ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้เกี่ยวกับโรงแรม – การจองโรงแรม (Hotel Booking)

ในการสำรองห้องพัก เมื่อแขกต่างชาติต้องการเข้าพัก ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือ Chat ผ่านช่องทาง Social Media ต่าง ๆ พนักงานรับจองห้องพักควรจะทราบศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับโรงแรมเพื่อการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นหน้าเป็นตากับโรงแรมนะครับ วันนี้ เรามี คำศัพท์เกี่ยวกับการสำรองห้องพักผ่านโทรศัพท์ (Making a Reservation by Phone) มาฝากกันครับ

Receptionist:

Good morning, Marriam Hotel, May I help you?
กู๊ดมอร์นิ่ง มาเรียมโฮเต็ล เมย์ ไอ เฮล์ฟยู?
สวัสดีค่ะ โรงแรมมาเรียม ยินดีรับใช้ค่ะ

Good afternoon, Marriam Hotel, How may I help you?
กู๊ดอัฟเทอร์นูน มาเรียมโฮเต็ล ฮาวเมย์ ไอ เฮล์ฟยู?
สวัสดีค่ะ โรงแรมมาเรียม ยินดีรับใช้ค่ะ

Good evening, Marriam Hotel, What can I do for you?
กู๊ดอีฟนิ่ง มาเรียมโฮเต็ล ว็อท เเคน ไอ ดู ฟอร์ยู?
สวัสดีค่ะ โรงแรมมาเรียม ยินดีรับใช้ค่ะ

Customer:

I’d like to make a reservation for a room.
ไอด ไลค์ ทู เม้ค อะ เร้สเซอเวชิ่น ฟอร์ เออะ รูม
ผมต้องการจองห้องพักสัก 1 ห้องครับ

I’d like to have a room for two people for the 15th May.
ไอด ไลค์ ทู แฮฟ อะ รูม ฟอร์ ทู พิเพิ้ล ฟอร์ เดอะฟิพท์ทีน เมย์
ผมต้องการห้องพัก1ห้อง สำหรับสองคนในวันที่ 15 พฤษภาคม

Receptionist:

What kind of room would you like, sir?
ว็อท ไคด์ ออฟ รูม วูด ยู ไลค์ เซอร์?คุณต้องการห้องแบบไหนค่ะ?

Would you like a single room or a double room?
วูด ยูไลค์ อะ ซิงเกิ้ล รูม ออร์ อะ ดับเบิ้ล รูม ?
คุณต้องการห้องเตียงเดี่ยวหรือห้องเตียงคู่ค่ะ?

Single or double, sir?
ซิงเกิ้ล ออร์ ดับเบิ้ล เซอร์?
เตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่ค่ะ?

Customer:

A double room for two people, please.
อะ ดับเบิ้ล รูม ฟอร์ ทู พีเพิ้ล พลิ้ส
ขอห้องเตียงคู่สำหรับ 2 คนครับ

A single room for two people, please.
อะ ซิงเกิ้ล รูม ฟอร์ ทู พีเพิ้ล พลิ้สขอห้องเตียงเดี่ยวสำหรับ 2 คนครับ

Receptionist:

For how many nights, sir?
ฟอร์ ฮาว แมนี่ ไนท์ เซอร์?
พักกี่คืนดีค่ะ?

How many nights will you be staying?
ฮาว แมนี่ ไนท์ซ วิล ยู บี สเตย์ยิ่ง?
ต้องการพักกี่คืนค่ะ?

How long will you be staying?
ฮาว ลอง วิล ยู บี สเตย์ยิ่ง?
คุณจะพักนานแค่ไหนค่ะ?

Customer:

For 3 days
ฟอร์ ทรี เดย์ซ
จะพัก 3 วันครับ

หลังจากที่แขกแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการจองห้องพักแล้ว พนักงานจองห้องพัก จะต้องสอบถามแขกเพื่อการยืนยันการจองและตอบรับการสำรองห้องพัก (Accepting a Reservation) ให้กับแขก ด้วยประโยคตัวอย่างง่าย ๆ ดังนี้ครับ

Receptionist:

Would you like me to keep the room for you?
วูด ยู ไลค์ มี ทู คีฟ เดอะ รูม ฟอร์ ยู?ต้องการให้เก็บห้องนี้ไว้ให้คุณไหมค่ะ?

Do you want me to book the room for you?
ดู ยู วอนท์ มี ทูบุค เดอะรูม ฟอร์ยูต้องการให้ดิฉันจองห้องนี้ให้คุณไหมค่ะ

Can I reserve this room for you now?
เเคน ไอ รีเซิฟ ดีส รูม ฟอร์ยู นาว?
ต้องการให้ผมสำรองห้องนี้ไว้ให้คุณตอนนี้เลยไหมค่ะ?

Customer:

Yes, please.
เยส พลิ้ส
ใช่ครับ

OK, I take it.
โอเค ไอเทค อิต
ผมตกลงรับห้องนี้

Receptionist:

We will see you on the 25th July, then, Mr. John. Thank you.
วี วิล ซียู ออน ดิ ทเวนตี้ฟิฟท์ จูลไล เดน มิสเตอร์จอห์น
แล้วเจอกันในวันที่ 25 กรกฏาคมน่ะค่ะ,ขอบคุณค่ะ

Thank you for choosing our Hotel and have a nice day. Good bye.
แธงกิ้ว ฟอร์ ชูสซิ่ง เอาเวอร์ โฮเต็ล แอนด์ แฮฟ อะไนส์ เดย์ กู๊ดบาย
ขอบคุณที่เลือกใช้บริการโรงแรม ขอให้มีวันอันสดใสนะค่ะ ลาก่อนค่ะ

Enjoy your stay!
เอนจอย ยัวร์ สเตย์
ขอให้พักอย่างมีความสุขนะคะ

Customer:

I hope so. Thank you.
ไอ โฮปโซ แธงกิ้ว
ผมก็หวังเช่นนั้น ขอบคุณครับ

เห็นไหมครับ ศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับโรงแรม ง่ายนิดเดียว อย่าลืมศึกษาและใช้ให้คล่องเพื่อการพัฒนาคุณภาพและการบริการของโรงแรมคุณนะครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบจัดการโรงแรม (PMS) แบบ Clouds กับ Server

หากคุณเป็นอีกโรงแรมนึงที่กำลังจะหาระบบที่ใช่และเหมาะสมเพื่อบริหารจัดการโรงแรมของคุณ และตอนนี้ก็มีระบบให้เลือกมากมาย นอกจากการเลือกบริษัทฯ เจ้าของระบบแล้วยังต้องเลือกด้วยว่าเราจะใช้ระบบที่ run ผ่าน sever หรือ cloud แล้วแบบไหนล่ะที่จะเหมาะกับโรงแรมของเรา วันนี้ เรามาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบกันค่ะ

1. ระบบจัดการโรงแรม (PMS) แบบ Clouds

ระบบจัดการโรงแรม (PMS) แบบ Clouds หรือ ระบบ PMS แบบ Cloud Base จะเป็นการประมวลผลผ่านเครือข่าย Internet

ข้อดี

  1. เจ้าของโรงแรมและ/หรือพนักงานสามารถใช้งานที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีอินเตอร์เนต
  2. ไม่ต้องลงทุนเรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น server
  3. ใช้ได้ทันทีเมื่อชำระเงิน ไม่ต้องมีการติดตั้งที่หน้าไซท์งาน
  4. เป็นระบบที่เก็บค่าบริการแบบรายเดือน ทำให้ไม่ต้องเสียเงินเป็นก้อนในการลงทุนซื้อระบบ
  5. ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานไอที (IT)
  6. เหมาะกับโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่เกิน 30 ห้อง (โสเทล เค้าคิด 2 เตียง เท่ากับ 1 ห้องกันนะคะ)

ข้อเสีย

  1. ค่าใช้จ่ายสะสมในระยะยาวสูงกว่าการลงทุนซื้อระบบครั้งแรกครั้งเดียวเมื่อใช้ไปเกินหนึ่งหรือสองปี
  2. อินเตอร์เนตต้องดี และเร็ว เพราะหากอินเตร์เนตล่ม หรือช้า จะไม่สามารถทำงานได้เลย และไม่มีระบบสำรอง
  3. ข้อมูลที่เก็บผ่านclouds ของระบบ ขาดความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  4. ไม่สามารถปรับแต่งโปรแกรมให้เข้ากับลูกค้าเฉพาะราย(Customization) เพราะตัวแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดสำหรับทุกโรงแรม
  5. ส่วนใหญ่การแก้ไขปัญหาหรือการให้บริการต่างๆจะติดต่อผ่านช่องทางอีเมล์ หรือ เว็บไซต์ ซึ่งใช้เวลานานกว่าปัญหาจะถูกแก้ไข
  6. ไม่มีการส่งพนักงานมาอบรมการใช้งานอย่างถูกวิธีให้กับพนักงานโรงแรม ทำให้ใช้ระบบได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

2. ระบบจัดการโรงแรม (PMS) แบบ Server

ระบบจัดการโรงแรม (PMS) แบบ Server หรือ ระบบ PMS แบบ Server Base คือมีคอมพิวเตอร์กลาง (ที่มีประสิทธิภาพสูงๆ) เป็นตัวเก็บข้อมูล และคอมพิวเตอร์เครือข่ายก็จะเรียกข้อมูลและประมวลผลผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนกลางนี้

ข้อดี

  1. เป็นระบบต้องลงทุนลงทุนก้อนใหญ่ครั้งแรกครั้งเดียว ยิ่งใช้นานยิ่งคุ้ม ระยะยาวถูกกว่าแบบ Clouds
  2. เป็นระบบที่คิดค่าบริการแบบLicensing และมีค่าดูแลรักษารายปี จึงยังสามารถต่อรองราคาได้
  3. ไม่ต้องมี internet หรือ internet ล่มก็ยังสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างไม่สะดุด เพราะระบบ Servers ไม่มีข้อจำกัดจากทั้งปัจจัยภายนอกและทางเทคนิค เช่น ไฟฟ้าดับ หรือการไม่มีอินเตอร์เน็ต
  4. มีความเร็วในกระประมวลผลข้อมูลสูง ทำให้การทำงานคล่องตัว
  5. สามารถปรับแต่งโปรแกรมให้เข้ากับลูกค้าเฉพาะราย (Customization)
  6. การแก้ไขปัญหาและการให้บริการมีประสิทธิผลมากกว่า มีช่องทางทางเลือกให้ลูกค้าตามแต่ความสำคัญของปัญหาโดยไม่จำกัดอยู่ที่การแก้ปัญหาผ่านอีเมล์
  7. มีการส่งทีมงานเข้ามาบริการหน้าไซท์งาน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหา หรือการอบรมการใช้งาน
  8. มีการอัพเดทระบบเพื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  9. มีระบบที่คลอบคลุมกับการบริหารจัดการโรงแรม ที่สามารถเลือกใช้ได้ เช่น POS, back Office, channel Manager, Spa Scheduler, Golf club, Activities เป็นต้น
  10. ใช้ได้กับโรงแรมทุกขนาด ตั้งแต่เล็ก (luxury 10 ห้อง) ไปถึงใหญ่ (500 ห้อง) หรือแม้กระทั่ง Chain Hotel

ข้อเสีย

  1. จะต้องใช้งานผ่านเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น (**แต่ปัจจุบัน ระบบserver หลายๆยี่ห้อ มีการพัฒนาในส่วนที่จำเป็น เพื่อให้เจ้าของโรงแรม หรือพนักงานตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้งานได้ในฟังก็ชั่นที่จำเป็นผ่านมือถือ เพื่อให้ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องเข้าโรงแรมทุกครั้งที่จะทำงาน และมีเวลาไปรับรองลูกค้า เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมมากขึ้น)
  2. ลงทุนสูงในครั้งแรก
  3. จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านITในการดูแลระบบในกรณีที่เกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค (**แต่ในปัจจุบัน ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานประจำ สามารถจ้าง Out Source มาเป็นครั้งคราวก็ได้)

เป็นอย่างไรบ้างคะ เห็นความแตกต่าง ข้อดีข้อเสียของระบบ PMS แบบ Cloud based กับ Server Based แล้วรึยังคะ ในความเห็นของแอด สามารถแนะนำได้อย่างนี้ค่ะ

  • หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดเล็ก และมีเงินทุนจำกัด คุณอาจจะลองใช้ PMS แบบ Cloud based ดูก่อน เพราะคุณน่าจะไม่ต้องบริหารจัดการมาก
  • แต่ถึงแม้คุณจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กแต่มีบริการต่อเนื่องเช่น ร้านอาหาร หรือสปา หรือสนามกอล์ฟ คุณควรพิจารณาถึงการใช้ PMS แบบ Server Based ซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณบริหารจัดการทั้งโรงแรมและธุรกิจต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กรรีที่คุณเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดเล็ก ถึง กลาง หรือ Budget Hotel คุณควรพิจารณาการใช้ Server Based ซึ่งเสถียรและสามารถทำ Centralized Booking ได้ด้วย
  • หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมที่มี 50 ห้องขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80 ห้อง และไม่มีธุรกิจอื่นๆต่อเนื่อง สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ Clouds และ Servers แต่ควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าในระยะยาว เพราะแน่นอนว่าในระยะยาว Server คุ้มกว่ามาก
  • ถ้าโรงแรมของคุณตั้งอยู่ในจุดที่อินเตร์เนตไม่เสถียร ควรเลือกระบบ Server เพราะหากเลือกใช้ระบบ Cloud แล้ว อินเตอร์เนตมีปัญหาแล้วคุณจะสะดุดมาก ๆ ค่ะ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

City Hotel -vs- Service Apartment

หลายคนสับสนกับคำว่า City Hotel กับ Service Apartment ว่าเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วมีความคล้ายกันมาก เพราะเป็นสถานที่ให้บริการที่พักแบบโรงแรม ตามกฎหมายพรบ.โรงแรม พศ.2547 แต่ก็มีความแตกต่างกันตรงการให้บริการและการคิดค่าห้องพัก

City Hotel หรือเรียกอีกชื่อว่า Down Town Hotel เป็นโรงแรมแบบปกติ แต่ส่วนมากจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองหรือย่านธุรกิจ โรงแรมมักตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ลูกค้า เน้นลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเที่ยวและจับจ่ายช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าชื่อดังในเมืองนั้น

  • การบริการ ให้บริการเหมือนโรงแรมทั่วไป
  • ระยะเวลาเข้าพัก เข้าพักไม่กี่วัน พักระยะสั้น เพราะส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจระยะสั้น
  • การตกแต่ง เหมือนกับโรงแรมทั่วไป เช่น มีโต๊ะทำงาน ทีวี เตียงนอน ห้องน้ำ

ลองคิดภาพ ว่าถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ ที่ต้องหาที่พักต่างเมืองนานเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนๆ แล้วเลือกเข้าพักโรงแรมตามปกติ ซึ่ง ห้องพักของโรงแรมส่วนใหญ่ก็จะมีส่วนประกอบ เช่น ห้องน้ำ โต๊ะทำงานบิวท์อินท์ ทีวี เตียงนอน โซฟาเล็กๆ การใช้ชีวิตในห้องที่ไม่มีอุปกรณ์อื่นๆ เช่นพวกห้องทำงาน ห้องครัว ก็จะรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ทำให้เกิดห้องพักอีกประเภทหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า Service Apartment

Service Apartment จะคล้ายๆ Apartment แต่จะมีบริการทำความสะอาดห้องพักแขก วันเว้นวัน หรือแล้วแต่จะตกลงกัน และมีบริการต่างๆน้อยกว่าโรงแรมทั่วไป แต่ก็มีความเหนือระดับมากกว่าอพาร์ทเมนท์ทั่วไป ทำเลส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เหมือนกับ City Hotel และเน้นจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานเป็นระยะเวลานานหรือคนทำงานที่มีรายได้สูงต้องการที่พักในเมืองใกล้กับที่ทำงาน  service Apartment ในปัจจุบันจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น Fitness สระว่ายน้ำ ห้องซาวน่าและสวนสำหรับพักผ่อน มีความสะดวกสบายเหมือนพักในโรงแรมหรูหรือคอนโดส่วนตัว

  • ด้านการบริการ มีแม่บ้านคอยบริการทำความสะอาดให้แล้วแต่จะตกลงกันเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ แม่บ้านจะทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านในโรงแรมที่จะคอยเก็บห้อง เก็บเตียง ผู้ปูที่นอน ดูแลทำความสะอาด ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนพักอยู่ในโรงแรมแต่ค่าบริการถูกกว่าจ่ายค่าเช่าโรงแรมเป็นรายวัน
  • ระยะเวลาเข้าพัก มีสัญญาการเข้าพักค่อนข้างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานระยะเวลาไม่นาน ซึ่งอาจเช่าอยู่อาศัยตามระยะเวลาทำงาน 3 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี
  • การตกแต่ง ผู้อยู่อาศัยใช้ระยะเวลาพักนานกว่าลูกค้าโรงแรมจึงต้องการพื้นที่ทำกิจกรรมมากกว่า ดังนั้นการตกแต่งห้องพักจึงควรจัดให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน ห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น ห้องครัวมีอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหารได้ เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ กาต้มน้ำที่ใช้ประกอบอาหารกินเองง่าย ๆ ได้

หากคุณเป็นคนที่มีที่ดิน ทำเลดี ๆ ใกล้กับที่ทำงานคนต่างชาติ เช่น แถวนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เราแนะนำให้สร้าง Service Apartment เพื่อให้ได้แขก Long Stay แต่วางแผนดี ๆ นะครับ อย่าสร้างห้องพักให้เป็นแบบ City Hotel เพราะแขกที่มาพักจะเลือกฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่า ความสวยงามครับ และคุณจะไม่ได้แขก Long Stay แน่นอน  แต่ถ้ากลุ่มลูกค้าของคุณคือนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเป็นหลัก คุณก็ไม่ต้องไปเสียเงินลงทุนตกแต่งห้องพักแบบ Service Apartment ให้สิ้นเปลือง ดังนั้น เลือกให้ถูกตัดสินใจให้ได้ว่าลูกค้าเป้าหมายหลักของคุณคือกลุ่มไหน  ก่อนลงมือก่อสร้างโรงแรมครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

สร้างโรงแรมเสร็จแล้ว จะขอใบอนุญาตโรงแรมอย่างไร

การขออนุญาตจัดตั้งโรงแรม

เมื่อคุณทำการก่อสร้างโรงแรมเสร็จแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนที่จะขายห้องพัก ดำเนินกิจการดรงแรม ก็คือ การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เพื่อไม่ให้ขัดต่อ พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 และเพื่อเป็นการรับประกันให้ลูกค้าของคุณอุ่นใจว่าเราเป็นผู้มีคุณสมบัติประกอบธุรกิจโรงแรมอย่างแท้จริงโรงแรมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ความหมายของโรงแรม

โรงแรม ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547   คือ สถานที่ทุกชนิดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับสินจ้างสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลที่ประสงค์จะหาที่อยู่หรือที่พักเป็นการชั่วคราว

แต่ถ้าเป็นการพักประจำนานอย่างน้อย 1 เดือน และไม่ได้ขายอาหาร เครื่องดื่มแก่ผู้พักหรือแก่ประชาชนไม่ถือว่าเป็นโรงแรม ถ้าจัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในราชการ การกุศล การศึกษา ขอยกเว้นหรือผ่อนผันไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายโรงแรมได้

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 ระบุไว้ดังนี้ “ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรม เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน” และมาตรา 59 ระบุว่า หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท

สถานที่พักที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นโรงแรม

  1. มีห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง เตียงไม่เกิน 20 เตียง
  2. ผู้พักไม่เกิน 20 คน
  3. มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริม(ต้องแสดงว่ามีอาชีพหลักอื่นๆ ด้วยการแสดงหลักฐานการทำงาน ใบรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือน ฯลฯ)
  4. แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่กำหนด

ประเภทของโรงแรม

โรงแรมประเภท 1 = โรงแรมที่ให้บริการเฉพาะห้องพักอย่างเดียว ไม่เกิน 50 ห้อง
โรงแรมประเภท 2 = โรงแรมที่ให้บริการห้องพักและห้องอาหาร หรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร
โรงแรมประเภท 3 = โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ห้องอาหารหรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือห้องประชุมสัมมนา
โรงแรมประเภท 4 = โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ห้องอาหารหรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และห้องประชุมสัมมนา

หลักเกณฑ์การจัดตั้งโรงแรม

  1. ลักษณะของอาคารที่พัก ต้องเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หรืออาคารอื่นที่มีลักษณะมั่นคงแข็งแรง
  2. วัตถุประสงค์ของโรงแรม ต้องใช้เป็นที่พักของผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวโดยแท้ และไม่มีลักษณะหรือพฤติการณ์อันส่อไปในทางเป็นแหล่งมั่วสุมหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
  3. สถานที่ตั้ง ต้องไม่อยู่ใกล้สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา สถานรักษาพยาบาลผู้ป่วยหรือโรงพยาบาล ในรัศมี 100 เมตร และต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสะดวกแก่การตรวจตรา เส้นทางเข้าออกต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการจราจร
  4. สถานที่จอดรถ ต้องมีเพียงพอสมดุลกับจำนวนห้องพัก โดยสถานที่จอดรถต้องแยกออกต่างหากจากบริเวณห้องพักไม่ให้ปะปนกัน และไม่ให้มีทางสำหรับให้รถแล่นผ่านบริเวณห้องพักแต่ละชั้น

ผู้มีอำนาจอนุญาตให้จัดตั้งโรงแรม (นายทะเบียนโรงแรม)

จังหวัดต่าง ๆ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด
กทม. คือ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สถานที่ลงทะเบียน
  • โทรศัพท์หรือระบบการติดต่อสื่อสารอื่น
  • การปฐมพยาบาลและส่งผู้ป่วย
  • ระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง
  • ห้องน้ำ ห้องส้วม
  • ช่องทางเดินในอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

ห้องพัก

ข้อ 18 โรงแรมประเภท 1 มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • มีห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง
  • ห้องพักทุกห้องต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร ไม่รวมห้องน้ำ ห้องส้วม และระเบียงห้องพัก
  • มีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอย่างเพียงพอสำหรับผู้พัก

ข้อ 19 โรงแรมประเภท 2 มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ห้องพักทุกห้องต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร ไม่รวมห้องน้ำ ห้องส้วม และระเบียงห้องพัก
  • มีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอย่างเพียงพอสำหรับผู้พัก

ข้อ 20 โรงแรมประเภท 3 และประเภท 4 มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ห้องพักทุกห้องต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 14 ตารางเมตร ไม่รวมห้องน้ำ ห้องส้วม และระเบียงห้องพัก
  • มีห้องน้ำและห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอย่างเพียงพอสำหรับผู้พัก
  • กรณีมีห้องพักไม่เกิน 80 ห้อง ห้ามมีสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

สถานที่จอดรถ

สถานที่จอดรถที่อยู่ติดห้องพักต้องไม่มีลักษณะมิดชิด และสามารถมองเห็นที่จอดรถได้ตลอดเวลา

ระบบความปลอดภัย

  • ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย
  • บันไดหนีไฟ และป้ายสัญญาณต่าง ๆ

ข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานบริการ

โรงแรมที่มีห้องพักไม่เกิน 80 ห้อง ห้ามมิให้มีสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ เว้นแต่

  • โรงแรมอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ
  • สถานบริการตามมาตรา 3 (5)
  • โรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนหรือในวันที่ 23 พ.ค. 51
  • โรงแรมที่ประการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนหรือในวันที่ 23 พ.ค. 51 แต่ได้ยื่นขอภายในวันที่ 22 พ.ค. 52

การขอใบอนุญาตใหม่ มีขั้นตอนและวิธีดำเนินงานดังนี้

  1. ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และคำขออนุญาตตามกฎหมายอื่น
  2. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตตาม ม.16
  3. ตรวจสอบคำขอตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดภายใน 5 วัน
  4. หากไม่ถูกต้องจะแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
  5. กรณีถูกต้องหรือแก้ไขเรียบร้อยจะส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบต่อไป
  6. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่
  7. นายทะเบียนลงนาม อนุญาต/ไม่อนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่หน่วยงานที่รับผิดชอบแจ้ง

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต

  1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
  2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
  3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับ เพศ/ยาเสพติด/ค้าหญิงและเด็ก/ ค้าประเวณี
  7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
  8. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

อำนาจหน้าที่ของนายทะเบียน

  1. อนุมัติให้ก่อสร้างโรงแรม เปิดดำเนินกิจการโรงแรม
  2. เปลี่ยนชื่อโรงแรม, ย้ายโรงแรม
  3. ลดหรือเพิ่มห้อง
  4. เปลี่ยนตัวเจ้าของหรือเจ้าสำนัก
  5. รับแจ้งการเลิกดำเนินกิจการโรงแรม
  6. ประทับตราและลายมือชื่อในสมุดจดนามผู้พัก (ร.ร.4)
  7. ตรวจ, ยึดใบอนุญาตไม่เกิน 15 วัน กรณีฝ่าฝืน ม.22 (ละเลยไม่รักษาความสะอาด, ยินยอมให้บุคคลใดๆ หลบซ่อน/มั่วสุมในลักษณะที่เชื่อว่าจะก่อความไม่สงบในบ้านเมือง
  8. ปฏิเสธใบอนุญาต กรณีเจ้าสำนัก/บุคคลใดๆ ในโรงแรมป่วยเป็นโรคที่อาจติดต่อผู้อื่นได้ หรือ เจ้าสำนักถูกปรับกรณีทำผิดซ้ำ เป็น 2 ครั้ง (กรณีความผิดเรื่องสมุดจดนามผู้พัก, เปิดโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต) หรือ เจ้าสำนักถูกปรับกรณีทำผิดซ้ำเป็น 3 ครั้ง (กรณีความผิดยอมให้ผู้ป่วยโรคเรื้อน/โรคติดต่อเข้าพัก) หรือ เจ้าสำนักถูกยึดใบอนุญาตแล้ว 2 ครั้ง และ เจ้าสำนักถูกพิพากษาจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

  • ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้กับโรงแรมที่ระบุชื่อไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น และให้มีอายุห้าปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต (มาตรา 19)
  • กรณีใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ยื่นรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย (มาตรา 23)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

เว็บไซต์โรงแรมดี ก็เพิ่มยอดขายได้นะจ๊ะ

เว็บไซต์ คือ หน้าโรงแรม หรือประตูทางเข้าโรงแรมอีกทางหนึ่งที่นักธุรกิจโรงแรมต้องให้ความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ

1. ข้อมูลมีคุณภาพ ชัดเจน และรองรับการใช้สื่อหลายประเภท

  • การใส่ข้อมูลในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งโรงแรม ภาพถ่าย สื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในเว็บไซต์ ควรมีความชัดเจนและมีคุณภาพ มันคงจะดูไม่น่าจองห้องพักเอามาก ๆ ถ้าลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์โรงแรมของคุณเพื่อที่จะดูภาพห้องพัก และโซนอื่นๆที่หน้าสนใจ แต่กลับพบรูปภาพห้องพักที่เบลอ ๆ หรือถ่ายแบบไม่คุมโทนสีเอาซะเลย
  • สื่อที่นิยมใช้ในการทำเว็บไซต์ นอกจากตัวหนังสือ (text) และรูปภาพแล้ว ยังมีสื่อวีดีโอ Video ที่คุณยังสามารถใส่ลงในเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การเข้าพักที่ดรงแรมผ่านวีดีโอโปรโมตโรงแรมได้อีกด้วย
  • นอกจากการข้อมูลมีคุณภาพ ชัดเจน และรองรับการใช้สื่อหลายประเภทแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความเร็วของการเข้าถึงหน้าแรกของเว็บไซต์กันด้วยนะคะ เพราะความเร็วของเว็บไซต์มีผลต่อการเข้าชมเว็บไซต์ของลูกค้าค่ะ  คุณเคยเข้าเว็บไหนแล้วหงุดหงิดกับการที่ต้องรอนานกว่าจะโหลดหน้าแรกเสร็จไหม? นั่นแหละสิ่งที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บโรงแรมของคุณเบือนหน้าหนี ซึ่งหากลูกค้าของคุณกดเข้มเว็บและออกจากเว็บของคุณโดยที่ไม่คลิกอะไรต่อเลย แปลว่าเว็บไซต์ของคุณมีอัตรการตีกลับ (bounce rate) ซึ่งยิ่งอันตราการตีกลับสูง จะมีผลกระทบต่อ SEO score และเมื่อ SEO Score ต่ำ จะส่งผลกระทบทำให้เว็บไซต์ดรงแรมของคุณไม่ติดอันดับต้นๆ หรือแม้กระทั่งหน้าแรกๆของผลการค้นหาใน google ค่ะ

2. มีปุ่มจองห้องพัก

แหม เมื่อลูกค้าเข้ามาถึงประตูหน้าโรงแรม เพื่อดูห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมแล้ว ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือไปนะคะ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้คุ้มค่ะ ด้วยการติดตั้งฟังก์ชั่น direct booking พร้อมแปะปุ่มจองห้องพัก “Book Now” ไว้ทุกหน้าของเว็บไซต์ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจจองห้องพักทันที นอกจากนั้นคุณยังสามารถเพิ่มยอดขายได้ด้วย โปรโมชั่นที่หน้าเว็บลดราคาให้กับลูกค้าที่เลือกจองห้องพักผ่านปุ่มจองห้องพักด้วยค่ะ

3. SEO

เว็บไซต์โรงแรมที่ดี จะต้องเขียนตามหลักการของ SEO ซึ่งผู้เขียนเว็บจะต้องทราบถึงการใช้ Title, Meta Description, Heading, Sub-heading, URL เพื่อให้เว็บไซต์โรงแรมของคุณติดอันดับต้นๆของหน้า google ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเข้าชมเว็บไซต์ให้กับโรงแรม

4. Responsive

ในปัจจุบันมือถือได้กลายมาเป็นอุปกรณ์หลักที่ผู้คนใช้เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆรวมถึงการจองห้องพักโรงแรมด้วย เว็บไซต์โรงแรมที่ดีก็ควรที่จะเอื้อต่อการรับชมผ่านมือถือ หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ ว่าแล้วก็ อย่าลืม! ตรวจสอบดูว่าเว็บไซต์ของคุณมีการดีไซน์แบบResponsiveหรือไม่เพื่อรองรับการเข้าชมผ่านอุปกรณ์พกพานะคะ

5. อัพเดทคอนเทนท์อยู่เสมอ

นอกจากการเขียนเว็บไซต์โรงแรมให้ตรงตามหลักการของ SEO แล้ว การอัพเดทคอนเทนท์ใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อการเข้าชมเว็บไซต์โรงแรมของคุณ เช่น ถ้าคุณอยู่จังหวัดที่มีทั้งภูเขาและทะเล คุณอาจจะทำคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวบริเวณใกล้ๆโรงแรม หรือพาช๊อบ แชะ ชิม เพื่อให้ผู้อ่านประทับใจ เกิดความสนใจที่จะไป พร้อมกับจองโรงแรมของคุณ หรือแม่กระทั่ง เกิดการแชร์บทความของคุณ สร้างความน่าเชื่อถือและทำให้โรงแรมของคุณเป็นที่รู้จักในคนหมู่มากอีกด้วย

ตอนนี้ คุณผู้อ่าน เห็นความสำคัญของการมีเว็บไซต์และวีสร้างเว็บไซต์โรงแรมที่ดีแล้วนะคะ อย่าปล่อยให้เว็บไซต์โรงแรมของคุณว่างเปล่า และไม่อัพเดท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าลืมต่อโดเมนเนม เพราะเดีญวชื่อโอเมนที่เราต้องการจะหลุดไปอยู่ที่มือคนอื่นแทนนะจ๊ะ ว่าแล้วก้กลับไปดูและอัพเดทเว็บไซต์โอรงแรมของคุณกันได้เลยค่ะ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรโมทโรงแรมอย่างไรให้คนรู้จัก

เปิดโรงแรมแล้ว จะทำการตลาดอย่างไรดี ให้คนรู้จัก คำถามนี้คงเป็นคำถามที่เจ้าของโรงแรมหน้าใหม่ทุกคนจะต้องวางแผนกันให้พร้อมนะครับ

ในยุคนี้ ยุคที่มีทั้งอินเตอร์เนต เว็บไซต์ ยูทูป เห็นได้ชัดเลยว่า ช่องทางการทำการตลาดมีให้คุณเลือกหลากหลายและยังสมามารถเลือกจ่ายตามงบประมาณตามความเหมาะสมได้ดีกด้วย หากคุณเลือกใช้ช่องทางที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและใช้เนื้อหา การประชาสัมพันธ์ โปรดมชั่น ลด แลก แจก แถม ที่โดนใจ ย่อมได้ลูกค้าระยะยาว แถมชื่อเสียงก็ยังดีขึ้นเรื่อยๆ มีลูกค้าจองห้องพัก เต็มๆๆๆ ตลอดไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลหรือไม่ครับ

บทความนี้ผมจะแนะนำช่องทางที่นักการตลาดต้องทราบดี เอมาปรับใช้กับโรงแรมคุณไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สามารถใช้ได้ทั้งนั้นครับ

  1. Online Marketing – การตลาดออนไลน์
    • Website & SEO เว็บไวต์ ถือเป็น หน้าโรงแรมหรือทางเข้าโรงแรมอีกทางหนึ่งของคุณ การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูดี ถือเป็นหน้าตาของโรงแรม การเลือกใช้รูปภาพ และการเขียนเว็บให้ตรงตามมาตรฐานของ SEO ก็มีส่วนที่ทำให้ Google หาเว็บคุณเจอ และถ้าลุกค้าเดินเข้าประตูมาแล้ว อย่าปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือ ลงทุนกับระบบ “direct booking” จะช่วยให้คุณขายห้องพักได้ทันที่ที่ลูกค้าเข้าเว็บเชียวครับ
    • Social Media – Youtube, Facebook, IG, Twitter ยุคนี้เป็นยุคของคอนเทนท์ครับ หาคอนเทนท์ดีๆ ที่เกี่ยวข้องแต่ไม่จะเป็นต้องขายห้องพักเสมอไป มาใช้กับสื่อ social Media ของคุณ รับรองว่าลูกค้าต้องรู้สึกเคลิมและอยากได้ประสบการณ์เดียวกับที่คุณใส่ในคอนเทนท์อย่างแน่นอน นอกจากนั้น บาง social Media สมัยนี้ก็พัฒนาไปมว๊ากกกก นอกจากจะเป็นช่องทางในการโปรโมทและติดต่อกับลูกค้าแล้ว ยังสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นขายห้องได้เลยด้วยนะ
    • Email Marketing & SMS การส่งอีเมล์หรือ SMS ตรงไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นหนทางที่อิตตลอดกาลของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะธุรกิจไหน ย่อมอยากให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรับรู้สิ่งที่เรานำเสนอทั้งนั้น ยิ่งถ้าเรามีอีเมล์หรือเบอร์โทรไว้ส่งข้อความตรงถึงมือกลุ่มลูกค้าที่เราคิดว่าใช่แน่ ผลตอบรับของการลงทุนทำ Email Marketing ต้องกลับมาไม่มากก็น้อยครับ
  2. Offline Marketing – การตลาดแบบออฟไลน์ การตลาดแบบออฟไลน์ แม้จะเป็นการตลาดในรูปแบบเก่า แต่ก็มีอิทธิพลสูงมากต่อกลุ่มลูกค้าที่รับข้อมูลข่าวสารผ่านความน่าเชื่อถือ  มีหลายอย่าง เช่น Telesale, Saleforce, Postcard, Advertising, Promotion และ Event/Conferences 

สิ่งที่โรงแรมส่วนมาก เลือกทำสำหรับการตลาดแบบออฟไลน์ คือ การเปิดบูทในงานอีเว้นต่าง ๆ เพื่อแนะนำโรงแรม ทำโปรโมชั่น ขายห้องพัก  รวมถึงการลงสื่อสิงพิพม์ที่เกียวข้องกับการท่องเที่ยว การโรงแรม เป็นต้น ในขณะที่โรงแรมเชนใหญ่ ๆ นอกจากวิธีการลงโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ หรือให้โปรโมชั่นตามสปอตวิทยุ ให้มีแผนการตลาดแบบ Saleforce โดยการให้ทีมเซล์เข้าไปเสนอขาย ทำโปรดมชั่น รวมถึงการไปออกงานตาม Networking ต่าง ๆ อีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างแบรนด์และกำลังวางแผนการตลาดอยู่นั้น ควรจะต้องทำการตลาดทั้ง 2 รูปแบบ คือทั้ง Online Marketing และ Offline Marketing ไปพร้อม ๆ กัน จะจะเลือกทำการตลาดทางช่องทางไหน ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความเหมาะสมครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมของเราจะโดดเด่นและแตกต่างจากโรงแรมอื่น ๆ ได้อย่างไร

ในยุคที่การสร้างแบรนด์เข้ามามีบทบาทกับทุกธุรกิจ ใครๆก็พูดถึงการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าของตนเอง ให้โดดเด่นกว่าของคนอื่น การสร้างแบรนด์ในธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจการโรงแรม ก็มีการแข่งขันการสร้างแบรนด์กันอย่างดุเดือดเช่นเดียวกันนะครับ แล้วถ้าคุณเป็นอีกหรึ่งคนที่มีธุรกิจโรงแรม คุณคงไม่คิดว่าในยุคนี้ แค่มีสถานที่สวยงาม และ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันก้เพียงพอแล้ว … โน โน โน คุณคิดผิดแล้วครับ อย่าลืมว่าแต่ละจังหวัด แต่ละเมือง มีโรงแรมให้ลูกค้าเลือกมากมาย ยิ่งถ้าลูกค้าไม่รู้จักโรงแรมของคุณมาก่อน ยิ่งเลือกกันไม่ถุกเลยทีเดียวครับว่าจะพักที่ไหนดี ถ้าคุณไม่สร้างความแตกต่างให้กับโรงแรมของคุณ

วันนี้ผมมีวิธี สร้างความแตกต่างให้กับโรงแรม ของคุณมาฝากกันครับ

1. Target Group

คุณต้องหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เจอ การสร้างธุรกิจใดๆ คุณต้องเริ่มจากการกำหนดลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งลูกค้าเป้าหมายนี่แหละ ทำให้คุณเกิดไอเดียต่างๆที่สามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งสถานที่ การทำโปรดมชั่น การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ที่จะทำให้โรงแรมของเราแตกต่างจากคนอื่น ตัวอย่างเช่น ลูกค้ากลุ่มเป่าหมายของคุณเป็นชาวต่างชาติ คุณอาจตกแต่งห้องพักและทำกิจกรรมแบบไทยๆแถมให้กับแขกต่างชาติที่มาพัก เพื่อสร้างความประทับใจที่แตกต่าง หรือถ้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณเป็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก คุณอาจจะสร้างห้อง kids Club สำหรับเด็กๆ หรือมีอุปกรณ์ตกแต่งห้องพักสำหรับเด็ก (จัดตามอายุของเด็กที่เข้าพัก) ไว้ให้ รับรองว่าลูกค้าของคุณต้องประทับใจกับความแตกต่างนี้อย่างแน่นอนครับ

2. Website

อย่าลืมนะครับ ว่า เว็บไซต์ก็คือหน้าบ้านอีกอย่างหนึ่งของคนทำธุรกิจ ไม่ว่าจะขายสินค้าหรือขายบริการ รวมถึงธุรกิจโรงแรมด้วย เว็บไซต์ที่ดีควรจะมีดีทั้ง UI/UX และยังเป็นเว็บไซต์ที่เขียนขึ้นตามมาตรฐานของ SEO ด้วยครับ เว็บไซต์จะทำให้ลูกค้าหาคุณเจอและเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างความแตกต่างที่น่าประทับใจให้กับแขก สมมติว่าลูกค้าค้นเจอโรงแรมของคุณที่ Online Channel เช่น Agoda หรือ booking.com ซึ่งโลเคชั่นกับราคาอาจจะไม่แตกต่างกับโรงแรมอื่นๆมากนัก คุณจะทำอย่างไรหรือจะมีอะไรที่จะสามารถดลใจลูกค้าให้เลือกจองห้องพักของเราครับ แน่นอนว่าต้องเริ่มจากรูปภาพ ขอเสนอต่างๆที่คุณอาจจะเสนอใน Online channel แต่เชื่อไหมครับ ลูกค้าจะเปิด google ค้นหาเว็บไซต์ และดูข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมของคุณ โอกาสนี้แหละครับ ที่คุณจะต้องสร้างความแตกต่าง เช่น คุณควรจะลง event ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ความประทับใจต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงแรม สิ่งเล็กๆน้อยเหล่านี้แหละครับที่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

3. Direct Booking

นอกจากโรงแรมของคุณจะมีเว็บไซต์ที่ดีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดและจะช่วยสร้าง Brand Royalty ให้กับบคุณได้ในระยะยางคือ การเสริมฟังก์ชั่น Direct booking ครับ ลลมติว่าลูกค้าเลือกเข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะมากจากปากต่อปาก จากการค้นgoogle หรือแม้กระทั่งจากเว็บไ Online channel ต่างๆ เมื่อลูกค้าหลงทางเข้ามาแล้ว ขุดหลุมครับ วีธีการที่ดี๊ดี แบบบ้านๆที่ช่วยโรงแรมมานักต่อนัก คือ การนำเสนอราคาโปรโมชั่น ลด 5% ถูกกว่าการจองห้องพักผ่าน Online channel หรือการเสอนฟรีอาหารเช้า เพื่อให้ลูกค้าจองห้องพักผ่านเว็บโรงแรมของเราโดยตรง คุณได้อะไรที่ดีกว่าการที่คุณจะต้องไปเสียค่าคอมฯให้กับ OTAs ตั้ง 17-25% ครับ นอกจากนั้นอย่าลืมทำ royalty program ให้กับลูกค้าที่กลับมาจองที่พักอีกเรื่อยๆ หรือดรงแรมในเครือนะครับ เห็นได้ชัดเลยว่าการลงทุนทำ direct booking ในระยะยาวคุ้มครับ

4. Late check out

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และนำไปสู่การบอกปากต่อปากได้เหมือนกันนะครับ จากประสบการณ์ตรงของผมเอง ผมมักจะได้ยินเพื่อนร่วมงานเล่า เวลาเค้าไปเที่ยวที่ไหน ๆ กลับมาแล้วเล่าถึงการให้บริการของโรงแรม พบว่านอกจากการให้อาหารเช้าที่เริดอลังการแล้ว การอนุญาตให้ late checkout หากไม่ใช่กรณีที่เป็นช่วงเทศการที่โรงแรมมีการจองอย่างต่อเนื่องจริง ๆ จะได้รับคำชมและการบอกต่อเยอะมากครับ ความจริงการบอกต่อสำคัญมากสำหรับงานบริการ เพราะการบอกต่อจะช่วยให้โรงแรมของคุณก้าวข้ามความสงสัยต่างๆ เช่น บริการดีไหม อาหารเช้าเป็นอย่างไร สถานที่เป็นอย่างไร ได้อย่างสนิทใจครับ เคยไหมครับ การเลือกจองโรงแรมนั้นในทันทีที่เพื่อนแนะนำ ไม่ว่าจะราคาสูงกว่าโรงแรมข้าง ๆ สักหน่อย แต่เราก็เลือกอันที่เพื่อนแนะนำครับ

นี่ก้เป็นเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมนำมาเล่า เพื่อให้โรงแรมไม่ว่าใหม่หรือเก่าก็ต้องรักษาคุณภาพแบรนด์ พัฒนาแบรนด์ให้แข้มแข็งกันต่อไปครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบบริหารจัดการโรงแรม CiMSO – INNKeeper ราคาเท่าไหร่

สำหรับงานบริการแล้วการดูแลลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ ซอฟต์แวร์จัดการงานในโรงแรมช่วยลดปัญหาข้อผิดพลาดต่างๆทั้งการจองที่พัก การชำระเงิน การบริการ บัญชี ได้

ระบบบริหารจัดการโรงแรม CiMSO หรือ Hotel ERP Software คือ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการงานในโรงแรมทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการงาน ควบคุมได้ง่ายขึ้น

CiMSO ถูกพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ.2532 จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้ใช้งานกว่า 700 โรงแรม 14 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยนั้น CiMSO มีบริษัท เออีซี เอนลิสท์ จำกัด เป็นตัวแทนขายและติดตั้ง รวมถึงดูแลตลอด 24/7

ระบบบริหารจัดการโรงแรม CIMSO มีฟีเจอร์ ที่ครอบคลุมสำหรับโรงแรมตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กไปถึงโรงแรมขนาดใหญ่ ดังนี้

แน่นอนว่าฟีเจอร์ที่เป็นหัวใจหลักของการบริหารจัดการโรงแรม คือ INNkeeper

INNkeeper เป็นฟีเจอร์ทีรวม ระบบจัดการโรงแรมไว้โดยเฉพาะซึ่งจะมีความสามารถหลากหลาย แตกต่างไปตามความต้องการของโรงแรม ตั้งแต่ Property Management System (PMS), Backoffice, CRM หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับระบบ ร้านอาหาร (Restaurateur – POS) ระบบสปา (SPAScheduler) ระบบบริหารจัดการสนามกอล์ฟ (GOLFManager)

การเลือกใช้ INNkeeper จะทำให้พนักงานทำงานได้สะดวก สามารถช่วยให้คุณลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นได้อย่างมาก  แถมยังการลดปัญหาด้านความผิดพลาดเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทีดี

มาดูวิธีคำนวณราคาค่าใช้จ่ายของ INNkeeper กันบ้าง

การคิดราคาของ CiMSO – INNkeeper เราใช้วิธีคำนวณแบบ  License-based Pricing ซึ่งเราจะคำนวณราคาโดยดูจาก จำนวนห้อง จำนวน PC หลักของแต่ละฟีเจอร์ จำนวนพนักงานที่ต้องอบรม จากนั้นจะได้ค่า Software License fee ออกมาเพื่อให้ลูกค้าชำระเพียงครั้งเดียว (**มีแผนการชำระเงินหลายรูปแบบให้ลูกคาเลือก**) ซึ่งราคาเริ่มตันจากหลักหมื่นจนหลักหลายแสนบาท แล้วแต่ฟีเจอร์ที่โรงแรมเลือกใช้ นอกจากนั้นโรงแรมจะต้องจ่ายค่า บำรุงรักษารายปีหรือAnnual Maintenance (MA) ประมาณ 15%-12% โดย CiMSO จะทำการอัพเดทฟีเจอร์ปีละ 2 ครั้ง และมีการจัดอบรมพนักงานของโรงแรมเพื่อเป็นการทบทวนหรือ recap ให้เข้าใจการใช้งานระบบทุกปี

ตัวอย่างการคำนวณราคาสำหรับโรงแรม 50 ห้อง

License fees = 260,000 บาท

MA = 44,000 บาท

ราคานี้ได้อะไรบ้าง …

เห็นได้ว่า ราคาเริ่มต้นของการใช้ระบบบริหารจัดการโรงแรม ของ CiMSO – INNkeeper นั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค้า เพราะการนำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้ในการบริหารงานโรงแรม ไม่เพียงแต่ทำให้สะดวกแล้วยังลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นได้อย่างมาก ซอฟต์แวร์จัดการงานด้านโรงแรมเองจึงจำเป็นอย่างมากในการนำซอฟต์แวร์เข้าไปใช้เพราะมีส่วนงานต่างๆที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันและเป็นงานด้านบริการ การลดปัญหาด้านความผิดพลาดเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทีดีต่อไป

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรแกรมจัดการร้านอาหาร หรือ POS ที่ดี คืออย่างไร?

  • ในยุคที่ค่าแรงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความรวดเร็วแม่นยำในการสั่งอาหาร และการออกใบเสร็จให้กับลูกค้าก็สำคัญมาก  ร้านอาหารในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ และไม่ว่าจะขึ้นห้างหรือ Food Truck ก็ย่อมต้องสรรหาระบบจัดการร้านอาหารมาใช้ โดยเฉพาะในฟังก์ชั่น POS เพราะเมื่อร้านอาหารของคุณมีระบบจัดการร้านอาหารที่ดีแล้ว คุณจะพบว่าคุณจะไม่ต้องปวดหัวกับการจ้างพนักงานหลายคน ไม่ต้องกังวลกับการสั่งอาหารที่ล่าช้าจนลูกค้าบ่น ออกใบเสร็จได้รวดเร็วแค่ปลายนิ้ว แถมคุณยังเห็นรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเรียลไทม์แบบวันต่อวันอีกด้วย

การทำงานของระบบจัดการร้านอาหาร POS เริ่มตั้งแต่การจองโต๊ะ เลือกรายการอาหาร และเครื่องดื่ม ส่งรายการอาหารและเครื่องดื่มตรงไปยังพนักงานครัวทำตามออเดอร์ และส่งอาหารมาให้พนักงานเสิร์ฟ ตลอดจนการเช็คบิล ออกใบเสร็จให้กับลูกค้า นอกจากนี้หากมีราคาโปรโมชั่น หรือลดเป็นราคาสมาชิกก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โปรแกรมนี้จึงตอบโจทย์ร้านอาหารทุกประเภท รวมถึงรองรับการขยายสาขา และการทำครัวกลางด้วย

ระบบจัดการร้านอาหารที่ดีรองรับการทำงานของร้านอาหารในทุกรูปแบบ ดังนี้

1. ด้านการขาย

  • การบันทึกรายการขายหรือการรับออร์เดอร์ – Tablet
  • การออกใบเสร็จรับเงินทั้งรูปแบบเต็มและย่อย – ออกใบเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
  • การจัดการเงินสด – สามารถติดตามความเคลื่อนไหวเงินสดเพื่อลดความผิดพลาดและการจัดการพนักงาน
  • โปรโมชั่นและส่วนลด – สามารถสร้างโปรโมชั่นและส่วนลดได้ทันที
  • ทำงานแบบออฟไลน์ – สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ไม่มีอินเตอร์เนต

2. ด้านการบริหาร

  • สามารถบริหารได้หลายสาขาภายใต้บัญชีเดียว หรือแยกบัญชี
  •  สามารถติดตามยอดขาย สินค้าคงคลัง พนักงาน และลูกค้าทั้งหมดได้ในซอร์ฟแวร์เดียว
  •  รวมศูนย์การจัดทำบัญชีไว้ที่เดียว
  •  เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมและฮาร์ดแวร์ได้หลากหลาย ในระบบ Windows
3. ด้านการจัดการพนักงาน
  •  สามารถบันทึการเข้า-ออกพนักงาน คำนวณชั่วโมงทำงาน
  • สามารถกำหนดสิทธิเข้าถึงระบบ ตามตำแหน่งและระดับการทำงานของพนักงาน
  • บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน เพื่อใช้ในการติดตามการทำงานของพนักงานแต่ละท่านและใชในการตัดสินใจทางธุรกิจ

4. ด้านการจัดการในครัว

  • ส่งรายการอาหารและเครื่องดื่มตรงไปยังพนักงานครัวทำตามออเดอร์

5. ด้านการทำการตลาดและการสื่อสารกับลูกค้า

  • แนะนำโปรโมชั่นผ่านอีเมล์มาร์เก็ตติ้ง

6. รายงาน

  • รายงานขาย (Sale Report)
  • รายงานกระแสเงินสดรายวัน
  • รายการวัตถุกิบ (Inventory)
  • ต้นทุนกำไร จำนวนครั้งและช่วงเวลาการใช้โปรโมชั่น เพื่อให้แผนกการตลาดสามารถวิเคราะห์และคิดแผนการโปรโมชั่นได้ในครั้งต่อ ๆ ไป
  • รายงานความเคลื่อนไหว ต่าง ๆภายในร้านอาหาร เช่น จำนวนการรับออเดอร์, เวลาเข้าออกของพนักงาน เป็นต้น

ข้อดีของการใช้ระบบจัดการร้านอาหาร POS ของ CiMSO

  1. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO เป็นแบบ ERP ซึ่งสามารถ Custom การใช้งานได้ตามที่ลูกค้าต้องการแบบ Pay as you go
  2. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO สามารถออกรายงานได้อย่างเรียลไทม์ ตามมาตรฐาน ISOและมีรายงานดังต่อไปนี้
    • ยอดการขาย (Sale Report)
    • จำนวนวัตถุดิบ (Inventory)
    • ต้นทุนอาหาร (Food Costs)
    • ชั่วโมงการทำงานของพนักงาน (Man-hour)
    • รายงานพฤติกรรมของผู้บริโภค (Customer Behavior)
    • เป็นต้น
  3. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ International Financial Reporting Standards — IFRSs หรือ มาตรฐานบัญชีไทยที่เทียบเท่า (TFRS) รองรับการขยายขององค์กร และผ่านเงื่อนไขที่บริษัทมหาชนทุกบริษัทต้องทำ รวมถึงต้องมีระบบบันทึกบัญชีที่ตรงตามมาตราฐาน
  4. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แม้อินเตอร์เนตจะล่ม
  5. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO ทำให้คุณสามารถดูแลร้านได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะคุณสามารถเช็ค การเข้า-ออกของพนักงานได้, สามารถค้นหาประวัติลูกค้าที่เคยมาใช้บริการ, การคำนวณค่าจ้างพนักงาน เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม RESTaurateur

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

จัดการกับปัญหา Overbooking และเพิ่มยอดขายของโรงแรม ด้วย Channel Manager

ลองคิดภาพว่า ถ้าคุณต้องการขายห้องพักผ่าน OTAs (Online Travel Agents) 10 บริษัท โรงแรมของคุณจะต้องมีพนักงานตำแหน่ง Reservation เพื่อบริหารจัดการห้องพัก ด้วยการเข้าเว็บไซต์ของ OTAs เพื่อปรับราคา ใส่จำนวนห้องว่าง และหากมีการจองห้องพักมาจาก OTAs เจ้านึง คุณจะต้องเข้าไปแก้ไขจำนวนห้องพักในอีก 9 เจ้าที่เหลือ เพื่อไม่ได้เกิดการ Overbooking แต่ถึงแม้จะมีพนักงานตำแหน่ง Reservation ที่ทำงานดีมาก แต่คุณอาจจะต้องมีอย่างน้อย 2 คนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการ 24 ชั่วโมงและผลงานก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้อยู่ดี

มารู้จัก Channel Manager ของ CiMSO ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการขายของคุณเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับโรงแรมของคุณ

Channel Manager คือ ระบบที่ช่วยกระจายห้องพักออนไลน์ ไปยัง OTAs (Online Travel Agents) แต่ละเจ้า โดยระบบนี้จะช่วยให้โรงแรมไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานซ้ำไปมาหลายรอบในการตั้งราคาและเช็ค *Room Allotment

หลักการทำงานของ Channel Manager คือ การรวมจำนวนห้องพักไว้เป็นกองกลาง หรือที่เรียกว่า Pool Inventory และระบบ Channel Manager จะทำการเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของแต่ละ OTAs ไม่ว่าจะเป็น agoda, booking.com, expedia, Ctrip, hotels.com, siteminder เป็นต้น หรือพวก TripAdvisor และรวมไปถึงเว็บไซต์ของโรงแรมเอง เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของผู้ใช้งาน รวมถึงยังรวมข้อมูลการขาย เช่น ราคาและอลอตเม้นท์ไว้ในฐานข้อมูลเดียวทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการในการขายห้องพักออนไลน์ ป้องกันปัญหา Overbooking

สิ่งที่ Channel Manager ของ CiMSO ทำได้ คือ

  1. การกำหนดจำนวนห้องพักที่ต้องการขายในแต่ละช่องทางการขาย
  2. การกำหนดราคาขายห้องพักแต่ละประเภทในแต่ละช่องทางการขาย
  3. การกำหนดการปิด/เปิดการขายเฉพาะวัน หรือเฉพาะช่วงเวลาตามเทศกาล
  4. การกำหนดเงื่อนไขการเข้าพัก การห้ามเข้าพัก (Close to Arrival) ณ วันใดวันหนึ่ง หรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง  หรือการห้ามเช็คเอ้าท์ (Close to Departure) ณ วันใดวันหนึ่ง หรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
  5. การติดตามผลการจองห้องพักในแต่ละช่องทางการขาย เพื่อนำมาปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการจำนวนห้องพัก(Room Inventory) และเรื่องราคาขาย (Selling Rate) เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวของราคาที่เหมาะสมกับอัตราการเข้าพักในแต่ละช่วงเวลา

ซึ่งทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น โรงแรมสามารถเข้าไปจัดการโดยใช้ Username และ Password ของ Channel Manager เพียงที่เดียว ไม่ต้องเข้าไปจัดการทีละ OTAs ให้เสียเวลาอีกต่อไป ซึ่งช่วยประหยัดระยะเวลาในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการขายได้ดีทีเดียว

ขั้นตอนการเชื่อมโยงระหว่าง Channel Manager กับ OTAs

  1. โรงแรมทำสัญญาหรือสมัครเข้าร่วมขายห้องพักกับ OTAs ที่ต้องการ เช่น booking.com, siteminder
  2. OTAs จะให้ Username และ Password สำหรับการเข้าใช้งาน Extranet ซึ่งจะเป็นระบบที่โรงแรมสามารถเข้าไปจัดการเรื่องห้องพัก ราคา โปรโมชั่น รูปภาพ และข้อมูลอื่นๆของโรงแรมที่ต้องการให้ปรากฎบนหน้าจอของ OTAs
  3. โรงแรมแจ้ง Username และ Password ของ Extranet ให้กับ CiMSO เพื่อทำการเชื่อมต่อ (Mapping) ระหว่างโปรแกรมจัดการโรงแรมกับ OTAs ซึ่งเป็นเรื่องทางด้านเทคนิคที่โรงแรมควรให้ชื่อผู้ติดต่อ ผู้ดูแลในส่วนของ OTAs กับ CiMSO เพื่อติดต่อประสานงานกันโดยตรงเพื่อให้การเชื่อมต่อรวดเร็ว
  4. เมื่อระบบ Channel Manager  เชื่อมต่อกับ OTA แต่ละรายได้เรียบร้อยแล้ว ทาง CiMSO จะแจ้ง Username และ Password สำหรับการเข้าใช้ Channel Manager แก่โรงแรมเพื่อให้โรงแรมใช้ในการ Allocate ห้องพัก ควบคุมและกำหนดราคาขาย รวมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ให้กับโรงแรม

จะเห็นได้ว่า ระบบ Channel Manager สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลา พร้อมช่วยจัดการราคาและจำนวนห้องว่างที่เปิดให้จองจากหลายช่องทางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากคุณต้องการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ต้องการเพิ่มรายได้จากการขาย ลองหาระบบจัดการโรงแรมที่มี Channel Manager พร้อมให้คุณใช้ในราคาคุณภาพ เพื่อวางรากฐานในการพัฒนาโรงแรมต่อไปดูครับ

*Room Allotment คือการจัดสรรปันส่วนห้องพักให้กับคู่ค้าของโรงแรมแบบมีเงื่อนไข เพื่อนำไปขายต่อตามช่องทาง และรูปแบบต่าง ๆ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com