ธุรกิจ Retail (ผู้ค้าปลีก) สามารถผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกันได้อย่างไร

การทำธุรกิจแบบ B2C นั้น ลูกค้ารายย่อยมักมีความต้องการประสบการณ์ *Omni-Channel อย่างแท้จริงจากร้านค้าที่ตนเลือกมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องมี Solution พวกจุดขายที่ยืดหยุ่นและดีที่สุด  ซึ่งสามารถรวมเข้ากับ ERP และSolution ทางธุรกิจส่วนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP ที่คุณควรใช้ คือ ระบบ ERP ที่นำเสนอ PoS ซึ่งเป็นงานส่วนหน้าบานในการตัดขายสินค้าที่จุดชำระเงิน หรือไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน Social Media อื่นๆ ซึ่งอาจจะนำเสนอช่องทางโปรโมชั่น แบบ รหัสส่วนลด วึ่งเชื่อมต่อกับระบบ ERP หลังบ้านที่สามารถเก็บข้อมูลต่างๆของลูกค้า (ด้วยระบบ CDP – Customer Data Platform) เช่น โปรโมชั่นที่ใช้ ช่องทางการสั่งซื้อ ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และความชื่นชอบต่างๆของลูกค้า

การผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกัน ทำให้คุณสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจในการให้บริการและเพิ่มยอดขายให้กับคุณต่อไป เนื่องจาก

  1. สต๊อกสินค้าที่ถูกต้องแม่นยำ

การใช้ระบบ ERP กับ ระบบ PoS ร่วมกันโดยเป็นระบบที่ integrate ร่วมกันจะทำให้ สต๊อกสินค้าหน้าร้าน และในคลังสินค้าไม่มีความผิดพลาด เพราะมเอเติมสินค้าเข้าคลังสินค้า ระบบก็จะอัพเดทอย่างเรียลไทม์ทันที รวมถึงเมื่อขายสินค้าผ่านระบบ PoS ออกไป จำนวนสินค้าก็จะถูกตัดออกจากระบบอย่างเรียลไทม์เช่นกัน นอกจานั้น

การที่สต๊อกสินค้าถูกต้องแม่นยำ ทำให้แผนกจัดซื้อสามารถบริหารจัดการจำนวนในคลังสินค้าให้ไม่คงเหลือมากเกินไปและไม่ขาดมือ จงทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องรอสินค้านาน

ในทำนองเดียวกัน แผนกการตลาด ก็สามารถวิเคราะจำนวนการซื้อสินค้า จัดทำโปรดมชั่นสำหรับสินค้าขายดี หรือสินค้าที่ต้องการโปรโมตให้เป็นสินค้าขายดีได้เช่นกัน

  1. การจัดส่งสินค้าไม่มีความผิดพลาด

เนื่องจาก ระบบ ERP มีระบบฐานข้อมูลของลูกค้าหรือ Customer Data Platform หรือ CDP (ดู CLIENTmanager)  เมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้า ระบบจะระบุตัวสินค้ากับข้อมูลลูกค้าผ่าน PoS ไปยังระบบ ERP จากนั้น ผู้ใช้จะสามารถพิมพ์ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จและ หน้าซองพัสดุ เพื่อนำไปจัดแพคสินค้าได้ทันที ตรงนี้จะช่วยให้การจัดส่งสินค้ารวดเร็วและไม่มีความผิดพลาด

  1. การรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพิ่มยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่น การนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า

ตามที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 คือ ประโยชน์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการผสานระบบ PoS เข้ากับระบบ ERP ก็คือ การเพิ่มยอดขาย ซึ่งหากคุณมีระบบ PoS เพียงอย่างเดียว คุณจะไม่สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการขาย ข้อมูลผู้ซื้อได้ละเอียดถึงขนาดทำไปวิเคร์และทำโปรดมชั่น เพิ่มยอดขายได้เลย นอกจากนั้น ระบบ ERP ยังสามารถเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย   

  1. เพิ่มจุดขายได้อย่างไม่จำกัด

หากคุณเป็นผู้ค้าปลีก การมีจุดขายหลายจุด ย่อมทำให้เกิดโอกาสทางการขายมากขึ้นใช่ไหมครับ แต่การมีจุดขายหลายจุดก็อาจมีปัญหาได้ หากคุณแม่มีระบบหลังบ้าน อย่างระบบ ERP ที่ดี ระบบ PoS ที่ผสานกับระบบ PoS จะช่วยให้คุณไม่ปวดหัวกับการแก้ปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้า การจัดซื้อ พนักงานของคุณก็จะทำการขาย ณ จุด PoS อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่า ยิ่งขายได้ ยิ่งเพิ่มกำไร เพราะหลังบ้านสามารถเติมสินค้าได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

  1. ระบบบัญชีที่รวดเร็วและถูกต้อง

การเปิดใบเสร็จจากระบบ PoS ย่อมเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกใจลูกค้า และเมื่อสินค้าของเราขายดีแล้ว แน่นอนครับ ผู้บริหารหรือเจ้าของย่อมอยากทราบว่ายอดรายได้ขององค์กรณ์คือเท่าใด ระบบ ERP ที่เชื่อมต่อกับ PoS จะทำให้คุณสามารถรู้ได้ทันทีอย่างเรียลไทม์ว่าคุณมียอดขายณ ตอนนั้นเท่าใด และทำให้ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการหรือวิเคร์รายรับ-รายจ่ายล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี

*Omni-Channel หมายถึง ช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว

เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อดีของการผสานระบบ PoS กับ ERP ถ้าให้ผมแนะนำ ผมแนะนำว่าหากคุณเป็นร้านค้าเล็กๆ traffic ยังไม่เยอะ ที่เป็นร้านเดี่ยวๆ คุณจะเลือกใช้ระบบ PoS อย่างเดียวก็ได้ครับ เพราะคุณยังสามารถจัดการงานหลังบ้านได้แม้ว่าคุณไม่มี ERP แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนจะเพิ่มสาขา เพิ่มจำนวนสินค้า ต้องการพัฒนาจากการขายปลีกเป็นการขายส่ง จุดนี้ผมมั่นใจว่าระบบ ERP จะเป็นประดยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CiMSO ERP Software ติดต่อ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ความแตกต่างระหว่าง ERP และระบบ POS

ระบบ POS หรือ ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้าน คือ จุดขาย ซึ่งหมายถึง ตำแหน่งทางกายภาพที่สินค้าหรือบริการที่ซื้อและข้อมูลการทำธุรกรรมถูกจับผ่านลงทะเบียนเงินสดอิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่นเครื่องอ่านบัตรแม่เหล็ก, สแกนเนอร์ และบาร์โค้ด หรือการรวมกันของเหล่านี้บางส่วน

POS ไม่ได้หมายถึงขั้นตอนการป้อนคำสั่งซื้อ แต่หมายถึงสถานที่ตั้งทางกายภาพที่ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ ตามเนื้อผ้าธุรกรรม POS เกิดขึ้นในร้านค้าปลีก อิฐและปูน รวมถึงธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ร้านทำผม ร้านช่างยนต์ เป็นต้น

เครื่อง POS เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลผู้ถือบัตรชำระเงินที่ต้นทางของธุรกรรม โดยทั่วไปเครื่อง POS จะสามารถอ่านข้อมูลจากบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของลูกค้าจากนั้นประมวลผลการชำระเงิน พิมพ์ใบเสร็จ

ระบบ ERP หรือ Enterprise Resource Planning เป็นระบบหรือซอฟต์แวร์ที่รับผิดชอบในการจัดการการดำเนินธุรกิจประจำวัน เช่น การกำหนดรูปแบบการจัดซื้อ การขาย การวิจัยและพัฒนาคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนดและอื่น ๆ การรวมแผนกแต่ละแผนกแต่ต้องพึ่งพากัน ERP ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ให้ข้อมูลระหว่างกันเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการรวบรวมข้อมูลการทำธุรกรรมที่ใช้ร่วมกันของ บริษัท จากหลายแผนกระบบ ERP จะป้องกันการทำสำเนาข้อมูลและนำเสนอความสมบูรณ์ของข้อมูลด้วยความจริงเวอร์ชันเดียว

การเลือกใช้ ERP ที่เหมาะสมและมีคุณภาพไม่เพียง แต่ทำให้กระบวนการทางธุรกิจง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า

“POS ไม่ได้หมายถึง ERP แต่ความจริงแล้ว ทั้ง2ระบบ อยู่ด้วยกันจะช่วยเสริมการทำงานให้กับองค์กรได้ดีกว่าการแยกกันใช้งาน”

POS เทียบกับ ERP

POS เหมาะที่สุดสำหรับ บริษัท Business-to-Consumer (B2C) ที่จัดการการรับส่งข้อมูลแบบwalk-in จากลูกค้าที่มาเยี่ยมชมสถานที่ของตน เป็นการขายสินค้าหน้าร้าน สำหรับธุรกิจบริการ หรือ ธุรกิจร้านค้าปลีก ที่ขายสินค้าโดยตรงให้กับผู้บริโภคเป็นหลัก ในขณะที่ ERP เป็นการจัดการธุรกิจแบบครบวงจรพร้อมคุณสมบัติสำหรับการจัดการสินค้าคงคลังการป้อนคำสั่งซื้อและการประมวลผลการบัญชีการจัดการคลังสินค้าการจัดการผู้ติดต่อการจัดซื้อการขายและการเงินและอื่น ๆ

ระบบ ERP จำนวนมากจะมีส่วนประกอบที่เป็นทางเลือกสำหรับแต่ละธุรกิจโดยเฉพาะ เช่นฟังก์ชันการขายหน้าร้าน(POS) และเครื่องมืออีคอมเมิร์ซ (E-commerce) แนวคิดเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ ERP คือจุดประสงค์คือเพื่อแทนที่แพ็คเกจซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ทั้งหมดและจัดการข้อมูลบริษัท จากฐานข้อมูลเดียว รวมถึงการขายจากหลายช่องทาง เช่นการค้าปลีกอีคอมเมิร์ซ งานแสดงสินค้า การค้าส่ง และอื่น ๆ

ERP ที่มาพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการขายหน้าร้าน (POS) ในตัว จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างคำสั่งซื้อและยอมรับการชำระเงินที่ส่วนหน้าเมื่อติดต่อแบบตัวต่อตัวกับลูกค้าผ่านเครื่อง POS ตลอดจนสร้างคำสั่งซื้อและดำเนินการชำระเงินที่ส่วนหลัง เมื่อได้รับคำสั่งซื้อทางอีเมลโทรศัพท์หรือวิธีการอื่นๆ

เมื่อรวมระบบ POS เข้ากับระบบ ERP …

  • การได้ข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

ERP แบบบูรณาการกับระบบ POS ให้เข้าถึงได้ทันทีเพื่อให้ข้อมูลแบบ real-time รวมทั้งข้อมูลของลูกค้าและประวัติการซื้อที่จะช่วยให้สมาชิกในทีมงานที่จะให้คำแนะนำที่ดีกว่า สิ่งนี้ช่วยเพิ่มการขายต่อเนื่องและต่อยอดไปยังการทำการตลาดได้

  • เพิ่มช่องทางการขาย

ด้วยการรวมระบบ POS เข้ากับแพลตฟอร์ม ERP คุณจะสามารถจัดการกับการขายทุกช่องทางได้ดี นั่นหมายความว่าคุณสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้จากจุดสัมผัสต่างๆ เช่น POS ที่หน้าร้าน อาจจะมีหลายจุด หลายสาขา หรือไม่กระทั่งการขายผ่านระบบ ERP เมื่อลูกค้าติดต่อซื้อผ่าน E-commerce โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ ทำให้ลดสิ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้า เพิ่มผลตอบแทนและเพิ่มยอดขายได้ในเวลาเดียวกัน

  • การ maintenance ยอดดุลบัญชีแยกประเภท

ระบบ ERP ช่วยให้คุณระบุยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทและกำหนดกระแสเงินสดสำหรับธุรกิจของคุณได้อย่างง่ายดาย

  • การลดความเสี่ยง

เมื่อคุณรวมซอฟต์แวร์ ERP เข้ากับระบบ POS คุณจะมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ป้อนในทั้งสองระบบนั้นถูกต้องซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลจะไม่ตรงกัน การผสานรวมช่วยให้มั่นใจได้ว่าการอัปโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลแบบเรียลไทม์ทำให้คุณได้รับข้อมูลจากศูนย์รวมข้อมูลเดียว

  • การจัดการอุปทานอุปสงค์ที่ดีขึ้น

การนำเสนอมุมมองแบบองค์รวมของธุรกิจการรวม ERP และ POS ช่วยให้คุณกำหนดยอดขายสินค้าคงคลังและรายได้ ด้วยวิธีนี้จะช่วยในการวางแผนและรักษาระดับสต็อกที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในสถานการณ์หลีกเลี่ยงการเกินสต็อกและต่ำเกินไป

จากเนื้อหาข้างต้น คุณจะเห็นได้ว่า POS ไม่ได้หมายถึง ERP บ่อยครั้งที่ นักธุรกิจมองหาซอฟต์แวร์เพื่อจัดการคำสั่งซื้อ และตัดสินใจที่จะดูซอฟต์แวร์ POS แต่อย่างที่ผมเล่าไปข้างต้น การเลืกใช้ POS ไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีที่สุดเสมอไป หากคุณอยู่ในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง (Wholesale – retail) ร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการอื่นๆ เช่นสนามกอล์ฟ สปา โรงแรม และหากคุณยังไม่ได้รวม ERP และ POS เข้าด้วยกันคุณจะสูญเสียเวลาและเงินของคุณไปอย่างน่าเสียดาย

หากคุณกำลังจัดการสินค้าคงคลัง สิ่งสำคัญคือต้องหาโซลูชันที่มีความสามารถในสินค้าคงคลัง นอกเหนือจากใบสั่งขายและเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ มุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมเฉพาะของคุณ เช่น การขายส่งและการจัดจำหน่าย ซึ่งต่างจากการเริ่มต้นการค้นหาตามข้อกำหนดด้านฟังก์ชันการทำงาน ผู้ขายที่มีความรู้จะสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะที่จำเป็นและจะช่วยให้คุณคิดเกี่ยวกับวิธีจัดการธุรกิจในทุกด้าน แต่หลังจากที่คุณเลือกใช้ระบบ ERP สำหรับการวางแผนองค์กรแล้ว คุณจะสงสัยว่าคุณจะทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างไรหากไม่มีมัน

ขอบคุณข้อมูลจาก:

Bluelinkerp

Batchmaster

Quora

lsretail

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

จัดการร้านอาหารด้วยระบบ CiMSO ERP Software

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เลือกทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ คลับ หรือ บาร์ และกำลังเริ่มต้นศึกษาว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจบ้าง ผมตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยครับ ว่าถ้าคุณลืมเรื่องการสร้างระบบร้านของคุณแล้วล่ะก็ คุณจะบริหารจัดการร้านของคุณด้วยความเหน็ดเหนื่อยกว่าร้านอาหารที่มีการวางระบบครับ การทำระบบในที่นี้ คือการวางระบบการทำงาน ตั้งแต่การจัดการพนักงาน ขั้นตอนการซื้อสินค้า/วัตถุดิบ การขาย การจัดทำบัญชี ซึ่งทั้งหมดนี้หากคุณเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ทำเลดีๆ ลูกค้าเข้าเป็นสาย และคุณยินดีจะเข้าร้านตลอดทุกวัน คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยทางด้านเทคโนโลยีใดๆเลยครับ แต่หากคุณไม่ได้มีครบทุกอย่างที่ผมกล่าวมา เช่น คุณมองว่า คุณควรไปทำการตลาดหรือวางแผนการเพิ่มสาขา และคุณต้องการให้การบริหารจัดการร้านของคุณทำได้เหมือนๆกัน โดยที่คุณไม่ต้องเข้าประจำร้านทุกๆวัน แปลว่า คุณจำเป็นที่จะต้องหาซอฟต์แวร์ดีๆเข้ามาช่วยแล้วล่ะครับ   

ผมเชื่อว่า ร้านอาหารส่วนมาก ในยุค ดิจิตอล 5.0 ไม่ว่าจะเป็นร้านตามห้าง ร้านนอกห้าง ร้านห้องแถว ผมเห็นมีการใช้ระบบ POS กันแทบทุกร้านแล้วครับ แต่ POS แบบไหนที่เหมาะกับคุณ? ระบบ POS สำหรับร้านอาหาร โดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการขาย บันทึกรายได้รายวัน ออกใบเสร็จ รวมถึงการแนะนำเมนูเด่น เรียกว่ามีส่วนงาน Front Office หรืองานหน้าบ้านดี แต่ระบบ POS สำหรับร้านอาหารทั่วไปจะไม่มีในส่วนหลังบ้าน เช่น ระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบบัญชี เป็นต้น

แล้วระบบร้านอาหารที่มีทั้ง Front Office และ Back Office จะเมาะกับร้านอาหารแบบไหนกัน?

ระบบร้านอาหารที่รวมทั้ง Front Office และ Back Office จะเป็นระบบที่พร้อมสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมการทำงานโดยองค์รวมทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ การตั้ดสต๊อกสินค้า การขายอหาร รวมไปถึงการออกใบเสณ้จและปิดงบการเงิน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ERP Software สำหรับร้านอาหาร หรือ Restaurant Software หากคุณ ผู้เป็นเจ้าของกิจการหรือคุณเป็นผู้จัดการร้านอาหาร และคุณเริ่มพบกับปัญหาเหล่านี้ แปลว่าคุณเหมาะที่จะหาระบบร้านอาหารที่มีทั้ง

  • หากคุณอยากเป็นเจ้าของร้านอาหารที่สามารถควบคุม รายได้ รายจ่าย และสต๊อกสินค้าได้อย่าง real-time ยิ่งไปกว่านั้น
  • คุณพบว่าระบบจัดซื้อวัตถุดิบของร้านคุณ ไม่มีประสิทธิภาพ และคุณไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้
  • คุณไม่สามารถป้องกันการรั่วไหล และการทุจริตที่อาจจะเกิดได้
  • ต้องการสร้างฐานลูกค้า เก็บประวัติลูกค้า เก็บข้อมุลการเลือกเมนูอาหารของลูกค้า
  • สนใจทำ Loyalty และระบบสมาชิก
  • ไม่สามารถจัดโปรโมชั่นได้หลากหลายรูปแบบ
  • อยากเพิ่มสาขา และต้องการให้คุณภาพอาหาร การบริการเหมือนกันทุกร้าน
  • ต้องการทำครัวกลางสำหรับร้านหลายสาขา หรือ เฟรนไชนส์
  • ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ครบถ้วนและถูกต้อง
  • อยากเข้าร้านบ้าง ไม่เข้าร้านบ้าง แต่สามารถตรวจสอบการทำงานของพนักงานได้ครบทุกแผนก รวมถึงสามารถรู้รายได้ รายจ่าย จำนวนสินค้าคงเหลือได้อย่างเรียลไทม์

CiMSO RESTautareur – Restaurant & Bar Point of Sale Software มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

  1. ระบบ Restaurant Point Of Sale – RESTaurateur
    • บริหารจัดการโต๊ะเพื่อการบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วไม่พลาดโอกาสขาย
    • มีหน้าจอการสั่งอาหารที่ง่าย ชัดเจน และรองรับการทำงานแบบ Touch Screen
    • รองรับการทำโปรโมชั่นได้หลากหลายรูปแบบ
    • บันทึกค่าบริการ (Service Charge) ได้
    • สามารถการกำหนดให้รายการอาหารอยู่ในสถานะที่ขาย หรือ หยุดขายไว้ตามฤดูการเป็นต้น
    • บริหารงานในครัวและบาร์น้ำ เสริมความสามารถด้วยการพิมพ์ใบเตรียมอาหารเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องในการจัดเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่ม
    • แยกพิมพ์รายการอาหารออกครัวแต่ละครัวที่สั่งได้ทันทีเมื่อลูกค้า Confirm Order เช่นแยกออกครัวไทย และ ครัวจีน หรือ แยกพิมพ์ออกครัว กับ บาร์น้ำ เป็นต้น
  2. ระบบ Accountings / BACKoffice
    • รองรับการรับชำระได้หลายแบบ เช่น เงินสด, บัตรเครดิต, คูปองแบบต่างๆ, หรือรับแบบผสม เช่น เงินสด + บัครเครดิต
    • รองรับการชำระแบบแยกบิล
    • สามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันทีและมีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งแบบย่อและใบกำกับภาษีเต็มรูป
    • สามารถที่จะนำเงินเข้าลิ้นชัก(เพื่อทอน) ก่อนทำการขาย และจะไปสรุปเป็นยอดคงเหลือเมื่อสรุปปิดรอบการทำงาน
    • สามารถออกรายงานายต่าง รายงานทางภาษ๊ รวมถึงปิดงบการเงินได้
  3. ระบบ Loyalty & Membership – CLUBmanager
    • รองรับระบบสมาชิก (Member) ได้ และมีรายงานสำหรับวิเคราะห์
    • สามารถให้ส่วนลดกับสมาชิกได้ทันที หรือทำการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลได้
    • มีระบบ Email Marketing สำหรับการส่งโปรโมชั่นหาลูกค้า
  4. Stock & Inventory – STOCKmanager
    • บริหารงานด้านการสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ควบคุมวัตถุดิบของเมนูอาหาร ที่ใช้จริงและคงเหลือจริง ต่างกันเพียงใดเพื่อนำไปสู่ การหาสาเหตุ ติดตามปกป้อง และลดช่องทางการสูญเสีย
    • สามารถควบคุมสต๊อกสินค้า เครื่องดื่มในบาร์น้ำ แสดงยอดคงเหลือ และเปรียบเทียบคงเหลือตามการขาย กับ จำนวนนับจริงได้
    • สามารถกำหนดคลังสินค้าหรือครัวได้หลายสถานที่ และสามารถโอนสินค้าไปมาระหว่างคลังและครัวต่างๆได้
    • สามารถบันทึกการส่งคืนสินค้า / ตัดชำรุดสินค้า ที่หมดอายุ หรือ แตกหักเสียหายได้

คุณพร้อมที่จะลงทุนกับระบบบริหารจัดการร้านอาหาร ในรูปแบบ ERP Software แล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 0293924186 เพื่อสอบถามข้อมูลหรือนัด demo ได้เลยครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System)

เพิ่มผลตอบแทนสูงสุดให้กับสนามกอล์ฟ (Golf Course) และคลับเฮ้าส์ (Club House) ของคุณด้วยซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (Golf Club Management System) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ของ CiMSO

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟ (GOLFmanager) และคลัมเฮ้าส์ (CLUBmanager) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้สโมสรหรือสนามกอล์ฟสามารถจัดการควบคุมและให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าได้ดีขึ้นทั้งที่สโมสรและออนไลน์ (CiMSOweb) โซลูชันที่รวมเข้าด้วยกันรวบรวมทุกแง่มุมของสโมสรลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ช่วยให้คุณมีสมาธิในการบริหารสโมสรจริงและให้ข้อมูลการจัดการที่ปลายนิ้วของคุณเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับกลยุทธ์และทิศทาง

โซลูชั่นการจัดการกอล์ฟที่ครอบคลุมของเราได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสนามกอล์ฟทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสโมสรที่มีระบบสมาชิกหรือลูกค้าทั่วไป นอกจากนั้นยังรองรับสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายขนาด เราสามารถปรับแต่งโซลูชันการพักผ่อนให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย

ปัจจุบันระบบการจัดการสนามกอล์ฟและสโมสร CiMSO ติดตั้งและใช้งานแล้วถึง 16 ประเทศทั่วโลก ระบบของ CiMSO นี้รวมเอาฟังก์ชั่นการใช้งานเฉพาะของกอล์ฟไว้ ดังนี้  

การเป็นสมาชิกและ CRM (Membership & CRM)

การจัดการความเป็นสมาชิกคือกุญแจสำคัญของสโมสรและสนามกอล์ฟ การเก็บข้อมูลสามชิกและใช้ข้อมูลในการเพิ่มประโยชน์ให้แก่สมาชิก รวมถึงการทำความเข้าใจกับสมาชิกของคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อธุรกิจสนามกอล์ฟและสโมสรที่ประสบความสำเร็จ

จุดขายอิเล็กทรอนิกส์ (Point of Sale)

การจัดการธุรกรรมระหว่างลูกค้าและสโมสรเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบใด ๆ ให้บริการที่ราบรื่นและเป็นมิตรไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร, บาร์, proshop หรือ Loyalty และการใช้จ่ายของลุกค้า

การจองสนามกอล์ฟ (Golf Booking)

เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและทีมงานของคุณด้วยระบบการจองสนามออนไลน์ ระบบจองสนามกอล์ฟออนไลน์จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ

กิจกรรมของสนามกอล์ฟหรือสโมสร (Club Events)

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้เข้าชมการแข่งขันกอล์ฟ งานสังสรรค์ งานแต่งงานหรือการประชุม สัมมนา กิจกรรมเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักสำหรับสโมสรสนามกอล์ฟ การจัดการเชิญทางอีเมล์ การจัดการใบแจ้งหนี้ รวมถึงการส่งแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกซ์เป็นอีกวิธีการจัดการสนามกอล์ฟที่จะเพิ่มความประทับใจให้กับสมาชิก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการจัดการเอกสารให้กับทีมงานของคุณอีกด้วย   

Report (การออกรายงานต่างๆ)  

การรายงานมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจธุรกิจทุกธุรกิจ เพราะรายงานที่ดีและละเอียดจะขับเคลื่อนการตัดสินใจการจัดการที่สำคัญโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือในระดับกลยุทธ์ระยะยาวมากขึ้นให้กับสโมสรสนามกอล์ฟ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Independent Hotel หรือ Chain Hotel แบบไหนดี

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลาดท่องเที่ยวและการดรงแรมของไทยเรานับวันทีแต่จะโตขึ้นๆ เนื่องจากประเทศเรามีแหล่างท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจการโรงแรม มีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการโรงแรมก็ยังคงเปิดโรงแรม รีสอร์ท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการท่องเที่ยวจากลูกค้าต่างชาติก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพูดถึงการบริหารจัดการโรงแรม ข้อดีของการบริหารดรงแรมแบบ Independent Hotel ครับ

Independent Hotel หรือ โรงแรมอิสระ หมายถึง โรงแรมหรือรีสอร์ทที่ไม่มีความเป็นเจ้าของร่วมหรือข้อผูกพันทางด้าน บริหารกับโรงแรมอื่น กล่าวคือไม่มีความสัมพันธ์กับโรงแรมอื่นในด้านนโยบายการบริหารหรือข้อ ผูกพันทางการเงิน จึงสามารถกำหนดนโยบายและวิธีบริหารของตนไปโดยอิสระ

Chain hotel คือโรงแรมหรือรีสอร์ทที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเจ้าของ chain ซึ่งแต่ละ chain จะมี brand ในเครือของตัวเองให้ผู้ลงทุนหรือเจ้าของโรงแรมได้เลือกหลากหลายตามมาตรฐานและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน chainชั้นนำที่มีโรงแรมภายใต้การบริหารอยู่ทั่วโลก และใน chain นั้น ๆ อาจมีโรงแรมหรือรีสอร์ทอยู่หลาย brand เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เราคงบอกไม่ได้ว่า ผู้ประกอบการโรงแรมควรจะเลือกทำ โรงแรมแบบ Independent Hotel หรือ chain Hotel ดี เพราะการเลือกบริหารนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารโรงแรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ทางด้านเงินทุน ด้านทำเลที่ตั้ง เป็นต้น พมเจอ เจ้าของโรงแรมในประเทศไทยหลายราย ที่มีอาชีพหลัก รายได้หลักจากการทำธึรกิจอื่นอยู่แล้ว หลายรายที่ไม่มีประสบการณในการบริหารโรงแรม และไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจดรงแรม ก็อาจจะสะดวกเลือกแบบ Chain Hotel เพราะความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์ครับ แต่ถ้าคุณเป็นอีกคนนึงที่สนใจธุรกิจโรงแรม ชื่นชอบงานบริการ ลองอ่านข้อดีและข้อเสียของ Independent Hotel ดูครับ

ข้อดีของโรงแรมอิสระ หรือ Independent Hotel

  • การบริหารมีความยืดหยุ่น การตอบสนองของผู้จัดการคาดการณ์อำนาจการตัดสินใจที่เกือบจะทันทีซึ่ง ดีต่อการจำกัดการสูญเสียทางการเงินและเพิ่มงานการจัดการ (เช่นการจัดตารางงานของพนักงานในหนึ่งวัน ไปยังพนักงานอีกสิบคน) โรงแรมอิสระก็เหมือนเรือยอชท์ เงาว่องไวและรวดเร็วในการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในขณะที่ กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ก็เหมือน บริษัทใหญ่ ๆ ครับ Chain Hotel จะตอบสนองช้าและขยับตามกลไกตลาด แบบเรือสำราญขนาดใหญ่ คือมันใหญ่และสวยมาก แต่ บริษัทฯเหล่านี้อาจช้าอย่างน่าประหลาดใจในการเคลื่อนย้ายเพียงเพราะมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมากมาย
  • ราคาคงที่ นโยบายการกำหนดราคาที่ตั้งไว้จะแปรผันเล็กน้อยทำให้มั่นใจได้ว่ารายรับจะแน่นอน ประหยัดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เมื่อเทียบกับการเป็น Chain Hotel ที่ราคาจะจะถูกปรับขึ้นลงบ่อนเพื่อการแข่งขันทางการตลาด
  • ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จากโฮสเทลไปจนถึงโรงแรมบูติกทุกคนมีข้อเสนอที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบก่อสร้างของสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากโรงแรมแบบ Chain Hotel ดังนั้น Independent Hotel  จึงมีการแข่งขันน้อยลงและเศรษฐกิจแบบเฉพาะทาง (ลดค่าใช้จ่าย ตลาดหนึ่ง)
  • ความเป็นอิสระทางการเงินที่พักอิสระไม่มีแรงกดดันทางการเงินจากกลุ่มลูกโซ่ที่ต้องการประสิทธิภาพที่แน่นอน มันเป็นผลมาจากการตัดสินใจอย่างอิสระเกี่ยวกับความสามารถและความสามารถด้านที่พักอาศัยของเขา
  • ความใกล้ชิดความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่เหมือนใครที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการสื่อสารที่มีคุณภาพและทีมสนับสนุนใกล้ (โดยการใช้โดยโซเชียลมีเดียให้มีประโยชน์)

นอกจากข้อดี 5 ข้อข้างต้นแล้ว โรงแรมอิสระเป็นตลาดที่น่าดึงดูดใจสำหรับ บริษัท ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTAs เช่น Booking.com และ Expedia ด้วยนะครับ เพราะ ธุรกิจโรงแรมอิสระมีความน่าดึงดูดใจและสร้างผลกำไรให้กับ OTA เพราะ Independent Hotel มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จโดยมีเหตุผลประการหนึ่งคือความพร้อมให้บริการ OTAsเหล่านี้จะขายสต็อกห้องพักของโรงแรมอิสระบนเว็บไซต์โดยมีค่าธรรมเนียม ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์การตลาดและเทคโนโลยี OTA ทำให้โรงแรมอิสระยิ่งขายห้องพักได้มากขึ้นบน Platform OTAs

อย่างไรก็ตาม Independent Hotel หรือโรงแรมอิสระ ก็ควรจะมีตัวช่วยดีๆ อย่างระบบจัดการโรงแรมที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรม Chain เช่น PMS ที่สามารถ integrate กับระบบอื่นๆได้อย่างราบรื่น (เช่น ระบบบัญชี, ระบบลูกค้าสัมพันธ์, ระบบจัดซื้อ เป็นต้น) เพื่อให้การบริหารจัดการโรงแรมอิสระ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในระยะยาวครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

มาทำความรู้จักซอฟต์แวร์หลักในธุรกิจโรงแรมกัน

ระบบหรือซอฟต์แวร์ หลักๆ ที่ใช้กับุรกิจโรงแรม คือ PMS และ POS ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริการห้องพัก และการบริการร้านอาหาร มีรายละเอียดดังนี้

  1. PMS หรือ ระบบบริการส่วนหน้า (Property Management System)

PMS เป็นระบบหลักและสำคัญที่สุดในธุรกิจโรงแรม เพราะเป็นระบบที่ทำหน้าที่บริหารจัดการห้องพัก การรับจองห้องพัก การเข้าพัก ตลอดจนการเก็บเงินลูกค้า กรณีที่ลูกค้า check-out นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการควบคุมและบริหารห้องพักในส่วนของแผนกแม่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปิดห้องซ่อม การปรับสถานะห้องพัก ห้องว่าง ห้องสกปรก เป็นต้น

  1. POS หรือ ระบบบริการร้านอาหาร (Restaurant Management system)

POS เป็นระบบ ที่ใช้สำหรับเก็บเงินลูกค้าที่มาใช้บริการห้องอาหาร เป็นอีกหนึ่งระบบที่มักควบคู่กับระบบบริการส่วนหน้า เพราะทั้งสองระบบควรจะต้องเชื่อมต่อ (integrate) ถึงกันได้ จึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ลูกค้าที่มาทานอาหารนั้น เป็นแขกที่มาพักจริงหรือไม่ (โดยปกติ ลูกค้าที่มาพักโรงแรม มักจะไม่ขำระเงินทันที หลังรับประทานอาหาร แต่จะชำระเมื่อแจ้งออก หรือ check-out)

หากคุณเป็นโรงแรมที่มีจำนวนประมาณ 50 – 80 ห้อง การใช้เพียง 2 ระบบข้างต้น ก็อาจจะเพียงพอกับการบริหารธุรกิจโรงแรมแล้วครับ แต่ในยุคที่ข้อมูลมีค่าและการเก็บรักษา การใช้ข้อมูลให้มีประดยชน์ต่อการได้มาซึ่งรายได้ของธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารโรงแรมมองหาระบบที่สามารถรวบรวมข้อมูล ภายใต้กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ   คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และเป็นฐานข้อมูลเดียวขององค์กร ที่มีความปลอดภัย และมีระดับการเข้าถึงแยกเป็นแผนกต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนกการตลาด แผนกบัญชี แผนกลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น

ระบบหรือซอฟต์แวร์การบริการส่วนใหญ่ที่อธิบายว่าเป็น PMS นั้นเป็นอินเตอร์เฟสที่มุ่งเน้นการจัดการในส่วนหน้าเท่านั้น จึงไม่มีระบบที่จะสนองความต้องการของผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการโรงแรมจึงจำเป็นต้องใช้ระบบต่าง ๆ ในฐานข้อมูลที่แยกจากกันด้วยอินเตอร์เฟสจำนวนมากเพื่อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่การใช้ระบบหลายๆระบบร่วมกัน ทำให้ เกิดความผิดพลาดในการใช้งาน ค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากต้องใช้หลายระบบ อีกทั้งการประมวลผลก็ไม่รวดเร็วเท่ากับการที่มีระบบเพียงระบบเดียว

ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการโรงแรม จึงหันมาให้ความสนใจ Hospitality ERP Software กันมากขึ้น เนื่องจาก เป็นระบบที่รวมทั้ง Front Office (PMS) และ BACK Office นอกจากนั้นยังสามารถ integrate รวมกับระบบอื่นๆ ซึ่งทำให้การทำงานขององค์กร เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เช่น Restaurant POS, Retail POS, CRM, Inventory, Purchasing เป็นต้น   

ประโยชน์ของ Hospitality ERP

  • รวบรวมฐานข้อมูลส่วนกลาง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
  • ความสอดคล้องข้อมูลและความถูกต้องระหว่างหน่วยงานในโรงแรม
  • ประยุกต์การประสานงานข้ามแผนกและเวิร์กโฟลว์การดำเนินการ
  • คล่องตัวการดำเนินงานและการทำงานไหลเวียนได้ดี
  • งานคล่องตัวซึ่งพนักงานโรงแรม สามารถมีเวลาที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่ต้องให้ความสนใจส่วนบุคคล
  • มีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล
  • ตั้งค่าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมาย
  • โครงสร้างพื้นฐานแบบ Agile ที่ระบุและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • การลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เดียวเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชัน (ปัจจุบันสามารถทำงานผ่าน cloud)
  • การลงทุนในลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เดียว
  • จัดการกับบุคลากรด้าน IT เพื่อจัดการ ERP
  • วางแผนการดำเนินงานของโรงแรมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การบัญชีการเงินสินค้าคงคลังเงินเดือนการจัดการห่วงโซ่อุปทานการวางแผนการผลิต CRM เป็นต้น
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • เพิ่มความพึงพอใจของแขก

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ ERP

PMS

  • เป็น แอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ยุ่งยาก
  • เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากข้อมูลย้ายจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกถัดไป
  • ต้นทุนการใช้แรงงานสูง เพราะพนักงานทำงานอย่างเร่งรัดด้วยกระบวนการที่ครอบคลุมเฉพาะส่วนของตนเอง ทำให้ผู้บริหารต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ขายหลายราย

ERP

  • ช่วยให้โรงแรมสามารถโต้ตอบกับผู้ขายรายเดียวได้เนื่องจากมีโซลูชั่นเดียวสำหรับการดำเนินการหลายอย่าง
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งจัดการได้ง่ายขึ้น

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมของคุณพร้อมสำหรับ ระบบ ERP หรือยัง

ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจบริการมีการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการของโรงแรมนั้นซับซ้อนมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโรงแรม พบว่าการใช้ระบบจัดการแบบพื้นฐานไม่ใช่คำตอบที่ต้องการอีกต่อไปในการทำธุรกิจ แล้วโรงแรมประเมินความต้องการในการใช้ระบบบริหารจัดการโรงแรมอย่างไร บทความนี้จะนำเสนอข้อดี-ข้อเสียและวีธีแก้ไขความกังวงในการเลือกใช้ระบบบริหารจัดการโรงแรมครับ

ในช่วงไปม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สปา สนามกอล์ฟ ล้วนมีความจำเป็ฯที่จะต้องสรรหาและนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจบริการของตน เนื่องจากความต้องการของธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆแง่มุม เช่น การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การทำการตลาด และการบัญชี เป็นต้น และนอกจากนี้ ธุรกิจบริการหลายๆตัว มีความต้องการและแนวทางในการดำเนินธุรกิจไปในทางที่ มีความร่วมมือแบบ global มากขึ้น ทำให้ การทำธุรกิจไม่ได้จำกัด อยู่ที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่สามารถขยายใหญ่ขึ้นไป มีหลายยสาขา ในหลายภุมิภาคและหลายประเทศ เทคโนโลยีทำให้การดำเนินธุรกิจบริการเหล่านี้สามารถจัดการได้จริง ผู้บริหารสามารถมองเห็นข้อมูลและการทำงานขององค์กรได้อย่างเรียลไทม์  ซึ่งทำให้การตัดสินใจในองค์กรเป็นไปด้วยความรวดเร็วและดียิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ใน 10 ปีมานี้ โรงแรมส่วนใหญ่จะเลือกซื้อ ซอฟต์แวร์เฉพาะ สำหรับการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม เช่น แผนก front office แผนกบัญชี (accounts receivable)  แผนกลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) แผนกบุคคล (HR & payroll) แผนกช่าง (maintenance) เป็นต้น จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หลากหลายเจ้า มาเชื่อมต่อกับระบบ PMS หลักที่โรงแรมใช้อยู่เดิม เหมือนเป็นการเอาระบบหลายๆระบบจากหลายๆเจ้ามาเชื่อมต่อกัน ซึ่งหลายดรงแรม พบว่าการเลือกทำแบบนี้กลายเป็นความวุ่นวาย เสียเวลาและเป็นการลงทุนที่สาหัสกว่าเดิม เพราะการเชื่อมต่อซอฟต์แวรืคนละเจ้ากัน ใช่ว่าจะสามารถเชื่อมต่อข้อมุลกันได้แบบ 100% ทำไห้หลายๆครั้งต้องเสียค่าพัฒนาระบบให้ตรงตามความต้องการของโรงแรมตัวเอง หรือหากเจ้าไหนมีการพัฒนาระบบเพิ่มเติม เจ้าอื่นๆก็จะต้องพัฒนาด้วย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่มีการพัฒนาเล็กๆน้อยๆ เป็นต้น

หากคุณเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ปัจจุบันใช้ PMS ในการบริหารจัดการโรงแรม และต้องการต่อยอดการบริหารอื่นๆในโรงแรม เช่น ระบบัญชี ระบบลูกค้าสัมพันธ์ ระบบร้านอาหาร เป็นต้น คุณน่าจะต้องเริ่มมองหาโซลูชั่นการจัดการโรงแรมในรูปแบบ ERP software ครับ

ประโยชน์ของ ERP

  • ความสอดคล้องของข้อมูลและความแม่นยำในแผนกต่างๆของโรงแรม
  • การประสานงานข้ามแผนกที่ง่ายขึ้นและการจัดการ work flow ที่ดีขึ้น
  • ความคล่องตัวในการทำงานซึ่งช่วยให้พนักงานโรงแรม สามารถมุ่งเน้นไปที่การ pay attention กับการทำงานที่ work station ของตัวเอง
  • การตั้งค่าเป้าหมายและการตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมายที่ง่ายและชัดเจนขึ้น
  • โครงสร้างพื้นฐานของระบบและขั้นตอนการทำงานที่คล่องตัว ซึ่งสามารถระบุปัญหาและสามาถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ธุรกิจโรงแรม ต้องการ ERP Software จริงหรือไม่

การวางแผนทรัพยากรองค์กร หรือ ERP เป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว และมีการนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ ธุรกิจการผลิต หรือ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะ ERP คือ เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน สามารถปรับปรุงการไหลของข้อมูลและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ความรวดเร็วของการทำงานของพนักงาน และความถูกต้องของการทำงาน เป็นปัจจัยต้นๆของการแข่งขันกันระหว่างโรงแรม ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ลูกค้าส่วนมากจะแชร์ประสบการการเข้าพัก การให้บริการของโรงแรมผ่าสื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งมีผลต่อการเลือกใช้บริการของแขกในอนาคตและรายได้ของโรงแรม ทำให้ฝ่ายบริหารของโรงแรมต้องการการมองเห็นการดำเนินงานของโรงแรมอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ การต้อนรับที่ดีต้องมีความคล่องตัว ดังนั้น การเลือกใช้ ERP Software ที่เป็น single integrated solution เป็นทางเลือกที่ดีของโรงแรมที่ต้องการให้ การต้อนรับที่คล่องตัว และครอบคลุมฐานข้อมูลเดียวที่ปผนกต่างๆของโรงแรมสามารถเข้าถึงได้อย่างราบรื่น

ข้อดีของการเลือกใช้ Single integrated solution  คือ

  • ลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เดียวเพื่อเรียกใช้แอปพลิเคชัน
  • ลงทุนในลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เดียว
  • ใช้บุคลากรด้านไอทีโดยเฉพาะเพื่อจัดการกับระบบ ERP
  • เป็นการวางแผนการดำเนินงานของโรงแรมในภาพรวมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ บัญชีการเงิน สินค้าคงคลัง เงินเดือน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การวางแผนการผลิต ลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น
  • เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ERP Software เป็นระบบบริหารจัดการ เวอร์ชันขั้นสูงของ PMS ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้อนข้อมูลในจุดเดียวและสามารถเข้าถึงได้โดยผู้จัดการในระหว่างการทำงาน (ดู Hotel ERP คืออะไร ทำไมธุรกิจโรงแรมจึงต้องมี Hotel ERP)

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ ERP

PMS

  • เป็นแอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ยุ่งยาก
  • เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากข้อมูลย้ายจากแผนกหนึ่งไปอีกแผนกหนึ่ง
  • ใช้ทีมงานมากด้วยกระบวนการทำงานแบบแมนนลวล ซึ่งเสียทั้งเวลาและเงิน
  • ต้องมีการติดต่อกับผู้ขายหลายรายเพื่อหาจุดแก้ปัญหา

ERP software

  • โรงแรมสามารถติดต่อกับผู้ขายรายเดียวเนื่องจากมีวิธีแก้ไขปัญหาเดียวสำหรับการทำงานหลายอย่าง
  • ต้นทุนคงที่ซึ่งสามารถจัดการได้มากขึ้น

อุปสรรคต่อการยอมรับและเลือกใช้ ระบบ ERP Software

แม้ว่าระบบ ERP จะมีความต้องการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ มีหลายโรงแรมเลือกใช้ ERP ในการจัดการดรงแรม แต่ก็ยังไม่มากนักเนื่องจากต้นทุนสูง แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือ ผู้ที่ต้องการระบบ ERP สามารถเลือกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ตามความต้องการของโรงแรม

การเลือกใช้ระบบ ERP มาแทนที่ระบบ PMS เดิมของโรงแรม จะต้องใช้ช่วงเวลาในการรวบรวมข้อมูล การโยกย้ายข้อมูลเข้าสู่ระบบใหม่ตามรูปแบบของระบบ ERP การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการใช้ระบบ ซึ่งหลายองค์กรมองว่าเป็นการลงทุนทั้งเวลาและจำนวนเงิน ทำให้คำว่า ERP จึงดูห่างไกลจากจุดสนใจหลักของธุรกิจ และด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสถานประกอบการด้านการบริการส่วนใหญ่ก็มีความลังเลใจเกี่ยวกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณสมบัติของ PMS ส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ก็ คือ  การบริหารจัดการงานที่ซับซ้อนขั้นเรื่อยๆขององค์กร และการเข้าถึงข้อมุล ดูการทำงานอย่างเรียลไทม์ขององค์กร เพื่อลดการรั่วไหลขององค์กร แต่ ERP Software สามารถทำได้ กุญแจสำคัญของการเลือกใช้ ERP Software จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์คือการเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชียวชาญและและสามารถทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก (ดู CiMSO Hospitality software)

ถึงเวลาแล้วที่โรงแรมของคุณจะลงทุนในระบบ ERP

ถ้าทีมงานในแผนกต่างๆขององค์กร/โรงแรมของคุณทำงานแยกกันอย่างอิสระ และคุณจ้างพนักงาน full-time ครบทุกตำแหน่งเพื่อทำรายงานการดำเนินงาน แต่คุณก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของโรงแรมได้อย่างรวดเร็ว ก็เป็นจุดนึงที่บ่งบอกว่า โรงแรมของคุณมีความพร้อมสำหรับ ERP Software

ความต้องการใช้ ERP เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการติดตั้ง Hospitality ERP เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ การโอนย้ายข้อมูลแบบดั้งเดิม การฝึกอบรมพนักงานโรงแรมเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์และการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่แท้จริงคือความท้าทาย หากคุณไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจถึงผลที่จะได้รับจาก ERP ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้คุณไม่สบายใจเป็นเวลาหลายเดือน

  • โรงแรมที่ติดตั้ง ERP มีกี่แห่ง
  • ผู้ให้บริการ ERP ให้บริการมานานเท่าไหร่
  • ส่วนงานบริการที่ติดตั้ง ERP มีอะไรบ้าง
  • มีการติดตั้ง ERP ในโรงแรมขนาดเดียวกับคุณหรือไม่
  • การปรับแต่งแอปพลิเคชั่นทำได้ง่ายเพียงใด
  • ใช้เวลาในการติดตั้งแอพพลิเคชั่นนานเท่าไร?
  • การย้ายข้อมูลดั้งเดิมลงใน ERP และการย้ายข้อมูลจะใช้เวลานานเท่าใด
  • ผู้ให้บริการ ERP จะฝึกอบรมพนักงานโรงแรมของคุณหลังการติดตั้งหรือไม่
  • มีบริการดูแลหลังการขายสำหรับ ERP หรือไม่
  • ERP ครอบคลุมภายใต้มาตรฐานอะไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

แต่ละส่วนบริการมีความต้องการเฉพาะของตนตัวอย่างเช่นโรงแรมสนามบินจะเรียกเก็บเงินผู้เข้าพักที่แตกต่างจากรีสอร์ทริมชายหาด เรือสำราญจะมีแผนกที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับสปา การเลือก ERP ที่เหมาะสมอาจต้องใช้เวลาและการพิจารณาต้นทุนและเวลาในการลงทุนควรเลือก ERP ที่เหมาะสมด้วยความระมัดระวังเอาใจใส่และคิด ท้ายที่สุดคุณอาจต้องใช้ชีวิตกับ ERP เป็นเวลาหลายปี

การติดตั้ง ERP เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่คุณจะเริ่มต้นกับผู้ให้บริการ ERP ของคุณ พิจารณาว่าพวกเขาเข้าใจความต้องการของคุณและสามารถส่งมอบตามความคาดหวังของคุณหรือไม่ (ดู CiMSO’s Client References)

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ธุรกิจร้านอาหาร กับระบบจัดการร้านอาหาร

คุณทราบหรือไม่ครับว่า การจะทำธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จได้ นอกจากการมีแม่ครัวฝีมือดีสัก 1 คน แล้ว หากคุณต้องการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหาร คุณต้องเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจร้านอาหาร กับ ระบบจัดการร้านอาหาร เป็นของคู่กัน” ครับ

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้าถึงทุนคน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าร้านอาหารเดียวหรือร้านอาหารที่มีหลายสาขา หากมีคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เนตเป็น แทบจะไม่มีร้านอาหารร้านไหนที่พึ่งแต่ หัวหน้าแม่ครัว แต่ไม่รู้จักการวางระบบครับ

ระบบจัดการร้านอาหาร มีตั้งแต่ระบบเล็ก ระบบใหญ่ และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของร้านอาหารจะต้องจัดหาไว้ต้งแต่เริ่มวางแผนทำธุรกิจร้านอาหารครับ ระบบร้านอาหารจะช่วยให้เจ้าของร้านอาหารไม่จำเป็นต้องพึ่ง หัวหน้าแม่ครัว อย่างเดียว แต่เป็นการพึ่งระบบ ซึ่งมีข้อดีมากมาย นอกจาก รสชาตอาหารจะคงที่มากขึ้น แล้วยังช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถพัฒนาฯ ร้านอาหารของตัวเองได้มากกว่าเดิม รวมถึงแก้ปัญหาเดิมๆที่ร้านอาหารเคยพบเจอ เช่น การแก้ปัญหาการบันทึกยอดขายไม่ตรงกับความจริง การโกงวัตถุดิบ  (เมื่อมีระบบแล้ว ระบบจะสามารถตัด BOM เพื่อรู้ว่าพนักงานบันทึกรายจ่าย ตรงกับยอดวัตถุดิบที่หายไปหรือไม่) การโกงโปรโมชั่นร้านอาหาร เป็นต้น 

นอกจากนั้น เจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มยอดขาย การทำการตลาด และเพิ่มสาขา มักจะวางแผนมี “ครัวกลาง” เพื่อทำหน้าที่คัดสรร ผลิต ควบคุมคุณภาพและกระจายวัตถุดิบสู่สาขาต่างๆ เช่น น้ำจิ้ม น้ำซุป ซอส หรืออาหารจานสำคัญของร้านไปยังแต่ละสาขา  ซึ่งอาหารที่ส่งจากครัวกลางส่วนใหญ่จะเป็นปรุงจนเกือบเสร็จสมบูรณ์ เพียงแค่พนักงานที่สาขานำมาอุ่น หรือปรุงเพิ่มเติมเล็กน้อยก็สามารถเสิร์ฟได้ทันที ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับร้านอาหารที่ต้องการรักษามาตรฐานรวมถึงสูตรลับประจำร้านครับ

ระบบ ครัวกลาง ที่ดี ควรจะรองรับอะไรบ้าง ผมแนะนำ ดังนี้ครับ

  1. รองรับการสั่งซื้อสินค้า วัตถุดิบ การจัดการสต๊อกสินค้า
  2. มีระบบฐานข้อมูล suppliers ที่สามารถ record ข้อมูลการซื้อ ราคา เพื่อวางแผนการสั่งซื้อสินค้าได้
  3. มีระบบฐานข้อมูลสาขา ที่สามารถวิเคราะห์ ประเมินผลการสั่งซื้อ รวมถึง ช่วยสาขาในการทำการตลาด เนื่องจาก สามารถรู้ว่า สินค้าไหนเป็นสินค้าขายดี ของแต่ละสาขา และสามารถเพิ่มโปรโมชั่น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้
  4. มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ POS หน้าร้าน เพื่อตัดวัตถุดิบ ทำให้แผนกจัดซื้อสามารถเตรียมสินค้าได้พร้อมส่ง
  5. สามารถพัฒนาเป็ฯส่วน จัดส่งสินค้า delivery หรือจัดทำเป็นอาหารบรรจุภัณฑ์ พร้อมวางขายตามซุปเปร์มาเกตได้อีกด้วย

ระบบ central kitchen  ของ CiMSO ERP software จะประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ของระบบ

Inventory & Procurement Software

Customer Relations & Business Management Software

Restaurant & Bar Point of Sale Software

Accounting Software

ถึงแม้ว่าการทำครัวกลางจะช่วยพัฒนาญ ธุรกิจร้านอาหารของคุณได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงต้นทุน แผนการตลาด และการพัฒนาคนให้สามารถเข้าใจถึงการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ หรือการจัดการสินค้าที่มาจากครัวกลาง ว่าจะทำอย่างไรให้คุณภาพอาหารและการให้บริการลูกค้า เป็นที่น่าพึงพอใจของทั้งเจ้าของกิจการและของลูกค้าครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมีหลายคนมีความสนใจที่จะทำธุรกิจนี้ มีหลายคนที่วางแผนมาดี พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจทำให้ธุรกิจรุ่งเรื่องเติบโตเลยทีเดียว แต่ก็มีไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้วางแผนกันรอบคอบก่อน และทันทีที่ก้าวสู่สนามการแข่งขันก็ต้องพลาดท่า ทำได้ไม่นานก็ต้องปิดกิจการ ทำร้านอาหารเจ๊ง วันนี้ผมมีระบบ ERP หรือ Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกันครับ

ระบบร้านอาหารทั่วไป จะเน้นไปที่ POS หรือ Point of sale ซึ่งระบบ POS ก็คือระบบที่ช่วยจัดการทางหน้าร้าน การจองโต๊ะ การเลือกเมนู สั่งอาหารของลุกค้า และการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารเล็กๆสัก 1 ร้าน เป็นกิจการเสริมหรือกิจการเล็กๆที่บริหารกันเองภายในครอบครัว คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านอาหารที่มี POS เพื่อเน้นไปที่ระบบหน้าร้านเท่านั้นก็พอครับ <ดู Store Hub – ระบบบริหารจัดการร้านค้า ร้านอาหาร สำหรับ SMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราครับ>

แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนให้ธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ของคุณเป็นธุรกิจหลัก วางแผนจะขยายสาขา คุณจะต้องเริ่มจัดการควบคุมสต๊อกและต้นทุนวัตถุดิบ หาระบบที่มี POS หรือสามารถเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน (POS) เดิมที่คุณมีอยู่ มีสูตรการผลิตที่มั่นคงสามารถตัด Bill of Material (BOM) และรวมไปถึงการมีครัวกลางในการผลิด และช่วยวิเคราะห์แผนการตลาด ยอดการซื้อ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะเริ่มมองหาระบบที่เหมือนสมกับแผนที่คุณวางไว้ ซึ่งแน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบที่มีความสามารถสำหรับองค์กร คงมีราคาที่คุ้มค้าต่อการลงทุน ซึ่งระบบนี้เรียกว่า ERP Software สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ครัวกลาง และมีความสามารถดังนี้

ครัวกลาง (Central Kitchen)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager)
    • การสั่งวัตถุดิบ – PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การจัดเก็บ วัตถุดิบที่ถูกต้อง สามารถทำบาร์โค้ด และระบุวัน เดือน ปี ที่สินค้าหมดอายุได้ – Barcode
    • ระบบการนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • วิธีการเบิกวัตถุดิบจากฝ่ายผลิต เผื่อนำไปผลิตสินค้า – Stock Transfer
    • วิธีการตรวจรับสินค้าเข้าคลังหลังจากฝ่ายผลิตเบิกวัตถุดิบไปผลิต เพื่อตรวจสอบความสูญเสียของวัตถุดิบ
    • วิธีการกระจายสินค้าตาม IPR/PO ของสาขา
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในครัวกลาง
  2. ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • การลงบันทึกยอดขายในแต่ละวัน และการส่งรายงานในแต่ละวัน
    • การทำสรุป P&L (งบกำไรขาดทุน) ในแต่ละเดือนเพื่อส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)

สาขา (Branches)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง
    • การสั่งซื้อสินค้าจากครัวกลางเพื่อให้เพียงพอต่อการขายในแต่ละวัน – IPR/PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน
    • รายงานสินค้าคงคลังและรายงานการเคลื่อนไหวของตัวสินค้า
  2.  ระบบขายหน้าร้าน (Point Of Sale – POS)
    • ระบบPOS และตัดบอม (Bill Of Materials)
    • เมนูขายดี
    • ทำโปรโมชั่น โดยสรุปยอดขายไม่ผิดพลาด ไม่เกิดของหาย
    • ระบบจัดการโต๊ะ
    • สามารถลิ้งไปที่พริ้นเตอร์ในครัวเพื่อสั่งผลิตได้ทันที
  3.  ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)
    • ระบบเก็บเงินหน้าร้าน บันทึกยอดขาย
    • สรุปรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

คุณสมบัติของระบบครัวกลาง และซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหาร ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็น เพียงส่วนหนึ่งของการจัดการธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องการขยายสาขา ที่มีความคิดที่จะมีครัวกลางเป็นของตัวเองเท่านั้น ยังไม่รวมถึงระบบการจัดการสมาชิก การทำ loyalty Program ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งหากคุณมีความมุ่งมั่นและวางแผนพัฒนาธุรกิจน้ารอาหารของคุณในระยะยาว ควรเลือกระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับร้านอาหารได้ทันที มากว่าที่จะลงทุนซื้อระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ไม่สามารถต่อยอดได้ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com