การรวมระบบ e-commerce เข้ากับ ERP สำคัญกับบริษัท B2B ที่ต้องการปรับขนาดอย่างไร

การ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับ ERP คือ การประสานการทำงานระหว่าง e-commerce website ของบริษัทฯ  เข้ากับระบบ ERP เพื่อรองรับระบบสินค้าคงคลังและระบบบัญชีด้านหลังบ้าน การเชื่อมต่อหรือ integrate ที่เหมาะสมทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสามารถในการขยายการปฏิบัติงานของบริษัทฯ และทำให้เกิดการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับจากการให้บริการของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นมาก

การ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP จะช่วยข้อมูลวิ่งไปมาระหว่างสองซึ่งจะส่งผลให้เกิดข้อดีต่อบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2B คือ จำนวนสินค้าคงคลังจะอีพเดทอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ในทั้ง 2 แห่ง คือ

  1. ส่วนหลังบ้าน (back-end) คือ สินค้าจะถุกขายและตัดสต๊อกออกจากคลังสินค้า (ทำให้บริษัทฯของคุณทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับทีมในบ้านของคุณ) ที่ และ
  2. ส่วนหน้าบ้าน (front-end) ที่เป็นส่วนหน้าของธุรกิจ สินค้าคงคลังก็จะเพิ่มขึ้น (ทำให้บริษัทฯของคุณทำงานดีขึ้น ในการให้บริการลูกค้าของคุณ!)

เหตุใดธุรกิจของคุณจึงควรรวม e-commerce เข้าด้วยกันกับ ERP

ธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะรวมระบบทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันเพราะมันหมายถึงข้อมูลสินค้าคงคลังและการกำหนดราคามีให้สำหรับลูกค้าและพนักงานแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญ แม้ว่าความต้องการสินค้าของลูกค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยระบบ ERP จะช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มเติมสำหรับการจัดการธุรกรรมต่างๆ เพราะระบบ ERP ที่เชื่อมมต่อกับระบบ e-commerce sales channels ทำให้พนักงานของคุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายอย่าง เช่น การสั่งซื้อ จำนวนสินค้าคงคลัง รายการลูกค้า และการจัดส่ง/การติดตาม

ข้อเสียของกระบวนการทำงานแบบ manual ที่ไม่มีการ integrate ระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP

เมื่อระบบ e-commerce ของบริษัทฯ ไม่ได้เชื่อมต่อกับขั้นตอนการจัดการงานหลังบ้านอย่างอัตโนมัติ ความผิดพลาดในการทำงาน ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรมดา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง…

  • การใส่ข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งผิดพลาด
  • คลังสินค้าในส่วนงาน e-commerce ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการขายสินค้าเกิดจำนวนที่คลังมีอยู่
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์อาจไม่สมบูรณ์ไม่ถูกต้องหรือหายไป
  • และเมื่อการรวมระบบทั้งสองไม่ได้เกิดขึ้น ประสบการณ์ของลูกค้าแบบ end-to-end ทั้งหมดของบริษัทฯ จะตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตามอุปสรรคในการบูรณาการระบบ e-commerce เข้ากับระบบ ERP สำหรับธุรกิจแบบB2B มักจะเป็นเรื่องราคาและความลำบากในการเปลี่ยนจากระบบเดิมที่มีอยู่ แต่เมื่อผู้บริหารได้ไตร่ตรองให้ดีแล้ว จะพบว่าการลงทุนคือความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่มฐานลูกค้า ประสบการณ์การให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานบริษัทฯ รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในหลาย ๆ ด้านนั่นเอง

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Independent Hotel หรือ Chain Hotel แบบไหนดี

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลาดท่องเที่ยวและการดรงแรมของไทยเรานับวันทีแต่จะโตขึ้นๆ เนื่องจากประเทศเรามีแหล่างท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจการโรงแรม มีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการโรงแรมก็ยังคงเปิดโรงแรม รีสอร์ท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการท่องเที่ยวจากลูกค้าต่างชาติก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพูดถึงการบริหารจัดการโรงแรม ข้อดีของการบริหารดรงแรมแบบ Independent Hotel ครับ

Independent Hotel หรือ โรงแรมอิสระ หมายถึง โรงแรมหรือรีสอร์ทที่ไม่มีความเป็นเจ้าของร่วมหรือข้อผูกพันทางด้าน บริหารกับโรงแรมอื่น กล่าวคือไม่มีความสัมพันธ์กับโรงแรมอื่นในด้านนโยบายการบริหารหรือข้อ ผูกพันทางการเงิน จึงสามารถกำหนดนโยบายและวิธีบริหารของตนไปโดยอิสระ

Chain hotel คือโรงแรมหรือรีสอร์ทที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเจ้าของ chain ซึ่งแต่ละ chain จะมี brand ในเครือของตัวเองให้ผู้ลงทุนหรือเจ้าของโรงแรมได้เลือกหลากหลายตามมาตรฐานและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน chainชั้นนำที่มีโรงแรมภายใต้การบริหารอยู่ทั่วโลก และใน chain นั้น ๆ อาจมีโรงแรมหรือรีสอร์ทอยู่หลาย brand เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เราคงบอกไม่ได้ว่า ผู้ประกอบการโรงแรมควรจะเลือกทำ โรงแรมแบบ Independent Hotel หรือ chain Hotel ดี เพราะการเลือกบริหารนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารโรงแรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ทางด้านเงินทุน ด้านทำเลที่ตั้ง เป็นต้น พมเจอ เจ้าของโรงแรมในประเทศไทยหลายราย ที่มีอาชีพหลัก รายได้หลักจากการทำธึรกิจอื่นอยู่แล้ว หลายรายที่ไม่มีประสบการณในการบริหารโรงแรม และไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจดรงแรม ก็อาจจะสะดวกเลือกแบบ Chain Hotel เพราะความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์ครับ แต่ถ้าคุณเป็นอีกคนนึงที่สนใจธุรกิจโรงแรม ชื่นชอบงานบริการ ลองอ่านข้อดีและข้อเสียของ Independent Hotel ดูครับ

ข้อดีของโรงแรมอิสระ หรือ Independent Hotel

  • การบริหารมีความยืดหยุ่น การตอบสนองของผู้จัดการคาดการณ์อำนาจการตัดสินใจที่เกือบจะทันทีซึ่ง ดีต่อการจำกัดการสูญเสียทางการเงินและเพิ่มงานการจัดการ (เช่นการจัดตารางงานของพนักงานในหนึ่งวัน ไปยังพนักงานอีกสิบคน) โรงแรมอิสระก็เหมือนเรือยอชท์ เงาว่องไวและรวดเร็วในการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในขณะที่ กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ก็เหมือน บริษัทใหญ่ ๆ ครับ Chain Hotel จะตอบสนองช้าและขยับตามกลไกตลาด แบบเรือสำราญขนาดใหญ่ คือมันใหญ่และสวยมาก แต่ บริษัทฯเหล่านี้อาจช้าอย่างน่าประหลาดใจในการเคลื่อนย้ายเพียงเพราะมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมากมาย
  • ราคาคงที่ นโยบายการกำหนดราคาที่ตั้งไว้จะแปรผันเล็กน้อยทำให้มั่นใจได้ว่ารายรับจะแน่นอน ประหยัดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เมื่อเทียบกับการเป็น Chain Hotel ที่ราคาจะจะถูกปรับขึ้นลงบ่อนเพื่อการแข่งขันทางการตลาด
  • ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จากโฮสเทลไปจนถึงโรงแรมบูติกทุกคนมีข้อเสนอที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบก่อสร้างของสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากโรงแรมแบบ Chain Hotel ดังนั้น Independent Hotel  จึงมีการแข่งขันน้อยลงและเศรษฐกิจแบบเฉพาะทาง (ลดค่าใช้จ่าย ตลาดหนึ่ง)
  • ความเป็นอิสระทางการเงินที่พักอิสระไม่มีแรงกดดันทางการเงินจากกลุ่มลูกโซ่ที่ต้องการประสิทธิภาพที่แน่นอน มันเป็นผลมาจากการตัดสินใจอย่างอิสระเกี่ยวกับความสามารถและความสามารถด้านที่พักอาศัยของเขา
  • ความใกล้ชิดความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่เหมือนใครที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการสื่อสารที่มีคุณภาพและทีมสนับสนุนใกล้ (โดยการใช้โดยโซเชียลมีเดียให้มีประโยชน์)

นอกจากข้อดี 5 ข้อข้างต้นแล้ว โรงแรมอิสระเป็นตลาดที่น่าดึงดูดใจสำหรับ บริษัท ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTAs เช่น Booking.com และ Expedia ด้วยนะครับ เพราะ ธุรกิจโรงแรมอิสระมีความน่าดึงดูดใจและสร้างผลกำไรให้กับ OTA เพราะ Independent Hotel มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จโดยมีเหตุผลประการหนึ่งคือความพร้อมให้บริการ OTAsเหล่านี้จะขายสต็อกห้องพักของโรงแรมอิสระบนเว็บไซต์โดยมีค่าธรรมเนียม ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์การตลาดและเทคโนโลยี OTA ทำให้โรงแรมอิสระยิ่งขายห้องพักได้มากขึ้นบน Platform OTAs

อย่างไรก็ตาม Independent Hotel หรือโรงแรมอิสระ ก็ควรจะมีตัวช่วยดีๆ อย่างระบบจัดการโรงแรมที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรม Chain เช่น PMS ที่สามารถ integrate กับระบบอื่นๆได้อย่างราบรื่น (เช่น ระบบบัญชี, ระบบลูกค้าสัมพันธ์, ระบบจัดซื้อ เป็นต้น) เพื่อให้การบริหารจัดการโรงแรมอิสระ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในระยะยาวครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ทำไมโรงแรมใน 16 ประเทศทั่วโลก จึงเลือกใช้ CiMSO INNkeeper ในการบริหารโรงแรม

คุณคงแปลกใจว่าทำไมคุณถึงไม่รู้จัก ระบบจัดการโรงแรม CiMSO INNkeeper ทั้งที่ระบบมีผู้ใช้มาแล้วหว่า 16 ประเทศทั่วโลก แถม Sentosa Golf Club, Singapore ยังเลือกใช้ระบบนี้อีกด้วย วันนี้แอดจะมาเล่าสู่กันฟังถึง ระบบจัดการโรงแรม CiMSO INNKeeper ครับ

ระบบ CiMSO INNKeeper พัฒนามาแล้วกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าประเทศสิงคโปร์และแอฟริกาครับ ดังนั้นระบบจะถูกขายในประเทศทางแอฟริกา, ยุโรป และสิงคโปร์เป็นหลักครับ

ต่อมา ในปี 2562 เมื่อเจ้าของระบบ CiMSO INNkeeper กล่าวคือ คุณ Pieter ได้ถูกคอถูกใจกับ คุณชนินทร์ กุลกาญจนาธร ซึ่งเป็น Business Development Manager (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ) ของบริษัท เออีซี เอนลิสท์ จำกัด (ประเทศไทย) ถึงเห็นพ้องต้องกันในการนำระบบเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยของเรามีทางเลือกมากขึ้นในการใช้ระบบจัดการโรงแรมครับ

CiMSO INNkeeper พัฒนามาแล้วกว่า 30 ปี มีผู้ใช้งาน 16 ประเทศทั่วโลก เรามีระบบครบตั้งแต่ Front/BACK Office และยังมี channel manager, Spa/Golf management รวมถึง (กรณีที่โรงแรมมีสาขาหรือหลายproperty) ระบบก็สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสาขาได้อย่าง real-time ด้วยนะครับ

มาถึง ข้อดีของการเลือกใช้ CiMSO INNKeeper  ในที่นี้ผมขอใช้คำว่า Value Preposition ครับ เพราะการเลือกใช้ ERP Software สำหรับโรงแรม นั้น เราไม่สามารถจะคำนวณเป็น ROI ได้ แต่เราสามารถทำให้คุณเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุน ด้วยตัวอย่างผู้ใช้งานมากกว่า 400 อสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก และจากการใช้งานที่ผ่านมา เราสามารถพิสูจน์ได้ว่า ระบบของเราสามารถช่วยให้ลูกค้าที่ใช้เรา ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 48% และเพิ่มรายได้ได้ถึง 16%

  • Next Generation Technology & Customer Centric Design: เราพัฒนาระบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีมาตรฐาน ISO ซึ่งทำให้ระบบมีความเสถียรสูง, ลดการ system down-time, ลดค่าใช้จ่าย system support, และลดค่าใช้จ่ายเรื่อง hardware, devices and interfacing
  • Seamless Integration: ระบบของเราเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการทำงานกับฟังก์ชั่นอื่นๆได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้ การทำงานขององค์กรราบรื่นและโปร่งใส เพิ่มประสิทิภาพการทำงานของพนักงานได้อย่างแท้จริง
  • Complete Financial Control: ระบบบัญชีตามหลักการของ GAAP และมีรายงานทางภาษีตามมาตรฐาน IFRS ซึ่ง สามารถควบคุมรายรับ-รายจ่ายได้อย่าง real-time, เพิ่ม margin ให้กับองค์กร ได้ถึง 16%
  • Geographic Synchronization: สำหรับลูกค้าที่มีหลาย properties เราสามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสำนักงานได้อย่าง real-time และมีความปลอดภัยของข้อมูล
  • Affordable Price: ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร เพราะเราคิดค่าบริการจาก ขนาดและความต้องการของลูกค้า
  • After Service: เราดูแลลูกค้า 24/7 และเราพัฒนาระบบอยู่ตลอดเวลา โดยเรามีการอัพเกรดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

มาถึงคำถามสำคัญที่ทุกคนสงสัยครับ ว่า ระบบ CiMSO INNKeeper เราจะสามารถใช้กับโรงแรมในไทยได้หรือไม่? ผมตอบได้อย่างมั่นใจ 100% เลยครับ ว่าใช้ได้แน่นอน ทั้ง Front/Back Office เพราะระบบของเราพัฒนาตามมาตรฐานสากล และการบริหารจัดการโรงแรมของไทยก็เป็นไปตามมาตรฐานสากลครับ รวมถึงโปรแกรมบันทึกบัญชีของเรามีมาตรฐาน IRFs ซึ่งสามารถนำมาใช้กับ TRFs ของไทยอย่างแน่นอนครับ เรามีผู้ใช้งานที่พิสูจน์ความเสถียร และความคุ้มค่าของเรา กว่า 400 องค์กร (คลิกที่นี่เพื่อดู site Reference) และ เรามีโรงแรมไทย ระดับ 5 ดาว ที่ใช้งาน CiMSO INNKeeper มากว่า 10 ปี คือ Prana Hotels & resorts  ด้วยครับ

หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรม หรือผู้ที่กำลังหาระบบจัดการโรงแรม ที่มีความสนใจ CiMSO INNKeeper สามารถติดต่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Property Management Software สำหรับธุรกิจ Hospitality Management Company

เมื่อพูดถึง Property Management Software ขึ้นมา คนโรงแรมส่วนใหญ่จะหมายถึง ซอฟต์แวร์โรงแรม หรือ ระบบ PMS ที่เป็นระบบบริหารจัดการงานโรงแรมส่วนหน้า (Front Office) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของ Reservation (การจอง) cahier (แคชเชียร์) Housekeeper (แม่บ้าน) Client information (ข้อมูลลูกค้า)  F/O Report (การออกรายงานในส่วนหน้า) เป็นต้น

ในปัจจุบัน เราจะได้ยินคำว่า “Hospitality Management” มากขึ้นเรื่องๆ ซึ่งนั่นหมายถึง ความร่วมมือหรือการเข้าร่วมกันของบรรดาโรงแรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่เป็นเจ้าของเดียวกันหรือต่างเจ้าของกัน ในการใช้แบรนด์ของบริษัทหรือโรงแรมที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องแบรนด์ เช่นพวก Chain Hotel เพื่อให้บริษัทหรือโรงแรม Chain Hotel ที่ทำธุรกิจ Hospitality Management Company ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ เข้ามาทำหน้าที่ทางด้านการบริหารจัดการโรงแรม การทำการตลาด การวางแผน และควบคุมดูแลกิจการโรงแรมที่เข้าร่วมนั้นแทน และเรียกโรงแรมที่เข้าร่วมว่า “โรงแรมในเครือ”

รูปแบบของการดำเนินการของ Hospitality Management Company ขึ้นอยู่กับข้อตกลงหรือเงื่อนไขระหว่างกัน โดยโรงแรมในเครือ อาจตกลงจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดกาและอาจมีการแบ่งรายได้หรือผลกำไรให้กับ Hospitality Management Company นั้นๆ  เช่น การใช้ชื่อโรงแรมเดิมของเจ้าของโรงแรมแต่ให้ Hospitality Management Companyช่วยบริหารจัดการเท่านั้น หรือจ่ายเป็นค่าสิทธิ์ในการใช้ Brand นั้นๆ เช่น นอกจากการให้เข้ามาบริหารจัดการโรงแรมแล้วยังเลือกใช้ โลโก้ ของ Hospitality Management Company ด้วย

ตัวอย่าง Hospitality Management Company ของไทย เช่น Cape and Kantary, The Erawan Group, Dusit Thani, Minor Hospitality, A-One Hotel, ONYX Hospitality Group, Montara Hospitality Group, Mida Hospitality Group (MHG), เป็นต้น

เมื่อ Hospitality Management Company หรือ Hotel Chain จะต้องเข้ามาบริหารจัดการโรงแรมในเครือ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การทำการตลาด การจองห้องพัก การสร้างแบรนด์ และโรงแรมต่างๆ ไม่ได้ตั้งอยู่ในที่เดียวกันทั้งหมด และบางแห่งก็อยู่คนละจังหวัด หรือคนละประเทศด้วยซ้ำ แล้วระบบจัดการโรงแรมอะไรที่จำเป็นและจะช่วยให้การจัดการโรงแรมของ  Hospitality Management Company หรือ Chain Hotel มีความ คล่องตัว, โปรงใส แถมยังช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับโรงแรมในเครืออีกด้วย ??

คำตอบคือ Hospitality Management Company หรือ Hotel Chain จะต้องมีระบบBack Office ที่สามารถรวมศูนย์การบริหารจัดการโรงแรมทั้งหมดได้ในที่เดียว ที่สามารถเปิดดูข้อมูลการจอง การจัดการ ที่จะช่วยเพิ่มยอดจองและสร้างมาตรฐานการจัดการโรงแรม เพื่อให้แขกที่เข้าพักรู้สึกพึงพอใจ  และยังมีระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่สามารถต่อยอดไปยังระบบสมาชิก (Loyalty Program) เพื่อจัดทำโปรโมชั่น ส่วนลดต่าง ๆ ให้กับสมาชิกครับ

ลองปรึกษาหรือติดต่อเรา เพื่อเรียนรู้ ระบบ INNkeeper ของ CiMSO  Software ที่จะช่วยให้ธุรกิจ  Hospitality Management หรือ Chain Hotel ของคุณมีมาตรฐาน เพิ่มระบบ ระเบียบ ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ รวมถึงตอบสนองความต้องการของโรงแรมในเครือ ไม่ว่าจะด้วยการเพิ่มฐานลูกค้า การวิเคราะห์การตลาด และการทำระบบสมาชิก เราเข้าใจหัวอกคนโรงแรมเป็นอย่างดี ด้วยการดำเนินธุรกิจ ระบบจัดการโรงแรม มากว่า 30 ปี ใน 16 ประเทศทั่วโลก เรามีลูกค้าในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นดรงแรมเดี่ยว โรงแรมเชน (Chain Hotel) และ Hospitality Management Company

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมีหลายคนมีความสนใจที่จะทำธุรกิจนี้ มีหลายคนที่วางแผนมาดี พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจทำให้ธุรกิจรุ่งเรื่องเติบโตเลยทีเดียว แต่ก็มีไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้วางแผนกันรอบคอบก่อน และทันทีที่ก้าวสู่สนามการแข่งขันก็ต้องพลาดท่า ทำได้ไม่นานก็ต้องปิดกิจการ ทำร้านอาหารเจ๊ง วันนี้ผมมีระบบ ERP หรือ Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกันครับ

ระบบร้านอาหารทั่วไป จะเน้นไปที่ POS หรือ Point of sale ซึ่งระบบ POS ก็คือระบบที่ช่วยจัดการทางหน้าร้าน การจองโต๊ะ การเลือกเมนู สั่งอาหารของลุกค้า และการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารเล็กๆสัก 1 ร้าน เป็นกิจการเสริมหรือกิจการเล็กๆที่บริหารกันเองภายในครอบครัว คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านอาหารที่มี POS เพื่อเน้นไปที่ระบบหน้าร้านเท่านั้นก็พอครับ <ดู Store Hub – ระบบบริหารจัดการร้านค้า ร้านอาหาร สำหรับ SMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราครับ>

แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนให้ธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ของคุณเป็นธุรกิจหลัก วางแผนจะขยายสาขา คุณจะต้องเริ่มจัดการควบคุมสต๊อกและต้นทุนวัตถุดิบ หาระบบที่มี POS หรือสามารถเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน (POS) เดิมที่คุณมีอยู่ มีสูตรการผลิตที่มั่นคงสามารถตัด Bill of Material (BOM) และรวมไปถึงการมีครัวกลางในการผลิด และช่วยวิเคราะห์แผนการตลาด ยอดการซื้อ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะเริ่มมองหาระบบที่เหมือนสมกับแผนที่คุณวางไว้ ซึ่งแน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบที่มีความสามารถสำหรับองค์กร คงมีราคาที่คุ้มค้าต่อการลงทุน ซึ่งระบบนี้เรียกว่า ERP Software สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ครัวกลาง และมีความสามารถดังนี้

ครัวกลาง (Central Kitchen)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager)
    • การสั่งวัตถุดิบ – PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การจัดเก็บ วัตถุดิบที่ถูกต้อง สามารถทำบาร์โค้ด และระบุวัน เดือน ปี ที่สินค้าหมดอายุได้ – Barcode
    • ระบบการนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • วิธีการเบิกวัตถุดิบจากฝ่ายผลิต เผื่อนำไปผลิตสินค้า – Stock Transfer
    • วิธีการตรวจรับสินค้าเข้าคลังหลังจากฝ่ายผลิตเบิกวัตถุดิบไปผลิต เพื่อตรวจสอบความสูญเสียของวัตถุดิบ
    • วิธีการกระจายสินค้าตาม IPR/PO ของสาขา
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในครัวกลาง
  2. ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • การลงบันทึกยอดขายในแต่ละวัน และการส่งรายงานในแต่ละวัน
    • การทำสรุป P&L (งบกำไรขาดทุน) ในแต่ละเดือนเพื่อส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)

สาขา (Branches)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง
    • การสั่งซื้อสินค้าจากครัวกลางเพื่อให้เพียงพอต่อการขายในแต่ละวัน – IPR/PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน
    • รายงานสินค้าคงคลังและรายงานการเคลื่อนไหวของตัวสินค้า
  2.  ระบบขายหน้าร้าน (Point Of Sale – POS)
    • ระบบPOS และตัดบอม (Bill Of Materials)
    • เมนูขายดี
    • ทำโปรโมชั่น โดยสรุปยอดขายไม่ผิดพลาด ไม่เกิดของหาย
    • ระบบจัดการโต๊ะ
    • สามารถลิ้งไปที่พริ้นเตอร์ในครัวเพื่อสั่งผลิตได้ทันที
  3.  ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)
    • ระบบเก็บเงินหน้าร้าน บันทึกยอดขาย
    • สรุปรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

คุณสมบัติของระบบครัวกลาง และซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหาร ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็น เพียงส่วนหนึ่งของการจัดการธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องการขยายสาขา ที่มีความคิดที่จะมีครัวกลางเป็นของตัวเองเท่านั้น ยังไม่รวมถึงระบบการจัดการสมาชิก การทำ loyalty Program ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งหากคุณมีความมุ่งมั่นและวางแผนพัฒนาธุรกิจน้ารอาหารของคุณในระยะยาว ควรเลือกระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับร้านอาหารได้ทันที มากว่าที่จะลงทุนซื้อระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ไม่สามารถต่อยอดได้ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมของคุณพร้อมสำหรับการเลือกใช้ Hotel ERP software หรือไม่?

ซอฟต์แวร์จัดการโรงแรม หรือระบบจัดการโรงแรม มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และอัพเกรดตลอดเวลา เนื่องจากตามความต้องการของโรงแรมนั้นซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งโรงแรมพบว่ายากและไม่สามารถใช้ระบบจัดการที่ง่ายๆอีกต่อไป โรงแรมประเมินความต้องการในการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์อย่างไร? บทความนี้นำเสนอและแนะนำข้อกังวลเหล่านี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการโรงแรมและบริการ ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารและการจัดการมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการดำเนินงานของโรงแรมมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น การบริหารพลังงาน (energy management) การจัดการคุณภาพ (quality management) การจัดการกำลังคน (manpower management) และอื่น ๆ นอกจากนี้โรงแรมมีขนาดใหญ่ขึ้นและมักแพร่กระจายไปทั่วหลายภูมิภาค เทคโนโลยีทำให้การดำเนินงา นโรงแรมเพิ่มขึ้นเหล่านี้สามารถจัดการได้และให้การมองเห็นที่รวดเร็วและเรียลไทม์ในการทำงานของโรงแรม นอกจากนี้ยังช่วยให้การตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้าคงคลัง รายได้ การบริการแขก และปัจจัยอื่น ๆ

ในปัจจุบัน โรงแรมส่วนใหญ่มีการซื้อซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม เช่น แผนกต้อนรับ ลูกหนี้ CRM, HR และค่าจ้าง การบำรุงรักษา และอื่น ๆ แต่ความหลากหลายของซอฟต์แวร์มี่ใช้ กอรปกับความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ทำให้การเดินทางของข้อมูลภายในโรงแรมไม่ได้ไหลเวียนไปในทางที่ถุกต้อง และโรงแรมส่วนให้จบลงกับการแก้ปัญหาที่ดูเหมือนเย็บปะติดปะต่อกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน และความผิดพลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการซอฟต์แวร์หลายตัวที่สูงกว่าการสรรหา ระบบ Hotel ERP software ดีๆ มาใช้เพียง 1 ระบบเสียอีก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เขียนระบบจัดการโรงแรม PMS ของคุณขึ้นมาเอง คุณจะเจอความท้าทายที่จะต้องแข่งขันการพัฒนาซอฟต์แวร์ กับโรงแรมที่เลือกใช้ ERPs และระบบ cloud based hotel management solutions ซึ่งบริษัทผู้พัฒนา ERP จะพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจและยุคสมัย

ข้อดีของระบบ Hotel ERP

  • ข้อมูลระหว่างแผนกโรงแรมจะมีความสอดคล้องและความถูกต้อง
  • ลดความซับซ้อนของการประสานงานข้ามแผนกและการไหลของงาน
  • บริการลดความซับซ้อนของงานที่ช่วยให้พนักงานโรงแรม เพื่อมุ่งเน้นกิจกรรมที่ต้องมีความสนใจส่วนบุคคล เช่น ระบบจะช่วยทำให้การ Check-in ไวและถุกต้อง ซึ่งพนักงานจะมีเวลาเหลือพอที่จะแนะนำโรงแรมให้กับแขก สร้างความประทับใจให้กับแขกกว่าเดิม
  • ง่ายต่อการตั้งค่าเป้าหมาย การทำการตลาด และการตรวจสอบการดำเนินงานของเป้าหมาย
  • ระบบทำงานรวดเร็ว สามารถระบุและแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว

มาถึงตรงนี้ คุณคิดว่า โรงแรมของคุณต้องการระบบ Hotel ERP หรือยัง?

Enterprise Resource Planning (ERP) เป็นแนวคิดที่ได้รับรอบตั้งแต่ยุค 90 กลางและได้รับการยกระดับจากหลายธุรกิจ Hotel ERPเป็นเครื่องมือที่ดีในการเพิ่มผลผลิต, ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, ปรับปรุงการไหลของข้อมูล, และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ยอกจากนั้นความรวดเร็วของการทำงานเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่ธุรกิจการโรงแรมมีการแข่งขันสูง ผู้บริหารโรงแรมต้องการการแสดงผลอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานโรงแรมและ PMS Software ที่ดีจะต้องมีความว่องไว ซึ่ง Hotel ERP เป็นซอฟแวร์ที่ครอบคลุมทุกฟังชั่นของการจัดการโรงแรมที่มีฐานข้อมูลเดียวและสามารถเข้าถึงได้อย่างลงตัวระหว่างหน่วยงาน

หากคุณคิดว่า โรงแรมของคุณเข้าข่ายที่จะต้องการระบบ ERP แล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำ CiMSO – INNKeeper ซึ่งเป็น Hotel ERP Software อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจและอยากให้คุณเก็บไปพิจารณา เพราะ INNkeeper ได้รับการพัฒนาขึ้นมากว่า 30 ปี และมีการใช้งานมาแล้วกว่า 14 ประเทศทั่วโลก ระบบครอบคลุมตั้งแต่ Front/Back Office ที่สามารถบูรณาการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้ทั้งหมด เช่น ระบบแม่บ้าน (HOUSEkeeper), ระบบร้านอาหาร (RESTaurateur), ระบบร้านค้า (SHOPkeeper), ระบบจัดซื้อ-คลังสินค้า (STOCKmanager), ระบบสปา (SPAsheduler), ระบบสนามกอล์ฟ (GOLFmanager)  เป็นต้น ระบบ INNKeeper นอกจากช่วยคุณในการบริหารจัดการโรงแรมทั้หงมดแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มฐานลูกค้า เพิ่มรายได้ ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบลูกค้าสัมพันธ์และการทำ CRM (CLIENTmanager) และ ระบบ INTERfaces ที่เชื่อมต่อกับ ช่องทางขายห้องพักที่มีชื่อเสียง เช่น Siteminder, Expedia, Tripadvisor, CTrip เป็นต้น

ข้อดีของการเลื่อกใช้ Hotel ERP Software แบบบูรณาการเดียวคือ:

  • เป็นการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวที่จะเรียกใช้โปรแกรมร่วมกัน
  • การลงทุนในใบอนุญาตซอฟต์แวร์เดียว
  • เป็นการลงทุนไปกับบุคลากรเฉพาะทางเพื่อจัดการ ERP ให้กับโรงแรม
  • เป็นการวางแผนการดำเนินงานโรงแรมทั้งหมดในลักษณะที่มีประสิทธิภาพจากการบัญชีทางการเงิน, สินค้าคงคลัง, ค่าจ้าง, การจัดการห่วงโซ่อุปทาน, การวางแผนการผลิต, CRM ฯลฯ
  • เป็นต้นทุนที่คุ้มค่า (Cost effective)

การลงทุนกับ Hotel ERP software อาจเป็นการลงทุนที่หลายๆโรงแรมคิดหนักนะครับ แต่หากลงพิจารณาจากความสามารถของซอฟต์แวร์ เทียบการลดอัตราการจ้างพนักงาน การเพิ่มรายได้ด้วยความสามารถของซอฟต์แวร์ แล้ว ผมเชื่อว่า การลงทุนกับระบบที่ตอบโจทก์ที่จะทำให้ผู้บริหารเห็นถึงความเคลื่อนไหวของโรงแรมได้อย่างเรียลไทม์ ที่จะทำให้สามารถวางแผนการตลาด วางแผนการดำเนินงานของโรงแรมได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Hotel ERP คืออะไร? ทำไมธุรกิจโรงแรมจึงต้องมี Hotel ERP?

ERP ย่อมาจากคำว่า Enterprise Resource Planning หมายถึง เครื่องมือหรือระบบที่ช่วยวางแผนและบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้องค์กรมีการบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูง และมีการบริหารจัดการเป็นหน่วยงาน ต้องใช้คนหลากหลายตำแหน่ง ยากที่จะทำให้การทำงานคล่องตัว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากการทำงานซ้ำซ้อนและพลาดพลังของพนักงาน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนของโรงแรมสูงขึ้น และอาจทำให้แขกไม่ประทับใจกับการทำงานล่าช้า ผิดพลาดของพนักงานได้อีกด้วย ดังนั้น จึงมี ระบบ Hotel ERP ซึ่งเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของโรงแรมได้ และมีความสามารถในการบูรณาการ (Integration) การทำงานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็น ฟร้อนท์ออฟฟิศ (Front Office) งานขายและการตลาด (CRM) งานบัญชีและการเงิน (Accounting and Finance) ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory) เป็นต้น ดังนั้นระบบ ERP จึงเป็นตัวช่วยทำให้การทำงานร่วมกันภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน ลดขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้าด้วยกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น (Streamline Workflow) รวมไปถึง ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ระบบ Hotel ERP ต่างกับระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างไร? การทำงานของระบบซอฟต์แวร์ทั่งไปที่ไม่ใช่ ERP จะไม่ทีการเชื่อมโยงกันระหว่างฐานข้อมูล ทำให้การทำงานของแต่ละแผนกในองค์กรมักจะเกิดความซ้ำซ้อน ล่าช้าและทำให้องค์กรพัฒนาได้ช้า ต่างกับระบบ Hotel ERP ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบรับการทำงานในหน่วยงานธุรกิจอย่างเป็นระบบ การไหลของข้อมูลจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เช่น หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมคุณย่อมคาดหวังว่าระบบจองโรงแรมที่คุณใช้อยู่จะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าให้กับคุณอัตโนมัติเพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดแบบตรงไปยังลูกค้าของคุณได้ และระบบจะสร้่าง royalty program ให้กับโรงแรมของคุณ รวมถึงคุณย่อมหวังว่าคุณจะสามารถตรวจสอบรายรับของคุณในวันนี้จากการจองโรงแรมและการเข้าทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของระบบ Hotel ERP สำหรับธุรกิจโรงแรม

ข้อดีหรือประโยชน์ของ ERP

  1. Hotel ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและการปฏิบัติงานให้กับกระบวนการทำงาน (Business Process)
  2. การใช้ Hotel ERP จะช่วยสร้างระบบงานและกระบวนการทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว ด้วยการลงข้อมูลเข้าระบบระบบเพียงครั้งเดียว สามารถเชื่อมโยงการทำงานกันได้ครบวงจร
  3. ลดความซ้ำซ้อนของการเก็บข้อมูล เนื่องจากนำข้อมูลเข้าระบบเพียงครั้งเดียว ทำให้ข้อมูลมีความเป็นมาตรฐาน และถูกต้องตรงกันทั่วทั้งองค์กร
  4. มีศูนย์รวมระบบข้อมูลสารสนเทศที่ช่วยการตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น
  5. การเลือกใช้ Hotel ERP เป็นการเลือกนำกระบวนการทำงานที่ดีที่สุด (Best – Practice) มาใช้ในองค์กร
  6. ระบบ Hotel ERP มีความยึดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน หรือขยายระบบงาน ให้มีการรองรับงานตรงตามกระบวนการทางธุรกิจที่ต้องการ
  7. ระบบ Hotel ERP จะมีระบบการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยที่ดี
  8. ระบบ Hotel ERP ทำให้เกิดรายงานจากหน่วยงานต่างๆขององค์กร ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลและรายงานไปใช้วิเคราะห์ เหมาะกับใช้สำหรับการวางแผน
  9. ระบบ Hotel ERP ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาว ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องคน เรื่องการบำรุงรักษาหลายระบบ และเรื่องการวางแผน ตัดสินใจที่แม่นยำขึ้นขององค์กร

CiMSO – ERP for Hospitality & Business

CiMSO INNKeeper คือ ระบบบริหารจัดการโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร จากประเทศสิงคโปร์

CiMSO มีครบทุกฟังก์ชั่นสำหรับธุรกิจที่พัก โรงแรม PMS + Channel Manager (OTAs) + CRM + Booking Engine + Website+ Account & Report+ Staff & Admin attendance และ INNkeeper สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆที่คุณอาจมี เช่น ร้านอาหาร, สปา, ร้านขายสินค้า, กอล์ฟคลับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คืออะไร ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คือ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าคงคลังเหมาะกับธุรกิจประเภทจำหน่ายสินค้า ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร อุสาหกรรม และการข้นส่ง ซึ่งวัตถุดิบหรือสินค้าที่ถูกจัดการหรือรอการส่งออกเป็นจำนวนมากจึงต้องใช้ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าเหล่านี้เพื่อลดปัญหาและข้อผิดพลาดซึ่งกระบวนการดำเนินการแต่ละองค์กรแตกต่างกันออกไปจึงต้องเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมหรือซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งโดยเฉพาะ

CiMSO ERP Software นำเสนอ STOCKmanager – Inventory & procurement software ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ครัวกลาง และธุรกิจอื่น เพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกในการจัดการสต๊อกสินค้า ลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นให้กับองค์กรผู้ใช้เป็นอย่างมาก

รูปภาพ: AEC Enlist Co., Ltd

ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของ CiMSO จะครอบคุมการทำงานในหลายๆส่วนตั้งแต่ระบบการนำสินค้าเข้าและออก การโอนถ่ายสินค้าระหว่างคลังสินค้า จัดการสินค้าชำรุด แยกประเภทสินค้า เพื่อให้ข้อมูลนั้นถูกต้องและเป็นระบบมากที่สุดง่ายต่อการจัดการและทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมกระบวนการควบคุมสินค้าคงคลัง (สต๊อกสินค้า) ดังนี้

1. การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control System)

  • การรับ การจ่าย และการโอนวัตถุดิบและสินค้า (Stock IN/OUT and GCRV)
  • การโอนสต็อคระหว่างแผนกการโอนระหว่างสาขา (Stock Transfer)
  • การตรวจนับ สินค้าคงคลัง (Stock Take)
  • การปรับยอดรายการคงเหลือ (Stock Adjustment)
  • รายงาน สินค้าคงเหลือ (Quality On Hand) ทั้งแบบผลรวม และแจกแจงรายการ
  • รายงาน สินค้าหมดอายุ หรือ สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Dead Stock and Non-Movement Stock Report)

2. การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ (Material Requirement Planning : MRP)

3. การวางแผนและควบคุมการผลิต (Planning and Production Control System)

  • คำนวนสูตรการผลิต (Bill Of Material, BOM)
  • จัดทำแผนการสั่งซื้อ (Purchase Plan)
  • จัดทำแผนการผลิต (Production Plan)

4. การจัดการงานสั่งซื้อ (Purchasing Control System)

  • การออกใบขอซื้อ (PR) และการออกใบสั่งซื้อ (PO) และการสั่งสินค้าระหว่างคลัง (IPR)
  • การบันทึกรับ-จ่าย วัตถุดิบ และบันทึกรับเอกสารใบกำกับภาษี (Supplier Invoice)
  • รายงานรับวัตถุดิบคงค้าง (PO Outstanding Report)
  • รายงานภาษีซื้อ (Purchase TAX Report)

5. การจัดการงานขาย และการส่งมอบ (Sales and Delivery Control System)

  • การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Order Receiving)
  • การวางแผนการจัดส่งสินค้า (Delivery Planning)
  • การจองสินค้าสำหรับส่งให้ลูกค้า (Stock Reservation)
  • การออกใบส่งของ (Delivery Note) และใบกำกับภาษี (Invoice Issue)
  • รายงานสินค้าค้างส่ง (Sale Order Balance Report)
  • รายงานขาย (Sale Report)
  • รายงานภาษีขาย (Sale Tax Report)

6. ระบบบาร์โค้ด (Barcode System)

  • การสแกนรับ จ่าย และโอนย้าย วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Receiving Issue and Transfer)
  • การสแกนเพื่อตรวจนับ วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Physical Stock Checking)

ข้อดีของการเลือกใช้ CiMSO STOCKmanager – Inventory & procurement software

  • เราพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ (System Development) ลูกค้า
  • ซอฟต์แวร์ของเราสามารถจัดโครงสร้างของคลังสินค้าได้หลากหลายตามนโยบายของบริษัท
  • รองรับการทำงานหลายภาษา
  • มีการบันทึกข้อมูลการแก้ไขเอกสาร (Audit) และสามารถเรียกดูรายการแก้ไขเอกสาร (Log) ได้
  • รองรับการกำหนดเงื่อนไขในการโอนสินค้าหรือการเติมเต็มสินค้าระหว่างคลังสินค้า
  • สามารถทำระบบบัญชีรวมศูนย์ หรือจะแยกสำหรับแต่ละคลังก็ได้
  • มีรายงานทุกขั้นตอน

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมที่ใช้ Channel Manager แล้ว ทำไมถึงต้องมี Hotel PMS ด้วย

มีหลาย ๆ โรงแรมสอบถามผมว่า ถ้าหากทางดรงแรม ที่พัก มีการใช้ Channel Manager แล้ว จำเป็นหรือไม่ที่จะยังต้องมี Hotel PMS อีก วันนี้เราจะมาแยกความแตกต่างของ Channel Manager กับ Hotel PMS และมาดูกันว่าเราควรเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งสองอย่าง และแบบไหนที่ส่งผลดีกับโรงแรมของเรามากที่สุดกันครับ

Channel Manager คืออะไร

Channel Manager คือ โปรแกรมที่ช่วยในการจัดสรรช่องทางการขายห้องพัก ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของโรงแรม ห้องพัก มีความสะดวกในการขายห้องพักไปยัง Online OTAs อย่างพวก Agoda, Booking ได้ง่ายและทำให้ลดปัญหาข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้อง โดยหลักการทำงานของ Channel Manager เป็นการรวมจำนวนห้องพักไว้เป็นกองกลาง หรอืที่เรียกว่า Pool Inventory และระบบจะทำการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายที่โรงแรม ที่พัก ได้สร้างไว้กับ เอเจ้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Booking.com, Ctrip, Expedia, Hotels.com เป็นต้น และรวมไปถึงเว็บไซต์ของโรงแรมเอง

Hotel PMS คืออะไร

Hotel PMS ย่อมาจาก Property Management System คือ ระบบที่ครอบคลุมการบริหารจัดการงานโรงแรมส่วนหน้า (Front Office) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ แคชเชียร์ การจอง แม่บ้าน ข้อมูลลูกค้า การรายงาน และอื่น ๆ (Reservation, Check-in & Check-out, Rate Management, Account Processing, Housekeeping)

เลือก Channel Manager หรือ PMS ดี

โรงแรม ที่พัก ขนาดเล็ก ที่มีจำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง และ Traffic ไม่มาก หรือเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่ใช่ Chain Hotels มักจะมองว่าระบบ PMS ยังไม่จำเป็น เพราะยังสามารถจดมือ หรือใช้ Excel บริหารจัดการได้อยู่ เจ้าของโรงแรม ที่พัก ก็มักจะเลือกใช้เพียง Channel Manager เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อเถอะว่าผู้บริหาร ยุคใหม่ ที่ต้องการเวลา เพื่อไปพัฒนาหรือขยายกิจการ และไม่ต้องการฝากกิจการไว้กับพนักงานโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวขององค์กรได้ จะพยายามหาระบบ PMS มาใช้ควบคู่ไปกับการขายห้องพักผ่าน Channel Manager  (ซึ่งหลายครั้งจะเลือกระบบ PMS ที่รองรับกับแผนการพัฒนา/ขยายกิจการ เช่น เพิ่มบริการสปา, ร้านอาหาร หรือการขยายสาขา เป็นต้น) เพราะลึก ๆ แล้ว ทุกคนที่ทำธุรกิจ ไม่มีใครที่ไม่ต้องการให้ธุรกิจของตัวเองมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับการมีเวลาไปพัฒนา/ขยายกิจการของตัวเอง ดังนั้น ตั้งแต่เริ่ม ที่คิดว่าจะทำโรงแรม หรือรับช่วงต่อกิจการโรงแรม ที่พัก จากที่บ้าน งบประมาณแรก ๆ ที่คุณต้องกันไว้ นั่นคือ งบของระบบจัดการโรงแรมที่เหมาะกับองค์กร

ส่วนโรงแรมขนาด 50 ห้องขึ้นไป ส่วนมาก มักจะเลือกใช้ทั้ง Channel Manager และ PMS ควบคู่กันไป และมักจะเลือก ระบบ Channel Manager ของเจ้าทีมี PMS ด้วย เนื่องจากระบบทั้ง 2 จะทำงานควบคู่กัน ทำให้พนักงานโรงแรมทำงานสะดวกขึ้น มีมาตรฐานและลดการทำงานที่ผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

มีแต่ Channel Manager แล้วควรมี PMS ด้วย

การเลือกใช้ Channel Manager ที่ดี ควรจะเลือกอันที่เป็นระบบซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ OTAs เข้ากับ PMS ที่โรงแรมใช้จัดการห้องพักและราคาอยู่ เพราะ เมื่อ Channel Manager มีการเชื่อมต่อกับ PMS แล้ว ระบบ Channel Manager จะช่วยอัพเดตข้อมูลของโรงแรมโดยอัตโนมัติในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตราคา อัพเดทจำนวนห้องเปิดให้จองและข้อมูลการจอง ข้อดีของการเชื่อมต่อระหว่าง Channel Manager กับ PMS นอกจากจะช่วยให้ห้องพีกของเราได้มีการขายออกไปได้ง่าย ไว และสะดวก ซึ่งเพิ่มรายได้ให้กับทางโรงแรม ห้องพัก แล้ว การเชื่อมต่อนี้ยังช่วยลดปัญหาการจองเกินจำนวนจัดสรรได้เช่นกัน (Overbookings) เพราะเมื่อห้องพักถูกจอง ระบบก็จะลบข้อมูลดังกล่าวออกจากช่องทางออนไลน์อื่นโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เมื่อคุณต้องการเลือกใช้ Channel Manager จากผู้ให้บริการระบบเจ้าใดสักเจ้าหนึ่ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบ PMS / Front Office ด้วย เนื่องจากการเลือกใช้ระบบจากผู้ให้บริการเดียวกันนอกจากระบบจะเสถียรกว่าการแยกระบบแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อให้กับโรงแรมด้วย (ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ INNkeeper ซึ่งเป็นระบบจัดการโรงแรมที่มีทั้ง Front/Back Office + Channel Manager และยังสามารถ integrate ไปยังระบบอื่นๆ เช่น RESTaurateur, SPAscheduler, Golfmanager เป็นต้น)

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com