ระบบจัดการคลังสินค้า (CiMSO STOCKmanager หรือ Warehouse Management System – WMS)

CiMSO STOCKmanager คือ ระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Warehouse Management System – WMS) โดยจะมีกระบวนการจัดการตั้งแต่สินค้าเข้าคลังจนออกจากคลัง โดยอาศัยระบบ Barcode เข้ามาช่วยกำหนดตัวตนของสินค้า หรือวัตถุดิบแต่ละตัว กระบวนการหลักของกรจัดการคลังสินค้า คือ การรับสินค้า การจัดเก็บสินค้า และการเบิกสินค้า จัดส่งสินค้า ทั้งนี้ระบบ CiMSO STOCKmanager จะสามารถเชื่อมต่อ (intregrate) เข้ากับระบบจัดซื้อ (procurement) ระบบขายหน้าร้าน (Retail POS) รวมถึง ระบบบัญชี (Accounting – BACKoffice) ได้ทันทีขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจของลูกค้า

คุณสมบัติของระบบจัดการคลังสินค้า (Features)

  • การจัดการผลิตภัณฑ์ บริการ การเรียกเก็บเงิน หรือค่าธรรมเนียม พร้อมลิงก์สถานะ
  • ต้นทุนสูตรอาหารและเครื่องดื่ม (Bill Of Materials)
  • เชื่อมต่อแบบเรียลไทม์กับระบบบัญชีแยกประเภท บัญชีลูกหนี้และบัญชีเจ้าหนี้ (General Ledger, Debtors and Creditors)
  • ระบบบบาร์โค้ด สำหรับพิมพ์ฉลาก ในรูปแบบเดี่ยวกับ 23 ประเทศทั่วโลก
  • การจัดการปริมาณต่อบรรจุภัณฑ์มีใบสั่ง (Order) และการขาย (Sales) โดยสามารถระบุหน่วยหลักหรือย่อย (สั่งซื้อโดยกรณี – ขายโดยขวดหรือ tot
  • สามารถกำหนดราคาขายได้อย่างไม่จํากัดสําหรับความแตกต่างของราคาตามสถานะหรือที่ตั้งของลูกค้า
  • การรวมบัญชีแยกประเภทอย่างราบรื่นตามการตั้งค่าที่กําหนดไว้ล่วงหน้า
  • สามารถคำนวนต้นทุนสินค้าโดยเฉลี่ยต่อบริษัท คลังสินค้าและร้านค้า
  • นับสต็อก (Stock Take) อย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์มือถือที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการนับสต๊อก
  • สามารถนับสต๊อกได้โดยไม่ต้องหยุด operation
  • สามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายตามรายละเอียด รหัสสินค้า ประเภทของสินค้า สถานที่จัดเก็บสินค้า
  • สามารถบันทึก Stock Card การรับเข้า-เบิกออก ทดแทน การจดบันทึก Manual
  • สามารถตั้งจำนวนสินค้า Min-Max Stock ของสินค้าแต่ละรายการได้
  • Report ได้หลากหลายเพื่อช่วยในการทำงาน และการตัดสินใจ

การจัดการคลังสินค้า (Inventory Transactions)

  • การนับสต๊อกและรับของเข้าสต๊อก การโอนระหว่างแผนก โอนระหว่างสาขา
  • สามารถออกใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ ใบสำคัญรับสินค้า
  • การขายเงินสด การออกใบแจ้งหนี้ และการแก้ไข ยกเลิกใบแจ้งหนี้ที่มีผลต่อสินค้าในคลัง
  • เงินสดและ การสร้างใบเพิ่มหนี้ และการคืนสินค้า
  • พิมพ์บาร์โค้ดผ่านโปรแกรมได้ ทันทีง่าย ไม่เสียเวลาออกแบบ

การควบคุมกระบวนการจัดซื้อ(Procurement Control)

  • การจัดการซัพพลายเออร์ที่ต้องการด้วยระบบควบคุมการเสนอราคาหรือการจัดการสัญญาซื้อขาย
  • สามารถตั้งค่าผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างได้หลายระดับและหน้าต่างการประมวลผลธุรกรรม
  • สามารถตั้งค่าการขอใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ ใบสำคัญรับสินค้า โดยมีการอนุมัติคำสั่งหลายระดับ
  • สามารถตั้งค่าให้ระบวนการสั่งซื้อถูกตรวจสอบตามงบประมาณทางการเงิน(budget)ที่จำกัดโดยอัตโนมัติ
  • การรับสินค้าเข้าโดยมีฟังก์ชันการแปลงใบสั่งซื้อเป็นใบรับสินค้า การจัดการคลังสินค้าและการโอนระหว่างคลังสินค้า

Back Office (บัญชีและการเงิน)

  • เชื่อมโยง ข้อมูลกับระบบบัญชี อัตโนมัติ real time เมื่อมีความ เคลื่อนไหวของสินค้า
  • สร้างรายการขอซื้อ ใบสั่งซื้อสินค้า เมื่อระดับสินค้าคงคลัง ต่ำกว่าปริมาณที่ตั้งค่าไว้ หรือเมื่อมี การสั่งซื้อสินค้า สามารถติดตาม สินค้าที่จะรับเข้าคลัง
  • รายงานการขายประจำวัน/ประจำเดือน แยกตามพนักงานขายหรือรวมทั้งหมด
  • รายงานการออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี เต็มรูปแบบ ประจำวัน ประจำเดือน
  • รายงานสรุปรายได้ แยกตามราคา
  • รายงานภาษีขายประจำเดือน

รายงาน (Report)

  • สามารถเรียกดูรายงานแบบ real-time
  • งานรายงานสรุปต่างๆเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสินค้า
  • รายงานสรุปสินค้าคงเหลือแยกตามรายการสินค้า คลังสินค้า
  • รายงานสต๊อกสินค้าอื่นๆ

Seamless Integration to:

  • CLIENTmanager CRM, business administration, communications and accounting control
  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City
  • RESTaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SHOPkeeper retail point of sale software
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • ACTIVities recreational activities scheduler
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling

ข้อดีของการใช้ระบบ CiMSO STOCKmanager

  • เพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วและลดความผิดพลาด
  • มีความถูกต้องแม่นยำในการจัดการกับระบบคลังสินค้า
  • ลดรายจ่าย ในการจ้างพนักงานที่ทำงานซ้ำซ้อน
  • ลดปัญหาสินค้าค้างสต็อก
  • ควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ
  • การปฎิบัติงานประจำวัน (Daily Operation)
  • การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล (Inventory Control and Analysis)
  • งานบัญชีและการเงิน

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

คุณสมบัติเด่นของ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคน ที่เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีก ที่ต้องการหาโซลูชั่น ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณต้องอ่านบทความนี้และพิจารณาเลือก ERP ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

  1. สามารถควบคุมการทำงาน (workflow) การค้าปลีกได้อย่างอัตโนมัติ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมค้าปลีกของคุณได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ ก็คือ ความสอดคล้องของข้อมูลไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าด้วยการไปที่หน้าร้าน หรือสั่งสินค้าผ่านออนไลน์ก็ตาม ระบบ ERP ควรสามารถรวมข้อมูลและจำนวนสินค้าคงเหลือได้เป็นหนึ่งเดียวและง่ายต่อการบริหารจัดการ

ระบบ ERP ช่วยผู้ประกอบการค้าปลีกในการจัดการกับความล่าช้าของข้อมูล เนื่องจากระบบ ERP สามารถส่งคำสั่งซื้อไปยังคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ และยังปรับปรุงสถานะการสั่งซื้อ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนการปฏิบัติการตรงนั้นได้ นอกจากนั้นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องจะสามารถได้รับข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ผ่านรางงานแบบทันที และแผนกบัญชีก็จะสามารถรับรู้รายได้ได้ทันที ซึ่งองค์กรของคุณจะมีเครื่องมือในการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสามารถใช้ข้อมูลเพื่อจัดการลูกค้าอย่างเป็นส่วนตัวในทุกช่องทางการขาย – ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า – เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งค้าปลีกและค้าส่งของคุณ

  1. การจัดการสินค้าคงคลังหลายสถานที่และเรียลไทม์ (Multi-Location & Real-Time Inventory Management)

ในฟังก์ชั่นการจัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณจะสามารถจัดหารสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายผ่านการอัพเดทอัตโนมัติในทุกช่องทางการขาย ไม่ว่าจะหน้าร้าน ออนไลน์หรือผ่านตัวแทนขาย และสามารถมองเห็นคลังได้ทั่วทุกสถานที่ของคุณอย่างเรียลไทม์และแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณจะสามารถทำการเติมสินค้าเข้าคลังสำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถยกเลิกการขายสินค้าบางตัวที่ยอดขายต่ำได้

ด้วยกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังที่มีความคล่องตัวและอัตโนมัติมากขึ้นในทุกช่องทางการขายคุณจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความชัดเจนของส่วนต่างที่สามารถมองเห็นได้จากคำสั่งซื้อแต่ละรายการรวมถึงความสามารถในการเข้าถึงรายงานสินค้าคงคลังข้อมูลการขายในอดีต รายงานที่ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อเพิ่มเติมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องบอกลูกค้าอีกต่อไปว่ามีรายการ แต่ (น่าเสียดาย) หมด

  1. การจัดการสินค้าแบบบูรณาการ (Integrated Warehouse Management)

ระบบ ERP จะช่วยให้คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและลดความผิดพลาดในการจัดการสินค้าคงคลังรวมถึงเพิ่มความสามารถในการเติมเต้มสินค้าที่ขาดได้ทันถ้วงที

การทำงานแบบบูรณาการการจัดการคลังสินค้าของ ERP ค้าปลีกที่ดี จะสามารถรองรับการสแกนบาร์โค้ดนับสินค้าคงคลังและสินค้าคงคลังกลับมาในขณะที่ถูกบูรณาการอย่างเต็มที่กับธุรกิจทั้งหมดของคุณ – รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลัง , การจัดการเพื่อการขาย , การซื้อและการจัดการซัพพลายเออร์ , การบริการลูกค้าและการบัญชี

ดังนั้นคุณจะลดเวลาในการจัดส่งกำจัดข้อผิดพลาดลดต้นทุนการประมวลผลและประหยัดเวลาทำให้คุณมีอิสระที่จะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของรายได้

  1. การจัดการคำสั่งหลายช่องทาง (Multichannel Order Management)

การสนับสนุนประสบการณ์การช็อปปิ้งที่รวดเร็วและไหลลื่นของลุกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขายที่ไหนและเมื่อใดก็ตามเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ไม่ว่าคุณจะเลือกขายสินค้า ผ่าช่องทาง ออฟไลน์ ออนไลน์หรือผ่านการขายส่ง ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีกจะจัดการทุกอย่างภายในระบบรวมศูนย์สำหรับคุณทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์และสร้าง Loyalty Programของลูกค้า

การบูรณาการช่องกางการขายทั้วหมดเข้ากับระบบ ERP จะช่วยให้คุณมั่นใจ ERP ว่าคำสั่งซื้อทั้งหมดของคุณสามารถดาวน์โหลดและจัดเก็บโดยอัตโนมัติภายในระบบ ERP ของคุณ หากเป็นไปได้คุณควรมองหาระบบที่มีโหมดออฟไลน์ด้วยดังนั้นคุณควรพบว่าตัวเองไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต – เช่นขณะอยู่บนท้องถนนที่งานแสดงสินค้ากิจกรรมหรือที่ร้านป๊อปอัพของคุณ- คุณยังสามารถใช้ยอดขายและบันทึกผลกำไรได้

  1. บูรณาการกับระบบัญชี (Integrated Accounting)

พื้นฐานของระบบบัญชี ของ ERP คือ คุณจะรู้เสมอว่าเงินใดที่เป็นหนี้กับซัพพลายเออร์ของคุณและเมื่อถึงกำหนดชำระทำให้คุณสามารถเก็บยอดเจ้าหนี้ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายใบแจ้งหนี้หรือข้อผิดพลาดซ้ำซ้อนที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ เห็นภาพส่วนลดที่เหมาะสมปรับปรุงความสัมพันธ์กับผู้จัดหาสินค้า(Supplier) และโดยทั่วไปจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งธุรกิจ

นอกจากนี้ ERP แบบขายปลีกจะมาพร้อมกับคุณสมบัติการบัญชีค้าปลีกที่จำเป็นเช่นราคาที่ดินและสกุลเงินหลายสกุล

ด้วยซอฟต์แวร์ที่ติดตามต้นทุนที่ดินของแต่ละผลิตภัณฑ์เช่นค่าขนส่ง, ภาษีนำเข้า, ประกันและภาษีอื่น ๆ คุณจะรู้ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ของคุณและดังนั้นอัตรากำไรของคุณจะดีขึ้นเพียงใด นอกจากนี้กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดของคุณจะถูกบันทึกและบันทึกโดยอัตโนมัติภายในรายงานทางการเงินของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถเติบโตทางธุรกิจของคุณผ่านทางการค้าข้ามพรมแดนด้วยความสบายใจ

หากประสิทธิภาพและการเติบโตทั่วโลกเป็นเป้าหมายที่คุณมีอยู่แล้ว ERP สำหรับุรกิจค้าปลีกจะเหมาะกับคุณ

  1. การวางแผนอุปสงค์และการพยากรณ์สินค้าคงคลัง (Demand Planning & Inventory Forecasting)

ปัจจุบันนี้ ลูกค้าส่วนมากจะคุ้นเคยกับการได้รับสิ่งที่ต้องการซื้อทันทีเมื่อต้องการ หากคุณไม่สามารถจัดหาสิ่งนั้นให้กับลูกค้าได้ ลูกค้าก็ไม่ลังเลที่จะสั่งซื้อสินค้าจากคู่แข่ง นี่คือเหตุผลที่  จะต้องให้บริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและรวมถึงการตอบสนองความต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณซึ่งทำให้การพยากรณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก ทำให้การติดตามแนวโน้มการซื้อสินค้าที่ผ่านมาและการคาดการณ์ความต้องการของลุกค้าในอนาคตนั้นง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากซอฟต์แวร์รวมศูนย์ข้อมูลสินค้าคงคลัง การขาย การจัดซื้อ การบัญชีและการรายงานทั้งหมดไว้ในระบบเดียว คุณสามารถจัดการปริมาณสินค้าคงคลังในมือ เพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลังและจัดการการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์และแม่นยำในสต็อคของคุณ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเติมเต็มสินค้าที่ขายดีที่สุดของคุณได้อย่างรวดเร็วรวมถึงยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมน้อยลง นอกจากนี้การผสานรวมกับเครื่องมือผู้เชี่ยวชาญเช่นเครื่องมือวางแผนสินค้าคงคลังช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์อุปสงค์และสินค้าคงคลังล่วงหน้าได้อย่างง่ายดายซึ่งรับประกันว่าจะขายได้ดี

  1. บูรณาการกับ ระบบ CRM (Integrated Retail CRM)

ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีก เพราะลูกค้าสามารถสร้างหรือทำลายความสำเร็จของคุณ ระบบ ERP ที่ดีจะมีโมดูลที่จะช่วยจัดการลูกค้าโดยเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นในการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ทันสมัยในปัจจุบัน

คำสั่งซื้อ อีเมล์และบันทึกการโทรทั้งหมดลงทะเบียนกับบันทึกการติดต่อ ทำให้ให้คุณมีประวัติลูกค้าและการสั่งซื้อที่สมบูรณ์ คุณจะสามารถเข้าถึงประวัติการสั่งซื้อเต็มรูปแบบและการโต้ตอบกับลูกค้าพนักงานของคุณสามารถรวมแนวทางของพวกเขาที่มีต่อลูกค้าของคุณเข้าด้วยกันปรับปรุงการบริการลูกค้าของบริษัทคุณ

ข้อมุลเหล่านี้ยังช่วยให้คุณปรับการทำการตลาดของคุณ เช่น เช่นคุณจะสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลประวัติการสั่งซื้อเพื่อช่วยระบุโอกาสในการขายต่อและเพิ่มยอดขายภายในฐานลูกค้าปัจจุบัน

การได้รับความชัดเจนมากขึ้นว่าลูกค้าของคุณคือใครและคุณจะสนับสนุนพวกเขาได้ดีขึ้นอย่างไรนั้นเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากของระบบ ERP ค้าปลีก และเป็นสิ่งที่ผู้ค้าปลีกรายใดควรตระหนักว่าเป็นปัจจัยสำคัญ

  1. ฟังก์ชั่นค้าปลีกและค้าส่งไฮบริด (Hybrid Retail & Wholesale Functionality)

การมีมีคู่ค้าหลายรูปแบบจะไม่เป็นปัญหาที่ยุ่งยากอีกต่อไป ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายระบบจะเป็นระบบไฮบริด ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถให้บริการทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่ง ระบบ ERP ของ CiMSO ก็เช่นกัน

ด้วยระบบ ERP ไฮบริดเหล่านี้คุณจะสามารถเข้าถึงการตรวจสอบลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและประวัติการสั่งซื้อก่อนหน้านี้สำหรับลูกค้าหรือลูกค้าทุกคนทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับลูกค้าของคุณและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลุกค้า

  1. การจัดการผลตอบแทน (Returns Management)

การส่งคืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่ ซึ่งหมายถึงระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ดีควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสนับสนุนวิธีที่คุณต้องการประมวลผลการคืนสินค้าแต่ละครั้ง

ระบบมักจะอนุญาตให้คุณนำสินค้ากลับไปที่คลังสินค้าเพื่อขายต่อทันทีหรือหากสินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่งหรือผิดปกติคุณจะสามารถวางสินค้าไว้ในตำแหน่ง ‘กักกัน (quarantine)’ เพื่อตรวจสอบในภายหลังหรือสามารถตัดสินค้าออกจากคลังทั้งหมดได้หากจำเป็นเช่นกัน

สำหรับการคืนเงินด้วยระบบ ERP แบบขายปลีก คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะออกเงินคืนทันที หรือจัดสรรการชำระเงินตามคำสั่งซื้อคงค้าง หรือเก็บเงินในยอดเงินในบัญชีของลูกค้าเพื่อให้สามารถใช้กับอนาคตได้  

สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะยังคงยืดหยุ่นและปรับตัวได้แม้ในช่วงหลังการขาย

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP ของ CiMSO จะช่วยปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังของ ธุรกิจค้าปลีกได้อย่างไร

ปัจจุบันนี้ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่ๆ 2 ประการก็คือ ความคาดหวังของลูกค้าที่มากขึ้นและ ระบบ E-commerceใหม่ๆ  ซึ่งลูกค้าหลายคนซื้อสินค้าและเปรียบเทียบราคาสินค้าผ่านออนไลน์แอพพลิเคชั่นต่างๆ จะคาดหวังว่าผู้ขายจะให้บริการรวดเร็วแบบ 24/7 และสม่ำเสมอในทุกช่องทางการขาย และนี่คือที่มาของ ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก เพราะหากองค์กรธุรกิจค้าปลีกไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วแล้ว องค์กรก็จะล้มเหลว

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก เป็นโปรแกรมการจัดการข้อมูลที่ครอบคลุม สามารถช่วยผู้ค้าปลีกในการปรับปรุงกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้บริษัทสามารถจัดการต้นทุนและเติบโตเชิงกลยุทธ์

นักธุรกิจค้าปลีกสามารถใช้ระบบ ERP เพื่อลดปัญหาที่มาพร้อมกับการจัดการสินค้าคงคลังได้ 3 วิธีด้วยกันครับ

  1. Integrate ระบบ ERP กับ ระบบจุดขาย (Point Of Sale – POS) ในสถานที่ค้าปลีกต่างๆ

หากไม่มีการ Integrate ระบบ ERP และ POS เข้าด้วยกัน ร้านค้าปลีกที่เป็นสาขาต่างๆหรือร้านค้าเครือข่าย จะไม่รู้ว่าแต่ละร้านค้ามียอดขายเท่าใดจนถึงสิ้นวันหรือตามเวลาที่กำหนด และเพื่อรวบรวมข้อมุล ฝ่ายบริหารที่สำนักงานใหญ่จะต้องเรียกข้อมูลจากสถานที่ตั้งร้านค้าอื่น ๆ และรับข้อมูลทางโทรศัพท์ การรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างระบบ POS จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากนี้ ดังนั้น เมื่อลูกค้าซื้อรถแทรกเตอร์สนามหญ้า สำนักงานใหญ่ควรรู้ทันทีและไม่ต้องรอจนถึงวันถัดไปเพื่อรวบรวมข้อมูล

ระบบ POS ที่เชื่อมต่อกับระบบคลังสินค้าของ ERP จะช่วยลดความเสี่ยงของข้อผิดพลาดที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง โดยปกติแล้ว บริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์ผ่าน Amazon ใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน 3 ระบบ คือ 1. ระบบแรกที่ใช้ในการจัดการสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ   2. ระบบ POS และ 3. ระบบ ERP ของ บริษัท อย่างไรก็ตามเพื่อตอบสนองการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของลูกค้าข้อมูลจะต้องป้อนด้วยตนเองในระบบ ERP นอกจากนี้ บริษัท ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับสถานะการสั่งซื้อและการจัดส่งซึ่งอาจต้องป้อนข้อมูลนี้ลงในระบบอีคอมเมิร์ซด้วยตนเอง หากระหว่างทางลูกค้าไม่ได้สื่อสารกับหรืออาจได้รับรายการที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลด้วยตนเองบุคคลนั้นมีแนวโน้มที่จะแบ่งปันประสบการณ์เชิงลบในโซเชียลมีเดีย

  1. ป้องกันสินค้าออกและสินค้าคงคลังส่วนเกิน

ข้อดีอีกประการของระบบ POS แบบที่ Integrate กับ ระบบ ERP ก็คือ การตรวจสอบแบบเรียลไทม์เมื่อสินค้าคงคลังเต็มหรือหมด

หลังจากที่ผู้ค้าปลีกเข้าสู่ฟังก์ชั่นสินค้าคงคลังในระบบ ERP  ระบบจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าใดคงเหลือต่ำหรือใกล้ถึงจุดสั่งซื้อ ระบบ ERP สามารถแนะนำจำนวนการสั่งซื้อและเตือนเกี่ยวกับสินค้าคงคลังที่ต่ำอย่างยิ่ง จากนั้นเพื่อเติมเต็มผลิตภัณฑ์ระบบ ERP สามารถคำนึงถึงระยะเวลารอคอยสินค้าจากผู้ขายหรือประมาณระยะเวลาที่สินค้าคงคลังในปัจจุบันจะใช้เวลานานขึ้นอยู่กับข้อมูลการขายในอดีตที่ปรับตามฤดูกาล

  1. บันทึกข้อมูลประวัติเพื่อปรับปรุงคำสั่งซื้อตามฤดูกาลและประจำปี

ระบบ ERP สามารถคาดการณ์สินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ค้าปลีกเรียกใช้กิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมตามฤดูกาลหรือสั่งซื้อรายปี การใช้ข้อมูลการขายในอดีต เช่น 2-5 ปี จากระบบ ERP จะทำให้บริษัทสามารถคาดการณ์สินค้าคงคลังที่ลูกค้าต้องการต้องการ การคาดการณ์ซัพพลายเออร์ ปัจจัยตามฤดูกาลและการส่งเสริมการขาย และข้อจำกัดทางธุรกิจ เช่น ข้อจำกัดของพื้นที่คลังสินค้า

การเลือกใช้ ระบบ ERP ที่ Integrate กับ POS จะทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังและดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกียวกับ CiMSO STOCKmanager – Inventory & Procurement Software ติดต่อ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com