ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System)

เพิ่มผลตอบแทนสูงสุดให้กับสนามกอล์ฟ (Golf Course) และคลับเฮ้าส์ (Club House) ของคุณด้วยซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ของ CiMSO

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (GOLFmanager) และคลัมเฮ้าส์ (CLUBmanager) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้สโมสรหรือสนามกอล์ฟสามารถจัดการควบคุมและให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าได้ดีขึ้นทั้งที่สโมสรและออนไลน์ (CiMSOweb) โซลูชันที่รวมเข้าด้วยกันรวบรวมทุกแง่มุมของสโมสรลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ช่วยให้คุณมีสมาธิในการบริหารสโมสรจริงและให้ข้อมูลการจัดการที่ปลายนิ้วของคุณเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับกลยุทธ์และทิศทาง

โซลูชั่นการจัดการกอล์ฟที่ครอบคลุมของเราได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสนามกอล์ฟทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสโมสรที่มีระบบสมาชิกหรือลูกค้าทั่วไป นอกจากนั้นยังรองรับสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายขนาด เราสามารถปรับแต่งโซลูชันการพักผ่อนให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย

ปัจจุบันระบบการจัดการสนามกอล์ฟและสโมสร CiMSO ติดตั้งและใช้งานแล้วถึง 16 ประเทศทั่วโลก ระบบของ CiMSO นี้รวมเอาฟังก์ชั่นการใช้งานเฉพาะของกอล์ฟไว้ ดังนี้  

การเป็นสมาชิกและ CRM (Membership & CRM)

การจัดการความเป็นสมาชิกคือกุญแจสำคัญของสโมสรและสนามกอล์ฟ การเก็บข้อมูลสามชิกและใช้ข้อมูลในการเพิ่มประโยชน์ให้แก่สมาชิก รวมถึงการทำความเข้าใจกับสมาชิกของคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อธุรกิจสนามกอล์ฟและสโมสรที่ประสบความสำเร็จ

จุดขายอิเล็กทรอนิกส์ (Point of Sale)

การจัดการธุรกรรมระหว่างลูกค้าและสโมสรเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบใด ๆ ให้บริการที่ราบรื่นและเป็นมิตรไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร, บาร์, proshop หรือ Loyalty และการใช้จ่ายของลุกค้า

การจองสนามกอล์ฟ (Golf Booking)

เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและทีมงานของคุณด้วยระบบการจองสนามออนไลน์ ระบบจองสนามกอล์ฟออนไลน์จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ

กิจกรรมของสนามกอล์ฟหรือสโมสร (Club Events)

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้เข้าชมการแข่งขันกอล์ฟ งานสังสรรค์ งานแต่งงานหรือการประชุม สัมมนา กิจกรรมเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักสำหรับสโมสรสนามกอล์ฟ การจัดการเชิญทางอีเมล์ การจัดการใบแจ้งหนี้ รวมถึงการส่งแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกซ์เป็นอีกวิธีการจัดการสนามกอล์ฟที่จะเพิ่มความประทับใจให้กับสมาชิก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการจัดการเอกสารให้กับทีมงานของคุณอีกด้วย   

Report (การออกรายงานต่างๆ)  

การรายงานมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจธุรกิจทุกธุรกิจ เพราะรายงานที่ดีและละเอียดจะขับเคลื่อนการตัดสินใจการจัดการที่สำคัญโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือในระดับกลยุทธ์ระยะยาวมากขึ้นให้กับสโมสรสนามกอล์ฟ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Independent Hotel หรือ Chain Hotel แบบไหนดี

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลาดท่องเที่ยวและการดรงแรมของไทยเรานับวันทีแต่จะโตขึ้นๆ เนื่องจากประเทศเรามีแหล่างท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจการโรงแรม มีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการโรงแรมก็ยังคงเปิดโรงแรม รีสอร์ท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการท่องเที่ยวจากลูกค้าต่างชาติก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพูดถึงการบริหารจัดการโรงแรม ข้อดีของการบริหารดรงแรมแบบ Independent Hotel ครับ

Independent Hotel หรือ โรงแรมอิสระ หมายถึง โรงแรมหรือรีสอร์ทที่ไม่มีความเป็นเจ้าของร่วมหรือข้อผูกพันทางด้าน บริหารกับโรงแรมอื่น กล่าวคือไม่มีความสัมพันธ์กับโรงแรมอื่นในด้านนโยบายการบริหารหรือข้อ ผูกพันทางการเงิน จึงสามารถกำหนดนโยบายและวิธีบริหารของตนไปโดยอิสระ

Chain hotel คือโรงแรมหรือรีสอร์ทที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเจ้าของ chain ซึ่งแต่ละ chain จะมี brand ในเครือของตัวเองให้ผู้ลงทุนหรือเจ้าของโรงแรมได้เลือกหลากหลายตามมาตรฐานและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน chainชั้นนำที่มีโรงแรมภายใต้การบริหารอยู่ทั่วโลก และใน chain นั้น ๆ อาจมีโรงแรมหรือรีสอร์ทอยู่หลาย brand เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เราคงบอกไม่ได้ว่า ผู้ประกอบการโรงแรมควรจะเลือกทำ โรงแรมแบบ Independent Hotel หรือ chain Hotel ดี เพราะการเลือกบริหารนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารโรงแรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ทางด้านเงินทุน ด้านทำเลที่ตั้ง เป็นต้น พมเจอ เจ้าของโรงแรมในประเทศไทยหลายราย ที่มีอาชีพหลัก รายได้หลักจากการทำธึรกิจอื่นอยู่แล้ว หลายรายที่ไม่มีประสบการณในการบริหารโรงแรม และไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจดรงแรม ก็อาจจะสะดวกเลือกแบบ Chain Hotel เพราะความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์ครับ แต่ถ้าคุณเป็นอีกคนนึงที่สนใจธุรกิจโรงแรม ชื่นชอบงานบริการ ลองอ่านข้อดีและข้อเสียของ Independent Hotel ดูครับ

ข้อดีของโรงแรมอิสระ หรือ Independent Hotel

  • การบริหารมีความยืดหยุ่น การตอบสนองของผู้จัดการคาดการณ์อำนาจการตัดสินใจที่เกือบจะทันทีซึ่ง ดีต่อการจำกัดการสูญเสียทางการเงินและเพิ่มงานการจัดการ (เช่นการจัดตารางงานของพนักงานในหนึ่งวัน ไปยังพนักงานอีกสิบคน) โรงแรมอิสระก็เหมือนเรือยอชท์ เงาว่องไวและรวดเร็วในการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในขณะที่ กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ก็เหมือน บริษัทใหญ่ ๆ ครับ Chain Hotel จะตอบสนองช้าและขยับตามกลไกตลาด แบบเรือสำราญขนาดใหญ่ คือมันใหญ่และสวยมาก แต่ บริษัทฯเหล่านี้อาจช้าอย่างน่าประหลาดใจในการเคลื่อนย้ายเพียงเพราะมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมากมาย
  • ราคาคงที่ นโยบายการกำหนดราคาที่ตั้งไว้จะแปรผันเล็กน้อยทำให้มั่นใจได้ว่ารายรับจะแน่นอน ประหยัดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เมื่อเทียบกับการเป็น Chain Hotel ที่ราคาจะจะถูกปรับขึ้นลงบ่อนเพื่อการแข่งขันทางการตลาด
  • ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จากโฮสเทลไปจนถึงโรงแรมบูติกทุกคนมีข้อเสนอที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบก่อสร้างของสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากโรงแรมแบบ Chain Hotel ดังนั้น Independent Hotel  จึงมีการแข่งขันน้อยลงและเศรษฐกิจแบบเฉพาะทาง (ลดค่าใช้จ่าย ตลาดหนึ่ง)
  • ความเป็นอิสระทางการเงินที่พักอิสระไม่มีแรงกดดันทางการเงินจากกลุ่มลูกโซ่ที่ต้องการประสิทธิภาพที่แน่นอน มันเป็นผลมาจากการตัดสินใจอย่างอิสระเกี่ยวกับความสามารถและความสามารถด้านที่พักอาศัยของเขา
  • ความใกล้ชิดความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่เหมือนใครที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการสื่อสารที่มีคุณภาพและทีมสนับสนุนใกล้ (โดยการใช้โดยโซเชียลมีเดียให้มีประโยชน์)

นอกจากข้อดี 5 ข้อข้างต้นแล้ว โรงแรมอิสระเป็นตลาดที่น่าดึงดูดใจสำหรับ บริษัท ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTAs เช่น Booking.com และ Expedia ด้วยนะครับ เพราะ ธุรกิจโรงแรมอิสระมีความน่าดึงดูดใจและสร้างผลกำไรให้กับ OTA เพราะ Independent Hotel มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จโดยมีเหตุผลประการหนึ่งคือความพร้อมให้บริการ OTAsเหล่านี้จะขายสต็อกห้องพักของโรงแรมอิสระบนเว็บไซต์โดยมีค่าธรรมเนียม ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์การตลาดและเทคโนโลยี OTA ทำให้โรงแรมอิสระยิ่งขายห้องพักได้มากขึ้นบน Platform OTAs

อย่างไรก็ตาม Independent Hotel หรือโรงแรมอิสระ ก็ควรจะมีตัวช่วยดีๆ อย่างระบบจัดการโรงแรมที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรม Chain เช่น PMS ที่สามารถ integrate กับระบบอื่นๆได้อย่างราบรื่น (เช่น ระบบบัญชี, ระบบลูกค้าสัมพันธ์, ระบบจัดซื้อ เป็นต้น) เพื่อให้การบริหารจัดการโรงแรมอิสระ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในระยะยาวครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

มาทำความรู้จักซอฟต์แวร์หลักในธุรกิจโรงแรมกัน

ระบบหรือซอฟต์แวร์ หลักๆ ที่ใช้กับุรกิจโรงแรม คือ PMS และ POS ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริการห้องพัก และการบริการร้านอาหาร มีรายละเอียดดังนี้

  1. PMS หรือ ระบบบริการส่วนหน้า (Property Management System)

PMS เป็นระบบหลักและสำคัญที่สุดในธุรกิจโรงแรม เพราะเป็นระบบที่ทำหน้าที่บริหารจัดการห้องพัก การรับจองห้องพัก การเข้าพัก ตลอดจนการเก็บเงินลูกค้า กรณีที่ลูกค้า check-out นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการควบคุมและบริหารห้องพักในส่วนของแผนกแม่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปิดห้องซ่อม การปรับสถานะห้องพัก ห้องว่าง ห้องสกปรก เป็นต้น

  1. POS หรือ ระบบบริการร้านอาหาร (Restaurant Management system)

POS เป็นระบบ ที่ใช้สำหรับเก็บเงินลูกค้าที่มาใช้บริการห้องอาหาร เป็นอีกหนึ่งระบบที่มักควบคู่กับระบบบริการส่วนหน้า เพราะทั้งสองระบบควรจะต้องเชื่อมต่อ (integrate) ถึงกันได้ จึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ลูกค้าที่มาทานอาหารนั้น เป็นแขกที่มาพักจริงหรือไม่ (โดยปกติ ลูกค้าที่มาพักโรงแรม มักจะไม่ขำระเงินทันที หลังรับประทานอาหาร แต่จะชำระเมื่อแจ้งออก หรือ check-out)

หากคุณเป็นโรงแรมที่มีจำนวนประมาณ 50 – 80 ห้อง การใช้เพียง 2 ระบบข้างต้น ก็อาจจะเพียงพอกับการบริหารธุรกิจโรงแรมแล้วครับ แต่ในยุคที่ข้อมูลมีค่าและการเก็บรักษา การใช้ข้อมูลให้มีประดยชน์ต่อการได้มาซึ่งรายได้ของธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารโรงแรมมองหาระบบที่สามารถรวบรวมข้อมูล ภายใต้กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ   คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และเป็นฐานข้อมูลเดียวขององค์กร ที่มีความปลอดภัย และมีระดับการเข้าถึงแยกเป็นแผนกต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนกการตลาด แผนกบัญชี แผนกลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น

ระบบหรือซอฟต์แวร์การบริการส่วนใหญ่ที่อธิบายว่าเป็น PMS นั้นเป็นอินเตอร์เฟสที่มุ่งเน้นการจัดการในส่วนหน้าเท่านั้น จึงไม่มีระบบที่จะสนองความต้องการของผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการโรงแรมจึงจำเป็นต้องใช้ระบบต่าง ๆ ในฐานข้อมูลที่แยกจากกันด้วยอินเตอร์เฟสจำนวนมากเพื่อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่การใช้ระบบหลายๆระบบร่วมกัน ทำให้ เกิดความผิดพลาดในการใช้งาน ค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากต้องใช้หลายระบบ อีกทั้งการประมวลผลก็ไม่รวดเร็วเท่ากับการที่มีระบบเพียงระบบเดียว

ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการโรงแรม จึงหันมาให้ความสนใจ Hospitality ERP Software กันมากขึ้น เนื่องจาก เป็นระบบที่รวมทั้ง Front Office (PMS) และ BACK Office นอกจากนั้นยังสามารถ integrate รวมกับระบบอื่นๆ ซึ่งทำให้การทำงานขององค์กร เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เช่น Restaurant POS, Retail POS, CRM, Inventory, Purchasing เป็นต้น   

ประโยชน์ของ Hospitality ERP

  • รวบรวมฐานข้อมูลส่วนกลาง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
  • ความสอดคล้องข้อมูลและความถูกต้องระหว่างหน่วยงานในโรงแรม
  • ประยุกต์การประสานงานข้ามแผนกและเวิร์กโฟลว์การดำเนินการ
  • คล่องตัวการดำเนินงานและการทำงานไหลเวียนได้ดี
  • งานคล่องตัวซึ่งพนักงานโรงแรม สามารถมีเวลาที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่ต้องให้ความสนใจส่วนบุคคล
  • มีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล
  • ตั้งค่าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมาย
  • โครงสร้างพื้นฐานแบบ Agile ที่ระบุและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • การลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เดียวเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชัน (ปัจจุบันสามารถทำงานผ่าน cloud)
  • การลงทุนในลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เดียว
  • จัดการกับบุคลากรด้าน IT เพื่อจัดการ ERP
  • วางแผนการดำเนินงานของโรงแรมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การบัญชีการเงินสินค้าคงคลังเงินเดือนการจัดการห่วงโซ่อุปทานการวางแผนการผลิต CRM เป็นต้น
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • เพิ่มความพึงพอใจของแขก

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ ERP

PMS

  • เป็น แอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ยุ่งยาก
  • เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากข้อมูลย้ายจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกถัดไป
  • ต้นทุนการใช้แรงงานสูง เพราะพนักงานทำงานอย่างเร่งรัดด้วยกระบวนการที่ครอบคลุมเฉพาะส่วนของตนเอง ทำให้ผู้บริหารต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ขายหลายราย

ERP

  • ช่วยให้โรงแรมสามารถโต้ตอบกับผู้ขายรายเดียวได้เนื่องจากมีโซลูชั่นเดียวสำหรับการดำเนินการหลายอย่าง
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งจัดการได้ง่ายขึ้น

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมของคุณพร้อมสำหรับ ระบบ ERP หรือยัง

ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจบริการมีการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการของโรงแรมนั้นซับซ้อนมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโรงแรม พบว่าการใช้ระบบจัดการแบบพื้นฐานไม่ใช่คำตอบที่ต้องการอีกต่อไปในการทำธุรกิจ แล้วโรงแรมประเมินความต้องการในการใช้ระบบบริหารจัดการโรงแรมอย่างไร บทความนี้จะนำเสนอข้อดี-ข้อเสียและวีธีแก้ไขความกังวงในการเลือกใช้ระบบบริหารจัดการโรงแรมครับ

ในช่วงไปม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สปา สนามกอล์ฟ ล้วนมีความจำเป็ฯที่จะต้องสรรหาและนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจบริการของตน เนื่องจากความต้องการของธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆแง่มุม เช่น การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การทำการตลาด และการบัญชี เป็นต้น และนอกจากนี้ ธุรกิจบริการหลายๆตัว มีความต้องการและแนวทางในการดำเนินธุรกิจไปในทางที่ มีความร่วมมือแบบ global มากขึ้น ทำให้ การทำธุรกิจไม่ได้จำกัด อยู่ที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่สามารถขยายใหญ่ขึ้นไป มีหลายยสาขา ในหลายภุมิภาคและหลายประเทศ เทคโนโลยีทำให้การดำเนินธุรกิจบริการเหล่านี้สามารถจัดการได้จริง ผู้บริหารสามารถมองเห็นข้อมูลและการทำงานขององค์กรได้อย่างเรียลไทม์  ซึ่งทำให้การตัดสินใจในองค์กรเป็นไปด้วยความรวดเร็วและดียิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ใน 10 ปีมานี้ โรงแรมส่วนใหญ่จะเลือกซื้อ ซอฟต์แวร์เฉพาะ สำหรับการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม เช่น แผนก front office แผนกบัญชี (accounts receivable)  แผนกลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) แผนกบุคคล (HR & payroll) แผนกช่าง (maintenance) เป็นต้น จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หลากหลายเจ้า มาเชื่อมต่อกับระบบ PMS หลักที่โรงแรมใช้อยู่เดิม เหมือนเป็นการเอาระบบหลายๆระบบจากหลายๆเจ้ามาเชื่อมต่อกัน ซึ่งหลายดรงแรม พบว่าการเลือกทำแบบนี้กลายเป็นความวุ่นวาย เสียเวลาและเป็นการลงทุนที่สาหัสกว่าเดิม เพราะการเชื่อมต่อซอฟต์แวรืคนละเจ้ากัน ใช่ว่าจะสามารถเชื่อมต่อข้อมุลกันได้แบบ 100% ทำไห้หลายๆครั้งต้องเสียค่าพัฒนาระบบให้ตรงตามความต้องการของโรงแรมตัวเอง หรือหากเจ้าไหนมีการพัฒนาระบบเพิ่มเติม เจ้าอื่นๆก็จะต้องพัฒนาด้วย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่มีการพัฒนาเล็กๆน้อยๆ เป็นต้น

หากคุณเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ปัจจุบันใช้ PMS ในการบริหารจัดการโรงแรม และต้องการต่อยอดการบริหารอื่นๆในโรงแรม เช่น ระบบัญชี ระบบลูกค้าสัมพันธ์ ระบบร้านอาหาร เป็นต้น คุณน่าจะต้องเริ่มมองหาโซลูชั่นการจัดการโรงแรมในรูปแบบ ERP software ครับ

ประโยชน์ของ ERP

  • ความสอดคล้องของข้อมูลและความแม่นยำในแผนกต่างๆของโรงแรม
  • การประสานงานข้ามแผนกที่ง่ายขึ้นและการจัดการ work flow ที่ดีขึ้น
  • ความคล่องตัวในการทำงานซึ่งช่วยให้พนักงานโรงแรม สามารถมุ่งเน้นไปที่การ pay attention กับการทำงานที่ work station ของตัวเอง
  • การตั้งค่าเป้าหมายและการตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมายที่ง่ายและชัดเจนขึ้น
  • โครงสร้างพื้นฐานของระบบและขั้นตอนการทำงานที่คล่องตัว ซึ่งสามารถระบุปัญหาและสามาถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ธุรกิจโรงแรม ต้องการ ERP Software จริงหรือไม่

การวางแผนทรัพยากรองค์กร หรือ ERP เป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว และมีการนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ ธุรกิจการผลิต หรือ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะ ERP คือ เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน สามารถปรับปรุงการไหลของข้อมูลและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ความรวดเร็วของการทำงานของพนักงาน และความถูกต้องของการทำงาน เป็นปัจจัยต้นๆของการแข่งขันกันระหว่างโรงแรม ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ลูกค้าส่วนมากจะแชร์ประสบการการเข้าพัก การให้บริการของโรงแรมผ่าสื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งมีผลต่อการเลือกใช้บริการของแขกในอนาคตและรายได้ของโรงแรม ทำให้ฝ่ายบริหารของโรงแรมต้องการการมองเห็นการดำเนินงานของโรงแรมอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ การต้อนรับที่ดีต้องมีความคล่องตัว ดังนั้น การเลือกใช้ ERP Software ที่เป็น single integrated solution เป็นทางเลือกที่ดีของโรงแรมที่ต้องการให้ การต้อนรับที่คล่องตัว และครอบคลุมฐานข้อมูลเดียวที่ปผนกต่างๆของโรงแรมสามารถเข้าถึงได้อย่างราบรื่น

ข้อดีของการเลือกใช้ Single integrated solution  คือ

  • ลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เดียวเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชัน
  • ลงทุนในลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เดียว
  • ใช้บุคลากรด้านไอทีโดยเฉพาะเพื่อจัดการกับระบบ ERP
  • เป็นการวางแผนการดำเนินงานของโรงแรมในภาพรวมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ บัญชีการเงิน สินค้าคงคลัง เงินเดือน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การวางแผนการผลิต ลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น
  • เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ERP Software เป็นระบบบริหารจัดการ เวอร์ชันขั้นสูงของ PMS ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้อนข้อมูลในจุดเดียวและสามารถเข้าถึงได้โดยผู้จัดการในระหว่างการทำงาน (ดู Hotel ERP คืออะไร ทำไมธุรกิจโรงแรมจึงต้องมี Hotel ERP)

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ ERP

PMS

  • เป็นแอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ยุ่งยาก
  • เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากข้อมูลย้ายจากแผนกหนึ่งไปอีกแผนกหนึ่ง
  • ใช้ทีมงานมากด้วยกระบวนการทำงานแบบแมนนลวล ซึ่งเสียทั้งเวลาและเงิน
  • ต้องมีการติดต่อกับผู้ขายหลายรายเพื่อหาจุดแก้ปัญหา

ERP software

  • โรงแรมสามารถติดต่อกับผู้ขายรายเดียวเนื่องจากมีวิธีแก้ไขปัญหาเดียวสำหรับการทำงานหลายอย่าง
  • ต้นทุนคงที่ซึ่งสามารถจัดการได้มากขึ้น

อุปสรรคต่อการยอมรับและเลือกใช้ ระบบ ERP Software

แม้ว่าระบบ ERP จะมีความต้องการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ มีหลายโรงแรมเลือกใช้ ERP ในการจัดการดรงแรม แต่ก็ยังไม่มากนักเนื่องจากต้นทุนสูง แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือ ผู้ที่ต้องการระบบ ERP สามารถเลือกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ตามความต้องการของโรงแรม

การเลือกใช้ระบบ ERP มาแทนที่ระบบ PMS เดิมของโรงแรม จะต้องใช้ช่วงเวลาในการรวบรวมข้อมูล การโยกย้ายข้อมูลเข้าสู่ระบบใหม่ตามรูปแบบของระบบ ERP การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการใช้ระบบ ซึ่งหลายองค์กรมองว่าเป็นการลงทุนทั้งเวลาและจำนวนเงิน ทำให้คำว่า ERP จึงดูห่างไกลจากจุดสนใจหลักของธุรกิจ และด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสถานประกอบการด้านการบริการส่วนใหญ่ก็มีความลังเลใจเกี่ยวกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณสมบัติของ PMS ส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ก็ คือ  การบริหารจัดการงานที่ซับซ้อนขั้นเรื่อยๆขององค์กร และการเข้าถึงข้อมุล ดูการทำงานอย่างเรียลไทม์ขององค์กร เพื่อลดการรั่วไหลขององค์กร แต่ ERP Software สามารถทำได้ กุญแจสำคัญของการเลือกใช้ ERP Software จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์คือการเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชียวชาญและและสามารถทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก (ดู CiMSO Hospitality software)

ถึงเวลาแล้วที่โรงแรมของคุณจะลงทุนในระบบ ERP

ถ้าทีมงานในแผนกต่างๆขององค์กร/โรงแรมของคุณทำงานแยกกันอย่างอิสระ และคุณจ้างพนักงาน full-time ครบทุกตำแหน่งเพื่อทำรายงานการดำเนินงาน แต่คุณก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของโรงแรมได้อย่างรวดเร็ว ก็เป็นจุดนึงที่บ่งบอกว่า โรงแรมของคุณมีความพร้อมสำหรับ ERP Software

ความต้องการใช้ ERP เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการติดตั้ง Hospitality ERP เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ การโอนย้ายข้อมูลแบบดั้งเดิม การฝึกอบรมพนักงานโรงแรมเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์และการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่แท้จริงคือความท้าทาย หากคุณไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจถึงผลที่จะได้รับจาก ERP ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้คุณไม่สบายใจเป็นเวลาหลายเดือน

  • โรงแรมที่ติดตั้ง ERP มีกี่แห่ง
  • ผู้ให้บริการ ERP ให้บริการมานานเท่าไหร่
  • ส่วนงานบริการที่ติดตั้ง ERP มีอะไรบ้าง
  • มีการติดตั้ง ERP ในโรงแรมขนาดเดียวกับคุณหรือไม่
  • การปรับแต่งแอปพลิเคชั่นทำได้ง่ายเพียงใด
  • ใช้เวลาในการติดตั้งแอพพลิเคชั่นนานเท่าไร?
  • การย้ายข้อมูลดั้งเดิมลงใน ERP และการย้ายข้อมูลจะใช้เวลานานเท่าใด
  • ผู้ให้บริการ ERP จะฝึกอบรมพนักงานโรงแรมของคุณหลังการติดตั้งหรือไม่
  • มีบริการดูแลหลังการขายสำหรับ ERP หรือไม่
  • ERP ครอบคลุมภายใต้มาตรฐานอะไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

แต่ละส่วนบริการมีความต้องการเฉพาะของตนตัวอย่างเช่นโรงแรมสนามบินจะเรียกเก็บเงินผู้เข้าพักที่แตกต่างจากรีสอร์ทริมชายหาด เรือสำราญจะมีแผนกที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับสปา การเลือก ERP ที่เหมาะสมอาจต้องใช้เวลาและการพิจารณาต้นทุนและเวลาในการลงทุนควรเลือก ERP ที่เหมาะสมด้วยความระมัดระวังเอาใจใส่และคิด ท้ายที่สุดคุณอาจต้องใช้ชีวิตกับ ERP เป็นเวลาหลายปี

การติดตั้ง ERP เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่คุณจะเริ่มต้นกับผู้ให้บริการ ERP ของคุณ พิจารณาว่าพวกเขาเข้าใจความต้องการของคุณและสามารถส่งมอบตามความคาดหวังของคุณหรือไม่ (ดู CiMSO’s Client References)

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ธุรกิจร้านอาหาร กับระบบจัดการร้านอาหาร

คุณทราบหรือไม่ครับว่า การจะทำธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จได้ นอกจากการมีแม่ครัวฝีมือดีสัก 1 คน แล้ว หากคุณต้องการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหาร คุณต้องเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจร้านอาหาร กับ ระบบจัดการร้านอาหาร เป็นของคู่กัน” ครับ

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้าถึงทุนคน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าร้านอาหารเดียวหรือร้านอาหารที่มีหลายสาขา หากมีคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เนตเป็น แทบจะไม่มีร้านอาหารร้านไหนที่พึ่งแต่ หัวหน้าแม่ครัว แต่ไม่รู้จักการวางระบบครับ

ระบบจัดการร้านอาหาร มีตั้งแต่ระบบเล็ก ระบบใหญ่ และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของร้านอาหารจะต้องจัดหาไว้ต้งแต่เริ่มวางแผนทำธุรกิจร้านอาหารครับ ระบบร้านอาหารจะช่วยให้เจ้าของร้านอาหารไม่จำเป็นต้องพึ่ง หัวหน้าแม่ครัว อย่างเดียว แต่เป็นการพึ่งระบบ ซึ่งมีข้อดีมากมาย นอกจาก รสชาตอาหารจะคงที่มากขึ้น แล้วยังช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถพัฒนาฯ ร้านอาหารของตัวเองได้มากกว่าเดิม รวมถึงแก้ปัญหาเดิมๆที่ร้านอาหารเคยพบเจอ เช่น การแก้ปัญหาการบันทึกยอดขายไม่ตรงกับความจริง การโกงวัตถุดิบ  (เมื่อมีระบบแล้ว ระบบจะสามารถตัด BOM เพื่อรู้ว่าพนักงานบันทึกรายจ่าย ตรงกับยอดวัตถุดิบที่หายไปหรือไม่) การโกงโปรโมชั่นร้านอาหาร เป็นต้น 

นอกจากนั้น เจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มยอดขาย การทำการตลาด และเพิ่มสาขา มักจะวางแผนมี “ครัวกลาง” เพื่อทำหน้าที่คัดสรร ผลิต ควบคุมคุณภาพและกระจายวัตถุดิบสู่สาขาต่างๆ เช่น น้ำจิ้ม น้ำซุป ซอส หรืออาหารจานสำคัญของร้านไปยังแต่ละสาขา  ซึ่งอาหารที่ส่งจากครัวกลางส่วนใหญ่จะเป็นปรุงจนเกือบเสร็จสมบูรณ์ เพียงแค่พนักงานที่สาขานำมาอุ่น หรือปรุงเพิ่มเติมเล็กน้อยก็สามารถเสิร์ฟได้ทันที ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับร้านอาหารที่ต้องการรักษามาตรฐานรวมถึงสูตรลับประจำร้านครับ

ระบบ ครัวกลาง ที่ดี ควรจะรองรับอะไรบ้าง ผมแนะนำ ดังนี้ครับ

  1. รองรับการสั่งซื้อสินค้า วัตถุดิบ การจัดการสต๊อกสินค้า
  2. มีระบบฐานข้อมูล suppliers ที่สามารถ record ข้อมูลการซื้อ ราคา เพื่อวางแผนการสั่งซื้อสินค้าได้
  3. มีระบบฐานข้อมูลสาขา ที่สามารถวิเคราะห์ ประเมินผลการสั่งซื้อ รวมถึง ช่วยสาขาในการทำการตลาด เนื่องจาก สามารถรู้ว่า สินค้าไหนเป็นสินค้าขายดี ของแต่ละสาขา และสามารถเพิ่มโปรโมชั่น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้
  4. มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ POS หน้าร้าน เพื่อตัดวัตถุดิบ ทำให้แผนกจัดซื้อสามารถเตรียมสินค้าได้พร้อมส่ง
  5. สามารถพัฒนาเป็ฯส่วน จัดส่งสินค้า delivery หรือจัดทำเป็นอาหารบรรจุภัณฑ์ พร้อมวางขายตามซุปเปร์มาเกตได้อีกด้วย

ระบบ central kitchen  ของ CiMSO ERP software จะประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ของระบบ

Inventory & Procurement Software

Customer Relations & Business Management Software

Restaurant & Bar Point of Sale Software

Accounting Software

ถึงแม้ว่าการทำครัวกลางจะช่วยพัฒนาญ ธุรกิจร้านอาหารของคุณได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงต้นทุน แผนการตลาด และการพัฒนาคนให้สามารถเข้าใจถึงการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ หรือการจัดการสินค้าที่มาจากครัวกลาง ว่าจะทำอย่างไรให้คุณภาพอาหารและการให้บริการลูกค้า เป็นที่น่าพึงพอใจของทั้งเจ้าของกิจการและของลูกค้าครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมีหลายคนมีความสนใจที่จะทำธุรกิจนี้ มีหลายคนที่วางแผนมาดี พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจทำให้ธุรกิจรุ่งเรื่องเติบโตเลยทีเดียว แต่ก็มีไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้วางแผนกันรอบคอบก่อน และทันทีที่ก้าวสู่สนามการแข่งขันก็ต้องพลาดท่า ทำได้ไม่นานก็ต้องปิดกิจการ ทำร้านอาหารเจ๊ง วันนี้ผมมีระบบ ERP หรือ Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกันครับ

ระบบร้านอาหารทั่วไป จะเน้นไปที่ POS หรือ Point of sale ซึ่งระบบ POS ก็คือระบบที่ช่วยจัดการทางหน้าร้าน การจองโต๊ะ การเลือกเมนู สั่งอาหารของลุกค้า และการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารเล็กๆสัก 1 ร้าน เป็นกิจการเสริมหรือกิจการเล็กๆที่บริหารกันเองภายในครอบครัว คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านอาหารที่มี POS เพื่อเน้นไปที่ระบบหน้าร้านเท่านั้นก็พอครับ <ดู Store Hub – ระบบบริหารจัดการร้านค้า ร้านอาหาร สำหรับ SMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราครับ>

แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนให้ธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ของคุณเป็นธุรกิจหลัก วางแผนจะขยายสาขา คุณจะต้องเริ่มจัดการควบคุมสต๊อกและต้นทุนวัตถุดิบ หาระบบที่มี POS หรือสามารถเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน (POS) เดิมที่คุณมีอยู่ มีสูตรการผลิตที่มั่นคงสามารถตัด Bill of Material (BOM) และรวมไปถึงการมีครัวกลางในการผลิด และช่วยวิเคราะห์แผนการตลาด ยอดการซื้อ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะเริ่มมองหาระบบที่เหมือนสมกับแผนที่คุณวางไว้ ซึ่งแน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบที่มีความสามารถสำหรับองค์กร คงมีราคาที่คุ้มค้าต่อการลงทุน ซึ่งระบบนี้เรียกว่า ERP Software สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ครัวกลาง และมีความสามารถดังนี้

ครัวกลาง (Central Kitchen)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager)
    • การสั่งวัตถุดิบ – PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การจัดเก็บ วัตถุดิบที่ถูกต้อง สามารถทำบาร์โค้ด และระบุวัน เดือน ปี ที่สินค้าหมดอายุได้ – Barcode
    • ระบบการนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • วิธีการเบิกวัตถุดิบจากฝ่ายผลิต เผื่อนำไปผลิตสินค้า – Stock Transfer
    • วิธีการตรวจรับสินค้าเข้าคลังหลังจากฝ่ายผลิตเบิกวัตถุดิบไปผลิต เพื่อตรวจสอบความสูญเสียของวัตถุดิบ
    • วิธีการกระจายสินค้าตาม IPR/PO ของสาขา
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในครัวกลาง
  2. ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • การลงบันทึกยอดขายในแต่ละวัน และการส่งรายงานในแต่ละวัน
    • การทำสรุป P&L (งบกำไรขาดทุน) ในแต่ละเดือนเพื่อส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)

สาขา (Branches)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง
    • การสั่งซื้อสินค้าจากครัวกลางเพื่อให้เพียงพอต่อการขายในแต่ละวัน – IPR/PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน
    • รายงานสินค้าคงคลังและรายงานการเคลื่อนไหวของตัวสินค้า
  2.  ระบบขายหน้าร้าน (Point Of Sale – POS)
    • ระบบPOS และตัดบอม (Bill Of Materials)
    • เมนูขายดี
    • ทำโปรโมชั่น โดยสรุปยอดขายไม่ผิดพลาด ไม่เกิดของหาย
    • ระบบจัดการโต๊ะ
    • สามารถลิ้งไปที่พริ้นเตอร์ในครัวเพื่อสั่งผลิตได้ทันที
  3.  ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)
    • ระบบเก็บเงินหน้าร้าน บันทึกยอดขาย
    • สรุปรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

คุณสมบัติของระบบครัวกลาง และซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหาร ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็น เพียงส่วนหนึ่งของการจัดการธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องการขยายสาขา ที่มีความคิดที่จะมีครัวกลางเป็นของตัวเองเท่านั้น ยังไม่รวมถึงระบบการจัดการสมาชิก การทำ loyalty Program ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งหากคุณมีความมุ่งมั่นและวางแผนพัฒนาธุรกิจน้ารอาหารของคุณในระยะยาว ควรเลือกระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับร้านอาหารได้ทันที มากว่าที่จะลงทุนซื้อระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ไม่สามารถต่อยอดได้ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ทำไมร้านอาหารส่วนมาก ถึงไปไม่รอด แล้ว CiMSO จะช่วยได้อย่างไร

ธุรกิจร้านอาหาร เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หลายคนสนใจลงทุนเพราะดูจะเห็นเม็ดเงินเข้ามาได้ง่าย หากมีคนเข้าร้านแน่นร้าน เจ้าของธุรกิจย่อมคิดว่าตัวเองมีรายได้เยอะ แต่ความจริงแล้วธุรกิจร้านอาหาร หากวางแผนไม่ดีมีแต่จะไปไม่รอดครับ และในปัจจุบันนี้ หากคุณจะเปิดร้านอาหารเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ คุณต้องเก่งทั้งอาหาร การตลาด ซึ่งถ้าเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ใจปั๊ม ทุ่มเงินตกแต่งร้าน หาพ่อครัวแม่ครัวมือดีมาทำ แค่นี้ 2 ส่วน คือ ส่วนของอาหารและการตลาด ก็กินเวลาของผู้บริหารเกือบจะทั้งหมดแล้วครับ แต่ถ้าหน้าบ้านดี หลังบ้านเละ คุณว่าจะเกิดอะไรขึ้น…

เยส! ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งคอก ถ้าหลังบ้านเละ ไร้ระบบและตัวช่วยจัดการระบบ เปิดไปสักพัก คุณจะเริ่มล้า เพราะคุณคนเดียวที่ต้องทุ่มเทเวลาทั้งกายและกระเป๋าตังลงมากับธุรกิจร้านอาหารของคุณ และเมื่อคุณล้าจนหมดแรง นี่แหละครับที่ผมเกร่นในตอนแรกของบทความ…ไปไม่รอด ปิดตัวลง กลับบ้านเก่าครับ

แล้วอะไรล่ะ ที่หมายถึงระบบและตัวช่วยจัดการระบบ? ก่อนที่จะเล่าว่าระบบคืออะไรเรามาดูว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ร้านอาหารส่วนมากไปไม่รอดคืออะไรบ้าง…

  1. เจ้าของขาดประสบการณ์
  2. เลือกทำเลผิด
  3. ขาดจุดขายที่แตกต่าง
  4. ขาดการทำการตลาดที่ดี
  5. ขาดระบบที่ดี มีปัญหาเรื่องคน
  6. รสชาติและมาตรฐานไม่คงที่
  7. คุมค่าใช้จ่ายไม่ได้
  8. ขาดระบบบริหารจัดการ

จากปัญหาข้างต้น จะเห็นว่า ปัญหาในข้อ 1 – 4 เป็นปัญหาโดยตรงของเจ้าของกิจการที่จะต้องหาข้อมุล ศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งใช้ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ครับ แต่ปัญหาในข้อ 5 -8 เป็นปัญหาที่ CiMSO ช่วยคุณได้ครับ

ผมไม่เถียงว่า การเปิดร้านอาหารเล็กๆ ทีมีเพียงพ่อครัว1-2คน กับ โต๊ะอาหาร 10 โต๊ะ ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอะไรมากนอกจากระบบ POS ราคาหลักหมื่น แต่ลองคิดภาพร้านอาหารที่มีสัก 40 โต๊ะ และ/หรือมีหลายสาขา ร้านอาหารอย่างหลังนี่ ถ้าไม่มีระบบที่ดีช่วยควบคุมรายรับ-รายจ่าย ควบคุมสต๊อกขาเข้า-ออก ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณจะลงทุนสัก 5 – 10  ล้าน เปิดร้านอาหาร และคาดการณ์ว่าจะได้รายได้เดือนละ 2-3 ล้านบาท คุณควรจะจัดสรรเงินทุนไว้อย่างน้อย 3%-5% จากยอดเงินลงทุนเพื่อลงระบบร้านอาหารที่ตอบโจทย์ของคุณ

และระบบที่ดี จะสามารถช่วยคุณได้ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน เช่น นอกจากเป็น POS แล้วยังจะช่วยคุณสร้างฐานลูกค้าด้วยระบบ royalty program และหากเพิ่มเงินอีกสักหน่อย ก็จะได้ระบบควบคุมสต๊อกสินค้า ระบบัญชี มาด้วย ทั้งนี้ ระบบจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้คุณเห็นทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารของคุณ เมื่อคุณหมดกังวลกับงานเหล่านี้ คุณจะมีความสุขมากขึ้นกับการไปพัฒนาเมนู และการทำการตลาด รวมถึงการขยายสาขา สร้างเฟรนไชน์ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ก่อนเปิดร้านอาหาร คุณต้องรู้ – การจัดการร้านอาหาร

ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายจริงๆนะครับ ไม่ว่าจะยุกไหนๆ เศรษฐกิจดีหรือแย่ ร้านอาหารใหม่ๆก็เกิดขึ้น แข่งขันกันอย่างดุเดือนตลอด ยิ่งยุคที่สังคม แชะ ชิม แชร์ ยิ่งทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่มุม หลืบ แต่ไหน ถ้าคุณมีดีอยู่ในตัวแล้วล่ะก็ ไม่มีเจ้ง มีแต่รวย รวย รวย ครับ

แต่การที่ร้านอาหารจะไปได้ไกล มันก็มีหลายปัจจัยนะครับ ไม่ใช่แค่ว่าคุณหรือแม่ครับคู่ใจ มีฝีมือแล้วจะสามารถขยายขนาดกิจการได้ง่ายๆ มันยังมีอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนและเรื่องการบริหารจัดการครับ

หากคุณเป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่แล้ว มาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าคุณน่าจะเข้าใจที่ผมพูดไม่ยาก เพราะคุณได้ประสบพบเจอปัญหาต่างๆมาเยอะพอๆกับระยะเวลาที่คุณเปิดร้านมา อย่าเสียใจไปครับ..ผมว่า  ร้านไหนที่ไม่เคยได้วางแผนอะไรเลย แต่กลับไม่มีปัญหาปัญหาเลย นั่นแหละที่น่าแปลกครับ เพราะมันแปลว่ามีปัญญาเพียบแต่ เจ้าของกิจการไม่รู้ต่างหากครับ

ปัญหาที่ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนมากเจอ หลักๆ คือปัญหาเกี่ยวกับ “คน” และ “การจัดการหลังบ้าน” ซึ่งปัญหามีตั้งแต่ รสชาติอาหารไม่คงที่  ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริงของอาหาร ไม่รู้จักวีธีการสต๊อกสินค้า ทำให้ต้องเสียเวลาจ่ายตลาดทุกเช้า วัดถุดิบเน่าเสียและคุณภาพของสินค้า พนักงานอมเงิน เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้จะลดลงทันที หากคุณมีผู้ช่วยที่ดี ซึ่งคุณลงทุนและคุ้มค่าต่อการลงทุน นั่นคือ ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ครับ

ทำไมควรมีระบบจัดการร้านอาหาร เพราะ ระบบจัดการร้านอาหารจะมาเป็นตัวที่จะช่วยควบคุมการทำงานของคน และยังสามารถช่วยผู้ประกอบการในเรื่องการทำงานหลังบ้าน เช่น การจัดการสต็อก การจัดการบัญชี ซึ่งทั้งการจัดการ คน และ หลงบ้าน เป็นเรื่องที่ซับซ้อนไม่แพ้กันครับ วันนี้ ผมแนะนำ RESTaurateur  ซึ่งเป็นระบบจัดการร้านอาหาร ของ CiMSO Software ที่เหมาะกับร้านอาหารขนาดกลาง-ใหญ่ หรือกรณีที่คุณมีร้านอาหารหลายร้าน หลายสาขา รวมถึงหากคุณต้องการระบบสำหรับครัวกลางของคุณด้วย

ทำไมถึงเลือกใช้ RESTaurateur

  • RESTaurateur เป็นระบบที่มีฟังก์ชั่นครอบคลุมที่ร้านอาหารจำเป็นต้องใช้ ตั้งแต่ Front/Back Office ซึ่งลูกค้าจะจ่ายเท่าที่เลือกใช้งานเท่านั้น
  • RESTaurateur รองรับการขยายตัวของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเดี่ยว หรือร้านอาหาร Chain เพราะ หากคุณกำลังขยับขยาย เพิ่มสาขา หรือเริ่มมีการผลิต การทำครัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณต้องเลือกใช้ระบบ ERP ขนาดกลาง-ใหญ่ แล้วแต่การวางแผนธุรกิจของคุณ ที่รองรับการผลิต จัดเก็บสินค้า ทำบัญชี และเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน ครับ
  • RESTaurateur เป็นระบบที่มีผู้ใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปี ใน 16 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นมั่นใจได้ว่า ระบบจะไม่มีทางเจ้งหายไป แต่จะพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน
  • ระบบมีความเสถียร ใช้ได้ทั้งแบบ Offline / Online
  • เรามีบริษัทตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท กรุงเทพ ประเทศไทย และมีผู้ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชม.

ขั้นตอนการใช้บริการ RESTaurateur

  1. ติดต่อทีมงานเพื่อทำ free demo หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ cimso@aecenlist.com หรือ 090-2585496
  2. เมื่อลูกค้าสนใจใช้ RESTaurateur ทีมงานจะขอให้ท่านกรอกฟอร์ม Need Analyst เพื่อให้ได้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
  3. บริษัทฯ ทำการประเมินค่าใช้จ่ายและออก Proposal
  4. เมื่อลูกค้าตกลงใช้งาน ทีมงานจะเริ่มเก็บข้อมุลเพื่อลงในระบบ / config และเตรียม implement
  5. Implement และ training พร้อมใช้งานต่อไป

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

จัดการร้านอาหารอย่างมืออาชีพ

มีหลายคนที่มองว่า “ธุรกิจร้านอาหาร” เป็นธุรกิจไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นเพียงการทำอาหารเสิร์ฟให้กับลูกค้าเท่านั้น จริงๆแล้วธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ เป็นธุรกิจที่เปิดง่าย และผู้มีเงินมักชอบลงทุน แต่อยู่รอดได้ยาก หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะแม้ว่าจะมีรายได้ต่อจานสูง แต่หากไม่มีการควบคุมค่าใช้ จ่ายและขั้นตอนการทำงานที่ดี ก็จะทำให้ธุรกิจขาดทุน และถ้าเงินทุนสำรองไม่เพียงพอ ในที่สุดก็จำเป็นต้องเลิกกิจการไป

การทำธุรกิจร้านอาหาร นอกจากฝีมือในการทำอาหารต้องดี การตลาดต้องเก่งแล้ว เจ้าของธุรกิจยังต้องคำนึงตัวช่วยในการบริหารจัดการร้านอาหารด้วย โดยเฉพาะตัวช่วยทางด้านการเงิน, การจัดการสต๊อกสินค้า, ลูกค้าสัมพันธ์ เพราะหากเจ้าของธุรกิจไม่ใส่ใจกับตัวช่วยหล่านี้แล้วล่ะก็ ปัญหาที่อาจเกิดได้ก็มีตั้งแต่การที่พนักงานไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ สั่งอาหารเข้าครัวผิดๆถูกๆ หมดเม็ดยอดขาย สินค้าหายไปจากสต๊อก และที่สำคัญคุณจะไม่สามารถเห็นยอดรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงของกิจการได้ครับ

มาดู ระบบจัดการร้านอาหาร พื้นฐานที่นักธุรกิจร้านอาหารควรมีกันครับ

  1. ระบบหน้าร้าน หรือที่เรียกกันว่า POS เป็นระบบที่ช่วยตั้งแต่การรับออเดอร์ (มีทั้งระบบหน้าจอสัมผัสแบบmonitor และบบ mobile device) ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงานและการส่งออเดอร์เข้าครัว รวมถึงการจัดการโต๊ะ (floor plan) และการชำระเงิน ระบบ POS ที่ดีจะสามารถขยายและ integrate ไปที่ระบบ back office หรือระบบบัญชีเพื่อให้พนักงานบัญชีสามารถจัดการต่อได้เลย
  2. ระบบรายงาน (Report) เป็นสิ่งที่จะช่วยเจ้าของธุรกิจร้านอาหารในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของร้านได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทำให้เห็นถึงภาพรวมของร้านอาหาร ตั้งแต่ส่วนของ ขอดรายได้-รายรับประจำวัน สินค้าชนิดไหนขายดี วัตุดิบชิ้นไหนควรสั่งซื้อเพิ่มเติม รายงานยิ่งละเอียดเท่าใด คุณก็ยิ่งสามารถวางแผนการทำงานของธุรกิจร้านอาหารของคุณได้มากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ระบบรายงานที่สามารถcustom ได้ จะสามารถลงบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อทำบัญชี รายเดือนหรือปิดงบได้เลย
  3. ระบบบริหารสต๊อก หรือระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager – Inventory & Procurement Software) ระบบสินค้าคงคลังหรือระบบสต๊อก เป็นพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบซึ่ง ระบบสต๊อกที่ดีควรมีการตรวจสอบจำนวนและคุณภาพของวัตถุดิบอยู่เสมอเพื่อเช็คจำนวนสต๊อกคงเหลือในแต่ละวัน หากมีวัตถุดิบใดใกล้หมดสต๊อกต้องรีบสั่งซื้อเพิ่มเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของขาดสต๊อกในตอนที่เปิดร้านไปแล้ว นอกจากนี้ การหมั่นตรวจสอบสต๊อกยังช่วยควบคุมและตรวจสอบเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ หากมีวัตถุดิบใดหายไป นั่นหมายถึงต้นทุนที่เสียไปโดยสูญเปล่าด้วยเช่นกัน การตรวจเช็คสต๊อกสามารถทำใส่ในแบบฟอร์มการนับสต๊อกวัตถุดิบได้ โดยสามารถย้อนกลับมาดูได้ตลอดและยังใช้ในการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบในครั้งต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย

CiMSO Software เรามี Modules ดี ๆ สำหรับการจัดการร้านอาหารอย่างครบวงจรมาแนะนำ เพื่อให้นักธุรกิจการอาหารนำไปพิจารณาเลือกใช้กันครับ ระบบของเราเป็นระบบร้านอาหารแบบครบวงจร ม่าร้านของคุณจะเป็นร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือร้านที่กำลังจะขยับขยาย เพิ่มสาขา ทำครัวกลาง CiMSO รองรับทั้งหมดครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com