Joining CiMSO’s family – Phothalai Leisure Park

ยินดีต้อนรับ โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค เข้าสู่ครอบครัวคิมโซ (CiMSO)

โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค (Phothalai Leisure Park) คือ อาณาจักรแห่งการผ่อนคลายที่ยกระดับงานบริการให้มีความหลากหลาย อาทิ

  • โพธาลัย เวลเนส & ลองเจวิตี้ ศูนย์สุขภาพการนวดแผนโบราณ สปา และโรงเรียนนวดแผนไทยโพธาลัยแบบครบวงจร โพธาลัย กอล์ฟ ปาร์ค
  • สนามไดร์ฟกอล์ฟและสถาบันฝึกสอนกอล์ฟ ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเทคโนโลยีเหนือระดับ
  • พีแอลพี ฟิตเนส เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยรองรับกับความต้องการกลุ่มคนรักสุขภาพในทุกเพศวัย
  • โพธาลัย มีตติ้ง & อีเว้นท์ สถานที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน การประชุมและสัมมนา ที่ถูกดีไซน์ให้จัดกิจกรรมได้หลายรูปแบบ ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ พร้อมห้องประชุมหรือสถานที่จัดงานเลี้ยงมากกว่า 20 ห้อง สำหรับรองรับผู้ร่วมงาน และมีที่จอดรถได้มากกว่า 1,500 คัน แต่ละฟังก์ชั่นตกแต่งสวยงาม ทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • ห้องอาหาร ได้แก่ เบอร์ดี้ & คอร์ทยาร์ด พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มหลากหลาย แคนตัน – ห้องอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งโดยเชฟระดับมืออาชีพเป็นผู้ลงมือปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน ร้านกาแฟเปอร์ทิส คอนเนอร์ คาเฟ่ & มอร์ สร้างสรรค์เมนูกาแฟสูตรเฉพาะ หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อม เค้กและเบเกอรี่หลากหลาย และ เบย์ เลาจน์ เป็นส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มบริเวณสนามไดร์ฟกอล์ฟ

โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค – Phothalai Leisure Park เป็นผู้ใช้ CiMSO GOLFmanager สำหรับการบริหารจัดการสนามกอล์ฟ และ EVENTmanager สำหรับการจัดการ โพธาลัย มีตติ้ง & อีเว้นท์ สถานที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน การประชุมและสัมมนา ใช้ RESTaurateur เพื่อบริหารจัดการร้านอาหารและจุดขาย รวมถึง BACKoffice ทั้งหมดเพื่อจัดการการเงินจนถึงงบดุล

ทีมงาน AEC Enlist – CiMSO Thailand รู้สึกดีใจและขอขอบคุณและ คุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแลครับ

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ ERP for Hospitality & Business และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ซอฟต์แวร์การจัดการร้านอาหาร ครัวกลาง CiMSO – RESTaurateur

หากคุณกำลังหาระบบร้านอาหาร ที่จะเสริมให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณเติบโตมีหลายสาขา มีครัวกลาง โดยที่ทีมหน้าร้านของคุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน แถมคุณยังสามารถรวมการบริหารการจัดซื้อ สร้างระบบลูกค้าสัมพันธ์  ระบบสะสมแต้ม ไว้ในซอฟต์แวร์เดียวกันอีกด้วย เรียกได้ว่า ซอฟต์แวร์ที่สามารถรองรับการเติบโตขององค์กรได้อย่างแท้จริง คุณกำลังอ่านบทความที่จะแนะนำระบบที่คุณต้องการครับ

CiMSO – RESTaurateur คือ ระบบจุดขายหน้าจอสัมผัส (Touch Screen PoS) สำหรับร้านอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้

EASY, POWERFUL Touch Screen POS

  • การประมวลผลหน้าจอสัมผัส (Touch Screen PoS) ที่รวดเร็วและง่ายดาย
  • การรับรายการอาหาร (order) แบบคำนวณต่อที่นั่งและการประมวลผลการชำระเงินที่รวดเร็ว
  • การประมวลผลคำสั่งด้วย mobile device ผ่าน Wi-Fi
  • การเตรียมการและการตั้งค่ายกเว้นเกี่ยวกับราคา เมนูต่างๆ ได้
  • การเตรียมการและลำดับการทำอาหาร (fire order) ที่กำหนดค่าได้
  • การกำหนดเส้นทางและการพิมพ์ใบสั่งครัว

INTUITIVE, GRATE Restaurant Management

  • การควบคุมสต็อกและสินค้าคงคลังโดย STOCKmanager
  • รองรับการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
  • การจัดการผ่าระบบบาร์โค้ด
  • การบริหารจัดการจัดการร้านอาหารที่มีหลายสาขา (Chain Store)
  • Seating cycle 24 ชั่วโมงพร้อมการนับที่นั่งและแบบวอล์กอิน
  • จองออนไลน์กับ CiMSOweb

CUSTOMER EXPERIENCES Loyalty & Membership

  • โปรแกรม CRM และระบบสะสมแต้มโดย CLUBmanager
  • การออกแบบการพิมพ์และการระบุบัตรสมาชิกแบบบูรณาการ
  • อัปเดตสถานะสมาชิกอัตโนมัติพร้อมข้อ จำกัด สิทธิ์

EASY, FAST Billing

  • แยกบิลตามที่นั่ง กลุ่มหรือแยกตามสัดส่วน (% of value)
  • การชำระเงินหลายประเภทและการประมวลผลการชำระเงิน FOREX
  • การควบคุมระบบสะสมแต้ม (Loyalty Point) และการแลกคะแนน
  • ขั้นตอนการแปลงค่าเงินที่รวดเร็วหลายระดับหลายสกุลเงิน

นอกจากโมดูลย์หลักๆ ของการจัดการร้านอาหารแล้ว ระบบ CiMSO RESTaurateur ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการทำงานอย่างสมบูรณ์ขององค์กรได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ข้อมูลการำงานของพนักงานในองค์กร ไหลเวียนไปยังผู้ทำงานหรือแผนกที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างถุกต้อง แม่ยำ ลดเวลาการทำงานที่อาจเกิดความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี เช่น

  • ระบบบัญชี BACKoffice
  • ระบบจัดซื้อและสต๊อกสินค้า STOCKmanager
  • ระบบสปา SPAscheduler
  • ระบบจองกิจกรรม ACTIVities
  • ระบบสนามกอล์ฟ GOLFmanager
  • ระบบจัดการงานอีเว้นท์ EVENTmanager

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบจัดการสนามกอล์ฟ CiMSO RESTaurateur และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ธุรกิจ Retail (ผู้ค้าปลีก) สามารถผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกันได้อย่างไร

การทำธุรกิจแบบ B2C นั้น ลูกค้ารายย่อยมักมีความต้องการประสบการณ์ *Omni-Channel อย่างแท้จริงจากร้านค้าที่ตนเลือกมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องมี Solution พวกจุดขายที่ยืดหยุ่นและดีที่สุด  ซึ่งสามารถรวมเข้ากับ ERP และSolution ทางธุรกิจส่วนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP ที่คุณควรใช้ คือ ระบบ ERP ที่นำเสนอ PoS ซึ่งเป็นงานส่วนหน้าบานในการตัดขายสินค้าที่จุดชำระเงิน หรือไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน Social Media อื่นๆ ซึ่งอาจจะนำเสนอช่องทางโปรโมชั่น แบบ รหัสส่วนลด วึ่งเชื่อมต่อกับระบบ ERP หลังบ้านที่สามารถเก็บข้อมูลต่างๆของลูกค้า (ด้วยระบบ CDP – Customer Data Platform) เช่น โปรโมชั่นที่ใช้ ช่องทางการสั่งซื้อ ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และความชื่นชอบต่างๆของลูกค้า

การผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกัน ทำให้คุณสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจในการให้บริการและเพิ่มยอดขายให้กับคุณต่อไป เนื่องจาก

  1. สต๊อกสินค้าที่ถูกต้องแม่นยำ

การใช้ระบบ ERP กับ ระบบ PoS ร่วมกันโดยเป็นระบบที่ integrate ร่วมกันจะทำให้ สต๊อกสินค้าหน้าร้าน และในคลังสินค้าไม่มีความผิดพลาด เพราะมเอเติมสินค้าเข้าคลังสินค้า ระบบก็จะอัพเดทอย่างเรียลไทม์ทันที รวมถึงเมื่อขายสินค้าผ่านระบบ PoS ออกไป จำนวนสินค้าก็จะถูกตัดออกจากระบบอย่างเรียลไทม์เช่นกัน นอกจานั้น

การที่สต๊อกสินค้าถูกต้องแม่นยำ ทำให้แผนกจัดซื้อสามารถบริหารจัดการจำนวนในคลังสินค้าให้ไม่คงเหลือมากเกินไปและไม่ขาดมือ จงทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องรอสินค้านาน

ในทำนองเดียวกัน แผนกการตลาด ก็สามารถวิเคราะจำนวนการซื้อสินค้า จัดทำโปรดมชั่นสำหรับสินค้าขายดี หรือสินค้าที่ต้องการโปรโมตให้เป็นสินค้าขายดีได้เช่นกัน

  1. การจัดส่งสินค้าไม่มีความผิดพลาด

เนื่องจาก ระบบ ERP มีระบบฐานข้อมูลของลูกค้าหรือ Customer Data Platform หรือ CDP (ดู CLIENTmanager)  เมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้า ระบบจะระบุตัวสินค้ากับข้อมูลลูกค้าผ่าน PoS ไปยังระบบ ERP จากนั้น ผู้ใช้จะสามารถพิมพ์ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จและ หน้าซองพัสดุ เพื่อนำไปจัดแพคสินค้าได้ทันที ตรงนี้จะช่วยให้การจัดส่งสินค้ารวดเร็วและไม่มีความผิดพลาด

  1. การรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพิ่มยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่น การนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า

ตามที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 คือ ประโยชน์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการผสานระบบ PoS เข้ากับระบบ ERP ก็คือ การเพิ่มยอดขาย ซึ่งหากคุณมีระบบ PoS เพียงอย่างเดียว คุณจะไม่สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการขาย ข้อมูลผู้ซื้อได้ละเอียดถึงขนาดทำไปวิเคร์และทำโปรดมชั่น เพิ่มยอดขายได้เลย นอกจากนั้น ระบบ ERP ยังสามารถเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย   

  1. เพิ่มจุดขายได้อย่างไม่จำกัด

หากคุณเป็นผู้ค้าปลีก การมีจุดขายหลายจุด ย่อมทำให้เกิดโอกาสทางการขายมากขึ้นใช่ไหมครับ แต่การมีจุดขายหลายจุดก็อาจมีปัญหาได้ หากคุณแม่มีระบบหลังบ้าน อย่างระบบ ERP ที่ดี ระบบ PoS ที่ผสานกับระบบ PoS จะช่วยให้คุณไม่ปวดหัวกับการแก้ปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้า การจัดซื้อ พนักงานของคุณก็จะทำการขาย ณ จุด PoS อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่า ยิ่งขายได้ ยิ่งเพิ่มกำไร เพราะหลังบ้านสามารถเติมสินค้าได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

  1. ระบบบัญชีที่รวดเร็วและถูกต้อง

การเปิดใบเสร็จจากระบบ PoS ย่อมเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกใจลูกค้า และเมื่อสินค้าของเราขายดีแล้ว แน่นอนครับ ผู้บริหารหรือเจ้าของย่อมอยากทราบว่ายอดรายได้ขององค์กรณ์คือเท่าใด ระบบ ERP ที่เชื่อมต่อกับ PoS จะทำให้คุณสามารถรู้ได้ทันทีอย่างเรียลไทม์ว่าคุณมียอดขายณ ตอนนั้นเท่าใด และทำให้ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการหรือวิเคร์รายรับ-รายจ่ายล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี

*Omni-Channel หมายถึง ช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว

เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อดีของการผสานระบบ PoS กับ ERP ถ้าให้ผมแนะนำ ผมแนะนำว่าหากคุณเป็นร้านค้าเล็กๆ traffic ยังไม่เยอะ ที่เป็นร้านเดี่ยวๆ คุณจะเลือกใช้ระบบ PoS อย่างเดียวก็ได้ครับ เพราะคุณยังสามารถจัดการงานหลังบ้านได้แม้ว่าคุณไม่มี ERP แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนจะเพิ่มสาขา เพิ่มจำนวนสินค้า ต้องการพัฒนาจากการขายปลีกเป็นการขายส่ง จุดนี้ผมมั่นใจว่าระบบ ERP จะเป็นประดยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CiMSO ERP Software ติดต่อ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ข้อดีของการเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP)

มีหลายบริษัทเริ่มต้นการจัดการภายในองค์กร การดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างฐานข้อมุลลูกค้า การติดตามการขาย การออกใบแจ้งหนี้ การตรงจนับสินค้าคงคลัง โดยใช้ Excel ด้วยเหตุผลที่ว่ามันใช้งานไดสะดวดรวดเร็วและพนักงานส่วนใหญ่รู้วีการใช้งานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัท เติบโตขึ้น ผู้บริหารก็มักจะเริ่มซื้อซอฟต์แวร์มาใช้ โดยเลือกซื้อสำหรับระบบการจัดการทีละระบบ สำหรับแต่ละความต้องการของพนักงานแต่ละแผนก เช่น แผนกคลังสินค้า แผนกบัญชี และจบลงด้วยการเอาซอฟต์แวร์แต่ละตัวมาเชื่อมดยงกัน ซึ่งทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามข้อจำกัดของแต่ละซอฟต์แวร์

การปะติดปะต่อซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่แตกต่างกันและเข้ากันได้บ้างไม่ได้บ้าง อาจมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เช่น การที่ พนักงานต้องป้อนข้อมูลชิ้นเดียวกันในหลายๆ ที่เนื่องจากขึ้นอยู่กับโปรแกรมต่างๆที่ไม่ได้พูดคุยกัน กิจกรรมการป้อนข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดต้องใช้เวลา ลดประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดเมื่อป้อนข้อมูลลงในโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง  

ปัญหาที่อาจเกิดอีกอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับการใช้หลายระบบหรือการเชื่อมต่อระบบที่ไม่อาจปะติดปะต่อกันได้ คือ สถานการณ์ที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้า และลูกค้าตรวจสอบระบบสินค้าคงคลังของคุณผ่านระบบการขายออนไลน์หรือ e-commerce ซึ่งระบบแจ้งว่ามีสินค้าคงคลัง แต่เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามากลับพบว่ามีการขายสินค้าก่อนหน้านี้และระบบสินค้าคงคลังยังไม่ได้รับการอัปเดตเมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้

ในส่วนของการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นระบบอะไรก็ตาม ก็สามารถมีปัญหาทั้งนั้น ปัญหาอย่างหนึ่งในการใช้ระบบแยกกันก็คือ interface ของผู้ใช้ที่อาจแตกต่างกัน พนักงานไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการเรียนรู้ระบบต่างๆเท่านั้น แต่ยังสร้างความสับสนได้อีกด้วย พนักงานอาจจำไม่ได้ว่าคำสั่งใดไปกับระบบใดและเริ่มป้อนคำสั่งที่ไม่ถูกต้องลงในระบบใดระบบหนึ่งและพบว่าไม่ได้ผล สิ่งนี้ยังส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณด้วย เนื่องจากข้อผิดพลาดเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการแก้ไขมากขึ้นและจะทำให้การดำเนินธุรกิจโดยรวมของคุณช้าลง

วีธีแก้ปัญหาเหล่านี้ คือการเปลี่ยนไปใช้ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) แบบ Fully integrate หรือ แบบครบวงจร ที่จำนำเสนอโมดูลที่แตกต่างกันในโปรแกรมเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถสื่อสารส่งต่อกันระหว่างแผนกต่างๆขององค์กรคุณอย่างเรียลไทม์และอัตโนมัติ

โดยทั่วไปโปรแกรม ERP จะรวมถึงการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) การป้อนใบสั่งขาย การจัดการสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ การออกใบแจ้งหนี้ การเงินและฟังก์ชันอื่น ๆ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน เมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะเกิดขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ ข้อมูลจะถูกสื่อสารไปยังโปรแกรมการออกใบแจ้งหนี้โดยอัตโนมัติเพื่อเริ่มต้นใบแจ้งหนี้ เช่นเดียวกับโปรแกรมสินค้าคงคลังซึ่งจะปรับระดับสต็อกโดยอัตโนมัติสำหรับสินค้าที่เพิ่งจัดส่ง

ข้อดีของการเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP)

  1. การซื้อระบบ ERP ที่รวมโมดูลต่างๆที่จำเป็นอยู่แล้วนั้น ง่ายกว่าการซื้อซอฟต์แวร์หลาย ๆ ชิ้นและใช้วีการของคุณเองเพื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
  2. เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นโซลูชัน ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์หลายชิ้นอาจพบว่าบางส่วนจะไม่ปรับขนาดและจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นและรวมซอฟต์แวร์ใหม่เข้ากับส่วนที่เหลือของระบบอีกครั้ง
  3. การเข้าถึงระบบและความปลอดภัยของข้อมูลนั้นง่ายกว่ามากในการควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ในตัวเพียงชิ้นเดียว รหัสการเข้าสู่ระบบและรหัสผ่านจะต้องเพิ่มเพียงครั้งเดียวและจะมีโอกาสผิดพลาดน้อยลง การเข้าถึงแต่ละโมดูลภายในซอฟต์แวร์รวมสามารถควบคุมได้ด้วยระบบการเข้าถึงข้อมูลเดียวที่ควบคุมโดยผู้ดูแลระบบ ซึ่งสามารถเลือกสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้แต่ละรายแบบทีละโมดูล
  4. การอัปเดตระบบจะง่ายขึ้น เนื่องจากการอัปเดตสำหรับโมดูลทั้งหมดจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างกับการเลือกใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวที่สร้างขึ้นจากผู้พัฒนาที่แตกต่างกัน อาจได้รับแพ็คเกจการอัปเดตที่แตกต่างกันจำนวนมากซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ในเวลาที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะไม่มีการนำการอัปเดต เมื่อใช้ไปซักระยะก็จะส่งผลให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหรือข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ซึ่งจะไม่ได้รับการแก้ไขตามเวลาที่กำหนด
  5. การเลือกใช้ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) ทำให้ข้อมูลชิ้นเดียวกันไม่จำเป็นต้องป้อนหลายครั้ง จะมีการสื่อสารโดยอัตโนมัติไปยังโมดูลอื่นๆ และสามารถรับประกันความถูกต้อง
  6. ข้อมูลจะถูกต้องตามเวลาจริง (Real-time) คุณไม่ต้องกังวลว่าโมดูลต่างๆจะไม่ซิงค์กันและทำให้เกิดข้อผิดพลาดอื่น ๆ
  7. พนักงานที่ใช้โมดูลต่างๆในระบบจะเห็นอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่สอดคล้องกันและไม่ต้องการการฝึกอบรมมากนักในการเปลี่ยนจากฟังก์ชันหนึ่งไปเป็นฟังก์ชันถัดไป พนักงานสามารถเร่งความเร็วกับระบบได้เร็วขึ้นมากและจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยลงในการใช้งาน
  8. การเลือกใช้ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) ไม่เพียงแต่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน แต่พนักงานจะมีความยุ่งยากน้อยลงและมีความพึงพอใจในงานสูงขึ้น
  9. ความพึงพอใจของลูกค้าของคุณจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากคำสั่งซื้อจะได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น

แม้ว่าในระยะสั้น การเลือกใช้ซอต์แวร์หลานยระบบอาจดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีและรวดเร็ว แต่ในระยะยาวจะต้องใช้งานมากขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดและบังคับให้บริษัทของคุณต้องการการอัปเดตซอต์แวร์หรือพัฒนาบ่อยขึ้น หากคุณพิจารณาค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เพิ่มเติมเหล่านี้อย่างรอบคอบ จะพบว่าอาจมีราคาสูงกว่าการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ในการนำฟังก์ชัน ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) มาใช้กับบริษัทของคุณ

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) สำหรับธุรกิจ Hospitality & Business ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเกี่ยวกับ สนามกอล์ฟ คลับ ร้านอาหาร ฟิตเนส โรงแรม สปา หรือธุรกิจซื้อมา-ขายไป (Wholesale-Retail) เรา CiMSO ERP Software ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบ ERP แบบครบวงจร ของ CiMSO เชื่อถือได้ และสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในการดำเนินงานของคุณได้อย่างไร cimso@aecenlist.com หรือ 023924186

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) สามารถเพิ่มรายได้ให้คุณ ได้อย่างไร?

ระบบ ERP คือระบบที่มีประดยชน์สำหรับผู้บริหารหรือเจ้าขององค์กร ในการควบคุมการทำงานขององค์กรทั้งหมดในภาพรวม โดยเน้นการทำงานตั้งแต่ส่วนหน้าบ้านและหลังบ้าน ทำให้ข้อมูลทั้งหมดขององค์กรถูกส่งต่อกันมาระหว่างแผนก เผื่อมาใช้ตามความต้องการของแต่ละแผนก ทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานน้อยลงมากกว่าการที่ไม่ใช่ระบบ ERP และไม่ต้องจ้างพนักงานซ้ำซ้อนในบบางตำแหน่งอีกด้วย แล้วคุณรู้ไหมครับว่า ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) สามารถเพิ่มรายได้ให้กับคุณด้วย ดังนี้

  1. ระบบ ERP สามารถปรับปรุงกระบวนการของบริษัท
  • โซลูชัน ERPสามารถเพิ่มความคล่องตัวและทำให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติจากแอปพลิเคชันต่างๆซึ่งสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เช่น การส่งอีเมล์ไปยังลูกค้าโดยอัตโนมัติเมื่อคำสั่งซื้อได้รับการดำเนินการและจัดส่ง
  • ข้อมูลเรียลไทม์ที่ถูกต้องมีอยู่ในระบบ ERP ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจที่สำคัญซึ่งสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาจากระบบ ERP
  • ระบบ ERP แบบครบวงจร หรือ Fully Integrate ช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างพนักงานทุกคน แม้ว่าพนักงานจะอยู่ในแผนกต่างๆหรืออยู่กันคนละสถานที่ ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบเดียวกันด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์เหมือนกัน
  1. การนำข้อมูลไปวิเคราะห์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กร
  • การนำข้อมูลต่างๆในระบบ ERP ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการใช้บริการของลูกค้า รายละเอียดลูกค้าที่เข้าใช้บริการ ยอดขายของสินค้า/บริการแต่ละตัว เป็นรายเดือน รายสัปดาห์ เป็นต้น มาวิเคราะห์จะช่วยให้คุณสามารถปรรับปรุงแผนการตลาด วีธีการทำงานขององค์กร ขั้นตอนการให้บริการของพนักงาน เหล่านี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กร
  1. การจัดการทีมขายที่ดีขึ้น
  • การเปิดคำสั่งซื้ออย่างรวดเร็วหลังจากที่ไปเจอลูกค้า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับทีมขาย ซึ่งหาก ทีมขายสามารถปผ้อนข้อมูลคำสั่งซื้อเข้าระบบ ERP ได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ย่อมทำให้การขายดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะทีมขายไม่ต้องเขียนคำสั่งซื้อใหม่บนกระดาษอีกต่อไปเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบเพื่อดำเนินการด้วยตนเองในภายหลัง
  • นอกจากนี้ทีมขายยังสามารถตอบสนองต่อโอกาสและข้อซักถามด้านการขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกค้าและเพิ่มยอดขายเนื่องจากข้อมูลทั้งหมดในระบบ ERP เป็นแบบเรียลไทม์และพร้อมใช้งานสำหรับทุกแผนก
  1. การรวมเข้ากับร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถเพิ่มยอดขายได้
  • การช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง อีคอมเมิร์ซร้านค้าหรือร้านค้าออนไลน์เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเพิ่มยอดขายทั้งในตลาด B2B หรือ B2C การโปรโมตธุรกิจของคุณทางออนไลน์มีประโยชน์มากมาย ซึ่งรวมถึงการจดจำแบรนด์หรือ บริษัท การเพิ่มการแสดงผลของ บริษัท เข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
  1. การผสานรวมกับระบบการจัดการคลังสินค้า (STOCKmanager) ช่วยให้การประมวลผลคำสั่งซื้อรวดเร็วและแม่นยำ
  • CiMSO STOCKmanager สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานได้อย่างแท้จริงโดยการปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลัง ระบบ ERP สามารถติดตามสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวมข้อมูลทั้งหมดลงในฐานข้อมูลของบริษัท สิ่งนี้มีศักยภาพในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ปรับปรุงการบริการลูกค้า ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ลดระยะเวลาในการจัดส่งสินค้า ติดตามสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ เพิ่มความเร็วในการขนส่งสินค้าคงคลัง และแน่นอนว่าจะกำจัดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง ผลประโยชน์ทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มผลกำไรของบริษัทได้ในที่สุด

 

  1. การผสานรวมกับฟีเจอร์อื่นๆ หรือระบบที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของแต่ละองค์กร สามารถเพิ่มความสามารถในการให้บริการ เพิ่มยอดขายให้กับองค์กร
  • ระบบ ERP ที่ fully integrate กับฟีเจอร์หรือระบบเอื้อต่อการทำธุรกิจของแต่ละองค์กร เช่น หากธุรกิจของคุณคือ สนามกอล์ฟ คุณควรจะหาระบบ ERP ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ เกี่ยวกับการให้บริการสนามกอล์ฟ (CiMSO GOLFmanager) หรือระบบ PoS สำหรับร้านอาหาร (RESTaurateur) และ ร้านค้า (SHOPkeeper) เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่าง ว่าทำไมระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) จึงสามารถเพิ่มรายได้ให้คุณ ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ CiMSO ERP ที่เป็น Full Integrated ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรมรีสอร์ท ร้านอาหาร ติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ทำไมจึงควรเลือก ระบบ ERP แบบ Integrated ERP System

บริษัท หลากหลายองค์กร เลือกใช้ระบบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละแผนก ซึ่งหลายที่เลือกใช้ระบบหลายตัวผสมผสานกันเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร แต่อย่างไรก็ตามแนวทางการเลือกใช้หลายระบบมารวมกัน ก็ยังมีข้อบกพร่องหลางประการ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงที่ไม่สัมพันธ์กันทั้งหมด ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับหลายระบบ การเกิด error ที่ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นจากระบบไหนกันแน่ แถมยังต้องเสียเวลาติดต่อผู้พัฒนาหลายเจ้า เป็นต้น เมื่อเทียบกันแล้ว การเลือกใช้ ระบบระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP System) ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนี้

การ Integration หรือการบูรณาการอย่างครบบวงจร

หากคำตอบหรือวีธีที่คุณเลือกคือการใช้ระบบหลากหลายที่เหมาะสมกับงานแต่ละแผนกขององค์กร ซึ่งจำเป็นต้องใช้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ทำการเชื่อมต่อระบบระหว่างแผนกเพื่อให้งานของแต่ละแผนกสามารถส่งต่อถึงกันได้ ลองคิดภาพความวุ่นวายที่จะเกิดจากทางเลือกนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามเชื่อมต่อกันระหว่างระบบ ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก  การเกิด error ของระบบใดระบบหนึ่งซึ่งคุณต้องใช้เวลาในการหาและแก้ไข ต่อมา หากระบบใดระบบหนึ่งหยุดพัฒนาหรือระบบใดระบบหนึ่งมีการแก้ไขระบบ คุณจะตามอัพเดทการเชื่อมต่อระหว่างระบบอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้คือความยุ่งยาก เสียเวลาและ ค่าใช้จ่ายสูง ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่มีหลายแผนกและจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่งต่อกัน เช่นข้อมุลลูกค้า ข้อมูลการชำระเงิน การออกใบแจ้งหนี้ สต๊อก เป็นต้น การเลือกใช้ระบบ Fully integrated ERP System คือทางเลือกที่ดีกว่าและเหมาะสมกว่าสำหรับองค์กรของคุณครับ เพราะระบบจะเชื่อมโยงงานไว้ครบ ข้อมูลไหลวียนทั้งองค์กร คุณจะไม่มีปัญหา Error ระหว่างแผนก ข้อมูลไม่มีความผิดพลาด และที่สำคัญคือ ระบบพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก

การออกรายงาน

การเลือกใช้หลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น Application หรือ platform ต่างๆ จะทำให้ข้อมูลที่คุณต้องการกระจายอยู่ใน Application หรือ platform ต่างๆ การรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันจะนำไปสู่โครงการรวบรวมฐานข้อมูล ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่มีราคาแพงเพื่อดึงมุมมองข้อมูลร่วมกัน ในขณะที่ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) จะดึงและอัปเดตหมายเลขจากระบบโดยอัตโนมัติเนื่องจากหมายเลขรายได้และต้นทุนทั้งหมดรวมอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน และยังอัพเดทอย่างเรียวไทม์อีกด้วย

ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

การเลือกใช้หลายระบบ อาจจะตอบโจทย์พนักงานแต่ละแผนกขององค์กร เพราะความคุ้นชินของการทำงาน แต่ระบบแต่ละระบบก็ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนดลยีที่แตกต่างกัน มีข้อกำหนดสำหรับฐานข้อมูลและ middleware ที่แตกต่างกัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบแต่ละระบบสูงและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP)  มีโซลูชันแบบบูรณาการเพียงหนึ่งเดียว จึงมีค่าบำรุงรักษาที่เดียว และการบำรุงรักษาเพียงที่เดียวจะนอกจากจะไม่วุ่นวายแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนให้กับองค์กรในระยะยาว

ความปลอดภัย

ยิ่งคุณมีหลายระบบเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีรูปแบบการรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกันมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทีมไอทีของคุณต้องจัดการ ทำให้ยากต่อการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในระบบทั้งหมด ในขณะที่ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) จะมีการจำกัดสิธิ?ผู้เข้าถึงข้อมูล และผู้ใช้งานอย่างสอดคล้อง ตรงไปตรงมา เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เชื่อถือได้

การใช้งาน

การเลือกใช้หลายระบบ อาจจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับพนักงานแต่ละแผนกเพราะมีฟังก์ชั่นที่โดนใจของแต่ละแผนกที่แตกต่างๆน แต่ผู้ใช้ก็ต้องเรียนรู้วีการใช้งาน interface ของแต่ละระบบที่แตกต่างกัน ปัญหาจะเกิดกับผู้บริหารที่จะต้องเรียนรู้แทบทุกระบบ แถมการโยกย้ายพนักงานระหว่างแผนกก็ทำได้ยาก การเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) จะให้ประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องและผ่านการพิจารณาอย่างดี เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้ในการทำงานข้ามฟังก์ชันโดยไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่

ความสมบูรณ์ของข้อมูล

ข้อมูลทั่วไปจะถูกแบ่งปันโดยระบบที่คุณเลือกใช้หลายระบบ หลายสายพันธุ์ ซึ่งหมายความว่าข้อมูลจะต้องซิงโครไนซ์ระหว่างแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อมูลที่ซ้ำกัน ปัญหาการรวมข้อมูลที่ซับซ้อน ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจล่าสุดของคุณช้า ในทางกลับกันคุณจะไม่เจอปัญหาเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของข้อมูลสำหรับการเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) เนื่องจากทั้งชุดใช้ข้อมูลเดียวกันหมด

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP), คลิกที่นี่

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com