สัญญาณที่บ่งบอกว่า องค์กรของคุณควรใช้หรือเปลี่ยนระบบ ERP ที่ใช้อยู่

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน นอกจากปัจจัยทางการเงิน การลงทุน การตลาด การผลิตและการให้บริการแล้ว ยังมีปีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบดต พัฒนาอย่างยั่งยืน คือ กระบวนบริหารและจัดการทรัพยากร

ต้องยอมรับนะครับว่า ยิ่งคุณต้องการให้องค์กรของคุณเติบโตเท่าใด การจัดการข้อมูลในองค์กรที่มีฐานข้อมูลเดียว เพื่อส่งเสริมให้การบริหารทางด้านการเงิน จัดซื้อ สต๊อกสินค้า (คลังสินค้า) ลูกค้าสัมพันธ์ และการทำการตลาด ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญ

ถ้าตอนนี้องค์กรณ์ของคุณ ยังไม่มีการรวบรวมช้อมูลต่างๆ หรือยังไม่สามารถมีข้อมูลที่เป็นฐานข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น คุณใช้ทั้ง Excel, Spreadsheet, E-commerce, mailchimp เป็นต้น แปลว่าคุณเริ่มต้องการระบบ ERP หรือ  Enterprise Resource Planning แล้วครับ

มาดู สัญญาณที่บ่งบอกว่า องค์กรของคุณควรใช้หรือเปลี่ยนระบบ ERP ที่ใช้อยู่ กันครับ

  1. องค์กรมีการจัดเก็บข้อมูลไว้หลายที่ หลายแผนก กระจัดกระจาย ไม่เห็นภาพรวม

การที่คุณมีข้อมูลจัดเก็บไว้หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณแยกแผนกองค์กร เช่น งานขาย งานลูกค้าสัมพันธ์ งานคลัง ซึ่งคุณเลือกใช้ซอฟต์แวร์หลากหลายซอฟต์แวร์เพื่อสนองความต้องการของพนักงานแต่ละแผนก ใช่ครับ…แรกๆ มันจะสะดวกสบายสำหรับพนักงานแต่ละแผนก ทำงาน ได้ผลงาน ง่ายต่อความถนัดของแต่ละคน แต่ในระยะยาวคุณ ในฐานะผู้บริหาร จะเริ่มไม่แน่ใจกับความสะดวกสบายเหล่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่า MA แยกระบบ (ค่าMA หลายระบบรวมกัน มูลค่าอาจแพงกว่าการที่คุณซื้อ ERP ใหญ่ๆสักระบบและใช้ได้กับทั้งองค์กรนะครับ) การติดต่อผู้พัฒนาระบบหลายเจ้าจนสับสนไปหมด ยังมีเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะเริ่มไม่แน่ใจกับข้อมูลที่ได้จากหลายๆแผนกรวมกัน ว่าข้อมูลไหน คือ ข้อมุลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และนำไปวิเคราะห์ได้จริง

 

นอกจากนั้น การที่ข้อมูลธุรกิจของคุณกระจัดกระจายอยู่กับ ระบบหลายระบบ ซึ่งมีความเสี่ยงว่าจข้อมูลจะรั่วไหล และคุณอาจไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูล (ตามข้อกำหนดของการใช้ระบบ) ทำให้คุณมีข้อจำกัดในการได้มาซึ่งข้อมูลที่ควรเป็นของคุณ

 

  1. พนักงานทำงานซ้ำซ้อน ทั้งๆ ที่บางอย่างสามารถ Automate ได้

หากว่าองค์กรของคุณยังคงใช้ “คน” ในการก๊อปปี้ข้อมุลจากแผนกหนึงไปคีย์ข้อมูลเข้าอีกแผนกหนึ่งอยู่ นี่คืออีกหนึ่งสัญญาณสำคัญบ่งบอกว่า คุณควรจัดหาระบบหรือซอฟต์แวร์เข้ามาทำงานแทน เพราะปัจจุบันงานหลากหลายงานของงานบริหารและการจัดการข้อมูล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พนักงานหลายคนเท่าแต่ก่อนแล้ว หากคุณเลือกใช้ ERP Software เข้ามาจัดการแทน

 

ข้อดีของการใช้ ERP Software เข้ามาจัดการงานข้อมูลแทนคน ก็คือ ความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลจะหายไป และการส่งต่อข้อมูลระหว่างแผนกจะมีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ ทำให้เจ้าของกิจการสามารถการนำข้อมูลที่ได้จากระบบไปวิเคราะห์ ใช้งานได้อย่างมีประสิทิภาพ

 

ERP Software สามารถจัดการ ฐานข้อมุล ให้กับองค์กรได้ ตั้งแต่ การบันทึกข้อมูลลูกค้า ผู้จำหน่าย สินค้าคงคลัง การเงิน ซึ่งข้อมูลของทุกแผนก ทุกระบบปฏิบัติการ จะสามารถเชื่อมต่อ ส่งต่อถึงกันโดยอัตโนมัติ โดยที่พนักงานไม่ต้องคีย์ข้อมูล ก็อปปี้ข้อมูลไปมา หรือให้คนมาเชื่อมต่อข้อมูลให้

  

  1. ซอฟต์แวร์หรือระบบที่ใช้อยู่ ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ

หากระบบหรือซอฟต์แวร์ที่คุณใช้อยู่ไม่ครอบคลุมกับคสามต้องการของธุรกิจ ขาดข้อมูลอย่างเรียลไทม์ หรือมีปัญหาต้องแก้ไข Bugs แก้ Error อยู่เสมอ รวมถึงระบบปฎิบัติการมีความล้าช้า ทำให้คุณให้บริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่ นอกจากนั้นยังไม่สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญ เพื่อให้แผนกอื่นๆทำงานต่อไปอย่างไม่สะดุด นี่ก็นเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ทำให้คุณรู้ว่าจะต้องเริ่มหาระบบใหม่แบบ ERP Software เข้ามาใช้แล้วครับ 

 

  1. ไม่เห็นข้อมูลได้อย่างทันที (Real-time) ต้องรอทำรายงานย้อนหลัง

ระบบหรือซอฟต์แวร์ที่ดีในยุคปัจจุบัน ที่ข้อมูล หรือ Data เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจขององค์กร ดังนั้นระบบควรจะต้องรวบรวมข้อมูลและทำให้ผู้บริหารเป็นข้อมุลได้อย่างเรียลไทม์ หากระบบที่คุณใช้อยู่ทำให้คุณไม่สามารถเห็นหรือได้รับข้อมูลอย่างเรียลไทม์ คณจะไม่สามารถวางแผนการตลาก การดำเนินงานขององค์กรได้อย่างแม่นยำ นี่ทำให้หลายบริษัทในยุคปัจจุบันเลือกใช้ระบบ ERP เพื่อการดูข้อมูลองค์กรในภาพรวม (รวมทุกข้อมูล) ทำให้สามารถวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมได้ในทันทีและตัดสินใจได้ทันที

 

  1. ผู้ให้บริการไม่ซับพอร์ตหรือขาดความน่าเชื่อถือ

หากระบบหรือซอฟต์แวร์ที่คุณใช้อยู่เป็นระบบที่ผู้บริการไม่มีทีมที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ต้องรอเกินกว่า 1 วัน อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อธุรกิจได้ หรือหากคุณต้องใช้หลายซอฟต์แวร์ และไม่รู้ว่าซอฟต์แวร์ไหนมีปัญหากันแน่ คุณจะต้องเสียเวลาติดต่อผู้ให้บริการ/ผู้พัฒนาหลายเจ้า และไม่รู้ว่าระบบของเจ้าไหนที่มีปัญหา แบบนี้ยิ่งทำให้ธุรกิจของคุณสะดุดไปอีกครับ

 

เมื่อคุณพบว่าคุณเจอปัญหาเหล่านี้ และหากคุณรู้ว่าปัจจุบันนี้ มีระบบ ERP Software ที่คุณสามารถใช้เพียงเจ้าเดียวและระบบครอบคลุมทุกฟังก์ชั่น เป็นคุณจะไม่เปลี่ยนมาใช้เจ้าเดียวที่ลงทุนครังเดียว ลดปัญหา และตอบโจก์ความต้องการมากกว่าการปะผุความต้องการด้วยการใช้หลายระบบเชียงหรือ

 

ทั้ง 5 ข้อข้างต้น เป็น สัญญาณที่บ่งบอกว่า องค์กรของคุณควรใช้หรือเปลี่ยนระบบ ERP ที่ใช้อยู่แล้วครับ หากคุณต้องการระบบ ERP ที่มีทั้งระบบปฏบัติการส่วนหน้า (ในธุรกิจสนามกอล์ฟ โรงแรม ร้านอาหาร รีเทล์ สปา เป็นต้น) และมีระบบบัญชี การคลัง การจัดการข้อมูลสมาชิก ติดต่อ CiMSO ERP Software ครับ เพราะเราคือผู้ให้บริการที่มีความเชื่อถือ มีทีมงานคอยซับพอร์ต และเป็นองค์กรที่พัฒนาซอฟต์แวร์อยู่เสมอ เราจะเป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่ดีที่จะคอยส่งเสริมให้ธุรกิจของคุณเติบโตสู่เป้าหมายที่ต้องการครับ ติดต่อเรา cimso@aecenlist.com หรือ 029324186

7.1 Ci Header BACKoffice

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ข้อผิดพลาด ที่ทำให้การ Implement ระบบ ERP ของคุณต้องสะดุด

บทความที่แล้ว ผมอธิบายถึงขั้นตอนการ Implement ระบบ CiMSO ERP Software ซึ่งมีขั้นมีตอน มีเอกสารควบคุม และมีแบบแผนการ Implement แบบ PRINCEII Project Management ซึ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า การขึ้นระบบ CiMSO ERP จะสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีขั้นมีตอน มีความโปร่งใส และสามารถ GO-LIVE ได้ตามแผนการที่ตั้งเป้าไว้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ในการ Implement ระบบ ERP นั้น ก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบ และเป็นข้อผิดพลาด ที่อาจทำให้การ Implement ระบบ ERP ของคุณต้องสะดุด ดังนี้

  1. ขาดความใส่ใจของผู้บริหาร

สิ่งแรกและสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงระบบ ERP คือ วิสัยทัศน์ การเห็นความสำคัญ และความใส่ใจ มุ่งมั่น ของผู้บริหารครับ ผมบอกได้เลยว่าถ้าตัวผู้บริหารเองยังไม่เป็นความสำคัญและไม่มุ่งมั่นที่จะใช้ระบบ ERP ในการควบคุมการทำงานขององค์กร ไม่ว่าระบบ ERP ที่คุณเลือกใช้จะดีแค่ไหน การ Implement ระบบก็จะไม่มีวันสำเร็จไปได้ครับ เพราะการ Implement ระบบ ERP คือความร่วมมือของคนทั้งองค์กร ซึ่งเจ้าของระบบจะต้องเข้าไปประสานงาน ขอข้อมูลกับพนักงานทุกแผนกขององค์กร ผู้บริหารหรือ Top Management ควรจำทำความเข้าใจกับพนักงาน ถึงความต้องการ เป้าหมาย ทำให้พนักงานเข้าใจและเห็นว่าจะมีทีมงานผู้ดูแลระบบ ERP เข้ามาพัฒนาระบบขององค์กร และเข้ามาทำการอบรมการใช้งานระบบให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้พนักงานทุกคนขององค์กรทำงานง่ายขึ้น มีระบบระเบียบ ลดความผิดพลาด ทำให้องค์กรสามารถเติบโตแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดในปัจจุบันได้  

  1. ขาด System Champion

นอกจากความใส่ใจของผู้บริหารในการทำความเข้าใจกับพนักงานขององค์กรระดับหัวหน้าแล้ว การ Implement ระบบ ERP จำเป็นที่จะต้องมีผู้ประสานงานหลัก หรือที่เราเรียกกันว่า System Champion ซึ่งเป็นคนที่จะสามารถสื่อสารได้กับทุกแผนกขององค์กร เป็นตัวกลางระหว่าง ผู้พัฒนาระบบ, ผู้บริหารและทีมพนักงานแต่ละแผนก เพื่อทำความเข้าใจ รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนตาม requirement ส่งให้กับผู้พัฒนาระบบ นอกจากนั้น ทำหน้าที่ อัพเดทความคืบหน้าของโครงการให้กับผู้บริการองค์กรด้วย System Champion ควรจะต้องเป็นผู้ที่มีความ Positive เป็นคนกลางที่ดี ที่มีความเข้าใจทั้งการทำงานของทีมพัฒนาและพนักงาน มีเป้าหมายในการที่จะต้อง implement และ GO LIVE ให้ได้ แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรค์บ้างก็ตาม    

  1. ขาดข้อมูลที่ดี

ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการความผิดพลาดในการวางแผนการตลาด การวางแผนการผลิต การวางแผนด้านวัสดุ การวางแผนการทำงาน การผิดพลาดในการวางแผนงานนั้นทำให้ระบบเสียความเชื่อถือ พนักงานหมดกำลังใจที่จะใช้งาน ระบบ ERP ควรจะมีการวางแผน การใส่ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนเริ่มใช้งาน การให้ความรู้ผู้ใช้งานว่าผลกระทบของการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดเป็นอย่างไร

  1. ขาด Project Management ที่ดี

ด้วยขอบเขตงาน ขนาด และความซับซ้อน ของการวางระบบ ERP ทำให้การวางแผนงาน Project Management ในจุดที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยถูกมองข้าม ซึ่งทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นที่หลัง เช่น เวลาสำหรับการทำเอกสาร การผสมผสานของระบบ การทดสอบ ก่อนที่จะเริ่มระบบใหม่ เป็นปัจจัยข้อผิดพลาดสำคัญที่เกิดขึ้น ดังนั้น ตอนที่คุณเลือกระบบ ERP มาใช้ในการจัดการองค์กร คุณควรจะเลือก ผู้พัฒนาระบบ ที่ใช้กลยุทธ์การจัดการโครงการที่ดี เช่น CiMSO ERP Software เลือกใช้ Prince II Project Management ซึ่งเป็นการ Implement ระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีเอกสารควบคุมการทำงานในทุกขั้นตอน ทำให้การ implement ไม่มีความล่าข้า และสามารถ GO-LIVE ได้จริง

อย่าลืมว่า การร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานในองค์กรนั้นเป็นส่วนสำคัญในการทำงาน การเรียนรู้เทคโนโลยีถือเป็นอุปสรรคสำคัญของหลายบริษัท แต่ในความจริง เทคโนโลยีนั้นเป็นเพียงส่วนสนับสนุนไม่ใช่เป้าหมายหลัก สำหรับเป้าหมายหลักนั้นคือ การจัดการงานระบบโครงสร้างของธุรกิจ ดังนั้นทีมงานจึงควรเข้าใจหลักการของ Project Management ในเรื่องของการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การสร้างแผนงานที่ถูกต้อง การดำเนินการเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายครับ

  1. ขาดความตั้งใจในการเรียนรู้ระบบใหม่ๆของพนักงาน

การเรียนรู้ โปรแกรมใหม่อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน หรืองานปัจจุบันนั้นยุ่งยากอยู่แล้ว ทำให้ผู้เรียนนั้นไม่สบายใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือสร้างวิธีการทำงานที่ผิดๆ ทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ก็คือ การลงทุนในการจัดการการเปลี่ยนแปลง โดยที่ ผู้บริหารควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้ในทุก modules และ functions ของระบบ นอกจากนี้ควรตอบแทนพนักงานด้วยสิ่งตอบแทนที่พนักงานต้องการ เช่น ฟังก์ชั่นที่ทำงานพนักงานทำงานง่ายกว่าเดิม เป็นต้น

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบแม่บ้าน CiMSO HOUSEkeeper – Cleaning & Servicing Software ช่วยให้แผนกแม่บ้านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร

แผนกแม่บ้าน (housekeeping) เป็นอีกแผนกหนึ่งที่มีความสำคัญในการบริหารจัดการโรงแรม ถึงแม้ว่า ปกติแล้วจะไม่ได้เป็นแผนกที่มีการติดต่อโดนตรงกับแขกก็ตาม แต่หากขาดแผนกแม่บ้านแล้วล่ะก็ การบริการห้องพักของโรงแรมก็จะสะดุดทันที เนื่องจากแผนกแม่บ้านเป็นแผนกที่เป็นผู้รับผิดชอบในการทำความสะอาดห้องพัก ถ้าห้องพักไม่สะอาดโรงแรมก็ไม่สามารถนำออกมาขายให้กับแขกได้ นอกจากนี้ สถานที่ต่างๆ ภายในโรงแรม ที่มีส่วนในการให้บริการกับแขก จำเป็นต้องมีการทำความสะอาด ดูแลรักษาและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณห้องโถง สระว่ายน้ำ ทางเดินต่างๆ ห้องอาหาร เป็นต้น ดังนั้น หากแผนกแม่บ้านสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้แขกเกิดความประทับใจและเกิดความมั่นใจในเรื่องความสะอาด ปลอดภัยในการเข้าพัก ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการการทำงานของแผนกแม่บ้าน เช่น CiMSO HOUSEkeeper เป็นต้น

คุณสมบัติของระบบจัดการแม่บ้าน CiMSO – HOUSEkeeper

  • ตารางมุมมองคุณสมบัติโค้ดสีที่หลากหลายพร้อมตัวบ่งชี้ความสะอาดของห้องพัก (Content rich colour coded property view grid with unit/room clean indicator)
  • การมอบหมายห้องพักให้กับพนักงานด้วยระบบกระจายงานตามจุด (Unit/room to staff assignments with points-based work distribution system)
  • สถานะของการให้บริการห้องพัก พร้อมกับการดูแลรักษาห้องพัก การซักรีดและการจัดการกระเป๋าเดินทาง (Unit/room service status with maintenance, laundry and luggage management)
  • รายงานการดูแลห้องพัก สำหรับแขก in-house ความชื่นชอบของลูกค้า และการจัดการเปลี่ยนผ้าปู (Housekeeping reports for in-house guests, customer preferences and linen change management) เช่น แขกชอบให้เปลี่ยนผ้าปูเวลาใด จะขอหมอนหรือผ้าห่มกี่ผืนเสมอ ซึ่งหากแม่บ้านมีประวัติแขกและสามารถจัดเตรียมไว้โดยที่แขกไม่จำเป็ฯต้องร้องขอ ก็จะเพิ่ใความพึงพอใจในการเข้าพักให้กับแขก เกิดการบ่อต่อและกลับมาเข้าพักอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
  • รายการซักรีดพร้อมคำแนะนำในการทำความสะอาดโดยละเอียดและการเรียกเก็บเงินโดยตรงไปยังผู้เข้าพัก(Laundry list with detailed cleaning instructions and direct billing to guest folio)
  • ระบบตั๋วบริการ (ทิกเกต) สำหรับการบำรุงรักษาและการร้องขอการซ่อมแซม (Service Ticket system for maintenance and repairs requests)

คุณสมบัติการจัดการธุรกิจ

  • การควบคุมลูกหนี้ (AR) (ดูการบัญชีBACKoffice )
  • บริการและค่าใช้จ่าย (รายการที่ไม่ใช่รายการจากคลังสินค้า) การเรียกเก็บเงิน (ดูbackofficeบัญชี)
  • การจัดการธุรกรรม (ดูการบัญชีBACKoffice )
  • การควบคุมเงินสด (ดูการบัญชีBACKoffice )
  • ระบบการจัดเก็บและจัดการเอกสาร (ดูDOCmanager )
  • การส่งและรับโทรสาร (ดูFAXmanager )

เชื่อมต่ออย่างราบรื่นกับโมดูลดังต่อไปนี้ (Seamless Integration to)

  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • STOCKmanager products services and recipe stock control with procurement
  • BACKoffice creditors (AP), General Ledger (GL) and Cash Books (CB)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบจัดการสโมสรสปอร์ตคลับ CLUBmanager – CiMSO Software

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าของคุณ ประหยัดเวลาในการดูแลระบบ และสร้างแบรนด์ให้กับสโมสรของคุณด้วย ระบบจัดการสโมสร / สปอร์ตคลับ (CLUBmanager) ของ CiMSO Software โดยระบบของ CiMSO สามารถ integrate เข้ากับระบบจัดการอื่นๆที่จำเป็นดังนี้

  • ระบบจัดการข้อมูลสมาชิก (CLINTmanager)
  • ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur)
  • ระบบจัดการงานเลี้ยง (EVENTmanager)
  • ระบบจัดซื้อและระบบจัดการสินค้า (STOCKmanager)
  • ระบบบัญชี (BACKoffice)

รวมถึง ระบบสนามกอล์ฟ (GOLFmanager), ระบบสปา (SPAscheduler), ระบบร้านค้า (SHOPkeeper)

ตัวอย่างลูกค้า สโมสรของเราค่ะ <คลิก ตัวอย่างลูกค้า>

คุณสมบัติทั่วไปของ CiMSO Software

☑ ระบบเสถียร ไม่ต้องกลัวเนตล่ม (ใช้ได้ทั้ง Online-Offline) 
☑ ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องไอทีมาก
☑ ไม่ต้องกังวลเรื่องคนดูแลระบบ เราดูแล 24/7 
☑ ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย ได้อย่างเรียลไทม์ 

ประโยชน์ที่สโมสร/ สปอร์ตคลับ จะได้รับ เมื่อนำระบบ CLUBmanager มาใช้

  • ลดขั้นตอนการทำงาน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง ทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง เนื่องจากระบบ integrate กันทั้งหมดตั้งแต่ Front Office และ Back Office
  • เพิ่มรายได้ให้กับสโมสร
  • ลดค่าใช้จ่ายของสโมสร
  • สามารถให้บริการสมาชิกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยพัฒนาระบบงานต่างๆ ของสโมสรให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น
  • สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้มีมากยิ่งขึ้น เช่นด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพราะมีการเก็บข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ เป็นต้น
  • ผู้บริหารสามารถรับทราบข้อมูลต่างๆ อย่างรวดเร็ว และ real-time ผ่านระบบ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System)

เพิ่มผลตอบแทนสูงสุดให้กับสนามกอล์ฟ (Golf Course) และคลับเฮ้าส์ (Club House) ของคุณด้วยซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ของ CiMSO

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (GOLFmanager) และคลัมเฮ้าส์ (CLUBmanager) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้สโมสรหรือสนามกอล์ฟสามารถจัดการควบคุมและให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าได้ดีขึ้นทั้งที่สโมสรและออนไลน์ (CiMSOweb) โซลูชันที่รวมเข้าด้วยกันรวบรวมทุกแง่มุมของสโมสรลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ช่วยให้คุณมีสมาธิในการบริหารสโมสรจริงและให้ข้อมูลการจัดการที่ปลายนิ้วของคุณเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับกลยุทธ์และทิศทาง

โซลูชั่นการจัดการกอล์ฟที่ครอบคลุมของเราได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสนามกอล์ฟทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสโมสรที่มีระบบสมาชิกหรือลูกค้าทั่วไป นอกจากนั้นยังรองรับสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายขนาด เราสามารถปรับแต่งโซลูชันการพักผ่อนให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย

ปัจจุบันระบบการจัดการสนามกอล์ฟและสโมสร CiMSO ติดตั้งและใช้งานแล้วถึง 16 ประเทศทั่วโลก ระบบของ CiMSO นี้รวมเอาฟังก์ชั่นการใช้งานเฉพาะของกอล์ฟไว้ ดังนี้  

การเป็นสมาชิกและ CRM (Membership & CRM)

การจัดการความเป็นสมาชิกคือกุญแจสำคัญของสโมสรและสนามกอล์ฟ การเก็บข้อมูลสามชิกและใช้ข้อมูลในการเพิ่มประโยชน์ให้แก่สมาชิก รวมถึงการทำความเข้าใจกับสมาชิกของคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อธุรกิจสนามกอล์ฟและสโมสรที่ประสบความสำเร็จ

จุดขายอิเล็กทรอนิกส์ (Point of Sale)

การจัดการธุรกรรมระหว่างลูกค้าและสโมสรเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบใด ๆ ให้บริการที่ราบรื่นและเป็นมิตรไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร, บาร์, proshop หรือ Loyalty และการใช้จ่ายของลุกค้า

การจองสนามกอล์ฟ (Golf Booking)

เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและทีมงานของคุณด้วยระบบการจองสนามออนไลน์ ระบบจองสนามกอล์ฟออนไลน์จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ

กิจกรรมของสนามกอล์ฟหรือสโมสร (Club Events)

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้เข้าชมการแข่งขันกอล์ฟ งานสังสรรค์ งานแต่งงานหรือการประชุม สัมมนา กิจกรรมเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักสำหรับสโมสรสนามกอล์ฟ การจัดการเชิญทางอีเมล์ การจัดการใบแจ้งหนี้ รวมถึงการส่งแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกซ์เป็นอีกวิธีการจัดการสนามกอล์ฟที่จะเพิ่มความประทับใจให้กับสมาชิก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการจัดการเอกสารให้กับทีมงานของคุณอีกด้วย   

Report (การออกรายงานต่างๆ)  

การรายงานมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจธุรกิจทุกธุรกิจ เพราะรายงานที่ดีและละเอียดจะขับเคลื่อนการตัดสินใจการจัดการที่สำคัญโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือในระดับกลยุทธ์ระยะยาวมากขึ้นให้กับสโมสรสนามกอล์ฟ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การรวมระบบ e-commerce เข้ากับ ERP สำคัญกับบริษัท B2B ที่ต้องการปรับขนาดอย่างไร

การ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับ ERP คือ การประสานการทำงานระหว่าง e-commerce website ของบริษัทฯ  เข้ากับระบบ ERP เพื่อรองรับระบบสินค้าคงคลังและระบบบัญชีด้านหลังบ้าน การเชื่อมต่อหรือ integrate ที่เหมาะสมทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสามารถในการขยายการปฏิบัติงานของบริษัทฯ และทำให้เกิดการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับจากการให้บริการของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นมาก

การ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP จะช่วยข้อมูลวิ่งไปมาระหว่างสองซึ่งจะส่งผลให้เกิดข้อดีต่อบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2B คือ จำนวนสินค้าคงคลังจะอีพเดทอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ในทั้ง 2 แห่ง คือ

  1. ส่วนหลังบ้าน (back-end) คือ สินค้าจะถุกขายและตัดสต๊อกออกจากคลังสินค้า (ทำให้บริษัทฯของคุณทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับทีมในบ้านของคุณ) ที่ และ
  2. ส่วนหน้าบ้าน (front-end) ที่เป็นส่วนหน้าของธุรกิจ สินค้าคงคลังก็จะเพิ่มขึ้น (ทำให้บริษัทฯของคุณทำงานดีขึ้น ในการให้บริการลูกค้าของคุณ!)

เหตุใดธุรกิจของคุณจึงควรรวม e-commerce เข้าด้วยกันกับ ERP

ธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะรวมระบบทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันเพราะมันหมายถึงข้อมูลสินค้าคงคลังและการกำหนดราคามีให้สำหรับลูกค้าและพนักงานแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญ แม้ว่าความต้องการสินค้าของลูกค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยระบบ ERP จะช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มเติมสำหรับการจัดการธุรกรรมต่างๆ เพราะระบบ ERP ที่เชื่อมมต่อกับระบบ e-commerce sales channels ทำให้พนักงานของคุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายอย่าง เช่น การสั่งซื้อ จำนวนสินค้าคงคลัง รายการลูกค้า และการจัดส่ง/การติดตาม

ข้อเสียของกระบวนการทำงานแบบ manual ที่ไม่มีการ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP

เมื่อระบบ e-commerce ของบริษัทฯ ไม่ได้เชื่อมต่อกับขั้นตอนการจัดการงานหลังบ้านอย่างอัตโนมัติ ความผิดพลาดในการทำงาน ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรมดา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง…

  • การใส่ข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งผิดพลาด
  • คลังสินค้าในส่วนงาน e-commerce ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการขายสินค้าเกิดจำนวนที่คลังมีอยู่
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์อาจไม่สมบูรณ์ไม่ถูกต้องหรือหายไป
  • และเมื่อการรวมระบบทั้งสองไม่ได้เกิดขึ้น ประสบการณ์ของลูกค้าแบบ end-to-end ทั้งหมดของบริษัทฯ จะตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตามอุปสรรคในการบูรณาการระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP สำหรับธุรกิจแบบB2B มักจะเป็นเรื่องราคาและความลำบากในการเปลี่ยนจากระบบเดิมที่มีอยู่ แต่เมื่อผู้บริหารได้ไตร่ตรองให้ดีแล้ว จะพบว่าการลงทุนคือความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่มฐานลูกค้า ประสบการณ์การให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานบริษัทฯ รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในหลาย ๆ ด้านนั่นเอง

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Independent Hotel หรือ Chain Hotel แบบไหนดี

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลาดท่องเที่ยวและการดรงแรมของไทยเรานับวันทีแต่จะโตขึ้นๆ เนื่องจากประเทศเรามีแหล่างท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจการโรงแรม มีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการโรงแรมก็ยังคงเปิดโรงแรม รีสอร์ท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการท่องเที่ยวจากลูกค้าต่างชาติก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพูดถึงการบริหารจัดการโรงแรม ข้อดีของการบริหารดรงแรมแบบ Independent Hotel ครับ

Independent Hotel หรือ โรงแรมอิสระ หมายถึง โรงแรมหรือรีสอร์ทที่ไม่มีความเป็นเจ้าของร่วมหรือข้อผูกพันทางด้าน บริหารกับโรงแรมอื่น กล่าวคือไม่มีความสัมพันธ์กับโรงแรมอื่นในด้านนโยบายการบริหารหรือข้อ ผูกพันทางการเงิน จึงสามารถกำหนดนโยบายและวิธีบริหารของตนไปโดยอิสระ

Chain hotel คือโรงแรมหรือรีสอร์ทที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเจ้าของ chain ซึ่งแต่ละ chain จะมี brand ในเครือของตัวเองให้ผู้ลงทุนหรือเจ้าของโรงแรมได้เลือกหลากหลายตามมาตรฐานและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน chainชั้นนำที่มีโรงแรมภายใต้การบริหารอยู่ทั่วโลก และใน chain นั้น ๆ อาจมีโรงแรมหรือรีสอร์ทอยู่หลาย brand เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เราคงบอกไม่ได้ว่า ผู้ประกอบการโรงแรมควรจะเลือกทำ โรงแรมแบบ Independent Hotel หรือ chain Hotel ดี เพราะการเลือกบริหารนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารโรงแรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ทางด้านเงินทุน ด้านทำเลที่ตั้ง เป็นต้น พมเจอ เจ้าของโรงแรมในประเทศไทยหลายราย ที่มีอาชีพหลัก รายได้หลักจากการทำธึรกิจอื่นอยู่แล้ว หลายรายที่ไม่มีประสบการณในการบริหารโรงแรม และไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจดรงแรม ก็อาจจะสะดวกเลือกแบบ Chain Hotel เพราะความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์ครับ แต่ถ้าคุณเป็นอีกคนนึงที่สนใจธุรกิจโรงแรม ชื่นชอบงานบริการ ลองอ่านข้อดีและข้อเสียของ Independent Hotel ดูครับ

ข้อดีของโรงแรมอิสระ หรือ Independent Hotel

  • การบริหารมีความยืดหยุ่น การตอบสนองของผู้จัดการคาดการณ์อำนาจการตัดสินใจที่เกือบจะทันทีซึ่ง ดีต่อการจำกัดการสูญเสียทางการเงินและเพิ่มงานการจัดการ (เช่นการจัดตารางงานของพนักงานในหนึ่งวัน ไปยังพนักงานอีกสิบคน) โรงแรมอิสระก็เหมือนเรือยอชท์ เงาว่องไวและรวดเร็วในการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในขณะที่ กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ก็เหมือน บริษัทใหญ่ ๆ ครับ Chain Hotel จะตอบสนองช้าและขยับตามกลไกตลาด แบบเรือสำราญขนาดใหญ่ คือมันใหญ่และสวยมาก แต่ บริษัทฯเหล่านี้อาจช้าอย่างน่าประหลาดใจในการเคลื่อนย้ายเพียงเพราะมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมากมาย
  • ราคาคงที่ นโยบายการกำหนดราคาที่ตั้งไว้จะแปรผันเล็กน้อยทำให้มั่นใจได้ว่ารายรับจะแน่นอน ประหยัดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เมื่อเทียบกับการเป็น Chain Hotel ที่ราคาจะจะถูกปรับขึ้นลงบ่อนเพื่อการแข่งขันทางการตลาด
  • ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จากโฮสเทลไปจนถึงโรงแรมบูติกทุกคนมีข้อเสนอที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบก่อสร้างของสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากโรงแรมแบบ Chain Hotel ดังนั้น Independent Hotel  จึงมีการแข่งขันน้อยลงและเศรษฐกิจแบบเฉพาะทาง (ลดค่าใช้จ่าย ตลาดหนึ่ง)
  • ความเป็นอิสระทางการเงินที่พักอิสระไม่มีแรงกดดันทางการเงินจากกลุ่มลูกโซ่ที่ต้องการประสิทธิภาพที่แน่นอน มันเป็นผลมาจากการตัดสินใจอย่างอิสระเกี่ยวกับความสามารถและความสามารถด้านที่พักอาศัยของเขา
  • ความใกล้ชิดความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่เหมือนใครที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการสื่อสารที่มีคุณภาพและทีมสนับสนุนใกล้ (โดยการใช้โดยโซเชียลมีเดียให้มีประโยชน์)

นอกจากข้อดี 5 ข้อข้างต้นแล้ว โรงแรมอิสระเป็นตลาดที่น่าดึงดูดใจสำหรับ บริษัท ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTAs เช่น Booking.com และ Expedia ด้วยนะครับ เพราะ ธุรกิจโรงแรมอิสระมีความน่าดึงดูดใจและสร้างผลกำไรให้กับ OTA เพราะ Independent Hotel มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จโดยมีเหตุผลประการหนึ่งคือความพร้อมให้บริการ OTAsเหล่านี้จะขายสต็อกห้องพักของโรงแรมอิสระบนเว็บไซต์โดยมีค่าธรรมเนียม ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์การตลาดและเทคโนโลยี OTA ทำให้โรงแรมอิสระยิ่งขายห้องพักได้มากขึ้นบน Platform OTAs

อย่างไรก็ตาม Independent Hotel หรือโรงแรมอิสระ ก็ควรจะมีตัวช่วยดีๆ อย่างระบบจัดการโรงแรมที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรม Chain เช่น PMS ที่สามารถ integrate กับระบบอื่นๆได้อย่างราบรื่น (เช่น ระบบบัญชี, ระบบลูกค้าสัมพันธ์, ระบบจัดซื้อ เป็นต้น) เพื่อให้การบริหารจัดการโรงแรมอิสระ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในระยะยาวครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

มาทำความรู้จักซอฟต์แวร์หลักในธุรกิจโรงแรมกัน

ระบบหรือซอฟต์แวร์ หลักๆ ที่ใช้กับุรกิจโรงแรม คือ PMS และ POS ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริการห้องพัก และการบริการร้านอาหาร มีรายละเอียดดังนี้

  1. PMS หรือ ระบบบริการส่วนหน้า (Property Management System)

PMS เป็นระบบหลักและสำคัญที่สุดในธุรกิจโรงแรม เพราะเป็นระบบที่ทำหน้าที่บริหารจัดการห้องพัก การรับจองห้องพัก การเข้าพัก ตลอดจนการเก็บเงินลูกค้า กรณีที่ลูกค้า check-out นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการควบคุมและบริหารห้องพักในส่วนของแผนกแม่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปิดห้องซ่อม การปรับสถานะห้องพัก ห้องว่าง ห้องสกปรก เป็นต้น

  1. POS หรือ ระบบบริการร้านอาหาร (Restaurant Management system)

POS เป็นระบบ ที่ใช้สำหรับเก็บเงินลูกค้าที่มาใช้บริการห้องอาหาร เป็นอีกหนึ่งระบบที่มักควบคู่กับระบบบริการส่วนหน้า เพราะทั้งสองระบบควรจะต้องเชื่อมต่อ (integrate) ถึงกันได้ จึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ลูกค้าที่มาทานอาหารนั้น เป็นแขกที่มาพักจริงหรือไม่ (โดยปกติ ลูกค้าที่มาพักโรงแรม มักจะไม่ขำระเงินทันที หลังรับประทานอาหาร แต่จะชำระเมื่อแจ้งออก หรือ check-out)

หากคุณเป็นโรงแรมที่มีจำนวนประมาณ 50 – 80 ห้อง การใช้เพียง 2 ระบบข้างต้น ก็อาจจะเพียงพอกับการบริหารธุรกิจโรงแรมแล้วครับ แต่ในยุคที่ข้อมูลมีค่าและการเก็บรักษา การใช้ข้อมูลให้มีประดยชน์ต่อการได้มาซึ่งรายได้ของธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารโรงแรมมองหาระบบที่สามารถรวบรวมข้อมูล ภายใต้กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ   คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และเป็นฐานข้อมูลเดียวขององค์กร ที่มีความปลอดภัย และมีระดับการเข้าถึงแยกเป็นแผนกต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนกการตลาด แผนกบัญชี แผนกลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น

ระบบหรือซอฟต์แวร์การบริการส่วนใหญ่ที่อธิบายว่าเป็น PMS นั้นเป็นอินเตอร์เฟสที่มุ่งเน้นการจัดการในส่วนหน้าเท่านั้น จึงไม่มีระบบที่จะสนองความต้องการของผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการโรงแรมจึงจำเป็นต้องใช้ระบบต่าง ๆ ในฐานข้อมูลที่แยกจากกันด้วยอินเตอร์เฟสจำนวนมากเพื่อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่การใช้ระบบหลายๆระบบร่วมกัน ทำให้ เกิดความผิดพลาดในการใช้งาน ค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากต้องใช้หลายระบบ อีกทั้งการประมวลผลก็ไม่รวดเร็วเท่ากับการที่มีระบบเพียงระบบเดียว

ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการโรงแรม จึงหันมาให้ความสนใจ Hospitality ERP Software กันมากขึ้น เนื่องจาก เป็นระบบที่รวมทั้ง Front Office (PMS) และ BACK Office นอกจากนั้นยังสามารถ integrate รวมกับระบบอื่นๆ ซึ่งทำให้การทำงานขององค์กร เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เช่น Restaurant POS, Retail POS, CRM, Inventory, Purchasing เป็นต้น   

ประโยชน์ของ Hospitality ERP

  • รวบรวมฐานข้อมูลส่วนกลาง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
  • ความสอดคล้องข้อมูลและความถูกต้องระหว่างหน่วยงานในโรงแรม
  • ประยุกต์การประสานงานข้ามแผนกและเวิร์กโฟลว์การดำเนินการ
  • คล่องตัวการดำเนินงานและการทำงานไหลเวียนได้ดี
  • งานคล่องตัวซึ่งพนักงานโรงแรม สามารถมีเวลาที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่ต้องให้ความสนใจส่วนบุคคล
  • มีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล
  • ตั้งค่าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมาย
  • โครงสร้างพื้นฐานแบบ Agile ที่ระบุและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • การลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เดียวเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชัน (ปัจจุบันสามารถทำงานผ่าน cloud)
  • การลงทุนในลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เดียว
  • จัดการกับบุคลากรด้าน IT เพื่อจัดการ ERP
  • วางแผนการดำเนินงานของโรงแรมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การบัญชีการเงินสินค้าคงคลังเงินเดือนการจัดการห่วงโซ่อุปทานการวางแผนการผลิต CRM เป็นต้น
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • เพิ่มความพึงพอใจของแขก

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ ERP

PMS

  • เป็น แอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ยุ่งยาก
  • เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากข้อมูลย้ายจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกถัดไป
  • ต้นทุนการใช้แรงงานสูง เพราะพนักงานทำงานอย่างเร่งรัดด้วยกระบวนการที่ครอบคลุมเฉพาะส่วนของตนเอง ทำให้ผู้บริหารต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ขายหลายราย

ERP

  • ช่วยให้โรงแรมสามารถโต้ตอบกับผู้ขายรายเดียวได้เนื่องจากมีโซลูชั่นเดียวสำหรับการดำเนินการหลายอย่าง
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งจัดการได้ง่ายขึ้น

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ERP หรือการวางแผนทรัพยากรองค์กร มีประโยชน์กับธุรกิจ E-commerce อย่างไร

ธุรกิจ E-commerce  ครับ เคยคิดว่าจะนำ ERP มาพัฒนาระบบการทำงานขององค์กรกันไหมครับ ถ้าไม่เคย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราจะพิจารณาระบบ ERP เพราะ ERP สามารถเปลี่ยนธุรกิจของคุณให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ERP หรือ Enterprise Resource Planning ในภาษาไทย เราเรียนกว่า การวางแผนทรัพยากรองค์กร หลายคน เห็นคำฟังดูค่อนข้างทั่วไปและไม่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไรกันแน่ เรามาดูกันว่ามันหมายถึงอะไรและ ERP ช่วยคุณได้อย่างไรในโลกอีคอมเมิร์ซ

การวางแผนทรัพยากรองค์กร: คืออะไร

การวางแผนทรัพยากรองค์กร หมายถึง ซอฟต์แวร์หรือระบบที่รวบรวมข้อมุลในทุกแง่มุมของการดำเนินการ เครื่องมือเหล่านี้รวมฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การตลาด, ฝ่ายทรัพยากรบุคคล, โลจิสติกส์ และการบริการลูกค้าทั้งหมด เพื่อที่จะทำให้กระบวนการทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบ ERP จะดำเนินการกระบวนการหลักโดยอัตโนมัติ โดยรวบรวมคำสั่งซื้อส่งรายงานเกี่ยวกับคำสั่งซื้อต่างๆและรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้แต่ละแผนกของคุณมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยย่อ ระบบ ERP มีความสามารถในการรวบรวมฐานข้อมูลและตัดงานที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งช่วยลดปริมาณงานที่แต่ละคนในองค์กรของคุณต้องทำให้เสร็จ สิ่งนี้ช่วยให้คุณประหยัดเงินในระยะยาว

ส่วนประกอบของระบบ ERP

ลองคิดถึง ระบบหรือซอฟต์แวร์ที่บริษัทของคุณที่อจะใช้อยู่ดู คุณอาจจะมีระบบ CRM ซอฟต์แวร์บัญชี ระบบจัดการซัพพลายเชน ระบบทรัพยากรบุคคล ระบบ Email-Marketing เป็นต้น แต่…แทนที่คุณจะมีหลายระบบที่แยกญานข้อมูลกัน มันจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีเพียงระบบเดียวที่สามารถรวมกระบวนการต่างเหล่านี้เข้าด้วยกัน

นั้นคือ ระบบ ERP ที่สามารถทสิ่งเหล่านั้นให้กับคุณ

หลังจากที่พนักงานของคุณคีย์ข้อมูลเข้าระบบ ระบบ ERP จะรวบรวมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และผู้ที่เกียวข้อง เช่น CEO จะสามารถเข้าไปในระบบเพื่อรับข้อมูล นำไปวิเคราะห์ ได้ทันที โดยเฉพาะข้อมูล ดังต่อไปนี้

  • การชำระเงินโดยลูกค้า
  • การจ่ายเงินไปยังบุคคลภายนอก
  • สถานะการจัดส่ง
  • ผลิตภัณฑ์และสินค้าคงคลัง
  • ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์
  • รายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าและ บริษัทของคุณกำหนดเป้าหมายเกี่ยวกับลูกค้าอย่างไร เช่นเก็บข้อมูลการเลือกซื้อ สิ่งที่ลูกค้าสนใจ ชื่นชอบ เป็นต้น

เหตุผลหลักๆ ที่หลายธุรกิจและหลายผู้ประกอบการหันมาใช้ ระบบ ERP ก็คือ เรื่องการไหลเวียนของข้อมูลโดยอัตโนมัติ ซึ่งท้ายที่สุด การใช้ระบบ ERP จะทำให้ผู้ใช้มีดอกาสมากมายในการประหยัดเงิน การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยให้สามารถจัดสรรแรงงานได้ดีขึ้นด้วย

ระบบ ERP มีบทบาทอย่างไรสำหรับองค์กรอีคอมเมิร์ซ

หลายคนไม่รู้ว่า ระบบ ERP กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีความสัมพํนธืกันมากกว่าที่คิด

สมมติว่า บริษัท ABC ขายผลิตภัณฑ์ผ่านร้านค้าออนไลน์ ในขั้นต้น บริษัทใช้ซอฟต์แวร์หลายจบงานต่าง ๆ ตั้งแต่ การขายและกระบวนการซัพพลายเชน เช่น ลูกค้ามาที่ร้านค้าออนไลน์และเช็คเอาท์ เว็บไซต์ส่งใบเสร็จรับเงินและเก็บอีเมล์ของลูกค้า บริษัท ABC มีทั้งกระบวนการขนส่งและการตลาด แต่ไม่มีสิ่งใดที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

ดังนั้น พนักงานจะต้องตรวจสอบเพื่อดูว่าสินค้าอยู่ในสต็อก จากนั้นทำเครื่องหมายรายการเป็นซื้อ เพื่อให้คลังสินค้าหรือซัพพลายเออร์สามารถจัดและใส่บรรจุภัณฑ์

จากนั้นมีบางคนต้องแจ้ง บริษัทจัดส่ง และส่งอีเมล?ยืนยันการจัดส่งพร้อมรหัสติดตามให้ลูกค้า

ในที่สุด บริษัทยังต้องการนำลูกค้ากลับไปที่ร้านค้าออนไลน์เพื่อซื้อสินค้าในครั้งต่อไป ดังนั้น เราจึงต้องมีเจ้าหน้าที่การตลาดทางอีเมล์ที่ส่งโปรโมชันไปยังรายการอีเมล์ในฐานข้อมูลลูกค้า

วิธีการวางแผนทรัพยากรองค์กร ด้วย ระบบ ERP เพื่อให้การทำงานดีขึ้น

ต่อจากตัวอย่างข้างต้น สมมติว่า บริษัท ABC เลือกใช้ระบบ ERP เครื่องมือนี้รวมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การตลาดไปจนถึงการจัดส่งสินค้า

เมื่อ ลูกค้าแวะไปที่ร้านค้าออนไลน์ของคุณ และเลือกสินค้าสองสามชิ้นใส่ตะกร้าช้อปปิ้ง ต่อมาลูกค้ากดเช็คเอาต์และทำการซื้อ เมื่อใช้ระบบ ERP ในการบริหารจัดการ ระบบจะมีการส่งใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้าและไม่มีใครต้องตรวจสอบเพื่อดูว่ามีสินค้าในสต็อคหรือไม่

แผนกคลังสินค้าจะได้รับการแจ้งเตือนให้จัดแพคสินค้าโดยอัตโนมัติ วัสดุบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งทั้งหมดถูกพิมพ์และพร้อมใช้งาน เมื่อพัสดุออกจากคลังสินค้า อีเมล์จะส่งไปยังลูกค้าโดยอัตโนมัติเพื่อแจ้งรหัสติดตามการจัดส่งให้กับลูกค้า และอาจมีลิงค์เชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ระบบจัดการการตลาดผ่านอีเมล์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องปรับแต่ง

ระบบ ERP ทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนและหลังการซื้อ ระบบ ERP แสดงประวัติลูกค้าและข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ใช้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลนั้นเข้ามาในfileนี้เช่นกันเนื่องจากซอฟต์แวร์จะแสดงการโต้ตอบทั้งหมดที่พนักงานดูแลลูกค้าแต่ละรายมี ดังนั้น ทรัพยากรบุคคลกลับไปประเมิน ให้คะแนน KPI กับคนที่พนักงานคนที่ควรให้ขึ้นเงินเดือน 

อย่างที่เราพูดไปกุญแจสำคัญทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังของระบบ ERP คือ ระบบอัตโนมัติ ในท้ายที่สุด บริษัทได้รับประสิทธิภาพและจะได้เงิน/ผลกำไรมากขึ้น

บริษัทของคุณต้องการใช้ประโยชน์จากการวางแผนทรัพยากรองค์กร หรือ ระบบ ERP หรือไม่?

อย่างที่เราเคยพูดถึงในบทความก่อนๆ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับการวางแผนทรัพยากรองค์กรหรือแทบไม่มีความสนใจในการจ่ายเงินก้อนใหญ่ สำหรับการเลือกใช้ระบบ ERP แต่เมื่อคุณใช้เครื่องมือการรวม เช่น CiMSO  และ Automate การวางแผนทรัพยากรของระบบอีคอมเมิร์ซของคุณจะง่ายต่อการจัดการ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP ช่วยให้การตัดสินใจของผู้บริหารมีประสิทธิภาพดีขึ้นได้อย่างไร

เมื่อคุณเป็นผู้จัดการ เจ้าของกิจการ หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจของบริษัท คุณน่าจะต้องการเครื่องมือที่น่าเชื่อถือเพื่อให้การตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพ ทำให้ให้ธุรกิจของคุณเติบโตและสร้างรายได้

ปกติแล้ว คุณจะซื้อเครื่องจักรเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานที่ติดตั้งเครื่องจักร คุณจะจ้างพนักงานเพื่อการออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพราะคุณรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับการเติบโตของธุรกิจ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที (Information Technology, IT) และซอฟต์แวร์ ได้กลายเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันของทุกคน และไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดกลาง ก็ล้วนต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์

ตราบใดที่คุณยังสามารถใช้ spread sheet และซอฟต์แวร์พื้นฐานอื่น ๆ เช่น QuickBooks สำหรับการออกใบแจ้งหนี้การจัดการบัญชีและคุณพอใจ คุณก็ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีอื่นๆ (ทั้งที่เทคโนโลยี่และซอฟต์แวร์อื่นๆ ทำให้คุณทำงานได้ง่ายและไวขึ้น)  ระบบ ERP Software เป็นที่นิยมมากในธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึง ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการอื่นๆ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ คุ้นเคยกับการใช้ระบบ ERP ในการบริหารธุรกิจ หากคุณคิดว่า คุณไม่มีความสามารถในการลงทุนกับ ระบบ ERP หรือคุณยังไม่แน่ใจว่าประโยชน์ของการใช้ระบบ ERP คืออะไร บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไม ระบบ ERP คุ้มค่าที่จะลงทุนเพื่อธุรกิจของคุณ

ก่อนอื่น คุณควรจะเข้าใจก่อนว่า รับบ ERP คือ ซอฟต์แวร์หรือระบบที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการบริหารจัดการองค์กร ที่สามารถ integrate หรือบูรณาการไปกับ application / function อื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถพัฒนาการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างฐานข้อมุลในทุกๆแผนกขององค์กรในระหว่างการทำงานขององค์กร และข้อมูลเหล่านั้นเป็ฯข้อมูลเดียวที่ใช้ร่วมกันทั้งองค์กร บริษัทต่างๆ ใช้ระบบ ERP ในการดำเนินงานและจัดเก็บข้อมูลจากทุกแผนกของธุรกิจ เริ่มต้นจากการวางแผนทางด้านต้นทุน การออกใบแจ้งหนี้ การบัญชี การตลาด การขาย การผลิต การจัดส่งสินค้า การชำระเงิน การคลังและบัญชีเงินเดือน นอกจากนั้น ระบบ ERP ยังรวบรวมข้อมูลการสั่งสื้อ/ใช้บริการของลูกค้า ข้อมมูลผู้ขาย กระบวนการสั่งผลิตและบันทึกอื่นๆอีกมากมาย โดยการรวบรวมข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ช่วยให้บริษัท สามารถใช้ในการวางแผน การปรับปรุงการทำงานหรือแม้หระทั่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างสม่ำเสมอด้วยข้อมุลชุดเดียวกัน บริษัทขนาดเล็กเลือกใช้ QuickBooks, Spread sheet และ Peachtree Accounting จะเริ่มเห็นผลกระทบต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจในรูปแบบของการทำงานที่เกิดขึ้นจริงซึ่งมีผลต่อกำไร เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต เช่น ข้อมูลสูญหาย การจัดส่งสินค้าผิดพลาด ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า การทำงานที่ซ้ำซ้อนของพนักงานทำให้ตองจ้างพนักงานเกินความจำเป็น เป็นต้น แม้ว่า QuickBooks Spread sheet และ Peachtree Accounting จะให้บริการโซลูชั่นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากและเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้มากที่สุด แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการและยังห่างไกลจากการผนวก ระบบ ERP เข้ากับการควบคุมการตรวจสอบที่เหมาะสมและขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจและนี่คือประโยชน์เพิ่มเติมของระบบ ERP

  • ช่วยยกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพการขาย
  • ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นการเติบโตทางการเงินขององค์กรได้ดียิ่งขึ้น (financial growth)
  • ช่วยในการจัดการการดำเนินธุรกิจ
  • ช่วยลดต้นทุนแรงงาน
  • ERP ปรับปรุงกระบวนการจัดส่งสินค้า
  • ด้วยกระบวนการและนโยบายทางธุรกิจที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร ระบบ ERP จะช่วยปรับปรุงการบริการลูกค้าและเพิ่มผลกำไร
  • ช่วยให้การควบคุมการทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นและผู้บริหารสามารถการวางแผนการทำงานขององค์กรได้ดีขึ้น

ระบบ ERP นั้นคุ้มค่าต่อการลงทุน ราคาไม่แพงและสามารถปรับแต่งได้ง่ายตามลักษณะของธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมบริการ การโรงแรม การค้าปลีก การจัดจำหน่าย

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com