London School of Commerce Malta – LSC Malta

London School of Commerce Malta ก่อตั้ง ขึ้นในเดือนมิถุนายน 2014 และได้รับใบอนุญาตให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาโดยคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการศึกษาต่อ ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ปัจจุบันโรงเรียนเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีและหลักสูตรปริญญาโทศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาบริหารธุรกิจ ซึ่งใช้หลักสูตรเดียวกันกับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ

ที่ตั้ง Europa Centre, St. Anne Street, Floriana FRN9020, Malta
เว็บไซต์ London School of Commerce Malta

มหาวิทยาลัย LSC Malta เปิดรับสมัครตลอดทั้งปี ช่วยให้นักเรียนสามารถสมัครและเริ่มเรียนได้ตามความต้องการ รวมไปถึงคณาจารย์พิเศษจากแวดวงธุรกิจที่เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอย่างยาวนาน ทำให้หลักสูตรที่สอนนั้นได้มีการผสมผสานระหว่างพื้นฐานหลักสูตรกับเหตุการณ์ปัจจุบันเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้นักเรียนก้าวทันโลกและสามารถนับไปปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี 

นักเรียนที่เข้ามาเรียนกับ LSC มอลต้านั้น นอกจากได้รับความรู้แล้ว ยังมีโอกาสพบปะเพื่อนๆนานาชาติหลากภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นโอกาสที่จะเรียนรู้ภาษาต่างชาติวัฒนธรรมตะวันตก รวมไปถึงการต่อยอดของธุรกิจ

ทำไมต้อง LSC

  • ปริญญาได้รับการยอมรับในระดับสากล
  • เรียนและใช้ชีวิตเป็นภาษาอังกฤษภายใต้ประเทศ ภายในสหภาพยุโรป
  • สถาบันตั้งอยู่ในใจกลางเมือง
  • นักเรียนสามารถทำงานนอก เวลาได้ สูงสุดถึง 20 ชม.
  • ค่าเรียนสมเหตุสมผล

หลักสูตรที่เปิดสอน

  1. หลักสูตรปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ (BA – Business Administration) ดูรายละเอียดหลักสูตร <คลิกที่นี่>
  2. หลักสูตรปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA – Management Business Administration) ดูรายละเอียดหลักสูตร <คลิกที่นี่>
  3. ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาและสื่อสาร (Academic English Programme) ดูรายละเอียดหลักสูตร  <คลิกที่นี่>

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Bedfordshire (University of Bedfordshire)

มหาวิทยาลัย Bedfordshire มีรากฐานทางวิชาการมาอย่างยาวนาน ตัhงแต่ปี 1882 Bedfordshire เปิดสอนในระดับฝึกหัดครู ต่อมาได้มีการเลื่อนระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย Bedfordshire มากกว่านั้นมหาวิทยาลัย Bedfordshire ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพมากแห่งหนึ่ง

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Suffolk (University of Suffolk)

มหาวิทยาลัย Suffolk นับว่าเป็นหนึงในมหาวิทยาลัยสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันตกเอาไว้ได้อย่างดี ด้วยนโยบายของมหาวิทยาลัยที่ต้องการพัฒนาบุคคลากรและชุมชนให้ดีขึ้น เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้มหาวิทยาลัยปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เอื้อกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่น คือกุญแจในการพัฒนาบุคคลากร ดังนั้น นักเรียนที่จบหลังสูตรจากมหาวิทยาลัยนี้ สามารถมั่นใจได้ว่า นักเรียนจะได้รับประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน นอกจากนั้นหลักสูตรที่นักเรียนได้รับยังเป็นหลักสูตรที่ได้รับรองจาก NCFHE[1]

[1] The National Commission for Further and Higher Education (NCFHE) คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการศึกษาต่อและอุดมศึกษา

ที่พัก/Accommodation

1. St Blubay Apartments

2. St Bayview Hotel

3. St Azur Hotel

ขั้นตอนการสมัคร

  1. ยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัคร 
    • หน้าพาสปอร์ต
    • Transcript
  2. ชำระค่าสมัคร
  3. สอบสัมภาษณ์ เพื่อทราบเบื้องต้นว่าจะต้องลงเรียนภาษากี่เดือน
  4. ขอวีซ่า

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

Academic English Programme – at London School of Commerce Malta – LSC Malta

ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาและการสื่อสาร
Academic English Programme

LSC Malta เสนอโปรแกรมภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่ถูกออกแบบมาสำหรับนักเรียนที่ต้องการเพิ่มเติมภาษาอังกฤษเพื่อตอบสนองความต้องการ และเตรียมพร้อมก่อนเข้าหลักสูตรปริญญา ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการสื่อสารในชีวิตปัจจุบันหรือการทำงานการเรียนในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมุ่งเน้นไปที่การใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจะช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนมีพัฒนาการในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี ในโปรแกรมนักเรียนจะได้รับประโยชน์จากคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากอาจารย์ตลอดหลักสูตร

คลาสเรียน

จำนวนชั่วโมงเรียน 3 ชั่วโมงต่อวัน (15 ชั่วโมงต่ออาทิตย์)
บทเรียน 20 บทเรียนต่ออาทิตย์

เดือนที่เปิดรับ ทุกวันจันทร์ของทุกเดือน

คุณสมบัติ อายุ 18 ปีขึ้นไป

เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียน 

  • ใบสมัครเรียน
  • หนังสือเดิอนทาง

ค่าเรียนภาษา

  • 4 เดือน EUR2,700
  • 6 เดือน EUR 3,200
  • 8 เดือน EUR 4,100
  • 10 เดือน EUR 5,050
  • 12 เดือน EUR 5,450

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

BA (Three Years) at London School of Commerce Malta – LSC Malta

BA (Three Years) at London School of Commerce Malta
LSC Malta
หลักสูตรปริญญาตรี
คณะบริหารธุรกิจ

เป็นหลักสูตรพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ พื้นฐานของทฤษฎีธุรกิจและการจัดการเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยสอดคล้องกับโลกธุรกิจ แล้วยังนำไปใช้ต่อยอดเพื่อศึกษาต่อในแขนงอื่นได้เป็นอย่างดี โมดูลที่สอนในระดับ 4 และ 5 จะเป็นพื่นฐานของทฤษฎีธุรกิจ และระดับที่ 6 นักเรียนสามารถเลือกเรียนตามความสนใจ/ความถนัดจาก 1 ใน 2 สองมหาวิทยาลัย

ระยะเวลา 3 ปี

เดือนที่เปิดรับ กุมภาพันธ์ เมษายน มิถุนายน สิงหาคม ตุลาคม และ พฤศจิกายน

Level 4 / ปี 1

  • Marketing Management การตลาด
  • Managing Information and Technology ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
  • Quantities Techniques in Business เทคนิคเชิงธุรกิจ
  • Business Accounting การบัญชีธุรกิจ
  • Managerial Economics เศรษฐศาสตร์การจัดการ
  • Organisational Behaviour พฤติกรรมองค์กร

Level 5 / ปี 2

  • Human Resource Management การจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • Project Management การบริหารจัดการโครงการ
  • Personal Management Effectiveness การศึกษาเฉพาะบุคคล
  • Business Research Methodology การวิจัยธุรกิจ
  • Financial Management Analysis การวิเคราะห์การจัดการทางการเงิน

Level 6 / ปี 3 Level 6 / ปี 3 

1. Pathway for University of Bedfordshire

  • Strategic Management การจัดการเชิงกลยุทธ์
  • Entrepreneurship การเป็นผู้ประกอบการ
  • Innovation and Technology Management การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี
  • Integrated Case Study
  • Dissertation or Business Project

2. Pathway for University of Suffolk

  • Global Strategic Management กลยุทธ์ธุรกิจระดับโลก
  • Building a Sustainable Organisation การสร้างองค์กรที่ยั่งยืน
  • Contemporary Management Issues ประเด็นปัจจุบันทางการจัดการธุรกิจสมัยใหม่
  • Case Study Analysis
  • Dissertation or Business Project

ค่าเล่าเรียน € 15,950*
*มีทุนการศึกษา กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย

Combined programme with BA (HONS)

Academic English course preparation is recommended for students presenting an IELTS overall 4.0 following Eng04 month as complimentary €15,950

คุณสมบัติ

  1. ม.6 หรือเทียบเท่า
  2. อายุ 18 ปี ขึ้นไป
  3. ภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 (ถ้ามี) **มหาวิทยาลัยมีระบบเรียนภาษาและสอบวัดระดับ**

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร 

  • ใบสมัครเรียน
  • หนังสือเดินทาง
  • หนังสือแนะนำตัว
  • ใบประกาศนียบัตรมัธยม ม.6
  • ใบรายงานผลการเรียนม.6
  • ภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 (ถ้ามี)

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

MBA (One Year) at London School of Commerce Malta – LSC Malta

MBA (One Year) at London School of Commerce Malta
LSC Malta
หลักสูตรปริญญาโท
คณะบริหารธุรกิจ

เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่น่าสนใจ โมดูลหลักของโปรแกรม MBA ออกแบบมาเพื่อแนะนำนักเรียนในด้านต่าง ๆ ของธุรกิจรวมถึงการบัญชีการเงินการตลาด การจัดการทรัพยากรมนุษย์และยุทธศาสตร์การจัดการ

นักศึกษาในหลักสูตร MBA ยังสามารถเลือกเรียนวิชาเลือกเฉพาะทางเพิ่มเติมให้ลึกยิ่งขึ้น หลักสูตรปริญญาโทนี้ เป็นหลักสูตรเดียวกันกับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ซึ่งนักเรียนที่จบหลักสูตรนี้จะได้รับปริญญาเดียวกันกับประเทศอังกฤษ

นอกจากนั้น ยังได้รับการยอมรับในฝั่งประเทศยุโรปเทียบเท่ากับ NCFHE Level 7 นักเรียนที่สำเร็จหลักสูตรวิชาบังคับห้าวิชาแรก สามารถเลือกวิชาเอกได้อีก1 วิชา ในเทอมสุดท้ายนักเรียนสามารถเลือกทำวิทยานิพนธ์ หรือโครงการก่อนจบนักเรียนจะได้ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Suffolk หรือปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Bedfordshire

วิชาบังคับ

  • Managing Human Capital and Leadership การบริหาร ทรัพยากรมนุษย์และความเป็นผู้นำ
  • Marketing Management การจัดการทางการตลาด
  • Financial Analysis and Entrepreneurship การวิเคราะห์การเงินสำหรับเจ้าของธุรกิจ
  • Strategic Management การจัดการเชิงกลยุทธ์
  • Research Methodologies การทำวิจัย

วิชาเฉพาะ (เลือก 1 วิชา)

  • Corporate Finance การเงินขององค์กร
  • International Business ธุรกิจระหว่างประเทศ
  • International Marketing Management การจัดการด้านการตลาดระหว่างประเทศ
  • Financial Markets and Investment Analysis การบริหารการเงินและการลงทุน
  • Strategic Marketing การจัดการทางการตลาดเชิงกลยุทธ์

วิชาเลือก (Bedfordshire or Suffolk)
Pathway for University of Bedfordshire

  • MBA Managerial Project การเขียนแผนธุรกิจ

Pathway for University of Suffolk

  • Business Development Proposal การพัฒนาธุรกิจ
  • Integrated Case Study การค้นคว้าอิสระ
  • Dissertation วิทยานิพนธ์

ระยะเวลาเรียน 1 ปี

ค่าเล่าเรียน € 7,950*

*มีทุนการศึกษา กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย

Combined programme with MBA

  • 16 month programme €8,950

MBA with 4 month Academic English

Academic English course preparation is recommended for students presenting an IELTS overall 5.0 following the full-time MBA programme

  • 18 month programme €9,950

MBA with 6 month Academic English

Academic English course preparation is recommended for students presenting an IELTS overall 5.0 following the full-time MBA programme

เดือนทีเปิดรับ กุมภาพันธ์ เมษายน มิถุนายน สิงหาคม ตุลาคม และ พฤศจิกายน

คุณสมบัติ

  1. ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
  2. อายุ 21 ปี ขึ้นไป
  3. ภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 (ถ้ามี) **มหาวิทยาลัยมีระบบเรียนภาษาและสอบวัดระดับ**

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

  • ใบสมัครเรียน
  • หนังสือเดินทาง
  • หนังสือแนะนำตัว
  • ใบประกาศนียบัตรปริญญาตรี
  • ใบรายงานผลการเรียนปริญญาตรี
  • ภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 (ถ้ามี)

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

10 คำถามตม. ยอดฮิต (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)

ดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เตรียมไปเที่ยวอย่างมีความสุข….. และแล้วก็มีเรื่องให้กังวลอีก

จะเที่ยวแล้ว ได้วีซ่าลั่ลล๊า สบายใจ ที่ไหนได้ เจองานหิน….. อุปสรรคที่ต้องเจอแบบไม่มีทางเลี่ยงได้

ด่านแรกที่ต้องเจอเมื่อลงจากเครื่องบิน ก็คือ การเตรียมตัวตอบคำถาม ตม. (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) และ เอกสารอ้างอิงต่าง ๆ

หลังจากลงจากเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมารอเข้าแถวเพื่อผ่านการตรวจของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าให้ถูกช่องนะคะ ส่วนใหญ่จะมีคิวสำหรับประชาชนประเทศเค้า, PR, EU Citizen, คิวพิเศษต่าง ๆ, คิวสำหรับนักท่องเที่ยว ให้เราเข้าคิวให้ตรงกับวีซ่าที่เรามี เช่น Tourist หรือ Others แล้วเมื่อถึงคิวเจ้าหน้าที่เรียกท่านเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ท่านจะเจอกับคำถามสุดหิน เช่น

  1. What’s the purpose of your visit? มาทำอะไรที่นี่ ตอบว่า มาเที่ยว Tourism มาเยี่ยมญาติ Visit Relatives หรือ มาทำงาน Business
  2. How long will you be staying? อยู่กี่วัน ตอบตามจริง เช่น 7 วัน มาวันที่ 2 กลับ วันที่ 8 เป็นต้น พร้อมยื่นตั๋วเครื่องบินขากลับให้
  3. Where will you be staying? พักที่ไหนบ้าง ขอดูหลักฐานการจองโรงแรมหน่อย ตอบตามจริง เช่น คืนแรก พร้อมยื่นเอกสารการจองโรงแรมให้
  4. Where will you be visiting? ไปเที่ยวเมืองไหน สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ตอบตามจริง ยกตัวอย่าง ที่สองที่ก็พอ ว่าเราพอทำการบ้านมา ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ
  5. Who will you be visiting? รู้จักใครในประเทศนี้ไหม มีใครมารับไหม ตอบตามจริง ให้ตรงกับที่กรอกตอนขอวีซ่า
  6. Have you ever been here before? มาเที่ยวครั้งแรก หรือเคยมาแล้ว ตอบตามจริง เจ้าหน้าที่มีระบบสามารถเช็คได้
  7. Are you travelling alone? or with Someone? คุณเดินทางมาคนเดียว หรือมากับใคร ตอบตามจริง ถ้าไปหลายคนครอบครัวเดียวกันต่อแถวเดียวกัน บางทีจะสามารถเข้าไปพร้อมกันได้ ถ้าเจ้าหน้าที่เรียก ถ้าไม่ได้เรียกให้รอตามคิวนะคะ
  8. What do you do for a living? ทำงานอะไร ตอบตามจริง ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวโดนถามต่อ อาจมีขอดูนามบัตร
  9. How much money are you bringing? พกเงินมาด้วยเท่าไร ตอบตามจริง ถ้าพกเงินสดมาเกินกฏหมายกำหนด เช่น 10,000 ยูโร, 10,000 ฟรังก์สวิส, 10,000 ดอลลาร์, 1,000,000 เยน หรือ 20,000 หยวน ให้แบ่งถือหลายคน
  10. Do you plan to work here? คุณวางแผนจะมาทำงานที่นี่ใช่ไหม เป็นคำถามหลอกล่อ ถ้ามาท่องเที่ยว ตอบว่า No นะคะ ถ้าตอบว่า Yes เรื่องยาวแน่ ๆ ค่ะ แต่ถ้าทำทำงานจริง ๆ ก็ตอบตามตรง ให้ตรงกับวีซ่าที่ได้รับมา

เอกสารอ้างอิง ที่ ตม. มักจะเรียกดู มีดังนี้นะคะ

  1. พาสปอร์ต อันนี้สำคัญมากอย่าให้หาย อย่าให้ชำรุด ถ้าหาย หรือฉีกขาด เรื่องยาวแน่นอนค่ะ
  2. หน้าวีซ่า วันที่ ที่ระบุในหน้าวีซ่า ต้องครอบคลุม ตั๋วขาไป – ขากลับ หรือไม่ ยกตัวอย่างนะคะ เช่น ท่านได้วีซ่า วันที่ 1-10 ธันวาคม 2558 แต่ตั๋วของท่านที่ซื้อ คือเดินเดินทางกลับหลังจากวีซ่าหมดอายุ ท่านอาจพบปัญหา ไม่เกิดตอนขาเข้าก็ขาออกนะคะ ท่านไม่ควรกลับหลังจากที่วีซ่าหมดอายุ แต่ถ้าหากพลาดแล้วกลับประเทศไทย ก็จะมีผลในการพิจารณาการทำวีซ่าครั้งต่อไป
  3. ตั๋วเครื่องบินขากลับ
  4. บุ๊คกิ้งโรงแรมที่เราจอง และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรของโรงแรมชัดเจน
  5. แผนการเดินทาง
  6. ถ้าไปดูงาน ก็ควรมีบัตรเข้างาน หรือจดหมายเชิญแนบไปด้วยนะคะ
  7. ใบกรอกเข้าประเทศ รวมถึงการกรอกสิ่งของที่ต้องสำแดง
  8. ถ้าเป็นผู้เยาว์เดินทางคนเดียว นักเรียนศึกษาต่อ อาจจะต้องมีเอกสารการศึกษา และเอกสารจากผู้ปกครอง

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่จะพูดว่า มองกล้องครับ ถอดแว่นด้วย Capture!!

Stamp!!! ตรายางดัง ตึง! ลงบนหน้าวีซ่าของท่าน ว่าอนุญาตให้เข้าประเทศ ผ่านนนน!!!

จากสถิติที่ผ่านมา ถ้าเป็นผู้หญิงสาวโสด เดินทางคนเดียว เดินทางครั้งแรก ก็จะโดนถามหนักหน่อย อาจจะมีถามเจาะลึกลงรายละเอียด อีก 2-3 ขั้น จากคำถามยอดฮิตนี้ ขอให้ตั้งสติ ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ ก่อนตอบตามความจริง ไม่ต้องรีบร้อน ทางเจ้าหน้าที่เค้าขอดูอะไรก็ให้เค้าดูนะคะ ถ้าโกหก ตอบขัดแย้งกันเอง หรือมีพิรุธ อาจจะโดนเชิญเข้าห้องเย็น เพื่อพูดคุยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมุลดีๆ จาก loft girl 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

วีซ่านักเรียน และโอกาสในการทำงานที่ต่างประเทศ

สวัสดีค่ะ น้อง ๆ หลายๆคนสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเริ่มด้วยการไปเรียนภาษา หรือบางคนก็ไปเรียนต่อระดับชั้นต่างๆไม่ว่าจะเป็น ดิพโพลมา (diploma) ป.ตรี ป. โท หรือแม้กระทั่งป. เอก ล้วนอยากจะหาประสบการณ์ชีวิตด้วยการทำงานพิเศษ แบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ กันทั้นนั้น

มีหลายคน สอบถามมาทางพี่ๆ Ascend Education Center เข้ามา ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ทำงานระหว่างเรียนไปด้วย แต่น้องๆรู้ไหมคะ ว่า น้องๆจะต้องมีวีซ่า นักเรียน (Student Visa)  หรือ วีซ่าทำงาน (Business Visa) หรือ work & Holiday visa เท่านั้น น้องๆจึงจะสามารถทำงานได้ค่ะ และไม่ใช่ว่าทุกประเทศจะให้ทำงานได้นะคะ ต้องศึกษาให้ดีว่าประเทศไหนให้ทำงานได้ และได้เท่าไหร่ ตามเงื่อนไขของวีซ่าที่แตกต่างกันออกไปเช่น อนุญาตให้ทำงานได้เฉพาะ ผู้ถือวีซ่านักเรียนที่เรียนในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือ อนุญาตให้ทำงานได้ เฉพาะหลักสูตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในขณะนั้น เป็นต้น

วีซ่านักเรียน (Student Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเป็นหลัก ไม่ว่าจะการเรียนภาษา การศึกษาในระดับประถม มัธยม ประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาชีพ หรือปริญญาก็ตาม

ประเทศออสเตรเลีย (Australia student visa)

ออสเตรเลียนับว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่หลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพของระบบการศึกษาระดับต้นๆ ของโลก รวมทั้งมีสภาวะเศษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชากรที่ดี อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงจนเกินไป ออสเตรเลียเป็นอีกประเทศที่รัฐบาลมีให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติในการทำงานนอกเวลาเรียน สูงสุดถึง 40 ชั่วโมง ต่อ 2 สัปดาห์ และสามารถเดินตามเส้นทางอาชีพได้หลังจากสำเร็จการศึกษา เป็นระยะเวลา 2-5 ปี

ประเทศอังกฤษ (Tier 4 Student Visa; England, UK)

ในบางประเทศ เมื่อนักเรียนลงเรียนภาษาเกินกว่า 3 หรือ 6 เดือน จะได้วีซ่าเป็นวีซ่านักเรียน ซึ่งสามารถทำงานพิเศษได้อย่างน้อย 20 ชม/สัปดาห์ แต่ประเทศอังกฤษไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ แม้ว่าน้องจะลงเรียนภาษา 6 เดือนหรือ 8 เดือน น้องก็จะได้วีซ่าเป็น student visitor visa ซึ่งมีกฎชัดเจนว่าห้ามทำงานค่ะ 
และไม่ใช่ว่า studen visa (Tier 4)  หลักเกณฑ์กว้าง ๆ ที่จะตัดสินว่า จะสามารถทำงานพาร์ไทม์ได้หรือไม่ คือ สถาบันการศึกษาที่เราเข้าเรียนค่ะ โดยถ้าเป็นสถาบันเอกชนที่เป็น recognised body หรือสถาบันที่ได้รับ public funding ซึ่งเป็น higher education institution  ก็มีโอกาสที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงาน พาร์ทไทม์ ได้ สามารถเช็คชื่อสถาบันที่เป็น recognised body ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
– recognised body
สถาบันแบบ public funding ที่เป็น higher education institution
– England
– Wales
– Scotland
– Northern Ireland

อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันให้แน่ใจก่อน เพื่อจะได้มั่นใจว่า เราจะไม่ทำผิดกฎและสูญเสียโอกาสทางการศึกษาที่สหราชอาณาจักรนอกจากนี้ เราสามารถเช็คได้จากหน้าวีซ่า Tier-4 ที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในหนังสือเดินทาง หรือจาก bio-metric residence permit (BRP) ซึ่งจะมีข้อความคล้าย ๆ ด้างล่าง ที่ระบุว่าเราได้รับอนุญาตให้ทำงายพาร์ทไทม์ได้
– Work (and any changes) must be authorised
– Able to work as authorised by the Secretary of State
– Work as in Tier 4 Rules
– Restricted Work. P/T term time. F/T vacations
– Restricted work term time
– Work limited to max 20 hrs per week during term-time
– Work limited to max 10 hrs per week during term-time.

กรณีที่ไม่อนุญาตให้ทำงาน อาจจะระบุข้อความตามด้านล่าง
– No work, or
– Work prohibited

จำนวนสูงสุดที่อนุญาตให้ทำงานได้ หากผู้ยื่นวีซ่าได้รับอนุมัติวีซ่าหลังจากวันที่ 3 สิงหาคม 2558
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในระดับปริญญา หรือสูงกว่า ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียน study abroad programme ในสถาบันการศึกษาแบบ overseas higher education institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในหลักสูตรต่ำกว่าปริญญา ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หากคุณได้รับอนุญาตให้ทำงานในระหว่างที่ถือวีซ่าแบบ Tier-4 Child

โปรดอย่าลืมตรวจสอบสิทธิการทำงานของท่าน จากหน้าสติ๊กเกอร์วีซ่านักเรียน Tier-4 หรือ BRP ของท่าน ซึ่งส่วนใหญ่จะระบุเงื่อนไขการได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ukcisa.org.uk และ https://www.gov.uk

วีซ่านักเรียน อเมริกา (USA Student Visa, วีซ่าF1)

ไม่ได้รับสิทธิให้ทำงาน หากเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ 
หลักสูตรอื่น ที่ได้รับอนุญาต สามารถทำงานได้ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้ สามารถทำงานในวิทยาเขตที่ทำการศึกษาอยู่ได้
หากต้องการทำงานนอกวิทยาเขต จะต้องได้รับอนุญาตจาก International Student Office ของทางสถาบันก่อน ซึ่งการขอทำเรื่องทำงานนอกวิทยาเขตนั้น จะสามารถทำได้ หลังจากที่ผ่านการเรียนในภาคเรียนแรกไปแล้ว โดยการทำงานดังกล่าว จะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนด้วย อีกทั้งต้องได้รับการอนุมัติเป็นขั้นตอนจากทั้ง International Student Office ของสถาบันที่เรียน และ USCIS (หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา

วีซ่านักเรียน นิวซีแลนด์ (New Zealand Student Visa)

สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

  1. ลงเรียนในหลักสูตรที่มีการฝึกงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร หรือ
  2. ระหว่างช่วงวันหยุดคริสต์มาส และวันหยุดปีใหม่ หากนักเรียน เรียนในหลักสูตรแบบเต็มเวลา และเรียนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน หรือ
  3. สามารถทำงานได้ 20 ช.ม. ต่อสัปดาห์ ระหว่างภาคเรียน  และเป็นนักเรียนเต็มเวลา โดยศึกษาอยู่ในสถาบัน Private Training Establishment or Tertiary Institution และเข้าเรียนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา หรือ
  4. สามารถทำงานได้ 20 ช.ม. ต่อสัปดาห์ ระหว่างภาคเรียน  และเป็นนักเรียนเต็มเวลา ที่ศึกษาในหลักสูตรที่ได้รับคะแนนในกลุ่มของ Skill Migrant หรือ
  5. นักเรียนที่ลงเรียนในระดับเกรด 12 หรือ 13 โดยได้รับใบอนุญาตจากทางสถาบัน และจากทางผู้ปกครอง หรือ
  6. เรียนแบบเต็มเวลามาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในสถาบัน Private Training Establishment or Tertiary Institution และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องได้รับทราบว่า จุดมุ่งหมายในการไปเรียน คือ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และต้องมีผลสอบ IELTS Overall Band Score ตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไป (แบบ General หรือ Academic ก็ได้) หรือ
  7. เรียนในระดับ Tertiary ในสถาบันที่ได้รับการรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา ด้วยการเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยน ในโครงการ

วีซ่านักเรียน อิตาลี (Italy Student Visa)

ไปเรียนประเทศนี้คือ เที่ยวอย่างเดียวจ๊ะ วีซ่านักเรียนประเทศอิตาลีห้ามทำงานค่า

วีซ่านักเรียน ประเทศเยอรมัน (German Student visa)

นักศึกษาไทยที่ขอวีซ่านักเรียน เพื่อเรียนต่อในประเทศเยอรมัน และต้องการทำงาน part-time นักศึกษาจะสามารถทำงานได้ 120 วันสำหรับการทำงานแบบเต็มวัน หรือ 240 วันสำหรับการทำงานครึ่งวัน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่รวมกับการฝึกงานภาคบังคับของหลักสูตร (Compulsory Internship)

โดยการทำงานของนักศึกษาส่วนใหญ่จะได้ประมาณ 5-10 ยูโรต่อชั่วโมง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากนักศึกษาได้เข้าไปทำงานในสถานที่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ หรือในองค์กรที่อยากจะเข้าทำงาน นอกจากนี้หากนักศึกษาเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่อย่าง มิวนิค, ฮัมบูร์ก หรือโคโลญจน์ ก็อาจจะได้ค่าตอบแทนที่มากกว่า

ตัวอย่างงาน part-time ของนักเรียน มีหลากหลายตัวอย่างไม่ว่าจะทำงานข้างนอก งานในมหาวิทยาลัย หรือการทำงานในช่วงวันหยุดอาทิเช่น เทศกาลคริสต์มาส เป็นต้น

วีซ่านักเรียน ประเทศฝรั่งเศส (France Student Visa)

วีซ่านักเรียนประเทศฝรั่งเศษสามารถทำงานเป็นแบบ part-time ได้สูงสุด 964 ชั่วโมงต่อปี

วีซ่านักเรียน สวิตเซอร์แลนด์ (วีซ่านักเรียนสวิส, Switzerland Student Visa)

วีซ่านักเรียนประเทศสวิสเซอแลนด์ก็ห้ามทำงานใด ๆ จ้า 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

เอกสารที่ใช้ในการเรียนต่อต่างประเทศ

ในการเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศนั้น เราจะต้องเตรียมการจัดทำหนังสือเดินทางและการขอวีซ่าเพื่อเข้าไปพำนักอยู่ในประเทศต่างๆที่เราจะศึกษา แต่ก่อนที่เราจะถึงขั้นตอนการขอวีซ่านั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษา ซึ่งเราจะต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยนั้นๆกำหนด อย่างไรก็ตามไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนก็ตามจะมีเงื่อนไขในการสมัครที่ใกล้เคียงกัน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นแตกต่างกันไป ดังนี้

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)*
  • ผลสอบ GMAT สำหรับผู้สมัคร MBA หรือ Business Program บางสาขา หรือ GRE สำหรับผู้สมัครสาขาวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering), ทางด้านการสื่อสาร (Communication) หรือในสาขาอื่นบางคณะ*
  • ผลสอบ SAT สำหรับผู้สมัครปริญญาตรี
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2-3 ฉบับ
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน (Bank Statement)

หมายเหตุ สำหรับผู้ไม่มีผลสอบ GMAT/ หรือ GRE ก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้เช่นกัน ในบางมหาวิทยาลัยไม่ต้องผลเหล่านี้ในการสมัครเข้าศึกษา

2. ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอื่นๆ

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2 ฉบับ 
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย

หมายเหตุ สำหรับผู้ที่ไม่มีผลสอบ IELTS/TOEFL บางมหาวิทยาลัยสามารถสมัครเข้าได้เลยโดยไปเรียนภาษากับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ และสามามารถเข้าศึกต่อในระดับปริญญาตรีหรือโทได้ทันทีเมื่อจบภาษาอังกฤษระดับสูงของมหาวิทยาลัย

***ผู้ที่สมัครเข้าศึกษาต่อไม่ว่าประเทศใดก็ตาม ควรเตรียมเอกสารทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ และบางสถาบันจะมีค่าธรรมเนียมในการสมัครก่อนที่จะดำเนินการพิจารณา ดังนั้นผู้สมัครต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในระดับปริญญาเอก นอกจากเอกสารที่จะต้องเตรียมข้างต้นแล้ว ผู้สมัครจะต้องเขียนบทวิจัย หรือ Research Proposal เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

การทำวีซ่านักเรียนมอลต้า

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ท่านต้องการใช้เพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า

  1. กรอกแบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าให้สมบูรณ์พร้อมเซ็นชื่อในใบคำร้องขอวีซ่าของท่านด้วย, ส่งรูปถ่ายที่ถ่ายล่าสุด จำนวน 2 รูป (ภาพถ่ายต้องมีขนาดกว้าง: 35 มม. ยาว 45 มม., รูปภาพจะต้องเหมือนกับตัวจริงในปัจจุบัน, หน้าตรง,ห้ามยิ้มเห็นฟัน, ห้ามเปิดปาก,ศีรษะอยู่ระหว่าง 2/3 ของภาพ แต่ต้องสูงไม่เกิน 36 มม. ดวงตาจะต้องอยู่กึ่งกลางของรูป, สีของดวงตาชัดเจนและมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 8 มม. และ 10 มม. และพื้นหลังสีขาวเท่านั้น)
  2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  6. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  7. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  8. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท) ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด)
  10. ส่งเอกสารการประกันภัยการเดินทาง ดูที่นี่ (ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป (ดูข้อมูลเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ)
  11. ส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินแบบไปกลับ (ท่านจะต้องส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  12. เอกสารที่พักในประเทศออสเตรียหรือจดหมายรับรองที่พักจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  13. จดรับรองสถานะการศึกษา(ตัวจริง)ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย
  14. จดหมาย Admission ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด) ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  15. แสดงหลักฐานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศมอลต้า
  16. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

วีซ่า c (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่อยู่พำนักได้ติดต่อกันไม่เกิน 90 วีซ่า D (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าอยู่พำนักได้ติดต่อกันตั้งแต่ 91 ถึง180 วัน วีซ่าทั้งสองประเภทนี้ ผู้สมัครไม่สามารถขอขยายเวลาหรือต่ออายุในประเทศออสเตรียได้ หากผู้สมัครต้องการที่จะพำนักอยู่ติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน จะต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตถิ่นพำนัก (“Aufenthaltstitel”) 

สถานฑูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากผู้สมัครได้ ใบคำร้องขอวีซ่าของท่านจะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อท่านได้ส่งเอกสารครบถ้วนให้กับสถานฑูตแล้วเท่านั้น หลังจากที่ท่านได้ทำการยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแล้ว ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าไม่สามารถขอคืนได้ เอกสารทั้งหมดที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าจะต้องแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษด้วย 

โปรดทราบ: หากท่านให้ข้อมูล เอกสารหรือหนังสือเดินทางที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่าน คำร้องขอวีซ่าของท่านอาจถูกปฏิเสธ 

เอกสารรับรองตัวจริงจากนายจ้างหรือบริษัทต้องแสดงวันที่ออกจดหมาย,เงินเดือน,ระยะเวลาที่จะไปอยู่ที่ประเทศเชงเก้น,จุดประสงค์การไป,ประโยคที่แสดงว่านายจ้างหรือบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตลอดระยะเวลาการเดินทางและรับรองว่าผู้สมัครจะเดินทางกลับมาพร้อมมีตราประทับบริษัทและลายเซ็นจากผู้จัดการด้วยทุกครั้ง (ชื่อผู้จัดการหรือผู้รับรองควรที่จะพิมพ์ทุกครั้ง) 

โปรดทราบ: 

  • อัตตราค่าธรรมเนียมวีซ่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกเดือน ศูนย์รับคำร้องวีซ่าประเทศออสเตรียจะแจ้งอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ให้ท่านทราบในเดือนถัดไป
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่สามารถเรียกคืนได้
  • ผู้ยื่นคำร้องทุกท่านจะต้องชำระค่าดำเนินการท่านละ ( 484 บาท) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อการยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • บริการพิเศษเพื่อส่งหนังเดินทางกลับทางไปรษณีย์ทางศูนย์ฯมีบริการให้โดยที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 220 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อใบคำร้องขอวีซ่า
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าดำเนินการ และค่าบริการพิเศษเพิ่มเติมต่างๆนั้น จะรับชำระเป็นเงินสดเท่านั้นที่เคาน์เตอร์รับคำร้องขอวีซ่า

Malta Tourist Visa

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า
  2. ใบนัดหมายยื่นวีซ่า
  3. หนังสือเดินทาง
    • ตัวจริง (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
    • สำเนา
    • เล่มเก่าที่มีทั้งหมด
  4. รูปถ่าย 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว จำนวน 2 รูป
  5. สำเนาบัตรประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน
  7. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  8. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท)
  10. หลักฐานการเงินของบริษัท
  11. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)
  12. หนังสือเชิญจากต่างประเทศ(เช่นจากญาติ โรงเรียน บริษัท)
  13. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  14. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  15. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน (ท่านจะต้องส่งตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  16. หลักฐานการจองโรงแรม เอกสารเกี่ยวกับที่พัก จำต้องครอบคลุมตลอกระยะเวลาการเดินทาง
  17. ประกันภัยการเดินทาง(ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

ขั้นตอนการขอวีซ่า

เข้าไปโหลดแบบฟอร์มที่ http://www.vfsglobal.com/austria/thailand/thai/student_visa_form.html และกรอกข้อมูลให้ครบนำไปยื่นที่ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรีย

ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์
191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
BTS สถานีศาลาแดง ทางออกที่ 4
ใช้เวลาทำการ 15 วัน

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

การเขียน Statement of Purpose

Statement of Purpose หรือ SOP ก็คือ เรียงความหรือบทความ (Essay) ที่ทำให้มหาวิทยาลัยได้รู้จักเรามากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากในการพิจารณารับเข้าเรียนของสถาบันต่างๆ  99% ของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักกำหนดให้ผู้สมัครเขียน SOP ด้วย 

SOP ชิ้นหนึ่งจะต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้

ย่อหน้าที่ 1 – แรงกระตุ้นให้เลือกเรียนสาขานี้

ซึ่งย่อหน้าแรกควรจะ “ดึงความสนใจ” ของผู้อ่านทันที  เพราะ อย่าลืมว่าฝ่าย admission ของทางมหาวิทยาลัยอ่าน SOP  อย่างที่คุณเขียนอยู่ปีหนึ่งเป็นพันฉบับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณเขียนจะต้อง “น่าสนใจ” และถ้าทำได้ “น่าติดตาม” เพื่อให้เขาอ่านต่อไปเรื่อยๆ หลักการเลือกของมหาวิทยาลัย ปรกติแล้วจะดึงผู้สมัครที่ academic requirement หรือเกรดถึงออกมาก่อน ตัวนี้อาจจะหมายถึงแค่เกรด หรือรวมไปถึงระดับภาษาอังกฤษด้วย ขึ้นอยู่กับมหาลัย แต่หลังจากที่คุณได้ผ่านเข้ามาด้วยเกรด (หรือกิจกรรมทีดีมากจนสามารถคานกับเกรดที่ไม่ถึงเกณฑ์ได้) ก็ต้องแข่งกันที่ “ลักษณะนิสัย” “ความตั้งใจ” ของผู้สมัครอย่างที่ปรากฏใน SOP ดังนั้น ย่อหน้าที่ 1 จะต้องระบุดังนี้

  • ทำไมถึงเลือกสาขา/วิชานี้
  • เกี่ยวข้องกับประสบการณ์และความสนใจของเราอย่างไร

ย่อหน้าที่ 2 – รายละเอียดของคอร์สที่เลือก และความเหมาะสมกับเรา

ย่อหน้าที่2 นี้จะต้องสอดคล้องกับย่อหน้าแรก เป็นการอธิบายเพิ่มเติมจากย่อหน้าแรก แต่ที่สำคัญ ระวังอย่าให้ดูซ้ำซ้อนเกินไปกับย่อหน้าแรก เขียนให้ละเอียด แต่ขณะเดียวจะต้องกะทัดรัด ได้ใจความ คั้นน้ำออกไปให้มากที่สุด ประโยคไหนที่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยส่งเสริมตัวผู้สมัครในด้านไหนเลย เอาออกเสีย ดังนั้น ย่อหน้าที่ 1 จะต้องระบุดังนี้

  • ความสนใจและการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สเรียน
  • อ้างอิงถึงแต่ละวิชาในหลักสูตร
  • พยายามกล่าวถึงเหตุผลที่ต้องการเรียนหลักสูตร/มหาวิทยาลัยนี้ และหลักสูตรนี้พิเศษสำหรับเราอย่างไร

ย่อหน้าที่ 3 – ประวัติการเรียนและการทำงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร

อธิบายให้ว่าทำไมคุณถึงมีคุณลักษณะที่ดี สามารถเป็นผู้สมัครได้ ผู้ให้ชัดว่ามีประสบการณ์ทำอะไรมาบ้าง ทำไมคณะนี้ ที่มหาวิทยาลัยนี้ถึงเหมาะกับเรา พูดถึงสิ่งที่ผลักดันให้เราพุ่งความสนใจมาที่มหาวิทยาลัยนี้ ภาควิชานี้น่าสนใจ เพราะหลักสูตรเป็นอย่างไร ส่งผลต่ออนาคตในการทำงาน/ตามความฝัน/ได้ดียิ่งขึ้น ต้องบอกด้วยว่าเพราะอะไร หาเหตุและผลมาเขียนเพื่อให้ดูมีความน่าเชื่อถือ และอย่าลืมลงท้ายว่า การศึกษาที่มหาลัยนี้เหมาะกับเป้าหมายเราอย่างไร ทำไมถึงเหมาะ และเป้าหมายเราสำคัญอย่างไร

  • เชื่อมโยงแผนในอนาคตเข้ากับคอร์สที่เลือกเรียน และอธิบายสิ่งที่คุณคิดว่าคอร์สนี้จะช่วยในสายอาชีพ

**ย่อหน้าที่ 2 และ 3 สามารถสลับกันได้**

ย่อหน้าที่ 4 – สรุป

ย่อหน้านี้ เป็นย่อหน้าที่จะต้องสรุปใจความหลักของทุกย่อหน้าที่ผ่านมา เพื่อย้ำเตือนผู้อ่าน ว่าเขาอ่านอะไรไป และอะไรคือประหลักที่เราอยากให้เขาจำได้เมื่อเขาวางมือจาก sop ของเราไปอ่านของคนอื่นต่อ วิธีลงท้าย sop มีหลายแบบ จบธรรมดาด้วยการขอบคุณสำหรับเวลา (Thank you for your time)  หรือจบอย่างชัดเจนไปเลยว่า Looking forward to see you in the upcoming academic trimester ก็ได้

เช็คลิสส่วนสำคัญของ Personal Statement

  • ใช้รูปแบบอักษร Arial (ขนาด 10) หรือ Times New Roman (ขนาด 11-12)
  • ประมาณ 4-5 ย่อหน้า (Paragraph)
  • ใช้ประโยคความเดียว ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย
  • หลีกเลี่ยงการเขียนสิ่งต่างๆที่เป็นในเชิงลบ
  • อย่าลืม ตรวจทานศัพท์ และแยกศัพท์บางคำที่เป็นของอังกฤษหรืออเมริกา เช่น Color (อเมริกา) กับ Colour (อังกฤษ) เพื่อให้ตรงกับประเทศที่คุณสมัคร
  • ควรเขียนให้อยู่ในหนึ่งหน้ากระดาษ A4 เว้นแต่ว่าหลักสูตรนั้นจะกำหนดให้ผู้สมัครเขียนมากกว่า หรือน้อยกว่าหนึ่งหน้ากระดาษ A4

Ascend Education Center ให้บริการเขียน SOP โดย น้องๆจะต้องจัดส่งข้อมูลส่วนตัว อย่างน้อย 4 ข้อดังนี้

  1. Resume/CV
  2. Link มหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัคร
  3. เหตุผลในการเืลือกเรียนสาขานี้
  4. เป้าหมายการทำงานอนาคตหลังเรียนจบ

ต้องการข้อมูลของผู้สมัครให้ได้มากที่สุด จากนั้นทางทีมงานนักเขียนจะนำไปเรียบเรียงและปรับแต่งให้เหมาะสม พร้อมกับ Double Check โดยเจ้าของภาษาก่อนส่งฉบับจริงให้

ค่าบริการเขียน SOP เริ่มต้นที่ 1000 – 1500 บาท แล้วแต่ความยากง่ายของเนื้องาน เนื่องจากรายละเอียดในการเขียนจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อมูลของแต่ละคน

To contact Jarrett Lloyd by phone, please call +66-2392-4187 or email at contact@jarrettlloyd.com

TOEIC (โทอิค) คืออะไร

TOEIC หรือ Test of English for International Communication เป็นการสอบวัดผลทางภาษาอังกฤษสำหรับคนมีความต้องการสมัครงานในองค์กรต่างๆ เพื่อยืนยันว่าเรานั้นสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดี 

TOEIC จัดทำขึ้นโดยสถาบัน Educational Testing Service (ETS) ที่เมืองพริ้นส์ตัน รัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่า เป็นองค์กรชั้นนำในด้านกรพัฒนาแบบทดสอบต่าง ๆ เช่น TOEFL, GMAT, GRE, SAT เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยนั้น มีหลายหน่วยงานและสถาบันต่างๆมากมายที่ต้องการผล TOEIC เช่น ธุรกิจการบิน การโรงแรม การท่องเที่ยว การขนส่ง สถาบันการเงิน ปิโตรเคมี ยานยนต์ โรงพยาบาล รวมทั้งบริษัทข้ามชาติอื่นๆ โดยนำไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น สำหรับพิจารณาทักษะทางภาษาอังกฤษเพื่อรับสมัครเข้าทำงาน ปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง คัดเลือกเพื่อไปอบรมสัมนาต่างประเทศ เป็นต้น

>> TOEIC ทดสอบอะไร

เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถทางด้าน Passive Skill จึงมีอยู่ 2 ส่วนคือ แบบทดสอบ การฟัง และการอ่าน และทักษะความสามารถ ในการใช้ ภาษาอังกฤษมาใช้งานจริง (Proficiency) แต่ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มแบบทดสอบด้านการพูดและการเขียนเข้ามาด้วย ทำให้ปัจจุบัน TOEIC มีการสอบสองรูปแบบคือ

  1. Classic TOEIC Test Administration (TOEIC Listening and Reading Test) การฟังและการอ่าน
  2. Redesigned TOEIC Test Administration (TOEIC Speaking and Writing Tests) การพูดและการเขียน เริ่มใช้เดือนเมษายน 2551

ข้อสอบ Classic TOEIC จะประกอบด้วยคำถาม 200 ข้อ แบ่งเป็นข้อสอบทางด้านการฟัง 100 ข้อ (ฟังจากเทปที่อัดไว้) และการอ่าน 100 ข้อ ระยะเวลาในการทดสอบประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมงครึ่งขึ้นอยู่กับการสอบแต่ละครั้ง โดยมีคะแนนเต็ม 990 คะแนน ซึ่งผลคะแนนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ภาษาของผู้สอบและมีอายุการ ใช้งานได้ 2 ปีนับจากวันที่สอบ

คะแนน TOEIC เริ่มจาก 10 คะแนนถึง 990 คะแนน โดยแบ่งคะแนนการฟังเป็น 5-495 คะแนนและ การอ่าน 5-495 คะแนน

>> TOEIC จัดสอบที่ไหน และ เมื่อไหร่ ?

ผู้ที่ต้องการสมัครสอบ TOEIC สามารถติดต่อขอสอบได้ทุกวันจันทร์ – เสาร์ตลอดทั้งปี เว้นเฉพาะวันอาทิตย์กับวันนักขัตฤกษ์เท่านั้น โดยเปิดสอบที่ทำการของศูนย์ฯที่กรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ 

สำหรับการสอบจะจัดเป็นวันละสองรอบ เวลา 9:00-11:30 น. และ 13:00-15:30 น. เป็นประจำ

ผู้ที่ต้องการสอบสามารถ โทรศัพท์สำรองที่นั่งสอบได้ที่ 0-2260-7061 ระหว่างเวลา 08:00 – 16:30 

สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการให้ศูนย์ฯ ไปจัดสอบให้นอกสถานที่ก็สามารถกำหนดวัน และเวลาสอบได้ตามความสะดวก ไม่เว้นวันอาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์

ผู้สอบ ควรโทรไปสอบถามและจองวันสอบก่อน เพราะบางครั้งที่นั่งสอบอาจจะเต็มได้

>> รายละเอียดที่ตั้ง Center for Professional Assessment (Thailand)

ศูนย์ใหญ่กรุงเทพ TOEIC Services

ศูนย์สอบโทอิค อาคาร BB tower (Bangkok Business Building)
ชั้น 19 (ข้างตึก Grammy) ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) กรุงเทพ 10110
โทรศัพท์ 0 2260 7061, 0 2664 3131
แฟกส์ 0 2664 3122
E-mail : information@toeic.co.th

ออฟฟิศสาขาเชียงใหม่

4/11 ชั้น 3 อาคารนวรัฐ
4/6 ถนนแก้วนวรัฐ ซอย 3 เชียงใหม่. 50000
โทรศัพท์ 0 5324 8208, 0 5330 6600
แฟกส์ 0 2664 3122
E-mail : toeicnorthern@toeic.co.th

วันเปิดทำการ

วันจันทร์ – วันเสาร์ เว้นวันหยุดของทางศูนย์ (วันอาทิตย์และ วันหยุดดังนี้)

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com