แฮงเอาท์ศุกร์สิ้นเดือนนี้ กับ 4 Rooftop Bar ราคาเบา ๆ

ใกล้จะถึงวันศุกร์สิ้นเดือนเข้าไปทุกทีแล้ว หลายคนอาจจะกำลังตั้งท่าอ้ากระเป๋ารอเงินเดือนเข้าอย่างใจจดใจจ่อ พอมาถึงวันนี้ทีไร มันก็มักจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว อยากจะออกไปกินข้าวนอกบ้านแบบจัดใหญ่ซักมื้อ ขอปลดปล่อยความเครียดที่ผ่านมาทั้งเดือนในวันนี้นี่แหละ แต่ชีวิตชนชั้นกลางอย่างเราๆ ถึงอยากจะสุขให้สุดแค่ไหน พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็คงทำไม่ลง เพราะยังต้องกินต้องใช้กันไปเดือนหน้าอีกทั้งเดือน เราเข้าใจคุณดีค่ะ ในวันนี้ก็เลยจะมาแนะนำ 4 Rooftop Bar บรรยากาศดีแต่ราคาเบา สำหรับไปกินข้าว แฮงเอาท์แบบพอหอมปากหอมคอ ถึงวันจันทร์จะได้มีเรี่ยวแรงสู้ชีวิตกันต่อไปค่ะ

แจ่มจันทร์บาร์แอนด์บิสโทร

บาร์เล็กๆ บนดาดฟ้า คลาสสิคตั้งแต่ลิฟท์โบราณที่จะพาคุณขึ้นมาเจอกับการตกแต่งแบบโมเดิร์น บรรยากาศสบายๆ ชมวิวสวยๆ ของเมืองเก่าย่านพระนคร  ทานอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นรสชาติอร่อยถูกปาก ไปพร้อมๆ กับการจิบค็อกเทล และนั่งเมาท์มอยกับเพื่อน รับรองฟินลืม แต่ขอบอกก่อนเลยว่าเนื่องจากร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก มีโต๊ะจำกัด แนะนำว่าให้โทรไปจองโต๊ะล่วงหน้ากันด้วยจ้า

พิกัด : ชั้น 5 (ดาดฟ้า) อาคาร Fortville Guesthouse (ติดกับปั๊ม ปตท.) ถนนพระสุเมรุ

เวลาเปิดปิด : 18.00 – 01.00 น.

พระนครบาร์

ร้านอาหารไทยราคาสบายๆ ที่ตั้งอยู่ในย่านเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างถนนราชดำเนิน และไม่ไกลจากถนนข้าวสาร ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสถานที่แฮงเอาท์ยอดฮิตของคนทำงานและวัยรุ่นในแถบนี้ บนดาดฟ้าชั้น 4 สามารถมองเห็นวิวภูเขาทองตอนกลางคืน บวกกับวิวของพระนครในยามราตรี ส่วนถ้าใครที่ชอบอาหารรสอร่อยจัดจ้าน ก็พลาดไม่ได้เลยกับ ยำปลาดุกฟู, แกงส้มชะอมไข่, หมูอ่อนกะเพราทอด หรือจะลองความเผ็ดแซ่บแบบอินเตอร์ด้วยสไปซี่สปาเก็ตตี้

พิกัด : ซอยดำเนินกลางใต้ เยื้องสี่แยกคอกวัว

เวลาเปิดปิด : 18.00 – 01.00 น.

342 Bar

สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศแบบเก่าๆ (อีกแล้ว) แต่คราวนี้เพิ่มความโรแมนติกไปอีกขั้นกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรือที่แล่นผ่านไปมา พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณฯ และสะพานพระรามแปด ร้านมีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก เหมาะสำหรับการจิบเบียร์หรือค็อกเทลชมวิวเพลินๆ ก็ได้ เพราะค็อกเทลที่นี่เค้ามีให้เลือกเยอะมากจริงๆ หรือจะมาดินเนอร์กับคนรู้ใจก็โอสุดๆ สำหรับอาหารที่แนะนำก็คือ Seafood Plattex อาหารทะเล 3 ชนิด คือแซลมอน กุ้ง และทูน่า เสิร์ฟมาพร้อมผักสลัดและราดด้วยเดรสซิ่งสลัดซีฟู้ด

พิกัด : ชั้น 5 (ดาดฟ้า) โรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซด์ ถนนพรานนก ศิริราช

เวลาเปิดปิด : 16.00 – 00.00 น.

Sky Train Jazz Club

ร้านแนวๆ ราคาเบาๆ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่นี่จัดว่าเป็นบาร์บนดาดฟ้าในบรรยากาศแบบสบายๆ (แต่ละร้านที่มีราคาเบาๆ ก็มักจะสบายๆ ทั้งนั้นเลย) เมนูก็เน้นเป็นอาหารแนวกับแกล้ม เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนนัดกันมาสังสรรค์ พบปะพูดคุยเคล้าเสียงดนตรีสดในบรรยากาศกลางแจ้ง มีวิวสวยๆ เป็นรถไฟฟ้าและวิถีชีวิตของผู้คนทั้งที่ผ่านไปมา และที่ปักหลักอยู่กันแถวนั้น ในย่านอนุสาวรีย์ฯ อันคึกคัก แน่นอนว่าเดินทางง่ายด้วยแค่นั่ง BTS มาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ เอง

พิกัด : ซอยรางน้ำ (ตรงข้ามโรงหนังเซนจูรี่) เขตราชเทวี

เวลาเปิดปิด: 17.00 – 01.00 น.

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟรีแลนซ์

ปัจจุบันวงการฟรีแลนซ์ทั่วโลกได้เติบโตขึ้นมากว่าแต่ก่อนเยอะมาก กลายมาเป็นหนึ่งในอาชีพกระแสนิยม อาจเริ่มจากการที่บางคนต้องการหารายได้เสริม นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ พอทำไปทำมากลับเห็นว่าการรับงานนอกแบบนี้มีรายได้ดีกว่างานอิสระ จึงเลือกที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลามันซะเลย หรืออีกเหตุผล และวันนี้เราก็มีอินโฟกราฟฟิคตัวเลขสถิติจากการสำรวจชาวฟรีแลนซ์กว่า 42 ล้านคนที่อเมริกา เอามาให้ดูกัน เผื่อว่าใครที่กำลังสนใจในวงการนี้อยู่ จะได้เห็นถึงแนวโน้มและความคิดเห็นต่างๆ ของคนที่อยู่ในวงการอยู่แล้ว ว่าเค้าเป็นยังไงกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์

  1. โดยเฉลี่ยแล้วรายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์นั้นสูงกว่างานปกติถึง 45%
  2. โดยมีฟรีแลนซ์จำนวนมากถึง 75% ที่มีรายได้เกิน 65,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 2 ล้านบาท)
  3. ฟรีแลนซ์ 49% มีรายได้ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 20-49 ดอลลาร์ ในขณะที่มีฟรีแลนซ์ 33% มีรายได้ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ และมีฟรีแลนซ์ 15% มีรายได้ต่อชั่วโมงมากกว่า 100 ดอลลาร์
  4. การเป็นฟรีแลนซ์ช่วยให้มี Work-life Balance มากขึ้น
  5. มีฟรีแลนซ์แค่ 29% เท่านั้นในอเมริกาเหนือ ที่ทำงานเกิน 40 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์
  6. มีคนจำนวนมากถึง 5% เป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลา และมี 13.7% ทำควบคู่ไปกับงานประจำ
  7. 90% ของฟรีแลนซ์มีความสุขมากกว่าที่ได้ทำงานคนเดียว
  8. ฟรีแลนซ์ 77% คิดว่าในปีหน้า งานของพวกเค้าจะต้องดีขึ้นไปอีก
  9. 49% ของฟรีแลนซ์แทบไม่รู้สึกถึงภาวะถดถอยจากการทำงานเลย หรือมีบ้างแต่ก็น้อยมากๆ
  10. ฟรีแลนซ์จำนวน 7% กล่าวว่า พวกเค้าคือ “ผู้ประกอบการ”
  11. จากจำนวนฟรีแลนซ์ทั้งหมด กว่า 21% เลือกที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์เพราะต้องการหนีจากงานที่ทำยู่ และไม่มีทางเลือกอื่น
  12. โดยปัญหาหลักๆ ที่ฟรีแลนซ์ต้องเจอจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกค้ามากถึง 8% รองลงมาคือปัญหาปากท้องอยู่ที่ 16.3% และปัญหาการจัดการกับ Work-life Balance ที่ 10.1%
  13. ฟรีแลนซ์กว่า 21% คิดว่าการหาลูกค้าเป็นเรื่องที่ยากมาก
  14. และมีฟรีแลนซ์จำนวน 9% ที่เชื่อว่าอาชีพฟรีแลนซ์นั้นยังไงก็ไม่มีความมั่นคงเท่ากับงานประจำหรอก

ในประเด็นสุดท้ายจะเป็นเรื่องของ Top15 สายงานฟรีแลนซ์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอะไรที่เปิดกว้างเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น งานดีไซน์เนอร์, งานเขียน/แปล, นักพัฒนาเว็บไซต์, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักการตลาด และอีกมากมาย

สุดท้ายนี้ใครไม่ว่าชาวฟรีแลนซ์เอง หรือว่าใคร ๆ จะคิดอย่างไรกับสายอาชีพนี้ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองล้วนๆ ค่ะว่าจะเลือกเดินในเส้นทางแบบไหน ยังไงเราก็ขออวยพรให้ทุกเส้นทางที่คุณเลือกมีแต่สิ่งดี ๆ ค่ะ

ที่มา: https://www.themuse.com/advice/25-surprising-facts-about-freelancing

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

4 พฤติกรรม ที่ฟรีแลนซ์ดี ๆ ไม่ควรทำ

เมื่อได้ชื่อว่าการทำงานแล้วแน่นอนว่าไม่มีอะไรง่าย การเป็นฟรีแลนซ์ก็เช่นเดียวกันค่ะ กว่าจะได้เงินมาซักบาทนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะอุปสรรคจากปัจจัยภายนอก เช่น ลูกค้ากดราคา, สั่งแก้งานไม่จบไม่สิ้น, จ่ายเงินช้า หรืออยู่ๆ ลูกค้าชิ่งหายไปเลยก็มี แต่ที่มันช้ำใจยิ่งกว่าก็เพราะเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันนี่แหละที่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเป็นฟรีแลนซ์มันอยู่ยากขึ้นไปทุกวัน เรามาดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่เป็นประเด็นทำให้ชาวฟรีแลนซ์คนอื่นๆ เค้าไม่โอเค และเป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ดีๆ เค้าไม่ทำกันค่ะ

ตัดราคา

ปัญหาใหญ่ประจำวงการที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ แต่เราอยากบอกคุณว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คน มีคิวงานแน่นๆ พวกเค้าไม่ใช่คนที่ขายงานในราคาถูกที่สุดหรอกนะคะ แต่เค้าคือคนที่กำหนดราคาค้าจ้างให้เหมาะสมกับเนื้องาน และระดับความสามารถของเค้า ดังนั้น ถ้าหากคุณมั่นใจในฝีมือของตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าในผลงานของคุณเอง และด้วยพฤติกรรมการตัดราคากันนี่แหละ ที่จะส่งผลกระทบต่อไปยังประเด็นอื่นๆ ที่เราจะกล่าวกันต่อ ซึ่งจะทำให้ฟรีแลนซ์ทุกคนรวมทั้งตัวคุณเองด้วย มีชีวิตที่ยากขึ้น ลองคิดดูว่าถ้าคุณต้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่แต่กลับได้รับค่าตอบแทนน้อยนิด คุณคิดว่ามันจะคุ้มค่ากันไหม? แล้วคุณจะสามารถเดินต่อไปบนเส้นทางนี้ได้ไกลซักแค่ไหน?

ไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้า

สืบเนื่องมาจากราคาค่าจ้างที่ไม่คุ้มค่า ทำให้ฟรีแลนซ์หลายคนเลือกจะแก้ปัญหาด้วยการสร้างเงื่อนไขมากมาย แต่ไม่บอกกับลูกค้าตรงๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณควรให้ข้อมูลให้ครบว่าในราคาที่เค้าต้องจ่ายเนี่ย เค้าจะได้อะไรบ้าง อย่าไปโฆษณาชวนเชื่อ พูดอย่างทำอีกอย่าง หรืออย่าใช้ชื่อ คำศัพท์เฉพาะต่างๆ มาหลอกให้ลูกค้าสับสน ถ้าเราอธิบายเค้าได้พร้อมกับชี้แจงเหตุผลดีๆ ไปด้วย ทำให้ลูกค้าเห็นว่า งานชิ้นนี้กว่าจะได้มามันยุ่งยากลำบากแค่ไหน มีรายละเอียดอย่างไร ถ้าทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ เค้าก็อาจเปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “ทำไมมันแพงจัง” มาเป็น “ราคานี้คุ้มค่ามาก ๆ” ก็ได้

ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

หลายคนตั้งใจจะมาเป็นฟรีแลนซ์เพื่อหากินง่ายๆ เอากับลูกค้าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทำให้ไม่คิดจะพัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งที่อาชีพฟรีแลนซ์นั้นควรจะเป็นคนที่ขยัน พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา คอยอัพเดตเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ของโลก เทรนด์ไหนกำลังมา มีโปรแกรมใหม่ที่จะช่วยเรื่องการทำงานของเราบ้างไหม เพราะสุดท้ายแล้วคุณภาพของตัวบุคคลก็จะส่งผลไปถึงงานที่ออกมาอยู่ดี และคนที่พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเท่านั้นถึงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

รับหลายงาน จัดการไม่ทัน

ฟรีแลนซ์หลายคนโลภและรับงานพร้อมกันมากจนเกินไป สุดท้ายก็ทำส่งไม่ทัน ทำให้ลูกค้าเสียหาย เกิดความไม่ประทับใจ ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตในตัวเราก็จะลดลงไปได้ นอกจากนี้การรับงานเยอะเกินไป ถึงแม้ว่าคุณจะส่งทันเวลา แต่คุณภาพของงานก็อาจจะด้อยลง ส่งผลให้ลูกค้าไม่ถูกใจและไม่อยากกลับมาใช้บริการอีกอยู่ดี ทางที่ดีแล้วคุณควรบริหารจัดสรรเวลาให้ดี และรับงานมาแต่เท่าที่เราจะสามารถทำได้ทันเวลา และสามารถตั้งใจทำให้มีคุณภาพที่สุดได้

เห็นไหมคะว่าจริง ๆ แล้วปัญหามันไม่ใช่ว่าเพราะทุกวันนี้มีคนหันมาเป็นฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เพราะถึงยังไงสายงานเหล่านี้ก็ยังมีงานให้ทำอีกเยอะแยะค่ะ แต่พฤติกรรมเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำแล้วนอกจากจะไม่เป็นการดีต่อตัวคุณเอง ก็ยังส่งผลต่อเพื่อนในสายงานเดียวกันไปด้วย ฉุดให้คุณค่าในวิชาชีพของตัวคุณเองถดถอยลงไป ใครที่รู้ตัวว่ามีนิสัยแบบนี้อยู่ ก็เลิกทำเถอะค่ะ เพื่อให้วงการฟรีแลนซ์ของเราพัฒนาต่อไป!!

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

6 เว็บไซต์..หาไอเดียสำหรับคนทำงานดีไซน์

คิดงานไม่ออก!! นับเป็นปัญหาหลักๆ ของคนทำงานในด้านดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิคดีไซน์, Web Designer, UX/UI Designer หรือนักออกแบบด้านไหนๆ ก็ตาม แม้แต่ดีไซเนอร์ระดับเทพๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอกับอาการ “ไอเดียตีบตัน” เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งเลยที่มนุษย์สายดีไซน์ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ก็คือ การเสพไอเดีย

“การดูงานของคนอื่น” เพื่อเสพไอเดีย หรือหา Inspiration หาแรงบันดาลใจ นับเป็นเทคนิคหนึ่งที่ดีไซเนอร์ทุกคนใช้ แถมยังต้องทำอยู่เป็นประจำซะด้วย เพราะการศึกษาเรียนรู้จากงานของคนอื่นเป็นเส้นทางหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับการเรียนรู้ ซึมซับเทคนิค วิธีคิดต่าง ๆ และสุดท้ายก็คือการต่อยอดกลับมาเป็นแนวทางที่เราจะใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และวันนี้เราก็มี 6 เว็บไซต์เทพๆ ที่อยากให้คุณนำไป “เสพไอเดีย” กันค่ะ

  1. Pinterest คงเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยอาจจะเคยเข้ามานั่งดูเพื่อความบันเทิงหรืออะไรก็ตาม แต่ว่าสำหรับทำงานเกี่ยวกับการออกแบบแล้วล่ะก็ ประโยชน์ของที่นี่มีเยอะกว่านั้นมาก เรียกได้ว่าเว็บไซต์ที่เอาไว้หา Inspiration ชั้นยอดเลย เพราะรวบรวมผลงานดีๆ เอาไว้มากมาย เสิร์ชอะไรก็มีหมด และที่สำคัญการแสดงผลของ Pinterest จะเป็นแบบ Grid ทำให้เราสามารถดูงานได้ทีละเยอะๆ ในคราวเดียว ซึ่งสะดวกมาก ๆ
  2. Dribbble เว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์จากทั่วทุกมุมโลกมาลงผลงานของตัวเอง นับว่าเป็นเว็บต์ที่มีชื่อเสียงมากๆ เลยในวงการดีไซน์ระดับโลก และในบางครั้งที่นี่ก็จะมีดีไซเนอร์เก่งๆ นำกราฟฟิคสวยๆ, เซ็ตไอคอน, PSD เว็บไซต์, ฟ้อนต์ ฯลฯ เอามาแจกกับแบบฟรี ๆ ให้อีกด้วย
  3. Awwwards แหล่งรวมเว็บดีไซน์สวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก ผลงานแต่ละชิ้นนั้นบอกเลยว่าระดับโลกทั้งนั้น เพราะว่าในแต่ละวันจะมีเว็บไซต์ส่งเข้ามาที่นี่มากมายเพื่อจัดอันดับ แล้วถ้าเว็บไหนได้คะแนนโหวตเยอะที่สุดก็จะได้ครองตำแหน่ง Site of the day ไปครอง เข้าไปเสพผลงานระดับเทพแบบนี้ทุกวันรับรองเลยว่าไอเดียแน่นแน่นอนค่ะ
  4. Behance อีกหนึ่งเว็บไซต์ชื่อดังในวงการดีไซเนอร์ต่างประเทศ ที่นี่มีงานดีไซน์อยู่มากมายหลายแขนงให้ดู ไม่ว่าจะเป็น Web Design, Package Design, Branding, Typography และอื่นๆ ซึ่งจะถูกรวบรวมมาไว้ในรูปแบบของ Portfolio บอกเลยว่างานเด็ด ๆ เพียบ
  5. Abduzeedo เว็บไซต์ที่แสดงผลงานทางด้านการออกแบบอย่าง Logo Desing, Portfolio Design, 3D Work, Typography, Font และ Web Design ความโดดเด่นของที่นี่คือเค้าไม่ได้มีแค่ภาพมาให้เราดู แต่จะมีบทสัมภาษณ์จากนักออกแบบชื่อดังให้อ่านอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ดีมากๆ ในการศึกษาแนวทางต่าง ๆ
  6. Pttrns เว็บไซต์สุดดีงามสำหรับคนที่ทำงานกับแอปฯ เพราะที่นี่นั้นมีดีไซน์แอปต่างๆ ให้ดูเยอะมาก และมีการจัดแบ่งหมวดหมู่ตามฟังก์ชั่นต่าง เช่น หน้า Login, Navigations, Content Screen ฯลฯ และยังมีฟิลเตอร์แบ่งระหว่าง iPhone กับ iPad ให้ด้วย ใช้งานได้สะดวกสุด ๆ

การจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่เก่ง ๆ ได้นั้น สิ่งสำคัญเลยก็อยู่ที่การฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะ ๆ ทั้งจากการทำงาน และการศึกษางานของคนอื่นๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้มันไม่ได้เป็นกันได้ภายในวันเดียว แต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นพยายาม ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอค่ะ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

สร้างโปรไฟล์ให้ดี เพิ่มโอกาสได้งาน

ปกติแล้วการที่ผู้ว่าจ้างจะตัดสินใจเลือกจ้างฟรีแลนซ์สักคน ก็มีหลายปัจจัยที่จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ราคา ตัวอย่างผลงานที่เคยทำ ประวัติการทำงานสำเร็จ หรือเรตติ้งรีวิวต่างๆ ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้หลายคนก็มองข้าม หรือเลือกที่จะให้ความสำคัญแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เห็นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเน้นตั้งราคาให้ถูกเข้าไว้ แต่ที่จริงแล้วโปรไฟล์ที่ดีคือการสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับตัวเรา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการทำงานระยะยาว คงไม่มีใครอยากได้ค่าจ้างถูกๆ ไปตลอดชีวิต แล้วความ “ถูก” ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีผลงานที่โดดเด่นให้ผู้จ้างได้เห็นแล้วล่ะก็ ใครล่ะจะไปกล้าจ้างคุณ

เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างโปรไฟล์เพื่อลงประกาศรับงานจึงต้องมีหลากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ซึ่งถ้าคุณทำมันได้อย่างโดดเด่น โอกาสในการที่จะมีคนมาสนใจจ้างคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ และในเว็บไซต์ tasknjoy เองก็มีระบบต่างๆ ที่จะรองรับการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดนี้อยู่แล้วอย่างครบถ้วน เรามาดูกันดีกว่าว่าการสร้างโปรไฟล์ให้ดีและน่าสนใจนั้น มีอะไรบ้าง

  1. สร้างความน่าเชื่อถือด้วยรูปโปรไฟล์ และข้อมูลส่วนตัวที่ครบถ้วน รูปโปรไฟล์ก็เป็นเหมือนหน้าบ้าน คุณจึงควรใช้รูปของคุณจริงๆ เห็นหน้าชัดเจน แต่งตัวดูดี มีความน่าเชื่อถือ หรืออาจจะเป็นโลโก้ของบริษัทก็ได้ค่ะ ในส่วนของข้อมูลส่วนตัวก็เช่นกัน การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือเอกสารอื่นๆ ก็จะช่วยแสดงความมีตัวตนของตัวคุณเองได้มากเลยทีเดียว
  2. ตั้งชื่อหัวข้องานที่รับทำให้โดดเด่น ด้วยการใส่คำที่แสดงความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น รับทำเว็บไซต์ขายของ ระบบตะกร้าสินค้า ฟรีโดเมนและโฮส (แทนที่จะเป็น “รับทำเว็บไซต์” เฉยๆ) หรือ รับเขียนบทความตามสั่ง ธุรกิจ SME สตาร์ทอัพ โฆษณาและการตลาด (แทนที่จะเป็น “รับเขียนบทความทั่วไป”) ข้อความที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นนี้จะช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจในเรื่องนั้นๆ ให้เลือกที่เข้ามาพูดคุยสอบถามกับเราก่อน เพราะเค้ารู้ว่าเรามีบริการแบบที่เค้าต้องการแน่ ๆ
  3. เขียนรายละเอียดงานให้ครบถ้วน ชัดเจน การให้ข้อมูลที่มีความชัดเจนจะช่วยให้ผู้ว่าจ้างทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาดูโปรไฟล์ของเรา ว่าเค้าจะได้รับอะไรบ้างจากการจ้างงานเราในเรทราคาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งความชัดเจนไม่หมกเม็ดนี่แหละ คือความน่าประทับใจ น่าเชื่อถือ ที่เราเลือกจะแสดงออกไปให้คนเห็นเลย ไม่ต้องมาคอยถามตอบกันให้วุ่นวายทีหลัง และช่วยให้การเจรจาตกลงในรายละเอียดบางอย่างง่ายขึ้น เพราะเราได้เขียนบอกเอาไว้หมดแล้ว
  4. อัพโหลดผลงานที่เคยทำลงในแฟ้มผลงาน ควรเลือกแต่งานที่ดีไปจนถึงดีที่สุด เท่าที่เราเคยทำมา เพราะส่วนนี้จะมีน้ำหนักกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างมาก ไม่ว่าเราจะบรรยายสรรพคุณความสามารถเอาไว้สูงส่งแค่ไหน แต่ถ้าผลงานที่ลูกค้าเห็นมันไม่ใช่ ก็จบเห่!! หรือบางคนมีผลงานเยอะมาก ก็อยากจะโชว์ให้ครบแต่กลับกลายเป็นว่ามีทั้งงานที่ดีมากๆ และงานที่ไม่ (ค่อยจะ) ดีปะปนกันเข้ามา (ซึ่งอาจเป็นงานที่คุณทำมาตั้งแต่สมัยยังไม่โปร) ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าสับสนว่าสรุปแล้วฝีมือคุณดีจริงหรือไม่ และรู้สึกไม่ไว้วางใจคุณแทนก็ได้
  5. สร้างประวัติที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอัตราการทำงานเสร็จ เพราะแม้จะมีคนมาจ้างคุณเยอะแค่ไหนแต่ถ้าคุณไม่สามารถรับผิดชอบให้เสร็จได้เลยสักงาน เปอร์เซ็นต์ความน่าเชื่อถือในตัวคุณก็จะลดลง รวมถึงการให้บริการที่ดีเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ย่อมส่งผลให้คุณได้คะแนนรีวิวที่ดี ส่วนนี้ก็มีความสำคัญกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างด้วยเช่นกัน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

มารู้จักทราเวลแพนเนอร์กัน (Travel Planner)

ในยุคที่การทำงานมีการแข่งขันสูง และหลายๆคนใช้เวลาไปกับการทำงานจนแทบไม่มีเวลาจัดแผนการเดินทาง หรือแผนการท่องเที่ยวให้กับตัวเอง พอถึงวันหยุดแล้วกลับไม่รู้จะไปไหนดี ชีวิตแบบนี้มันเพลียใช่ไหมคะ? มารู้จักกับ “Travel Planner” (ทราเวลแพลนเนอร์) ผู้ที่จะช่วยให้คุณได้ท่องเที่ยว แบบคนอื่น ๆ และได้สัมผัสประสบการณ์แบบกูรูที่คุณเลือกเส้นทางการเดินทางได้ราวกับคุณจัดการทุกอย่างมาดี

ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ (Freelance Travel Planner) คือ ที่ปรึกษาทางด้านการเดินทางอิสระ ที่เป็นกูรูทางด้านการเดินทางและการจัดแผนการท่องเที่ยว ซึ่งจริงๆแล้วทำงานเหมือนกับบริษัทกรุ๊ปทัวร์อื่น ๆ แต่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ (Freelance Travel Planner) ไม่ได้ทำงานให้กับกรุ๊ปทัวร์หรือโครงการ แต่ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์มีทักษะ ในการจองตั๋ว การจองที่ท่องเที่ยว และความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณจะไปจริง ๆ

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ทราเวลแพลนเนอร์   จะทำงานตามความต้องการงบประมาณและข้อกำหนดของลูกค้า โดยเรียกเก็บค่าบริการสำหรับการให้บริการจัดทริป ฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลนเนอร์ อาจทำงานคนเดียวหรืออาจทำงานเป็นทีมที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้าก็ได้

หน้าที่ของฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลเนอร์ (Freelance Travel Planner)

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลเนอร์ (Freelance Travel Planner)  คุณจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบหลายอย่าง เช่น

  • ช่วยลูกค้าเลือกจองและวางแผนการเดินทางตลอดทริป
  • แนะนำสถานที่ต่าง ๆ (ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก บางเคสอาจจะแถม มุมถ่ายรปด้วย 555) โดยต้องปรึกษาลูกค้าเกี่ยวกับทางเลือกหรือความชอบของลูกค้า
  • สำคัญสุด ๆ คือ ต้องทำงานภายใต้งบประมาณที่ลูกค้ากำหนด ไม่งั้นทริปไม่เกิดแหง ๆ
  • จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ รถประจำทางและวิธีการขนส่งอื่น ๆ ให้ลูกค้า
  • จองโรงแรมและจองตั๋วสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของจุดหมายปลายทาง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหนังสือเดินทางและวีซ่า รวมถึงช่วยในการขอวีซ่า
  • หาและซื้อประกันการเดินทาง
  • ช่วยลูกค้า ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเวลาจองโรงแรมและร้านอาหาร
  • ช่วยจัดสรรงบประมาณ ชำระค่าบริการ ค่าจ้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนการเดินทาง รวมถึงตอบคำถามลูกค้า (ต้องอดทนและดีเทลมากมว๊ากกกก)

ทักษะความสามารถที่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ต้องมี

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็น ทราเวลาแพลนเนอร์ หรือ ที่ปรึกาการเดินทางอิสระได้นะจ๊ะ แต่ทราเวลแพลนเนอร์ที่ประสบความสำเร็จ จะต้องมีทักษะความสามารถอย่างน้อย ดังนี้ :

  • การสื่อสารยอดเยี่ยม: ที่ปรึกษาด้านการเดินทางที่ทำงานบนพื้นฐานของความเป็นอิสระ จึงต้องมีทักษะในการสื่อสารกับคนอื่น นอกจากการสื่อสารกับลูกค้าตัวเองแล้วยังต้องสื่อสารกับซัพพลายเอร์ต่างๆ และยังต้องมีฝีมือในการเจรจา ต่อรอง โน้มน้าวขั้นเทพอีกด้วย
  • การคำนวณยอดเยี่ยม: ใครจะไปคิดว่าอาชีพฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ จะต้องมีทักษะทางคณิตศาสตร์ที่ดี แต่อ่านไม่ผิดค่ะ คุณต้องมีทักษะในด้านการคำนวณและการบัญชีที่ดี เพราะเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการวางแผนภายใต้งบประมาณ (อย่าลืมว่า งบเหลือแค่ไหน ก็แถมให้ลูกค้าได้เท่านั้น และเมื่อลูกค้าได้ของแถมจนพอใจแล้ว งานหน้า งานใหม่ และลูกค้ารายใหม่ๆก็จะตามมาจ้า)
  • วิจัยยอดเยี่ยม: ความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และการวิจัยทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญที่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ต้องมี
  • ชอบเที่ยว: คุณเรียกตัวเองว่า ทราเวลแพนเนอร์ใช่ไหม? แน่นอนว่าอาชีพคุณย่อมต้องมาจากความชื่นชอบในการเดินทางและความชอบในการบริหารจัดการ การวางแผนการเดินทางเป็นสิ่งที่จำเป็นขั้นแรกของคุณ
  • ภาษาเริด: ความชำนาญในภาษาต่างประเทศหรือภาษาท้องถิ่นบางภาษาช่วยให้สามารถทำงานได้ดีในงานประเภทนี้ซึ่งต้องการการสื่อสารกับผู้คนจากเมืองและประเทศต่าง ๆ

ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระหรือฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์  คุณควรพยายามมองหาลูกค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณงานและทำให้ได้กำไรมากขึ้น การที่คุณจะประสบความสำเร็จในด้านนี้ได้นั้น คุณจะต้องให้บริการลูกค้า โดยที่ลูกค้าได้สิ่งที่กำลังมองหาในอัตราที่ดีที่สุดและอยู่ในงบหรือไม่เกินงบจนมากเกินไป ซึ่งคุณจะต้องทำได้ดีกว่า Travel Agent (ตัวแทนการท่องเที่ยว) คำแนะนำของ tasknjoy สำหรับหนทางการเป็น ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ที่ประสบความสำเร็จ คือ

  • การให้ความรู้เกี่ยวกับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวใหม่และที่กำลังจะมาถึงอย่างต่อเนื่องแนะนำสถานที่ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเลือกคุณ แทนที่จะมองว่าคุณเป็นแค่อีกหนึ่งตัวแทนทั่วไปที่มากับสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมทั่วไป
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเจรจากับโรงแรมได้ดี เพื่อให้คุณได้รับผลกำไรมากขึ้น กว่าข้อตกลงระหว่างลูกค้ากับโรงแรม
  • ทำการตลาดด้วยตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและควรใช้สื่อสังคมออนไลน์การตลาดสื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งที่มาของการตลาดและการส่งเสริมธุรกิจของคุณ
  • หางานทำในเว็บไซต์ freelancing (อย่าง tasknjoy)
  • พยายามพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับบริการเที่ยวบินทั่วไป โรงแรมยอดนิยมและสถานที่อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า

ค่าตอบแทนเฉลี่ย

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระหรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์  สามารถเรียกค่าบริการได้ 2 แบบ คือ

  1. ค่าบริการคงที่
  2. คำนวณจากบริการที่คุณเสนอ

ซึ่งในทั้ง 2 กรณี เงินเดือนเฉลี่ยที่คุณคาดว่าจะได้รับคือ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือน

การหางาน

ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ส่วนใหญ่ ใช้วิธีสร้างเพจกับ facebook และทำคอนเทนต์ดี ๆ ผ่าน blog ท่องเที่ยวของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะดูเหมือนว่าโอเคแล้ว แต่สำหรับลูกค้า การค้นเจอ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ 10 เจ้าพร้อมกันบนเฟสบุค ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในการว่าจ้าง เพราะไม่แน่ใจว่าจะเลือกจ้างฟรีแลนซ์คนไหนดี จะนัดเข้าพบทุกคนก็ไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดีสำหรับลูกค้าที่งานยุ่ง และอาชีพ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ เป็นอาชีพที่สามารถทำทุกอย่างผ่านออนไลน์ได้ ดังนั้นคุณควรสมัครเว็บไซต์ ที่คุณสามารถหางาน ฟรีแลนซ์ ทราเวลาแพลนเนอร์ หรือที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ เช่น tasknjoy, Up-work, peopleperhour ไปพร้อมกับการพัฒนาบล็อกของคุณ เพราะหากบล็อกของคุณดีพอที่จะดึงดูดการเข้าชมจำนวนมากได้ จะสะท้อนถึงจำนวนลูกค้าที่คุณมีและรายได้ที่คุณจะได้แบบเต็มกระเป๋าเลยล่ะค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

5 ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์

ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือมนุษย์ฟรีแลนซ์ ทุกงานมีความเหนื่อยยากอยู่ของมันเองเสมอ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบความมีอิสระในการทำงาน และมั่นใจว่ามีความรับผิดชอบพอที่จะเป็นนายของตัวเอง ไม่พิสวาสการมีเพื่อนติดสังคมตลอดเวลา และรับได้กับคำชม ความผิดหวังในการรับงานจบงานกับลูกค้าแล้วล่ะก็ อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพที่เหมือนสมกับคุณค่ะ วันนี้ tasknjoy พาคุณไปพบกับ  5 ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจก้าวมาสู่การเป็นฟรีแลนซ์ง่ายขึ้น

1. มีเวลาที่ยืดหยุ่น

ชัวร์ค่า การทำงานอิสระ หรือการเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้คุณมีอิสระทางเวลา เพราะคุณสามารถเลือกได้เองว่าจะทำงานเวลาใด เปิด-ปิดร้านของตัวเองเวลาใด ไม่มีใครบังคับ ถ้ารู้สึกไม่สบายก็พักก่อนได้ ต่างจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ค่อนข้างเคร่งครัดเวลาเข้างาน-เลิกงาน และยังต้องมีเหตุผลที่เพียงพอต่อการขอลาหยุดด้วย ไม่งั้นโดนหักเงินเดือน 555

2. เปลี่ยนสถานที่และบรรยากาศการทำงานได้ตามใจชอบ

บ้าน คือวิมานของฟรีแลนซ์ เพราะฟรีแลนซ์แทบทุกคนย่อมเลือก บ้านเป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานหรือ office ดังนั้น คุณจะตกแต่งออฟิศสไตล์ไหนก็ได้ตามใจคุณ หรือคุณจะเลือกจะไปทำงานร้านกาแฟที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้ไอเดียคุณบรรเจิด  ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่ถูกตีกรอบอยู่แค่คอกกั้นแคบ ๆ ในห้องแอร์เดิม ๆ

3. ออกไอเดียได้เต็มที่

ในเมือฟรีแลนซ์ เป็นผู้รับงานโดยตรงกับลูกค้า ดังนั้น ฟรีแลนซ์มีอิสระเต็มที่ คือมีสิทธิเต็มที่ในการเสนอไอเดียให้กับลูกค้า เรียกได้ว่า สามารถเอาใจลูกค้าได้เต็มที่ ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่จะต้องรับฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นหลัก ไม่สามารถเสนอไอเดียนอกกรอบของหัวหน้า (ผู้บังคุบบัญชา) ได้ มีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้น้อยมาก

4. แต่งตัวได้ตามใจฉัน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของออาชีพฟรีแลนซ์ที่โดยใจหลายๆคน ก็คือการแต่งตัวไปทำงาน ฟรีแลนซ์มีอิสระอย่างเต็มที่ในการแต่งตัวตามฟรีสไตล์ ใส่ชุดไหนก็ได้ขอให้ทำงานได้สบายอารมณ์ก็พอ เพียงแต่อย่าลืมกาละเทสะแต่ดูสถานที่ด้วย ต่างจากมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ มักจะมีแบบฟอร์มบังคับตายตัว ซึ่งบางแห่งยังบังคับไปถึงการแต่งหน้า ใส่รองเท้ารัดส้นด้วย

5. ไม่ต้องถูกบีบบังคับโดยประเพณีและภาษีสังคม

การทำบุญทอดผ้าป่า, การจัดงานกีฬาภายใน, งานเลี้ยงตามโอกาสต่าง ๆ เป็นประเพณีสำหรับสังคมการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน ถ้าคุณเป็นคนที่เก็บตัว ไม่ชอบสมาคม คุณจะถูกลดเกรดให้เป็นคนไม่น่าสนใจไปทันที แต่ถ้าคุณเป็นนายของตัวเอง ทำอาชีพอิสระ คุณจะไปหรือไม่ไปไหนก็ไม่มีใครมาจับผิดหรือจัดหมวดว่าคุณเป็นคนแบบไหน ซึ่งมันทำให้คุณสบายใจในการทำงาน นอกจากนั้นยังประหยัดเงินจากค่าใช้จ่ายที่จะต้อง “แชร์” (หรือที่เรียกกันว่า “เสียภาษีสังคม”) ให้คนในองค์กรด้วยกันด้วย

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ฟรีแลนซ์ขอสินเชื่อกู้เงิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อย่างไร

หลาย ๆ คนที่มีทักษะความสามารถและอยากจะก้าวข้ามคำว่า “มนุษย์เงินเดือน” ออกมาทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์  แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความตั้งใจ กลับไปเป็นพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือน ด้วยเหตุผลที่ว่า การทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์อาจไม่สามารถขอบัตรเครดิต หรือไม่สามารถขอสินเชื่อเพื่อทำการผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ แต่ขอบอกไว้ต้องนี้เลยค่ะ ว่าไม่จริงค่ะ!!

ผู้ที่ทำอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ที่รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดีและรู้จักการบริหารจัดการเรื่องเอกสาร สามารถขอบัตรเครดิตได้ค่ะ (ดูรายละเอียดและขั้นตอนการขอบัตรเครดิตสำหรับฟรีแลนซ์)  นอกจากนั้น ฟรีแลนซ์ก็สามารถขอสินเชื่อกู้เงิน เผื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้เหมือนกันค่ะ แม้ว่า การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารนั้น จะมีการพิจารณาจากความมั่นคงทางรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งความมั่นคงทางการเงินทางธนาคารจะมีการพิจารณาจากรายได้ที่คุณได้รับว่ามีการเข้ามาอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่า อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์จะแสดงถึงความมั่นคงทางรายได้และหลักฐานรายได้ให้กับผู้อนุมัติสินเชื่อไม่ได้นะคะ วันนี้ tasknjoy แนะนำวิธีสร้างความมั่นคงทางรายได้ ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักฐานการได้รับรายได้ที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ฟรีแลนซ์หรือผู้ที่ทำอาชีพอิสระสามารถขอสินเชื่อได้ค่ะ

จริงอยู่ที่ลักษณะของการทำงานแบบฟรีแลนซ์ มีหลากหลายอาชีพ  ส่วนมากเป็นการทำงานแบบพูดคุยตกลงกับนายจ้างเป็นงาน ๆ ไป เมื่อเสร็จงานก็จะได้รับค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถบริหารจัดการเอกสารเกี่ยวกับการทำงาน การรับรายได้ เพื่อให้คุณมีหลักฐานความมั่นคงทางรายได้ และความสามารถในการชำระเงินได้นะคะ ฟรีแลนซ์มืออาชีพ จะรเรียนรู้การทำสัญญา การรับเงินผ่านธนาคาร การออกใบเสร็จรับเงิน และการยื่นภาษี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมีความน่าเชื่อทางการเงินเหมือนกับพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการย่อยๆเลยล่ะค่ะ  มาดูรายละเอียดของแต่ละข้อเพื่อเตรียมความพร้อมกันค่ะ

1. ยื่นภาษี (ภงด90)

เป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องยื่นภาษีนะคะ ถ้าคุณเป็นคนไทย มีรายได้ในประเทศไทย แม้ว่ารายได้จะยังไม่ถึงจุดที่ต้องเสียภาษี ก็ควรยื่นภาษีค่ะ เพราะการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ถือเป็นหลักฐานอย่างดีที่สามารถยืนยันได้ว่าคุณเป็นผู้มีรายได้จริง ๆ ในการขอสินเชื่อ คุณจะต้องแนบเอกสารนี้ไปด้วย เพื่อให้คำขอสินเชื่อของคุณได้รับการพิจารณาค่ะ (ดูอาชีพฟรีแลนซ์เค้าจ่ายภาษีกันอย่างไรนะ)

2. มีเงินเดินบัญชีอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี

การเดินบัญชี คือ การที่คุณมียอดเงินเข้า-ออกในบัญชีแต่ละเดือนอย่างสม่ำเสมอ แนะนำเลยค่ะ ให้รับเงินค่าจ้างหรือค่าบริการผ่านสถาบันการเงินให้มากที่สุด เพื่อเลี้ยงบัญชีให้ครบ  6 เดือน – 1 ปี การเดินบัญชีแบบนี้จะทำให้ธนาคารที่คุณมีการเดินบัญชีพิจารณาสินเชื่อให้คุณง่ายขึ้น ที่สำคัญทางธนาคารจะมีการพิจารณถึงจำนวนเงินที่ผ่านบัญชีเป็นจำนวนเงินที่สามารถผ่อนชำระหนี้ที่ขอสินเชื่อไปได้ ฟรีแลนซ์ที่จะขอสินเชื่อจะต้องใจเย็นและมีวินัย การวางแผนทางการเงินเพื่อการขอสินเชื่อจึงจะสำฤทธิ์ผลค่ะ

3. การหัก ณ ที่จ่าย และการออกใบเสร็จรับเงิน

การรับงานบางงานสำหรับฟรีแลนซ์ก็ยากที่จะขอสัญญาจ้าง เพราะหากเป็นงานที่ได้รับจากบริษัทที่รู้จักกันมานาน หรือลูกค้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ดังนั้นหลักฐานที่ใช้ในการแสดงว่าคุณมีรายได้ก็คือ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ค่ะ รวบรวมไว้ให้หมดค่ะ โดยเฉพาะปีที่ยังไม่ได้ยื่นภาษี เพื่อธนาคารจะได้เอาไปคำนวนเงินได้ของคุณ ณ ปัจจุบัน ว่าตกอยู่ที่ประมาณเดือนละเท่าไหร่

แนะนำ! จ้างงานผ่าน tasknjoy สะดวก ง่าย ไม่ต้องทำใบเสร็จรับเงินเอง เพราะระบบจัดการให้ทั้งหมดจ้า เพียงแค่พริ้นออกมาและเซ็ฯก็จัดส่งให้ลูกค้าได้เลย ^^

4. สัญญาจ้างงานแบบมีระยะเวลา

หากคุณมีงานที่รับเป็นเอ้าท์ซอร์สให้กับบริษัทอื่น คือ เป็นฟรีแลนซ์หรือเอ้าท์ซอร์สที่มีการจ้างแบบมีระยะเวลากำหนด แต่ไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ คุณจะมีสัญญาจ้าง ที่ระบุว่าจะจ้างเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ ได้เดือนละเท่าไหร่ ตัวนี้ถือเป็นรายได้ที่แน่นอน (fix income) ระดับนึง แม้จะไม่ดีเท่ากับเงินเดือน เพราะงานแบบเอ้าท์ซอร์ส หรือ contract นั้นมีระยะเวลาสั้น อาจจะ 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ก็มีส่วนช่วยให้ผลการอนุมัติสินเชื่อไปในทางที่ดีค่ะ

แนะนำ! คุณสามารถได้สัญญาจ้างในทุก ๆ การจ้าง เมื่อทำงานผ่าน tasknjoy นะคะ ดูรายละเอียดการรับงานผ่าน tasknjoy ที่นี่

5. กู้ร่วม

การกู้ร่วมเป็นอีกวิธีนึงที่ทำให้การขอสินเชื่อง่ายขึ้นและเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ปกติแล้ว การกู้ร่วม จะเป็นวิธีสุดท้ายสำหรับคนที่ยื่นเอกสารส่วนตัวตามข้างต้นมารอบนึงแล้วไม่ได้อนุมัติ ผู้ที่จะร่วมกู้กับคุณจะต้องมีรายได้ที่แน่นอน อาจจะเป็นพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการที่มีรายได้แน่นอน จะทำให้ทางธนาคารอนุมัติสินเชื่อในเงื่อนไขของการกู้ร่วม ยอดสินเชื่อที่จะอนุมัติจะถูกประเมินจากรายได้ของสองคนรวมกัน ซึ่งอาจจะได้มากกว่าผู้ที่ขอกู้คนเดียว รายละเอียดของการกู้ร่วมดูได้จากธนาคารต่าง ๆ ที่มีการให้สินเชื่อในการกู้แบบร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ฟรีแลนซ์ที่จะขอกู้ร่วมต้องมีเอกสารแสดงรายได้ตามข้างต้นด้วยนะคะ

เพิ่มเติม: สัญญาเช่าออฟฟิศ, การจดทะเบียนพาณิชย์, และกรณีที่เป็นการกู้เพื่อผ่อนคอนโด ควรจะดูคอนโดที่มีชื่อเสียงดี และ มีเจ้าหน้าที่ธนาคารทีเดินเรื่อง

สัญญาเช่าออฟฟิศ

สำหรับฟรีแลนซ์มืออาชีพที่เช่าออฟฟิศทำงาน อาจจะเป็น co-working space หรือออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว (อาจจะทำงานเป็นทีม)สัญญาเช่าก็เป็นหลักฐานอีกอย่างนึงที่ช่วยให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องไปเช่านะคะ ถ้าตอนนี้ไม่ได้เช่าอยู่ เพราะปกติอาชีพฟรีแลนซ์ก็ทำงานอยู่บ้านหรือร้านกาแฟอยู่แล้ว ซึ่งผู้อนุมิติสินเชื่อน่าจะเข้าใจค่ะ

การจดทะเบียนพาณิชย์

การจดทะเบียนพาณิชย์ เป็นการจดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อมีการจดทะเบียนแล้วอาชีพที่ทำอยู่ก็จะเป็นที่รับรู้ และถูกรับรองตามกฎหมายขึ้นมาในทันที รายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน จะสามารถเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นปัจจัยที่ทางธนาคารจะยินยอมพิจารณาสินเชื่อที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น การจดทะเบียนพาณิชย์ดังกล่าว คุณจะต้องเสียภาษีเพิ่มจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระไม่อยากทำ หากว่าคุณลองคิดกลับกันว่าคุณสามารถขอสินเชื่อผ่อนบ้าน หรือสินเชื่อผ่อนรถได้ แลกกับการที่คุณต้องเสียภาษีเพียงเล็กน้อย นั่นก็ถือว่าคุ้มค่าที่ทำไป

เลือกซื้อคอนโดที่สร้างโดย DEVELOPER ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

เพราะคอนโดที่สร้างโดย DEVELOPER ที่ชื่อเสียงดีเป็นที่รู้จัก  มีการบริหารจัดการอาคารที่ดี ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี จะทำให้ธนาคารอนุมัติง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่เราผ่อนไม่ไหวแล้วโดนยึด ธนาคารก็จะสามารถนำ asset นี้ไปปล่อยขายได้ง่าย ความเสี่ยงของธนาคารจึงน้อย นอกจากนั้น คอนโดชั้นดี จะมีเครดิตที่ดีกับธนาคารในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อ แบบนี้วินวินทั้งคู่ค่ะ

เจ้าหน้าที่ธนาคารเดินเรื่อง

ธนาคารและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราสำคัญมากถึงมากที่สุด เจ้าหน้าที่และธนาคารจะต้องเข้าใจอาชีพอย่างเราและพร้อมที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำคุณ เรื่องการจัดการเอกสาร การเตรียมความพร้อมเพื่อการขอสินเชื่อ เจ้าหน้าที่ธนาคารและธนาคารที่พร้อมและยินดีให้บริการคนทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มีอยู่หลายที่นะจ๊ะ ลองเข้าไปสอบถามดูรายละเอียดของแต่ละธนาคาร คุณจะรู้ว่าธนาคารไหนที่ช่วยเราอย่างจริงใจ หากได้เจ้าหน้าที่ที่ดีแล้ว การขอสินเชื่อของคุ๊ก็พริ้วขึ้นมากจริงๆค่ะ เพราะคุณจะไม่เตรียมเอกสารหลงทาง แต่แนะนำว่าให้วางแผนก่อนการเริ่มขอสินเชื่อสัก 6 เดือนนะคะ และอย่าลืมติดตามข่าวสารจากธนาคารนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ หลักการและขั้นตอนการเตรียมพร้อมเพื่อการขอสินเชื่อกู้เงิน เพื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ลองเอาไปปรับใช้และเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้นะคะ เพื่อเป็นตัวอย่างและการใช้ชีวิตแบบฟรีแลนซ์มืออาชีพของเราเติบโตไปข้างหน้าค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com