การวางแผนจัดงานเลี้ยง ที่ดี

ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนไทยอย่างเรา คือการจัดเลี้ยง ไม่ว่าจะงานปีใหม่ งานเลี้ยงรับปริญญา งานวันเกิด งาน คริสมาส งานเลี้ยงบริษัท งานหมั้น งานแต่งงาน เป็นต้น ไม่ว่าจะงานไหนๆ ผู้จัดก็มีความกดดันในการจัดงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด การวางแผนจัดงานเลี้ยงที่ดี มีองค์กประกอบสำคัญ ที่สรุปง่ายๆ เป็นหัวข้อ ดังนี้

  1. สถานที่เหมาะสม
  2. การจัดตกแต่งสถานที่
  3. ทำรายการแขก และติดต่อเชิญแขกที่จะมาร่วมงาน
  4. อาหารและเครื่องดื่ม มีคุณภาพ ครบถ้วน เพียงพอ
  5. การเตรียมอุปกรณ์อื่นๆที่เกียวข้องกับธีมงาน

หากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการจัดงานเลี้ยงมาก่อน การเตียมงานเลี้ยง ก็อาจเป็นสิ่งที่วุ่นวาย และพังไม่เป็นท่าได้เหมือนกันนะครับ ไหนจะต้องวิ่งหาสถานที่ จัดทำรายการแขก จัดทำรายการอาหาร เครื่องดื่ม คำนวณปริมาณที่พอเหมาะพอดี เตรียมคิดกิจกรรม จัดหาซื้อของที่จะมาใช้ในการทำกิจกรรม โอ๊ย มากมาย … แล้วจะทันเวลา พร้อมให้แขกที่มาร่วมงานประทับใจหรือไม่ ยิ่งถ้าเป็นงานเลี้ยงที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ จะพังก็ไม่ได้ ผู้ใหญ่คาดหวังความสมบูรณ์แบบ คิดแล้วเครียดไปหมดเลยนะครับ

แต่ทั้งหมดนี้จะไม่ยากเลย หากคุณเลือกทีมผู้ช่วยที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้ช่วยเหล่านี้ คือ ทีมจัดงานเลี้ยงในแต่ละสถานที่ที่คุณเลือกจะจัดงาน หรือผู้รับจัดงานเลี้ยง (Organizer) ที่ดี เพราะองค์กรเหล่านี้ พร้อมที่จะนำเสนอการจัดงานที่มีคุณภาพให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการ แนะนำห้อง (Venue) ที่เหมาะกับธีมงานของคุณ เมนูอาหารที่เฟมาะกับงานและพอดี ช่วยจัดหารสิ่งของเพื่อสนับสนุนกิจกรรม รวมถึงช่วยติดต่อแขกที่จะมาร่วมงาน เป็นต้น ทีมงานคุณภาพเหล่านี้ จะช่วยให้ส่วนหลักๆของคุณไม่พลาด และยังทำให้คุณมีเวลาเหลือพอที่จะจัดหากิจกรรมสนุกๆไว้เล่นร่วมกับแขกที่มางาน ทำให้งานของคุณน่าจดจำ และเป็นที่ประทับใจแขกและผู้หลักผู้ใหญ่ต่อไป

แล้วทำไมทีมผู้ช่วยหรือผู้รับจัดเลี้ยง (Organizer) จึงสามารถบริหารจัดการงานเลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ?

ใช่ครับ นอกจากประสบการณ์ในการจัดงานเลี้ยงที่ผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพมีมากกว่าคุณแล้ว ทีมจัดงานเลี้ยงยังมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ผู้ช่วยที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพ หรือออแกไนเซอร์ (Organizer) จะมีงานพร้อมกัน 4-5 งานต่อวัน ก็ไม่มีปัญหาในการบริหารจัดงานครับ

วันนี้ AEC แนะนำ CiMSO EVENTmanager ผู้ช่วยในการจองห้องจัดเลี้ยงและบริหารจัดการงานเลี้ยง ที่ผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพเลือกใช้   

ภาพรวมของระบบ CiMSO EVENTmanager

  • ผู้ใช้สามารถตั้งค่า Event, Task Types พร้อมกับการจอง Venue การบริหารจัดการ Event และการจัดการรายชื่อแขก (Guest List)
  • ตารางแสดงการจอง Event (Event Grid) ที่รวมเข้ากับการจัดการการ Event Booking โดยละเอียด
  • การจัดซื้อและการควบคุมสินค้าคงคลังแบบบูรณาการ และการจัดการ Resource (Rental item management) สำหรับ Event
  • ระบบ CiMSO EVENTmanager เชื่อมต่อกับ AR (debtors) และ loyalty management และ point redemption

สถานที่จัดเลี้ยง (Venue Quotes)

  • ตารางการจองสถานที่ที่มีรหัสสีสำหรับการเลือกสถานที่ที่รวดเร็วและการจองแบบprovision booking
  • สร้าง Event Profiles ซึ่งประกอบไปด้วย guest lists, staff, resources และ task management
  • การตั้งค่าใบเสนอราคา (Event quotes) ซึ่งลิ้งกับการจัด packages และ resources
  • การพิมพ์ใบเสนอราคา ในรูปแบบที่ผู้ใส้สามารถกำหนดค่าได้ พร้อมการส่งอีเมล์ (direct email) และ แฟกซ์

เอกสารการจัดงาน (Function Sheets)

    • การใช้เอกสารการจัดงาน (Function Sheets) ที่ผู้ใช้สามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง ภายใต้อข้อจำกัดของระบบ
    • ฟิลด์การเชื่อมข้อมูลลูกค้า (merge fields) และกระบวนการจัดการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Customer Data Platform (CDP)
    • Function sheet e-filing ซึ่งสามารถเก็บไว้ในระบบไว้อย่างถาวร ลิ้งกับ Client’s profile และเรียกข้อมูลมาใช้ซ้ำในรูปแบบของ template ได้อย่างรวดเร็ว  

การบริหารจัดการงานเลี้ยง (Event Management)

    • จัดการงานและกิจกรรมของพนักงานโดยใช้ตัวจัดการงานและกิจกรรม
    • สร้างรายชื่อแขก ป้ายชื่อ และการจัดสรรที่นั่งได้โดยตรงจาก Event Profile
    • การประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วจากจุดขายหน้าจอสัมผัส (PoS)

การจัดการบิญชี การเงิน (Account Management)

    • ระบบจะเชื่อมกับ การจัดการลูกหนี้ (AR) พร้อมกับ credit limit control, tax invoicing และ statements
    • Integrate กับระบบจัดการที่พัก (INNkeeper) รายชื่อ แขกในโรงแรม สำหรับการเรียกเก็บเงินโดยตรงไปยัง guest folios
    • ประมวลผลการชำระเงินหลายประเภท การแลกคะแนนสะสม และ forex currencies
    • การควบคุมเงินสด (cash Control) และการกระทบยอดที่รวดเร็ว หลายระดับ หลายสกุลเงิน

การจัดการสต๊อกและสินค้าคงคลัง (Inventory/Stock Control)

    • การควบคุมสินค้าคงคลัง (Stock), บริการ, ค่าบริการ, สูตรและรายการวัสดุ (Recipes & BOM)
    • จัดการต้นทุนอาหารที่แม่นยำโดยใช้แพ็คเกจและสูตรอาหารสำหรับจัดเลี้ยงแบบบูรณาการ

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ CiMSO EVENTmanager เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งนี้ <คลิกที่นี่>

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

4.2-Ci-Header-EVENTmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบจัดการ การจัดเลี้ยง (Catering / Banqueting) – CiMSO EVENT Management Software

การบริการจัดเลี้ยง (Catering / Banqueting) เป็นการให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เน้นการให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการในการจัดเลี้ยงอาหารที่แตกต่างกัน ได้แก่ การจัดเลี้ยงรับรอง การจัดเลี้ยงตามโอกาส/เทศกาล การจัดงานสัมนา การจัดปาร์ตี้บริษัท การจัดเลี้ยงบริษัท หรือแม้กระทั่งการจัดงานอีเว้นท์

การจัดงานเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการจัด catering หรือ Banqueting ที่ดีนั้น ผู้จัดงานควรจะต้องวางแผนรับมือและเตรียมการให้พร้อม เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการการจัดงานเลี้ยงอยู่เรื่อยๆ

หากผู้จัดเลี้ยง เลือกใช้ระบบหรือ Software ที่ช่วยให้การวางแผนการจัดงานเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Catering หรือ Banqueting ดำเนินไปได้อย่างมีระบบระเบียบ พร้อมตั้งแต่การจองห้องจัดเลี้ยง การจัดซื้ออาหารและอุปกร์ต่างๆ การบริหารจัดการอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลี้ยง (โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์อื่นๆ) การติดต่อลูกค้า การออกเอกสารการจัดงาน (BEO – Banquet Event Order) เป็นต้น ย่อมช่วยให้การจัดงานเลี้ยงของคุณง่ายขึ้นและลดความผิดพลาดต่างๆที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการประสานงานได้อีกด้วย

บทความนี้ จะพูดถึงรูปแบบของ การจัดเลี้ยงและแนะนำระบบที่ช่วยผู้จัดเลี้ยงให้ดำเนินการจัดงานเลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การจัดเลี้ยง แบบ Catering หมายถึงการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า ณ สถานที่จัดเลี้ยง ในเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์โดยสาร เรือสําราญ หรือการเดินทางในรูปแบบใด ๆ ที่ทําให้ผู้ใช้บริการเกิดความประทับใจ

การจัดเลี้ยง แบบ Banquet หมายถึงการจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มในเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งเน้นการให้บริการอาหารมื้อหลัก มีรูปแบบการจัดงานที่ค่อนข้างเป็นพิธีการ

รูปแบบการจัดเลี้ยง สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบแตกต่างกันตามรูปแบบความต้องการของลูกค้าและการให้บริการของผู้จัดเลี้ยง เช่น แบ่งตามประเภทของสถานที่ ประเภทของธุรกิจ แบ่งตามประเภทของอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น อย่างไรก็ตามในที่นี้ ผมแบ่งประเภทของการจัดเลี้ยงตามประเพณี แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. การเลี้ยงอาหารแบบไทย
  2. การเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน
  3. การเลี้ยงอาหารแบบตะวันตก

ซึ่งรูปแบบในการจัดเลี้ยงอาหารของแต่ละงานเลี้ยงสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น

  • การจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet)
  • การจัดเลี้ยงอาหารแบบค็อกเทล (The Cocktail Party)

ขั้นตอนทั่วไปของการจัดงานเลี้ยง

  1. การคุยรายละเอียดงานจากลูกค้า
  2. การเสนอราคา (Proposal)
  3. ลูกค้ายืนยันการจัดงาน (Letter of Agreement)
  4. การออกใบแจ้งหนี้ และการเรียกเก็บมัดจํา (Invoice & Deposit)
  5. การสอบถามรายละเอียดของการจัดสถานที่ (Banquet Sales Lead)
  6. การออกเอกสารการจัดงาน (BEO – banquet event order หรือ Function Sheet)
  7. ก่อนถึงวันงาน
  8. การจัดงาน
  9. หลังจบงานจัดเลี้ยง

หากคุณต้องการ ระบบ หรือ ซอฟต์แวร์ ที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการงานจัดเลี้ยง ที่จะช่วยให้คุณดำเนินการจัดเลี้ยงได้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีประสิทธิภาพ รองรับการทำงานของทั้งองค์กร ตั้งแต่การจัดการฐานข้อมูลลูกค้า การขาย การสั่งซื้อสินค้า การจัดการสต๊อกสินค้า การเปิดใบแจ้งหนี้ ทำบัญชี รวมถึงระบบ function Sheet เราแนะนำ  CiMSO EVENT Management Software ระบบบริหารงานห้องจัดเลี้ยงสัมมนา การจัดงานอีเว้นท์ สำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์ประชุม หรือผู้ให้บริการจัดเลี้ยง ที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างครบถ้วน

  • โปรไฟล์สถานที่จัดงานพร้อมการกำหนดที่นั่งและโต๊ะ (Event venue profile with seating and table configuration)
  • ตารางการจองกิจกรรมที่มีสถานะรหัสสี (Event bookings grid with colour coded statuses)
  • อัตราสถานที่และแพคเกจกิจกรรมรวมกับระบบออกใบเสนอราคา (Venue rates and event packages integrated to quote system)
  • รูปแบบแผ่นฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้สามารถกำหนดได้อย่างไม่จำกัด (Unlimited, User defined function sheet formats)
  • การสื่อสารและการติดตามเอกสาร (Communication and document tracking)
  • ระบบขายหน้าจอสัมผัสมือถือสำหรับการทำธุรกรรม (Mobile touch screen point of sale system for transaction processing)
  • ออกใบแจ้งหนี้อย่างรวดเร็วด้วยใบแจ้งหนี้ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ (Fast invoicing to flexible invoice layout)

คุณสมบัติเพิ่มเติม:

  • ฟังก์ชั่นออกใบแจ้งหนี้ – ใบเสร็จ Services and Charges (non-stock item) billing (see BACKoffice accounting)
  • เครื่องมือการรายงานแบบรวมให้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายได้การจัดเลี้ยง การวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด ข้อมูลลูกค้า – report
  • ระบบจัดการเอกสาร Document filing and management system (see DOCmanager)

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ CiMSO ERP Software และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

 

 

4.2-Ci-Header-EVENTmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การนำระบบ ERP มาใช้หลังโควิด-19

การเลือกใช้ระบบ ERP Software อาจจะมีความยากเย็นในขั้นตอน Implement และ change management ซึ่งก่อนหน้านี้หลายองค์กรอาจประสบปัญหานี้มาแล้วทำให้การ Implement ระบบ ERP Software ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนมากจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานให้เข้ากับระบบและเรื่องเอกสาร ทำให้ ERP ก่อนโควิด-19 ได้ใช้บ้างในบางแผนกและบางแผนกยังคงทำงานแบบเดิมๆ แต่หลังโควิด-19 คุณอาจจะต้องทบทวนและแก้ไข เลือกใช้ระบบ ERP Software ทั้งระบบ ด้วยเหตุผลและปัจจัยหลายประการ เช่น ความต้องการในการใช้คนที่น้อยลง การwork from home นอกจากนั้น การนำผู้คนจำนวนมากจากภายนอกเข้ามา แม้ว่าจะเป็ฯตำแหน่งที่ปรึกษา ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป

เช่นเดียวกัน การ Implement ระบบ ERP ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทีมงานจำนวนมากอีกต่อไป และไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปที่สถานที่ของลูกค้าทุกครั้ง แต่ ทีม Implementor สามารถทำงานผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็ฯการประชุมหารือ ผ่าน google meet, zoom เป็นต้น หรือการใช้ Anydesk ในการตั้งค่า server ให้กับลูกค้า

ขั้นตอนการทำงานของทีม Implement ระบบ ERP Software หลังโควิด-19 มีแนวทางดังต่อไปนี้

  1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า
  2. การออกแบบระบบโครงสร้างของธุรกิจลูกค้า
  3. Proof of concept (PoC) และการนำเสนอ
  4. การ ฉนืดรเพฟะรนื และสร้างระบบ
  5. การทดสอบระบบ
  6. การฝึกอบรมระบบให้กับลูกค้า
  7. Go-live หรือ การส่งมอบงาน  

นี่คือหลายสิ่งที่องค์กรที่ต้องการปรับปรุงระบบเป็น ERP จะต้องพิจารณา และยิ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ที่ปรึกษาภายนอกเข้าในสถานที่ทำงานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

  1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า

เพื่อให้ที่ปรึกษาทำงานได้ดีที่สุด ที่ปรึกษาจำเป็นต้องเข้าใจวิธีการทำงานของลูกค้า ตามหลักการแล้ว หมายความว่าพวกเขาใช้เวลาอยู่ที่ไซต์งาน พูดคุยกับผู้คนที่พวกเขาจะทำงานด้วย ทำความเข้าใจวิธีทำงานของพวกเขา และทำความเข้าใจลำดับความสำคัญและข้อกังวลของพวกเขา แต่หลังโควิด-19 เวลาที่ที่ปรึกษาจะเข้าไปในสถานที่สามารถลดลงได้ด้วยการประชุมเสมือนจริง โดยใช้ skype, google meet, zoom เป็นต้น โดยทีมของลูกค้าสามารถจัดเตรียมเอกสารสรุปที่จำเป็นให้กับที่ปรึกษา และที่ปรึกษาก็ควรมีเอกสารข้อกำหนดที่ดี ซึ่งเป็นเอกสารที่ควบคุมการทำงานหรือการ implement ระบบที่ดี โดยเอกสารที่ดีจะช่วยวางกรอบให้การ implement ประสบความสำเร็จและยังช่วยลดความเสี่ยงของความเข้าใจผิดเมื่อออกแบบและกำหนดค่าระบบ (Configuration)

  1. การออกแบบระบบโครงสร้างของธุรกิจลูกค้า

ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่ใช้เอกสารเป็นตัวกำหนดเป็นหลัก โดยมีองค์ประกอบด้านเอกสารเป็นผังงานและการเขียนโครงร่างขั้นตอนการทำงาน สิ่งนี้จะขึ้นอยู่กับขั้นตอนก่อนหน้านี้ และการชี้แจงที่จำเป็นสามารถแก้ไขได้ง่ายผ่านการประชุมเสมือนจริง

  1. การออกแบบระบบ Proof of concept (PoC) และการนำเสนอ

เมื่อที่ปรึกษาได้รวบรวมข้อมูลที่เพียงพอและได้รับข้อมูลตัวอย่างแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องอยู่ในสถานที่ในระหว่างขั้นตอนการสร้าง แม้จะมีคำถามและรายการที่ต้องชี้แจงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โดยทั่วไปสามารถจัดการได้ทางอีเมลหรือโดยการประชุมเสมือนจริง

  1. การกำหนดค่าระบบ (Configuration) และสร้างระบบ

เมื่อการออกแบบระบบโดยรวมตกลงกันระหว่างที่ปรึกษาและลูกค้าแล้ว  กระบวนการกำหนดค่าระบบสามารถเริ่มต้นได้ และสำหรับทุกสิ่งที่สามารถทำได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินการแก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพใดๆ การคัดลอกข้อมุลบางส่วนจากระบบเดิม เป็นต้น  หากบริษัทมีสถานที่ปฏิบัติงานหลายแห่ง คุณจะพบว่าสามารถแบ่งปันปริมาณงานกับทุกแห่งเพื่อให้ผู้ใช้สร้างประสบการณ์ในการป้อนลูกค้า ซัพพลายเออร์ ผลิตภัณฑ์และข้อมูลการผลิต ฯลฯ และแน่นอนว่านี่เป็นกิจกรรมที่ผู้คนสามารถทำงานได้จากที่บ้านหลังการฝึกขั้นพื้นฐาน

  1. การทดสอบระบบ

การทดสอบระบบมีสองขั้นตอน ครั้งแรกดำเนินการโดยที่ปรึกษาที่สร้างระบบเพื่อยืนยันว่าได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ และครั้งที่สองดำเนินการโดยทีมงานโครงการภายในของบริษัทเพื่อยืนยันว่าได้ทำในสิ่งที่บริษัทต้องการและต้องการ ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้ทีมงานเขียนบันทึกการฝึกอบรมและขั้นตอนต่างๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ อาจเป็นไปได้ที่จะรวมสองขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกัน แต่นั่นอาจทำให้ต้องมีที่ปรึกษา ERPในสถานที่หรือส่งทีมของลูกค้าไปยังสำนักงานของซัพพลายเออร์

  1. การฝึกอบรมระบบให้กับผู้ใช้ (End-User)

เมื่อการทดสอบระบบเสร็จสิ้น การฝึกอบรมผู้ใช้ (End-User) ก็สามารเริ่มต้นได้ การดำเนินการนี้สามารถทำได้จากระยะไกลแต่ต้องมีการวางแผนและจัดการอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่ได้รับการฝึกอบรมสามารถซึมซับการฝึกอบรมนั้นได้สำเร็จ ในจุดนี้ การพิมพ์สำเนาบันทึกการฝึกอบรมและขั้นตอนที่ได้จากขั้นตอนการทดสอบระบบ เป็นสิ่งที่สำคัญและจะช่วยให้ทีมงานของลูกค้าสามารถใช้ระบบได้คล่องขึ้น นอกจากนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้า เลือกที่จะฝึกอบรม ‘ผู้ใช้ระดับหัวหน้างาน’ ของแผนกจำนวนหนึ่งและให้พวกเขาส่งต่อความรู้นั้นภายในกลุ่มของตนเองที่เล็กกว่า

  1. Go-live หรือ การส่งมอบงาน

เมื่อผ่านขั้นตอนการฝึกอบรมระบบให้กับผู้ใช้ (End-User) แล้ว แปลว่า ผู้คน ข้อมูล ขั้นตอน และระบบจะใช้งานได้จริง แต่ไม่ว่าระบบจะได้รับการทดสอบดีเพียงใด ไม่ว่าผู้คนจะได้รับการฝึกฝนมาดีเพียงใด สิ่งต่างๆ ก็จะผิดพลาดได้ เพราะคนเหล่านี้จะทำผิดพลาดโดยขาดประสบการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทต้องการที่ปรึกษาจำนวนมากที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ณ สถานที่จริง แต่หลังโควิด-19 ที่ปรึกษาเหล่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในสถานที่จริง เพียงแต่จำเป็นต้องสามารถเข้าสู่ระบบจากระยะไกลเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้และsupport ได้ทันที

 

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

 

7.1-Ci-Header-BACKoffice_CiMSO

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ CiMSO ERP Software กับ การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบ Periodic และ Perpetual

CiMSO ERP Software เข้าใจถึงระบบและขั้นตอนการทำธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี ระบบของเรานอกจากจะมีฟังก์ชั่นหลากหลายเหมาะกับธุรกิจของลูกค้า เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรม ร้านอาหาร สปอร์ตคลับ และ ธุรกิจรีเทล เรายังเข้าใจว่าระบบบัญชีมีบทบาทสำคัญต่อทุกๆกิจการ ระบบ BACKoffice ของ CiMSO software ช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้รับผิดชอบงานบัญชีขององค์กรไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป เพราะนอกจากข้อมูลจะไหลเวียนอย่างเรียลไทม์ ชัดเจน โปร่งใส แล้วการลงบัญชี เพื่อออกงบการเงินก็ทำได้อย่างถูกต้องด้วย ซึ่งการออกงบการเงินประกอบด้วย 5 งบที่สำคัญ

  1. งบแสดงสถานะการเงิน (Statement of Financial Position)
  2. งบแสดงสถานะการเงิน (Statement of Financial Position)
  3. งบแสดงการเปลี่ยนในส่วนของเจ้าของ (Statement of Changes in Owner’s Equity)
  4. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
  5. หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Note to Financial Statement)

ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงิน ที่ออกจากระบบ CiMSO ERP Software เป็นข้อมุลที่หน่วยงาน/แผนกต่างๆขององค์กรสามารถนำไปใช้วิเคราะห์หรือใช้งานได้ เช่น ฝ่ายบริหารนำข้อมุลไปใช้ในการบริหารองค์กร ฝ่ายการเงินนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์สภาพคล่องของกิจการ

การบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง นอกจากการดูยอดซื้อ-ขายสินค้าแล้ว ในการทำธุรกิจ การซื้อสินค้า/วัตถุดิบมาเพื่อขายให้เพียงพอ การควบคุมต้นทุน และการสำรองสินค้าไว้เพื่อให้สินค้ามีพร้อมขายอยู่ตลอดเวลา เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติมโตขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อถึงวันสิ้นงวด แผนกบัญชีจึงต้องมีการตรวจนับสินค้าและตีราคาว่า สินค้าคงเหลือมีมูลค่าอยู่เป็นจำนวนเงินเท่าใด เพื่อใช้บันทึกเป็น “สินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี หรือสินค้าคงเหลือปลายงวด” และนำไปแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุล

บทความนี้จะแนะนำ วิธีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ 2 แบบ คือ แบบ Periodic และ Perpetual

1. การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นงวด (Periodic Inventory System : พีริออดิก อินเวนทอรี ซิสเทิม)

วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นงวดนี้ เป็นการทำการตรวจนับและตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ต้องการทราบยอดคงเหลือ และถ้าต้องการทราบต้นทุนขายต้องทำการคำนวณเท่านั้น เนื่องจาก เป็นการบันทึกบัญชี โดยที่จะไม่มีการบันทึก “บัญชีสินค้าคงเหลือ” ในระหว่างงวด ดังนั้นยอดคงเหลือบัญชีสินค้าคงเหลือจะเป็นยอด ณ วันต้นงวด และจะไม่บันทึกต้นทุนขายในทุกครั้งที่ขาย

วิธีนี้เหมาะสำหรับกิจการที่มีสินค้าในปริมาณมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือธุรกิจรีเทลล์ ข้อดีของวิธีนี้คือ การบันทึกบัญชีทำได้ง่ายและประหยัดเวลา ข้อเสียคือ ไม่สามารถทราบยอดคงเหลือของสินค้าได้ทันทีที่ต้องการ

2. การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory System : เพอเพชชวล อินเวนทอรี ซิสเทิม)

วิธีนี้จะมีบัญชี “สินค้าคงเหลือ” ไว้เพื่อบันทึกความเคลื่อนไหวของสินค้าที่เกิดขึ้นตลอดการดำเนินงาน โดยใช้บันทึกมูลค่าของสินค้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย ส่งคืนและรับคืน ดังนั้นจึงทำให้ทราบยอดคงเหลือของสินค้าได้ตลอดเวลา วิธีนี้เหมาะสำหรับกิจการที่ขายสินค้าราคาแพงหรือสินค้าจำนวนไม่มาก ข้อดีของวิธีนี้คือ ทำให้ทรายยอดคงเหลือของสินค้าได้ตลอดเวลา ข้อเสียคือ ต้องบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของสินค้า ทำให้มีการบันทึกบัญชีค่อนข้างมาก

การใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละกิจการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการบันทึกบัญชี CiMSO ERP Software ของเราตอบโจทย์การบันทึกบัญชีของลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกวิธีการบันทึกบัญชีแบบ Periodic และ Perpetual ระบบเราก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ในส่วนของการคำนวณราคาทุนของสินค้าคงเหลือ ระบบ CiMSO ERP Software เราใช้ได้ทั้งวิธีถัวเฉลี่ยน้ำหนัก (Weighted Average Method) และ วิธีถัวเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ (Moving Average Method)

  • วิธีถัวเฉลี่ยน้ำหนัก (Weighted Average Method) เป็นวิธีที่ถือว่าราคาทุนถัวเฉลี่ยของสินค้าต่อหน่วยเป็นจำนวนเงินของสินค้าที่ไว้ขายทั้งสิ้นซึ่งยกมาจากต้นงวด บวก สินค้าที่ซื้อมาระหว่างงวด หารด้วยจำนวนหน่วยของสินค้าที่มีไว้ขายทั้งสิ้น จำนวนเงินของสินค้าคงเหลือคำนวณได้โดยนำจำนวนสินค้าที่เหลือคูณกับราคาทุนถัวเฉลี่ยต่อหน่วย ซึ่งวิธีที่ใช้ได้เฉพาะกับกิจการที่บันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method เท่านั้
  • วิธีถัวเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ (Moving Average Method) จะใช้กับการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Perpetual Inventory Method ซึ่งเป็นการคำนวณราคาทุนของสินค้าต่อหน่วยทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าเข้ามา ต้นทุนของสินค้าที่ขายจะใช้ราคาทุนต่อหนวย ซึ่งคำนวณไว้ในครั้งสุดท้ายก่อนการขายนั้น อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัด

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ CiMSO ERP Software และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรแกรมจัดการสินค้าคงคลังกับร้านอาหาร

ระบบร้านอาหาร CiMSO RESTaurateur เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ห้องอาหาร สโมสร ที่บริการขายอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นทั้งระบบขายหน้าร้าน บริหารโต๊ะอาหาร นอกจากนั้นยังเป็นระบบที่ช่วยควบคุมการจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดการสต็อกวัตถุดิบและเครื่องดื่มต่างๆ

ระบบร้านอาหาร CiMSO RESTaurateur รองรับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ ครัวกลาง และ การทำ Ghost Kitchen ซึ่งจำเป็นต้องมีการบริการจัดการต้นทุน การจัดการสต๊อกสินค้า เพื่อทำการขายแบบรวมศูนย์ ทำให้ร้านอาหารหรือเจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน และคลังสินค้า นอกจากนั้นระบบยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบร้านอาหารอย่างครบวงจร เช่น ระบบสมาชิก (Membership Management) และระบบลูกค้าสัมพันธ์ CLIENTmanager ซึ่งคุณจะสามารถสร้างฐานลูกค้า เสนอโปรโมชั่น สื่อสารกับลูกจ้า และทำการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด 

  • การบริหารสต๊อกวัตถุดิบ-เครื่องดื่ม
    • เพิ่มคลังสินค้าได้ไม่จำกัด
    • สามารถเลือกรรับ-จ่ายสินค้าระหว่างคลังได้
    • รองรับสินค้าที่มีบาร์โค้ด มีระบบสร้างบาร์โค้ด
    • กำหนดราคาขายได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การกำหนดราคาขายตามช่วงเวลา (วันธรรมดา-วันหยุด-ช่วงเช้า-ช่วงเย็น) การกำหนดราคาตามฤดูกาล (ผลไม้, อาหารทะเล)
    • สามารถกำหนดค่า min-max ของจุดสั่งซื้อสินค้า เพื่อให้แผนกจัดซื้อสามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้ภายใน budget ที่กำหนดไว้เท่านั้นได้
  • สามารถตัด BOM (Bill of Material) ระบบส่วนผสม หรือ วัตถุดิบภายในรายการอาหารและตัดสต๊อกส่วนผสมนั้นๆ ออกอัตโนมัติเมื่อทำการขาย
  • การจัดการโซนและโต๊ะอาหาร
  • การพิมพ์ใบสั่งอาหารไปที่ครัวและบาร์น้ำ
  • การออกรายงานและเอกสารที่หลากหลาย

เชื่อมต่อในรูปแบบ fully intregrate กับ ระบบที่จำเป็นกับธุรกิจของคุณ ต่อไปนี้ 

 

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบร้านอาหาร ครัวกลาง หรือ Cloud Kitchen ของ CiMSO RESTaurateur และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรแกรมจัดการสินค้าคงคลังสำคัญอย่างไรกับ ธุรกิจฟูดเดลิเวอรี่ (Food delivery, Ghost Kitchen, Cloud Kitchen)

ต้องยอมรับนะครับว่า วิกฤตโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้บริการร้านอาหารเปลี่ยนไป จากการนั่งทานที่ร้าน ก็เปลี่ยนเป็นการสั่งอาหารผ่านผู้ให้บริการต่างๆ ไปทานที่บ้านเป็นหลัก และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่วัยที่เก่งเทคโนโลยีเท่านั้น แต่วัยสูงอายุ พ่อแม่ ปู่ย่าของเรา ก็เปลี่ยนมากดแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารกันด้วยนะครับ (แถมเงินหนาซะด้วย ที่บ้านผมสั่งกัน รัวๆ 555)

และในช่วงวิฤตแบบนี้ ร้านอาหารต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เมื่อเชิญลูกค้ามานั่งสวยๆในร้านไม่ได้ ก็ต้องส่งอาหารไปให้ลูกค้าถึงที่ให้ได้ แต่จะทำอย่างไรถึงจะคุ้มเปิดร้าน ลดต้นทุน และยังมีรายได้พอที่จะจ่ายค่าจ้างพนักงาน (ไม่มีใครอยากให้พนักงานออกหรอกเนอะ) ดังนั้น ช่วงนี้จึงมีคำใหม่ๆ เกิดขึ้น ในไทย (ที่บอกว่าในประเทศไทย เพราะต่างประเทศเค้ามีกันมานานแล้ว) คือ คำว่า “Ghost Kitchen” และ “Cloud Kitchen”

“Ghost Kitchen” หรือ “Cloud Kitchen” คือ การเปิดร้านอาหารแบบไม่มีหน้าร้าน โดนผู้ขายเน้นไปที่การขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ และทำการส่งแบบดิลิเวอรี่เป็นหลัก

มีหลายคนที่เข้าสู้ธุรกิจร้านอาหาร และยังไม่มีการเช่าพื้นที่หน้าร้าน ก็จะสามารถเปิด Ghost Kitchen ได้อย่างง่ายดายเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าร้านอาหารที่จะต้องจ่ายอยู่ตลอด ส่วนร้านอาหารที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว ก็ต้องปรับตัวกันไปครับ หากมีหลายสาขา ก็ต้องลองคำนวณดูว่า การเปิด Ghost Kitchen หลายที่ เพราะมีครัวและพนักงานกระจายอยู่หลายที่อยู่แล้ว กับการรวมครัวกลางมาไว้ที่เดียวแบบไหนคุ้มดำเนินการมากกว่ากันครับ แต่ที่แน่ๆ การขายอาหารแบบ delivery จะยังคงอยู่แม้ว่าโควิดจะหมดไปครับ เพราะพฤตกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงและเคยชินครับ ดังนั้น ร้านอาหารร้านไหนที่ยังไม่ได้เตรียมพร้อมตรงนี้ ก็ลองๆพิจารณาเมนูที่สามารถ delivery ไว้นะครับ

การทำ food delivery นั้น มีสิ่งที่ผู้ทำธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญ คือ รสชาติอาหารที่คงที่เหมือนการทานที่หน้าร้าน มีขั้นตอนการผลิตที่สะอาด แพคเกจจิ้งที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าไม่มีสิ่งเจอปน ราคาเหมาะสมกับปริมาณ นอกจากนั้น ความสดใหม่ของอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าที่สั่งซื้อไป กลับมาสั่งซื้อใหม่ได้เรื่อยๆ

บทความนี้ ผมจะแนะนำระบบครัวกลางที่เน้นการจัดการสต๊อกสินค้าให้กับ ผู้ที่สนใจหรือกำลังทำธุรกิจ food delivery และ Cloud Kitchen คือ CiMSO STOCKmanager ครับ

CiMSO STOCKmanager คือ ระบบจัดการสินค้าคงคลังและการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีคุณสมบัติและฟีเจอร์ดังนี้

คุณสมบัติของ CiMSO STOCKmanager

  • รายการสินค้าและบริการ, การจัดการราคา พร้อมลิ้งสถานะ
  • การคิดต้นทุนสูตรอาหารและเครื่องดื่ม (Bill Of Material, BOM)
  • การบริหารจัดการบัญชีแยกประเภทลูกหนี้ เจ้าหนี้ อย่างเรียลไทม์
  • การพิมพ์ฉลากบาร์โค้ดแบบสากล 23 ประเภท
  • การจัดการปริมาณต่อประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ซื้อ (รับเข้า) และการขายตามหน่วยหลักหรือหน่วยย่อย (order by case – sell by bottle or tot)
  • รายการราคาไม่จำกัด สามารถแยกตามสถานะของลูกค้าหรือสถานที่ตั้ง
  • การควบรวมกับบัญชีแยกประเภทอย่างราบรื่นตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
  • การคำนวนต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อบริษัท คลังสินค้า และร้านค้า
  • การนับสต๊อกสินค้าอย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์พกพา ( mobile device stock take facility )

ฟังก์ชั่นการจัดการสินค้าคงคลัง

  • การจัดการสต๊อก การโอนระหว่างแผนก การโอนระหว่างสาขา
  • ข้อกำหนด ใบสั่งซิ้อสินค้า ไบรับสินค้า (Requisitions, purchase orders, goods received vouchers)
  • การขายเงินสด การออกใบแจ้งหนี้ และการจัดการเอกสารต่างๆที่มีผลต่อสต๊อกสินค้า
  • การคืนสินค้าและการคืนเงิน

ฟังก์ชั่นการควบคุมการจัดซื้อ

  • การจัดการซัพพลายเออร์ที่มีสิทธิพิเศษด้วยการควบคุมสัญญาซื้อ
  • การอนุญาตหลายระดับในการจัดซื้อสินค้าเข้าคลังและการประมวลผลการทำธุรกรรม
  • คอนโซลการร้องขอ การประมวลผลคำสั่งซื้อ และการรับสินค้าพร้อมการอนุญาตหลายระดับ
  • การประมวลผลคำสั่งซื้อได้รับการตรวจสอบเทียบกับงบประมาณทางการเงินพร้อมข้อ จำกัดการสั่งซื้ออัตโนมัติ
  • คอนโซลการรับสินค้าพร้อมการแปลงใบสั่งซื้ออัตโนมัติเป็นสินค้าที่ได้รับ ใบสำคัญรับ
  • การจัดการคลังสินค้าภายในและการโอนระหว่างคลังสินค้า

นอกจากนั้น ระบบ CiMSO STOCKmanager ยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับระบบดังต่อไปนี้

  • ระบบร้านอาหาร-ครัวกลาง –RESTaurateur 

จะสามารถตัด recipe ได้ทันทีเมื่อขาย 

  • ระบบขายหน้าร้าน POS – SHOPkeeper 

ซึ่งสามารถตัดสต๊อกได้ทันทีเมื่อขาย 

ซึ่งแผนกบัญชีและผู้บริหารสามารถรับรู้รายได้ ลงบัญชีได้อย่าง real-time 

  • ระบบสมาชิกCLUBmanager และระบบลูกค้าสัมพันธ์ CLIENTmanager 

ซึ่งคุณจะสามารถสร้างฐานลูกค้า เสนอโปรโมชั่น สื่อสารกับลูกค้า และทำการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด 

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบจัดการคลังสินค้า CiMSO STOCKmanager หรือ CiMSO RESTaurateur และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Joining CiMSO’s family – Phothalai Leisure Park

ยินดีต้อนรับ โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค เข้าสู่ครอบครัวคิมโซ (CiMSO)

โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค (Phothalai Leisure Park) คือ อาณาจักรแห่งการผ่อนคลายที่ยกระดับงานบริการให้มีความหลากหลาย อาทิ

  • โพธาลัย เวลเนส & ลองเจวิตี้ ศูนย์สุขภาพการนวดแผนโบราณ สปา และโรงเรียนนวดแผนไทยโพธาลัยแบบครบวงจร โพธาลัย กอล์ฟ ปาร์ค
  • สนามไดร์ฟกอล์ฟและสถาบันฝึกสอนกอล์ฟ ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเทคโนโลยีเหนือระดับ
  • พีแอลพี ฟิตเนส เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยรองรับกับความต้องการกลุ่มคนรักสุขภาพในทุกเพศวัย
  • โพธาลัย มีตติ้ง & อีเว้นท์ สถานที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน การประชุมและสัมมนา ที่ถูกดีไซน์ให้จัดกิจกรรมได้หลายรูปแบบ ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ พร้อมห้องประชุมหรือสถานที่จัดงานเลี้ยงมากกว่า 20 ห้อง สำหรับรองรับผู้ร่วมงาน และมีที่จอดรถได้มากกว่า 1,500 คัน แต่ละฟังก์ชั่นตกแต่งสวยงาม ทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • ห้องอาหาร ได้แก่ เบอร์ดี้ & คอร์ทยาร์ด พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มหลากหลาย แคนตัน – ห้องอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งโดยเชฟระดับมืออาชีพเป็นผู้ลงมือปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน ร้านกาแฟเปอร์ทิส คอนเนอร์ คาเฟ่ & มอร์ สร้างสรรค์เมนูกาแฟสูตรเฉพาะ หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อม เค้กและเบเกอรี่หลากหลาย และ เบย์ เลาจน์ เป็นส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มบริเวณสนามไดร์ฟกอล์ฟ

โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค – Phothalai Leisure Park เป็นผู้ใช้ CiMSO GOLFmanager สำหรับการบริหารจัดการสนามกอล์ฟ และ EVENTmanager สำหรับการจัดการ โพธาลัย มีตติ้ง & อีเว้นท์ สถานที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน การประชุมและสัมมนา ใช้ RESTaurateur เพื่อบริหารจัดการร้านอาหารและจุดขาย รวมถึง BACKoffice ทั้งหมดเพื่อจัดการการเงินจนถึงงบดุล

ทีมงาน AEC Enlist – CiMSO Thailand รู้สึกดีใจและขอขอบคุณและ คุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแลครับ

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ ERP for Hospitality & Business และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ซอฟต์แวร์การจัดการร้านอาหาร ครัวกลาง CiMSO – RESTaurateur

หากคุณกำลังหาระบบร้านอาหาร ที่จะเสริมให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณเติบโตมีหลายสาขา มีครัวกลาง โดยที่ทีมหน้าร้านของคุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน แถมคุณยังสามารถรวมการบริหารการจัดซื้อ สร้างระบบลูกค้าสัมพันธ์  ระบบสะสมแต้ม ไว้ในซอฟต์แวร์เดียวกันอีกด้วย เรียกได้ว่า ซอฟต์แวร์ที่สามารถรองรับการเติบโตขององค์กรได้อย่างแท้จริง คุณกำลังอ่านบทความที่จะแนะนำระบบที่คุณต้องการครับ

CiMSO – RESTaurateur คือ ระบบจุดขายหน้าจอสัมผัส (Touch Screen PoS) สำหรับร้านอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้

EASY, POWERFUL Touch Screen POS

  • การประมวลผลหน้าจอสัมผัส (Touch Screen PoS) ที่รวดเร็วและง่ายดาย
  • การรับรายการอาหาร (order) แบบคำนวณต่อที่นั่งและการประมวลผลการชำระเงินที่รวดเร็ว
  • การประมวลผลคำสั่งด้วย mobile device ผ่าน Wi-Fi
  • การเตรียมการและการตั้งค่ายกเว้นเกี่ยวกับราคา เมนูต่างๆ ได้
  • การเตรียมการและลำดับการทำอาหาร (fire order) ที่กำหนดค่าได้
  • การกำหนดเส้นทางและการพิมพ์ใบสั่งครัว

INTUITIVE, GRATE Restaurant Management

  • การควบคุมสต็อกและสินค้าคงคลังโดย STOCKmanager
  • รองรับการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
  • การจัดการผ่าระบบบาร์โค้ด
  • การบริหารจัดการจัดการร้านอาหารที่มีหลายสาขา (Chain Store)
  • Seating cycle 24 ชั่วโมงพร้อมการนับที่นั่งและแบบวอล์กอิน
  • จองออนไลน์กับ CiMSOweb

CUSTOMER EXPERIENCES Loyalty & Membership

  • โปรแกรม CRM และระบบสะสมแต้มโดย CLUBmanager
  • การออกแบบการพิมพ์และการระบุบัตรสมาชิกแบบบูรณาการ
  • อัปเดตสถานะสมาชิกอัตโนมัติพร้อมข้อ จำกัด สิทธิ์

EASY, FAST Billing

  • แยกบิลตามที่นั่ง กลุ่มหรือแยกตามสัดส่วน (% of value)
  • การชำระเงินหลายประเภทและการประมวลผลการชำระเงิน FOREX
  • การควบคุมระบบสะสมแต้ม (Loyalty Point) และการแลกคะแนน
  • ขั้นตอนการแปลงค่าเงินที่รวดเร็วหลายระดับหลายสกุลเงิน

นอกจากโมดูลย์หลักๆ ของการจัดการร้านอาหารแล้ว ระบบ CiMSO RESTaurateur ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการทำงานอย่างสมบูรณ์ขององค์กรได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ข้อมูลการำงานของพนักงานในองค์กร ไหลเวียนไปยังผู้ทำงานหรือแผนกที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างถุกต้อง แม่ยำ ลดเวลาการทำงานที่อาจเกิดความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี เช่น

  • ระบบบัญชี BACKoffice
  • ระบบจัดซื้อและสต๊อกสินค้า STOCKmanager
  • ระบบสปา SPAscheduler
  • ระบบจองกิจกรรม ACTIVities
  • ระบบสนามกอล์ฟ GOLFmanager
  • ระบบจัดการงานอีเว้นท์ EVENTmanager

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบจัดการสนามกอล์ฟ CiMSO RESTaurateur และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ธุรกิจ Retail (ผู้ค้าปลีก) สามารถผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกันได้อย่างไร

การทำธุรกิจแบบ B2C นั้น ลูกค้ารายย่อยมักมีความต้องการประสบการณ์ *Omni-Channel อย่างแท้จริงจากร้านค้าที่ตนเลือกมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องมี Solution พวกจุดขายที่ยืดหยุ่นและดีที่สุด  ซึ่งสามารถรวมเข้ากับ ERP และSolution ทางธุรกิจส่วนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP ที่คุณควรใช้ คือ ระบบ ERP ที่นำเสนอ PoS ซึ่งเป็นงานส่วนหน้าบานในการตัดขายสินค้าที่จุดชำระเงิน หรือไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน Social Media อื่นๆ ซึ่งอาจจะนำเสนอช่องทางโปรโมชั่น แบบ รหัสส่วนลด วึ่งเชื่อมต่อกับระบบ ERP หลังบ้านที่สามารถเก็บข้อมูลต่างๆของลูกค้า (ด้วยระบบ CDP – Customer Data Platform) เช่น โปรโมชั่นที่ใช้ ช่องทางการสั่งซื้อ ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และความชื่นชอบต่างๆของลูกค้า

การผสานรวม PoS และ ERP เข้าด้วยกัน ทำให้คุณสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจในการให้บริการและเพิ่มยอดขายให้กับคุณต่อไป เนื่องจาก

  1. สต๊อกสินค้าที่ถูกต้องแม่นยำ

การใช้ระบบ ERP กับ ระบบ PoS ร่วมกันโดยเป็นระบบที่ integrate ร่วมกันจะทำให้ สต๊อกสินค้าหน้าร้าน และในคลังสินค้าไม่มีความผิดพลาด เพราะมเอเติมสินค้าเข้าคลังสินค้า ระบบก็จะอัพเดทอย่างเรียลไทม์ทันที รวมถึงเมื่อขายสินค้าผ่านระบบ PoS ออกไป จำนวนสินค้าก็จะถูกตัดออกจากระบบอย่างเรียลไทม์เช่นกัน นอกจานั้น

การที่สต๊อกสินค้าถูกต้องแม่นยำ ทำให้แผนกจัดซื้อสามารถบริหารจัดการจำนวนในคลังสินค้าให้ไม่คงเหลือมากเกินไปและไม่ขาดมือ จงทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องรอสินค้านาน

ในทำนองเดียวกัน แผนกการตลาด ก็สามารถวิเคราะจำนวนการซื้อสินค้า จัดทำโปรดมชั่นสำหรับสินค้าขายดี หรือสินค้าที่ต้องการโปรโมตให้เป็นสินค้าขายดีได้เช่นกัน

  1. การจัดส่งสินค้าไม่มีความผิดพลาด

เนื่องจาก ระบบ ERP มีระบบฐานข้อมูลของลูกค้าหรือ Customer Data Platform หรือ CDP (ดู CLIENTmanager)  เมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้า ระบบจะระบุตัวสินค้ากับข้อมูลลูกค้าผ่าน PoS ไปยังระบบ ERP จากนั้น ผู้ใช้จะสามารถพิมพ์ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จและ หน้าซองพัสดุ เพื่อนำไปจัดแพคสินค้าได้ทันที ตรงนี้จะช่วยให้การจัดส่งสินค้ารวดเร็วและไม่มีความผิดพลาด

  1. การรวบรวมข้อมูลลูกค้า เพิ่มยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่น การนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า

ตามที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 คือ ประโยชน์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการผสานระบบ PoS เข้ากับระบบ ERP ก็คือ การเพิ่มยอดขาย ซึ่งหากคุณมีระบบ PoS เพียงอย่างเดียว คุณจะไม่สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการขาย ข้อมูลผู้ซื้อได้ละเอียดถึงขนาดทำไปวิเคร์และทำโปรดมชั่น เพิ่มยอดขายได้เลย นอกจากนั้น ระบบ ERP ยังสามารถเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย   

  1. เพิ่มจุดขายได้อย่างไม่จำกัด

หากคุณเป็นผู้ค้าปลีก การมีจุดขายหลายจุด ย่อมทำให้เกิดโอกาสทางการขายมากขึ้นใช่ไหมครับ แต่การมีจุดขายหลายจุดก็อาจมีปัญหาได้ หากคุณแม่มีระบบหลังบ้าน อย่างระบบ ERP ที่ดี ระบบ PoS ที่ผสานกับระบบ PoS จะช่วยให้คุณไม่ปวดหัวกับการแก้ปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้า การจัดซื้อ พนักงานของคุณก็จะทำการขาย ณ จุด PoS อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่า ยิ่งขายได้ ยิ่งเพิ่มกำไร เพราะหลังบ้านสามารถเติมสินค้าได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

  1. ระบบบัญชีที่รวดเร็วและถูกต้อง

การเปิดใบเสร็จจากระบบ PoS ย่อมเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกใจลูกค้า และเมื่อสินค้าของเราขายดีแล้ว แน่นอนครับ ผู้บริหารหรือเจ้าของย่อมอยากทราบว่ายอดรายได้ขององค์กรณ์คือเท่าใด ระบบ ERP ที่เชื่อมต่อกับ PoS จะทำให้คุณสามารถรู้ได้ทันทีอย่างเรียลไทม์ว่าคุณมียอดขายณ ตอนนั้นเท่าใด และทำให้ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการหรือวิเคร์รายรับ-รายจ่ายล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี

*Omni-Channel หมายถึง ช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว

เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อดีของการผสานระบบ PoS กับ ERP ถ้าให้ผมแนะนำ ผมแนะนำว่าหากคุณเป็นร้านค้าเล็กๆ traffic ยังไม่เยอะ ที่เป็นร้านเดี่ยวๆ คุณจะเลือกใช้ระบบ PoS อย่างเดียวก็ได้ครับ เพราะคุณยังสามารถจัดการงานหลังบ้านได้แม้ว่าคุณไม่มี ERP แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนจะเพิ่มสาขา เพิ่มจำนวนสินค้า ต้องการพัฒนาจากการขายปลีกเป็นการขายส่ง จุดนี้ผมมั่นใจว่าระบบ ERP จะเป็นประดยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CiMSO ERP Software ติดต่อ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ข้อดีของการเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP)

มีหลายบริษัทเริ่มต้นการจัดการภายในองค์กร การดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างฐานข้อมุลลูกค้า การติดตามการขาย การออกใบแจ้งหนี้ การตรงจนับสินค้าคงคลัง โดยใช้ Excel ด้วยเหตุผลที่ว่ามันใช้งานไดสะดวดรวดเร็วและพนักงานส่วนใหญ่รู้วีการใช้งานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัท เติบโตขึ้น ผู้บริหารก็มักจะเริ่มซื้อซอฟต์แวร์มาใช้ โดยเลือกซื้อสำหรับระบบการจัดการทีละระบบ สำหรับแต่ละความต้องการของพนักงานแต่ละแผนก เช่น แผนกคลังสินค้า แผนกบัญชี และจบลงด้วยการเอาซอฟต์แวร์แต่ละตัวมาเชื่อมดยงกัน ซึ่งทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามข้อจำกัดของแต่ละซอฟต์แวร์

การปะติดปะต่อซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่แตกต่างกันและเข้ากันได้บ้างไม่ได้บ้าง อาจมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เช่น การที่ พนักงานต้องป้อนข้อมูลชิ้นเดียวกันในหลายๆ ที่เนื่องจากขึ้นอยู่กับโปรแกรมต่างๆที่ไม่ได้พูดคุยกัน กิจกรรมการป้อนข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดต้องใช้เวลา ลดประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดเมื่อป้อนข้อมูลลงในโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง  

ปัญหาที่อาจเกิดอีกอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับการใช้หลายระบบหรือการเชื่อมต่อระบบที่ไม่อาจปะติดปะต่อกันได้ คือ สถานการณ์ที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้า และลูกค้าตรวจสอบระบบสินค้าคงคลังของคุณผ่านระบบการขายออนไลน์หรือ e-commerce ซึ่งระบบแจ้งว่ามีสินค้าคงคลัง แต่เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามากลับพบว่ามีการขายสินค้าก่อนหน้านี้และระบบสินค้าคงคลังยังไม่ได้รับการอัปเดตเมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้

ในส่วนของการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นระบบอะไรก็ตาม ก็สามารถมีปัญหาทั้งนั้น ปัญหาอย่างหนึ่งในการใช้ระบบแยกกันก็คือ interface ของผู้ใช้ที่อาจแตกต่างกัน พนักงานไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการเรียนรู้ระบบต่างๆเท่านั้น แต่ยังสร้างความสับสนได้อีกด้วย พนักงานอาจจำไม่ได้ว่าคำสั่งใดไปกับระบบใดและเริ่มป้อนคำสั่งที่ไม่ถูกต้องลงในระบบใดระบบหนึ่งและพบว่าไม่ได้ผล สิ่งนี้ยังส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณด้วย เนื่องจากข้อผิดพลาดเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการแก้ไขมากขึ้นและจะทำให้การดำเนินธุรกิจโดยรวมของคุณช้าลง

วีธีแก้ปัญหาเหล่านี้ คือการเปลี่ยนไปใช้ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) แบบ Fully integrate หรือ แบบครบวงจร ที่จำนำเสนอโมดูลที่แตกต่างกันในโปรแกรมเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถสื่อสารส่งต่อกันระหว่างแผนกต่างๆขององค์กรคุณอย่างเรียลไทม์และอัตโนมัติ

โดยทั่วไปโปรแกรม ERP จะรวมถึงการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) การป้อนใบสั่งขาย การจัดการสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ การออกใบแจ้งหนี้ การเงินและฟังก์ชันอื่น ๆ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน เมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะเกิดขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ ข้อมูลจะถูกสื่อสารไปยังโปรแกรมการออกใบแจ้งหนี้โดยอัตโนมัติเพื่อเริ่มต้นใบแจ้งหนี้ เช่นเดียวกับโปรแกรมสินค้าคงคลังซึ่งจะปรับระดับสต็อกโดยอัตโนมัติสำหรับสินค้าที่เพิ่งจัดส่ง

ข้อดีของการเลือกใช้ ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP)

  1. การซื้อระบบ ERP ที่รวมโมดูลต่างๆที่จำเป็นอยู่แล้วนั้น ง่ายกว่าการซื้อซอฟต์แวร์หลาย ๆ ชิ้นและใช้วีการของคุณเองเพื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
  2. เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นโซลูชัน ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์หลายชิ้นอาจพบว่าบางส่วนจะไม่ปรับขนาดและจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นและรวมซอฟต์แวร์ใหม่เข้ากับส่วนที่เหลือของระบบอีกครั้ง
  3. การเข้าถึงระบบและความปลอดภัยของข้อมูลนั้นง่ายกว่ามากในการควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ในตัวเพียงชิ้นเดียว รหัสการเข้าสู่ระบบและรหัสผ่านจะต้องเพิ่มเพียงครั้งเดียวและจะมีโอกาสผิดพลาดน้อยลง การเข้าถึงแต่ละโมดูลภายในซอฟต์แวร์รวมสามารถควบคุมได้ด้วยระบบการเข้าถึงข้อมูลเดียวที่ควบคุมโดยผู้ดูแลระบบ ซึ่งสามารถเลือกสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้แต่ละรายแบบทีละโมดูล
  4. การอัปเดตระบบจะง่ายขึ้น เนื่องจากการอัปเดตสำหรับโมดูลทั้งหมดจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างกับการเลือกใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวที่สร้างขึ้นจากผู้พัฒนาที่แตกต่างกัน อาจได้รับแพ็คเกจการอัปเดตที่แตกต่างกันจำนวนมากซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ในเวลาที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะไม่มีการนำการอัปเดต เมื่อใช้ไปซักระยะก็จะส่งผลให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหรือข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ซึ่งจะไม่ได้รับการแก้ไขตามเวลาที่กำหนด
  5. การเลือกใช้ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) ทำให้ข้อมูลชิ้นเดียวกันไม่จำเป็นต้องป้อนหลายครั้ง จะมีการสื่อสารโดยอัตโนมัติไปยังโมดูลอื่นๆ และสามารถรับประกันความถูกต้อง
  6. ข้อมูลจะถูกต้องตามเวลาจริง (Real-time) คุณไม่ต้องกังวลว่าโมดูลต่างๆจะไม่ซิงค์กันและทำให้เกิดข้อผิดพลาดอื่น ๆ
  7. พนักงานที่ใช้โมดูลต่างๆในระบบจะเห็นอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่สอดคล้องกันและไม่ต้องการการฝึกอบรมมากนักในการเปลี่ยนจากฟังก์ชันหนึ่งไปเป็นฟังก์ชันถัดไป พนักงานสามารถเร่งความเร็วกับระบบได้เร็วขึ้นมากและจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยลงในการใช้งาน
  8. การเลือกใช้ระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) ไม่เพียงแต่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน แต่พนักงานจะมีความยุ่งยากน้อยลงและมีความพึงพอใจในงานสูงขึ้น
  9. ความพึงพอใจของลูกค้าของคุณจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากคำสั่งซื้อจะได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น

แม้ว่าในระยะสั้น การเลือกใช้ซอต์แวร์หลานยระบบอาจดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีและรวดเร็ว แต่ในระยะยาวจะต้องใช้งานมากขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดและบังคับให้บริษัทของคุณต้องการการอัปเดตซอต์แวร์หรือพัฒนาบ่อยขึ้น หากคุณพิจารณาค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เพิ่มเติมเหล่านี้อย่างรอบคอบ จะพบว่าอาจมีราคาสูงกว่าการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ในการนำฟังก์ชัน ERP แบบครบวงจร (Fully integrated ERP) มาใช้กับบริษัทของคุณ

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ ERP แบบครบวงจร (Fully Integrated ERP) สำหรับธุรกิจ Hospitality & Business ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเกี่ยวกับ สนามกอล์ฟ คลับ ร้านอาหาร ฟิตเนส โรงแรม สปา หรือธุรกิจซื้อมา-ขายไป (Wholesale-Retail) เรา CiMSO ERP Software ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบ ERP แบบครบวงจร ของ CiMSO เชื่อถือได้ และสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในการดำเนินงานของคุณได้อย่างไร cimso@aecenlist.com หรือ 023924186

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com