ระบบ ERP กับการจัดการสต๊อกสินค้า

เชื่อว่ายังคงมีหลาย ๆ คนที่ยังนับสต๊อกสินค้า ด้วยมือ จดกระดาษ หรือย่างดีก็ใช้ excel ในการจัดการสต๊อกสินค้า และเชื่อว่ามีอีกหลายคนค้าขาย ได้กำไรมากมาย จึงยังไม่เห็นความสำคัญของระบบคลังสินค้า จนวันนึงที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว และสินค้าบางตัวล้นสต๊อก บางตัวก็ขายดีจนไม่สามารถจัดหาให้ลูกค้าได้ทัน ถึงเวลานั้นคุณจะเริ่มหาตัวช่วยจัดการคลังสินค้า และใช่ครับ มันคือ ระบบ Inventory Management หรือระบบบริหารสินค้าคงคลัง

สำหรับร้านค้าที่มีพนักงาน 1-2 คน (อาจรวมตัวคุณเอง) มีรหัสสินค้าไม่มาก และจำนวน Supplier ไม่เยอะ และไม่ต้องการระบบบัญชีอะไรนอกจากการตัดสต๊อกสินค้า ขายสินค้าออก คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการสินค้าแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ อย่างพวก web based application ได้

แต่เมื่อไหร่ที่คุณเป็นบริษัท หรือโรงงาน ที่มีรหัสสินค้าหลากหลาย มีการสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายหลายเจ้า มีงดชำระค่าสินค้าและวัตถุดิบ มีสต๊อกสินค้าเยอะ และอาจะมีหลายคลังสินค้า ต้องการตรวจสอบการเข้า-ออกของสต๊อกสินค้า รายรับ-รายจ่ายขององค์กร เมื่อนั้น หมายความว่าคุณต้องการระบบ ERP สำหรับการจัดการคลังสินค้า แล้วครับ

บทความนี้ ผมจะแนะนำระบบการจัดการคลังสินค้า หรือ การจัดการสต๊อกสินค้า CiMSO ERP – STOCKmanager เพื่อเป็นประดยชน์สำหรับผู้ที่กำลังหาระบบจัดการคลังสินค้า ในรูปแบบ ERP ที่มีทั้งระบบจัดซื้อ ระบบขายสินค้า ทั้งหแบบหน้าร้าน-หลังร้าน ไปถึงระบบบัญชีครับ

โปรแกรมสต็อกสินค้า หรือ CiMSO STOCKmanager คือโปรแกรมที่ผู้ใช้สามารถใช้เพื่อตรวจสอบหรือบริหารสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ และ ควบคุมสินค้าคงคลัง สามารถตรวจสอบสินค้าเข้า-ออก ผู้รับผิดชอบ วันและเวลาที่มีการเติมสต็อก โดย CiMSO STOCKmanager มีคุณสมบัติดังนี้

CiMSO STOCKmanager (Inventory & Procurement Software) – Inventory (stock) procurement and control across geographically distributed locations

Features (คุณสมบัติของโปรแกรม CiMSO STOCKmanager)

  • Product, Services, Charges management with status links
  • Food & Beverage recipe costing (bill of materials)
  • Real time integration to General Ledger, Debtors and Creditors
  • Bar code identification with Label printing for 23 leading international bar code types
  • Quantity management per packaging type offers orders and sales by main or sub unit (order by case – sell by bottle or tot)
  • Unlimited price lists for price differentiation by customer status or location
  • Seamless ledger integration based on pre-configured settings
  • Average item cost per company, warehouse and store
  • Fast stock take console with mobile device stock take facility
  • Stock takes in a live, trading environment

Inventory Transactions (การจัดการสินค้าคงคลัง)

  • Stock takes, inter department transfers, inter branch transfers
  • Requisitions, purchase orders, goods received vouchers
  • Cash sales, invoices and reversals affecting stock
  • Cash and debit stock purchase and returns

Procurement Control (ระบบจัดซื้อ จัดหา)

  • Preferential supplier management with tender or purchase contract control
  • Multi-level procurement authorisation and transaction processing console
  • Requisitioning, Order Processing and Goods Receipting console with multi-level authorisation
  • Order processing validated against financial budget with automatic Order limitation
  • Goods Receipting console with automatic Order to Goods Received Voucher conversion
  • Inter warehouse and store transfer console

นอกจากนั้นระบบ CiMSO STOCKmanager ยังสามารถ integrate เข้ากับระบบของ CiMSO อื่นๆ ดังนี้

  • CLIENTmanager CRM, business administration, communications and accounting control
  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • WORKshop workshop management system for vehicle repairs, job cards, stock control and staff assignment
  • HOUSEkeeper housekeeping management system for commercial and private properties, with staff assignment
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • RESTaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • ACTIVities recreational activities scheduler
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City
  • REALtor real estate register with leasing and time share

สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ CiMSO STOCKmanager หรือนัดทำ short demo ฟรี ได้ที่ cimso@aecenlist.com หรือ 023924186

7.3 Ci Header STOCKmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

CiMSO ERP จะช่วยให้แฟรนไชส์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เป็นเป็นวีการสร้างธุรกิจที่รวดเร็วและมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าการเริ่มสร้างธุรกิจด้วยตนเอง แต่สำหรับแฟรนไชส์ไทยแล้ว ที่ยังมีความน่าเป็นห่วงอยู่บ้างก็คือ การตั้งแฟรนไชส์แต่ไม่เข้าใจหลักการทำแฟรนไชส์ที่แท้จริง ซึ่งในระยะยาวส่งผลให้ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นต้องล้มหายตายจายและไม่มีแฟรนไชส์ซี่ต่อสัญญาอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์ หรือ ผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ว่าจะต้องสนับสนุนให้ธุรกิจนั้นเติบโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการมีระบบปฏิบัติงานที่ดี ซึ่งสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการให้บริการ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของแบรนด์) และแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์) ไม่ใช่แค่ทารขายแฟรนไชส์ เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่ารอยัลตี้ โดยไม่ทำการอื่นๆเลย

มาดู ปัจจัยสำคัญที่ผู้สร้างธุรกิจแฟรนไชนส์ต้องมี คือ

  1. แผนธุรกิจที่พิสูจน์ได้ว่าทำแล้วสำเร็จ
  2. หลักสูตรอบรมการทำธุรกิจ และคู่มือปฏิบัติงาน
  3. ระบบการตลาด
  4. ระบบเทคโนโลยี
  5. เครือข่ายแฟรนไชส์ซี

ซอฟต์แวร์การจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ ของ CiMSO ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่าง แฟรนไชส์เซอร์และแฟรนไชส์ซี โดยการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขาย แบบ POS, การจัดการสินค้าคงคลัง, ระบบบัญชีเจ้าหนี้-ลูกหนี้, การทำการตลาด เป็นต้น

โดย ระบบ CiMSO Hospitality & Business ERP Software มี features ที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” สามารถสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ของตนเอง ให้มีความก้าวหน้า ยังยืน และพัฒนาต่อไปร่วมกับแฟรนไชนส์ซี ดังนี้

  • Touch Screen POS (RESTaurateur หรือ SHOPkeeper) ระบบเทคโนโลยี Point Of Sale (POS) สำหรับการขายหน้าร้านที่สามารถเชื่อมต่อไปนังระบบสต๊อกของแฟรนไชส์ซี ทำให้ทุกการขายของแฟรนไชล์ซี่มีการตัดสต๊อกถูกต้องแม่นยำ และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบของแฟรนไชส์เซอร์ทำให้แฟรนไชส์เซอร์สามารถช่วยทำการตลาดให้กับสินค้าขายดีของแฟรนไชส์ซี ณ โลเคชั่นนั้นๆได้
  • Procurement หรือระบบจัดซื้อ (STOCKmanager) ซึ่งทำให้ แฟรนไชส์ซี มีระบบจัดซื้อซึ่งสามารถทำการสั่งซื้อสินค้าจากแฟรนไชส์เซอร์ได้ทันทีเมื่อสินค้าลดลงเกินกว่าจำนวนที่ตั้งไว้ ในทำนองเดียวกัน แฟรนไชส์เซอร์ก็สามารถเห็นระดับสต๊อกสินค้าของแฟรนไชส์ซี ซึ่งทำให้สามารถเตรียมสั่งซื้อสินค้า/วัตถุดิบที่มีมาตฐานพร้อมส่งให้กับแฟรนไชส์ซี ทำให้ระบบการขายสินค้าของทั้งแฟรนไชส์ไม่ขาดช่วง รองรับความต้องการของลูกค้าปลายทางได้เป็นอย่างดี
  • Membership & Loyalty หรือระบบสมาชิกและสะสมแต้ม (CLUBmanager) ระบบสมาชิกของ CiMSO จะสามารถเก็บประวัติการเข้าใช้บริการ/ซื้อสินค้า ของลูกค้าปลายทาง ทำให้แฟรนไชนส์ซี สามารถทำการตลาด สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของตนเองได้ รวมถึงการรวบรวม data ของแฟรนไชส์ซี่จช่วยให้ทางแฟนไชส์เซอร์สามารถนำข้อมูลมาวิเคาระห์ เพื่อการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ การออกสินค้าใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าปลายทาง
  • CRM หรือระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CLIENTmanager) นอกจากการรอลุกค้ามาใช้บริการที่ร้าน หรือการทำการตลาดด้วยการทำ online marketing ที่เป็นการหาฐานลูกค้าใหม่แล้ว ระบบ CiMSO ERP ยังสามารถช่วยธุรกิจแฟรนไชส์ได้ด้วยการทำการตลาด แบบ Direct Marketing ไม่ว่าจะผ่านทาง Email Marketing หรือ SMS ส่งโปรโมชั่นหรือรายการสินค้าใหม่ๆไปยังฐานลูกค้าเดิม ทำมห้เกิดการซื้อซ้ำ สร้าง Brand Loyalty ให้กับแบรนด์ด้วย
  • Accounting หรือ ระบบัญชี (BACKoffice) นอกจากการขาย การ สั่งซื้อสินค้าต่างๆ สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำธุรกิจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำบัญชี ระบบ CiMSO ERP Software สามารถช่วยให้เจ้าของแฟรนไชส์ช่วยเหลือแฟรนไชส์ซีที่ต้องการระบบบัญชี ด้วยการเพิ่ม BACKoffice ให้กับแฟรนไชส์ซี ซึ่งหากแฟรนไชส์ซี่เจ้าไหนไม่ต้องการก็สามารถเลือกไม่ใช้ระบบดังกล่าวนี้ได้ การเสริมระบบบัญชีให้กับเครือข่ายแฟรนไชส์ซี จะช่วยให้การทำงานของแฟรนไชส์ซีมีมาตรฐานและไม่ปวดหัวกับการบริหารจัดการ เพราะผู้ใช้จะสามารถเห็นยอดรายรับ-จ่ายของตนเอง ได้อย่างเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปยื่นกับกรมสรรพากรได้ง่ายดายอีกด้วย

แฟรนไชส์ซอร์จะประสบความสำเร็จได้เมื่อแฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จ ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ซัพพอร์ทการทำงานของธุรกิจ ที่เป็น Fully Integrate อย่างเช่น  CiMSO ERP จะช่วยให้แฟรนไชส์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างดีครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ขยายธุรกิจ ในรูปแบบ แฟรนไชส์ (Franchise) ด้วยระบบ CiMSO ERP Software

การขยายธุรกิจ ในรูปแบบ แฟรนไชส์ (Franchise) ขนาดใหญ่จะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีซอฟต์แวร์ ERP สำหรับแฟรนไชส์

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning และโดยพื้นฐานแล้วเป็นวิธีการสำหรับองค์กรแฟรนไชส์ในการใช้ระบบหรือซอฟต์แวร์เพื่อจัดการกระบวนการทางธุรกิจในลักษณะที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับเครือข่าย ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ คล้ายกับซอฟต์แวร์ ERP สำหรับร้านค้าปลีกที่มีชุดเครื่องมือการค้าปลีกครบชุด แต่รองรับหลายไซต์และหลายสาขาแฟรนไชส์ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชส์ ครอบคลุมข้อกำหนดแฟรนไชส์ทั้งหมดรวมถึง CRM, การจัดซื้อแบบรวมศูนย์, หลายบริษัท หรือหลายแฟรนไชส์, POS, การเรียกเก็บเงิน, การบัญชี, การผลิต, คลังสินค้า, การจัดการโครงการและสินค้าคงคลัง

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชน์ ทำงานอย่างไร

ระบบ ERP ของแฟรนไชส์จะช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์ (Franchiser) สามารถมองเห็นธุรกรรมทั้งหมดในแฟรนไชส์ซี (Franchisee) ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ทำให้มองเห็นสต็อกสินค้าและระบบการทำงานของซัพพลายเชนได้อย่างสมบูรณ์

ด้วย CiMSO ERP Software เราสามารถ support ระบบเฟรนไชส์ ดังนี้

  1. การจัดซื้อส่วนกลาง (Centralise Procurement)

การตั้งค่าคอน Configuration ที่ยืดหยุ่นของ CiMSO ช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์สามารถสร้างใบสั่งซื้อส่วนกลางสำหรับสถานที่ทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการต่อรองเหนือซัพพลายเออร์และยังนำไปสู่การกำหนดราคาตามปริมาณที่ซื้อจำนวนมาก จากนั้นปริมาณจากใบสั่งซื้อส่วนกลางจะสามารถแจกจ่ายให้กับแฟรนไชส์ซีแต่ละรายได้

  1. เพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลังและซัพพลายเชน (Optimizing Inventory Levels and Supply Chain)

ERP แฟรนไชส์หรือระบบซอฟต์แวร์การจัดการแฟรนไชส์ ทำให้เรามองเห็นสินค้าคงคลังในระดับองค์กรของแฟรนไชส์ซอร์ เฟรนไชน์ซีสามารถวางใบสั่งซื้อตามระดับสินค้าคงคลังขั้นต่ำ / สูงสุด แฟรนไชส์ที่มีสถานที่ตั้งมากกว่าหนึ่งแห่งสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถนี้เมื่อสร้างคำสั่งซื้อสำหรับสถานที่ตั้งของตน คำสั่งซื้อจะถูกส่งไปยังคลังสินค้าหลักของแฟรนไชส์ซอร์แล้วกระจายไปยังสถานที่อื่น ๆ ตามต้องการ

  1. ฐานข้อมูลผู้ใช้ส่วนกลาง (Users Database)

ระบบ BACKoffice ของ CiMSO สามารถตั้งค่าการลงบัญชีแบบบัญชีคู่ รวมทั้งสามารถตั้งเครดิตบัญชีลูกหนี้ได้ ทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าได้ตามวงเงินสินเชื่อที่จัดสรรไว้ คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขของคุณเองสำหรับการชำระเงินและค่าธรรมเนียมล่าช้า รายงานฉบับเต็มของใบแจ้งหนี้ที่ชำระเงินหรือยังไม่ได้ชำระเงินช่วยให้คุณสามารถมองเห็นกระแสเงินสดขององค์กร

  1. การเพิ่มยอดขายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์และเฟรนไชส์ซี่ (Increasing Sales for Franchisor and Franchisees)

การกลับมาของลูกค้าไปยัง เพรนไชส์ซีแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับคุณภาพของการบริการลูกค้าและความสัมพันธ์ที่แฟรนไชส์ซีจัดหาให้ ยิ่งร้านไหนขายได้มากเท่าไหร่รายได้ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งมากตาม ความภักดีของลูกค้าและเครื่องมือส่งเสริมการขายที่จัดทำโดยระบบซอฟต์แวร์การจัดการแฟรนไชส์ CiMSO จะช่วยผลักดันลูกค้าไปยังร้านค้ามากขึ้น นอกจากนี้ CiMSO ERP สหรับธุรกิจ Franchise ยังมี CRM สำหรับช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์สามารถดูแล เพิ่มยอดขายและเพิ่มการทำการตลาดต่างๆให้กับเฟรนไชส์ซี  นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแฟรนไชส์ที่เกิดขึ้นใหม่และเป็นที่ยอมรับเนื่องจากการระบุกำหนดคุณสมบัติการให้รางวัล การช่วยเหลือทางการตลาด มีส่วนสำคัญในการขยายฐานลูกค้าให้เข้าถึงแฟรนไชส์ซีนั้น ๆ

  1. การตรวจสอบ (Inspection)

ระบบ CiMSO ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชส์ ช่วยให้คุณได้ดูและเปรียบเทียบยอดขายและซัพพลายเชนของเฟรนไชส์ซี ทำให้คุณทราบได้ว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพอย่างไร ประเด็นที่น่ากังวลสามารถชี้ให้เห็นได้และสามารถสรุปเป้าหมายการขายและการจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาได้ ข้อมูลย้อนหลังต่าง ๆ ยังช่วยให้คุณสังเกตเห็นปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหมายความว่าการตรวจสอบด้วยตนเองจะเร็วขึ้น ทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์รู้สึกมีผู้ช่วยเหลือ ผู้ Support ที่มีประสิทธิภาพ มั่นใจกับการลงทุนมากขึ้น

  1. ประโยชน์อื่นๆ (Other Benefits)

สำนักงานใหญ่ของเฟรนไชส์เซอร์ สามารถตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายได้ กระแสเงินสด กำไรขาดทุนและค่าใช้จ่ายต่อแฟรนไชส์ ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลาในการรายงานแบบเดิม ๆ ระบบซอฟต์แวร์มีรายงานแต่ละรายการ คุณสามารถเรียกใช้รายงานของคุณในแบบที่คุณเห็นว่าเหมาะสมและเปรียบเทียบวิธีการกับเฟรนไชส์ซีอื่น ๆ ความรู้สึกของการแข่งขันนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเจ้าของธุรกิจหรือเฟรนไชซ์ซีได้มาก

หากคุณพร้อมที่จะเพิ่มผลกำไรของคุณด้วยระบบ CiMSO ERP Software เพียงโทรหาเราแล้วเราจะติดต่อกลับทันที!

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

คุณสมบัติเด่นของ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคน ที่เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีก ที่ต้องการหาโซลูชั่น ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณต้องอ่านบทความนี้และพิจารณาเลือก ERP ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

  1. สามารถควบคุมการทำงาน (workflow) การค้าปลีกได้อย่างอัตโนมัติ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมค้าปลีกของคุณได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ ก็คือ ความสอดคล้องของข้อมูลไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าด้วยการไปที่หน้าร้าน หรือสั่งสินค้าผ่านออนไลน์ก็ตาม ระบบ ERP ควรสามารถรวมข้อมูลและจำนวนสินค้าคงเหลือได้เป็นหนึ่งเดียวและง่ายต่อการบริหารจัดการ

ระบบ ERP ช่วยผู้ประกอบการค้าปลีกในการจัดการกับความล่าช้าของข้อมูล เนื่องจากระบบ ERP สามารถส่งคำสั่งซื้อไปยังคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ และยังปรับปรุงสถานะการสั่งซื้อ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนการปฏิบัติการตรงนั้นได้ นอกจากนั้นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องจะสามารถได้รับข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ผ่านรางงานแบบทันที และแผนกบัญชีก็จะสามารถรับรู้รายได้ได้ทันที ซึ่งองค์กรของคุณจะมีเครื่องมือในการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสามารถใช้ข้อมูลเพื่อจัดการลูกค้าอย่างเป็นส่วนตัวในทุกช่องทางการขาย – ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า – เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งค้าปลีกและค้าส่งของคุณ

  1. การจัดการสินค้าคงคลังหลายสถานที่และเรียลไทม์ (Multi-Location & Real-Time Inventory Management)

ในฟังก์ชั่นการจัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณจะสามารถจัดหารสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายผ่านการอัพเดทอัตโนมัติในทุกช่องทางการขาย ไม่ว่าจะหน้าร้าน ออนไลน์หรือผ่านตัวแทนขาย และสามารถมองเห็นคลังได้ทั่วทุกสถานที่ของคุณอย่างเรียลไทม์และแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณจะสามารถทำการเติมสินค้าเข้าคลังสำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถยกเลิกการขายสินค้าบางตัวที่ยอดขายต่ำได้

ด้วยกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังที่มีความคล่องตัวและอัตโนมัติมากขึ้นในทุกช่องทางการขายคุณจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความชัดเจนของส่วนต่างที่สามารถมองเห็นได้จากคำสั่งซื้อแต่ละรายการรวมถึงความสามารถในการเข้าถึงรายงานสินค้าคงคลังข้อมูลการขายในอดีต รายงานที่ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อเพิ่มเติมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องบอกลูกค้าอีกต่อไปว่ามีรายการ แต่ (น่าเสียดาย) หมด

  1. การจัดการสินค้าแบบบูรณาการ (Integrated Warehouse Management)

ระบบ ERP จะช่วยให้คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและลดความผิดพลาดในการจัดการสินค้าคงคลังรวมถึงเพิ่มความสามารถในการเติมเต้มสินค้าที่ขาดได้ทันถ้วงที

การทำงานแบบบูรณาการการจัดการคลังสินค้าของ ERP ค้าปลีกที่ดี จะสามารถรองรับการสแกนบาร์โค้ดนับสินค้าคงคลังและสินค้าคงคลังกลับมาในขณะที่ถูกบูรณาการอย่างเต็มที่กับธุรกิจทั้งหมดของคุณ – รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลัง , การจัดการเพื่อการขาย , การซื้อและการจัดการซัพพลายเออร์ , การบริการลูกค้าและการบัญชี

ดังนั้นคุณจะลดเวลาในการจัดส่งกำจัดข้อผิดพลาดลดต้นทุนการประมวลผลและประหยัดเวลาทำให้คุณมีอิสระที่จะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของรายได้

  1. การจัดการคำสั่งหลายช่องทาง (Multichannel Order Management)

การสนับสนุนประสบการณ์การช็อปปิ้งที่รวดเร็วและไหลลื่นของลุกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขายที่ไหนและเมื่อใดก็ตามเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ไม่ว่าคุณจะเลือกขายสินค้า ผ่าช่องทาง ออฟไลน์ ออนไลน์หรือผ่านการขายส่ง ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีกจะจัดการทุกอย่างภายในระบบรวมศูนย์สำหรับคุณทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์และสร้าง Loyalty Programของลูกค้า

การบูรณาการช่องกางการขายทั้วหมดเข้ากับระบบ ERP จะช่วยให้คุณมั่นใจ ERP ว่าคำสั่งซื้อทั้งหมดของคุณสามารถดาวน์โหลดและจัดเก็บโดยอัตโนมัติภายในระบบ ERP ของคุณ หากเป็นไปได้คุณควรมองหาระบบที่มีโหมดออฟไลน์ด้วยดังนั้นคุณควรพบว่าตัวเองไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต – เช่นขณะอยู่บนท้องถนนที่งานแสดงสินค้ากิจกรรมหรือที่ร้านป๊อปอัพของคุณ- คุณยังสามารถใช้ยอดขายและบันทึกผลกำไรได้

  1. บูรณาการกับระบบัญชี (Integrated Accounting)

พื้นฐานของระบบบัญชี ของ ERP คือ คุณจะรู้เสมอว่าเงินใดที่เป็นหนี้กับซัพพลายเออร์ของคุณและเมื่อถึงกำหนดชำระทำให้คุณสามารถเก็บยอดเจ้าหนี้ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายใบแจ้งหนี้หรือข้อผิดพลาดซ้ำซ้อนที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ เห็นภาพส่วนลดที่เหมาะสมปรับปรุงความสัมพันธ์กับผู้จัดหาสินค้า(Supplier) และโดยทั่วไปจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งธุรกิจ

นอกจากนี้ ERP แบบขายปลีกจะมาพร้อมกับคุณสมบัติการบัญชีค้าปลีกที่จำเป็นเช่นราคาที่ดินและสกุลเงินหลายสกุล

ด้วยซอฟต์แวร์ที่ติดตามต้นทุนที่ดินของแต่ละผลิตภัณฑ์เช่นค่าขนส่ง, ภาษีนำเข้า, ประกันและภาษีอื่น ๆ คุณจะรู้ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ของคุณและดังนั้นอัตรากำไรของคุณจะดีขึ้นเพียงใด นอกจากนี้กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดของคุณจะถูกบันทึกและบันทึกโดยอัตโนมัติภายในรายงานทางการเงินของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถเติบโตทางธุรกิจของคุณผ่านทางการค้าข้ามพรมแดนด้วยความสบายใจ

หากประสิทธิภาพและการเติบโตทั่วโลกเป็นเป้าหมายที่คุณมีอยู่แล้ว ERP สำหรับุรกิจค้าปลีกจะเหมาะกับคุณ

  1. การวางแผนอุปสงค์และการพยากรณ์สินค้าคงคลัง (Demand Planning & Inventory Forecasting)

ปัจจุบันนี้ ลูกค้าส่วนมากจะคุ้นเคยกับการได้รับสิ่งที่ต้องการซื้อทันทีเมื่อต้องการ หากคุณไม่สามารถจัดหาสิ่งนั้นให้กับลูกค้าได้ ลูกค้าก็ไม่ลังเลที่จะสั่งซื้อสินค้าจากคู่แข่ง นี่คือเหตุผลที่  จะต้องให้บริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและรวมถึงการตอบสนองความต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณซึ่งทำให้การพยากรณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก ทำให้การติดตามแนวโน้มการซื้อสินค้าที่ผ่านมาและการคาดการณ์ความต้องการของลุกค้าในอนาคตนั้นง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากซอฟต์แวร์รวมศูนย์ข้อมูลสินค้าคงคลัง การขาย การจัดซื้อ การบัญชีและการรายงานทั้งหมดไว้ในระบบเดียว คุณสามารถจัดการปริมาณสินค้าคงคลังในมือ เพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลังและจัดการการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์และแม่นยำในสต็อคของคุณ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเติมเต็มสินค้าที่ขายดีที่สุดของคุณได้อย่างรวดเร็วรวมถึงยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมน้อยลง นอกจากนี้การผสานรวมกับเครื่องมือผู้เชี่ยวชาญเช่นเครื่องมือวางแผนสินค้าคงคลังช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์อุปสงค์และสินค้าคงคลังล่วงหน้าได้อย่างง่ายดายซึ่งรับประกันว่าจะขายได้ดี

  1. บูรณาการกับ ระบบ CRM (Integrated Retail CRM)

ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีก เพราะลูกค้าสามารถสร้างหรือทำลายความสำเร็จของคุณ ระบบ ERP ที่ดีจะมีโมดูลที่จะช่วยจัดการลูกค้าโดยเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นในการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ทันสมัยในปัจจุบัน

คำสั่งซื้อ อีเมล์และบันทึกการโทรทั้งหมดลงทะเบียนกับบันทึกการติดต่อ ทำให้ให้คุณมีประวัติลูกค้าและการสั่งซื้อที่สมบูรณ์ คุณจะสามารถเข้าถึงประวัติการสั่งซื้อเต็มรูปแบบและการโต้ตอบกับลูกค้าพนักงานของคุณสามารถรวมแนวทางของพวกเขาที่มีต่อลูกค้าของคุณเข้าด้วยกันปรับปรุงการบริการลูกค้าของบริษัทคุณ

ข้อมุลเหล่านี้ยังช่วยให้คุณปรับการทำการตลาดของคุณ เช่น เช่นคุณจะสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลประวัติการสั่งซื้อเพื่อช่วยระบุโอกาสในการขายต่อและเพิ่มยอดขายภายในฐานลูกค้าปัจจุบัน

การได้รับความชัดเจนมากขึ้นว่าลูกค้าของคุณคือใครและคุณจะสนับสนุนพวกเขาได้ดีขึ้นอย่างไรนั้นเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากของระบบ ERP ค้าปลีก และเป็นสิ่งที่ผู้ค้าปลีกรายใดควรตระหนักว่าเป็นปัจจัยสำคัญ

  1. ฟังก์ชั่นค้าปลีกและค้าส่งไฮบริด (Hybrid Retail & Wholesale Functionality)

การมีมีคู่ค้าหลายรูปแบบจะไม่เป็นปัญหาที่ยุ่งยากอีกต่อไป ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายระบบจะเป็นระบบไฮบริด ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถให้บริการทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่ง ระบบ ERP ของ CiMSO ก็เช่นกัน

ด้วยระบบ ERP ไฮบริดเหล่านี้คุณจะสามารถเข้าถึงการตรวจสอบลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและประวัติการสั่งซื้อก่อนหน้านี้สำหรับลูกค้าหรือลูกค้าทุกคนทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับลูกค้าของคุณและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลุกค้า

  1. การจัดการผลตอบแทน (Returns Management)

การส่งคืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่ ซึ่งหมายถึงระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ดีควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสนับสนุนวิธีที่คุณต้องการประมวลผลการคืนสินค้าแต่ละครั้ง

ระบบมักจะอนุญาตให้คุณนำสินค้ากลับไปที่คลังสินค้าเพื่อขายต่อทันทีหรือหากสินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่งหรือผิดปกติคุณจะสามารถวางสินค้าไว้ในตำแหน่ง ‘กักกัน (quarantine)’ เพื่อตรวจสอบในภายหลังหรือสามารถตัดสินค้าออกจากคลังทั้งหมดได้หากจำเป็นเช่นกัน

สำหรับการคืนเงินด้วยระบบ ERP แบบขายปลีก คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะออกเงินคืนทันที หรือจัดสรรการชำระเงินตามคำสั่งซื้อคงค้าง หรือเก็บเงินในยอดเงินในบัญชีของลูกค้าเพื่อให้สามารถใช้กับอนาคตได้  

สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะยังคงยืดหยุ่นและปรับตัวได้แม้ในช่วงหลังการขาย

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP ของ CiMSO จะช่วยปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังของ ธุรกิจค้าปลีกได้อย่างไร

ปัจจุบันนี้ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่ๆ 2 ประการก็คือ ความคาดหวังของลูกค้าที่มากขึ้นและ ระบบ E-commerceใหม่ๆ  ซึ่งลูกค้าหลายคนซื้อสินค้าและเปรียบเทียบราคาสินค้าผ่านออนไลน์แอพพลิเคชั่นต่างๆ จะคาดหวังว่าผู้ขายจะให้บริการรวดเร็วแบบ 24/7 และสม่ำเสมอในทุกช่องทางการขาย และนี่คือที่มาของ ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก เพราะหากองค์กรธุรกิจค้าปลีกไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วแล้ว องค์กรก็จะล้มเหลว

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก เป็นโปรแกรมการจัดการข้อมูลที่ครอบคลุม สามารถช่วยผู้ค้าปลีกในการปรับปรุงกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้บริษัทสามารถจัดการต้นทุนและเติบโตเชิงกลยุทธ์

นักธุรกิจค้าปลีกสามารถใช้ระบบ ERP เพื่อลดปัญหาที่มาพร้อมกับการจัดการสินค้าคงคลังได้ 3 วิธีด้วยกันครับ

  1. Integrate ระบบ ERP กับ ระบบจุดขาย (Point Of Sale – POS) ในสถานที่ค้าปลีกต่างๆ

หากไม่มีการ Integrate ระบบ ERP และ POS เข้าด้วยกัน ร้านค้าปลีกที่เป็นสาขาต่างๆหรือร้านค้าเครือข่าย จะไม่รู้ว่าแต่ละร้านค้ามียอดขายเท่าใดจนถึงสิ้นวันหรือตามเวลาที่กำหนด และเพื่อรวบรวมข้อมุล ฝ่ายบริหารที่สำนักงานใหญ่จะต้องเรียกข้อมูลจากสถานที่ตั้งร้านค้าอื่น ๆ และรับข้อมูลทางโทรศัพท์ การรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างระบบ POS จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากนี้ ดังนั้น เมื่อลูกค้าซื้อรถแทรกเตอร์สนามหญ้า สำนักงานใหญ่ควรรู้ทันทีและไม่ต้องรอจนถึงวันถัดไปเพื่อรวบรวมข้อมูล

ระบบ POS ที่เชื่อมต่อกับระบบคลังสินค้าของ ERP จะช่วยลดความเสี่ยงของข้อผิดพลาดที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง โดยปกติแล้ว บริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์ผ่าน Amazon ใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน 3 ระบบ คือ 1. ระบบแรกที่ใช้ในการจัดการสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ   2. ระบบ POS และ 3. ระบบ ERP ของ บริษัท อย่างไรก็ตามเพื่อตอบสนองการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของลูกค้าข้อมูลจะต้องป้อนด้วยตนเองในระบบ ERP นอกจากนี้ บริษัท ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับสถานะการสั่งซื้อและการจัดส่งซึ่งอาจต้องป้อนข้อมูลนี้ลงในระบบอีคอมเมิร์ซด้วยตนเอง หากระหว่างทางลูกค้าไม่ได้สื่อสารกับหรืออาจได้รับรายการที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลด้วยตนเองบุคคลนั้นมีแนวโน้มที่จะแบ่งปันประสบการณ์เชิงลบในโซเชียลมีเดีย

  1. ป้องกันสินค้าออกและสินค้าคงคลังส่วนเกิน

ข้อดีอีกประการของระบบ POS แบบที่ Integrate กับ ระบบ ERP ก็คือ การตรวจสอบแบบเรียลไทม์เมื่อสินค้าคงคลังเต็มหรือหมด

หลังจากที่ผู้ค้าปลีกเข้าสู่ฟังก์ชั่นสินค้าคงคลังในระบบ ERP  ระบบจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าใดคงเหลือต่ำหรือใกล้ถึงจุดสั่งซื้อ ระบบ ERP สามารถแนะนำจำนวนการสั่งซื้อและเตือนเกี่ยวกับสินค้าคงคลังที่ต่ำอย่างยิ่ง จากนั้นเพื่อเติมเต็มผลิตภัณฑ์ระบบ ERP สามารถคำนึงถึงระยะเวลารอคอยสินค้าจากผู้ขายหรือประมาณระยะเวลาที่สินค้าคงคลังในปัจจุบันจะใช้เวลานานขึ้นอยู่กับข้อมูลการขายในอดีตที่ปรับตามฤดูกาล

  1. บันทึกข้อมูลประวัติเพื่อปรับปรุงคำสั่งซื้อตามฤดูกาลและประจำปี

ระบบ ERP สามารถคาดการณ์สินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ค้าปลีกเรียกใช้กิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมตามฤดูกาลหรือสั่งซื้อรายปี การใช้ข้อมูลการขายในอดีต เช่น 2-5 ปี จากระบบ ERP จะทำให้บริษัทสามารถคาดการณ์สินค้าคงคลังที่ลูกค้าต้องการต้องการ การคาดการณ์ซัพพลายเออร์ ปัจจัยตามฤดูกาลและการส่งเสริมการขาย และข้อจำกัดทางธุรกิจ เช่น ข้อจำกัดของพื้นที่คลังสินค้า

การเลือกใช้ ระบบ ERP ที่ Integrate กับ POS จะทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังและดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกียวกับ CiMSO STOCKmanager – Inventory & Procurement Software ติดต่อ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คืออะไร ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คือ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าคงคลังเหมาะกับธุรกิจประเภทจำหน่ายสินค้า ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร อุสาหกรรม และการข้นส่ง ซึ่งวัตถุดิบหรือสินค้าที่ถูกจัดการหรือรอการส่งออกเป็นจำนวนมากจึงต้องใช้ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าเหล่านี้เพื่อลดปัญหาและข้อผิดพลาดซึ่งกระบวนการดำเนินการแต่ละองค์กรแตกต่างกันออกไปจึงต้องเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมหรือซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งโดยเฉพาะ

CiMSO ERP Software นำเสนอ STOCKmanager – Inventory & procurement software ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ครัวกลาง และธุรกิจอื่น เพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกในการจัดการสต๊อกสินค้า ลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นให้กับองค์กรผู้ใช้เป็นอย่างมาก

รูปภาพ: AEC Enlist Co., Ltd

ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของ CiMSO จะครอบคุมการทำงานในหลายๆส่วนตั้งแต่ระบบการนำสินค้าเข้าและออก การโอนถ่ายสินค้าระหว่างคลังสินค้า จัดการสินค้าชำรุด แยกประเภทสินค้า เพื่อให้ข้อมูลนั้นถูกต้องและเป็นระบบมากที่สุดง่ายต่อการจัดการและทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมกระบวนการควบคุมสินค้าคงคลัง (สต๊อกสินค้า) ดังนี้

1. การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control System)

  • การรับ การจ่าย และการโอนวัตถุดิบและสินค้า (Stock IN/OUT and GCRV)
  • การโอนสต็อคระหว่างแผนกการโอนระหว่างสาขา (Stock Transfer)
  • การตรวจนับ สินค้าคงคลัง (Stock Take)
  • การปรับยอดรายการคงเหลือ (Stock Adjustment)
  • รายงาน สินค้าคงเหลือ (Quality On Hand) ทั้งแบบผลรวม และแจกแจงรายการ
  • รายงาน สินค้าหมดอายุ หรือ สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Dead Stock and Non-Movement Stock Report)

2. การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ (Material Requirement Planning : MRP)

3. การวางแผนและควบคุมการผลิต (Planning and Production Control System)

  • คำนวนสูตรการผลิต (Bill Of Material, BOM)
  • จัดทำแผนการสั่งซื้อ (Purchase Plan)
  • จัดทำแผนการผลิต (Production Plan)

4. การจัดการงานสั่งซื้อ (Purchasing Control System)

  • การออกใบขอซื้อ (PR) และการออกใบสั่งซื้อ (PO) และการสั่งสินค้าระหว่างคลัง (IPR)
  • การบันทึกรับ-จ่าย วัตถุดิบ และบันทึกรับเอกสารใบกำกับภาษี (Supplier Invoice)
  • รายงานรับวัตถุดิบคงค้าง (PO Outstanding Report)
  • รายงานภาษีซื้อ (Purchase TAX Report)

5. การจัดการงานขาย และการส่งมอบ (Sales and Delivery Control System)

  • การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Order Receiving)
  • การวางแผนการจัดส่งสินค้า (Delivery Planning)
  • การจองสินค้าสำหรับส่งให้ลูกค้า (Stock Reservation)
  • การออกใบส่งของ (Delivery Note) และใบกำกับภาษี (Invoice Issue)
  • รายงานสินค้าค้างส่ง (Sale Order Balance Report)
  • รายงานขาย (Sale Report)
  • รายงานภาษีขาย (Sale Tax Report)

6. ระบบบาร์โค้ด (Barcode System)

  • การสแกนรับ จ่าย และโอนย้าย วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Receiving Issue and Transfer)
  • การสแกนเพื่อตรวจนับ วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Physical Stock Checking)

ข้อดีของการเลือกใช้ CiMSO STOCKmanager – Inventory & procurement software

  • เราพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ (System Development) ลูกค้า
  • ซอฟต์แวร์ของเราสามารถจัดโครงสร้างของคลังสินค้าได้หลากหลายตามนโยบายของบริษัท
  • รองรับการทำงานหลายภาษา
  • มีการบันทึกข้อมูลการแก้ไขเอกสาร (Audit) และสามารถเรียกดูรายการแก้ไขเอกสาร (Log) ได้
  • รองรับการกำหนดเงื่อนไขในการโอนสินค้าหรือการเติมเต็มสินค้าระหว่างคลังสินค้า
  • สามารถทำระบบบัญชีรวมศูนย์ หรือจะแยกสำหรับแต่ละคลังก็ได้
  • มีรายงานทุกขั้นตอน

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com