ขั้นตอน Implement ระบบ ERP ของ CiMSO Software

CiMSO ERP Software เป็นระบบ ERP สำเร็จรูป ที่จะช่วยให้ธุรกิจประเภท Hospitality ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท สนามกอล์ฟ ร้านอาหาร สปา ธุรกิจประเภทงานบริการและธุรกิจรีเทล (ค่าปลีก – ค้าส่ง) สามารถเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการทำงานภาพรวมขององค์กร ลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงาน มีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ข้อมูลไหลผ่านในทุกหน่วยงานโดยมีจุดศุนย์กลาง Database เดี่ยว จึงสามารถรวบรวมและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา ทำให้ธุรกิจของคุณมีความสามารถในการแข่งขันกับตลาด     

หากการ Implementation ระบบ CiMSO ERP สำเร็จ ระบบจะสามารถแสดงข้อมูลด้าน Business Intelligence การวางระบบการทำงานขององค์กร Business Operation, ช่วยลดต้นทุน, เพิ่มความสามารถในการประสานงาน และร่วมมือในการทำงานภายในองค์กร ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยสำคัญของการเติมโตของธุรกิจ

แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ายังคงมีผู้บริหารหลายๆท่าน เชื่อมั่นกับระบบ ERP แต่ยังคงมีความกังวลว่สระบบ CiMSO ERP จะมีวิธีการ Implement อย่างไร ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน และจะติดปัญหาอะไรบ้างที่ผู้บริหารพึงควรระวัง วันนี้ AEC Enlist ซึ่งเป็นตัวแทนขายและ Implement ระบบ CiMSO ERP ในประเทศไทย จะมานำเสนอวิธีการ Implement ระบบ CiMSO ERP ครับ

การ Implement หมายถึงการดำเนินการ หรือการทำให้เกิดผล ซึ่งก็คือ การทำให้ระบบ CiMSO ERP สามารถใช้งานได้หรือสามารถใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพกับธุรกิจของลูกค้า

มาดูขั้นตอนการ Implement ระบบ CiMSO ERP กันครับ

เมื่อผ่านขั้นตอนการทำ Demo หารือกับลูกค้า รวมถึงการเก็บ requirement จากลูกค้า (บางองค์กร จะมีการทำ POC หรือที่เรียกว่า Proof Of Concept ด้วย) เสนอราคาและประเมิน Timeline  จนลูกค้ามั่นใจ ตกลงใช้บริการ CiMSO ERP Software แล้ว ทางทีมงาน CiMSO โดย บริษัท AEC Enlist ก็จะดำเนินการในขั้นตอนการเก็บข้อมูล และ Implement จนระบบสามารถ Go – Live ได้ภายในระยะเวลาที่ประเมินกันกับลูกค้า ซึ่งมีขั้นตอนสรุปง่ายๆ ดังนี้

  1. การเก็บข้อมูลของลูกค้า หรือที่เรียกว่า Delivery of Information – เนื่องจากการทำงานของ CiMSO ERP Software จะไม่เหมือนกับการทำงานของ ERP ยี่ห้ออื่นๆ คือ ก่อนที่ลูกค้าจะทำการเซ็นสัญญาจ้าง (Project Proposal) กับเรา เราจะทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เก็บ Requirement รวมถึงการประเมินค่าใช้จ่าย+Timeline ในการพัฒนาระบบ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการเพิ่มfeatures พิเศษ (บางลูกค้าเท่านั้น)

เมื่อเริ่มการทำงานหลังการเซ็น Project Proposal เราจะเริ่ม Start-up meeting กับลูกค้า และเก็บข้อมูลจากลูกค้า ลงลึกไปแต่ละแผนก (ตาม modules และ features ที่ลูกค้าเลือกใช้)

  1. *System Applicability – ในกรณีที่ทีมงานเก็บข้อมูลจากลูกค้าและพบว่า มี requirement เพิ่มเติม นอกเหนือจากการหารือกับลูกค้าก่อนการเริ่มทำงาน ทีมงานจะทำการประเมินการพัฒนาระบบ (Development specifications) และนำเสนอกับทางลูกค้าถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบ Timeline และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (*สำหรับบางลูกค้าที่มีความจำเป็นในการพัฒนาระบบเท่านั้น)
  2. Data Migration, Installation of Software และ System Configuration – เป็นขั้นตอนที่ทีมงานของเราจะทำงานร่วมกับแผนกต่างๆของลูกค้า ในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ Install ระบบให้กับลูกค้า รวมถึงการจัดการ Config ระบบให้เข้ากับการทำงานของลูกค้า ซึ่งขั้นตอนนี้ทีมงานของลูกค้าก็จะได้เห็นถึงข้อมูล และขั้นตอนการใช้งานของระบบในรูปแบบข้อมูลของตัวลูกค้าเอง ลูกค้าจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับธุรกิจของลูกค้า ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่า CiMSO ERP ตอบโจทย์การทำงานของลูกค้า
  3. **Development และ User Acceptance – ต่อเนื่องจากข้อ 3 ข้างต้น ในกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการพิเศษที่ทำให้ CiMSO ต้อง development ระบบเพิ่มเติม CiMSO จะทำการพัฒนาระบบและส่งมอบให้กับลูกค้า เพื่อตรวจสอบและรับมอบระบบ (**สำหรับบางลูกค้าที่มีความจำเป็นในการพัฒนาระบบเท่านั้น)
  4. User Training – แน่นอนว่าไม่มีระบบ ERP ไหน ไม่มีการอบรมการใช้งาน CiMSO ERP Software เรามี Syllabus สำหรับการอบรมผู้ใช้งาน รวมถึงเรามี manual หรือคู่มือการใช้งานให้กับลูกค้า โดยทางทีมงานของเราจะหารือกับลูกค้าก่อนการอบรม ถึงวิธีการ แผนก ผู้ใช้ และตารางเวลาการอบรม เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการทำงานของพนักงาน ให้สอดคล้องกับตารางการอบรม รวมถึงเพื่อให้การอบรมมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย
  5. Go-LIVE – เป็นขั้นตอนการส่งมอบระบบให้กับลูกค้า ซึ่งในช่วง Go-LIVE นั้นทางทีมงานก็จะอยู่ช่วยลูกค้าในการใช้งาน หากมีการติดขัดเนื่องจากเป็นการใช้ระบบใหม่ๆ พร้อมกับการส่งมอบ LUSA ให้กับลูกค้า (LUSA คือ License Upgrade and Support Service Level Agreement เป็นสัญญาการให้บริการหลังการขายของ
    CiMSO ERP Software ซึ่งนอกจากการซัฟพอร์ทระบบตาม Service Level แล้ว CiMSO ยังมีการ Upgrade ซอฟต์แวร์ในทุกๆ 6 เดือน หรือ 2 ครั้งต่อปี ทำให้ระบบของลูกค้าไม่มี bug error และยังมีฟังก์ชั่นใหม่ๆที่ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปกติแล้วลูกค้าจะต้องทำการต่อ LUSA ทุกปี)

หลักการ Implement ของ CiMSO ERP Software เป็นรูปแบบการ Implement ในกรอบการดำเนินงานของ PRINCEII Project Management ซึ่งเป็นขั้นเป็นตอนและมีเอกสารควบคุมในทุกขั้นตอน ซึ่ง PRINCEII นี้ ออกแบบมาเพื่อจัดการการเชื่อมโยงระหว่างผู้จัดการโครงการและหัวหน้าทีม เป้าหมายหลักของส่วนนี้ของโมเดลกระบวนการ PRINCEII คือเพื่อให้แน่ใจว่า:

  • ทีมทำงานตามขั้นตอนและ requirement ที่ตกลงกัน
  • ผู้นำทีมในแต่ละแผนก ทีมงาน และลูกค้าเข้าใจว่าโครงการควรส่งมอบอย่างไร ความพยายาม งบประมาณและกำหนดเวลาที่คาดหวังคืออะไร
  • ผู้จัดการโครงการจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับความคืบหน้าของการส่งมอบงานในแต่ละขั้นตอนของ PRINCEII ด้วยวิธีนี้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าการ Implement ระบบ ERP จะบรรลุความต้องการจริง  

ตัวอย่าง Implementation Time Line ของ CiMSO ERP Software

จะเห็นได้ว่า การทำงานของ CiMSO ERP Software ทีม มีมาตรฐานและสามารถทำให้ระบบ ERP สามารถ implement ให้กับลูกค้าได้จริง ซึ่งการ Implement ระบบ ERP อย่างมีแบบแผน มีมาตรฐานสากล จะทำให้ลูกค้าสามารถ GO-LIVE ได้ตรงเวลา มีขั้นมีตอน มีเอกสารควบคุม ระบบที่ลูกค้าได้ก็จะมีมาตรฐานและสามารถพัฒนาการทำงานขององค์กรให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ครับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้เกิดความสะดุดของการ Implement ระบบ ERP เช่นกันครับ แล้วผมจะมาเล่าสู่กันฟังในบทความต่อไปครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP มีประโยชน์อย่างไร กับ ธุรกิจค้าส่ง (Wholesale)

ต้องยอมรับเลยนะครับว่า ธุรกิจค้าส่งในปัจจุบัน หากไม่มี ระบบช่วยควบคุมการทำงาน ก็จะทำให้มีปัญหาการจัดการสินค้าคงคลัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหา สต๊อกบวม สินค้าหมดอายุ หรือขายดีเกินไปก็สินค้าขาด

ประโยชน์ของระบบ ERP สำหรับผู้ค้าส่ง

  • การจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ สต๊อกไม่ขาก ไม่บวม
  • การควบคุมทรัพยากรขององค์กรโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ข้อมูลจากทุกแผนก ตั้งแต่การจัดซื้อ คลังสินค้า และการขาย อยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน ทำให้ข้อมูลเป็นจริง ไม่มีผิดพลาด
  • ข้อมูลที่ได้จากทุกแผนกเป็นแบบ Real Time ทำให้ผู้บริหารวิเคราะห์ และ ตัดสินใจเร็วขึ้น
  • ลดขยะผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลของลูกค้า และประวัติการซื้อของลูกค้า ทำให้สามารถทำการตลาด รู้จักความต้องการของลูกค้าชัดเจนขึ้น
  • สามารถต่อยอดข้อมูลของลูกค้ามาทำ บัตรสะสมแต้ม และระบบ Loyalty ได้

ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับแผนกต่างๆ

แผนกจัดซื้อ 

สิ่งที่มีประโยชน์มากของการใช้ระบบ ERP สำหรับผู้ค้าส่งก็คือ การจัดการกระบานการจัดซื้อ ดังนี้

  • การเตรียมการจัดซื้อ – ได้แก่การรับรู้ราคาและปริมาณ วันที่กำหนดจัดส่ง การเจรจาที่เกี่ยวข้องระหว่างผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ ระบบ ERP จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเทียบราคาระหว่างซัพพลายเออร์ได้ ทำให้เพิ่มความสามารถในการเจรจาต่อรองราคากับซัพพลายเออร์
  • การออก PO – เมื่อสามารถระบุชื่อซัพพลายเออร์ จำนวน และราคาได้แล้ว ระบบจะช่วยออก PO รวมถึงสามารถส่งต่อไปยังหัวหน้าเพื่อทำการอุมิติได้แบบ paperless
  • การรับสินค้า CGRV – ในขั้นตอนการรับสินค้า แผนกสโตร์จะสามารถเปิดดูรายการสั่งซื้อตาม PO และเลือกรับสินค้าได้ตมจริงเพื่อส่งข้อมูลต่อไปยังแผนกบัญชีที่ทำหน้าที่ชำระค่าสินค้า
  • การชำระค่าสินค้า – เมื่อแผนกสโตร์ทำการรับสินค้าแล้ว แผนกบัญชีจะทราบทันทีว่าได้รับสินค้าแล้วครบถ้วนหรือไม่ จากนั้นระบบเจ้าหนี้ (AP) จะเห็นว่ามียอดหนี้ที่จะต้องชำระเป็นจำวนเท่าใด เมื่อไหร่ และทำการชำระเงินตามที่ทางสโตร์แจ้งไว้

ระบบโลจิสติกส์

เมื่อสินค้าเข้าสู่คลังสินค้า แผนกที่ใช้ระบบ ERP ก็คือ แผนกสโตร์ ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารจัดการสินค้าในคลัง ดังนี้

  • การจัดหมวดหมู่สินค้าคงคลัง – ระบบ ERP ช่วยให้การจัดการทำให้สินค้าคงคลังเป็นไปโดยอัตโนมัติตามมูลค่าและความเร็วของการหมุนเวียน ลองคิดภาพว่าคุณมีหมวดหมู่สินค้าอยู่สัก 500 รายการ การจัดหมวดหมู่ด้วยตนเองเป็นเรื่องยากที่จะจัดการได้ดีที่สุด ซึ่งการจัดการข้อมูลเดียวกันด้วยการใช้ระบบ ERP จะยุ่งยากน้อยกว่า
  • การวิเคราะห์เกี่ยวกับสินค้าคงคลัง – มีผู้ค้าส่งจำนวนมากไม่สามารถคาดการณ์แนวโน้มของความต้องการสินค้าได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเช็คได้จากข้อมูลที่ผ่านมาในระบบ ERP ที่มีการเก็บข้อมูลทางด้านการขาย ไม่ว่าจะเป็น การซื้อตามฤดูกาล สิ่งแวดล้อม สถานที่ หรือแม้กระทั้งความหลากหลายของเหตุกาณ์ทางเศรษฐกิจ ผู้ที่รู้จักใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบ ERP จะสามารถคาดการณ์ถึงความต้องการสินค้าของลูกคาได้ดี ทำให้เกิดปัญหาสต๊อกค้าง หมดอายุ หรือสามารถแจ้งให้แผนกการตลาดทำการเร่งขายสินค้าค้างสต๊อกได้  
  • การปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง – โดยธรรมชาติแล้ว ระบบ ERP จะตรวจสอบและวิเคราะห์กิจกรรมการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจึงช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถสร้างและรักษาการตัดสินใจได้อย่างชัดเจน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าส่งก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานของทั้งองค์กรให้กับผู้บริหาร เพราะไม่ว่ากระบวนการทางธุรกิจจะมุ่งเน้นไปที่ภาคการจัดจำหน่ายค้าส่งโดยเฉพาะต้องรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริหาร / ผู้ปฏิบัติงานไว้ตลอด สิ่งนี้ได้มาจากความชัดเจนที่สร้างขึ้นโดยความสามารถของระบบ ERP ในการระบุและแก้ไขปัญหาได้ดีก่อนที่จะกลายเป็นปัญหา

การขายส่งเป็นหนึ่งในรากฐานของเศรษฐกิจการค้าในปัจจุบัน ซึ่งเป็ฯธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง หลายองค์กรจึงสนใจใช้ระบบ ERP มาช่วยควบคุม พัฒนา และเก็บข้อมูล แบบรวมศูนย์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดได้อย่างพร้อมอยู่ตลอดเวลา

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ต้นทุนของการใช้ระบบ ERP

ระบบ ERP หรือ Enterprise Resource Planning ถือเป็นอีกหนึ่ง ระบบที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน และยังคงเป็นระบบที่น่าลงทุนอยู่เสมอ โดยเฉพาะการที่เราอยู่ในยุค Digital Transformation นี้ เพราะระบบ ERP ยังคงเป็นระบบสำคัญที่ใช้ในการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ทางธุรกิจ โดยเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ของเข้าไว้ด้วยกัน เช่น งานบัญชี การเงิน ทรัพยากรบุคคล ระบบการผลิต และการกระจายสินค้า

ระบบ ERP ทำให้องค์กรทราบแหล่งที่มาของ Resource หรือข้อมูล ได้ชัดเจน และส่งต่อไปให้ยังฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำให้การทำงานต่างๆ กระทำได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น ทดแทนงาน Manual ต่างๆ ในระบบ ผู้ที่ลงทุนใช้ระบบ ERP จึงสามารถลดความปวดหัว ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ในระยะยาว

ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าบริษัทใหญ่ หรือบริษัทเล็ก ล้วนมีความต้องการที่จะใช้ระบบดังกล่าวแฝงอยู่แทบทั้งสิ้น แต่จะแตกต่างกันในรูปแบบการใช้งาน และปริมาณการใช้งาน แล้วระบบ ERP แบบไหน ต้องลงทุนเท่าไหร่ จึงเหมาะกับคุณ?

ระบบ ERP ในท้องตลาดมีมากมายหลายยี่ห้อ ล้วนมีข้อเด่นที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Software สำเร็จรูป เช่น SAP, Oracle, Microsoft และ CiMSO เป็นต้น หรือเป็นแบบ OpenSource ERP ที่จะต้องมีโปรแกรมเมอร์มาช่วยปรับจูน หรือเป็นแบบ Customized ERP ที่ผู้ประกอบการจะต้องสร้างขึ้นมาเอง ด้วยการจ้าง Developer

แต่ถ้าหากคุณเป็นธุรกิจ Hospitality หรือ ธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา แฟรนไชน์ รวมถึงธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก ผมแนะนำ

CiMSO – Hospitality & Business ERP Software

ให้เป็นอีกหนึ่งระบบ ERP แบบสำเร็จรูป ที่ควรนำไปพิจารณาครับ เพราะ CiMSO คือระบบ ERP ที่มีพื้นฐานในการพัฒนามาจากธุรกิจ Hospitality & Business ซึ่งมีมาตรฐาน ISO ระดับสากล ทำให้คุณสามารถนำธุรกิจมาปรับใช้ได้ไม่ยาก แถมระบบ ERP ของ CiMSO ยังสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการของลูกค้าด้วยครับ

เช่น หากคุณเป็นร้านอาหาร 4 สาขาขึ้นไป และมีครัวกลาง คุณจะต้องการระบบ STOCKmanager เพื่อมาบริหารจัดการครัวกลาง รวมถึง RESTaurateur ซึ่งเป็นระบบ POS สำหรับการจัดการร้านอาหาร แต่ถ้าหากว่า คุณมี POS อยู่แล้ว และยังไม่พร้อมที่จะลงทุนระบบ ERP ทั้งหมดขององค์กร CiMSO สามารถให้คุณเลือกใช้แค่ ระบบ STOCKmanager เพื่อจัดการคลังสินค้าและการจัดซื้อสินค้าภายในครัวกลางซึ่งเชื่อมต่อกับคลังสินค้าที่สาขา โดยที่ยังไม่ใช้ POS กับ CiMSO ก็ได้

หากคุณเป็น  โรงแรม คุณสามรถเลือกใช้ INNKeeper ในส่วนของการจัดการจองห้องพัก และ INTERfaces – Channel Manager เพื่อการขายห้องพัก ซึ่งหากคุณมีระบบบัญชีอยู่แล้ว คุณจะยังไม่เลือกใช้ในส่วนของ CiMSO BACKoffice ก็ได้

ข้อดีของการเลือกใช้ module ที่จำเป็นกับความต้องการของคุณก็คือ

  1. คุณสามารถ save ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของการลงทุนใช้ระบบ ERP
  2. ระบบ CiMSO ERP Software เป็นระบบที่เรียกได้ว่าเชื่อมต่อกันได้อย่างไม่มีสะดุด หรือ fully integrated Software (บูรณาข้อมูลเข้าด้วยกัน) ซึ่งเมื่อคุณต้องการเพิ่ม module ที่จำเป็น คุณก็จะสามารถเพิ่มได้ทันที
  3. ระบบ CiMSO ERP Software เป็นระบบที่มีความโดดเด่นในการเก็บข้อมูล ฐานลูกค้า เรามี CDP หรือ Customer Data Platform ทำให้ผู้ใช้สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบสมาชิก, การทำการตลาดให้เหมาะกับฐานลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ความชอบ การเลือกซื้อสินค้าและบริการของลูกค้า เป็นต้น

หากพูดถึงระบบ ERP สำหรับ Hospitality &Business อยากให้คุณนึกถึง CiMSO แล้ว CiMSO ดีอย่างไร ?

  • CiMSO Software ดำเนินมาแล้วกว่า 30 ปีใน 16 ประเทศทั่วโลก
  • แม้ CiMSO จะเพิ่งเข้ามาในแถบทวีปเอเชียและเพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยไม่นาน แต่เรามี Reference Sites ที่น่าเชื่อถือ และยังคงใช้งานกับเรา เช่น
    • สนามกอล์ฟ
      • Sentosa Golf Club (Singapore)
      • Burapha Golf club (Thailand, implement phase )
      • Siam country club (Thailand, implement phase)
    • Mixed use Hotel – Office – Club
      • G-Tower (Malaysia)
    • ร้านอาหาร
      • Sanyod Seafood (Thailand)
    • โรงแรม
      • Prana hotel (Samui, Thailand)
      • Cana Boutique Hotel (Thailand)

และอีก กว่า 700 แห่งทั่วโลก <คลิกที่นี่เพื่อดู Reference Sites>

  • CiMSO ERP เป็น Fully Integrated software ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้เฉพาะโมดูลที่ต้องการได้ ทำให้ลูกค้าสามารถวางแผนการลงทุนได้ นอกจากนั้น CiMSO ยังรองรับการเติบโตขององค์กรของลูกค้าอย่างไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย
  • CiMSO ERP เติบโตมาจากธุรกิจบริการ และเราไม่หยุดที่จะพัฒนาตลอด ดังนั้น เรามีการพัฒนาระบบทุกๆ 6 เดือน ค่า MA รายปี ซึ่งเราเรียกว่า LUSA ไม่ใช่แค่การ maintenance เท่านั้น แต่เป็นค่าที่เราพัฒนาระบบให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งลูกค้าเดิมก็จะได้ใช้งานด้วย โดยไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างให้เรา customize เพิ่มเติม เรียกได้ว่าระบบของคุณก็จะทันสมัยอยู่เสมอนั่นเอง

หากถามว่า ถ้าต้องการใช้ CiMSO ERP Software ควรมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่เท่าไหร่?

คำถามนี่เป็นคำถามที่ยาก ต่อการให้คำตอบที่แน่นอนเป็นยอดตัวเลข ซึ่งผมเองจะตอบว่าแต่ละ module มีมูลค่าเท่าใดก็เป็นการยาก เนื่องจาก การลงทุนกับระบบ ERP ขึ้นอยู่กับจำนวน modules ที่คุณต้องการใช้ และจำนวน concurrent users นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับจำนวนนิติบุคคลที่คุณมี หรือระบบบริหารจัดการเดิมที่คุณมีอยู่แล้ว แต่หากจะให้ประมาณการ คุณต้องถามตัวคุณว่า ยอดรายได้ต่อปีของคุณมีเท่าไหร่ และโดยทั่วไปแล้วค่า Software ระบบดับ ERP จะอยู่ที่ 1-5% ของยอดขายต่อปี เช่น องค์กรคุณมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี มูลค่าการลงทุนของ ERP Software ควรจะอยู่ที่ 2-10 ล้านบาท   

หรือหากคุณจะคำนวณการลงทุน โดยดูจาก ROI เช่น คุณลงทุนในธุรกิจของคุณ 100 ล้านบาท คาดหวังจะคืนทุนใน 5 ปี เพราะธุรกิจทำกำไรได้ 20% จากยอดขาย แบบนี้ มูลค่าของการลงทุนระบบ ERP และใช้งานตลอด ควรจะอยู่ที่ 2-10 ล้านบาท    

จะเห็นได้ว่า ระบบ ERP เป็นระบบที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาดในปัจจุบัน หากไม่มี ERP เราจะไม่สามารถที่จะแข่งขันได้อีกในอนาคตอันใกล้ การตัดสินใจเลือก ERP ของผู้บริหารควรเลือกระบบ ERP ที่สามารถเลือกใช้เป็น module ที่ต้องการได้ แบบ pay as your needs จะทำให้คุณสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนครั้งแรก และติดตั้ง module เพิ่มเติมตามที่ต้องการใช้ต่อไปในอนาคตได้ ดูข้อมูลเกี่ยวกับ CiMSO ERP Software ได้ที่นี่ <คลิกที่นี่>

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นขาประจำ ด้วยการทำ CRM

คงจะเป็นการดีไม่น้อย ถ้าธุรกิจของเราจะมีลูกค้าขาประจำ หรือลูกค้าที่จะมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราซ้ำ และกลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าบ่อยกว่าลูกค้าขาจร ที่อาจจะใช้บริการแค่ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีก

นักการตลาดหลายท่านบอกว่า การที่เราจะ เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นขาประจำ ได้นั้น เราต้องทำ CRM ครับ ซึ่งก็คือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรือ Customer Relationship Management (CRM) นั่นเอง แต่การทำ CRM โดยไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เป็นการยากมากสำหรับยุคที่ ข้อมูลของลูกค้า (Customer Data) เป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นพฤกรรมการบริโภคของลูกค้า ทำให้เราสามารถสร้างแคมเปญ สร้างสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

วันนี้ AEC Enlist ขอแนะนำวิธีที่จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าขาจร มาเป็นลูกค้าขาประจำของคุณ ที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ามีผู้ใช้บริการหรือซื้อสินค้า และมียอดขายมั่นคงอย่างแน่นอน ด้วยการทำ CRM จากระบบ CiMSO Hospitality & Business ERP Software ครับ

  1. เก็บข้อมูลของลูกค้า หรือ Customer Data ด้วยระบบ CLIENTmanager – Customer Date Platform (CDP)

ซึ่งระบบ CLIENTmanager ของ CiMSO มีคุณสมบัติในการช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า (Customer Data) ดังนี้

  • สามารถสร้างฐานข้อมูลลูกค้าที่กว้างขวาง (Customer database) พร้อมคอนโซลรายงานการจัดการ
  • การทำโปรไฟล์ข้อมูลลูกค้าและสถานะด้วยการทำ data mining
  • การระบุลูกค้าและพนักงานด้วยบัตร RFID บาร์โค้ด หรือ Mag Strip การแสดงภาพภาพถ่ายหรือการสแกนลายนิ้วมือ
  • สามารถเก็บความของลูกค้าและประวัติการซื้อขายโดยละเอียด
  1. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปต่อยอด (Explore Data)

นอกจากการเก็บข้อมูลฐานลูกค้าแล้ว คุณควรจะจำแนกข้อมูลของฐานลูกค้าให้เป็นระบบ (Scrub Data) เพื่อให้ง่าย สะดวกต่อการนำไปวิเคราะห์ ต่อยอด การทำการตลาดของคุณต่อ ซึ่งคุณสามารถวางแผนการเก็บข้อมูลและการจำแนกข้อมุลให้เป็นหมวดหมู่ ประเภทด ได้ตั้งแต่การใส่ข้อมูลครั้งแรก ด้วยระบบ CiMSO ซึ่งตรงนี้ จะช่วยลดความผิดพลาก ในการได้มาซึ่งข้อมุลที่มีการจำแนกอย่างเป็นระบบแล้ว ให้กับนักวิเคราะห์ข้อมูลครับ

  1. การใช้ข้อมูลย้อนหลัง

นอกจากข้อมูลปัจจุบัน ควมชื่นชอบต่างๆของลูกค้าที่เราอาจด้มาจากการทำผลสำรวจต่างๆ อีกวิธีหนึ่งในการนำข้อมูลย้อนหลัง 5-10 มาวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รูปแบบการซื้อขาย และใช้ระบบการจัดการเอกสาร แยกแยะข้อมูลการขายลูกค้าที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภค ข้อดีของการใช้ข้อมูลย้อนหลัง คือการที่ธุรกิจของคุณสามารถพัฒนารูปแผนการตลาดภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปมากกว่าที่คุณคิดครับ

  1. ประยุกต์ใช้ข้อมูล ด้วยการทำการตลาดโดยตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Direct Marketing)

เมื่อเราได้กลุ่มเป้าหมาย รู้ความต้องการของลูกค้าแล้ว เราก็สามารถสร้างแคมเปญ สร้างโปรโมชั่น นำเสนอ หรือให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา ส่งตรงไปยังฐานลูกค้าของเราได้ โดย CiMSO Software มีระบบช่วยดังนี้

  • การโทรออกโดยตรง (Direct call dialing) อีเมล (Email) แฟกซ์ (Fax) และ การส่ง SMS พร้อมระบบการติดตาม
  • การส่งอีเมลการตลาดจำนวนมาก (Bulk Marketing Email) แฟกซ์ (Fax) Snail-mail และ SMS
  1. การนำข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วไปทำการตลาดในทางอ้อมให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเราได้ข้อมูลลูกค้าและจำแนกข้อมูลออกมาแล้ว เราจะเห็นว่ากลุ่มลูกค้าเรามีกลุ่มใดบ้าง ซึ่งจริงๆแล้วการทำ CRM ไม่เพียงแต่เป็นการทำให้เราเพิ่มยอดขายได้โดยตรงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้ใหม่ๆ จากการที่เราดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา แก่ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างตรงจุด และได้ละเอียดแบบรายบุคคล ซึ่งตรงนี้ ทำให้ไม่เพียงแค่ลูกค้าที่ใช้บริการของเราแล้วเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ หลายท่านที่ให้ความสนใจและเข้ามาสอบถามข้อมูล นั้นทำให้ลูกค้าประทับใจและจดจำเราได้ วันหนึ่งเมื่อเขามีความต้องการในสินค้าหรือบริการของเรา เขาจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรกครับ

นอกจากระบบ CiMSO – CLINETmanager จะมีระบบช่วยเก็บฐานข้อมูลลูกค้าและเครื่องมือช่วยในการทำการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้ว เรายังมีระบบช่วยควบคุมการทำงานของพนักงานที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล ให้บริการ/ขายสินค้ากับลูกค้าของเราด้วย โดยเป็นการจัดกำหนดการและการติดตามงานและการสื่อสารของพนักงาน ครับ ซึ่งตรงนี้ จะช่วยผู้ประกอบการให้สามารถควบคุมเส้นทางของแบรนด์ได้ ด้วยการกำหนดหน้าที่ การให้บริการ การตอบสนองลูกค้า ได้อย่างดียิ่งขึ้นครับ

สำหรับการทำธุรกิจแล้ว ลูกค้าเก่านั้นย่อมดีกว่าลูกค้าใหม่ในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องต้นทุน ระยะเวลาในการปิดการขายที่สั้นลง ทั้งการทำการตลาดที่ประหยัดงบประมาณกว่าเดิม รวมถึง เรื่องการอธิบายสินค้าให้ลูกค้าเชื่อถือ มั่นใจ และต่าง ๆ อีกมากมาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมลูกค้าขาประจำกลับมาซื้อซ้ำ ถึงดีกว่าลูกค้าขาจรที่ผ่านไปมาซื้อแล้วก็หายไปและแน่นอนเมื่อการรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้เป็นเรื่องที่สมควรทำ และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้คุณได้มาซึ่งฐานข้อมูลที่ถูกต้อง นำไปวิเคราะห์ ซึ่งหากเทคโนโลยีนั้น เชื่อมต่อกับระบบขาย ระบบการให้บริการ ระบบรีเทล ของคุณด้วย ก็จะยิ่งทำให้คุณได้รับขอมูลที่ดีและน่าเชื่อถือ ช่วยลดต้นทุนและเวลาได้มากยิ่งขึ้นด้วยครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

CiMSO ERP จะช่วยให้แฟรนไชส์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เป็นเป็นวีการสร้างธุรกิจที่รวดเร็วและมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าการเริ่มสร้างธุรกิจด้วยตนเอง แต่สำหรับแฟรนไชส์ไทยแล้ว ที่ยังมีความน่าเป็นห่วงอยู่บ้างก็คือ การตั้งแฟรนไชส์แต่ไม่เข้าใจหลักการทำแฟรนไชส์ที่แท้จริง ซึ่งในระยะยาวส่งผลให้ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นต้องล้มหายตายจายและไม่มีแฟรนไชส์ซี่ต่อสัญญาอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์ หรือ ผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ว่าจะต้องสนับสนุนให้ธุรกิจนั้นเติบโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการมีระบบปฏิบัติงานที่ดี ซึ่งสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการให้บริการ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของแบรนด์) และแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์) ไม่ใช่แค่ทารขายแฟรนไชส์ เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่ารอยัลตี้ โดยไม่ทำการอื่นๆเลย

มาดู ปัจจัยสำคัญที่ผู้สร้างธุรกิจแฟรนไชนส์ต้องมี คือ

  1. แผนธุรกิจที่พิสูจน์ได้ว่าทำแล้วสำเร็จ
  2. หลักสูตรอบรมการทำธุรกิจ และคู่มือปฏิบัติงาน
  3. ระบบการตลาด
  4. ระบบเทคโนโลยี
  5. เครือข่ายแฟรนไชส์ซี

ซอฟต์แวร์การจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ ของ CiMSO ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่าง แฟรนไชส์เซอร์และแฟรนไชส์ซี โดยการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขาย แบบ POS, การจัดการสินค้าคงคลัง, ระบบบัญชีเจ้าหนี้-ลูกหนี้, การทำการตลาด เป็นต้น

โดย ระบบ CiMSO Hospitality & Business ERP Software มี features ที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” สามารถสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ของตนเอง ให้มีความก้าวหน้า ยังยืน และพัฒนาต่อไปร่วมกับแฟรนไชนส์ซี ดังนี้

  • Touch Screen POS (RESTaurateur หรือ SHOPkeeper) ระบบเทคโนโลยี Point Of Sale (POS) สำหรับการขายหน้าร้านที่สามารถเชื่อมต่อไปนังระบบสต๊อกของแฟรนไชส์ซี ทำให้ทุกการขายของแฟรนไชล์ซี่มีการตัดสต๊อกถูกต้องแม่นยำ และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบของแฟรนไชส์เซอร์ทำให้แฟรนไชส์เซอร์สามารถช่วยทำการตลาดให้กับสินค้าขายดีของแฟรนไชส์ซี ณ โลเคชั่นนั้นๆได้
  • Procurement หรือระบบจัดซื้อ (STOCKmanager) ซึ่งทำให้ แฟรนไชส์ซี มีระบบจัดซื้อซึ่งสามารถทำการสั่งซื้อสินค้าจากแฟรนไชส์เซอร์ได้ทันทีเมื่อสินค้าลดลงเกินกว่าจำนวนที่ตั้งไว้ ในทำนองเดียวกัน แฟรนไชส์เซอร์ก็สามารถเห็นระดับสต๊อกสินค้าของแฟรนไชส์ซี ซึ่งทำให้สามารถเตรียมสั่งซื้อสินค้า/วัตถุดิบที่มีมาตฐานพร้อมส่งให้กับแฟรนไชส์ซี ทำให้ระบบการขายสินค้าของทั้งแฟรนไชส์ไม่ขาดช่วง รองรับความต้องการของลูกค้าปลายทางได้เป็นอย่างดี
  • Membership & Loyalty หรือระบบสมาชิกและสะสมแต้ม (CLUBmanager) ระบบสมาชิกของ CiMSO จะสามารถเก็บประวัติการเข้าใช้บริการ/ซื้อสินค้า ของลูกค้าปลายทาง ทำให้แฟรนไชนส์ซี สามารถทำการตลาด สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของตนเองได้ รวมถึงการรวบรวม data ของแฟรนไชส์ซี่จช่วยให้ทางแฟนไชส์เซอร์สามารถนำข้อมูลมาวิเคาระห์ เพื่อการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ การออกสินค้าใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าปลายทาง
  • CRM หรือระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CLIENTmanager) นอกจากการรอลุกค้ามาใช้บริการที่ร้าน หรือการทำการตลาดด้วยการทำ online marketing ที่เป็นการหาฐานลูกค้าใหม่แล้ว ระบบ CiMSO ERP ยังสามารถช่วยธุรกิจแฟรนไชส์ได้ด้วยการทำการตลาด แบบ Direct Marketing ไม่ว่าจะผ่านทาง Email Marketing หรือ SMS ส่งโปรโมชั่นหรือรายการสินค้าใหม่ๆไปยังฐานลูกค้าเดิม ทำมห้เกิดการซื้อซ้ำ สร้าง Brand Loyalty ให้กับแบรนด์ด้วย
  • Accounting หรือ ระบบัญชี (BACKoffice) นอกจากการขาย การ สั่งซื้อสินค้าต่างๆ สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำธุรกิจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำบัญชี ระบบ CiMSO ERP Software สามารถช่วยให้เจ้าของแฟรนไชส์ช่วยเหลือแฟรนไชส์ซีที่ต้องการระบบบัญชี ด้วยการเพิ่ม BACKoffice ให้กับแฟรนไชส์ซี ซึ่งหากแฟรนไชส์ซี่เจ้าไหนไม่ต้องการก็สามารถเลือกไม่ใช้ระบบดังกล่าวนี้ได้ การเสริมระบบบัญชีให้กับเครือข่ายแฟรนไชส์ซี จะช่วยให้การทำงานของแฟรนไชส์ซีมีมาตรฐานและไม่ปวดหัวกับการบริหารจัดการ เพราะผู้ใช้จะสามารถเห็นยอดรายรับ-จ่ายของตนเอง ได้อย่างเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปยื่นกับกรมสรรพากรได้ง่ายดายอีกด้วย

แฟรนไชส์ซอร์จะประสบความสำเร็จได้เมื่อแฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จ ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ซัพพอร์ทการทำงานของธุรกิจ ที่เป็น Fully Integrate อย่างเช่น  CiMSO ERP จะช่วยให้แฟรนไชส์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างดีครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

จัดการร้านอาหารด้วยระบบ CiMSO ERP Software

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เลือกทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ คลับ หรือ บาร์ และกำลังเริ่มต้นศึกษาว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจบ้าง ผมตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยครับ ว่าถ้าคุณลืมเรื่องการสร้างระบบร้านของคุณแล้วล่ะก็ คุณจะบริหารจัดการร้านของคุณด้วยความเหน็ดเหนื่อยกว่าร้านอาหารที่มีการวางระบบครับ การทำระบบในที่นี้ คือการวางระบบการทำงาน ตั้งแต่การจัดการพนักงาน ขั้นตอนการซื้อสินค้า/วัตถุดิบ การขาย การจัดทำบัญชี ซึ่งทั้งหมดนี้หากคุณเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ทำเลดีๆ ลูกค้าเข้าเป็นสาย และคุณยินดีจะเข้าร้านตลอดทุกวัน คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยทางด้านเทคโนโลยีใดๆเลยครับ แต่หากคุณไม่ได้มีครบทุกอย่างที่ผมกล่าวมา เช่น คุณมองว่า คุณควรไปทำการตลาดหรือวางแผนการเพิ่มสาขา และคุณต้องการให้การบริหารจัดการร้านของคุณทำได้เหมือนๆกัน โดยที่คุณไม่ต้องเข้าประจำร้านทุกๆวัน แปลว่า คุณจำเป็นที่จะต้องหาซอฟต์แวร์ดีๆเข้ามาช่วยแล้วล่ะครับ   

ผมเชื่อว่า ร้านอาหารส่วนมาก ในยุค ดิจิตอล 5.0 ไม่ว่าจะเป็นร้านตามห้าง ร้านนอกห้าง ร้านห้องแถว ผมเห็นมีการใช้ระบบ POS กันแทบทุกร้านแล้วครับ แต่ POS แบบไหนที่เหมาะกับคุณ? ระบบ POS สำหรับร้านอาหาร โดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติในการขาย บันทึกรายได้รายวัน ออกใบเสร็จ รวมถึงการแนะนำเมนูเด่น เรียกว่ามีส่วนงาน Front Office หรืองานหน้าบ้านดี แต่ระบบ POS สำหรับร้านอาหารทั่วไปจะไม่มีในส่วนหลังบ้าน เช่น ระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบบัญชี เป็นต้น

แล้วระบบร้านอาหารที่มีทั้ง Front Office และ Back Office จะเมาะกับร้านอาหารแบบไหนกัน?

ระบบร้านอาหารที่รวมทั้ง Front Office และ Back Office จะเป็นระบบที่พร้อมสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมการทำงานโดยองค์รวมทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ การตั้ดสต๊อกสินค้า การขายอหาร รวมไปถึงการออกใบเสณ้จและปิดงบการเงิน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ERP Software สำหรับร้านอาหาร หรือ Restaurant Software หากคุณ ผู้เป็นเจ้าของกิจการหรือคุณเป็นผู้จัดการร้านอาหาร และคุณเริ่มพบกับปัญหาเหล่านี้ แปลว่าคุณเหมาะที่จะหาระบบร้านอาหารที่มีทั้ง

  • หากคุณอยากเป็นเจ้าของร้านอาหารที่สามารถควบคุม รายได้ รายจ่าย และสต๊อกสินค้าได้อย่าง real-time ยิ่งไปกว่านั้น
  • คุณพบว่าระบบจัดซื้อวัตถุดิบของร้านคุณ ไม่มีประสิทธิภาพ และคุณไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้
  • คุณไม่สามารถป้องกันการรั่วไหล และการทุจริตที่อาจจะเกิดได้
  • ต้องการสร้างฐานลูกค้า เก็บประวัติลูกค้า เก็บข้อมุลการเลือกเมนูอาหารของลูกค้า
  • สนใจทำ Loyalty และระบบสมาชิก
  • ไม่สามารถจัดโปรโมชั่นได้หลากหลายรูปแบบ
  • อยากเพิ่มสาขา และต้องการให้คุณภาพอาหาร การบริการเหมือนกันทุกร้าน
  • ต้องการทำครัวกลางสำหรับร้านหลายสาขา หรือ เฟรนไชนส์
  • ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ครบถ้วนและถูกต้อง
  • อยากเข้าร้านบ้าง ไม่เข้าร้านบ้าง แต่สามารถตรวจสอบการทำงานของพนักงานได้ครบทุกแผนก รวมถึงสามารถรู้รายได้ รายจ่าย จำนวนสินค้าคงเหลือได้อย่างเรียลไทม์

CiMSO RESTautareur – Restaurant & Bar Point of Sale Software มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

  1. ระบบ Restaurant Point Of Sale – RESTaurateur
    • บริหารจัดการโต๊ะเพื่อการบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วไม่พลาดโอกาสขาย
    • มีหน้าจอการสั่งอาหารที่ง่าย ชัดเจน และรองรับการทำงานแบบ Touch Screen
    • รองรับการทำโปรโมชั่นได้หลากหลายรูปแบบ
    • บันทึกค่าบริการ (Service Charge) ได้
    • สามารถการกำหนดให้รายการอาหารอยู่ในสถานะที่ขาย หรือ หยุดขายไว้ตามฤดูการเป็นต้น
    • บริหารงานในครัวและบาร์น้ำ เสริมความสามารถด้วยการพิมพ์ใบเตรียมอาหารเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องในการจัดเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่ม
    • แยกพิมพ์รายการอาหารออกครัวแต่ละครัวที่สั่งได้ทันทีเมื่อลูกค้า Confirm Order เช่นแยกออกครัวไทย และ ครัวจีน หรือ แยกพิมพ์ออกครัว กับ บาร์น้ำ เป็นต้น
  2. ระบบ Accountings / BACKoffice
    • รองรับการรับชำระได้หลายแบบ เช่น เงินสด, บัตรเครดิต, คูปองแบบต่างๆ, หรือรับแบบผสม เช่น เงินสด + บัครเครดิต
    • รองรับการชำระแบบแยกบิล
    • สามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันทีและมีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งแบบย่อและใบกำกับภาษีเต็มรูป
    • สามารถที่จะนำเงินเข้าลิ้นชัก(เพื่อทอน) ก่อนทำการขาย และจะไปสรุปเป็นยอดคงเหลือเมื่อสรุปปิดรอบการทำงาน
    • สามารถออกรายงานายต่าง รายงานทางภาษ๊ รวมถึงปิดงบการเงินได้
  3. ระบบ Loyalty & Membership – CLUBmanager
    • รองรับระบบสมาชิก (Member) ได้ และมีรายงานสำหรับวิเคราะห์
    • สามารถให้ส่วนลดกับสมาชิกได้ทันที หรือทำการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลได้
    • มีระบบ Email Marketing สำหรับการส่งโปรโมชั่นหาลูกค้า
  4. Stock & Inventory – STOCKmanager
    • บริหารงานด้านการสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ควบคุมวัตถุดิบของเมนูอาหาร ที่ใช้จริงและคงเหลือจริง ต่างกันเพียงใดเพื่อนำไปสู่ การหาสาเหตุ ติดตามปกป้อง และลดช่องทางการสูญเสีย
    • สามารถควบคุมสต๊อกสินค้า เครื่องดื่มในบาร์น้ำ แสดงยอดคงเหลือ และเปรียบเทียบคงเหลือตามการขาย กับ จำนวนนับจริงได้
    • สามารถกำหนดคลังสินค้าหรือครัวได้หลายสถานที่ และสามารถโอนสินค้าไปมาระหว่างคลังและครัวต่างๆได้
    • สามารถบันทึกการส่งคืนสินค้า / ตัดชำรุดสินค้า ที่หมดอายุ หรือ แตกหักเสียหายได้

คุณพร้อมที่จะลงทุนกับระบบบริหารจัดการร้านอาหาร ในรูปแบบ ERP Software แล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 0293924186 เพื่อสอบถามข้อมูลหรือนัด demo ได้เลยครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP คืออะไร ทำไมถึงทำให้องค์กรเติบโตได้?

ระบบ ERP หรือ ERP Software (Enterprise Resource Planning) เป็นเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มที่ช่วยในการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจและฐานข้อมูลขององค์กรแบบภาพรวม โดยจะมีการรวมข้อมูลทุกอย่างบันทึกไว้ใน Database หลัก มีวัตถุประสงค์สูงสุดคือ การรวบรวมฟังก์ชั่นการทำงานของทุกหน่วยงานในองค์กรเข้ามาอยู่ในระบบเดียว เพื่อให้เกิดการทำงานและใช้ฐานข้อมูลร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ซึงทั้งนี้รวมไปถึงฝ่ายงานบัญชีด้วย (Module BACKoffice)

ระบบ CiMSO ERP ประกอบไปด้วย

เนื่องจากระบบ CiMSO ERP Software ถูกออกแบบเพื่อ ธุรกิจ Hospitality เช่น โรงแรม รีสอร์ท สนามกอล์ฟ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา กิจกรรมสันทนาการ และธุรกิจบริการอื่นๆ รวมถึง Retail & Franchise ดังนั้นระบบ CiMSO ERP Software จึงมีทั้งระบบหน้าบ้าน Front Office ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับข้อมูลต่างๆ ตามธุรกิจของผู้ใช้ เช่น การจองห้องพัก จองสนามกอล์ฟ สปา หรือแม้กระทั่งกิจกรรมหรืองานเลี้ยง และยังมีระบบหลังบ้าน Back Office ที่จะช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดซื้อ คลังสินค้า ระบบบัญชี เป็นต้น   (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Module ต่างๆของ CIMSO ERP Software <คลิกที่นี่>)

ระบบ CiMSO ERP Software เป็นระบบในรูปแบบ Cloud หรือ On-Premise?

ระบบ CiMSO ERP สามารถติดตั้งได้ทั้งในรูปแบบระบบ Cloud และในรูปแบบ On-Premise ซึ่งโดยปกติแล้วระบบ ERP ที่มีการเก็บข้อมูลมากๆ เราแนะนำให้ลูกค้าเลือกใช้รูปแบบระบบ On-Premise คือ การติดตั้งไว้บน Server ขององค์กร ซึ่ง CiMSO ของเรามี INNsynce ที่เป็นระบบเชื่อมต่อฐานข้อมูลอย่าง Real Time ทำให้ลูกค้าสามารถทำงานได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากลูกค้ามีอินเตอร์เนต แต่การใช้ server ก็มีความยุ่งยากสำหรับลูกค้าบางรายในการดูแลhardware หากลูกค้าต้องการติดตั้งระบบ CiMSO ERP Software ที่ Cloud เราก็สามารถทำให้ได้ โดยลูกค้าเลือกหาผู้ให้บริการ Cloud server ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ระบบ Cloud ของเราจะไม่สามารถเข้าผ่านเว็บไวต์ได้ เนื่องจากไม่ใช่ Web based Application ครับ (หากลูกค้าต้องการเข้าผ่าน Website ลูกค้าสามารถทำ API เชื่อมต่อฐานข้อมูลกับหน้าเว็บไชต์ได้ครับ)

ธุรกิจของคุณต้องการ ERP แล้วหรือยัง?

ที่นี้เรามาดูกนว่า องค์กรของคุณ ควรหรือต้องการใช้ระบบ ERP แล้วหรือยังกันครับ อย่างที่บอก การใช้ระบบ ERP เป็นการช่วยให้องค์กรดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขั้น ไม่ใช่แค่ดีเพียงแผนกใดแผนกหนึ่งเท่านั้น เนื่องจาก ระบบ ERP จะมีประโยชน์โดยองค์รวม ดังนี้

  • ลดการทำงานซ้ำซ้อน หรือการทำงานที่ไม่จำเป็น
  • ลดหารผิดพลาดของการทำงาน
  • ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของธุรกิจชัดเจนขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจสิ่งสำคัญๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะข้อมุลทุกอย่างจะถูกเก็บในฐานข้อมูล และสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใช้คนไหนเป็นผู้แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล
  • ทำงานได้ทุกที่ และทำให้ผู้บริหารมีเวลาไปทำการตลาดมากขึ้น
  • องค์กรได้ข้อมูลที่ละเอียด เพื่อการทำการตลากและการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า

ดังนั้น หากคุณพบว่าองค์กรอของคุณมีปัญหา เหล่านี้ สัก 3-5 ข้อ แปลว่าคุณต้องการระบบ ERP Sotware มาช่วยในการบริหารจัดการแล้วครับ

  • คุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณต้องการ หรือ เข้าถึงได้แต่ช้ามาก ซึ่งเป็ฯข้อมุลสัญต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจ
  • คุณมีเครื่องมือ ระบบและซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกันจำนวนมากที่คุณได้ปรับเปลี่ยนและใช้กับธุรกิจของคุณในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้อมูลไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน
  • คุณไม่ทราบว่า ยอดขายรายวัน รายจ่ายของคุณเป็นเท่าไหร่
  • คุณไม่ทราบว่าระดับสินค้าคงคลังรายวันของคุณเป็นอย่างไร
  • คุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นทางธุรกิจและข้อมูลเมื่อคุณอยู่นอกบริษัท
  • ทีมงานของคุณไม่สามารถทำงานร่วมกันหรือแบ่งปันข้อมูลได้อย่างง่ายดาย แต่กลับต้องเสียเวลารวบรวมข้อมุล ส่งให้กันระหว่างทีม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ
  • คุณกำลังมีปัญหาในการติดตามการเปลี่ยนแปลงในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
  • คุณพบหรือระบุปัญหาได้ในเวลาที่สายเกินไป กล่าวคือคุณจะไม่สามารถดำเนินการเชิงรุกได้ตามที่ต้องการเมื่อต้องระบุปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้การดำเนินงานของคุณราบรื่น

อย่างไรก็ตาม บริษัท หรือองค์กร ที่เหมาะกับการใช้ระบบ ERP ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นองค์กรใหญ่เท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรแบบใด แต่คุณมีความมุ่งมันที่จะเติบโตและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง โดยผู้บริหารของอค์กรจะต้องเข้าใจระบบการทำงานของ ERP และจะต้องมีความพร้อมในการทำความเข้าใจระบบใหม่ๆ ตอบสนองต่อการใช้งาน ERP เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท  นอกจากนั้นจะต้องรู้จักการใช้ทรัพยากรข้อมูลต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการนำข้อมูลไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้ เช่น การสร้างโปรดมชั่น ทำการตลาด เพิ่มฐานลูกค้า เป็นต้น คุณพร้อมที่จะลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร์ให้เติบโตทั้นกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว คลิกที่นี่ เพื่อดูระบบและโมดูลต่าง ๆ ของ CiMSO ERP Software

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ ERP กับ ระบบบัญชี เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หลายๆคน มักจะเข้าใจว่า ระบบ ERP คือระบบบัญชี เพราะที่ผ่านมา โปรแกรมบริหารจัดการขั้นตอนการทำงานต่างๆขององค์กร ยังไม่มีความสำคัญมากนัก ต่างกับระบบัญชี ซึ่งช่วยควบคุมรายรับ-รายจ่ายขององค์กร ซึ่งหลายๆองค์กรก็ให้ความสำคัญเพียงการควบคุมในส่วนบัญชีแต่ลืมมองถึงการควบคุมการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำขององค์กรครับ หากคุณมองดีๆแล้ว การที่คุณใช้ โปรแรกมบัญชีในการควบคุมระบบบัญชี ก็ไม่ผิดอะไร เพียงแต่คุณ ผู้เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมั่นใจกับการลงข้อมูลของพนักงานบัญชี และมั่นใจว่าข้อมูล การทำงานในส่วนอื่นๆขององค์กรไม่ได้ตกหล่นผิดพลาดอะไร ซึ่งโดยส่วนมากเจ้าของธุรกิจจะต้องลงแรงดูแลเองทุกขั้นตอน

แต่หากคุณเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องการควบคุมการทำงาน ในทุกขั้นตอนขององค์กร และต้องการให้การทำงานของพนักงานแต่ละแผนก ต่อเนื่องกันไป โดยมีความผิดพลาดน้อยที่สุด ซึ่งคุณจะสามารถควบคุมรายรับ รายจ่าย ผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ ที่เกิดขึ้นได้จริง นั่นแปลว่าคุณ ต้องการระบบ ERP แล้วครับ

ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า ระบบ ERP กับ ระบบบัญชี มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสามารถอธิบายได้ง่ายๆ คือ ระบบบัญชีหรือโปรแกรมบัญชีที่ทุกคนเข้าใจกันนั้น “เป็นส่วนหนึ่ง” ของระบบ ERP เช่นเดียวกับ CRM หรือ MRP ครับ

ระบบ ERP หรือ ERP Software (Enterprise Resource Planning) คืออะไร?

ระบบ ERP เป็นเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มที่ช่วยในการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจและฐานข้อมูลขององค์กรแบบภาพรวม โดยวัตถุประสงค์สูงสุดคือ การรวบรวมฟังก์ชั่นการทำงานของทุกหน่วยงานในองค์กรเข้ามาอยู่ในระบบเดียว เพื่อให้เกิดการทำงานและใช้ฐานข้อมูลร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ซึงทั้งนี้รวมไปถึงฝ่ายงานบัญชีด้วย (Module BACKoffice)

ระบบบัญชี หรือ โปรแกรมบัญชี (Accounting Software) คืออะไร?

ระบบบัญชี หรือ โปรแกรมบัญชี เป็นเครื่องมือหือโปรแรกมสำเร็จรูปที่เน้นไปทางด้านการทำงานของแผนกบัญชีโดยเฉพาะ แต่จะไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการทำงานส่วนอื่นๆขององค์กร ซึ่งปกติแล้วจะประกอบไปด้วย การบันทึกรายรับ-รายจ่าย ผังบัญชี การทำงบการเงิน รายงานภาษีต่างๆ เป็นต้น

Trend ของการใช้งานระบบ ERP และ โปรแกรมบัญชี

ระบบ ERP นั้นมีแนวโน้มที่จะมาทำหน้าแทนที่โปรแกรมบัญชีแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องด้วยเมื่อองค์กรเติบโตขึ้น คุณอาจต้องการระบบที่ครอบคลุมงานในส่วนอื่นด้วยไม่ใช่เพียงแค่งานบัญชีหรือ Stock สินค้าเพียงอย่างเดียว เช่น งานในส่วนของการขาย การจองห้องพัก การจัดซื้อ หรือแม่กระทั้งงานในส่วนกลารผลิต ครัวกลาง ซึ่งโปรแกรมบัญชีแบบเดิมๆจะม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของคุณได้อีกต่อไป

ทางเลือกที่ดีของการเลือกใช้ ระบบ ERP คือ คุณควรจะหาระบบ ERP ที่มีทั้งงานในส่วน Front Office และ ส่วน Back Office ซึ่งระบบควรจะเชื่อมโยงกัน หรือเรียกว่า integrate กันอย่างสมบูรณ์

ธุรกิจและองค์กรของคุณ เติบโตได้ ด้วย ERP คุณภาพ

ระบบ ERP สมัยใหม่อย่าง CiMSO ERP Software มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งโครงสร้างการทำงานที่มีให้สามารถใช้ “ทดแทน” โปรแกรมบัญชี แบบได้เดิมได้ดีพอสมควรโดยที่ยังไม่ทิ้งความยืดหยุ่นในการใช้งานในงานส่วนอื่นไป ซึ่ง ระบบ ERP นั้นเปรียบเสมือนพนักงานในองค์กรหรือเลขาของผู้บริหารในองค์กรที่รอบรู้ไปทุกเรื่อง เป็นจุดศูนย์กลางของข้อมูลในธุรกิจคุณ

อย่าลืมว่า องค์กรที่ดีไม่ใช่แค่เพียงเป็นบริษัทใหญ่นะครับ แต่ต้องเป็นบริษัทที่สามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ และแน่นอนว่า ERP เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็เป็นเครื่องมือที่ทรงคุณภาพ ที่จะทำให้คุณสามารถจัดการงานโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการจัดการที่ดี บริษัทย่อมเติบโตไปในทางที่ดีครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การจัดการกับการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะเคยใช้ซอฟต์แวร์อยู่แล้วหรือยังไม่เคยมีระบบซอฟต์แวร์มาก่อน แต่เมื่อถึงวันที่คุณคิดว่าจะต้องเอาซอฟต์แวร์ตัวใหม่เข้ามาใช้กับองค์กร คุณจะต้องพบกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในองค์กร หรือที่เรียกว่า Change Management

Charles Darwin กล่าวว่า “It is not the strongest or the most intelligent who survive, but those who can best manage change”

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการนำเอาระบบ ERP Software มาช่วยในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้องค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีมาตรฐาน และก้าวต่อไปข้างหน้าทันทุกยุคทุกสมัย

การจัดการการเปลี่ยนแปลงคืออะไร?

ธุรกิจที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลายังคงอยู่ในธุรกิจต่อไป ในขณะที่ธุรกิจที่ไม่สนใจต่อการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆตายหายจากไป การเปลี่ยนแปลงมีหลายรูปแบบ:

  • การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ
  • การเปลี่ยนวิธีการทำงาน
  • การลบระบบไฟล์เก่า
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพของทีม
  • การนำไปใช้ในการซื้อกิจการและการควบรวมกิจการและอีกมากมาย!

การจัดการการเปลี่ยนแปลง(Change Management)  ในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ มีเป้าหมาย เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งองค์กนให้ประสบความสำเร็จโดยการตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมดพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีปรับตัวให้สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ใหม่ ๆ เหล่านี้

70% ของการเปลี่ยนแปลง(Change Management)  ในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ ล้มเหลวและไม่สามารถ GO-LIVE เนื่องจากการต้านทานของพนักงานและการขาดการสนับสนุนการจัดการ เมื่อคนเราทำอะไรมาหลายปีพวกเขาไม่ชอบที่จะถูกบอกให้ทำอย่างอื่น การเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งความกลัวความไม่ปลอดภัย จริงๆแล้ว พนักงานไม่ผิดในการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลง พวกเขาเพียงแค่ต้องการการสื่อสารและคำแนะนำในที่ทำงานที่เหมาะสมช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงประโยชน์ของระบบใหม่และประเด็นปัญหาของระบบเก่า เมื่อแจ้งผลประโยชน์แล้วองค์กรต่างๆต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงราบรื่นที่สุด

สิ่งสำคัญที่องค์กรจะต้องมี คือ ผู้จัดการโครงการ หรือ หัวหน้าโปรเจค ที่มีความเป็นกลาง Positive และตั้งเป้าหมายที่จะเอาชนะการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงให้ได้ โดยไม่ทอดใจระหว่างการพัฒนาโครงการ เพราะแน่นอนว่าผู้จัดการจะต้องเจอปัญหาหลากหลายระหว่างการดำเนินแผนงานตางโครงการ และหากผู้จัดการโครงการล้มเลิกระหว่างการดำเนินโครงการ ก็จะทำให้โครงการนั้นไม่สามารถเดินต่อไปจน GO-LIVE ได้

ในการดำเนินโครงการพัฒนาระบบ ERP Software ผู้จัดการโครงการจะต้องร่วมมือกับทีม ERP Software Implementer ในการวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน การจัดสรรเวลา โดยจะต้องให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของ End User (ผู้ใช้ปลายทาง) ในกระบวนการทำงานที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง การวางแผนการอบรมและการสื่อสารให้คลอบคลุม เพื่อให้โครงการเดินไปอย่างราบรื่น

ขั้นตอนสำหรับกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ

  1. ระบุสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง

“การมีความโปร่งใสกับพนักงานในผลของการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ”

กระบวนการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เริ่มต้นด้วยความรู้ว่ามีปัญหา (หรือขอบเขตในการปรับปรุง) ในองค์กร การระบุพื้นที่ของการปรับปรุงเป็นขั้นตอนแรกสู่การเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบซอฟต์แวร์เดิมไม่รองรับการทำงานหรือความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไป จึงมีความจะเป็นต้องหาระบบใหม่ที่ตอบโจทย์มาใช้แทน เป็นต้น การระบุปัญหาจะช่วยให้เข้าใจถึงทิศทางตอบ “ทำไม” และช่วยชี้แจงเป้าหมายในอนาคตขององค์กร

นอกจากนี้ยังรวมถึงการระบุบุคคลที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงและกำหนดบทบาทของผู้บริหารระดับสูงในการอำนวยความสะดวกให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น

  1. ระบุและสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

วิธีการจากบนลงล่างมักจะเป็นวิธีที่จะไปขณะที่การดำเนินการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้ง บริษัท การระบุและอธิบายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับความต้องการและผลประโยชน์ที่ตามมาของการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

ผู้บริหารระดับสูงจะต้องอยู่ในขั้นตอนการทำงานนี้ก่อนเนื่องจากเป็นผู้ที่จะอนุมัติการเงินและอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลง ต่อไปผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่จะได้รับผลกระทบทางตรงหรือทางอ้อมจากการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องอธิบายความคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลง ยิ่งผู้มีส่วนได้เสียเข้าใจผลกระทบและยอมรับถึงข้อดีที่จะเกิดขึ้นเท่าไหร่ กระบวนการจัดการเปลี่ยนแปลงก็จะดียิ่งขึ้นเท่านั้น

  1. “ วิธีการ” ของการจัดการการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนกลยุทธ์การดำเนินการเปลี่ยนแปลงทีละขั้น โดย Implementer จะนำเสนอแผนงานที่กำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นที่ใด ทรัพยากรใด ต้นทุนของการดำเนินการทั้งหมดและผลลัพธ์ควรเป็นอย่างไร การวางแผนกระบวนการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและรับประกันการเปลี่ยนแปลงและความเข้าใจในระบบใหม่อย่างมั่นคง

  1. จัดให้ผู้จัดการโครงการ

ผู้จัดการโครงการ จะต้องรายงานโดยตรงกับพนักงานและเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ

  1. วัดความสำเร็จ

ในการวัดประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงคุณต้องตั้งค่าตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI)

ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงองค์กรต่างๆต้องกำหนดมาตรการบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงหรือไม่และการนำไปปฏิบัตินั้นนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่

สิ่งสำคัญที่สุดของการจัดการการเปลี่ยนแปลงคือความสามารถในการพูดคุยสองทางกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของการเปลี่ยนแปลงสื่อสารให้พวกเขาทราบถึงข้อดีของการเปลี่ยนแปลงและทำความเข้าใจกับการต่อต้านของพวกเขา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรตระหนักว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงและการมองหาวิธีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากขึ้นได้อย่างไร

การจัดการกับการเปลี่ยนแปลง (Change Management) คือสิ่งที่ AEC Enlist ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวและทีม Implementor ของ CiMSO ERP Software ยึดมั่นและให้ความสำคัญเสมอครับ เพราะเราเข้าใจว่า ไม่มีใครที่ทำงานเดิมๆแล้วอยากจะเปลี่ยนแปลง แต่หากเขาเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงทำให้องค์กรดีขึ้นและรู้ถึงข้อดีของการเปลี่ยนแปลง และเขายินดีเปลี่ยน ก็จะทำให้การเปลี่ยนซอฟต์แวร์หรือการ Implement Software ประสบความสำเร็จและ GO-LIVE ได้ไม่ยากครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ขยายธุรกิจ ในรูปแบบ แฟรนไชส์ (Franchise) ด้วยระบบ CiMSO ERP Software

การขยายธุรกิจ ในรูปแบบ แฟรนไชส์ (Franchise) ขนาดใหญ่จะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีซอฟต์แวร์ ERP สำหรับแฟรนไชส์

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning และโดยพื้นฐานแล้วเป็นวิธีการสำหรับองค์กรแฟรนไชส์ในการใช้ระบบหรือซอฟต์แวร์เพื่อจัดการกระบวนการทางธุรกิจในลักษณะที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับเครือข่าย ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ คล้ายกับซอฟต์แวร์ ERP สำหรับร้านค้าปลีกที่มีชุดเครื่องมือการค้าปลีกครบชุด แต่รองรับหลายไซต์และหลายสาขาแฟรนไชส์ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชส์ ครอบคลุมข้อกำหนดแฟรนไชส์ทั้งหมดรวมถึง CRM, การจัดซื้อแบบรวมศูนย์, หลายบริษัท หรือหลายแฟรนไชส์, POS, การเรียกเก็บเงิน, การบัญชี, การผลิต, คลังสินค้า, การจัดการโครงการและสินค้าคงคลัง

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชน์ ทำงานอย่างไร

ระบบ ERP ของแฟรนไชส์จะช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์ (Franchiser) สามารถมองเห็นธุรกรรมทั้งหมดในแฟรนไชส์ซี (Franchisee) ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ทำให้มองเห็นสต็อกสินค้าและระบบการทำงานของซัพพลายเชนได้อย่างสมบูรณ์

ด้วย CiMSO ERP Software เราสามารถ support ระบบเฟรนไชส์ ดังนี้

  1. การจัดซื้อส่วนกลาง (Centralise Procurement)

การตั้งค่าคอน Configuration ที่ยืดหยุ่นของ CiMSO ช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์สามารถสร้างใบสั่งซื้อส่วนกลางสำหรับสถานที่ทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการต่อรองเหนือซัพพลายเออร์และยังนำไปสู่การกำหนดราคาตามปริมาณที่ซื้อจำนวนมาก จากนั้นปริมาณจากใบสั่งซื้อส่วนกลางจะสามารถแจกจ่ายให้กับแฟรนไชส์ซีแต่ละรายได้

  1. เพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลังและซัพพลายเชน (Optimizing Inventory Levels and Supply Chain)

ERP แฟรนไชส์หรือระบบซอฟต์แวร์การจัดการแฟรนไชส์ ทำให้เรามองเห็นสินค้าคงคลังในระดับองค์กรของแฟรนไชส์ซอร์ เฟรนไชน์ซีสามารถวางใบสั่งซื้อตามระดับสินค้าคงคลังขั้นต่ำ / สูงสุด แฟรนไชส์ที่มีสถานที่ตั้งมากกว่าหนึ่งแห่งสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถนี้เมื่อสร้างคำสั่งซื้อสำหรับสถานที่ตั้งของตน คำสั่งซื้อจะถูกส่งไปยังคลังสินค้าหลักของแฟรนไชส์ซอร์แล้วกระจายไปยังสถานที่อื่น ๆ ตามต้องการ

  1. ฐานข้อมูลผู้ใช้ส่วนกลาง (Users Database)

ระบบ BACKoffice ของ CiMSO สามารถตั้งค่าการลงบัญชีแบบบัญชีคู่ รวมทั้งสามารถตั้งเครดิตบัญชีลูกหนี้ได้ ทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าได้ตามวงเงินสินเชื่อที่จัดสรรไว้ คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขของคุณเองสำหรับการชำระเงินและค่าธรรมเนียมล่าช้า รายงานฉบับเต็มของใบแจ้งหนี้ที่ชำระเงินหรือยังไม่ได้ชำระเงินช่วยให้คุณสามารถมองเห็นกระแสเงินสดขององค์กร

  1. การเพิ่มยอดขายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์และเฟรนไชส์ซี่ (Increasing Sales for Franchisor and Franchisees)

การกลับมาของลูกค้าไปยัง เพรนไชส์ซีแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับคุณภาพของการบริการลูกค้าและความสัมพันธ์ที่แฟรนไชส์ซีจัดหาให้ ยิ่งร้านไหนขายได้มากเท่าไหร่รายได้ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งมากตาม ความภักดีของลูกค้าและเครื่องมือส่งเสริมการขายที่จัดทำโดยระบบซอฟต์แวร์การจัดการแฟรนไชส์ CiMSO จะช่วยผลักดันลูกค้าไปยังร้านค้ามากขึ้น นอกจากนี้ CiMSO ERP สหรับธุรกิจ Franchise ยังมี CRM สำหรับช่วยให้แฟรนไชส์ซอร์สามารถดูแล เพิ่มยอดขายและเพิ่มการทำการตลาดต่างๆให้กับเฟรนไชส์ซี  นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแฟรนไชส์ที่เกิดขึ้นใหม่และเป็นที่ยอมรับเนื่องจากการระบุกำหนดคุณสมบัติการให้รางวัล การช่วยเหลือทางการตลาด มีส่วนสำคัญในการขยายฐานลูกค้าให้เข้าถึงแฟรนไชส์ซีนั้น ๆ

  1. การตรวจสอบ (Inspection)

ระบบ CiMSO ERP สำหรับธุรกิจเฟรนไชส์ ช่วยให้คุณได้ดูและเปรียบเทียบยอดขายและซัพพลายเชนของเฟรนไชส์ซี ทำให้คุณทราบได้ว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพอย่างไร ประเด็นที่น่ากังวลสามารถชี้ให้เห็นได้และสามารถสรุปเป้าหมายการขายและการจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาได้ ข้อมูลย้อนหลังต่าง ๆ ยังช่วยให้คุณสังเกตเห็นปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหมายความว่าการตรวจสอบด้วยตนเองจะเร็วขึ้น ทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์รู้สึกมีผู้ช่วยเหลือ ผู้ Support ที่มีประสิทธิภาพ มั่นใจกับการลงทุนมากขึ้น

  1. ประโยชน์อื่นๆ (Other Benefits)

สำนักงานใหญ่ของเฟรนไชส์เซอร์ สามารถตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายได้ กระแสเงินสด กำไรขาดทุนและค่าใช้จ่ายต่อแฟรนไชส์ ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องใช้เวลาในการรายงานแบบเดิม ๆ ระบบซอฟต์แวร์มีรายงานแต่ละรายการ คุณสามารถเรียกใช้รายงานของคุณในแบบที่คุณเห็นว่าเหมาะสมและเปรียบเทียบวิธีการกับเฟรนไชส์ซีอื่น ๆ ความรู้สึกของการแข่งขันนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเจ้าของธุรกิจหรือเฟรนไชซ์ซีได้มาก

หากคุณพร้อมที่จะเพิ่มผลกำไรของคุณด้วยระบบ CiMSO ERP Software เพียงโทรหาเราแล้วเราจะติดต่อกลับทันที!

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com