ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมีหลายคนมีความสนใจที่จะทำธุรกิจนี้ มีหลายคนที่วางแผนมาดี พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจทำให้ธุรกิจรุ่งเรื่องเติบโตเลยทีเดียว แต่ก็มีไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้วางแผนกันรอบคอบก่อน และทันทีที่ก้าวสู่สนามการแข่งขันก็ต้องพลาดท่า ทำได้ไม่นานก็ต้องปิดกิจการ ทำร้านอาหารเจ๊ง วันนี้ผมมีระบบ ERP หรือ Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกันครับ

ระบบร้านอาหารทั่วไป จะเน้นไปที่ POS หรือ Point of sale ซึ่งระบบ POS ก็คือระบบที่ช่วยจัดการทางหน้าร้าน การจองโต๊ะ การเลือกเมนู สั่งอาหารของลุกค้า และการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารเล็กๆสัก 1 ร้าน เป็นกิจการเสริมหรือกิจการเล็กๆที่บริหารกันเองภายในครอบครัว คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านอาหารที่มี POS เพื่อเน้นไปที่ระบบหน้าร้านเท่านั้นก็พอครับ <ดู Store Hub – ระบบบริหารจัดการร้านค้า ร้านอาหาร สำหรับ SMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราครับ>

แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนให้ธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ของคุณเป็นธุรกิจหลัก วางแผนจะขยายสาขา คุณจะต้องเริ่มจัดการควบคุมสต๊อกและต้นทุนวัตถุดิบ หาระบบที่มี POS หรือสามารถเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน (POS) เดิมที่คุณมีอยู่ มีสูตรการผลิตที่มั่นคงสามารถตัด Bill of Material (BOM) และรวมไปถึงการมีครัวกลางในการผลิด และช่วยวิเคราะห์แผนการตลาด ยอดการซื้อ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะเริ่มมองหาระบบที่เหมือนสมกับแผนที่คุณวางไว้ ซึ่งแน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบที่มีความสามารถสำหรับองค์กร คงมีราคาที่คุ้มค้าต่อการลงทุน ซึ่งระบบนี้เรียกว่า ERP Software สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ครัวกลาง และมีความสามารถดังนี้

ครัวกลาง (Central Kitchen)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager)
    • การสั่งวัตถุดิบ – PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การจัดเก็บ วัตถุดิบที่ถูกต้อง สามารถทำบาร์โค้ด และระบุวัน เดือน ปี ที่สินค้าหมดอายุได้ – Barcode
    • ระบบการนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • วิธีการเบิกวัตถุดิบจากฝ่ายผลิต เผื่อนำไปผลิตสินค้า – Stock Transfer
    • วิธีการตรวจรับสินค้าเข้าคลังหลังจากฝ่ายผลิตเบิกวัตถุดิบไปผลิต เพื่อตรวจสอบความสูญเสียของวัตถุดิบ
    • วิธีการกระจายสินค้าตาม IPR/PO ของสาขา
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในครัวกลาง
  2. ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • การลงบันทึกยอดขายในแต่ละวัน และการส่งรายงานในแต่ละวัน
    • การทำสรุป P&L (งบกำไรขาดทุน) ในแต่ละเดือนเพื่อส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)

สาขา (Branches)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง
    • การสั่งซื้อสินค้าจากครัวกลางเพื่อให้เพียงพอต่อการขายในแต่ละวัน – IPR/PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน
    • รายงานสินค้าคงคลังและรายงานการเคลื่อนไหวของตัวสินค้า
  2.  ระบบขายหน้าร้าน (Point Of Sale – POS)
    • ระบบPOS และตัดบอม (Bill Of Materials)
    • เมนูขายดี
    • ทำโปรโมชั่น โดยสรุปยอดขายไม่ผิดพลาด ไม่เกิดของหาย
    • ระบบจัดการโต๊ะ
    • สามารถลิ้งไปที่พริ้นเตอร์ในครัวเพื่อสั่งผลิตได้ทันที
  3.  ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)
    • ระบบเก็บเงินหน้าร้าน บันทึกยอดขาย
    • สรุปรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

คุณสมบัติของระบบครัวกลาง และซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหาร ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็น เพียงส่วนหนึ่งของการจัดการธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องการขยายสาขา ที่มีความคิดที่จะมีครัวกลางเป็นของตัวเองเท่านั้น ยังไม่รวมถึงระบบการจัดการสมาชิก การทำ loyalty Program ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งหากคุณมีความมุ่งมั่นและวางแผนพัฒนาธุรกิจน้ารอาหารของคุณในระยะยาว ควรเลือกระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับร้านอาหารได้ทันที มากว่าที่จะลงทุนซื้อระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ไม่สามารถต่อยอดได้ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ทำไมร้านอาหารส่วนมาก ถึงไปไม่รอด แล้ว CiMSO จะช่วยได้อย่างไร

ธุรกิจร้านอาหาร เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หลายคนสนใจลงทุนเพราะดูจะเห็นเม็ดเงินเข้ามาได้ง่าย หากมีคนเข้าร้านแน่นร้าน เจ้าของธุรกิจย่อมคิดว่าตัวเองมีรายได้เยอะ แต่ความจริงแล้วธุรกิจร้านอาหาร หากวางแผนไม่ดีมีแต่จะไปไม่รอดครับ และในปัจจุบันนี้ หากคุณจะเปิดร้านอาหารเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ คุณต้องเก่งทั้งอาหาร การตลาด ซึ่งถ้าเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ใจปั๊ม ทุ่มเงินตกแต่งร้าน หาพ่อครัวแม่ครัวมือดีมาทำ แค่นี้ 2 ส่วน คือ ส่วนของอาหารและการตลาด ก็กินเวลาของผู้บริหารเกือบจะทั้งหมดแล้วครับ แต่ถ้าหน้าบ้านดี หลังบ้านเละ คุณว่าจะเกิดอะไรขึ้น…

เยส! ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งคอก ถ้าหลังบ้านเละ ไร้ระบบและตัวช่วยจัดการระบบ เปิดไปสักพัก คุณจะเริ่มล้า เพราะคุณคนเดียวที่ต้องทุ่มเทเวลาทั้งกายและกระเป๋าตังลงมากับธุรกิจร้านอาหารของคุณ และเมื่อคุณล้าจนหมดแรง นี่แหละครับที่ผมเกร่นในตอนแรกของบทความ…ไปไม่รอด ปิดตัวลง กลับบ้านเก่าครับ

แล้วอะไรล่ะ ที่หมายถึงระบบและตัวช่วยจัดการระบบ? ก่อนที่จะเล่าว่าระบบคืออะไรเรามาดูว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ร้านอาหารส่วนมากไปไม่รอดคืออะไรบ้าง…

  1. เจ้าของขาดประสบการณ์
  2. เลือกทำเลผิด
  3. ขาดจุดขายที่แตกต่าง
  4. ขาดการทำการตลาดที่ดี
  5. ขาดระบบที่ดี มีปัญหาเรื่องคน
  6. รสชาติและมาตรฐานไม่คงที่
  7. คุมค่าใช้จ่ายไม่ได้
  8. ขาดระบบบริหารจัดการ

จากปัญหาข้างต้น จะเห็นว่า ปัญหาในข้อ 1 – 4 เป็นปัญหาโดยตรงของเจ้าของกิจการที่จะต้องหาข้อมุล ศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งใช้ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ครับ แต่ปัญหาในข้อ 5 -8 เป็นปัญหาที่ CiMSO ช่วยคุณได้ครับ

ผมไม่เถียงว่า การเปิดร้านอาหารเล็กๆ ทีมีเพียงพ่อครัว1-2คน กับ โต๊ะอาหาร 10 โต๊ะ ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอะไรมากนอกจากระบบ POS ราคาหลักหมื่น แต่ลองคิดภาพร้านอาหารที่มีสัก 40 โต๊ะ และ/หรือมีหลายสาขา ร้านอาหารอย่างหลังนี่ ถ้าไม่มีระบบที่ดีช่วยควบคุมรายรับ-รายจ่าย ควบคุมสต๊อกขาเข้า-ออก ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณจะลงทุนสัก 5 – 10  ล้าน เปิดร้านอาหาร และคาดการณ์ว่าจะได้รายได้เดือนละ 2-3 ล้านบาท คุณควรจะจัดสรรเงินทุนไว้อย่างน้อย 3%-5% จากยอดเงินลงทุนเพื่อลงระบบร้านอาหารที่ตอบโจทย์ของคุณ

และระบบที่ดี จะสามารถช่วยคุณได้ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน เช่น นอกจากเป็น POS แล้วยังจะช่วยคุณสร้างฐานลูกค้าด้วยระบบ royalty program และหากเพิ่มเงินอีกสักหน่อย ก็จะได้ระบบควบคุมสต๊อกสินค้า ระบบัญชี มาด้วย ทั้งนี้ ระบบจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้คุณเห็นทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารของคุณ เมื่อคุณหมดกังวลกับงานเหล่านี้ คุณจะมีความสุขมากขึ้นกับการไปพัฒนาเมนู และการทำการตลาด รวมถึงการขยายสาขา สร้างเฟรนไชน์ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ก่อนเปิดร้านอาหาร คุณต้องรู้ – การจัดการร้านอาหาร

ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายจริงๆนะครับ ไม่ว่าจะยุกไหนๆ เศรษฐกิจดีหรือแย่ ร้านอาหารใหม่ๆก็เกิดขึ้น แข่งขันกันอย่างดุเดือนตลอด ยิ่งยุคที่สังคม แชะ ชิม แชร์ ยิ่งทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่มุม หลืบ แต่ไหน ถ้าคุณมีดีอยู่ในตัวแล้วล่ะก็ ไม่มีเจ้ง มีแต่รวย รวย รวย ครับ

แต่การที่ร้านอาหารจะไปได้ไกล มันก็มีหลายปัจจัยนะครับ ไม่ใช่แค่ว่าคุณหรือแม่ครับคู่ใจ มีฝีมือแล้วจะสามารถขยายขนาดกิจการได้ง่ายๆ มันยังมีอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนและเรื่องการบริหารจัดการครับ

หากคุณเป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่แล้ว มาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าคุณน่าจะเข้าใจที่ผมพูดไม่ยาก เพราะคุณได้ประสบพบเจอปัญหาต่างๆมาเยอะพอๆกับระยะเวลาที่คุณเปิดร้านมา อย่าเสียใจไปครับ..ผมว่า  ร้านไหนที่ไม่เคยได้วางแผนอะไรเลย แต่กลับไม่มีปัญหาปัญหาเลย นั่นแหละที่น่าแปลกครับ เพราะมันแปลว่ามีปัญญาเพียบแต่ เจ้าของกิจการไม่รู้ต่างหากครับ

ปัญหาที่ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนมากเจอ หลักๆ คือปัญหาเกี่ยวกับ “คน” และ “การจัดการหลังบ้าน” ซึ่งปัญหามีตั้งแต่ รสชาติอาหารไม่คงที่  ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริงของอาหาร ไม่รู้จักวีธีการสต๊อกสินค้า ทำให้ต้องเสียเวลาจ่ายตลาดทุกเช้า วัดถุดิบเน่าเสียและคุณภาพของสินค้า พนักงานอมเงิน เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้จะลดลงทันที หากคุณมีผู้ช่วยที่ดี ซึ่งคุณลงทุนและคุ้มค่าต่อการลงทุน นั่นคือ ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ครับ

ทำไมควรมีระบบจัดการร้านอาหาร เพราะ ระบบจัดการร้านอาหารจะมาเป็นตัวที่จะช่วยควบคุมการทำงานของคน และยังสามารถช่วยผู้ประกอบการในเรื่องการทำงานหลังบ้าน เช่น การจัดการสต็อก การจัดการบัญชี ซึ่งทั้งการจัดการ คน และ หลงบ้าน เป็นเรื่องที่ซับซ้อนไม่แพ้กันครับ วันนี้ ผมแนะนำ RESTaurateur  ซึ่งเป็นระบบจัดการร้านอาหาร ของ CiMSO Software ที่เหมาะกับร้านอาหารขนาดกลาง-ใหญ่ หรือกรณีที่คุณมีร้านอาหารหลายร้าน หลายสาขา รวมถึงหากคุณต้องการระบบสำหรับครัวกลางของคุณด้วย

ทำไมถึงเลือกใช้ RESTaurateur

  • RESTaurateur เป็นระบบที่มีฟังก์ชั่นครอบคลุมที่ร้านอาหารจำเป็นต้องใช้ ตั้งแต่ Front/Back Office ซึ่งลูกค้าจะจ่ายเท่าที่เลือกใช้งานเท่านั้น
  • RESTaurateur รองรับการขยายตัวของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเดี่ยว หรือร้านอาหาร Chain เพราะ หากคุณกำลังขยับขยาย เพิ่มสาขา หรือเริ่มมีการผลิต การทำครัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณต้องเลือกใช้ระบบ ERP ขนาดกลาง-ใหญ่ แล้วแต่การวางแผนธุรกิจของคุณ ที่รองรับการผลิต จัดเก็บสินค้า ทำบัญชี และเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน ครับ
  • RESTaurateur เป็นระบบที่มีผู้ใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปี ใน 16 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นมั่นใจได้ว่า ระบบจะไม่มีทางเจ้งหายไป แต่จะพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน
  • ระบบมีความเสถียร ใช้ได้ทั้งแบบ Offline / Online
  • เรามีบริษัทตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท กรุงเทพ ประเทศไทย และมีผู้ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชม.

ขั้นตอนการใช้บริการ RESTaurateur

  1. ติดต่อทีมงานเพื่อทำ free demo หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ cimso@aecenlist.com หรือ 090-2585496
  2. เมื่อลูกค้าสนใจใช้ RESTaurateur ทีมงานจะขอให้ท่านกรอกฟอร์ม Need Analyst เพื่อให้ได้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
  3. บริษัทฯ ทำการประเมินค่าใช้จ่ายและออก Proposal
  4. เมื่อลูกค้าตกลงใช้งาน ทีมงานจะเริ่มเก็บข้อมุลเพื่อลงในระบบ / config และเตรียม implement
  5. Implement และ training พร้อมใช้งานต่อไป

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Restaurant Management Software คืออะไร ซอฟต์แวร์การจัดการร้านอาหาร และ POS

Restaurant Management Software คือ ระบบการจัดการร้านอาหาร สำหรับธุรกิจร่านอาหารทุกขนาด ครัวกลาง เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการทำงานหลายๆแผนก ซึ่งเจ้าของธุรกิจการอาหารที่ต้องการสร้างรากฐานการทำธุรกิจการอาหารให้มีหลายสาขา หรือมีครัวกลางพร้อมจัดส่งอาหารและวัตถุดิบให้กับลูกค้าหรือให้กับสาขาต่างๆ สามารถทำได้ทันทีด้วยการเพิ่มโมดูล

ระบบจัดการร้านอาหาร จะมี POS (Point Of Sale) เป็น ระบบหลักในการขาย มีหน้าที่เก็บข้อมูลการขาย และ ข้อมูลสต็อกเป็นหลัก โดยจะเก็บข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการขายทั้งหมด เช่น ข้อมูลของสมาชิก ยอดซื้อสะสม ของลูกค้าที่มาใช้บริการในแต่ละวัน โดยเป็นการนำหลักการของเครื่องคิดเงิน (Cash Register) มาเขียนโปรแกรมพัฒนาบนคอมพิวเตอร์ แล้วเพิ่มเติมความสามารถต่างๆที่เครื่องเก็บเงินทำไม่ได้ เช่น การตัดสต็อก การดูความเคลื่อนไหวต่างๆของสินค้า ระบบสมาชิก เป็นต้น

Restaurant Management software ของ CiMSO เราเรียกว่า RESTaurateur เป็นระบบจัดการร้านอาหาร ที่มีระบบขายแบบหน้าจอสัมผัส (Touch Screen หรือ POS) สำหรับการขายอาหารและเครื่องดื่ม RESTaurateur ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นเหล่านี้

  • ระบบขายแบบหน้าจอสัมผัสที่รวดเร็วและง่ายดาย (Point Of Sale / POS)
  • สามารถช่วยคำนวณคำสั่งซื้อต่อที่นั่ง/โต๊ะ และการเก็บเงินสดที่รวดเร็ว
  • การประมวลผลคำสั่งซื้ออุปกรณ์มือถือ Wi-Fi (Wi-Fi mobile device order processing)
  • สามารถตั้งค่าเตรียมการที่กำหนดและยกเว้นได้ (Configurable preparations and exclusions)
  • Configurable preparation and fire order
  • การกำหนดเส้นทางการสั่งซื้อห้องครัวและการพิมพ์ (Kitchen order routing and printing)
  • 24 hour seating cycles with in-house and walk in head count
  • สามารถแยกบิลตามที่นั่ง หรือ กลุ่ม หรือ คำนวณเป็น % ของมูลค่าการขายได้ (Bill splitting by seat, group or % of value)
  • มีรูปแบบการชำระเงินหลายประเภท
  • มีระบบสมาชิก สะสมแต้มและแลกคะแนน
  • กระบวนการโอนเงินสดที่รวดเร็วหลายระดับและหลายสกุลเงิน

ระบบจัดการร้านอาหารของ CiMSO นอกจากมีระบบหน้าบ้านที่จะช่วยพนักงานหน้าร้านในการจัดการขายแล้ว ยังมีระบบช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารอีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติการจัดการธุรกิจที่โดดเด่นของเรา ดังนี้

  • การควบคุมลูกหนี้ (AR) (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การเรียกเก็บเงินบริการและค่าใช้จ่าย (รายการที่ไม่ใช่หุ้น) (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การจัดการธุรกรรม (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การควบคุมเงินสด (ดูบัญชี BACKoffice)
  • ระบบการจัดเก็บและจัดการเอกสาร (ดู DOCmanager)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรแกรมจัดการร้านอาหาร หรือ POS ที่ดี คืออย่างไร?

  • ในยุคที่ค่าแรงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความรวดเร็วแม่นยำในการสั่งอาหาร และการออกใบเสร็จให้กับลูกค้าก็สำคัญมาก  ร้านอาหารในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ และไม่ว่าจะขึ้นห้างหรือ Food Truck ก็ย่อมต้องสรรหาระบบจัดการร้านอาหารมาใช้ โดยเฉพาะในฟังก์ชั่น POS เพราะเมื่อร้านอาหารของคุณมีระบบจัดการร้านอาหารที่ดีแล้ว คุณจะพบว่าคุณจะไม่ต้องปวดหัวกับการจ้างพนักงานหลายคน ไม่ต้องกังวลกับการสั่งอาหารที่ล่าช้าจนลูกค้าบ่น ออกใบเสร็จได้รวดเร็วแค่ปลายนิ้ว แถมคุณยังเห็นรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเรียลไทม์แบบวันต่อวันอีกด้วย

การทำงานของระบบจัดการร้านอาหาร POS เริ่มตั้งแต่การจองโต๊ะ เลือกรายการอาหาร และเครื่องดื่ม ส่งรายการอาหารและเครื่องดื่มตรงไปยังพนักงานครัวทำตามออเดอร์ และส่งอาหารมาให้พนักงานเสิร์ฟ ตลอดจนการเช็คบิล ออกใบเสร็จให้กับลูกค้า นอกจากนี้หากมีราคาโปรโมชั่น หรือลดเป็นราคาสมาชิกก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โปรแกรมนี้จึงตอบโจทย์ร้านอาหารทุกประเภท รวมถึงรองรับการขยายสาขา และการทำครัวกลางด้วย

ระบบจัดการร้านอาหารที่ดีรองรับการทำงานของร้านอาหารในทุกรูปแบบ ดังนี้

1. ด้านการขาย

  • การบันทึกรายการขายหรือการรับออร์เดอร์ – Tablet
  • การออกใบเสร็จรับเงินทั้งรูปแบบเต็มและย่อย – ออกใบเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
  • การจัดการเงินสด – สามารถติดตามความเคลื่อนไหวเงินสดเพื่อลดความผิดพลาดและการจัดการพนักงาน
  • โปรโมชั่นและส่วนลด – สามารถสร้างโปรโมชั่นและส่วนลดได้ทันที
  • ทำงานแบบออฟไลน์ – สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ไม่มีอินเตอร์เนต

2. ด้านการบริหาร

  • สามารถบริหารได้หลายสาขาภายใต้บัญชีเดียว หรือแยกบัญชี
  •  สามารถติดตามยอดขาย สินค้าคงคลัง พนักงาน และลูกค้าทั้งหมดได้ในซอร์ฟแวร์เดียว
  •  รวมศูนย์การจัดทำบัญชีไว้ที่เดียว
  •  เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมและฮาร์ดแวร์ได้หลากหลาย ในระบบ Windows
3. ด้านการจัดการพนักงาน
  •  สามารถบันทึการเข้า-ออกพนักงาน คำนวณชั่วโมงทำงาน
  • สามารถกำหนดสิทธิเข้าถึงระบบ ตามตำแหน่งและระดับการทำงานของพนักงาน
  • บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน เพื่อใช้ในการติดตามการทำงานของพนักงานแต่ละท่านและใชในการตัดสินใจทางธุรกิจ

4. ด้านการจัดการในครัว

  • ส่งรายการอาหารและเครื่องดื่มตรงไปยังพนักงานครัวทำตามออเดอร์

5. ด้านการทำการตลาดและการสื่อสารกับลูกค้า

  • แนะนำโปรโมชั่นผ่านอีเมล์มาร์เก็ตติ้ง

6. รายงาน

  • รายงานขาย (Sale Report)
  • รายงานกระแสเงินสดรายวัน
  • รายการวัตถุกิบ (Inventory)
  • ต้นทุนกำไร จำนวนครั้งและช่วงเวลาการใช้โปรโมชั่น เพื่อให้แผนกการตลาดสามารถวิเคราะห์และคิดแผนการโปรโมชั่นได้ในครั้งต่อ ๆ ไป
  • รายงานความเคลื่อนไหว ต่าง ๆภายในร้านอาหาร เช่น จำนวนการรับออเดอร์, เวลาเข้าออกของพนักงาน เป็นต้น

ข้อดีของการใช้ระบบจัดการร้านอาหาร POS ของ CiMSO

  1. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO เป็นแบบ ERP ซึ่งสามารถ Custom การใช้งานได้ตามที่ลูกค้าต้องการแบบ Pay as you go
  2. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO สามารถออกรายงานได้อย่างเรียลไทม์ ตามมาตรฐาน ISOและมีรายงานดังต่อไปนี้
    • ยอดการขาย (Sale Report)
    • จำนวนวัตถุดิบ (Inventory)
    • ต้นทุนอาหาร (Food Costs)
    • ชั่วโมงการทำงานของพนักงาน (Man-hour)
    • รายงานพฤติกรรมของผู้บริโภค (Customer Behavior)
    • เป็นต้น
  3. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ International Financial Reporting Standards — IFRSs หรือ มาตรฐานบัญชีไทยที่เทียบเท่า (TFRS) รองรับการขยายขององค์กร และผ่านเงื่อนไขที่บริษัทมหาชนทุกบริษัทต้องทำ รวมถึงต้องมีระบบบันทึกบัญชีที่ตรงตามมาตราฐาน
  4. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แม้อินเตอร์เนตจะล่ม
  5. ระบบจัดการร้านอาหาร (RESTaurateur) ของ CiMSO ทำให้คุณสามารถดูแลร้านได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะคุณสามารถเช็ค การเข้า-ออกของพนักงานได้, สามารถค้นหาประวัติลูกค้าที่เคยมาใช้บริการ, การคำนวณค่าจ้างพนักงาน เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม RESTaurateur

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com