การเลือกจ้างพนักงานเสิร์ฟอาหาร

ร้านอาหาร จะสมบูรณ์แบบไม่ได้หากขาดคนปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน หรือหลังร้าน พนักงานทุกตำแหน่งล้วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป และแต่ละตำแหน่งก็ต้องการประสบการณืทำงานที่แตกต่างกันไป เช่น ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว กับตำแหน่งผู้จัดการ เป็นตำแหน่งที่ควรมีประสบการณ์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆอาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์มากนัก ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่สามารถหาคนทดแทนได้งาน วันนี้เรามาดูวีธีการเลิอกจ้างพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารกันครับ

พนักงานเสิร์ฟอาหาร เป็นพนักงานที่จะต้องพบเจอลูกค้า ดังนั้น พนักงานเสิร์ฟอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับร้านอาหาร ร้านที่มีพนักงานเสริฟอาหารที่มีบุคลิกภาพดี ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ทำงานกระฉับกระเฉง แคล่วคล่องว่องไว จะทำให้บรรยากาศของร้านอาหารดูมีชีวิตชีวา ส่งผลให้ลูกค้าในร้านรู้สึกถึงความเป็นมิตรและมีความพอใจในการให้บริการของร้านอาหาร

นอกจากนั้น พนักงานเสิร์ฟอาหาร ควรจะต้องเป็นคนที่ฉลาดตอบคำถาม  ฉลาดให้ข้อมูลและมีความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ เช่น หากลูกค้าถามว่าอาหารจากนี้ใช้อะไรทำ รสชาติเป็นอย่างไร หากพนักงานได้แต่ทำหน้า งง หรือตอบว่า ไม่รู้ แล้วไม่พยายามไปหาคำตอบมาตอบคำถามให้ลูกค้าอีกด้วย

Serviced Mind หรือหัวใจบริการ คือปัจจัยหลักในการเลือกพนักงานเสิร์ฟ พนักงานเสิร์ฟที่ดีต้องมีคุณสมบัติรักการให้บริการ ยิ้มแย้ม จดจำลูกค้าได้และสามารถเชียร์ขายได้ทันที นอกจากนั้น การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่สามก็สำคัญในยุคปัจจุบัน หากทำเลที่ตั้งของร้านอาหารและกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ เราก็ควรจะเลือกพนักงานเสิร์ฟที่มีความสามารถทางภาษา รวมถึงเทรนการใช้บทสนทนาขั้นพื้นฐานให้พนักงานไว้บ้าง อย่างน้อย 1 ถึง 2 คน เผื่อต้อนรับบริการลูกค้าชาวต่างชาติ ทางร้านจะได้ไม่พลาดโอการในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสในการขาย

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

ข้อดีของการทำงานโรงแรม

งานโรงแรม เป็นงานบริการลูกค้า (Customer Service) เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ผู้ที่เลือกทำงานโรงแรม จะต้องมีความสามารถทางด้านจิตใจสูง เพราะต้องมีใจรัก เกี่ยวกับงานบริการและมีความอดทนเป็นเลิศครับ วันนี้ Jobnsure ขอนำเสนอ ข้อดีของการทำงานโรงแรม

  1. ได้พบเจอผู้คนตลอดเวลา

ข้อดีข้อแรก ถุกใจขาเม้าและคนรักงานบริการ ก็คือ การได้พบผู้คน มากหน้าหลายตา และทั้งแขกที่มาเข้าพักและการทำงานรวมกับคนจากแผนกอื่นๆ ในโรงแรมที่ต้องติดต่อประสานงานด้วย การเจอผู้คนหลายแบบจึงทำให้ได้ปรับตัวและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ  เป็นการเปิดโลก สร้างคอนเนคชั่นที่อาจได้ใช้ในอนาคต รวมถึงรู้จักรับมือคนในรูปแบบต่างๆ

  1. สวัสดิการอาหารฟรี

หนึ่งในสวัสดิการที่พนักงานโรงแรมได้รับ คือ “อาหารฟรี” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะบริการอาหารให้ทั้งหมด 4 มื้อ โดยไม่ใช่แค่มื้อเที่ยงเท่านั้นนะครับ โดยระหว่างทำงานจะสามารถพักกินข้าวได้ 2 มื้อ หรือใครมีเวลาว่างที่จะทาน 3 มื้อ ก็สามารถทานได้  อย่างเช่น ถ้าคุณเข้ากะเช้าตั้งแต่ 7.00 – 17.00 น. นั่นหมายความว่าคุณสามารถกินข้าวก่อนเข้างาน พักเที่ยง และก่อนกลับบ้านได้อีกด้วย การได้ทานข้าวฟรีเมื่อมาคำนวณแล้ว ก็ทำให้เดือนๆ หนึ่งประหยัดเงินค่าอาหารที่ต้องเสียเป็นประจำได้มากทีเดียว

  1. นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังได้ Service Charge อีก

งานโรงแรมมีหลายตำแหน่งนะครับ บางตำแหน่งไม่ได้ Service Charge แต่ก็มีอีกหลายตำแหน่งที่ได้ Service Charge ซึ่งจริงๆแล้วก็คือค่า commission นั่นเองครับ ค่า Service charge เป็นค่าบริการที่โรงแรมชาร์ตเพิ่มมาจากแขกที่มาพักหรือมาใช้บริการกับทางโรงแรม (โดยส่วนมากคือ 10% ของค่าบริการต่างๆที่แขกใช้บริการ) หากเป็นโรงแรมใหญ่ๆแล้ว ค่า Service Charge ก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว หลายโรงแรมได้ตั้งแต่ 15,000 – 40,000 บาทเลยครับ

  1. เป็นงานที่สามารถสะสมวันหยุดไว้เที่ยว

คนที่ทำงานโรงแรมจะมีวันหยุดที่มาเหมือนคนทำงานทั่วไป เพราะช่วงวันหยุดจะเป็นช่วงที่คนมาใช้บริการมากที่สุด ถือเป็นช่วงทำรายได้ของธุรกิจ ทำให้ช่วงที่คนปกติได้หยุดนั้น คนทำงานโรงแรมต้องทำงานครับ แต่ข้อดีของการทำงานอย่างต่อเนื่องก็คือ คนทำงานโรงแรมจะสามารถนำวันหยุดเหล่านั้น เก็บเอาไปใช้วันอื่นได้ ซึ่งส่วนมากสามารถสะสมไปใช้ได้ภายใน 1 ปี ตามกฎหมายแรงงานครับ

  1. ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ (เฉพาะบางโรงแรม)

งานในโรงแรม จะแบ่งเป็น งานฝ่ายบริหาร (management) และ งาน ฝายปฏิบัติการ (operation) ฝ่ายบริหารก็คือพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นหลัก เช่น sales , บัญชี , ฝ่ายบุคคล เป็นต้น โดยพนักงานเหล่านี้จะทำงานเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป โดยทำงานตั้งแต่วัน จันทร์-ศุกร์ ซึ่งก็คือ 5 วัน และหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ส่วนฝ่ายปฏิบัติการ จะได้หยุด 2 วันต่อสัปดาห์เช่นกัน แต่วันที่ได้หยุดอาจจะไม่ใช่วันเสาร์และอาทิตย์ เพราะต้องขึ้นอยู่กับการจัดตารางงานของหัวหน้า และในบางครั้งเราสามารถขอเลือกวันหยุดได้ หากตารางงานเอื้ออำนวย

  1. ที่พักฟรี (เฉพาะบางโรงแรม)

การทำงานโรงแรมในบางที่จะมีที่พักให้ฟรี โดยเฉพาะโรงแรมในต่างจังหวัด ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แต่ห้องที่ทางโรงแรมจัดให้พนักงานเข้าพักมักจะจัดให้อยู่สองคน ทำให้ต้องอยู่ร่วมห้องกับพนักงานด้วยกันส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวน้อยลง แต่เมื่อมาคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายและตัดปัญหาเรื่องการเดินทางออกไปแล้วก็ถือว่าคุ้มมาก เพราะช่วยลดค่าใช้จ่าย แถมยังเดินทางได้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาไป – กลับ

  1. ไม่ต้องคิดมาเรื่องการแต่งตัว

ข้อนี้ถือว่าดีมาก สำหรับพนักงานผญิง เพราะไม่ต้องเสียทั้งเงินและเวลาในการเลือกเสื้อผ้า เพราะโรงแรมจะมีชุดยูนิฟอร์มประจำตำแหน่งให้ ถึงเวลามาทำงานก็ใส่ Uniform มาทำงานได้เลย

  1. สวัสดิการดีไม่แพ้อาชีพอื่น

งานโรงแรม ก็ถือเป็น งานประจำ ตามความหมายของกรมแรงงาน ดังนั้น พนักงานโรงแรม ทุกตำแหน่ง มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคม หากโรงแรมมีมาตรการเรื่องการประกันกลุ่ม ก็สามารถได้ประกันไปด้วย นอกจากนั้นยังมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ วันหยุดประจำปี ลากิจ ลาป่วย ลาคลอด อาชีพพนักงานโรงแรมก็มีครบ ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาชีพอื่นเลย และยิ่งอายุงานมาก การเลื่อนขั้นและวันหยุดก็จะได้ตามอายุงานเช่นกัน

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

ตัวอย่างเรซูม่ ตำแหน่ง Hotel Front Desk Receptionists

แผนกต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) เป็นตำแหน่งพนักงานต้อนรับที่มีหน้าที่ทำให้แขกผู้เข้าพักรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและผ่อนคลาย Hotel Front Desk Receptionists รับผิดชอบในขั้นตอนการเช็คอิน (check-in) การเรียกเก็บเงินและการแก้ไขข้อร้องเรียนใดๆ ที่มาจากลูกค้า ผู้ที่ต้องการสมัครงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) จะต้องแสดง ทักษะในการให้บริการลูกค้าด้วยความสภาพ ความสามารถในการสื่อสาร และควรมีทักษะไอทีพื้นฐาน เพราะควรจะต้องใช้ ระบบบริหารจัดการโรงแรม ได้อย่างคล่องแค่ว นอกจากนั้น ควรมีจรรยาบรรณในการใช้โทรศัพท์และทักษะการเขียนที่ดี ผู้สมัครส่วนใหญ่จะจบหลักสูตรการจัดการโรงแรม หรือแม้ไม่ได้จบหลักสุตรนี้ แต่ก็มักจะมีประสบการณ์ทำงานในโรงแรมมาก่อน ทำให้รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งพนักงานแผนกต้อนรับของโรงแรม (Hotel Front Desk Receptionists) เป็นอย่างดี

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

มารู้จักตำแหน่ง Concierge ของโรงแรม กัน

แม้ว่าช่วงโควิด-19 จะใผลต่อธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างมาก ทำให้หลายโรงแรมต้องปิดตัวลงชั่วคราว แต่ Jobnsure ของเราเชื่อมั่นว่า เมื่อโควิด-19ลาจากไป การท่องเที่ยวและการสังสรรจะกลับมาอย่างรวดเร็ว งานโรงแรมนี่แหละ จะกลับมาบูมและมีความต้องการจ้างงานสูงอย่างแน่นอน ใครชอบงานบริการหรือชอบพบปะคนเยอะๆ ล่ะก็ เตรียมพร้อมสมัครงานโรงแรมกันเลยครับ

วันนี้ Jobnsure จะมาแนะนำตำแหน่ง Concierge ของโรงแรม ให้ผู้ที่สนใจงานโรงแรมรู้จักครับ

คำว่า Concierge เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “คอนเซียช” แต่ภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “กอง-ซี-แอช” คือ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและคอยคอยช่วยเหลือลูกค้าในโรงแรมครับ

Concierge Service ถือเป็นบริการอันเป็นที่คุ้นเคยอย่างดียิ่งสำหรับผู้ที่นิยมใช้บริการของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่ให้บริการประหนึ่งผู้ช่วยพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพี ในการจัดการหรือดำเนินการกิจธุระสำคัญต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในช่วงที่พักอาศัยในโรงแรมให้ได้รับความสุขสูงสุด

โดยส่วนมาก Concierge หรือ ผู้ช่วยพิเศษ จะดำเนินการจัดการทั่วไปตามที่ได้รับมอบหมายจากแขกที่เข้าพักโรงแรม เช่นบริการติดต่อสำรองห้องพักโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน บริการจัดหารถเช่าและแท็กซี่สาธารณะ บริการจองตั๋วภาพยนตร์และบัตรคอนเสิร์ต บริการจองสนามกอล์ฟและจองเวลาทีออฟ บริการจองโต๊ะและสถานที่สำหรับสถานบันเทิงต่างๆ บริการจัดซื้อรายการอาหารในห้างสรรพสินค้า บริการสั่งดอกไม้ รวมถึงการให้บริการค้นหาและจัดส่งของไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ยากลำบากต่อการค้นหา เป็นต้น

คุณสมบัติที่เหมาะสมกับการสมัครงาน ตำแหน่ง Concierge คือดังนี้

  • มีความสามารถภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม
  • มีทักษะการสื่อสารที่ดีมาก
  • สุภาพและมีความมั่นใจ
  • รักงานบริการ ชอบช่วยเหลือผู้คน
  • สามารถทำงานได้หลากหลายและจัดการเวลาได้
  • จบการศึกษาอย่างน้อยระดับมัธยมปลาย หากจบปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

สำหรับค่าแรงของอาชีพนี้ ในต่างประเทศมักคิดเป็นรายชั่วโมง คือตกประมาณ 13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่หากเป็นโรงแรมระดับหรูก็จะได้มากกว่านี้แน่นอน ตำแหน่ง Concierge ในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว สามารถมีเงินเดือน 30,001 – 40,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและโลเกชั่นการทำงาน

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

อยากทำงานโรงแรม ต้องเรียนสาขาอะไร

ต้องการสมัครงานเกี่ยวกับโรงแรม อยากทำงานโรงแรม ต้องเรียนสาขาอะไร?? จริงๆแล้วงานโรงแรม มีมากมายหลายแผนก (ดู งานโรงแรมมีอะไรบ้าง) มีตั้งแต่นักงานส่วนหน้า (Front Office) พนักงานบัญชี (Accounting) พนัก

สาขาท่องเที่ยวและการโรงแรม เป็นสาขายอดฮิตและตรงสายมากที่สุด แต่หลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมของแต่ละมหาวิทยาลัย จะมีชื่อสาขา รายละเอียดการเรียน และเป้าหมายของหลักสูตรแตกต่างกันไป เช่น สาขาการจัดการท่องเที่ยวและโรงแรม สาขาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สาขาการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยว สาขาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท เป็นต้น  แม้ว่าหลักสูตรของแต่ละสถาบันจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันอย่างไร แต่เนื้อหาโดยพื้นฐานของสาขาวิชาการท่องเที่ยวและโรงแรมจะมีวิชา หลักๆ ดังนี้

สาขาการโรงแรม

  • การดำเนินงานส่วนหน้า (Front Office)
  • แผนกครัว (Kitchen Operations)
  • การบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
  • การจัดเลี้ยง (The Catering Department)
  • แผนกแม่บ้าน (Housekeeping)
  • จิตวิทยาการบริการ
  • การบริหารงานโรงแรม
  • ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในธุรกิจโรงแรม
  • การบริหารการตลาดและการขายในธุรกิจโรงแรม

และวิชาเลือกอื่นๆ ที่แต่ละหลักสูตรกำหนด เช่น การจัดการสปา เครื่องดื่มและบาร์ เป็นต้น

สาขาการท่องเที่ยว

  • การจัดการธุรกิจท่องเที่ยว
  • การจัดการธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยว
  • การจัดการธุรกิจนันทนาการ
  • ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว
  • มัคคุเทศก์และการนำเที่ยว
  • ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว
  • อารยธรรมและประวัติศาสตร์สำหรับการท่องเที่ยว
  • พฤติกรรมนักท่องเที่ยว
  • การจัดการธุรกิจ MICE

และวิชาเลือกอื่นๆ ที่แต่ละหลักสูตรกำหนด เช่น การจัดการธุรกิจเรือสำราญ การจัดการธุรกิจการบิน เป็นต้น

การเรียนในสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม จะเน้นสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตั้งแต่ทฤษฎีการจัดการ ภาษา จิตวิทยา การบริหาร การบริการ และภาคปฎิบัติในวิชาชีพต่างๆ นอกจากงานตรงสายอย่าง งานบริหารโรงแรม แล้วนักเรียนที่เรียนจบทางด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ยังสามารถทำงานทางด้านอื่นๆได้อีก เช่น  

  1. การบริการอื่นๆ เช่น พนักงานสายการบิน พนักงานต้อนรับ  ประชาสัมพันธ์  สปา MICE Event Organizer เป็นต้น
  2. งานด้านการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์อาชีพ วิทยากรนำเที่ยว เจ้าของธุรกิจนำเที่ยว  NGO เป็นต้น   
  3. ประสานงานระหว่างประเทศ เช่น ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก Shipping เป็นต้น
  4. อาชีพอื่นๆ เช่น องค์กรของรัฐ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ  เป็นต้น

ข้อดีของการเรียนจบคณะ/สาขานี้ คือ งานหลากหลาย ไม่จำเจ และภาคธุรกิจหรือผู้ประกอบการส่วนมากจะไม่เน้นเรื่องสถาบันที่จบมา แต่จะเน้น คนที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการฝึกงานและทักษะส่วนตัวครับ

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

งานโรงแรมมีตำแหน่งอะไรบ้าง

ธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจบริการที่มีตำแหน่งงานหลากหลาย ซึ่งคุณสามารถหางานได้หลากหลายตำแหน่ง ในหลายแผนก ช่องทางหงานก็ไม่ยาก คุณสามารถหางานจากทางออนไลน์  Jobnsure มีงานโรงแรม มากมายหลายตำแหน่ง อัพเดททุกวัน มาให้คุณค้นหาและสมัคร แต่ก่อนที่คุณจะกดสมัครงาน มาเรียนรู้แผนกงานต่างๆ ตำแหน่งงานโรงแรมต่างๆ กันครับ

  • แผนกต้อนรับส่วนหน้า (Reception)
  • แผนกแม่บ้าน (Housekeeping)
  • แผนกครัว (Chef)
  • แผนกบัญชี (Accounting)
  • แผนกขายและการตลาด (Sale & Marketing)

แผนกต้อนรับส่วนหน้า (Reception)

แผนกต้อนรับส่วนหน้าเป็นแผนกที่ทุกโรงแรมต้องมี เมื่อมีแขกเข้ามาในโรงแรม ก็ต้องเดินมาที่เคาเตอร์แผนกต้อนรับก่อนเสมอ พนักงานต้อนรับมีหน้าที่ต้อนรับแขก ตรวจสอบข้อมูลการจองห้องพัก และขอให้แขกลงทะเบียน และชำระค่าห้องพัก แผนกต้อนรับ หรือสำนักงานส่วนหน้านั้นอาจเปรียบได้กับศูนย์รวมเส้นประสาท (nerve center) หรือศูนย์ประสานงานของโรงแรม และมีบทบาทสำคัญในการติดต่อประสานงานกับแผนกอื่น ๆ ในโรงแรมเพื่อช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ เมื่อแขกเรียกร้อง แผนกต้อนรับส่วนหน้าแบ่งออกเป็นหน่ยงานย่อยๆ ดังนี้

  1. ผู้จัดการสำนักงานส่วนหน้า (Front Office Manager)
  2. พนักงานต้อนรับ (Reception)
  3. พนักงานสัมภาระ (Hall Porter)
  4. พนักงานสัมภาระภาคกลางคืน (Night Porter)
  5. พนักงานรับโทรศัพท์ (Telephone หรือ Telephone Operator)
  6. เจ้าหน้าที่สำรองห้องพัก (Reservations Clerk)
  7. พนักงานแคชเชียร์ (Cashier)

แผนกแม่บ้าน (Housekeeping)

ในบางโรงแรมแผนกแม่บ้านทั้งหมดจะขึ้นตรงกับผู้จัดการใหญ่ (General Manager) แต่บางโรงแรมก็ขึ้นตรงกับผู้จัดการส่วนหน้า (Front of House Manager) ในแผนกแม่บ้านจะมี หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper) ทำหน้าที่คอยดูแลตรวจตราการทำงานของผู้ช่วยแม่บ้าน หรือแม่บ้านประจำฟลอร์ (Floor Housekeeper หรือ Assistant Housekeeper) ซึ่งปกติจะมีประมาณ 3 คนขึ้นไป ในกรณีเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หัวหน้าแม่บ้านก็จะดูแลรับผิดชอบงานแผนกแม่บ้านทั้งหมด ในการทำงานเป็นหัวหน้าแผนกแม่บ้านต้องทำงานประสานอย่างใกล้ชิดกับแผนกต้อนรับส่วนหน้าที่เกี่ยวกับห้องพักที่พร้อมจะขาย(ให้เช่า) ได้ อีกทั้งต้องประสานงานกับแผนกซ่อมบำรุงเพื่อให้ช่วยซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะชำรุดเสียหายทั้งภายในห้องพักและบริเวนอื่นในโรงแรม

แผนกครัว (Kitchen)

ในโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีห้องอาหารหลายห้องและบาร์เครื่องดื่มอยู่หลายจุด มักจะมีตำแหน่งและบุคคลที่มีหน้าที่ ผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Manager) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานทุกแผนกที่เกี่ยวข้องกับด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องทำงานประสานกับหัวหน้าแผนกครัว (Head Chef) อย่างใกล้ชิด

หน้าที่งานหลัก ๆ ของผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ การสรรหาคัดเลือกและฝึกอบรมพนักงาน วางแผนและควบคุมการจัดซื้อของ ดูแลให้การจัดเตรียมอาหารเป็นไปโดยมีมาตรฐานสูง ตลอดจนกำหนดและควบคุมงบประมาณที่เกี่ยวข้องกุ๊กทำงานอะไรบ้าง แผนกครัว แบ่งย่อยเป็นแผนกต่างๆ ดังนี้

  1. ผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Manager)
  2. กุ๊กใหญ่ หรือ หัวหน้าแผนกครัว (Head Chef or Executive Chef)
  3. รองกุ๊กใหญ่ หรือรองหัวหน้าแผนกครัว (Second Chef or Sous Chef)
  4. หัวหน้าครัวหรือหัวหน้าหน่วยในครัว (Section Chef หรือ Chef de Partie)
  5. ผู้ช่วยกุ๊ก (Commia Chef)
  6. กุ๊กฝึกหัด (Apprentice หรือ Trainee Chef)
  7. พนักงานทำความสะอาดในครัว (Kitchen Porter/Kitchen Assistant)

แผนกบัญชี (Accounting)

แผนกบัญชี (Accounting) เป็นแผนกที่บริษัทไหนก็ต้องมี และต้องเน้นหรือเพิ่มประสิทธิภาพของกิจการ ก็จะให้ความสำคัญต่อการควบคุมด้านบัญชีและการเงิน พนักงานบัญชีจะต้องมีความเข้าใจในลักษณะงานต่าง ๆ ของระบบบัญชี และทำความคุ้นเคยกับลักษณะการดำเนินงานของโรงแรมอีกด้วย เช่น การควบคุมด้านอาหารและเครื่องดื่ม หรือระบบการเก็บเงินของแผนกต้อนรับส่วนหน้า พนักงานบัญชีที่ดีนั้นไม่ควรจำกันความสามารถ หรือหน้าที่เพียงการรวบรวมตัวเลขทางการเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจและตีความได้ว่าตัวเลขแบบใดเป็นตัวชี้ว่าเกิดปัญหาอะไร ขึ้น ตรงไหน และสามารถเข้าจัดการแก้ไขได้ แต่ในบางโรงแรม เวลาผู้จัดการใหญ่ไม่อยู่ ผู้จัดการฝ่ายการเงินมักจะเป็นผู้รักษาการแทน

แผนกขายและการตลาด (Sale & Marketing)

ตามโรงแรมใหญ่ ๆ มักจะมีเจ้าหน้าที่ชำนาญการเป็นผู้ดูแลการขายและการตลาดโดยเฉพาะ ได้แก่ ผู้จัดการแผนกขาย/การตลาด และทีมงาน ซึ่งมีงานหลัก ๆ ในการติดต่อกับลูกค้าที่จองเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Group Bookings หรือที่ติดต่อมาเพื่อจัดประชุมหรือจัดงานเลี้ยงที่โรงแรม นอกจากนั้น แผนกขายจะทำหน้าที่ติดต่อกับบริษัททัวร์และบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว รวมถึงการติดต่อกับบุคคลที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของโรงแรม โดยไปหาด้วยตนเอง หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือทางจดหมาย ส่วนแผนกการตลาดจะทำหน้าที่วางแผน และส่งเสริมงานขายด้วยวิธีส่งเอกสารถึงลูกค้าทางไปรษณีย์ (Direct mail selling) เช่น ส่งแผ่นพับโฆษราและเอกสารส่งเสริมการขายไปยังลูกค้า และการทำงานโฆษณาด้วย

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

10 คำถาม สัมภาษณ์งานโรงแรม (และวิธีการตอบคำถามเหล่านี้)

ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด –19 ยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง หากเราต้องอยู่กับโควิด-19 นี้ต่อไปอีกซักระยะ ซึ่งยังไม่มีใครรู้จะว่าจุดสิ้นสุดจะจบลงเมื่อใด มีโรงแรมหลายโรงแรมที่ทนพิษเศษฐกิจไม่ไหว ต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดาย คนโรงแรมหลายคนก็มีอันตกงานกันไปตามระเบียบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรมหรือลูกจ้าง ดังนั้นเราช่วยๆกันครับ

หลายตำแหน่ง เช่น แผนกผู้บริหาร แผนกการตลาด แผนกบัญชี น่าจะสามารถท work from home ในช่วง โควิด-19 นี้ได้ แต่ในส่วนของพนักงานที่ต้องประจำอยู่ที่โรงแรม ก็ควรผลัดกะกันหรือหากใครมีอาการตัวร้อน หรือไม่สบาย ควหยุดอยู่บ้าน รอดูอาการทันทีครับ 

ในหลายๆตำแหน่งที่ ผู้บริหารเล็งเห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้ออกจากงาน คนโรงแรมอย่างเราก็ไม่นิ่งนอนใจครับ ใช้เวลานี้ใป้เป็นประโยชน์ ในการพัฒนาทักษะความสามารถ รวมถึงการฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์งาน เมื่อพิษโควิด-19 หายดีแล้ว การหางานใหม่ และดีกว่าเดิม คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อไปครับ

มาดู 10 คำถาม สัมภาษณ์งานโรงแรม และวิธีการตอบคำถามกันครับ

1. Why were you interested in this job role?/ทำไมคุณถึงสนใจงานนี้

นี่เป็นคำถามสัมภาษณ์ทั่วไปของโรงแรมเนื่องจากผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบว่าทำไมคุณถึงสมัครงานนี้ ที่สำคัญที่สุดผู้สัมภาษณ์จะมองหาพนักงานที่สนใจทำงานที่นั่นในระยะยาว ผู้จัดการต้องการพนักงานโรงแรมที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับโรงแรม

ตัวอย่างคำตอบ

ผมเรียนจบทางด้านการโรงแรม ผมมีความสนใจงานทางด้านการโรงแรมมาตั้งแต่เป็นศึกษา เมื่อเรียนจบแล้วผมจึงสมัครตำแหน่งนี้ทันที่ที่เห็นประกาศตำแหน่งงานว่าง จากประวัติการทำงานระหว่างเรียนของผม คุณจะเห็นว่าผมมีประสบการณ์ในการทำงานทางสายงานนี้มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับของร้านอาหารในดรงแรม พนักงานเสริฟที่ร้านอาหาร และยังมีงานอื่นๆที่ผมช่วยทางบ้าย และผมเชื่อว่า ผมมีประสบการณ์ทำงานและทักษะที่ช่วยเสริมให้ผมทำงานได้ดีในสายอาชีพนี้ครับ

2. What do you think the roles and responsibilities of this job are?/คุณคิดอย่างไรกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครและความรับผิดชอบของงานนี้คืออะไร

ผู้สัมภาษณ์ต้องการดูว่าคุณได้อ่านประกาศงานอย่างถูกต้องหรือไม่ ก่อนการสัมภาษณ์งาน คุณควรอ่านโฆษณาตำแหน่งงาน และจดจำสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์กำลังมองหาเพราะคุณสามารถใช้มันเพื่อสร้างคำตอบและแสดงว่าคุณเป็นผู้สมัครที่ดี

ตัวอย่างคำตอบ

หน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งพนักงานต้อนรับของโรงแรม คือ การช่วยให้แขกเช็คอินและเช็คเอาท์ ผมมีหน้าที่รับโทรศัพท์และช่วยเหลือแขกเมื่อมีข้อสงสัยหรือปัญหาใด ๆ เนื่องจากเป็นตำแหน่งด้านหน้าของโรงแรม (Front Office)  พนักงานต้อนรับเป็นจุดแรกของการติดต่อสำหรับทุกคนที่มาเยี่ยมชมโรงแรม ดังนั้น ผม ในฐานะพนักงานต้อนรับจึงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตลอดเวลา

3. Do you have any experience working in a hotel?/คุณมีประสบการณ์การทำงานในโรงแรมไหม

หากคุณเคยมีประสบการณ์มาก่อนให้พูดคุยเกี่ยวกับบทบาทที่คุณเคยทำและระยะเวลาที่คุณเคยทำงานอยู่ที่โรงแรมนั้น แต่หากคุณไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในโรงแรมให้อ้างอิงตัวอย่างงานที่คุณเคยทำ (เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า โรงภาพยนตร์ เป็นต้น) และอ้างถึงสิ่งที่คุณต้องปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

ตัวอย่างคำตอบ

ผมไม่เคยทำงานในโรงแรมมาก่อน แต่เคยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟสองปีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในใจกลางเมือง มันยุ่งมากและเพราะมันเป็น 4 ดาว ผมต้องแต่งตัวอย่างสุภาพและให้บริการที่มีคุณภาพตลอดเวลา จากประสบการณ์นี้ ผมเชื่อว่าผมคุ้นเคยกับการทำงานกับลูกค้า ผมรู้วิธีที่จะตอบคำถามลูกค้าและแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างเป็นมืออาชีพ

4. What is a concierge?/ตำแหน่ง concierge คืออะไร

มีตำแหน่งงานหลายงานที่คุณจะพบ ในการทำงานโรงแรม ผู้สัมภาษณ์บางคนจะถามคำถามเพื่อดูว่าคุณรู้เกี่ยวกับโรงแรมและทราบว่าตำแหน่งไหนทำงานอย่างไร

ตัวอย่างคำตอบ

ตำแหน่ง concierge คือ เจ้าหน้าที่ดูแลแขก มีหน้าที่ช่วยเหลือแขก โดยหน้าที่หลักๆเป็นการให้ข้อมูล ไม่ว่าจะในหรือนอกโรงแรม ช่วยแขกจองทัวร์และช่วยแนะนำการเดินทางให้แขก รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในการเข้าเยี่ยมชมให้กับแขก

5. Why do you want to work at this hotel?/ทำไมคุณต้องการที่จะทำงานในโรงแรมแห่งนี้

คำถามนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก คุณควรเตรียมคำตอบไว้สำหรับคำถามนี้ก่อนไปสัมภาษณ์งานครับ ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบว่าทำไมคุณถึงสนใจที่จะทำงานกับพวกเขา

ตัวอย่างคำตอบ

เนื่องจาก โรงแรมxxx เป็น โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผมจึงสนใจที่จะสมัครงานทันทีเมื่อเห็นตำแหน่งงานว่าง และผมเคยมีประสบการณ์การเข้าพักที่โรงแรมในเครือมาก่อน ซึ่งผมมีความสุขและปรัทับใจกับการให้บริการที่มีคุณภาพสูง

6. Describe a time you had to deal with an unhappy customer./อธิบายเวลาที่คุณต้องรับมือกับลูกค้าที่ใช้บริการโรงแรมแล้วไม่ถูกใจ

ในโรงแรม พนักงานโรงแรมมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาของลูกค้า แต่สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องทำอย่างมืออาชีพ หากคุณยังไม่เคยทำงานในโรงแรมมาก่อน แนะนำพูดถึงเวลาที่คุณเจอลูกค้าที่ไม่ถูกใจกับการให้บริการ และแนวทางการจัดการ เนื่องจากนี่เป็นหนึ่งในคำถามสัมภาษณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ให้เตรียมคำตอบไว้!!

ตัวอย่างคำตอบ

ผมเคยทำงานในร้านอาหาร เวลาที่ลูกค้าไม่พอใจกับสเต็กที่เขาสั่ง เขาไม่ประทับใจกับรสชาตของอาหารและลูกค้ามักจะเรียกหาผม complainเหมือนเป็นความผิดของผม ผมจะสงบและฟังสิ่งที่เขาพูด จากนั้นฉันก็เสนอวิธีแก้ปัญหาให้ลูกค้า ผมสามารถนำมันกลับไปที่ห้องครัวเพื่อจัดทำจานใหม่ตามที่ลูกค้าต้องการ หรือเสนอเมนูอื่นให้ลูกค้า ลูกค้าบอกว่าเขามีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงและชื่นชมฉันได้ใช้ความพยายามแก้ปัญหานั้น

7. Have you been on our hotel’s website? What do you think?/คุณได้เช็คเว็บไซต์ของโรงแรมของเราหรือไม่ คุณคิดอย่างไร

ผู้สัมภาษณ์ของคุณจะใช้คำถามนี้เพื่อดูว่าคุณได้พยายามค้นหาพวกเขาทางออนไลน์และใช้เวลาศึกษาข้อมูลของโรงแรมผ่านเว็บไซต์หรือไม่

ตัวอย่างคำตอบ

ผมชอบวิธีการนำเสนอโรงแรมบนเว็บไซต์ด้วยวิดีโอที่มีเป็นคุณสมบัติการขายที่ยอดเยี่ยม นอกจากนั้นยังมีsection เกี่ยวกับ คำถามที่พบบ่อย ที่มีข้อมูลมากมาย สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะแนะนำให้เปลี่ยน ก็คือ แบบฟอร์มการจอง ดูเหมือนเล็กน้อยเก่าและมันยาวมาก

8. How would you feel about working night shifts?/คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการทำงานกะกลางคืน

ในคำถามข้อนี้ ผู้สัมภาษณ์ต้องการเห็นความพร้อมในการทำงานของคุณ ถึงเวลาที่คุณต้องแสดงความพร้อมของคุณโดยเฉพาะโรงแรมที่มีการเปิด 24/7 จำเป็นต้องมีพนักงานของตนที่จะทำงานกะกลางคืน พนักงานโรงแรมจะต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือแขก ในการเช็คอินและเช็คเอาท์และมั่นใจว่าโรงแรมจะยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น

ตัวอย่างคำตอบ

ผมเข้าใจว่าโรงแรม เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งผมพร้อมที่จทำงานกะกลางคืน ตามกฎและระเบียบของทางโรงแรมครับ

9. What does excellent guest service mean to you?/คำว่า “excellent guest service” มีความหมายอย่างไรกับคุณ

ตัวอย่างคำตอบ

สำหรับผม การ excellent guest service  คือการบริการแขกที่ยอดเยี่ยมตลอดเวลา ซึ่งหมายถึง การแสดงให้แขกรู้ว่าผมพร้อมเสมอที่จะช่วยแก้ไขปัญหาใดๆเสมอ และการทักทายผู้คนด้วยรอยยิ้ม

10. Where do you see yourself in five years?/คุณเห็นตัวเองอยู่ที่ไหนในอีก 5 ปี ข้างหน้า

ผู้สัมภาษณ์ทุกคน ต้องการพนักงานที่มีความสนใจงาน และความก้าวหน้าในสายอาชีพ พร้อมไปกับการเติบโตของโรงแรม เตรียมคำตอบให้ดี ให้ผู้สัมภาษณ์เห็นความสนใจที่แท้จริงของคุณ

ตัวอย่างคำตอบ

ผมสนใจที่จะพัฒนาอาชีพในการจัดการโรงแรม ผมมีความฝันว่าวันหนึ่ง ผมอยากจะได้ย้ายงานไปยังโรงแรมต่างๆทั่วโลกเพื่อรับประสบการณ์ในประเทศต่าง ๆ ด้วย

นอกเหนือจากการเตรียมตัวด้วยคำถามสัมภาษณ์ทั่วไป  คุณต้องแต่งกายอย่างฉลาดเพื่อการสัมภาษณ์ โปรดจำไว้ว่างานโรงแรมส่วนใหญ่นั้นอยู่ด้านหน้าของโรงแรมและคุณจะต้องเป็นมืออาชีพนะครับ แล้วเมื่อโรคโควิด-19 หายไป ขอให้ทุกคนพร้อม และเตรียมหางานใหม่ที่ดีและเหมาะสมกับเรานะครับ โชคดีครับ

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com