ร้านอาหาร วางแผนขยายสาขา ลดต้นทุน รักษารสชาติและคุณภาพ ต้องรู้จักระบบครัวกลาง

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารแบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจุบัน ร้านอาหารที่วางแผนขยายสาขา ได้นำระบบการบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง” ซึ่งเป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ ซัพพลายเชน รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาดและทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง ปัจจัยข้างต้นช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่จะมีระบบครัวกลางเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการในครัวกลางสามารถแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน:

1. การจัดหาวัตถุดิบ

การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ฝ่ายผลิตของครัวกลางจะวางแผนการผลิตตามประมาณการยอดขายที่ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งประมาณการมาให้ และส่งข้อมูลให้ฝ่ายคลังสินค้าประเมินจำนวนการสั่งวัตถุดิบแต่ละประเภทก่อนส่งใบขอซื้อไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบต่อไป

ปกติแล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบจำนวนอย่างน้อย 2-3 ราย โดยมีปัจจัยในการพิจารณา ได้แก่ คุณสมบัติและคุณภาพของวัตถุดิบ ราคา คุณสมบัติและคุณภาพการให้บริการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแผนงานการผลิตและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นสำคัญ

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำจะมีการทบทวนราคาและคุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยกเว้นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อย เช่น ของสดหรือพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จะมีการทบทวนราคาอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

สำหรับวัตถุดิบที่มีการสั่งซื้อจำนวนมากหรือมีการสั่งซื้อเป็นประจำ ครัวกลางมักจะทำสัญญาซื้อขายไว้ประมาณ 1-3 ปี กับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าว โดยมีการกำหนดปริมาณและราคา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีการวางแผนกลารผลิตจะลดความเสี่ยงสำหรับวัตถุดิบที่มีความผันผวนทางด้านราคาบางรายการ โดยการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น และนำวัตถุดิบดังกล่าวจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บที่เหมาะสมที่สามารถควบคุมความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

2. การรับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพสินค้า

วัตถุดิบที่ถูกนำมาจัดส่งที่ครัวกลาง ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรายการวัตถุดิบที่ได้รับว่าถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่สั้ง และอาจมีการสุ่มตรวจประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณวัตถุดิบที่รับมา เกี่ยวกับวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สภาพสินค้า หีบห่อบรรจุ ความสดใหม่ สี กลิ่น ขนาด และน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ และลงบันทึกจำนวนวัตถุดิบในระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ จากนั้นจะนำวัตถุดิบไปจัดเก็บในตู้แช่แข็ง ตู้เย็น หรือห้องเก็บของอุณหภูมิปกติ แล้วแต่ประเภทของวัตถุดิบ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสดใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out : FIFO) เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

3. จัดเตรียมและผลิตสินค้าในครัวกลาง

งานของครัวกลาง คือ การเป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ และจัดเตรียมเป็นอาหารพร้อมปรุง (อาหารที่ได้จัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ บรรจุไว้ในภาชนะ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น น้ำซอส น้ำสลัด น้ำซุป ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปพร้อมปรุงสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 80)  และอาหารพร้อมทาน (อาหารที่ผลิตเรียบร้อยพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายได้ทันที เช่น อาหารและขนมบรรจุห่อพลาสติก) โดยฝ่ายผลิตจะใช้ข้อมูลการประมาณการขายของผู้จัดการแต่ละสาขา มาใช้ในการวางแผนการผลิตและประมาณการใช้วัตถุดิบ และเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้า โดยในการวางแผนผลิตฝ่ายผลิตจะมีการกำหนดสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock) เพื่อป้องกันการขาดสินค้า หลังจากทำการแปรรูป และผลิตสินค้าเสร็จ ฝ่ายคลังสินค้าจะทำหน้าที่ส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อนำไปปรุงต่อหรือขายที่หน้าร้านต่อไป

ทางด้านกระบวนการผลิตของครัวกลาง ปกติแล้วจะแบ่งเป็น สายการผลิตตามประเภทของสินค้า เช่น ซอส เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนม เครื่องดื่ม ฝ่ายเตรียมส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จากนั้นเริ่มจากการแปรรูปวัตถุดิบ และผสมเป็นสัดส่วนต่างๆ ตามสูตรที่คิดค้นมาจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดเตรียมและปรุงรสให้พนักงานปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน หลังจากผลิตเสร็จจะมีแผนกควบคุมคุณภาพคอยตรวจสอบคุณภาพสินค้าทั้งในด้านกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนจัดเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อนำส่งให้แก่สาขาต่อไป

นอกจากนั้น ครัวกลางที่มีระบบ ERP จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจัดการใช้ #Inventory #software ในการกำหนดคุณภาพการผลิตไม่ให้เกิดผลเสียจากการผลิตเกินร้อยละ x ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเข้าระบบการผลิต

การใช้ระบบครัวกลางเข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิต   จะสามารถพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานในการทำงาน การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า

ฝ่ายคลังสินค้าจะทำการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในครัวกลางไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสินค้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสดใหม่ โดยสินค้าทุกรายการจะมีฉลากที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน และใช้ระบบการบริหารจัดการแบบ FIFO เพื่อให้วัตถุดิบหมุนเวียนสม่ำเสมอและลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุ

5. การควบคุมสินค้าคงเหลือ

ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายที่สั่งซื้อร่วมกันตรวจนับวัตถุดิบหรือสินค้าที่สั่งซื้อและบันทึกเข้าระบบ เมื่อฝ่ายผลิตมีความต้องการใช้งาน ฝ่ายผลิตจะทำการคำนวณส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับทำการเบิกวัตถุดิบจากคลังสินค้ามาใช้งาน หลังจากฝ่ายผลิตทำการผลิตเสร็จแล้ว จะมีการบรรจุลงกล่องหรือถุงหรือภาชนะ และนำไปจัดเก็บในคลังสินค้า พร้อมกับจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ฝ่ายจัดส่งสินค้า จัดทำเอกสารและเบิกสินค้าจากคลังสินค้า และนำส่งให้กับสาขาต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการควบคุมสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ครัวกลางควรกำหนดให้ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี  ตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยเดือนละครั้ง  

นอกจากนั้น ในการควบคุมของเสีย ครัวกลางส่วนมากจะกำหนดให้หัวหน้าของแต่ละส่วนการผลิตเป็นผู้ตรวจสอบและจะต้องทำการบันทึกของเสียในรายงานของเสียทุกครั้งก่อนทิ้งของเสีย

6. การกระจายวัตถุดิบและสินค้า

ครัวกลางจะมีการกระจายวัตถุดิบและสินค้าไปตามสาขาต่างๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการขนส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้สามารถ ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าได้ดี ประกอบกับมั่นใจในความสะอาด สดใหม่ ถูกหลักอนามัย และจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเวลาที่กำหนด และเป็นไปตามแผนงานการจัดส่งสินค้าของครัวกลางและการใช้งานของ

จะเห็นได้ว่า “ครัวกลาง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน มาตรฐานสินค้าและสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจที่นับวันจะยิ่งเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดอาหารในร้านอาหารและร้านค้าปลีกของไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการใช้ครัวกลางเพื่อการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

และการเลือกใช้ระบบบริหารครัวกลาง (STOCKmanager (Inventory) + Back Office) ที่ดีมีมารฐานสากล เช่น CiMSO Software   จะช่วยให้ ครัวคลาง สามารถบริหารจัดการ วางแผนการผลิต การซื้อจัดหารวัตถุดิบ การรับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การผลิตสินค้าที่ทั้งมีมาตรฐานทางด้านคุณภาพและรสชาติ  รวมถึงการลดต้นทุน และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมีหลายคนมีความสนใจที่จะทำธุรกิจนี้ มีหลายคนที่วางแผนมาดี พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจทำให้ธุรกิจรุ่งเรื่องเติบโตเลยทีเดียว แต่ก็มีไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้วางแผนกันรอบคอบก่อน และทันทีที่ก้าวสู่สนามการแข่งขันก็ต้องพลาดท่า ทำได้ไม่นานก็ต้องปิดกิจการ ทำร้านอาหารเจ๊ง วันนี้ผมมีระบบ ERP หรือ Enterprise Software สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกันครับ

ระบบร้านอาหารทั่วไป จะเน้นไปที่ POS หรือ Point of sale ซึ่งระบบ POS ก็คือระบบที่ช่วยจัดการทางหน้าร้าน การจองโต๊ะ การเลือกเมนู สั่งอาหารของลุกค้า และการออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารเล็กๆสัก 1 ร้าน เป็นกิจการเสริมหรือกิจการเล็กๆที่บริหารกันเองภายในครอบครัว คุณสามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านอาหารที่มี POS เพื่อเน้นไปที่ระบบหน้าร้านเท่านั้นก็พอครับ <ดู Store Hub – ระบบบริหารจัดการร้านค้า ร้านอาหาร สำหรับ SMEs ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราครับ>

แต่เมื่อไหร่ที่คุณวางแผนให้ธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ของคุณเป็นธุรกิจหลัก วางแผนจะขยายสาขา คุณจะต้องเริ่มจัดการควบคุมสต๊อกและต้นทุนวัตถุดิบ หาระบบที่มี POS หรือสามารถเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน (POS) เดิมที่คุณมีอยู่ มีสูตรการผลิตที่มั่นคงสามารถตัด Bill of Material (BOM) และรวมไปถึงการมีครัวกลางในการผลิด และช่วยวิเคราะห์แผนการตลาด ยอดการซื้อ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะเริ่มมองหาระบบที่เหมือนสมกับแผนที่คุณวางไว้ ซึ่งแน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบที่มีความสามารถสำหรับองค์กร คงมีราคาที่คุ้มค้าต่อการลงทุน ซึ่งระบบนี้เรียกว่า ERP Software สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ครัวกลาง และมีความสามารถดังนี้

ครัวกลาง (Central Kitchen)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager)
    • การสั่งวัตถุดิบ – PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การจัดเก็บ วัตถุดิบที่ถูกต้อง สามารถทำบาร์โค้ด และระบุวัน เดือน ปี ที่สินค้าหมดอายุได้ – Barcode
    • ระบบการนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • วิธีการเบิกวัตถุดิบจากฝ่ายผลิต เผื่อนำไปผลิตสินค้า – Stock Transfer
    • วิธีการตรวจรับสินค้าเข้าคลังหลังจากฝ่ายผลิตเบิกวัตถุดิบไปผลิต เพื่อตรวจสอบความสูญเสียของวัตถุดิบ
    • วิธีการกระจายสินค้าตาม IPR/PO ของสาขา
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในครัวกลาง
  2. ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • การลงบันทึกยอดขายในแต่ละวัน และการส่งรายงานในแต่ละวัน
    • การทำสรุป P&L (งบกำไรขาดทุน) ในแต่ละเดือนเพื่อส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)

สาขา (Branches)

  1. ระบบสินค้าคงคลัง
    • การสั่งซื้อสินค้าจากครัวกลางเพื่อให้เพียงพอต่อการขายในแต่ละวัน – IPR/PO
    • วิธีการรับสินค้า และ วิธีการบันทึกของรับเข้าตาม PO – CGRV
    • การนับสินค้าเพื่อใช้ในการสั่งสินค้า และเช็คยอด Stat (ของหาย) – Stock Take
    • การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน
    • รายงานสินค้าคงคลังและรายงานการเคลื่อนไหวของตัวสินค้า
  2.  ระบบขายหน้าร้าน (Point Of Sale – POS)
    • ระบบPOS และตัดบอม (Bill Of Materials)
    • เมนูขายดี
    • ทำโปรโมชั่น โดยสรุปยอดขายไม่ผิดพลาด ไม่เกิดของหาย
    • ระบบจัดการโต๊ะ
    • สามารถลิ้งไปที่พริ้นเตอร์ในครัวเพื่อสั่งผลิตได้ทันที
  3.  ระบบการเงิน (BACKoffice)
    • ระบบเงินสดย่อย(Petty Cash)
    • ระบบเก็บเงินหน้าร้าน บันทึกยอดขาย
    • สรุปรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

คุณสมบัติของระบบครัวกลาง และซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหาร ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็น เพียงส่วนหนึ่งของการจัดการธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องการขยายสาขา ที่มีความคิดที่จะมีครัวกลางเป็นของตัวเองเท่านั้น ยังไม่รวมถึงระบบการจัดการสมาชิก การทำ loyalty Program ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งหากคุณมีความมุ่งมั่นและวางแผนพัฒนาธุรกิจน้ารอาหารของคุณในระยะยาว ควรเลือกระบบบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้กับร้านอาหารได้ทันที มากว่าที่จะลงทุนซื้อระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ที่ไม่สามารถต่อยอดได้ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมของคุณพร้อมสำหรับการเลือกใช้ Hotel ERP software หรือไม่?

ซอฟต์แวร์จัดการโรงแรม หรือระบบจัดการโรงแรม มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และอัพเกรดตลอดเวลา เนื่องจากตามความต้องการของโรงแรมนั้นซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งโรงแรมพบว่ายากและไม่สามารถใช้ระบบจัดการที่ง่ายๆอีกต่อไป โรงแรมประเมินความต้องการในการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์อย่างไร? บทความนี้นำเสนอและแนะนำข้อกังวลเหล่านี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการโรงแรมและบริการ ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารและการจัดการมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการดำเนินงานของโรงแรมมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น การบริหารพลังงาน (energy management) การจัดการคุณภาพ (quality management) การจัดการกำลังคน (manpower management) และอื่น ๆ นอกจากนี้โรงแรมมีขนาดใหญ่ขึ้นและมักแพร่กระจายไปทั่วหลายภูมิภาค เทคโนโลยีทำให้การดำเนินงา นโรงแรมเพิ่มขึ้นเหล่านี้สามารถจัดการได้และให้การมองเห็นที่รวดเร็วและเรียลไทม์ในการทำงานของโรงแรม นอกจากนี้ยังช่วยให้การตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้าคงคลัง รายได้ การบริการแขก และปัจจัยอื่น ๆ

ในปัจจุบัน โรงแรมส่วนใหญ่มีการซื้อซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม เช่น แผนกต้อนรับ ลูกหนี้ CRM, HR และค่าจ้าง การบำรุงรักษา และอื่น ๆ แต่ความหลากหลายของซอฟต์แวร์มี่ใช้ กอรปกับความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ทำให้การเดินทางของข้อมูลภายในโรงแรมไม่ได้ไหลเวียนไปในทางที่ถุกต้อง และโรงแรมส่วนให้จบลงกับการแก้ปัญหาที่ดูเหมือนเย็บปะติดปะต่อกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน และความผิดพลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการซอฟต์แวร์หลายตัวที่สูงกว่าการสรรหา ระบบ Hotel ERP software ดีๆ มาใช้เพียง 1 ระบบเสียอีก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เขียนระบบจัดการโรงแรม PMS ของคุณขึ้นมาเอง คุณจะเจอความท้าทายที่จะต้องแข่งขันการพัฒนาซอฟต์แวร์ กับโรงแรมที่เลือกใช้ ERPs และระบบ cloud based hotel management solutions ซึ่งบริษัทผู้พัฒนา ERP จะพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจและยุคสมัย

ข้อดีของระบบ Hotel ERP

  • ข้อมูลระหว่างแผนกโรงแรมจะมีความสอดคล้องและความถูกต้อง
  • ลดความซับซ้อนของการประสานงานข้ามแผนกและการไหลของงาน
  • บริการลดความซับซ้อนของงานที่ช่วยให้พนักงานโรงแรม เพื่อมุ่งเน้นกิจกรรมที่ต้องมีความสนใจส่วนบุคคล เช่น ระบบจะช่วยทำให้การ Check-in ไวและถุกต้อง ซึ่งพนักงานจะมีเวลาเหลือพอที่จะแนะนำโรงแรมให้กับแขก สร้างความประทับใจให้กับแขกกว่าเดิม
  • ง่ายต่อการตั้งค่าเป้าหมาย การทำการตลาด และการตรวจสอบการดำเนินงานของเป้าหมาย
  • ระบบทำงานรวดเร็ว สามารถระบุและแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว

มาถึงตรงนี้ คุณคิดว่า โรงแรมของคุณต้องการระบบ Hotel ERP หรือยัง?

Enterprise Resource Planning (ERP) เป็นแนวคิดที่ได้รับรอบตั้งแต่ยุค 90 กลางและได้รับการยกระดับจากหลายธุรกิจ Hotel ERPเป็นเครื่องมือที่ดีในการเพิ่มผลผลิต, ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, ปรับปรุงการไหลของข้อมูล, และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ยอกจากนั้นความรวดเร็วของการทำงานเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่ธุรกิจการโรงแรมมีการแข่งขันสูง ผู้บริหารโรงแรมต้องการการแสดงผลอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานโรงแรมและ PMS Software ที่ดีจะต้องมีความว่องไว ซึ่ง Hotel ERP เป็นซอฟแวร์ที่ครอบคลุมทุกฟังชั่นของการจัดการโรงแรมที่มีฐานข้อมูลเดียวและสามารถเข้าถึงได้อย่างลงตัวระหว่างหน่วยงาน

หากคุณคิดว่า โรงแรมของคุณเข้าข่ายที่จะต้องการระบบ ERP แล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำ CiMSO – INNKeeper ซึ่งเป็น Hotel ERP Software อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจและอยากให้คุณเก็บไปพิจารณา เพราะ INNkeeper ได้รับการพัฒนาขึ้นมากว่า 30 ปี และมีการใช้งานมาแล้วกว่า 14 ประเทศทั่วโลก ระบบครอบคลุมตั้งแต่ Front/Back Office ที่สามารถบูรณาการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้ทั้งหมด เช่น ระบบแม่บ้าน (HOUSEkeeper), ระบบร้านอาหาร (RESTaurateur), ระบบร้านค้า (SHOPkeeper), ระบบจัดซื้อ-คลังสินค้า (STOCKmanager), ระบบสปา (SPAsheduler), ระบบสนามกอล์ฟ (GOLFmanager)  เป็นต้น ระบบ INNKeeper นอกจากช่วยคุณในการบริหารจัดการโรงแรมทั้หงมดแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มฐานลูกค้า เพิ่มรายได้ ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบลูกค้าสัมพันธ์และการทำ CRM (CLIENTmanager) และ ระบบ INTERfaces ที่เชื่อมต่อกับ ช่องทางขายห้องพักที่มีชื่อเสียง เช่น Siteminder, Expedia, Tripadvisor, CTrip เป็นต้น

ข้อดีของการเลื่อกใช้ Hotel ERP Software แบบบูรณาการเดียวคือ:

  • เป็นการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวที่จะเรียกใช้โปรแกรมร่วมกัน
  • การลงทุนในใบอนุญาตซอฟต์แวร์เดียว
  • เป็นการลงทุนไปกับบุคลากรเฉพาะทางเพื่อจัดการ ERP ให้กับโรงแรม
  • เป็นการวางแผนการดำเนินงานโรงแรมทั้งหมดในลักษณะที่มีประสิทธิภาพจากการบัญชีทางการเงิน, สินค้าคงคลัง, ค่าจ้าง, การจัดการห่วงโซ่อุปทาน, การวางแผนการผลิต, CRM ฯลฯ
  • เป็นต้นทุนที่คุ้มค่า (Cost effective)

การลงทุนกับ Hotel ERP software อาจเป็นการลงทุนที่หลายๆโรงแรมคิดหนักนะครับ แต่หากลงพิจารณาจากความสามารถของซอฟต์แวร์ เทียบการลดอัตราการจ้างพนักงาน การเพิ่มรายได้ด้วยความสามารถของซอฟต์แวร์ แล้ว ผมเชื่อว่า การลงทุนกับระบบที่ตอบโจทก์ที่จะทำให้ผู้บริหารเห็นถึงความเคลื่อนไหวของโรงแรมได้อย่างเรียลไทม์ ที่จะทำให้สามารถวางแผนการตลาด วางแผนการดำเนินงานของโรงแรมได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Hotel ERP คืออะไร? ทำไมธุรกิจโรงแรมจึงต้องมี Hotel ERP?

ERP ย่อมาจากคำว่า Enterprise Resource Planning หมายถึง เครื่องมือหรือระบบที่ช่วยวางแผนและบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้องค์กรมีการบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูง และมีการบริหารจัดการเป็นหน่วยงาน ต้องใช้คนหลากหลายตำแหน่ง ยากที่จะทำให้การทำงานคล่องตัว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากการทำงานซ้ำซ้อนและพลาดพลังของพนักงาน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนของโรงแรมสูงขึ้น และอาจทำให้แขกไม่ประทับใจกับการทำงานล่าช้า ผิดพลาดของพนักงานได้อีกด้วย ดังนั้น จึงมี ระบบ Hotel ERP ซึ่งเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของโรงแรมได้ และมีความสามารถในการบูรณาการ (Integration) การทำงานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็น ฟร้อนท์ออฟฟิศ (Front Office) งานขายและการตลาด (CRM) งานบัญชีและการเงิน (Accounting and Finance) ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory) เป็นต้น ดังนั้นระบบ ERP จึงเป็นตัวช่วยทำให้การทำงานร่วมกันภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน ลดขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้าด้วยกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น (Streamline Workflow) รวมไปถึง ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ระบบ Hotel ERP ต่างกับระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างไร? การทำงานของระบบซอฟต์แวร์ทั่งไปที่ไม่ใช่ ERP จะไม่ทีการเชื่อมโยงกันระหว่างฐานข้อมูล ทำให้การทำงานของแต่ละแผนกในองค์กรมักจะเกิดความซ้ำซ้อน ล่าช้าและทำให้องค์กรพัฒนาได้ช้า ต่างกับระบบ Hotel ERP ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบรับการทำงานในหน่วยงานธุรกิจอย่างเป็นระบบ การไหลของข้อมูลจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เช่น หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมคุณย่อมคาดหวังว่าระบบจองโรงแรมที่คุณใช้อยู่จะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าให้กับคุณอัตโนมัติเพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดแบบตรงไปยังลูกค้าของคุณได้ และระบบจะสร้่าง royalty program ให้กับโรงแรมของคุณ รวมถึงคุณย่อมหวังว่าคุณจะสามารถตรวจสอบรายรับของคุณในวันนี้จากการจองโรงแรมและการเข้าทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของระบบ Hotel ERP สำหรับธุรกิจโรงแรม

ข้อดีหรือประโยชน์ของ ERP

  1. Hotel ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและการปฏิบัติงานให้กับกระบวนการทำงาน (Business Process)
  2. การใช้ Hotel ERP จะช่วยสร้างระบบงานและกระบวนการทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว ด้วยการลงข้อมูลเข้าระบบระบบเพียงครั้งเดียว สามารถเชื่อมโยงการทำงานกันได้ครบวงจร
  3. ลดความซ้ำซ้อนของการเก็บข้อมูล เนื่องจากนำข้อมูลเข้าระบบเพียงครั้งเดียว ทำให้ข้อมูลมีความเป็นมาตรฐาน และถูกต้องตรงกันทั่วทั้งองค์กร
  4. มีศูนย์รวมระบบข้อมูลสารสนเทศที่ช่วยการตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น
  5. การเลือกใช้ Hotel ERP เป็นการเลือกนำกระบวนการทำงานที่ดีที่สุด (Best – Practice) มาใช้ในองค์กร
  6. ระบบ Hotel ERP มีความยึดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน หรือขยายระบบงาน ให้มีการรองรับงานตรงตามกระบวนการทางธุรกิจที่ต้องการ
  7. ระบบ Hotel ERP จะมีระบบการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยที่ดี
  8. ระบบ Hotel ERP ทำให้เกิดรายงานจากหน่วยงานต่างๆขององค์กร ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลและรายงานไปใช้วิเคราะห์ เหมาะกับใช้สำหรับการวางแผน
  9. ระบบ Hotel ERP ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาว ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องคน เรื่องการบำรุงรักษาหลายระบบ และเรื่องการวางแผน ตัดสินใจที่แม่นยำขึ้นขององค์กร

CiMSO – ERP for Hospitality & Business

CiMSO INNKeeper คือ ระบบบริหารจัดการโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร จากประเทศสิงคโปร์

CiMSO มีครบทุกฟังก์ชั่นสำหรับธุรกิจที่พัก โรงแรม PMS + Channel Manager (OTAs) + CRM + Booking Engine + Website+ Account & Report+ Staff & Admin attendance และ INNkeeper สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆที่คุณอาจมี เช่น ร้านอาหาร, สปา, ร้านขายสินค้า, กอล์ฟคลับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คืออะไร ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง

Inventory Management Software (อินเวนโทริ เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คือ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าคงคลังเหมาะกับธุรกิจประเภทจำหน่ายสินค้า ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร อุสาหกรรม และการข้นส่ง ซึ่งวัตถุดิบหรือสินค้าที่ถูกจัดการหรือรอการส่งออกเป็นจำนวนมากจึงต้องใช้ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้าเหล่านี้เพื่อลดปัญหาและข้อผิดพลาดซึ่งกระบวนการดำเนินการแต่ละองค์กรแตกต่างกันออกไปจึงต้องเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมหรือซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งโดยเฉพาะ

CiMSO ERP Software นำเสนอ STOCKmanager – Inventory & procurement software ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ครัวกลาง และธุรกิจอื่น เพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกในการจัดการสต๊อกสินค้า ลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นให้กับองค์กรผู้ใช้เป็นอย่างมาก

รูปภาพ: AEC Enlist Co., Ltd

ซอฟต์แวร์จัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของ CiMSO จะครอบคุมการทำงานในหลายๆส่วนตั้งแต่ระบบการนำสินค้าเข้าและออก การโอนถ่ายสินค้าระหว่างคลังสินค้า จัดการสินค้าชำรุด แยกประเภทสินค้า เพื่อให้ข้อมูลนั้นถูกต้องและเป็นระบบมากที่สุดง่ายต่อการจัดการและทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมกระบวนการควบคุมสินค้าคงคลัง (สต๊อกสินค้า) ดังนี้

1. การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control System)

  • การรับ การจ่าย และการโอนวัตถุดิบและสินค้า (Stock IN/OUT and GCRV)
  • การโอนสต็อคระหว่างแผนกการโอนระหว่างสาขา (Stock Transfer)
  • การตรวจนับ สินค้าคงคลัง (Stock Take)
  • การปรับยอดรายการคงเหลือ (Stock Adjustment)
  • รายงาน สินค้าคงเหลือ (Quality On Hand) ทั้งแบบผลรวม และแจกแจงรายการ
  • รายงาน สินค้าหมดอายุ หรือ สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Dead Stock and Non-Movement Stock Report)

2. การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ (Material Requirement Planning : MRP)

3. การวางแผนและควบคุมการผลิต (Planning and Production Control System)

  • คำนวนสูตรการผลิต (Bill Of Material, BOM)
  • จัดทำแผนการสั่งซื้อ (Purchase Plan)
  • จัดทำแผนการผลิต (Production Plan)

4. การจัดการงานสั่งซื้อ (Purchasing Control System)

  • การออกใบขอซื้อ (PR) และการออกใบสั่งซื้อ (PO) และการสั่งสินค้าระหว่างคลัง (IPR)
  • การบันทึกรับ-จ่าย วัตถุดิบ และบันทึกรับเอกสารใบกำกับภาษี (Supplier Invoice)
  • รายงานรับวัตถุดิบคงค้าง (PO Outstanding Report)
  • รายงานภาษีซื้อ (Purchase TAX Report)

5. การจัดการงานขาย และการส่งมอบ (Sales and Delivery Control System)

  • การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Order Receiving)
  • การวางแผนการจัดส่งสินค้า (Delivery Planning)
  • การจองสินค้าสำหรับส่งให้ลูกค้า (Stock Reservation)
  • การออกใบส่งของ (Delivery Note) และใบกำกับภาษี (Invoice Issue)
  • รายงานสินค้าค้างส่ง (Sale Order Balance Report)
  • รายงานขาย (Sale Report)
  • รายงานภาษีขาย (Sale Tax Report)

6. ระบบบาร์โค้ด (Barcode System)

  • การสแกนรับ จ่าย และโอนย้าย วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Receiving Issue and Transfer)
  • การสแกนเพื่อตรวจนับ วัตถุดิบและสินค้า (Barcode Scan Physical Stock Checking)

ข้อดีของการเลือกใช้ CiMSO STOCKmanager – Inventory & procurement software

  • เราพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ (System Development) ลูกค้า
  • ซอฟต์แวร์ของเราสามารถจัดโครงสร้างของคลังสินค้าได้หลากหลายตามนโยบายของบริษัท
  • รองรับการทำงานหลายภาษา
  • มีการบันทึกข้อมูลการแก้ไขเอกสาร (Audit) และสามารถเรียกดูรายการแก้ไขเอกสาร (Log) ได้
  • รองรับการกำหนดเงื่อนไขในการโอนสินค้าหรือการเติมเต็มสินค้าระหว่างคลังสินค้า
  • สามารถทำระบบบัญชีรวมศูนย์ หรือจะแยกสำหรับแต่ละคลังก็ได้
  • มีรายงานทุกขั้นตอน

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบสมาชิก (CLUBmanager) ของ CiMSO ดีอย่างไร ทำไม Sport Club และ Golf club ถึงเลือกใช้ CiMSO

ใช่แล้วครับ Orchid Country Club (OCC) และ Sentosa Golf club ประเทศสิงคโปร์ ได้เปลี่ยนซอฟต์แวร์บริหารจัดการทั้งหมด (ERP Software) มาเป็น CiMSO ERP Software โดยล่าสุด ในปี 2018 โดยที่เซนโตซ่า กอล์ฟคลับ ประเทศสิงคโปร์ เลือกใช้ระบบของ CiMSO ในการบริหารจัดการสนามกอล์ฟ คลับ และ ร้านอาหารทั้งหมดของเซนโตซ่า กอล์ฟคลับ โดยรวมถึงระบบที่โดดเด่น เหล่านี้

ซึ่งระบบทั้งหมดนี้ใช้ทีมบัญชี ทีมเดียวรองรับการทำงานของทั้งคลับ ด้วยฟังชั่น BACKoffice – Accounting Software แถมยังใช้ทีมจัดซื้อร่วมกันทำให้ไม่เกิดการสั่งสินค้าซ้ำซ้อน ด้วยระบบ STOCKmanager – Inventory & Procurement Software

การเลือกใช้ CiMSO ERP Software เป็นการลงทุนที่จะช่วยหระบบการทำงานขององค์กร มีขั้นมีตอน ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน ซึ่งทำงานซ้ำซ้อนและมีดอกาสทำงานผิดพลาดสูงกว่าระบบมาก นอกจากนั้น ระบบ CiMSO ERP Software นอกจากจะมี CRM แล้ว ยังมี report ที่ผู้ใช้สามารภ custom ใช้ได้เอง ซึ่งเป็นประดยชน์ต่อการวางแผนการตลาด เพิ่มรายได้ให้กับองค์กรอีกด้วย

เกี่ยวกับ Orchid Country Club (OCC)

Orchid Country club เป็นสนามกอล์ฟและคันทรีคลับชั้นนำในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งขึ้นในปีพ. ศ. 2536 ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ผ่านมา OCC ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมด้านการให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์และยังเป็นคลับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นคลับที่ผู้คนจากทุกช่วงชีวิตสามารถมารวมกันเพื่อสนุกกับการเล่นกอล์ฟและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและสันทนาการของคลับ นอกเหนือจากสิงคโปร์ OCC มีการแลกเปลี่ยนและการเข้าถึงที่กว้างขวางกับสโมสรที่มีชื่อเสียงกว่า 90 แห่งในกว่า 20 ประเทศครอบคลุม 5 ทวีป ได้แก่ เอเชียออสเตรเลีย แอฟริกาอเมริกาใต้ และยุโรป

เกี่ยวกับ Sentosa Golf Club

Sentosa Golf Club (เซนโตซา กอล์ฟ คลับ) ก่อตั้งขึ้นในปี 2517 ได้รับการโหวตให้เป็นสนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเสนอสนามที่มีทัศนียภาพที่งดงามสำหรับผู้ที่หลงใหลในการเล่นกอล์ฟ สนามกอล์ฟ Sentosa Golf Club เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่พิเศษและท้าทายที่สุดของภูมิภาคโดยสมาชิกกว่า 1,500 คนจากวงที่โดดเด่นและมีอิทธิพล ตั้งแต่ปี 2548 ผู้เล่นระดับนานาชาติและนักกอล์ฟระดับโลกจากเอเชียยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ลงสนามแข่งขันชิงแชมป์บาร์เคลย์สิงคโปร์โอเพ่นและเอชเอสบีซีแชมเปี้ยนส์สตรี ในปี 2559

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ทำไมร้านอาหารส่วนมาก ถึงไปไม่รอด แล้ว CiMSO จะช่วยได้อย่างไร

ธุรกิจร้านอาหาร เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หลายคนสนใจลงทุนเพราะดูจะเห็นเม็ดเงินเข้ามาได้ง่าย หากมีคนเข้าร้านแน่นร้าน เจ้าของธุรกิจย่อมคิดว่าตัวเองมีรายได้เยอะ แต่ความจริงแล้วธุรกิจร้านอาหาร หากวางแผนไม่ดีมีแต่จะไปไม่รอดครับ และในปัจจุบันนี้ หากคุณจะเปิดร้านอาหารเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ คุณต้องเก่งทั้งอาหาร การตลาด ซึ่งถ้าเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ใจปั๊ม ทุ่มเงินตกแต่งร้าน หาพ่อครัวแม่ครัวมือดีมาทำ แค่นี้ 2 ส่วน คือ ส่วนของอาหารและการตลาด ก็กินเวลาของผู้บริหารเกือบจะทั้งหมดแล้วครับ แต่ถ้าหน้าบ้านดี หลังบ้านเละ คุณว่าจะเกิดอะไรขึ้น…

เยส! ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งคอก ถ้าหลังบ้านเละ ไร้ระบบและตัวช่วยจัดการระบบ เปิดไปสักพัก คุณจะเริ่มล้า เพราะคุณคนเดียวที่ต้องทุ่มเทเวลาทั้งกายและกระเป๋าตังลงมากับธุรกิจร้านอาหารของคุณ และเมื่อคุณล้าจนหมดแรง นี่แหละครับที่ผมเกร่นในตอนแรกของบทความ…ไปไม่รอด ปิดตัวลง กลับบ้านเก่าครับ

แล้วอะไรล่ะ ที่หมายถึงระบบและตัวช่วยจัดการระบบ? ก่อนที่จะเล่าว่าระบบคืออะไรเรามาดูว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ร้านอาหารส่วนมากไปไม่รอดคืออะไรบ้าง…

  1. เจ้าของขาดประสบการณ์
  2. เลือกทำเลผิด
  3. ขาดจุดขายที่แตกต่าง
  4. ขาดการทำการตลาดที่ดี
  5. ขาดระบบที่ดี มีปัญหาเรื่องคน
  6. รสชาติและมาตรฐานไม่คงที่
  7. คุมค่าใช้จ่ายไม่ได้
  8. ขาดระบบบริหารจัดการ

จากปัญหาข้างต้น จะเห็นว่า ปัญหาในข้อ 1 – 4 เป็นปัญหาโดยตรงของเจ้าของกิจการที่จะต้องหาข้อมุล ศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งใช้ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ครับ แต่ปัญหาในข้อ 5 -8 เป็นปัญหาที่ CiMSO ช่วยคุณได้ครับ

ผมไม่เถียงว่า การเปิดร้านอาหารเล็กๆ ทีมีเพียงพ่อครัว1-2คน กับ โต๊ะอาหาร 10 โต๊ะ ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอะไรมากนอกจากระบบ POS ราคาหลักหมื่น แต่ลองคิดภาพร้านอาหารที่มีสัก 40 โต๊ะ และ/หรือมีหลายสาขา ร้านอาหารอย่างหลังนี่ ถ้าไม่มีระบบที่ดีช่วยควบคุมรายรับ-รายจ่าย ควบคุมสต๊อกขาเข้า-ออก ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณจะลงทุนสัก 5 – 10  ล้าน เปิดร้านอาหาร และคาดการณ์ว่าจะได้รายได้เดือนละ 2-3 ล้านบาท คุณควรจะจัดสรรเงินทุนไว้อย่างน้อย 3%-5% จากยอดเงินลงทุนเพื่อลงระบบร้านอาหารที่ตอบโจทย์ของคุณ

และระบบที่ดี จะสามารถช่วยคุณได้ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน เช่น นอกจากเป็น POS แล้วยังจะช่วยคุณสร้างฐานลูกค้าด้วยระบบ royalty program และหากเพิ่มเงินอีกสักหน่อย ก็จะได้ระบบควบคุมสต๊อกสินค้า ระบบัญชี มาด้วย ทั้งนี้ ระบบจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้คุณเห็นทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารของคุณ เมื่อคุณหมดกังวลกับงานเหล่านี้ คุณจะมีความสุขมากขึ้นกับการไปพัฒนาเมนู และการทำการตลาด รวมถึงการขยายสาขา สร้างเฟรนไชน์ครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบสนามกอล์ฟ (Golf Course Management System) คืออะไร

ธุรกิจสนามกอล์ฟในปัจจุบันเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ต้องลงทุนสูงมาก แต่ก็เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับเจ้าของกิจการ การให้บริการในสนามกอล์ฟที่น่าประทับใจเพื่อดึงดูให้ลูกค้าขาจรเปลี่ยนเป็นขาประจำ และการจัดทำโปรโมชั่นให้กับสมาชิกของสนามกอล์ฟเป็นอีกหนึ่งวีธีการที่จะสร้างฐานลูกค้าให้กับสนามกอล์ฟ โปรแกรมบริหารจัดการสนามกอล์ฟจึงเป็นอะไรที่มีความสำคัญอันดับต้นๆของธุรกิจสนามกอล์ฟ เพราะโปรแกรมสนามกอล์ฟที่ดีควรจะจัดการได้ทั้ง Front Office และ Back Office ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีระบบดังนี้

  • ระบบสมาชิก (Member) และ Royalty Program
  • ระบบจองสนาม การใช้บริการแค็ดดีและรถกอล์ฟ (Booking)
  • การจัดคิวออกรอบ
  • การจำหน่ายคูปองค่าใช้สนาม (Green Fee)
  • ระบบบัญชี (Back Office)
  • ระบบสต๊อก (Stock Management)

เป็นต้น

Golfmanager จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานผู้ปฏิบัติงานขายและจองเวลาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ควบคุมการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามระบบและโปร่งใส และเพิ่มความประทับใจให้แก่นักกอล์ฟเมื่อมาใช้บริการ

นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานส่วน Front Office แล้ว     ข้อมูลในส่วนของ Front Office จะถูกนำไปใช้ต่อที่หน่วยงาน Back Office เช่น  ฝ่ายบัญชี  ฝ่ายการตลาด    ผู้จัดการสนาม  และผู้บริหาร ฯลฯ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลซ้ำอีก

ข้อดีของการใช้ระบบ GOLFmanager

  • ฝ่ายลงทะเบียนสมาชิก สามารถทำงานได้ไว
  • ลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ในทุก ๆ ขั้นตอน
  • เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยระบบจองคอร์สออนไลน์ ที่ลิ้งกับหน้าเว็บไซต์ของสนามกอล์ฟ
  • ลดรายจ่าย ในการจ้างพนักงานที่ทำงานซ้ำซ้อนกับการทำงานของระบบเพิ่มรายได้ด้วยการทำ Royalty Program, การนำเสนอโปรโมชั่น, การจำหน่ายตั๋วแบบหมู่คณะ
  • ระบบบัญชีและจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ช่วยลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ล่าช้า ตกหล่นของพนักงาน และยังลดรายจ่ายในการจ้างคนในแผนกดังกล่าวเกินจำเป็น
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบจองห้องพัก หากสนามกอล์ฟมีบริการโรงแรม ห้องพัก
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการร้านอาหาร ในการณีที่มีบริการร้านอาหาร บาร์ เครื่องดื่ม

1. ความสามาถของโปรแกรมจัดการสนามกอล์ฟ (CiMSO – GOLFmanager) ได้แก่

  • จัดทำทะเบียนสมาชิก โดยสามารถแยกคุณสมบัติหรือรูปแบบสามชิกได้
  • สามารถทำบัตรสมาชิก แบบ RFID หรือบัตรแม่เหล็ก
  • อัพเดตสถานะของสมาชิกโดยอัตโนมัติ
  • เก็บประวัติการเข้าใช้บริการ ชื่อแคดดี้ และประวัติการซื้อสินค้า ควมชื่นชอบได้ทั้งหมด เพื่อประโยชน์ในการทำการตลาดและการจัดทำโปรดมชั่นให้กับลูกค้า
  • การส่งอีเมล์หรือ SMS นำเสนอบริการและโปรโมชั่นให้กับสมาชิก

2. การจัดการสนามกอล์ฟ

  • สามารถกำหนด การวนรอบของสนาม (COURSE) และสามารถกำหนดระยะห่างของเวลาในการปล่อยนักกอล์ฟออกรอบแต่ละก๊วน
  • กำหนดวันปิดสนามบางสนามเพื่อการซ่อมบำรุง
  • กำหนดราคาค่า Green Fee, ค่าแค็ดดี, ค่ารถกอล์ฟ (วันธรรมดา, วันหยุด, SPORT DAY)
  • กำหนดวันหยุดพิเศษล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องทราบโดยอัตโนมัติ
  • กำหนดราคาพิเศษในระหว่างการจัด Promotion ต่าง ๆ ได้

3. T-Booking

  • สามารถจองส่วนบุคคลหรือกลุ่ม พร้อมการยืนยันอีเมลและ SMS โดยตรงและรายการรอ (waiting list)
  • ออกตั๋ว แบบ Cash Card System (RFID) ซึ่งทำให้การขายเป็นไปด้วยความรวดเร็วและน่าประทับใจ
  • ค้นหาชื่อสมาชิกด้วยความรวดเร็ว โดยอ้างถึง ชื่อ, นามสกุล, หรือหมายเลขสมาชิก
  • จำหน่ายตั๋วหรือคูปองโดยอ้างถึงการจองสนามได้
  • ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทันที
  • รองรับการจำหน่ายตั๋วแบบหมู่คณะ เช่น จากบริษัททัวร์, โรงแรม, หรือการปิดสนามเพื่อการแข่งขันพิเศษ เป็นต้น

4. Pro-Shop (โปรช๊อป)

  • Pro-Shop touch screen points of sale (POS)
  • ใช้เครื่องอ่าน Bar Code หรือ แถบแม่เหล็ก จากบัตรสมาชิกได้ (Cash card system)
  • ระบบจัดการสต๊อกสินค้า – Stock management

5. Back Office (บัญชีและการเงิน)

  • รายงานการขายประจำวัน/ประจำเดือน แยกตามพนักงานขายหรือรวมทั้งหมด
  • รายงานการขายแยกตามสินค้า (ค่าสนาม ค่าแค็ดดี และค่ารถกอล์ฟ) ประจำวัน  ประจำเดือน
  • รายงานแยกตามประเภทสมาชิก
  • รายงานการออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี เต็มรูปแบบ ประจำวัน ประจำเดือน
  • รายงานสรุปรายได้ค่าสนาม แยกตามราคา (ส่งกรมสรรพสามิต)
  • รายงานภาษีขายประจำเดือน (ส่งกรมสรรพากร)
  • รายงานรายได้ส่วนแบ่งค่าแค็ดดี

ฯลฯ

6.  Report (รายงานสำหรับทีมผู้บริหารและฝ่ายแผนการตลาด)

  • รายงานสถิติการใช้สนามแยกตามประเภทนักกอล์ฟ/ ประเภทสมาชิก
  • รายงานสรุปจำนวนผู้เล่น และจำนวนเงินยอดขายแต่ละวันในเดือนปัจจุบันยอด Year To Date  และเปรียบเทียบยอดขายเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

ฯลฯ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ถึงเวลา ระบบจัดการโรงแรม ต้องเข้ามาช่วยโรงแรมเล็ก ๆ แล้ว

โรงแรมที่มีขนาดเล็ก ที่มีจำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง และ Traffic ไม่มาก หรือเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่ใช่ Chain Hotels มักจะมองว่า การลงทุนในการเลือกเอาระบบจัดการโรงแรม (INNKeeper – PMS) มาใช้เหมือนจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างไกลตัว แต่ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว ตอนนี้ในการให้บริการที่ติดขัดและมีปัญหาในโรงแรมที่แก้ไม่ตก ทุกอย่างสามารถจัดการได้ด้วยการเลือกใช้ระบบจัดการโรงแรม

ระบบจัดการโรงแรม (INNkeeper – PMS) จะช่วยโรงแรมขนาดเล็กได้อย่างไร

  • การทำงานแบบ Manual ช้าเกินไป

เป็นเรื่องจริงสำหรับโรงแรมขนาดเล็กที่ยังคงใช้ระบบการทำทุกอย่างด้วยมือ ตั้งแต่การจองห้อง ลงเวลา และบันทึกการเข้าออก ที่ทุกขั้นตอนจะต้องใช้เวลานาน ถ้าอยากที่จะให้บริการที่รวดเร็วกว่า ละลดความผิดพลาดในการทำงาน ระบบจัดการโรงแรมสามารถช่วยได้

  • ลดคน ลดขั้นตอน เพิ่มกำไร

แม้จะเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่มาก แต่หากว่าธุรกิจสามารถใช้คนให้น้อยลงได้ ด้วยการเลือกนำระบบคอมพิวเตอร์และระบบจัดการโรงแรมมาใช้ ก็สามารถที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการได้ ขั้นตอนการทำงานลด ก็ส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อย

  • เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มรายได้

ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กหรือใหญ่ ยอมต้องการเพิ่มรายได้ ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายทั้งนั้น เพราะหากโรงแรมเราตั้งอยู่เฉย ๆ และไม่ทำการตลาดด้วยการเพิ่มช่องทางการขาย เราก็คงมีแขกที่มาพักด้วยช่องเพียง 2 ช่องทางก็คือ ปากต่อปาก และการเดินผ่าน ซึ่งในยุคที่ลูกค้าเลือกจองห้องพักผ่าน Online OTAs และโรงแรม ที่พัก แทบทุกโรงแรมทำการตลาด เพิ่มช่องทางการขายผ่าน Online OTAs หากเราไม่เพิ่มช่องทางการขายบ้าง เราคงตกขบวนและไม่มีทางเพิ่มรายได้ได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการ  ในส่วนนี้ ระบบจัดการโรงแรมที่ดีจะมีฟังก์ชั่น Channel Manager ซึ่งจะช่วยลิ้งห้องพักไปยังเว็บไซต์ Agoda, Booking.com, hotels.com, Ctrip เพิ่มช่องทางขายและเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมได้มากขึ้น

  • ประเมินผลและวางแผนการตลาดของโรงแรม

นอกจากระบบจัดการโรงแรม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการทำงานของพนักงานแล้ว ระบบจัดการโรงแรมที่ดี จะสามารถเก็บข้อมูลอย่างละเอียดของแขก และยังสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทำรีพอร์ทออกมาให้เจ้าของโรงแรมสามารถที่จะประเมินผลการบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงการทำการตลาดของโรงแรม เช่น จะต้องขายในช่องทางไหนที่แขกเห็นและเลือกเข้าพัก จะต้องเพิ่มบริการอะไรซึ่งแขกที่มาพักรู้สึกพอใจและจะกลับเข้ามาใหม่ ช่วงไหนของปีที่แขกเลือกมาพักที่โรงแรมของเรา เป็นต้น

  • เพิ่มบริการเสริม ที่ต่อยอดให้กับธุรกิจโรงแรม

โรงแรมขนาดเล็ก ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีเพียงห้องพักเท่านั้น แต่โรงแรมสามารถเพิ่มายได้จากการให้บริการอื่นๆได้ด้วย เช่น การทำร้านอาหาร, บริการสปา ซึ่งระบบจัดการโรงแรมที่ดี จะสามารถเพิ่มโมดูลเหล่านี้ได้เลย โดยจะเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่โรงแรมเคยลงไว้แล้ว และทำให้โรงแรมเสียค่าใช้จ่ายในการเพิ่มโมดูลไม่สูง แถมยังดีต่อการทำบัญชี (Back Office) ขององค์กรอีกด้วย

นับว่าระบบบริหารจัดการโรงแรมและคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้การบริการจัดการโรงแรมขนาดเล็กทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าของโรงแรมจะต้องเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังแล้ว ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบจัดการโรงแรม INNkeeper ซึ่งเป็นระบบจัดการโรงแรมที่มีทั้ง Front/Back Office + Channel Manager และยังสามารถ Integrate ไปยังระบบอื่น ๆ เช่น RESTaurateur, SPAscheduler, Golfmanager เป็นต้น

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โรงแรมที่ใช้ Channel Manager แล้ว ทำไมถึงต้องมี Hotel PMS ด้วย

มีหลาย ๆ โรงแรมสอบถามผมว่า ถ้าหากทางดรงแรม ที่พัก มีการใช้ Channel Manager แล้ว จำเป็นหรือไม่ที่จะยังต้องมี Hotel PMS อีก วันนี้เราจะมาแยกความแตกต่างของ Channel Manager กับ Hotel PMS และมาดูกันว่าเราควรเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งสองอย่าง และแบบไหนที่ส่งผลดีกับโรงแรมของเรามากที่สุดกันครับ

Channel Manager คืออะไร

Channel Manager คือ โปรแกรมที่ช่วยในการจัดสรรช่องทางการขายห้องพัก ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของโรงแรม ห้องพัก มีความสะดวกในการขายห้องพักไปยัง Online OTAs อย่างพวก Agoda, Booking ได้ง่ายและทำให้ลดปัญหาข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้อง โดยหลักการทำงานของ Channel Manager เป็นการรวมจำนวนห้องพักไว้เป็นกองกลาง หรอืที่เรียกว่า Pool Inventory และระบบจะทำการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายที่โรงแรม ที่พัก ได้สร้างไว้กับ เอเจ้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Booking.com, Ctrip, Expedia, Hotels.com เป็นต้น และรวมไปถึงเว็บไซต์ของโรงแรมเอง

Hotel PMS คืออะไร

Hotel PMS ย่อมาจาก Property Management System คือ ระบบที่ครอบคลุมการบริหารจัดการงานโรงแรมส่วนหน้า (Front Office) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ แคชเชียร์ การจอง แม่บ้าน ข้อมูลลูกค้า การรายงาน และอื่น ๆ (Reservation, Check-in & Check-out, Rate Management, Account Processing, Housekeeping)

เลือก Channel Manager หรือ PMS ดี

โรงแรม ที่พัก ขนาดเล็ก ที่มีจำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง และ Traffic ไม่มาก หรือเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่ใช่ Chain Hotels มักจะมองว่าระบบ PMS ยังไม่จำเป็น เพราะยังสามารถจดมือ หรือใช้ Excel บริหารจัดการได้อยู่ เจ้าของโรงแรม ที่พัก ก็มักจะเลือกใช้เพียง Channel Manager เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อเถอะว่าผู้บริหาร ยุคใหม่ ที่ต้องการเวลา เพื่อไปพัฒนาหรือขยายกิจการ และไม่ต้องการฝากกิจการไว้กับพนักงานโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวขององค์กรได้ จะพยายามหาระบบ PMS มาใช้ควบคู่ไปกับการขายห้องพักผ่าน Channel Manager  (ซึ่งหลายครั้งจะเลือกระบบ PMS ที่รองรับกับแผนการพัฒนา/ขยายกิจการ เช่น เพิ่มบริการสปา, ร้านอาหาร หรือการขยายสาขา เป็นต้น) เพราะลึก ๆ แล้ว ทุกคนที่ทำธุรกิจ ไม่มีใครที่ไม่ต้องการให้ธุรกิจของตัวเองมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับการมีเวลาไปพัฒนา/ขยายกิจการของตัวเอง ดังนั้น ตั้งแต่เริ่ม ที่คิดว่าจะทำโรงแรม หรือรับช่วงต่อกิจการโรงแรม ที่พัก จากที่บ้าน งบประมาณแรก ๆ ที่คุณต้องกันไว้ นั่นคือ งบของระบบจัดการโรงแรมที่เหมาะกับองค์กร

ส่วนโรงแรมขนาด 50 ห้องขึ้นไป ส่วนมาก มักจะเลือกใช้ทั้ง Channel Manager และ PMS ควบคู่กันไป และมักจะเลือก ระบบ Channel Manager ของเจ้าทีมี PMS ด้วย เนื่องจากระบบทั้ง 2 จะทำงานควบคู่กัน ทำให้พนักงานโรงแรมทำงานสะดวกขึ้น มีมาตรฐานและลดการทำงานที่ผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

มีแต่ Channel Manager แล้วควรมี PMS ด้วย

การเลือกใช้ Channel Manager ที่ดี ควรจะเลือกอันที่เป็นระบบซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ OTAs เข้ากับ PMS ที่โรงแรมใช้จัดการห้องพักและราคาอยู่ เพราะ เมื่อ Channel Manager มีการเชื่อมต่อกับ PMS แล้ว ระบบ Channel Manager จะช่วยอัพเดตข้อมูลของโรงแรมโดยอัตโนมัติในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตราคา อัพเดทจำนวนห้องเปิดให้จองและข้อมูลการจอง ข้อดีของการเชื่อมต่อระหว่าง Channel Manager กับ PMS นอกจากจะช่วยให้ห้องพีกของเราได้มีการขายออกไปได้ง่าย ไว และสะดวก ซึ่งเพิ่มรายได้ให้กับทางโรงแรม ห้องพัก แล้ว การเชื่อมต่อนี้ยังช่วยลดปัญหาการจองเกินจำนวนจัดสรรได้เช่นกัน (Overbookings) เพราะเมื่อห้องพักถูกจอง ระบบก็จะลบข้อมูลดังกล่าวออกจากช่องทางออนไลน์อื่นโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เมื่อคุณต้องการเลือกใช้ Channel Manager จากผู้ให้บริการระบบเจ้าใดสักเจ้าหนึ่ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบ PMS / Front Office ด้วย เนื่องจากการเลือกใช้ระบบจากผู้ให้บริการเดียวกันนอกจากระบบจะเสถียรกว่าการแยกระบบแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อให้กับโรงแรมด้วย (ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ INNkeeper ซึ่งเป็นระบบจัดการโรงแรมที่มีทั้ง Front/Back Office + Channel Manager และยังสามารถ integrate ไปยังระบบอื่นๆ เช่น RESTaurateur, SPAscheduler, Golfmanager เป็นต้น)

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com