วีธีรับมือ เมื่อเจอลูกค้าโรงแรมที่ไม่พึงประสงค์

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้าโรงแรม/แขกที่มาพักเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเรื่องหนึ่งของการดำเนินงานโรงแรม และมีผลโดยตรงต่อความพอใจของแขก (Guest Satisfaction) พนักงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับแขกจึง  จำเป็นที่จะต้องได้รับการฝึกอบรมให้สามารถแก้ปัญหาของแขกได้เป็นส่วนใหญ่

การทำงานของ  โรงแรมก็จะมีลักษณะเป็นการทำงานแบบเป็นทีม  เพราะทุกคนจะมีเป้าหมายร่วมกัน  คือ ทำอย่างไรให้แขกมีความพอใจ ดังนั้น โรงแรม จึงควรฝึก ให้พนักงานมีความรู้ ความมั่นใจ และเรียนรู้ว่าเวลาแขกมาสอบถามหรือขอความช่วยเหลือ  ควรจะต้องตอบสนองอย่างไร  เมื่อพนักงานได้เรียนรู้ทักษะในการแก้ปัญหาของแขกอย่างได้ผล  และมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานในลักษณะนี้  เขาก็จะเกิดความมั่นใจซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อเผชิญกับปัญหา  เมื่อพนักงานเริ่มเห็นว่าความพยายามของเขาในการแก้ปัญหาบังเกิดผลดี เขาก็จะมีกำลังใจ และกล้าเป็นผู้ริเริ่มในการแก้ปัญหาเวลาต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ ๆ ในอนาคต  แทนที่จะเดินหนีหรือหาทางหลบไปเวลามีปัญหา

กระบวนการแก้ปัญหาเกี่ยวกับแขกมีขั้นตอนสำคัญอยู่ 4 ขั้น ดังนี้

  1. รับฟังปัญหาของแขกโดยไม่ขัดจังหวะ ซึ่งจะต้องตั้งใจฟังและฟังอย่างเดียว โดยอาจตอบว่า “I understand (ผม/ดิฉัน เข้าใจ)” หรือ “I can see why you’re upset (ผม/โน เข้าใจแล้วว่าทำไมท่านจึงหัวเสีย)” เพื่อให้แขกได้ระบายความรู้สึก ความโกรธ ซึ่งหากพนักงานตั้งใจฟังก็จะทำให้แขกสงบลง และลดความหงุดหงิดลงได้ เมื่อแขกได้พูดเรื่องที่เขาอยากพูดแล้ว  พนักงานควรจะถามเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเข้าใจปัญหาของแขกอย่างแท้จริง  และควรจะจดบันทึกปัญหาของแขกด้วย  การจดบันทึกอย่างนี้ทำให้แขกรู้สึกว่าเราสนใจที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ และพร้อมกันนั้นก็ช่วยให้เราจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย
  2. กล่าวคำขอโทษและแสดงให้แขกเห็นว่าเราเข้าใจเขา โดยจะต้องขอโทษแขกโดยไม่พูดตำหนิใคร รวมถึง ขอบคุณแขกที่มาบอก ซึ่งช่วยให้โรงแรมได้ทราบเรื่องนั้น
  3. เสนอทางแก้ปัญหาหลายแบบและดูว่าแขกชอบแบบไหน ในการแก้ปัญหาให้แขก พนักงานจำเป็นต้องรู้ว่ามีทางเลือกอะไรบ้างที่พอจะเสนอให้แขกบ้าง ซึ่งจะช่วยให้แขกรู้สึกว่าเขามีทางเลือกอยู่บ้าง และพนักงานก็จะรู้ได้ว่าแขกชอบทางเลือกไหนมากที่สุด
  4. ติดตามผล เพื่อให้แขกมั่นใจว่าคุณมีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยสอบถามจากแขกว่าปัญหานั้นได้รับการแก้ไขหรือยังภายในกรอบเวลาที่ตกลงไว้

ขั้นตอนแต่ละขั้นจะสร้างเสริมทักษะที่จำเป็นต้องเรียนรู้และนำมาใช้เวลาแก้ปัญหาแก่พนักงาน  เมื่อพนักงานมีทักษะที่จำเป็นเหล่านี้เขาก็จะเห็นว่าปัญหาที่เผชิญหน้าอยู่นั้นเป็นโอกาสที่จะได้ให้บริการแก่แขก  การแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีอย่างนี้จะช่วยป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามไปจนกลายเป็นความไม่พอใจอย่างใหญ่โต  ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ  แล้วตอนต้นแขกเพียงต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

วิธีให้บริการเพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าโรงแรม

งานโรงแรมเป็นงานบริการ ทุกตำแหน่งพนักงานของโรงแรมควรเป็นบุคคลที่มีมนุษยวัมพันธ์ดีและมีใจให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำแหน่งที่จะต้องพูดคุยให้ข้อมูลกับแขก วิธีสร้างความประทับใจให้กับแขก ทำได้ไม่ยากและเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่คนโรงแรมอย่างเราควรทำให้ได้ ดังนี้

  1. ทักทาย

การกล่าวคำทักทายเมื่อพบลูกค้าและกล่าวคำอำลาเมื่อลูกค้าออกจากโรงแรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อลูกค้ากลับไปก็จะจดจำว่าพนักงานโรงแรมนี้มีอัธยาศัยดี และให้การดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าอยากแนะนำโรงแรมนี้ให้กับคนรู้จักต่อไป

  1. จดจำชื่อ

มีหลายวิธีที่ใช้ในการจดจำลูกค้า เช่น จากรูปร่าง ลักษณะภายนอก จุดเด่นของ ซึ่งหากคุณสามารถจำชื่อลูกค้าและเรียกชื่อลูกค้าได้ในครั้งที่ 2 ที่คุณพบเจอกับลูกค้า ลูกค้าจะดีใจและรู้สึกเป็นคนสำคัญเมื่อคุณสามารถเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้อง

  1. รอบรู้ ให้ข้อมูลได้

นอกจากการอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมแล้ว คุณควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโรงแรม หรือจังหวัดที่โรงแรมคุณตั้งอยู่ ที่กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง เส้นทาง และการเดินทาง เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้ามักจะสอบถามเป็นประจำ

  1. บันทึกข้อมูลและความต้องการของลูกค้า

การบันทึกไว้ว่าลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และต้องการอะไรเป็นพิเศษไว้ในระบบคอมพิวเตอร์  เมื่อลูกค้ากลับมาใช้บริการในครั้งต่อไป ลูกค้าก็จะประทับใจที่คุณเอาใจใส่ความต้องการของเขาโดยที่ไม่ต้องบอกซ้ำ

  1. ไม่รับปาก

หากคุณไม่มันใจว่าจะทำสิ่งที่ลูกค้า/แขกร้องขอได้ อย่ารับปากหรือตอบคำถาม สิ่งที่คุณควรทำคือการบอกกับลูกค้าอย่างสุภาพว่า ขอตรวจสอบกับผู้จัดการสักครู่ จากนั้นได้คำตอบ อย่างไรให้รีบแจ้งลูกค้าโดยเร็ว

เป็นอย่างไรบ้างครับ วิธีให้บริการเพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าโรงแรม 5 ข้อสั้นๆ เท่านั้น แต่เป็น 5 ข้อสั้นๆที่สำคัญและย่อมทำให้แขกที่มาพักโรงแรมของคุณต้องประทับใจอย่างแน่นอน

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

ตำแหน่งผู้จัดการโรงแรม (Hotel Manager)

ผู้จัดการโรงแรม (hotel Manager) มีการบริหารจัดการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของเจ้าของโรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องที่พักและอาหาร ผู้จัดการโรงแรมควรจะผ่านการฝึกอบรมวิชาการบริหารจัดการโรงแรม ควบคุมดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเพื่อให้การบริการเป็นที่พอใจแก่ลูกค้า ปรับปรุงการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานของฝ่ายต่าง ๆ

ตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมนี้ ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากการว่าจ้างบุคลากรในอาชีพนี้ต้องการผู้มีประสบการณ์ในการบริหารงานโรงแรมมาแล้ว เป็นอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง อดทน และต้องบริหารงานตลอด 24 ชั่วโมง อัตราเงินเดือนขึ้นอยู่กับขนาดของโรงแรม และอาชีพนี้ได้รับผลประโยชน์อย่างอื่นเป็นสวัสดิการ โบนัส และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

คุณสมบัติของผู้จัดการโรงแรม

การเป็นผู้จัดการโรงแรมในระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาวนั้น ควรเป็นผู้มีประสบการณ์มากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หรืออยู่ในฝ่ายการจัดการระดับผู้บริหารอย่างน้อยเป็นเวลาประมาณสิบห้าถึงยี่สิบปี การเริ่มต้นทำงานในขั้นแรกผู้ที่รักอาชีพทางด้านนี้จะต้องมี คุณสมบัติ ดังนี้

  1. ปริญญาตรีสาขาด้านการบริหารโรงแรมหรือสูงกว่า
  2. มีความรู้ภาษาอังกฤษดี
  3. มีมนุษยสัมพันธ์ดี รักอาชีพบริการ
  4. มีปฏิภาณไหวพริบดี เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ทันทีเมื่อเกิดการผิดพลาดในการสื่อสาร
  5. สามารถทำงานล่วงเวลา
  6. มีความอดทน อดกลั้น ใจเย็นอย่างสูง
  7. เป็นคนเปิดกว้างเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง และ ไม่เหยียดผิวพรรณเชื้อชาติ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพของ ผู้จัดการโรงแรม

ผู้จัดการโรงแรมที่ทำงานในโรงแรมอิสระ หรือ Independent Hotel ซึ่งเจ้าของและเครือญาติบริหารกันเองโดยจ้างมืออาชีพมาบริหารจัดการ จะมีความยุ่งยากในการบริหารแบบเส้นสายของญาติเจ้าของพอสมควร โรงแรมแบบนี้เหมาะกับผู้จัดการโรงแรมที่ชื่อนชอบในการบริหารจัดการทีมงานอย่างรวดเร็ว มีอิสระ แต่ผู้จัดการดรงแรมที่เลือกทำงานในโรงแรมเครือช่าย   (Chain Hotel) ซึ่งจะจ้างระดับผู้บริหารในอัตราเงินเดือนสูงมาก รวมทั้ง สวัสดิการ โบนัส ตลอดจนสิทธิพิเศษอื่นๆ และผลประโยชน์ตอบแทนเหนือกว่าโรงแรมประเภทอิสระ จะมีมาตรฐานในการทำงานสูง และมีความก้าวหน้าในการทำงานในระดับสากล เพราะถ้าผู้จัดการหรือผู้บริหารมีความสามารถ เพราะอาจได้รับการส่งเสริมให้บริหารโรงแรมในเครือข่ายในประเทศอื่น ๆ

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

การเลือกจ้างพนักงานเสิร์ฟอาหาร

ร้านอาหาร จะสมบูรณ์แบบไม่ได้หากขาดคนปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน หรือหลังร้าน พนักงานทุกตำแหน่งล้วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป และแต่ละตำแหน่งก็ต้องการประสบการณืทำงานที่แตกต่างกันไป เช่น ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว กับตำแหน่งผู้จัดการ เป็นตำแหน่งที่ควรมีประสบการณ์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆอาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์มากนัก ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่สามารถหาคนทดแทนได้งาน วันนี้เรามาดูวีธีการเลิอกจ้างพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารกันครับ

พนักงานเสิร์ฟอาหาร เป็นพนักงานที่จะต้องพบเจอลูกค้า ดังนั้น พนักงานเสิร์ฟอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับร้านอาหาร ร้านที่มีพนักงานเสริฟอาหารที่มีบุคลิกภาพดี ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ทำงานกระฉับกระเฉง แคล่วคล่องว่องไว จะทำให้บรรยากาศของร้านอาหารดูมีชีวิตชีวา ส่งผลให้ลูกค้าในร้านรู้สึกถึงความเป็นมิตรและมีความพอใจในการให้บริการของร้านอาหาร

นอกจากนั้น พนักงานเสิร์ฟอาหาร ควรจะต้องเป็นคนที่ฉลาดตอบคำถาม  ฉลาดให้ข้อมูลและมีความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ เช่น หากลูกค้าถามว่าอาหารจากนี้ใช้อะไรทำ รสชาติเป็นอย่างไร หากพนักงานได้แต่ทำหน้า งง หรือตอบว่า ไม่รู้ แล้วไม่พยายามไปหาคำตอบมาตอบคำถามให้ลูกค้าอีกด้วย

Serviced Mind หรือหัวใจบริการ คือปัจจัยหลักในการเลือกพนักงานเสิร์ฟ พนักงานเสิร์ฟที่ดีต้องมีคุณสมบัติรักการให้บริการ ยิ้มแย้ม จดจำลูกค้าได้และสามารถเชียร์ขายได้ทันที นอกจากนั้น การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่สามก็สำคัญในยุคปัจจุบัน หากทำเลที่ตั้งของร้านอาหารและกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ เราก็ควรจะเลือกพนักงานเสิร์ฟที่มีความสามารถทางภาษา รวมถึงเทรนการใช้บทสนทนาขั้นพื้นฐานให้พนักงานไว้บ้าง อย่างน้อย 1 ถึง 2 คน เผื่อต้อนรับบริการลูกค้าชาวต่างชาติ ทางร้านจะได้ไม่พลาดโอการในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสในการขาย

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

ข้อดีของการทำงานโรงแรม

งานโรงแรม เป็นงานบริการลูกค้า (Customer Service) เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ผู้ที่เลือกทำงานโรงแรม จะต้องมีความสามารถทางด้านจิตใจสูง เพราะต้องมีใจรัก เกี่ยวกับงานบริการและมีความอดทนเป็นเลิศครับ วันนี้ Jobnsure ขอนำเสนอ ข้อดีของการทำงานโรงแรม

  1. ได้พบเจอผู้คนตลอดเวลา

ข้อดีข้อแรก ถุกใจขาเม้าและคนรักงานบริการ ก็คือ การได้พบผู้คน มากหน้าหลายตา และทั้งแขกที่มาเข้าพักและการทำงานรวมกับคนจากแผนกอื่นๆ ในโรงแรมที่ต้องติดต่อประสานงานด้วย การเจอผู้คนหลายแบบจึงทำให้ได้ปรับตัวและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ  เป็นการเปิดโลก สร้างคอนเนคชั่นที่อาจได้ใช้ในอนาคต รวมถึงรู้จักรับมือคนในรูปแบบต่างๆ

  1. สวัสดิการอาหารฟรี

หนึ่งในสวัสดิการที่พนักงานโรงแรมได้รับ คือ “อาหารฟรี” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะบริการอาหารให้ทั้งหมด 4 มื้อ โดยไม่ใช่แค่มื้อเที่ยงเท่านั้นนะครับ โดยระหว่างทำงานจะสามารถพักกินข้าวได้ 2 มื้อ หรือใครมีเวลาว่างที่จะทาน 3 มื้อ ก็สามารถทานได้  อย่างเช่น ถ้าคุณเข้ากะเช้าตั้งแต่ 7.00 – 17.00 น. นั่นหมายความว่าคุณสามารถกินข้าวก่อนเข้างาน พักเที่ยง และก่อนกลับบ้านได้อีกด้วย การได้ทานข้าวฟรีเมื่อมาคำนวณแล้ว ก็ทำให้เดือนๆ หนึ่งประหยัดเงินค่าอาหารที่ต้องเสียเป็นประจำได้มากทีเดียว

  1. นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังได้ Service Charge อีก

งานโรงแรมมีหลายตำแหน่งนะครับ บางตำแหน่งไม่ได้ Service Charge แต่ก็มีอีกหลายตำแหน่งที่ได้ Service Charge ซึ่งจริงๆแล้วก็คือค่า commission นั่นเองครับ ค่า Service charge เป็นค่าบริการที่โรงแรมชาร์ตเพิ่มมาจากแขกที่มาพักหรือมาใช้บริการกับทางโรงแรม (โดยส่วนมากคือ 10% ของค่าบริการต่างๆที่แขกใช้บริการ) หากเป็นโรงแรมใหญ่ๆแล้ว ค่า Service Charge ก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว หลายโรงแรมได้ตั้งแต่ 15,000 – 40,000 บาทเลยครับ

  1. เป็นงานที่สามารถสะสมวันหยุดไว้เที่ยว

คนที่ทำงานโรงแรมจะมีวันหยุดที่มาเหมือนคนทำงานทั่วไป เพราะช่วงวันหยุดจะเป็นช่วงที่คนมาใช้บริการมากที่สุด ถือเป็นช่วงทำรายได้ของธุรกิจ ทำให้ช่วงที่คนปกติได้หยุดนั้น คนทำงานโรงแรมต้องทำงานครับ แต่ข้อดีของการทำงานอย่างต่อเนื่องก็คือ คนทำงานโรงแรมจะสามารถนำวันหยุดเหล่านั้น เก็บเอาไปใช้วันอื่นได้ ซึ่งส่วนมากสามารถสะสมไปใช้ได้ภายใน 1 ปี ตามกฎหมายแรงงานครับ

  1. ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ (เฉพาะบางโรงแรม)

งานในโรงแรม จะแบ่งเป็น งานฝ่ายบริหาร (management) และ งาน ฝายปฏิบัติการ (operation) ฝ่ายบริหารก็คือพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นหลัก เช่น sales , บัญชี , ฝ่ายบุคคล เป็นต้น โดยพนักงานเหล่านี้จะทำงานเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป โดยทำงานตั้งแต่วัน จันทร์-ศุกร์ ซึ่งก็คือ 5 วัน และหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ส่วนฝ่ายปฏิบัติการ จะได้หยุด 2 วันต่อสัปดาห์เช่นกัน แต่วันที่ได้หยุดอาจจะไม่ใช่วันเสาร์และอาทิตย์ เพราะต้องขึ้นอยู่กับการจัดตารางงานของหัวหน้า และในบางครั้งเราสามารถขอเลือกวันหยุดได้ หากตารางงานเอื้ออำนวย

  1. ที่พักฟรี (เฉพาะบางโรงแรม)

การทำงานโรงแรมในบางที่จะมีที่พักให้ฟรี โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัด ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แต่ห้องที่ทางโรงแรมจัดให้พนักงานเข้าพักมักจะจัดให้อยู่สองคน ทำให้ต้องอยู่ร่วมห้องกับพนักงานด้วยกันส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวน้อยลง แต่เมื่อมาคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายและตัดปัญหาเรื่องการเดินทางออกไปแล้วก็ถือว่าคุ้มมาก เพราะช่วยลดค่าใช้จ่าย แถมยังเดินทางได้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาไป – กลับ

  1. ไม่ต้องคิดมาเรื่องการแต่งตัว

ข้อนี้ถือว่าดีมาก สำหรับพนักงานผญิง เพราะไม่ต้องเสียทั้งเงินและเวลาในการเลือกเสื้อผ้า เพราะโรงแรมจะมีชุดยูนิฟอร์มประจำตำแหน่งให้ ถึงเวลามาทำงานก็ใส่ Uniform มาทำงานได้เลย

  1. สวัสดิการดีไม่แพ้อาชีพอื่น

งานโรงแรม ก็ถือเป็น งานประจำ ตามความหมายของกรมแรงงาน ดังนั้น พนักงานโรงแรม ทุกตำแหน่ง มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคม หากโรงแรมมีมาตรการเรื่องการประกันกลุ่ม ก็สามารถได้ประกันไปด้วย นอกจากนั้นยังมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ วันหยุดประจำปี ลากิจ ลาป่วย ลาคลอด อาชีพพนักงานโรงแรมก็มีครบ ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาชีพอื่นเลย และยิ่งอายุงานมาก การเลื่อนขั้นและวันหยุดก็จะได้ตามอายุงานเช่นกัน

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

ตัวอย่างเรซูม่ ตำแหน่ง Hotel Front Desk Receptionists

แผนกต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) เป็นตำแหน่งพนักงานต้อนรับที่มีหน้าที่ทำให้แขกผู้เข้าพักรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและผ่อนคลาย Hotel Front Desk Receptionists รับผิดชอบในขั้นตอนการเช็คอิน (check-in) การเรียกเก็บเงินและการแก้ไขข้อร้องเรียนใดๆ ที่มาจากลูกค้า ผู้ที่ต้องการสมัครงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) จะต้องแสดง ทักษะในการให้บริการลูกค้าด้วยความสภาพ ความสามารถในการสื่อสาร และควรมีทักษะไอทีพื้นฐาน เพราะควรจะต้องใช้ ระบบบริหารจัดการโรงแรม ได้อย่างคล่องแค่ว นอกจากนั้น ควรมีจรรยาบรรณในการใช้โทรศัพท์และทักษะการเขียนที่ดี ผู้สมัครส่วนใหญ่จะจบหลักสูตรการจัดการโรงแรม หรือแม้ไม่ได้จบหลักสุตรนี้ แต่ก็มักจะมีประสบการณ์ทำงานในโรงแรมมาก่อน ทำให้รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งพนักงานแผนกต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) เป็นอย่างดี

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

มารู้จักตำแหน่ง Concierge ของโรงแรม กัน

แม้ว่าช่วงโควิด-19 จะใผลต่อธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างมาก ทำให้หลายโรงแรมต้องปิดตัวลงชั่วคราว แต่ Jobnsure ของเราเชื่อมั่นว่า เมื่อโควิด-19ลาจากไป การท่องเที่ยวและการสังสรรจะกลับมาอย่างรวดเร็ว งานโรงแรมนี่แหละ จะกลับมาบูมและมีความต้องการจ้างงานสูงอย่างแน่นอน ใครชอบงานบริการหรือชอบพบปะคนเยอะๆ ล่ะก็ เตรียมพร้อมสมัครงานโรงแรมกันเลยครับ

วันนี้ Jobnsure จะมาแนะนำตำแหน่ง Concierge ของโรงแรม ให้ผู้ที่สนใจงานโรงแรมรู้จักครับ

คำว่า Concierge เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “คอนเซียช” แต่ภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “กอง-ซี-แอช” คือ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและคอยคอยช่วยเหลือลูกค้าในโรงแรมครับ

Concierge Service ถือเป็นบริการอันเป็นที่คุ้นเคยอย่างดียิ่งสำหรับผู้ที่นิยมใช้บริการของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่ให้บริการประหนึ่งผู้ช่วยพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพี ในการจัดการหรือดำเนินการกิจธุระสำคัญต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในช่วงที่พักอาศัยในโรงแรมให้ได้รับความสุขสูงสุด

โดยส่วนมาก Concierge หรือ ผู้ช่วยพิเศษ จะดำเนินการจัดการทั่วไปตามที่ได้รับมอบหมายจากแขกที่เข้าพักโรงแรม เช่นบริการติดต่อสำรองห้องพักโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน บริการจัดหารถเช่าและแท็กซี่สาธารณะ บริการจองตั๋วภาพยนตร์และบัตรคอนเสิร์ต บริการจองสนามกอล์ฟและจองเวลาทีออฟ บริการจองโต๊ะและสถานที่สำหรับสถานบันเทิงต่างๆ บริการจัดซื้อรายการอาหารในห้างสรรพสินค้า บริการสั่งดอกไม้ รวมถึงการให้บริการค้นหาและจัดส่งของไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ยากลำบากต่อการค้นหา เป็นต้น

คุณสมบัติที่เหมาะสมกับการสมัครงาน ตำแหน่ง Concierge คือดังนี้

  • มีความสามารถภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม
  • มีทักษะการสื่อสารที่ดีมาก
  • สุภาพและมีความมั่นใจ
  • รักงานบริการ ชอบช่วยเหลือผู้คน
  • สามารถทำงานได้หลากหลายและจัดการเวลาได้
  • จบการศึกษาอย่างน้อยระดับมัธยมปลาย หากจบปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

สำหรับค่าแรงของอาชีพนี้ ในต่างประเทศมักคิดเป็นรายชั่วโมง คือตกประมาณ 13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่หากเป็นโรงแรมระดับหรูก็จะได้มากกว่านี้แน่นอน ตำแหน่ง Concierge ในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว สามารถมีเงินเดือน 30,001 – 40,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและโลเกชั่นการทำงาน

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com