6 เว็บไซต์..หาไอเดียสำหรับคนทำงานดีไซน์

คิดงานไม่ออก!! นับเป็นปัญหาหลักๆ ของคนทำงานในด้านดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิคดีไซน์, Web Designer, UX/UI Designer หรือนักออกแบบด้านไหนๆ ก็ตาม แม้แต่ดีไซเนอร์ระดับเทพๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอกับอาการ “ไอเดียตีบตัน” เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งเลยที่มนุษย์สายดีไซน์ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ก็คือ การเสพไอเดีย

“การดูงานของคนอื่น” เพื่อเสพไอเดีย หรือหา Inspiration หาแรงบันดาลใจ นับเป็นเทคนิคหนึ่งที่ดีไซเนอร์ทุกคนใช้ แถมยังต้องทำอยู่เป็นประจำซะด้วย เพราะการศึกษาเรียนรู้จากงานของคนอื่นเป็นเส้นทางหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับการเรียนรู้ ซึมซับเทคนิค วิธีคิดต่าง ๆ และสุดท้ายก็คือการต่อยอดกลับมาเป็นแนวทางที่เราจะใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และวันนี้เราก็มี 6 เว็บไซต์เทพๆ ที่อยากให้คุณนำไป “เสพไอเดีย” กันค่ะ

  1. Pinterest คงเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยอาจจะเคยเข้ามานั่งดูเพื่อความบันเทิงหรืออะไรก็ตาม แต่ว่าสำหรับทำงานเกี่ยวกับการออกแบบแล้วล่ะก็ ประโยชน์ของที่นี่มีเยอะกว่านั้นมาก เรียกได้ว่าเว็บไซต์ที่เอาไว้หา Inspiration ชั้นยอดเลย เพราะรวบรวมผลงานดีๆ เอาไว้มากมาย เสิร์ชอะไรก็มีหมด และที่สำคัญการแสดงผลของ Pinterest จะเป็นแบบ Grid ทำให้เราสามารถดูงานได้ทีละเยอะๆ ในคราวเดียว ซึ่งสะดวกมาก ๆ
  2. Dribbble เว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์จากทั่วทุกมุมโลกมาลงผลงานของตัวเอง นับว่าเป็นเว็บต์ที่มีชื่อเสียงมากๆ เลยในวงการดีไซน์ระดับโลก และในบางครั้งที่นี่ก็จะมีดีไซเนอร์เก่งๆ นำกราฟฟิคสวยๆ, เซ็ตไอคอน, PSD เว็บไซต์, ฟ้อนต์ ฯลฯ เอามาแจกกับแบบฟรี ๆ ให้อีกด้วย
  3. Awwwards แหล่งรวมเว็บดีไซน์สวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก ผลงานแต่ละชิ้นนั้นบอกเลยว่าระดับโลกทั้งนั้น เพราะว่าในแต่ละวันจะมีเว็บไซต์ส่งเข้ามาที่นี่มากมายเพื่อจัดอันดับ แล้วถ้าเว็บไหนได้คะแนนโหวตเยอะที่สุดก็จะได้ครองตำแหน่ง Site of the day ไปครอง เข้าไปเสพผลงานระดับเทพแบบนี้ทุกวันรับรองเลยว่าไอเดียแน่นแน่นอนค่ะ
  4. Behance อีกหนึ่งเว็บไซต์ชื่อดังในวงการดีไซเนอร์ต่างประเทศ ที่นี่มีงานดีไซน์อยู่มากมายหลายแขนงให้ดู ไม่ว่าจะเป็น Web Design, Package Design, Branding, Typography และอื่นๆ ซึ่งจะถูกรวบรวมมาไว้ในรูปแบบของ Portfolio บอกเลยว่างานเด็ด ๆ เพียบ
  5. Abduzeedo เว็บไซต์ที่แสดงผลงานทางด้านการออกแบบอย่าง Logo Desing, Portfolio Design, 3D Work, Typography, Font และ Web Design ความโดดเด่นของที่นี่คือเค้าไม่ได้มีแค่ภาพมาให้เราดู แต่จะมีบทสัมภาษณ์จากนักออกแบบชื่อดังให้อ่านอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ดีมากๆ ในการศึกษาแนวทางต่าง ๆ
  6. Pttrns เว็บไซต์สุดดีงามสำหรับคนที่ทำงานกับแอปฯ เพราะที่นี่นั้นมีดีไซน์แอปต่างๆ ให้ดูเยอะมาก และมีการจัดแบ่งหมวดหมู่ตามฟังก์ชั่นต่าง เช่น หน้า Login, Navigations, Content Screen ฯลฯ และยังมีฟิลเตอร์แบ่งระหว่าง iPhone กับ iPad ให้ด้วย ใช้งานได้สะดวกสุด ๆ

การจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่เก่ง ๆ ได้นั้น สิ่งสำคัญเลยก็อยู่ที่การฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะ ๆ ทั้งจากการทำงาน และการศึกษางานของคนอื่นๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้มันไม่ได้เป็นกันได้ภายในวันเดียว แต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นพยายาม ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอค่ะ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

สร้างโปรไฟล์ให้ดี เพิ่มโอกาสได้งาน

ปกติแล้วการที่ผู้ว่าจ้างจะตัดสินใจเลือกจ้างฟรีแลนซ์สักคน ก็มีหลายปัจจัยที่จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ราคา ตัวอย่างผลงานที่เคยทำ ประวัติการทำงานสำเร็จ หรือเรตติ้งรีวิวต่างๆ ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้หลายคนก็มองข้าม หรือเลือกที่จะให้ความสำคัญแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เห็นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเน้นตั้งราคาให้ถูกเข้าไว้ แต่ที่จริงแล้วโปรไฟล์ที่ดีคือการสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับตัวเรา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการทำงานระยะยาว คงไม่มีใครอยากได้ค่าจ้างถูกๆ ไปตลอดชีวิต แล้วความ “ถูก” ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีผลงานที่โดดเด่นให้ผู้จ้างได้เห็นแล้วล่ะก็ ใครล่ะจะไปกล้าจ้างคุณ

เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างโปรไฟล์เพื่อลงประกาศรับงานจึงต้องมีหลากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ซึ่งถ้าคุณทำมันได้อย่างโดดเด่น โอกาสในการที่จะมีคนมาสนใจจ้างคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ และในเว็บไซต์ tasknjoy เองก็มีระบบต่างๆ ที่จะรองรับการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดนี้อยู่แล้วอย่างครบถ้วน เรามาดูกันดีกว่าว่าการสร้างโปรไฟล์ให้ดีและน่าสนใจนั้น มีอะไรบ้าง

  1. สร้างความน่าเชื่อถือด้วยรูปโปรไฟล์ และข้อมูลส่วนตัวที่ครบถ้วน รูปโปรไฟล์ก็เป็นเหมือนหน้าบ้าน คุณจึงควรใช้รูปของคุณจริงๆ เห็นหน้าชัดเจน แต่งตัวดูดี มีความน่าเชื่อถือ หรืออาจจะเป็นโลโก้ของบริษัทก็ได้ค่ะ ในส่วนของข้อมูลส่วนตัวก็เช่นกัน การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือเอกสารอื่นๆ ก็จะช่วยแสดงความมีตัวตนของตัวคุณเองได้มากเลยทีเดียว
  2. ตั้งชื่อหัวข้องานที่รับทำให้โดดเด่น ด้วยการใส่คำที่แสดงความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น รับทำเว็บไซต์ขายของ ระบบตะกร้าสินค้า ฟรีโดเมนและโฮส (แทนที่จะเป็น “รับทำเว็บไซต์” เฉยๆ) หรือ รับเขียนบทความตามสั่ง ธุรกิจ SME สตาร์ทอัพ โฆษณาและการตลาด (แทนที่จะเป็น “รับเขียนบทความทั่วไป”) ข้อความที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นนี้จะช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจในเรื่องนั้นๆ ให้เลือกที่เข้ามาพูดคุยสอบถามกับเราก่อน เพราะเค้ารู้ว่าเรามีบริการแบบที่เค้าต้องการแน่ ๆ
  3. เขียนรายละเอียดงานให้ครบถ้วน ชัดเจน การให้ข้อมูลที่มีความชัดเจนจะช่วยให้ผู้ว่าจ้างทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาดูโปรไฟล์ของเรา ว่าเค้าจะได้รับอะไรบ้างจากการจ้างงานเราในเรทราคาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งความชัดเจนไม่หมกเม็ดนี่แหละ คือความน่าประทับใจ น่าเชื่อถือ ที่เราเลือกจะแสดงออกไปให้คนเห็นเลย ไม่ต้องมาคอยถามตอบกันให้วุ่นวายทีหลัง และช่วยให้การเจรจาตกลงในรายละเอียดบางอย่างง่ายขึ้น เพราะเราได้เขียนบอกเอาไว้หมดแล้ว
  4. อัพโหลดผลงานที่เคยทำลงในแฟ้มผลงาน ควรเลือกแต่งานที่ดีไปจนถึงดีที่สุด เท่าที่เราเคยทำมา เพราะส่วนนี้จะมีน้ำหนักกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างมาก ไม่ว่าเราจะบรรยายสรรพคุณความสามารถเอาไว้สูงส่งแค่ไหน แต่ถ้าผลงานที่ลูกค้าเห็นมันไม่ใช่ ก็จบเห่!! หรือบางคนมีผลงานเยอะมาก ก็อยากจะโชว์ให้ครบแต่กลับกลายเป็นว่ามีทั้งงานที่ดีมากๆ และงานที่ไม่ (ค่อยจะ) ดีปะปนกันเข้ามา (ซึ่งอาจเป็นงานที่คุณทำมาตั้งแต่สมัยยังไม่โปร) ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าสับสนว่าสรุปแล้วฝีมือคุณดีจริงหรือไม่ และรู้สึกไม่ไว้วางใจคุณแทนก็ได้
  5. สร้างประวัติที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอัตราการทำงานเสร็จ เพราะแม้จะมีคนมาจ้างคุณเยอะแค่ไหนแต่ถ้าคุณไม่สามารถรับผิดชอบให้เสร็จได้เลยสักงาน เปอร์เซ็นต์ความน่าเชื่อถือในตัวคุณก็จะลดลง รวมถึงการให้บริการที่ดีเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ย่อมส่งผลให้คุณได้คะแนนรีวิวที่ดี ส่วนนี้ก็มีความสำคัญกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างด้วยเช่นกัน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

มารู้จักทราเวลแพนเนอร์กัน (Travel Planner)

ในยุคที่การทำงานมีการแข่งขันสูง และหลายๆคนใช้เวลาไปกับการทำงานจนแทบไม่มีเวลาจัดแผนการเดินทาง หรือแผนการท่องเที่ยวให้กับตัวเอง พอถึงวันหยุดแล้วกลับไม่รู้จะไปไหนดี ชีวิตแบบนี้มันเพลียใช่ไหมคะ? มารู้จักกับ “Travel Planner” (ทราเวลแพลนเนอร์) ผู้ที่จะช่วยให้คุณได้ท่องเที่ยว แบบคนอื่น ๆ และได้สัมผัสประสบการณ์แบบกูรูที่คุณเลือกเส้นทางการเดินทางได้ราวกับคุณจัดการทุกอย่างมาดี

ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ (Freelance Travel Planner) คือ ที่ปรึกษาทางด้านการเดินทางอิสระ ที่เป็นกูรูทางด้านการเดินทางและการจัดแผนการท่องเที่ยว ซึ่งจริงๆแล้วทำงานเหมือนกับบริษัทกรุ๊ปทัวร์อื่น ๆ แต่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ (Freelance Travel Planner) ไม่ได้ทำงานให้กับกรุ๊ปทัวร์หรือโครงการ แต่ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์มีทักษะ ในการจองตั๋ว การจองที่ท่องเที่ยว และความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณจะไปจริง ๆ

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ทราเวลแพลนเนอร์   จะทำงานตามความต้องการงบประมาณและข้อกำหนดของลูกค้า โดยเรียกเก็บค่าบริการสำหรับการให้บริการจัดทริป ฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลนเนอร์ อาจทำงานคนเดียวหรืออาจทำงานเป็นทีมที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้าก็ได้

หน้าที่ของฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลเนอร์ (Freelance Travel Planner)

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวล แพลเนอร์ (Freelance Travel Planner)  คุณจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบหลายอย่าง เช่น

  • ช่วยลูกค้าเลือกจองและวางแผนการเดินทางตลอดทริป
  • แนะนำสถานที่ต่าง ๆ (ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก บางเคสอาจจะแถม มุมถ่ายรปด้วย 555) โดยต้องปรึกษาลูกค้าเกี่ยวกับทางเลือกหรือความชอบของลูกค้า
  • สำคัญสุด ๆ คือ ต้องทำงานภายใต้งบประมาณที่ลูกค้ากำหนด ไม่งั้นทริปไม่เกิดแหง ๆ
  • จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ รถประจำทางและวิธีการขนส่งอื่น ๆ ให้ลูกค้า
  • จองโรงแรมและจองตั๋วสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของจุดหมายปลายทาง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหนังสือเดินทางและวีซ่า รวมถึงช่วยในการขอวีซ่า
  • หาและซื้อประกันการเดินทาง
  • ช่วยลูกค้า ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเวลาจองโรงแรมและร้านอาหาร
  • ช่วยจัดสรรงบประมาณ ชำระค่าบริการ ค่าจ้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนการเดินทาง รวมถึงตอบคำถามลูกค้า (ต้องอดทนและดีเทลมากมว๊ากกกก)

ทักษะความสามารถที่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ต้องมี

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็น ทราเวลาแพลนเนอร์ หรือ ที่ปรึกาการเดินทางอิสระได้นะจ๊ะ แต่ทราเวลแพลนเนอร์ที่ประสบความสำเร็จ จะต้องมีทักษะความสามารถอย่างน้อย ดังนี้ :

  • การสื่อสารยอดเยี่ยม: ที่ปรึกษาด้านการเดินทางที่ทำงานบนพื้นฐานของความเป็นอิสระ จึงต้องมีทักษะในการสื่อสารกับคนอื่น นอกจากการสื่อสารกับลูกค้าตัวเองแล้วยังต้องสื่อสารกับซัพพลายเอร์ต่างๆ และยังต้องมีฝีมือในการเจรจา ต่อรอง โน้มน้าวขั้นเทพอีกด้วย
  • การคำนวณยอดเยี่ยม: ใครจะไปคิดว่าอาชีพฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ จะต้องมีทักษะทางคณิตศาสตร์ที่ดี แต่อ่านไม่ผิดค่ะ คุณต้องมีทักษะในด้านการคำนวณและการบัญชีที่ดี เพราะเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการวางแผนภายใต้งบประมาณ (อย่าลืมว่า งบเหลือแค่ไหน ก็แถมให้ลูกค้าได้เท่านั้น และเมื่อลูกค้าได้ของแถมจนพอใจแล้ว งานหน้า งานใหม่ และลูกค้ารายใหม่ๆก็จะตามมาจ้า)
  • วิจัยยอดเยี่ยม: ความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และการวิจัยทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญที่ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ต้องมี
  • ชอบเที่ยว: คุณเรียกตัวเองว่า ทราเวลแพนเนอร์ใช่ไหม? แน่นอนว่าอาชีพคุณย่อมต้องมาจากความชื่นชอบในการเดินทางและความชอบในการบริหารจัดการ การวางแผนการเดินทางเป็นสิ่งที่จำเป็นขั้นแรกของคุณ
  • ภาษาเริด: ความชำนาญในภาษาต่างประเทศหรือภาษาท้องถิ่นบางภาษาช่วยให้สามารถทำงานได้ดีในงานประเภทนี้ซึ่งต้องการการสื่อสารกับผู้คนจากเมืองและประเทศต่าง ๆ

ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระหรือฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์  คุณควรพยายามมองหาลูกค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณงานและทำให้ได้กำไรมากขึ้น การที่คุณจะประสบความสำเร็จในด้านนี้ได้นั้น คุณจะต้องให้บริการลูกค้า โดยที่ลูกค้าได้สิ่งที่กำลังมองหาในอัตราที่ดีที่สุดและอยู่ในงบหรือไม่เกินงบจนมากเกินไป ซึ่งคุณจะต้องทำได้ดีกว่า Travel Agent (ตัวแทนการท่องเที่ยว) คำแนะนำของ tasknjoy สำหรับหนทางการเป็น ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ที่ประสบความสำเร็จ คือ

  • การให้ความรู้เกี่ยวกับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวใหม่และที่กำลังจะมาถึงอย่างต่อเนื่องแนะนำสถานที่ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเลือกคุณ แทนที่จะมองว่าคุณเป็นแค่อีกหนึ่งตัวแทนทั่วไปที่มากับสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมทั่วไป
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเจรจากับโรงแรมได้ดี เพื่อให้คุณได้รับผลกำไรมากขึ้น กว่าข้อตกลงระหว่างลูกค้ากับโรงแรม
  • ทำการตลาดด้วยตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและควรใช้สื่อสังคมออนไลน์การตลาดสื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งที่มาของการตลาดและการส่งเสริมธุรกิจของคุณ
  • หางานทำในเว็บไซต์ freelancing (อย่าง tasknjoy)
  • พยายามพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับบริการเที่ยวบินทั่วไป โรงแรมยอดนิยมและสถานที่อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า

ค่าตอบแทนเฉลี่ย

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระหรือ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์  สามารถเรียกค่าบริการได้ 2 แบบ คือ

  1. ค่าบริการคงที่
  2. คำนวณจากบริการที่คุณเสนอ

ซึ่งในทั้ง 2 กรณี เงินเดือนเฉลี่ยที่คุณคาดว่าจะได้รับคือ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือน

การหางาน

ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ ส่วนใหญ่ ใช้วิธีสร้างเพจกับ facebook และทำคอนเทนต์ดี ๆ ผ่าน blog ท่องเที่ยวของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะดูเหมือนว่าโอเคแล้ว แต่สำหรับลูกค้า การค้นเจอ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ 10 เจ้าพร้อมกันบนเฟสบุค ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในการว่าจ้าง เพราะไม่แน่ใจว่าจะเลือกจ้างฟรีแลนซ์คนไหนดี จะนัดเข้าพบทุกคนก็ไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดีสำหรับลูกค้าที่งานยุ่ง และอาชีพ ฟรีแลนซ์ ทราเวลแพลนเนอร์ เป็นอาชีพที่สามารถทำทุกอย่างผ่านออนไลน์ได้ ดังนั้นคุณควรสมัครเว็บไซต์ ที่คุณสามารถหางาน ฟรีแลนซ์ ทราเวลาแพลนเนอร์ หรือที่ปรึกษาด้านการเดินทางอิสระ เช่น tasknjoy, Up-work, peopleperhour ไปพร้อมกับการพัฒนาบล็อกของคุณ เพราะหากบล็อกของคุณดีพอที่จะดึงดูดการเข้าชมจำนวนมากได้ จะสะท้อนถึงจำนวนลูกค้าที่คุณมีและรายได้ที่คุณจะได้แบบเต็มกระเป๋าเลยล่ะค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

5 ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์

ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือมนุษย์ฟรีแลนซ์ ทุกงานมีความเหนื่อยยากอยู่ของมันเองเสมอ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบความมีอิสระในการทำงาน และมั่นใจว่ามีความรับผิดชอบพอที่จะเป็นนายของตัวเอง ไม่พิสวาสการมีเพื่อนติดสังคมตลอดเวลา และรับได้กับคำชม ความผิดหวังในการรับงานจบงานกับลูกค้าแล้วล่ะก็ อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพที่เหมือนสมกับคุณค่ะ วันนี้ tasknjoy พาคุณไปพบกับ  5 ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจก้าวมาสู่การเป็นฟรีแลนซ์ง่ายขึ้น

1. มีเวลาที่ยืดหยุ่น

ชัวร์ค่า การทำงานอิสระ หรือการเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้คุณมีอิสระทางเวลา เพราะคุณสามารถเลือกได้เองว่าจะทำงานเวลาใด เปิด-ปิดร้านของตัวเองเวลาใด ไม่มีใครบังคับ ถ้ารู้สึกไม่สบายก็พักก่อนได้ ต่างจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ค่อนข้างเคร่งครัดเวลาเข้างาน-เลิกงาน และยังต้องมีเหตุผลที่เพียงพอต่อการขอลาหยุดด้วย ไม่งั้นโดนหักเงินเดือน 555

2. เปลี่ยนสถานที่และบรรยากาศการทำงานได้ตามใจชอบ

บ้าน คือวิมานของฟรีแลนซ์ เพราะฟรีแลนซ์แทบทุกคนย่อมเลือก บ้านเป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานหรือ office ดังนั้น คุณจะตกแต่งออฟิศสไตล์ไหนก็ได้ตามใจคุณ หรือคุณจะเลือกจะไปทำงานร้านกาแฟที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้ไอเดียคุณบรรเจิด  ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่ถูกตีกรอบอยู่แค่คอกกั้นแคบ ๆ ในห้องแอร์เดิม ๆ

3. ออกไอเดียได้เต็มที่

ในเมือฟรีแลนซ์ เป็นผู้รับงานโดยตรงกับลูกค้า ดังนั้น ฟรีแลนซ์มีอิสระเต็มที่ คือมีสิทธิเต็มที่ในการเสนอไอเดียให้กับลูกค้า เรียกได้ว่า สามารถเอาใจลูกค้าได้เต็มที่ ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่จะต้องรับฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นหลัก ไม่สามารถเสนอไอเดียนอกกรอบของหัวหน้า (ผู้บังคุบบัญชา) ได้ มีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้น้อยมาก

4. แต่งตัวได้ตามใจฉัน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของออาชีพฟรีแลนซ์ที่โดยใจหลายๆคน ก็คือการแต่งตัวไปทำงาน ฟรีแลนซ์มีอิสระอย่างเต็มที่ในการแต่งตัวตามฟรีสไตล์ ใส่ชุดไหนก็ได้ขอให้ทำงานได้สบายอารมณ์ก็พอ เพียงแต่อย่าลืมกาละเทสะแต่ดูสถานที่ด้วย ต่างจากมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ มักจะมีแบบฟอร์มบังคับตายตัว ซึ่งบางแห่งยังบังคับไปถึงการแต่งหน้า ใส่รองเท้ารัดส้นด้วย

5. ไม่ต้องถูกบีบบังคับโดยประเพณีและภาษีสังคม

การทำบุญทอดผ้าป่า, การจัดงานกีฬาภายใน, งานเลี้ยงตามโอกาสต่าง ๆ เป็นประเพณีสำหรับสังคมการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน ถ้าคุณเป็นคนที่เก็บตัว ไม่ชอบสมาคม คุณจะถูกลดเกรดให้เป็นคนไม่น่าสนใจไปทันที แต่ถ้าคุณเป็นนายของตัวเอง ทำอาชีพอิสระ คุณจะไปหรือไม่ไปไหนก็ไม่มีใครมาจับผิดหรือจัดหมวดว่าคุณเป็นคนแบบไหน ซึ่งมันทำให้คุณสบายใจในการทำงาน นอกจากนั้นยังประหยัดเงินจากค่าใช้จ่ายที่จะต้อง “แชร์” (หรือที่เรียกกันว่า “เสียภาษีสังคม”) ให้คนในองค์กรด้วยกันด้วย

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ฟรีแลนซ์ขอสินเชื่อกู้เงิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อย่างไร

หลาย ๆ คนที่มีทักษะความสามารถและอยากจะก้าวข้ามคำว่า “มนุษย์เงินเดือน” ออกมาทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์  แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความตั้งใจ กลับไปเป็นพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือน ด้วยเหตุผลที่ว่า การทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์อาจไม่สามารถขอบัตรเครดิต หรือไม่สามารถขอสินเชื่อเพื่อทำการผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ แต่ขอบอกไว้ต้องนี้เลยค่ะ ว่าไม่จริงค่ะ!!

ผู้ที่ทำอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ที่รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดีและรู้จักการบริหารจัดการเรื่องเอกสาร สามารถขอบัตรเครดิตได้ค่ะ (ดูรายละเอียดและขั้นตอนการขอบัตรเครดิตสำหรับฟรีแลนซ์)  นอกจากนั้น ฟรีแลนซ์ก็สามารถขอสินเชื่อกู้เงิน เผื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้เหมือนกันค่ะ แม้ว่า การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารนั้น จะมีการพิจารณาจากความมั่นคงทางรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งความมั่นคงทางการเงินทางธนาคารจะมีการพิจารณาจากรายได้ที่คุณได้รับว่ามีการเข้ามาอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่า อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์จะแสดงถึงความมั่นคงทางรายได้และหลักฐานรายได้ให้กับผู้อนุมัติสินเชื่อไม่ได้นะคะ วันนี้ tasknjoy แนะนำวิธีสร้างความมั่นคงทางรายได้ ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักฐานการได้รับรายได้ที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ฟรีแลนซ์หรือผู้ที่ทำอาชีพอิสระสามารถขอสินเชื่อได้ค่ะ

จริงอยู่ที่ลักษณะของการทำงานแบบฟรีแลนซ์ มีหลากหลายอาชีพ  ส่วนมากเป็นการทำงานแบบพูดคุยตกลงกับนายจ้างเป็นงาน ๆ ไป เมื่อเสร็จงานก็จะได้รับค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถบริหารจัดการเอกสารเกี่ยวกับการทำงาน การรับรายได้ เพื่อให้คุณมีหลักฐานความมั่นคงทางรายได้ และความสามารถในการชำระเงินได้นะคะ ฟรีแลนซ์มืออาชีพ จะรเรียนรู้การทำสัญญา การรับเงินผ่านธนาคาร การออกใบเสร็จรับเงิน และการยื่นภาษี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมีความน่าเชื่อทางการเงินเหมือนกับพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการย่อยๆเลยล่ะค่ะ  มาดูรายละเอียดของแต่ละข้อเพื่อเตรียมความพร้อมกันค่ะ

1. ยื่นภาษี (ภงด90)

เป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องยื่นภาษีนะคะ ถ้าคุณเป็นคนไทย มีรายได้ในประเทศไทย แม้ว่ารายได้จะยังไม่ถึงจุดที่ต้องเสียภาษี ก็ควรยื่นภาษีค่ะ เพราะการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ถือเป็นหลักฐานอย่างดีที่สามารถยืนยันได้ว่าคุณเป็นผู้มีรายได้จริง ๆ ในการขอสินเชื่อ คุณจะต้องแนบเอกสารนี้ไปด้วย เพื่อให้คำขอสินเชื่อของคุณได้รับการพิจารณาค่ะ (ดูอาชีพฟรีแลนซ์เค้าจ่ายภาษีกันอย่างไรนะ)

2. มีเงินเดินบัญชีอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี

การเดินบัญชี คือ การที่คุณมียอดเงินเข้า-ออกในบัญชีแต่ละเดือนอย่างสม่ำเสมอ แนะนำเลยค่ะ ให้รับเงินค่าจ้างหรือค่าบริการผ่านสถาบันการเงินให้มากที่สุด เพื่อเลี้ยงบัญชีให้ครบ  6 เดือน – 1 ปี การเดินบัญชีแบบนี้จะทำให้ธนาคารที่คุณมีการเดินบัญชีพิจารณาสินเชื่อให้คุณง่ายขึ้น ที่สำคัญทางธนาคารจะมีการพิจารณถึงจำนวนเงินที่ผ่านบัญชีเป็นจำนวนเงินที่สามารถผ่อนชำระหนี้ที่ขอสินเชื่อไปได้ ฟรีแลนซ์ที่จะขอสินเชื่อจะต้องใจเย็นและมีวินัย การวางแผนทางการเงินเพื่อการขอสินเชื่อจึงจะสำฤทธิ์ผลค่ะ

3. การหัก ณ ที่จ่าย และการออกใบเสร็จรับเงิน

การรับงานบางงานสำหรับฟรีแลนซ์ก็ยากที่จะขอสัญญาจ้าง เพราะหากเป็นงานที่ได้รับจากบริษัทที่รู้จักกันมานาน หรือลูกค้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ดังนั้นหลักฐานที่ใช้ในการแสดงว่าคุณมีรายได้ก็คือ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ค่ะ รวบรวมไว้ให้หมดค่ะ โดยเฉพาะปีที่ยังไม่ได้ยื่นภาษี เพื่อธนาคารจะได้เอาไปคำนวนเงินได้ของคุณ ณ ปัจจุบัน ว่าตกอยู่ที่ประมาณเดือนละเท่าไหร่

แนะนำ! จ้างงานผ่าน tasknjoy สะดวก ง่าย ไม่ต้องทำใบเสร็จรับเงินเอง เพราะระบบจัดการให้ทั้งหมดจ้า เพียงแค่พริ้นออกมาและเซ็ฯก็จัดส่งให้ลูกค้าได้เลย ^^

4. สัญญาจ้างงานแบบมีระยะเวลา

หากคุณมีงานที่รับเป็นเอ้าท์ซอร์สให้กับบริษัทอื่น คือ เป็นฟรีแลนซ์หรือเอ้าท์ซอร์สที่มีการจ้างแบบมีระยะเวลากำหนด แต่ไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ คุณจะมีสัญญาจ้าง ที่ระบุว่าจะจ้างเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ ได้เดือนละเท่าไหร่ ตัวนี้ถือเป็นรายได้ที่แน่นอน (fix income) ระดับนึง แม้จะไม่ดีเท่ากับเงินเดือน เพราะงานแบบเอ้าท์ซอร์ส หรือ contract นั้นมีระยะเวลาสั้น อาจจะ 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ก็มีส่วนช่วยให้ผลการอนุมัติสินเชื่อไปในทางที่ดีค่ะ

แนะนำ! คุณสามารถได้สัญญาจ้างในทุก ๆ การจ้าง เมื่อทำงานผ่าน tasknjoy นะคะ ดูรายละเอียดการรับงานผ่าน tasknjoy ที่นี่

5. กู้ร่วม

การกู้ร่วมเป็นอีกวิธีนึงที่ทำให้การขอสินเชื่อง่ายขึ้นและเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ปกติแล้ว การกู้ร่วม จะเป็นวิธีสุดท้ายสำหรับคนที่ยื่นเอกสารส่วนตัวตามข้างต้นมารอบนึงแล้วไม่ได้อนุมัติ ผู้ที่จะร่วมกู้กับคุณจะต้องมีรายได้ที่แน่นอน อาจจะเป็นพนักงานประจำหรือเจ้าของกิจการที่มีรายได้แน่นอน จะทำให้ทางธนาคารอนุมัติสินเชื่อในเงื่อนไขของการกู้ร่วม ยอดสินเชื่อที่จะอนุมัติจะถูกประเมินจากรายได้ของสองคนรวมกัน ซึ่งอาจจะได้มากกว่าผู้ที่ขอกู้คนเดียว รายละเอียดของการกู้ร่วมดูได้จากธนาคารต่าง ๆ ที่มีการให้สินเชื่อในการกู้แบบร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ฟรีแลนซ์ที่จะขอกู้ร่วมต้องมีเอกสารแสดงรายได้ตามข้างต้นด้วยนะคะ

เพิ่มเติม: สัญญาเช่าออฟฟิศ, การจดทะเบียนพาณิชย์, และกรณีที่เป็นการกู้เพื่อผ่อนคอนโด ควรจะดูคอนโดที่มีชื่อเสียงดี และ มีเจ้าหน้าที่ธนาคารทีเดินเรื่อง

สัญญาเช่าออฟฟิศ

สำหรับฟรีแลนซ์มืออาชีพที่เช่าออฟฟิศทำงาน อาจจะเป็น co-working space หรือออฟฟิศเป็นเรื่องเป็นราว (อาจจะทำงานเป็นทีม)สัญญาเช่าก็เป็นหลักฐานอีกอย่างนึงที่ช่วยให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องไปเช่านะคะ ถ้าตอนนี้ไม่ได้เช่าอยู่ เพราะปกติอาชีพฟรีแลนซ์ก็ทำงานอยู่บ้านหรือร้านกาแฟอยู่แล้ว ซึ่งผู้อนุมิติสินเชื่อน่าจะเข้าใจค่ะ

การจดทะเบียนพาณิชย์

การจดทะเบียนพาณิชย์ เป็นการจดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อมีการจดทะเบียนแล้วอาชีพที่ทำอยู่ก็จะเป็นที่รับรู้ และถูกรับรองตามกฎหมายขึ้นมาในทันที รายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน จะสามารถเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นปัจจัยที่ทางธนาคารจะยินยอมพิจารณาสินเชื่อที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น การจดทะเบียนพาณิชย์ดังกล่าว คุณจะต้องเสียภาษีเพิ่มจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระไม่อยากทำ หากว่าคุณลองคิดกลับกันว่าคุณสามารถขอสินเชื่อผ่อนบ้าน หรือสินเชื่อผ่อนรถได้ แลกกับการที่คุณต้องเสียภาษีเพียงเล็กน้อย นั่นก็ถือว่าคุ้มค่าที่ทำไป

เลือกซื้อคอนโดที่สร้างโดย DEVELOPER ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

เพราะคอนโดที่สร้างโดย DEVELOPER ที่ชื่อเสียงดีเป็นที่รู้จัก  มีการบริหารจัดการอาคารที่ดี ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี จะทำให้ธนาคารอนุมัติง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่เราผ่อนไม่ไหวแล้วโดนยึด ธนาคารก็จะสามารถนำ asset นี้ไปปล่อยขายได้ง่าย ความเสี่ยงของธนาคารจึงน้อย นอกจากนั้น คอนโดชั้นดี จะมีเครดิตที่ดีกับธนาคารในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อ แบบนี้วินวินทั้งคู่ค่ะ

เจ้าหน้าที่ธนาคารเดินเรื่อง

ธนาคารและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราสำคัญมากถึงมากที่สุด เจ้าหน้าที่และธนาคารจะต้องเข้าใจอาชีพอย่างเราและพร้อมที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำคุณ เรื่องการจัดการเอกสาร การเตรียมความพร้อมเพื่อการขอสินเชื่อ เจ้าหน้าที่ธนาคารและธนาคารที่พร้อมและยินดีให้บริการคนทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มีอยู่หลายที่นะจ๊ะ ลองเข้าไปสอบถามดูรายละเอียดของแต่ละธนาคาร คุณจะรู้ว่าธนาคารไหนที่ช่วยเราอย่างจริงใจ หากได้เจ้าหน้าที่ที่ดีแล้ว การขอสินเชื่อของคุ๊ก็พริ้วขึ้นมากจริงๆค่ะ เพราะคุณจะไม่เตรียมเอกสารหลงทาง แต่แนะนำว่าให้วางแผนก่อนการเริ่มขอสินเชื่อสัก 6 เดือนนะคะ และอย่าลืมติดตามข่าวสารจากธนาคารนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ หลักการและขั้นตอนการเตรียมพร้อมเพื่อการขอสินเชื่อกู้เงิน เพื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ลองเอาไปปรับใช้และเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้นะคะ เพื่อเป็นตัวอย่างและการใช้ชีวิตแบบฟรีแลนซ์มืออาชีพของเราเติบโตไปข้างหน้าค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ฟรีแลนซ์ ก็ขอบัตรเครดิตได้นะ

บัตรเครดิต กลายเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นอุปกรณ์ทางการเงินที่สำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถซื้อของได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการเงิน (หมุนเงิน) ได้ในยามฉุกเฉิน รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆด้วย เช่น ผ่อน 0%, ส่วนลดร้านค้า ร้านอาหาร แลกขอสะสมแต้ม ที่จอดรถฟรี  เป็นต้น แล้วเชื่อไหมคะว่า ถ้าไม่มีบัตรเครดิต จะซื้อตั๋วเครื่องบิน จะจองรถเช่า เวลาไปเที่ยว (ซึ่งสำคัญมว๊ากก) ไม่ได้นะเออ!

สำหรับคนทำอาชีพฟรีแลนซ์ หรือคนที่ทำอาชีพอิสระส่วนตัว ที่ไม่ได้ทำงานประจำแบบออฟฟิศ แม้ว่าจะมีรายได้ต่อปีหลักหลายแสนหรือเป็นล้าน ก็อาจจะขอบัตรเคนดิตไม่ผ่านเหมือนกันนะคะ สาเหตุที่ขอบัตรเครดิตไม่ผ่านก็มีหลายหลายอย่างด้วยกัน แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเครดิตเก่าไม่ดีแล้วล่ะก็ สาเหตุหลักก็คือ ไม่มีหลักฐานเอกสารที่แสดงถึงที่มาของรายได้ที่จะเป็นตัวบอกความสามารถในการชำระเงินคืนได้ ซึ่งส่วนมากหากเป็นพนักงานประจำ ก็จะใช้สลิปเงินเดือนเป็นหลัก เพราะธนาคารจะพิจารณาจากที่มาของรายได้เป็นหลักว่าต้องมีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด  แต่คนทำงานฟรีแลนซ์ส่วนมากจะรับเงินค่าจ้างเป็นเงินสด เอกสารก็ไม่มี แถมโดนมองว่า เป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งในเรื่องความมั่นคงของงานและความสม่ำเสมอของรายได้ในแต่ละเดือนด้วย ทำให้คนทำงานฟรีแลนซ์สมัครบัตรเครดิตยาก มีโอกาสไม่ได้รับการอนุมัติสูง

แล้วคนทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หากถึงเวลาต้องการใช้บัตรเครดิตเพื่อทำธุรกรรมการซื้อของที่สะดวกสบาย จะทำอย่างไรกันดี วันนี้แอดเอนจอยจะแนะนำวิธีทำบัตรเครดิตของคนทำอาชีพอิสระค่ะ

บัตรเครดิตสำหรับคนทำอาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ สามารถทำได้ 2 แบบ

  1. บัตรเครดิตทั่วไปสำหรับคนทำอาชีพอิสระ
  2. บัตรเครดิตแบบฝากค้ำประกัน

แบบที่ 1 บัตรเครดิตทั่วไปสำหรับคนทำอาชีพอิสระ

เอกสารในการสมัครบัตรเครดิตสำหรับคนทำงานอาชีพอิสระ

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (สำเนาพาสปอร์ต หรือวีซ่า กรณีเป็นชาวต่างชาติ)

กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการ ประกอบธุรกิจส่วนตัวจะต้องใช้เอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
  2. สำเนา statement บัญชีที่ใช้ในการทำธุรกิจย้อนหลัง 6 เดือน

กรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้

  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น คัดสำเนาไม่เกิน 1 ปี (เฉพาะ บมจ. และบจก.)
  2. สำเนา statement บัญชีที่ใช้ดำเนินธุรกิจในนามนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือน
  3. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน คัดสำเนาไม่เกิน 6 เดือน

กรณีเป็นเจ้าของกิจการจดทะเบียนการค้าในนามห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. สำเนาใบคำขอจดทะเบียน และหนังสือจัดตั้งคณะบุคคล
  2. สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
  3. สำเนา statement ในนามห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือในนามคณะบุคคลย้อนหลัง 6 เดือน

กรณีเป็นผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ตามมาตรา 50 ทวิ) แสดงรายได้ปีล่าสุด หรือย้อนหลัง 6 เดือน

แบบที่ 2 บัตรเครดิตแบบฝากค้ำประกัน

บัตรเครดิตแบบที่ใช้เงินฝากในบัญชีค้ำประกัน เป็นบัตรเครดิตที่ธนาคารมีวัตถุประสงค์ในการออกบัตรให้กับลูกค้าที่ไม่ได้ทำงานประจำ ทำอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ทั้งที่มีรายได้แต่ไม่มีหลักฐานรายได้หรือไม่ได้ทำงานมีรายได้แล้ว แต่มีเงินเก็บอยู่ในรูปแบบบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ก็สามารถนำบัญชีเงินฝากนั้นมาค้ำประกันเพื่อขอใช้บัตรเครดิตได้

วิธีการทำบัตรเครดิตแบบฝากคำประกัน ก็ง่ายมาก  เพียงเปิดบัญชีของธนาคารที่เราต้องการจะทำบัตรด้วย โดยเปิดบัญชีพร้อมกับฝากเงินในวงเงินขั้นต่ำที่เราต้องการ เช่น อย่างน้อย 15,000 บาท  (เงื่อนไขบางข้อแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ดังนั้นแนะนำว่าให้ปรึกษาธนาคารก่อนค่ะ) เมื่อเรามีวงเงินในบัญชีตามที่กำหนดแล้วก็จะสามารถขอบัตรเครดิตได้เลย ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันขึ้นอยู่กับการพิจารณา ถ้าใช้ไปสักพักแล้วต้องการเพิ่มวงเงินก็สามารถทำได้โดยการเพิ่มเงินฝากในบัญชีสำหรับค้ำประกัน แล้วก็แจ้งการเพิ่มวงเงินค่ะ

ส่วนของเงินฝากประจำที่เราฝากธนาคารไว้ เราก็จะได้รับดอกเบี้ยเหมือนกับการฝากประจำปกติ แต่ว่าทั้งเงินฝากและเงินดอกเบี้ยส่วนนี้เราจะไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้เลยค่ะ เราจะได้รับเงินส่วนนี้ทั้งหมดคืนต่อเมื่อเรายกเลิกบัตรเครดิตเท่านั้น

เป็นอย่างไรบ้างคะ การทำบัตรเครดิตขอคนทำอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ง่ายนิดเดียวใช่ไหมคะ ขั้นตอนการสมัครก็ง่าย อนุมัติง่าย ใช้เวลาไม่นาน หากสนใจสมัครก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารทุกแห่งทั่วประเทศเลยค่า

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

5 อาชีพเสริมหลังเลิกงาน ที่น่าสนใจ

tasknjoy แนะนำ 5 อาชีพเสริมหลังเลิกงาน ที่น่าสนใจ สร้างรายได้ดี เริ่มต้นทำได้ที่บ้าน หากคุณเป็นพนักงานประจำ หรือถ้าคุณรับงานราชการ และคุณเป็นคนมีทักษะความสามารถ แถมยังมีเวลาหลังเลิกงาน เมื่อกลับถึงบ้านคุณอาจรู้สึกว่า ยังมีเวลาอีกมากกว่าจะถึงเวลานอน โดยเฉพาะคนที่ยังโสด ที่บางครั้งเวลาว่างมากเกินไป จนต้องหาเรื่องทำนู่น นี่ นั่น เป็นการฆ่าเวลา

จะดีกว่ามั้ยถ้าแทนที่คุณจะเอาเวลาเหล่านั้นไปเที่ยวเล่นเพลินๆ มาหาอาชีพเสริมหลังเลิกงานทำ เป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง และไม่เหลือเวลาให้เหงาเกินไป และสามารถรับงานเหล่านี้ผ่าน tasknjoy ได้ด้วย มาดูกันว่า อาชีพเสริมหลังเลิกงาน สามารถทำอะไรได้บ้าง

1. นักเขียน นักเขียนบทความ รีวิวสินค้า พอกเก็ตบุค

คนที่มีความสามารถด้านงานเขียน และไม่ชอบสังสรรค์มักเลือกอาชีพเสริมนี้ บางคนถนัดในเรื่องเขียนนิยายที่ต้องมีจินตนาการควบคู่กับศิลปะในการเสนอเรื่องราวที่ผูกร้อยให้คนอ่านติดตาม แต่บางคนอาจถนัดในแง่ของการเรียบเรียงข้อมูลให้จบลงในเวลาสั้นๆ อย่างการเขียนบทความ นักเขียนฟรีแลนซ์ยังมีช่องและโอกาสเปิดกว้างอยู่อีกมาก โดยเฉพาะในยุคที่คนยุคใหม่พึ่งพาอาศัยโซเชียลเน็ตเวิร์ค

2. ติวเตอร์ รับสอนพิเศษนักเรียน

โลกของเด็กนักเรียนที่ต้องมีการแข่งขันสูง ประกอบกับพ่อแม่มีเวลาน้อยลงในการดูแลลูกด้วยตัวเอง งานสอนพิเศษ กึ่งสอนทำการบ้านนักเรียนจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น หากคุณถนัดในการถ่ายทอดความรู้ รักที่จะดูแลเด็กนักเรียน อาชีพเสริมนี้เหมาะกับคุณ

3. สอนดนตรี

ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกทั้งดนตรีสามารถช่วยกล่อมเกลาจิตใจ สมาธิ ได้ดี ทำให้พ่อแม่จำนวนมากเลือกที่จะให้ดนตรีช่วยดูแลจิตใจลูกของตน จึงเป็นโอกาสของคุณถ้าคุณมีความรู้ด้านนี้ เปิดสอนดนตรีกลุ่มเล็กๆ ที่บ้าน ได้ทั้งอยู่กับสิ่งที่รักและสร้างรายได้เสริมให้แก่คุณ

4. เทรนเนอร์ ครูสอนโยคะตามบ้าน

ยุคนี้เป็นยุคที่เทรนสุขภาพมาแรง ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน หรือการออกกำลังกายด้วยท่าที่ถูกต้อง อาชีพเทรนเนอร์ และครูโยคะ เป็นอาชีพที่รายได้ดี แต่การไปออกกำลังการที่ฟิตเนส บางครั้งก็ต้องเหนื่อยกับการฝ่ารถติดและความคับคั่งของสถานที่ ดังนั้น หามีเทรนเนอร์ดีๆ และครูโยคะที่สามารถไปสอนตามบ้านหรือที่คอนโด ที่มีอุปกรณ์การออกกำลังพร้อมแล้วล่ะก็ รายได้ดีอย่าบอกใครเลยค่ะ

5. ร้องเพลงในงานแต่งงาน

อีกหนึ่งงานที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ชอบร้องเพลง และมีน้ำเสียงดี คือการรับร้องเพลงตามงานแต่งงาน หรืองานอีเว้นต่างๆ เพราะปกติแล้วงานแต่งส่วนมากจัดเวลาหลังเลิกงาน และจ้างนักร้องเพียง 2-3 ชั่วโมง งานนี้จะทำให้คุณได้พัก่อนและยังได้รายได้เสริมอีกด้วย

เป็นไงบ้างคะ อาชีพเสริมที่น่าสนใจ สามารถทำได้หลังเลิกงาน ลองเลือกอาชีพที่คุณถนัด และประกาศรับงานผ่าน tasknjoy ดูสิคะ คุณจะได้งานและรายได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าทำงานแล้วจะไม่ได้ค่าจ้างเลยค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ดื่มกาแฟอย่างไร  ให้งานดีและสุขภาพแข็งแรง

เมื่อออกจากงานประจำมาทำฟรีแลนซ์ ต้องยอมรับว่า อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ a day in life ของชาวฟรีแลนซ์เดินไปอย่างราบรื่น ไม่โน้มตัวกลับไปที่เตียง ก็คือการดื่มกาแฟ ยิ่งช่วงงานเร่งๆ บางครั้งอยากจะดื่มสัก 10 ถ้วย แต่ก็กลัวว่าดื่มมากไปจะมีผลเสียต่อสุขภาพ พาลจะทำให้เราเสียงาน และเสียเงินรักษาสุขภาพแทนที่จะได้เงิน

วันนี้แอดเอ็นจอยจะแนะนำเรื่องการดื่มกาแฟอย่างไร ให้สุขภาพดีกันค่ะ

เพื่อน ๆ ฟรีแลนซ์ tasknjoy ทราบไหมคะ ว่า มีข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็นค่ะ

ดื่มอย่างไรคือดื่มให้เป็น สำหรับชาวฟรีแลนซ์อย่างเราที่ดิ่มแก้ง่วง? สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง นักวิจัยแนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่า ที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย ค่ะ

นอกจากนี้กาแฟยังยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำด้วยนะคะ

แล้วควรดื่มกาแฟแบบมีหรือไม่มีคาเฟอีน? รายงานผลการวิจัยจากฟินแลนด์และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่าคนที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงการเกิดเบาหวานประเภท 2 น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม ความเสี่ยงที่ลดลงเป็นสัดส่วนกับปริมาณกาแฟที่ดื่ม และกาแฟไร้คาเฟอีนให้ผลดีน้อยกว่ากาแฟที่มีคาเฟอีนค่ะ

กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ

แต่สำหรับฟรีแลนซ์ที่ปกติไม่ดื่มกาแฟ ควรหาทางอื่นแก้ง่วงนะคะ เช่น การกินผลไม้ หรือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีนค่า เพราะการดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย

นอกจากนั้น ต้องระวัง สิ่งที่เติมลงในกาแฟ เช่น ครีม นมไขมันเต็ม น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะเท่ากับเติมพลังงานส่วนเกินเข้าไปในร่างกาย ถ้าดื่มกาแฟดำได้ให้ดื่มกาแฟดำค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

เหตุผลที่คุณควรรับงานฟรีแลนซ์ ตั้งแต่ยังเรียน

คงมีหลายคนที่เห็นหัวข้อของเราวันนี้แล้วไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะการเรียนหนังสือก็หนักอยู่แล้ว แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมารับงาน แถมค่าจ้างก็คงได้นิดเดียว ใช่ไหมล่ะค่ะ แต่แอดเอ็นจอย จะบอกให้นะคะ ว่าน้อง ๆ ที่แบ่งเวลาจากการเรียนไปรับงานฟรีแลนซ์ ที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนอยู่ หรืองานที่ตรงกับทักษะความสามารถที่มี มักจะประสบความสำเร็จ และก้าวไปสู่ดลกของงานและอาชีพได้ไวกว่าคนที่เรียนอย่างเดียวค่ะ นอกจากนั้นการรับงานฟรีแลนซ์ ยังช่วยเสริมให้น้อง ๆ ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจริงและรู้ว่าจะต้องเพิ่มทักษะใด ๆ ก่อนกว่าเพื่อนๆอีกด้วยค่ะ

วันนี้ ทาคส์เอนจอย จะพาเพื่อนไปดูข้อดีของการรับงานฟรีแลน์ตั้งแต่ยังเรียน กันค่ะ

1.การรับงานฟรีแลนทำให้คุณมีแรงบันดาลใจ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกของการทำงานและอนาคตของคนเรา คือ “แรงบันดาลใจ” ค่ะ เพราะถ้าเราขาดแรงบันดาลใจแล้ว เราจะไม่รู้ว่าชีวิตของเราจะไปทางไหนดี เราขาดเป้าหมายนั่นเองค่ะ เคยเห็นพนักงานออฟฟิศที่ทำงานเช้่าเลิกเย็นแบบไม่รู้เป้าหมายเพราะนายจ้างวางงานไว้ให้ทุกวันไหมคะ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นทุกๆวัน สุดท้าย หลายๆคนก็อาจเป็นโรคซึมเศร้าได้เหมือนกันค่ะ  การรับงานฟรีแลนซ์ อาจทำให้คุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร และต้องทำอย่างไรจึงจะถึงเป้าหมายนั่น เช่น คุณรู้ว่าคุณชอบการท่องเที่ยว และคุณก็รู้ว่าคุณมีความสามารถใจการเขียนบทความ เพราะคุณเป็นคนชอบอ่าน ชอบบรรยาย คุณลองรับงานเขียนบทความผ่าน tasknjoy และเพิ่มประสบการณ์ของคุณดูสิ รับรองว่าเมื่อคุณมีโปรไฟล์ที่ดี คุณจะรับงานเขียนบทความ ยามที่คุณท่องเที่ยวไปที่ไหนก็ได้ แต่ขอห้คุณส่งบทความตรงเวลานัด เท่านั้นเองค่ะ

2. งานฟรีแลนซ์ทำให้เรามีอิสระทางด้านเวลาและตารางชีวิต

ฟรีแลนซ์มืออาชีพ จะเข้าใจถึงความอิสระทางเวลาและตารางการทำงานอย่างแท้จริงค่ะ เพราะฟรีแลซ์มืออาชีพจะแบ่งเวลาเพื่อรับงานและแบ่งเวลาเพื่ออย่างอื่นๆด้วย เช่น การพัฒนาทักษะความสามารถ การไปเที่ยว เพิ่มประสบการณ์ชีวิต รวมถึงการดูแลสุขภาพตัวเองด้วยค่ะ เราคงไม่เหมือนหนังไทยเรื่อง “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย หามพัก ห้ามรักหมอ” นะคะ

3. การรับงานฟรีแลนซ์จะทำให้คุณมีประสบการณ์การทำงาน

สิ่งหนึ่งที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้มากับหลักสูตรการศึกาา ก็คือ ประสบการณ์ทำงาน ค่ะ นอกจากประสบการณ์ทำงานที่ตรงกับทักษะความสามารถที่คุณมีแล้ว การรับงานฟรีแลนซ์จะช่วยให้คุณมีประสบการณืในการพบเอจอลูกค้า การออกเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์กับคุณมาก เมื่อคุณเรียนจบออกมาทำงาน ไม่ว่าจะงานประจำหรืองานฟรีแลนซ์

4. การรับงานฟรีแลนซ์จะช่วยให้คุณรู้จักเอาตัวรอดได้ดี

ใช่ค่ะ “รู้จักเอาตัวรอดได้ดี” เพราะการรับงานฟรีแลนซ์ คือ การทำงานอย่างแท้จริง คุณได้ติดต่อ ประสานงานลูกค้าจริง และคุณจะเริ่มเรียนรู้ว่า ลูกค้าประเภทไหนคุณจะต้องดีลด้วยอย่างไร ทำอย่างไรคุณถึงจะได้เงินตามที่คุณตกลง และทำอย่างไรคุณถึงสามารถรับงานและส่งงานให้กับลูกค้าอย่างาบรื่น ซึ่งเมื่อคุณเรียนจบแล้ว เชื่อแอดเอ็นจอยค่ะ ว่าคุณจะรู้ว่าคุณจะรู้จักวิธีหารายบไได้ และเอาตัวรอดในดลกแห่งอาชีพค่ะ

ทั้งหมด 4 ข้อนี้เป็นข้อดีของการรู้จักรับงานฟรีแลนซ์ระหว่างเรียน ซึ่งใครจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่ว่ากันนะคะ และแนะนำอีกอย่างค่ะ ว่าปัจจุบันมีเว็บไซต์อย่าง #tasknjoy ที่จะช่วยให้เราได้งาน รับ-ส่งงานได้อย่างมั่นใจ อยู่ที่ไหนก็มีรายได้ อย่าลืมลองไปใช้กันดูนะคะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

งานฟรีแลนซ์ออนไลน์…สร้างรายได้ระหว่างเรียนหรือทำงาน

ความทันสมัยของเทคโนโลยีช่วยให้การดำรงชีวิตในบางส่วนมีความสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น อาชีพฟรีแลนซ์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน แต่หลายคนก็มักติดอยู่กับวังวลของการทำงาน หรือการเรียน ที่ไม่สามารถจัดการด้านเวลาได้อย่างเหมาะสม แต่หากมีความสามารถในด้านการจัดการเวลาแล้วละก็ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรอยู่ก็ตาม หรือกำลังเรียนอยู่ก็สามารถทำเงินได้โดยไม่เสียงานหรือการเรียนเลย

งานฟรีแลนซ์ออนไลน์ สร้างรายได้ระหว่างเรียน หรือ ทำงาน

1. งานออกแบบกราฟฟิค

เป็นงานฟรีแลนซ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ขอเพียงแค่มีฝีมือดี ไอเดียเจ๋ง ๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาขายได้สบาย ๆ ประกอบกับปัจจุบันมีผู้ประกอบการเกิดขึ้นมากมายทำให้อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้สูงมาก หากมีฝีมือ เพราะค่าบริการต่องานนั้นอยู่ที่ 500 บาทต่องานขึ้นไปเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับงานและข้อตกลงกับผู้จ้างงาน

2. งานแปลภาษาไทย – อังกฤษ

งานแปลภาษานั้นนับเป็นอีกงานที่น่าสนใจ และผู้รับงานสามารถทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้สบาย ๆ เพราะการจ้างงานในปัจจุบันนั้นเพียงแค่ส่งไฟล์ต้นฉบับที่ต้องการแปลมาให้ทาง email ก็สามารถเริ่มต้นทำงานแปลได้เลยทันที ค่าบริการงานแปลในปัจจุบันอยู่ที่ 800-3000 บาทต่อการแปล หรือคิดเป็นหน้าก็ตามข้อตกลงกันระหว่างผู้จ้าง กับผู้รับจ้างงาน

3. งานจัดทำข้อมูลและทำ Research ข้อมูล

งานจัดทำข้อมูลนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างต้องใช้ความสามารถสูงพอสมควร แต่ก็เป็นอีกงานที่สามารถทำเป็นฟรีแลนซ์ได้ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและการจัดทำที่ค่อนข้างพิถีพิถันเพราะต้องทำให้ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนนั้นอาจต้องค้นหาในแบบออฟไลน์อีกด้วย แต่ก็นับว่าเป็นงานที่ทำเงินได้ดี รวมไปถึงสามารถรับงานผ่านออนไลน์ได้ เพราะข้อมูลที่จัดทำขึ้นสามารถส่งผ่าน email ได้อย่างไม่มีปัญหา

4. งานรับจ้างเขียนบทความ

เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถทำได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับงานประจำ หรืองานด้านอื่น ๆ เลย เพราะสามารถทำในช่วงเวลาเลิกงานได้สบาย ๆ ขอเพียงแค่มีแนวคิดที่ดี ไอเดียในการเขียน การวางแผนการเขียนที่ดี การจัดเวลาที่เหมาะสมก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้สบาย ๆ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000 – 30,000 บาท การคิดค่าบริการนั้นสามารถคิดได้ตามความเหมาะสมของงาน และเวลาในการเขียนที่ต้องเสียไป หากคุณมีฝีไม้ลายมือในการเขียนที่ดีค่าบริการก็จะดีไปด้วยเรียกได้ว่าสามารถตกลงกับผู้ซื้อบทความได้ตามที่ต้องการ ข้อสำคัญที่สุดการจัดส่งงานให้ตรงเวลา และการจัดการเรื่องเนื้อหาที่ดีไม่ไปลอกผลงานของใครเพียงแค่นี้ก็มีรายได้ชิว ๆ แล้วละครับ

5. รับจ้างทำ SEO

บริการรับจ้างทำ SEO (Search Engine Optimization) คือการให้บริการรับปรับแต่งเว็บไซต์ และช่วยทำให้เว็บไซต์สามารถทำอันดับในผลการค้นหาของ Search Engine ได้ในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา การให้บริการนี้ต้องมีความรู้เฉพาะและความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดอันดับ รวมไปถึงเข้าใจถึงเงื่อนไขการจัดอันดับของ Search Engine อีกด้วย หากคุณมีความรู้ความสามารถในด้านนี้ก็รับรายได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน

งานในอาชีพฟรีแลนซ์นั้นมีอีกมากมายหลากหลายในปัจจุบัน ซึ่งบางอย่างนั้นคุณอาจตกใจได้เลยว่า ยังมีอาชีพแบบนี้ด้วยเหร๋อ? ดังนั้นความสามารถที่คุณมีอยู่มีค่าเสมอหากคุณรู้จักนำมาใช้ให้มีคุณค่า

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com