เคล็ดลับการรับมือ…เมื่อต้องทำงานหลายอย่าง

ภายในหนึ่งวัน อาจเป็นเวลาที่จำกัดของหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก ต้องอาศัยความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด และความพยายามที่จะทำงานหลาย ๆ อย่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานหลาย ๆ อย่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ มาฝากค่ะ

ปรับสมองให้รับงานหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

เคล็ดลับข้อนี้คุณอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเสียหน่อย แต่คุณควรพยายามให้มากค่ะ เพราะการทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน จะช่วยให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย ดังนั้น ปรับสมองให้สามารถรับงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดข้อมูล เนื้อหา และความสอดคล้องของงานแต่ละอย่างเข้าด้วยกัน แล้วเริ่มต้นทำงานแต่ละอย่างไปทีละขั้นอย่างรอบคอบและตั้งใจ จะช่วยให้คุณสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กันได้อย่างลงตัวค่ะ

แยกงานที่ไม่เกี่ยวข้องไว้ต่างหาก

อย่าปนงานที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แยกไว้ทำทีหลัง เพื่อให้งานไม่ปะปนกัน แนะนำเลือกทำงานที่คล้าย ๆ กันก่อน แล้วค่อยมาเก็บงานที่แยกออกไว้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับการทำงานได้อย่างลงตัว และมีประสิทธิภาพมากที่สุดได้ ที่สำคัญถ้าคุณต้องสลับไปทำงานอีกอย่าง ควรมีช่วงเวลาพัก ระหว่างงานทั้งสองด้วยนะคะ เพื่อให้ความคิดของคุณปลอดโปร่ง และให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

การจัดลำดับความสำคัญ จะทำให้งานออกมามีคุณภาพสูง

ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณจะต้องกำหนดเป้าหมาย และวางแผนการทำงานอย่างมีขั้นมีตอน เพื่อให้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้ การจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อคุณจำเป็นต้องทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันภายในวันเดียว

จัดสรรเวลาให้กับงานอย่างเหมาะสม ควรมีเวลาพักผ่อนบ้าง

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นทำงานอะไรก็ตาม การจัดสรรเวลาให้เหมาะสม อย่าลืมทำสิ่งสำคัญในชีวิจ คุณจะต้องรู้จักแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในการทำงาน ส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา และส่วนหนึ่งในการพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายได้พักบ้าง เช่นภายในหนึ่งวัน คุณควรจัดเวลาไว้สองช่วงต่อวัน โดยแต่ละช่วงจะต้องมีเวลาพักสัก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มพลัง และผ่อนคลายสมองที่ใช้งานหนักมาตลอดทั้งวัน การทำงานยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะทำให้สมองของคุณล้า การพักบ้างจะทำให้สมองปลอดโปร่ง สมองดี งานก็ย่อมออกมาดี ดังนั้น หาเวลาผ่อนคลายสมองบ้าง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

สร้างความสุขในการทำงาน

การทำงานให้มีคุณภาพ ต้องเกิดขึ้นจากใจ ถ้าคุณมีความสุขที่ครั้งที่ได้ทำงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม งานเหล่านั้นย่อมออกมามีคุณภาพอย่างแน่นอนค่ะ และคุณจงจำไว้ว่า ถ้าการทำงานที่ไม่มีความสุข อาจจะทำให้ชีวิตของแย่ลงได้ ดังนั้น เลือกทำงานที่คุณชอบ เหมาะสมและคุณถนัด การทำงานที่คุณรู้ หรือมีประสบการณ์ด้วยแล้ว คุณก็ยิ่งทำงานได้อย่างราบรื่น และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับวันนี้เรามีเทคนิคในการเพิ่มความสุขในเวลาทำงานง่าย ๆ มาแนะนำค่ะ ตามนี้เลย

เทคนิคสร้างความสุขในการทำงาน

1. เลือกงานที่ถนัด และตรงกับความสามารถ

คนเรามีความสามารถ ความถนัด และความชอบที่ต่างกัน คุณต้องหาให้ได้ว่า คุณชอบงานอะไร และสนใจที่จะทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะงานเหล่านี้จะสร้างความสุขให้กับคุณได้ คนเราถ้าได้ทำอะไรที่ตรงกับความสามารถของตนแล้ว ผลงานย่อมออกมาดีเสมอ ดังนั้น เลือกงานให้ตรงกับความถนัด และความสามารถของคุณดีกว่า ชอบอะไรทำอันนั้น มีความสุขแน่นอนค่ะ

2. มองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เมื่อคุณเปิดใจ มองทุกอย่างในโลกสวยงามไปหมด ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร มีปัญหาหรืออุปสรรคมากแค่ไหน คุณก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้ ให้คิดเสียว่า ความผิดพลาด เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะทำไปพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต การทำงานที่มีประสิทธิภาพ ย่อมต้องพัฒนาจากความผิดพลาดเสมอ ดังนั้น ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรืออุปสรรค มากมายเพียงใด จงตั้งสติ และคิดหาหนทางที่จะแก้ไข และเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต

3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การทำงาน ไม่ว่าจะหนักขนาดไหน ก็ควรหาเวลาเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะสู้กับงานที่หนัก อาหารที่มีประโยชนจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถทำงานได้อย่างที่ใจต้องการ เมื่อร่างกายพร้อม คุณก็จะมีความสุขในการทำงานนั่นเองค่ะ

4. ให้รางวัลกับตัวเอง

เมื่อคุณทำงานหนักมาตลอดทั้งปี จนสำเร็จการให้รางวัลชีวิต เป็นการเพิ่มพลังให้สามารถสู้กับงานหนัก ๆ ในอนาคตได้ ความสุขอยู่กับคุณเสมอ ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะสร้างมันขึ้นมาหรือไม่ ดังนั้น การสร้างความสุขจะช่วยให้คุณสามารถทำงาน หรือใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม การทำงานทุกอย่าง คุณสามารถสร้างความสุขได้ เพียงแค่คุณพร้อมที่จะเรียนรู้ เพิ่มประสบการณ์ และตั้งใจทำงาน ความสุขก็เกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่คุณทำงาน สำหรับเทคนิคการสร้างความสุขในการทำงานนั้น เราก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานนะคะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ออกจาก งานประจำ ทำฟรีแลนซ์อย่างไรให้รุ่ง

คิดให้ดี ก่อนจะออกจากงานประจำ เพื่อไปทำฟรีแลนซ์เต็มตัว สำหรับใครที่กำลังสนใจทำงานฟรีแลนซ์ซึ่งตามเทรนด์หรือตามกระแสเพื่อน ๆ ที่ต่างก็พากันออกจากงานประจำเป็นทำงานฟรีแลนซ์ ซึ่งแน่นอนว่ามีคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็ย่อมมีคนที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ เมื่อต้องรับเงินมาทำเอง การออกจากกงานประจำอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนักแต่สำหรับใครที่มีความต้องการ และอยากทำงานฟรีแลนซ์จริง ลองสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนออกจากงานประจำ เพื่อไปทำฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว ตามข้อมูลนี้ค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจออกจากงานประจำเพื่อไปทำงานฟรีแลนซ์

  1. ความสามารถ ความรู้ที่คุณมีคืออะไร สิ่งที่จะทำให้คุณสามารถทำงานฟรีแลนซ์ได้ นอกจากควาขยันและความตั้งใจแล้ว คุณจะต้องรู้อีกด้วยว่า คุณมีความรู้ ความสามารถ หรือความถนัดในเรื่องได้เป็นพิเศษ หรือมีความได้เปรียบมากกว่าคนอื่นในเรื่องใด เพื่อนำส่วนในมาเป็นจุดขายของคุณ ซึ่งข้อนี้ต้องคิดทบทวนให้ดี ๆ นะคะ
  2. มีเงินสำรองในบัญชีมากน้อยเพียงใด สิ่งต่อมาคือความอยู่รอดเมื่อคุณตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อออกมาเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง นั่นคือ ปัจจัยพื้นฐานของชีวิต หรือเงินสำรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าการทำงานฟรีแลนซ์นั้น คุณจะต้องมีเงินสำรองสักก้อน เพราะการเริ่มต้นงานจะไม่สามารถหารายได้เข้ามาในทันที คุณจะต้องรอลูกค้าที่สนใจ และต้องการจ้างคุณ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับเงินทันทีอีกเช่นกัน เพราะคุณจะต้องทำงานให้เสร็จแล้วจึงจะรับเงินเหล่านั้นได้
  3. คนในครอบครัวไม่เข้าใจ หลายคนอาจพบปัญหาเกี่ยวกับความไม่เข้าใจ และความกดดัน ซึ่งสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อ คุณแม่ อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องออกจากงานเพื่อทำงานที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งคนหัวโบราณหลายคนอาจจะไม่เข้าใจ และไม่ทันต่อเทคโนโลยี มองว่า การทำงานแบบนี้ ไม่สามารถอยู่รอดได้
  4. เงินอยู่กับลูกค้า และการตัดสินใจ คุณอย่างลืมว่าการทำงานย่อมมีการแข่งขัน ถึงคุณมีผลงานดี มีความสามารถแต่ไม่มีตัวอย่าง หรืออื่น ๆ อาจจะทำให้คุณไม่สามารถสร้างความประทับใจ หรือสร้างแรงจูงใจในการจ้างงานของลูกค้าได้ ซึ่งเมื่อคุณไม่มีผลงาน แน่นอนว่าลูกค้าก็จะไม่เชื่อถือ และไม่จ้างจนคุณไม่สามารถทำรายได้จากการทำงานฟรีแลนซ์ได้

เมื่อคุณรู้ถึงปัญหาและสิ่งที่ควรต้องกับมาคิดทบทวนก่อนจะตัดสินใจในการออกจากการงานประจำแล้ว ต่อมาเรามีวิธีจะทำให้คุณสามารถทำงานฟรีแลนซ์ให้รุ่งมาแนะนำเช่นกัน ดังนี้

  1. เก็บเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อประกันชีวิตความเป็นอยู่ และเป็นทุนในการทำงานต่อไป
  2. สร้างความน่าเชื่อในการผลงาน และทำตัวอย่างเพื่อให้ลูกค้าสนใจ
  3. สร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับงานที่คุณกำลังทำให้กับทุกคนในครอบครัวได้รับรู้ และบอกถึงเป้าหมายที่คุณวางไว้ว่า คุณจะสามารถสร้างรายได้จากงานฟรีแลนซ์ได้ภายในกี่เดือน

นอกจากการวางแผนการเงินที่ดีแล้ว ควรมองถึงแนวโน้มของอาชีพด้วยว่า คุณจะสามารถทำเงินจากงานเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด และคุณจะแข่งขันกับผู้อื่นได้อย่างไรด้วยค่ะ เพื่อความอยู่รอดในอาชีพฟรีแลนซ์

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

จัดการอย่างไรดี…มนุษย์เงินเดือน – ฟรีแลนซ์

การทำงานในปัจจุบัน ไม่มีการจำกัด หรือกำหนดว่าภายในหนึ่งวัน ต้องทำงานเพียงอย่างเดียว ทำให้คนยุคใหม่มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น จากอาชีพเสริมเป็นการเพิ่มความสามารถในการใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้มากขึ้น สำหรับพนักงานประจำ หลายคนอาจมองไม่เห็นถึงโอกาส หรือไม่รู้ว่าจะจัดการกับงานฟรีแลนซ์ และงานประจำอย่างไรดี วันนี้เรามีเทคนิคการจัดการงานประจำ แลงานฟรีแลนซ์ให้เหมาะสม มาแนะนำค่ะ

จัดการเวลาให้เหมาะสม และสมดุล

งานประจำที่คุณทำอยู่ ก็กินเวลาไปนานถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน (สำหรับคนที่ไม่มีโอที) แต่รายได้ที่เข้ามายังไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ดังนั้น จึงหาทางออกโดยการ หารายได้เสริมที่สามารถทำได้ตลอดเวลา ทุกที่ที่ต้องการ สำหรับการทำงานประจำไปพร้อม ๆ กับงานฟรีแลนซ์ คุณจะต้องรู้จักการจัดการบริหารเวลาให้เหมาะสมและลงตัว แนะนำให้จัดตารางงาน และวางแผนในการทำงานในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน เช่น 8.00 – 17.00 น. ทำงานประจำ หลังจาก 17.00 – 10.00 น. ทำงานฟรีแลนซ์ เป็นต้น การรู้จักบริหารเวลาให้เหมาะสมกับงานจะช่วยให้คุณสามารถทำงานทุกอย่างได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

เลือกงานที่สามารถทำที่บ้านได้ หรือสามารถทำได้ทุกที่

งานฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพอิสระที่มีให้คุณเลือกมากมาย ตามความชอบ ความถนัด และความสามารถของคุณ ถ้าคุณมีความชำนาญในงานที่ทำจะยิ่งทำงานออกมามีคุณภาพ และลูกค้าก็จะเข้ามาหาคุณอย่างมากมาย การเลือกงานที่ตรงกับความสามารถจะช่วยประหยัดเวลาในการเรียนรู้ และการเสริมสร้างประสบการณ์ ยิ่งสำหรับพนักงานประจำด้วยแล้ว การทำงานจะต้องแป็นไปตามกำหนดเวลา เพื่อที่จะได้เหลือเวลาในการพักผ่อนด้วย การทำงานฟรีแลนซ์ เกินเวลาที่กำหนดอาจจะทำให้คุณเสียงานประจำไปได้ค่ะ

ให้ความสำคัญทั้งงานประจำและงานฟรีแลนซ์

การทำงานควรจะอยู่ในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ หรือการทำงานฟรีแลนซ์ คุณควรให้ความสำคัญและใส่ใจในการทำงานเหมือน ๆ กัน เพื่อให้ผลงานออกมาดี และเป็นที่น่าพอใจมากที่สุด เพราะงานคุณภาพจะช่วยให้ผู้ที่ทำงานประจำมีโอกาสก้าวหน้าในอนาคต สำหรับงานฟรีแลนซ์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ต่อเดือนของคุณจะเพิ่มขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเลยที่เดียวค่ะ

จัดลำดับความสำคัญของงาน

คุณต้องสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานให้ได้ว่า งานไหนที่ควรทำก่อน งานไหนที่คอยทำก็ได้ เพื่อให้ระบบการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุณควรจัดตารางในการทำงานให้ชัดเจน และทำตามลำดับขั้นตอน ที่สำคัญทุกครั้งที่ได้รับงานมา แนะนำให้จดบันทึกว่า คุณถูกว่าจ้างเรื่องอะไร วันที่เท่าใด กำหนดส่งงานเมื่อไร และสามารถทำงานให้ออกมามีคุณภาพดีที่สุด ควรจะใช้เวลากี่วัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้คุณมากขึ้นในอนาคตได้ค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

เงินทองต้องวางแผน – เป็นฟรีแลนซ์จะบริหารเงินยังไง ให้อยู่ได้ทั้งเดือน

การทำงานเป็นอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง ทำงานได้ตลอดเวลา และสามารถหยุดทำก็ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ หลายๆ คนอาจคิดว่า “การเป็นฟรีแลนซ์” จะดีเสมอไป แต่คุณอย่าลืมว่า การทำงานฟรีแลนซ์จะอยู่รอดได้คุณจำเป็นต้องรู้จักบริหารเงิน และวางแผนทางการเงินให้รัดกุม เพื่อป้องกันการขาดสภาพคล่องทางการเงินก่อนจะถึงเวลารับเงินงวดต่อไป

เพราะความเป็นจริงแล้ว การทำงานฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพที่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการเงิน มากกว่าใครเลยทีเดียว เพราะส่วนมากจะคาดการณ์รายได้ในอนาคตได้นั้น ค่อนข้างยาก แถมแต่ละเดือนก็ได้มาน้อยไม่เท่ากัน และบางครั้งยังได้เงินไม่ตรงเวลาอีกทำให้ต้องรับผิดชอบต่อการเงินของตัวเองสูงมาก ดังนั้น เพื่อให้การทำงานฟรีแลนซ์อยู่รอดวันนี้เรามีเคล็ดลับการวางแผนการเงินมาแนะนำค่ะ

เทคนิคการวางแผนการเงิน และการบริหารเงินอย่างรัดกุม

  • วางแผนการใช้จ่าย ให้เหมาะสม

การทำงานฟรีแลนซ์ สิ่งแรกที่สำคัญเพื่อเอาชีวิตให้อยู่รอดจนถึงครบกำหนดการจ่ายเงิน คุณจะต้องรู้ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายใดจำเป็นและค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เพื่อลดและปรับเปลี่ยนวิธีการใช้จ่ายเงินให้ลดลง เป็นการควบคุมภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนลง สามารถช่วยให้รายจ่ายเหมาะสมกับรายได้ที่กำลังจะเข้ามา

  • วางแผนออมเงิน และเงินสำรอง

เมื่อคุณได้รับเงินงวดแรก สิ่งสำคัญต่อมาคือการเงินออม เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต การทำงานฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนเรื่องรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน และระยะเวลาการได้รับเงินก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น การมีเงินเก็บออม หรือเงินสำรองไว้ในบัญชีจะช่วยให้คุณสามารถผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นไปได้

  • จัดสรรรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน

เมื่อคุณทราบแล้วว่า ความเป็นจำแต่ละเดือน คุณต้องเตรียมเงินไว้กับอะไรบ้าง เมื่อรายได้เข้ามาคุณก็ควรจัดสรรเงินส่วนนั้นเตรียมไว้ให้พร้อมกับการจ่ายเงินที่กำลังจะมาถึง เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด และส่งผลกระทบต่อการทำงานของคุณในอนาคตได้

  • สร้างหลักประกันให้กับชีวิต

การทำงานอิสระ คุณจะต้องมีหลักประกันในการใช้ชีวิตด้วยเช่นกัน เพราะคุณไม่ได้เป็นพนักงาน ไม่มีเจ้านาย หรืออยู่ภายในองค์กร สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และอื่น ๆ ที่คุณไม่ได้รับ เพราะคุณไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่สิ่งเหล่านี้คุณสามารถสร้างขึ้นด้วยตัวเองได้ โดยการเก็บออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือส่งประกันสังคมต่อไป เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงการทำประกันชีวิตเพื่อให้คุณยังได้รับความคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพด้วย

การทำงานฟรีแลนซ์ที่ดี ควรรู้จักบริหารจัดการ และวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิตและครอบครัว และเพื่อให้คุณทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างราบรื่นต่อไปได้อย่างมืออาชีพค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

งานฟรีแลนซ์อะไรบ้างทำเงินควบคู่กับการเป็นมนุษย์เงินเดือน

การทำงานฟรีแลนซ์ ถือเป็นความนิยมในโลกยุคใหม่ไปแล้ว แต่สำหรับมุนษย์เงินเดือนที่กำลังสนใจและต้องการทำงานฟรีแลนซ์ อาจเกิดความสับสนว่า จะทำงานประจำต่อ หรือออกจากงานเพื่อมาทำงานฟรีแลนซ์ดี การตัดสินใจระหว่างที่คุณกำลังมีความสับสนเช่นนี้อาจจะไม่ดีต่อชีวิตและความเป็นอยู่แน่ เพราะการเลือกทำงานฟรีแลนซ์สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความรู้ ความสามารถมาเพียงพอ และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ การเลือกทำงานฟรีแลนซ์อาจพบกับปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ และไม่สามารถทำงานฟรีแลนซ์ต่อไปได้

ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังสนใจในการทำฟรีแลนซ์อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับอาชีพฟรีแลนซ์ที่มนุษย์เงินเดือนก็สามารถทำไปพร้อมกันได้ โดยยิ่งเป็นผลดีต่อการเงิน ที่คุณจะได้รับมากขึ้นนั่นเอง

งานฟรีแลนซ์ที่น่าสนใจ มนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกทำได้มีดังนี้

  • ขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์

อาชีพการขายถือเป็นอาชีพอิสระที่หาเงินได้ง่าย และมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการทำงานผ่านระบบออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนยุคใหม่เริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้น เพราะสามารถขายสินค้าอะไรก็ได้ที่ต้องการ และสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ทันที ที่สำคัญคุณสามารถทำตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลังเลิกงาน ก่อนเข้างาน พักเที่ยง หรือช่วงเวลาที่คุณว่าง ๆ จากการทำงานประจำ ซึ่งทางเลือกที่น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์เงินเดือนมากที่สุด

  • ไปขายสินค้าตามตลาดนัด หลังเลิกงาน

อย่างที่ทราบกันดีว่า การเป็นพ่อค้าแม่ค้าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้มากมาย การนำสินค้าที่กำลังเป็นที่สนใจและราคาถูกจะทำให้คุณขายของได้ง่ายและเร็วขึ้น เมื่อคุณมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สามารถทำได้ตอนช่วงวันหยุดหรือหลังเลิกงานเท่านั้น การขายสินค้าตามตลาดนัดก็ถือว่าเป็นงานฟรีแลนซ์ที่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องเช่นกัน คุณสามารถขายของได้ทุกตลาดนัดที่มี และการขายทุกวันจะช่วยให้คุณสร้างลูกค้าที่ดีได้

  • งานแปล และการทำบล็อกรีวิวสินค้าหรือสถานที่ท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่พอจะมีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับภาษา ไวยกรณ์ และสามารถสื่อสารออกมาเป็นตัวหนังสือได้ ก็สามารถทำงานเกี่ยวกับข้อมูล งานแปล และการเขียนบล็อกรีวิวได้ เพราะในยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะหาข้อมูล หรือต้องการผ่อนคลายก็จะเลือกเข้าไปดูผ่านทางระบบออนไลน์ ผ่านทางโซเชียลต่างๆ เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ การทำงานเกี่ยวกับการเขียนบล็อก หรือการรีวิว จะช่วยให้คุณสามารถทำเงินจากข้อมูลเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณา ค่าคอมมิชชั่น และอื่น ๆ ที่คุณจะได้จากลูกค้า ผู้ว่าจ้าง ซึ่งหลาย ๆ คนที่มีความรู้ และความสามารถในด้านภาษา การเขียน และสื่อสารที่สามารถจูงใจให้กับผู้อื่นได้ ย่อมได้เปรียบเมื่อทำงานนี้ และสามารถสร้างรายได้ให้คุณมากขึ้น โดยไม่ต้องออกจากงานประจำอีกด้วย

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ขั้นตอนเป็นฟรีแลนซ์ (Freelance) ได้อย่างมืออาชีพ

การทำงานอิสระ การเป็นฟรีแลนซ์ อีกหนึ่งทางเลือกที่คนยุคใหม่สนใจและให้ความสำคัญ เพราะเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้เข้ามามากขึ้นได้ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เลือกจะทำงานอะไรก็ได้ตามความต้องการ หรือเลือกได้ตรงกับความชอบและความถนัดของตัวเอง ทำให้ฟรีแลนซ์เป็นงานที่น่าสนใจมาก แต่การที่จะทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างราบรื่นนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากของหลายคน ดังนั้น วันนี้เราจึงมีขั้นตอนการเป็นฟรีแลนซ์ที่สมบูรณ์แบบ สามารถรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพมาแนะนำค่ะ

ขั้นตอนการเป็นฟรีแลนซ์

  • ค้นหาความเป็นตัวของคุณให้เจอ

การเริ่มต้นที่ดีที่สุด คือการที่คุณรู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ชอบ เป็นสิ่งที่ถนัดมากที่สุด การค้นหาตัวเองให้พบก่อนตัดสินใจเป็นฟรีแลนซ์ จะทำให้คุณก้าวเดินอย่างมีจุดมุ่งหมาย มีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถแก้ไขปัญหาหรือพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ และสามารถทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • แยกสิ่งที่น่าสนใจ สิ่งที่ชอบ และสิ่งที่ถนัดให้ออก

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองมีความชอบ มีสิ่งที่สนใจ หรือมีสิ่งที่ถนัด เพราะทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นการบอกให้คุณได้ทราบถึงความสำเร็จในการเป็นฟรีแลนซ์เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก การเลือกทำงานเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ อาจจะไม่สามารถทำให้งานได้ออกมาดีได้ เพราะคุณไม่มีความถนัด ไม่มีความรู้ หรือมีความสามารถไม่เพียงพอ แน่นอนว่างานก็ไม่ตรงกับความต้องการ เพียงความชอบที่คุณมีเท่านั้น แต่ถ้าคุณเลือกทำงานที่ตัวเองทั้งชอบทั้งถนัด งานที่ทำก็ออกมามีคุณภาพ และสามารถสร้างรายได้จากการทำงานเหล่านั้นได้นั่นเอง

  • ฝึกความสามารถ หาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทักษะในการทำงาน

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะเลือกทำงานอะไร สิ่งต่อมาคุณจะต้องรู้จักเรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อให้ทักษะที่มีอยู่สมบูรณ์แบบ และมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำเพียงแค่ 1 – 2 เดือน แต่นั่นหมายถึงการทำงานอยู่กับมันไปตลอดจนกว่าจะเลือกทำอย่างอื่นได้ การทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องรู้จักพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพสามารถแข่งขัน และมีความได้เปรียบในการทำงานนั้น ๆ ได้ ฝึกฝนและเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องมี

  • สะสมผลงานที่ทำให้มาก ๆ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีผลงานอะไรมาเลย ตัดสินใจจะทำฟรีแลนซ์ สิ่งหนึ่งที่คุณจะดึงดูดเงินของลูกค้าได้ ก็คือผลงาน การพิจารณาผลงานนี้เองที่ก้าวมาสู่ รูปแบบของการซื้อขาย ดังนั้นคุณจะต้องสะสมผลงานของตัวเองไว้ให้มาก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพิจารณาจ้างของลูกค้า

  • โปรโมทตัวเอง

สิ่งท้ายสุด แต่ไม่สุดท้าย คือ การโปรโมทตัวเอง เมื่อคุณมีผลงานที่ดีไว้มากมาย ต่อมาก็ถึงเวลาที่คุณจะนำผลงานเหล่านั้นไปสู่สายตาของผู้อื่น เพื่อให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องคุณอาจจะต้องลงทุนในการโฆษณาเลยก็ได้ แต่ก็ควรพิจารณาจากความคุ้มค่า ถ้าโฆษณาแล้วผลตอบรับดี คุณมีรายได้เข้ามามากก็ทำค่ะ แต่ถ้ายิ่งโฆษณา ก็ยิ่งมีภาระค่าใช้จ่าย รายได้ก็มาน้อย อย่างนี้แนะนำให้หาวิธีอื่น ๆ เพื่อลดภาระที่คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับเอาไว้ค่ะ

อยากเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ ลองทำตามขั้นตอนของเราสิค่ะ ไม่แน่คุณอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์แล้วประสบความสำเร็จก็ได้ค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

เทคนิคการจัดการเวลาสำหรับฟรีแลนซ์ เพื่อให้รับงานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด

การจะเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีระยะเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ ทำยังไงให้มีคนมาสนใจ? ทำยังไงลูกค้าถึงจะตกลงจ้างงาน? เจอลูกค้าเบี้ยวต้องจัดการอย่างไร? สารพัดสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ และอีกสิ่งหนึ่งเป็นเหมือนเส้นคั่นระหว่างความเป็นมือใหม่กับมืออาชีพนั้นก็คือ การจัดการเวลา

ในเมื่อการเป็นฟรีแลนซ์นั้น รายได้ที่เข้ามาจะมากแค่ไหน ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่เราถูกว่าจ้าง เพราะแบบนี้ใครๆ จึงอยากจะรับงานให้ได้เยอะๆ มีลูกค้าเข้ามาเป็นต้องคว้าเอาไว้ก่อน สุดท้ายส่งงานตามกำหนดไม่ทัน เกิดความเสียหายอื่นๆ ตามมา ทั้งหมดนี้มันก็เกิดจากการที่เรา บริการจัดการเวลาไม่เป็น นั่นเอง

สำหรับคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการฟรีแลนซ์มาสักพักก็จะรู้ดีว่าการบริการจัดการเวลานั้น บางทีมันก็ไม่ใช่การรีบทำงานให้เสร็จแล้วส่งไปทีละชิ้นๆ เพราะบางครั้งคุณจะต้องแก้งานอีกยาว กว่าจะปิดงานได้จริงๆ แล้วแบบนี้มันจะมีเทคนิคอะไรบ้างล่ะ ที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับเวลาได้ดีมากขึ้นกว่านี้ วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณค่ะ

จัดตารางเตือนความจำ รับงาน-ส่งงาน

เพื่อให้เราเห็นกรอบเวลาในการทำงานอย่างชัดเจน เห็นว่าช่วงเวลาไหนยังมีที่ว่างพอจะแทรกงานเล็กๆ เข้าไปได้บ้าง ทำให้ไม่รับงานมาแบบมั่วซั่วไม่มีระบบระเบียบ โดยรายละเอียดต่างๆ เราสามารถดีไซน์ได้ในแบบของตัวเอง เอาให้ตัวเราดูแล้วเข้าใจและเหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเจาะรายละเอียดที่นอกเหือจากวันรับหรือส่งงานเข้าไปด้วย เช่น วันที่….รอรับฟีดแบค, แก้งานครั้งที่ 1 ส่งภายในวันที่….. เป็นต้น การสร้างตารางเหล่านี้จะเป็นเครื่องช่วยเตือนความจำและจัดระบบงานของเรา ทั้งยังเป็นเสมือนบันทึกว่าเดือนนี้เรารับงานมากี่งานแล้วอีกด้วย

กำหนดระยะเวลาให้กับงานอย่างยืดหยุ่น

ในกรณีที่งานไหนไม่ใช่งานเร่งด่วน ก็ควรกำหนดระยะเวลาให้ยาวมากพอ ทั้งนี้ ไม่ใช่ประวิงเวลาเพื่อให้งานยืดเยื้อเกินความจำเป็น เพียงแต่เราจะได้มีเวลาเพื่อรับงานที่แทรกเข้ามาในช่วงจังหวะที่เราอาจจะกำลังรอรับฟีดแบคจากลูกค้า เพื่อไม่ให้ช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านไปอย่างไรประโยชน์ค่ะ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้สอยเวลาที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าทุกเม็ดทุกหน่วย มากกว่ารอปิดงานไปทีละงาน ซึ่งเราจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ต้องรอคอยลูกค้าแล้วไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ทั้งนี้การรับงานในช่วงจังหวะดังกล่าวก็ควรจะถูกจัดวางอย่างรัดกุมภายใต้ตารางเวลาของเรานะคะ

ระบุสัญญาให้ละเอียด

เราจะพูดถึงเนื้อหาในสัญญาส่วนที่เกี่ยวกับเวลาค่ะ อย่างเช่น การกำหนดเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ลูกค้าจัดเตรียมและส่งข้อมูลมาให้เรา หรือกำหนดว่าหลังจากส่งงานไปแล้วให้ลูกค้าฟีดแบคกลับมาภายในกี่วัน รวมทั้งกำหนดว่าลูกค้าสามารถแก้ไขงานได้กี่ครั้ง การระบุเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ลงไปในสัญญาถือเป็นวิธีจัดการกับเลาที่ดีมากๆ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถปิดงานได้ภายในกำหนดเวลาที่แน่นอนมากขึ้น เพราะได้ทำการกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานทั้งหมดเอาไว้แล้ว ทั้งยังส่งผลให้เราตัดสินใจรับงานเพิ่มง่ายขึ้นด้วยค่ะ

ส่งต่องานไปยังเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก

ถ้าหากว่าคุณมีเพื่อนหรือมีคนรู้จักที่ทำงานในด้านเดียวกัน ก็อาจเจรจากับคนเหล่านั้นเพื่อส่งมอบงานที่เราได้รับมาให้เค้าทำต่อได้ เป็นการเปิดโอกาสในการรับงานเพิ่มของเรา (ไม่ต้องปฏิเสธงานจากลูกค้าที่เข้ามา) แต่อย่าลืมนะคะว่า คนที่เราจะส่งงานต่อให้นั้นเราจะต้องไว้ใจในตัวเค้าได้จริงๆ ทั้งในเรื่องฝีมือและความรับผิดชอบ เพราะสุดท้ายแล้วถ้างานออกมาไม่ดี ความเสียหายนั้นจะส่งมาถึงเราโดยตรง ลูกค้าอาจจะไม่ประทับใจ ไม่เชื่อถือในตัวเราอีก หรือไม่คุณก็ต้องกลับมานั่งแก้งานเอง ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบงานอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนส่งให้ลูกค้าด้วยนะคะ เพื่อให้งานที่ออกไปนั้นมีมาตรฐานเดียวกันกับงานที่เราทำ และในส่วนของค่าจ้าง เราก็อาจจะพิจารณาแบ่งค่าจ้างเป็น 50-50%, 40-60% หรือแล้วแต่จะตกลงกันตามความเหมาะสมได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ #เทคนิคการรับงานฟรีแลนซ์ อย่าลืมเอาไปฝึกใช้กันนะคะ และที่สำคัญ อย่าลืมเพิ่มความมั่นใจในการรับงานด้วยการใช้แพลทฟอร์ม tasknjoy ค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

แนะนำ 9 คอร์สออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะของคุณได้ ฟรี!

ในช่วงต้นปีแบบนี้ นับเป็นเวลาที่เหมาะสมในการจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ รวมถึงการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ๆ ที่คุณคิดว่าจะมีประโยชน์ต่ออาชีพการงานของคุณในอนาคต และในวันนี้เรามี 9 หลักสูตรออนไลน์ ที่คุณสามารถเข้าไปเรียนกันได้แบบฟรีๆ แถมไม่มีข้อผู้มัดด้านเวลา ว่างตอนไหนก็เรียนตอนนั้น แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรมีวินัยตั้งใจเรียนจนจบคอร์สด้วยล่ะ

  1. เรียนโค้ด HTML และ CSS ฟรีที่ Codecademy
    ถ้าคุณยังไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อน แต่คิดว่าตัวเองสนใจ HTML และ CSS ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ด้วย 2 ภาษาที่ทรงพลังนี้ จะทำให้คุณสามารถเนรมิตเว็บไซต์หน้าตาสวยงามได้ด้วยสองมือของคุณเอง
    (link to : https://www.codecademy.com/learn/learn-html )
  2. พัฒนาทักษะการเขียนด้วย 8 ขั้นตอนง่าย จาก Udemy
    เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของการเขียน ไปจนถึงระดับมืออาชีพ เขียนอย่างไรให้น่าติดตาม ด้วยการสอนจากผู้เชี่ยวชาญ และคุณสามารถเรียนจบคอร์สได้โดยใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
    (link to : https://www.udemy.com/beginners-guide-eight-steps-to-sterling-prose/)
  3. เรียนภาษาที่ 3, 4, 5 หรือมากกว่านั้น ด้วย Duolingo
    นี่คือแอปพลิเคชั่นสอนภาษาต่างประเทศที่จะทำให้การ “เรียนภาษา” ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยรูปแบบการสอนที่เหมือนกับว่าคุณกำลังเล่นเกมอยู่ ทำให้การเรียนสนุกและเข้าใจได้ง่าย แถมยังสะดวกมากๆ เพราะสามารถจะเรียนที่ไหนก็ได้
    (link to : https://itunes.apple.com/th/app/duolingo/id570060128?l=th&mt=8)
  4. ปูพื้นความรู้ Microsoft Excel แบบจัดเต็มที่ Udemy
    การใช้งาน Microsoft Excel นั้นนับว่าเป็นปัญหาใหญ่คับโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนจบตรงสายแต่ต้องมาทำงานออฟฟิศที่ใช้ Excel เป็นเครื่องมือหลัก อย่าเป็นกังวลเพราะคอร์สนี้จะช่วยคุณเอง
    (link to : https://www.udemy.com/microsoft-excel-2016-for-absolute-beginners/)
  5. เสริมสร้างศิลปะในการขาย ด้วยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเทคนิคการขายโดย Alison
    ด้วยเวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น มันจึงคุ้มค่ามากกับการที่คุณจะได้พัฒนาตัวเองเพื่อยอดขายทะลุเป้าในทุกๆ ไตรมาสนับจากนี้
    (link to : https://alison.com/course/effective-communication-and-sales-techniques)
  6. พิชิตความกลัวของการพูดในที่สาธารณะโดย Udemy
    หลังสูตรสั้นๆ ที่คุณจะได้รับคำแนะนำต่างๆ เพื่อการเป็นนักพูดที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการพรีเซนต์งานต่อหน้าคน 5 คน, 55 คน หรือจะ 555 คน ก็ไม่หวั่นอีกต่อไป
    (link to : https://www.udemy.com/conquering-the-fear-of-public-speaking/)
  7. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานใน Google Analytics โดย Alison
    ในยุคแห่ง Big Data แบบนี้ ทักษะนี้นับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ในคอร์สนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Google Analytics ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลฟรีที่มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยทักษะนี้คุณจะสามารถมองเห็นแนวโน้มในการทำงานของบริษัท ติดตามและทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ เพื่อการตัดสินใจได้อย่างคุณภาพสำหรับธุรกิจของคุณ
    (link to : https://alison.com/course/understanding-data-analysis-and-reports-in-google-analytics)
  8. ฝึกฝนการคิดและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีวิจารณญาณ รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ edX
    หลักสูตรนี้เต็มไปด้วยเทคนิคที่เป็นรูปธรรมสำหรับการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ยาวไปจนถึงการแก้ปัญหา ซึ่งนี่คือทักษะที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกของการทำงาน เพราะความคิดที่ดีและถูกทิศทางจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ดีอื่นๆ
    (link to : https://www.edx.org/course/critical-thinking-problem-solving-ritx-skills103x-0)
  9. เติมเต็มทักษะด้านกราฟฟิคด้วยคอร์ส Photoshop พื้นฐานกับ Skillshare
    แน่นอนว่าคุณคงไม่สามารถจะเป็นสุดยอดนักออกแบบมืออาชีพได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน แต่การเริ่มต้นที่ถูกวิธีจะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาฝีมือได้รวดเร็วขึ้น (อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเสียเวลางมหาทางเอาเอง) และเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในคอร์สนี้นี่แหละ คือการเริ่มต้นที่ถูกต้อง
    (link to : https://www.skillshare.com/classes/Photoshop-Fundamentals-in-One-Hour/1674491113)

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

อาชีพฟรีแลนซ์ อาชีพที่ให้อะไรกับคุณได้มากกว่างานประจำ

ฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพทางเลือกใหม่ สำหรับหนุ่มสาวผู้รักอิสระและต้องการทำงานอย่างที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับกรอบ หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ของทางบริษัท แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าอาชีพฟรีแลนซ์มันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และถ้าเราจะเริ่มต้นการเป็นฟรีแลนซ์นั้น ควรจะต้องเริ่มจากไหน

วันนี้ tasknjoy เอา ประสบการณ์จาก freelancer ท่านหนึ่ง ที่จะมาเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตการเป็นฟรีแลนซ์ของตัวเอง รวมถึงการได้ทำงานร่วมกันกับทางเว็บฟรีแลนซ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นฟรีแลนซ์ของเขาเลยทีเดียวค่ะ

คุณบี เป็นพนักงานธุรการประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงาน จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 15.30 น. หน้าที่ประจำของคุณบี คือการรับโทรศัพท์ ประสานงาน และพิมพ์เอกสาร ทำให้คุณบี พอมีเวลาเหลือที่จะรับจ๊อบเสริมต่างๆ ตอนเลิกงานและวันเสาร์อาทิตย์ ตอนแรกคุณบีก็ไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะงานที่ถนัดเป็นงานเอกสาร และไม่รู้จะเริ่มหาลูกค้าอย่างไร เลยไม่ได้ทำงานอะไรเพิ่มเลย จนวันนึง ห้องที่คุณบีเช่าอยู่ขึ้นราคา ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆสูงขึ้น  อีกทั้งคุณบีเริ่มวางแผนแต่งงาน ก็อยากเก็บตังจัดงานแต่งงานร่วมกับแฟน เลยเริ่มคิดว่า ถึงเวลาที่จะต้องหางานเสริมเพื่อเก็บเงินให้ได้มากขึ้นสักที

แรกๆก็ได้งานพิมพ์เอกสาร และงานเขียนรีวิวสินค้าเล็กๆน้อยๆจากเพื่อน และรับงานจากปากต่อปาก แต่ด้วยการที่ไม่ได้ดิวกับลูกค้าเองโดยตรง เลยได้เงินไม่มากเพราะโดนหักค่าหัวคิว แถมยังต้องทำใบเสร็จให้เสียเวลาอีก แถมบางทีลุกค้าเบี้ยวค่าบริการ คุณบีก็ไม่สามารถไปฟ้องได้เพราะมันก็ไม่คุ้ม คุณบียังมีเวลาเหลือเลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองได้ลูกค้าระยะยาว และคุณบีสามารถรับงานเองจากลูกค้าได้โดยตรง  จนมาเจอเว็บฟรีแลนซ์ tasknjoy ซึ่งเป็นเว็บฟรีสื่อกลางระหว่างฟรีแลนซ์กับผู้ว่าจ้าง โดยtasknjoy มี ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คนรับงานฟรีแลนซ์สะดวกสบายมากขึ้น เช่น การทำการตลาด การวางมัดจำ การออกเอกสารพวกใบเสร็จต่างๆให้ลูกค้า เป็นต้น ตอนนี้บีไม่ต้องเหนื่อยกับการทงค่าจ้างแล้วค่ะ บีเชิญลูกค้าเก่ามาใช้ tasknjoy และให้ราคาเดิม ซึ่งลูกค้าก็พอใจ แถมลูกค้าใหม่ที่เห็นผลงานก็เข้ามาค่ะ

ตอนนี้ คุณบีรับงานได้มากขึ้น เพราะคุณบีไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำใบแจ้งหนี้-ใบเสร็จ สามารถมีเวลาโฟกัสไปที่เนื้องานและหาลูกค้ามากขึ้น และเริ่มมีเงินเก็บค่ะ ต้องขอบคุณ tasknjoy ที่ช่วยให้คุณบีได้งานพิเศษ ที่สามารถทำได้ไม่ว่าคุณบีจะทำงานอยู่ที่ไหน แถมยังมีฟังค์ชั่นที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาเลือกจ้างคุณบีได้โดยที่บีไม่ต้องรอเค้าประกาศงาน เรียกว่า PS System ด้วยค่ะ

คุณบี ฝากบอกว่า คุณบีทำงานพิเศษนะคะ ไม่ได้ลาออกจากงานประจำค่ะ เพราะถ้าฟรีแลนซ์รู้จักแบ่งเวลาให้ดี ทำงานผ่านระบบที่มีตัวช่วย ก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำเลยค่ะ

แถมยังแนะนำอีกว่า ถ้าคุณผู้อ่าน คิดว่าสนใจรับงานพิเศษดูบ้าง ไม่ว่าคุณจะมีทักษะความสามารถทางด้านไหนก็ตาม สามารถทดลองลงรายละเอียดงานบริการของเราดูได้เลยค่ะ ก่อนหน้านี้คุณบีก็รับทำแต่งานพิมพ์ งานรีวิว ตอนนี้เพิ่มงานแปลเอกสารขึ้นมาด้วย ซึ่งบางทีก็ส่งงานต่อให้ทีมรุ่นน้องที่เค้ายังใหม่กับการทำงานฟรีแลนซ์ค่ะ  ลูกค้าก็พอใจกับงานนะคะ เพราะงานฟรีแลนซ์ สำคัญตรงที่ราคาและคุณภาพของเราเหมาะสมกับเนื้องาน และอย่าลืมว่า การทำงานผ่านออนไลน์จะต้องสร้างโพรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลชัดเจน มี portfolio ที่สามารถทำให้ลูกค้าเลือกเรา โดยที่ไม่ต้องรู้จักกันมาก่อนได้นะคะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com