สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา – US Visa Application Interview

สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา นักเรียนไทยที่สนใจไปเรียนภาษาที่อเมริกา หรือศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าจะไม่โดนสัมภาษณ์ วันนี้พี่ๆทีมงานเลยรวบรวมตัวอย่างเทคนิคการถามตอบ เทคนิค สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา มาให้นักเรียนได้อ่านแล้วเรียนรู้ตัวอย่างประกอบคำสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ก่อนจะไปเจอของจริง และจะได้ไม่รู้สึกประหม่า พร้อมยังได้เตรียมคำตอบได้อย่างไหล่ลื่น และไม่กังวลอีกต่อไป

หลัก ๆ นักเรียนต้องจำและทราบว่า

  • จะไปเรียนที่ไหน
  • ระยะเวลาเท่าไหร่
  • เรียนอะไร
  • พักกับใคร
  • ใครออกค่าใช้จ่ายให้

ซึ่งคำถามข้างต้นเป็นคำถามที่นักเรียนจะต้องเจออย่างแน่นอน และคำตอบก็ง่ายมากเพราะนักเรียนสามารถตอบไปตามความจริงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำเรื่องสมัครให้นักเรียนจะให้ข้อมูลดังกล่าวแต่นักเรียนต้องจำให้ได้

ตัวอย่างบทสนทนา สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา (นักเรียนอาจจะได้เจอทั้งภาษาไทยและอังกฤษ)

Why do you want to go to America?

ทำไมถึงอยากไปที่อเมริกา

เราก็บอกไปเลยว่าเราต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ  และบอกเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่น

I would like to study English course after that I will study in Higher Education or Master Degree.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ เพราะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น)

I would like to improve my English and come back to work with International Company in Thailand where needs Thai staff who could speak English Fluently.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อกลับมาทำงานให้กับบริษัทต่างชาติที่ประเทศไทย ที่ต้องการคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษอย่างได้คล่องแคล่ว)

I would like to improve my English in order to use it in my University/College in Thailand when I come back.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อนจะนำกลับมาใช้ในการเรียนที่มหาวิทยาลัย/โรงเรียน)

How long will you stay in the US?

จะอยู่ที่อเมริกานานเท่าไหร่

จะอยู่นานเท่าไรก็บอกไปได้เลย แต่ต้องให้ตรงกับในข้อมูลที่กรอกด้วย อย่างเช่น ลงเรียน 3 เดือนก็ต้องบอกไปว่า จะอยู่ 3 เดือน

(I will stay there for 3 months.)

Where will you stay/study in the US?

จะไปพัก/เรียนที่ไหน กับใครต้องแจ้งที่อยู่ให้ละเอียดด้วย

โดยคำถามนี้นักเรียนอาจจะต้องตอบตอบตามที่จองที่พัก/โรงเรียน  อาจจตอบเป็นชื่อรัฐอย่าง นิวยอร์ก ซานฟรานซิโก เป็นต้น

(I will stay with a host family at New York City.) (I will study at San Francisco)

Who is your sponsor?

ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนการเรียนครั้งนี้

อันนี้เป็นคำถามง่ายเราเราก็ตอบไปตามที่เราแจ้ง

(My Mother/Father)

Why don’t you do this course in your country?

ทำไมไม่ลงเรียนคอร์สนี้ที่ประเทศของนักเรียนล่ะ?

ส่วนใหญ่การตอบคำถามลักษณะนี้จะเป็นต้องตอบประมาณ

เราต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในบรรยากาศจริง แถมได้ซึมซับวัถณธรรมชาวอเมริกันด้วย

(I would like to study English in real English environment also I could immerse myself in English and American’s culture )

ต้องการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอย่างอเมริกาและเชื่อมั่นว่ามันจะช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น

(I would like to study English at the USA where people speak English at the first language and I believe that could help me learn English faster than study in Thailand.)

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคำถามคร่าวๆ แบบเบื้องต้นที่นักเรียนต้องเจอเกี่ยวกับ สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ซึ่งเทคนิคง่ายๆในการตอบคำถามคือนักเรียนต้อง

  • ตอบตามความเป็นจริง
  • เตรียมพร้อมทำการบ้านเกี่ยวกับคำถามตำตอบที่จะต้องเจอ
  • มีความมั่นใจในการตอบคำถาม เสียงดัง ฟังชัด ไม่เข้าใจคำถามถามใหม่ได้
  • คิดบวกเสมอ และหน้าตาเราจะดูยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาเอง
  • ระลึกไว้เสมอว่าถึงแม้จะโดนสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็จะเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ยาก เป็นคำถามพื้น ๆ ทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Kaplan

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

10 คำถามตม. ยอดฮิต (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)

ดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เตรียมไปเที่ยวอย่างมีความสุข….. และแล้วก็มีเรื่องให้กังวลอีก

จะเที่ยวแล้ว ได้วีซ่าลั่ลล๊า สบายใจ ที่ไหนได้ เจองานหิน….. อุปสรรคที่ต้องเจอแบบไม่มีทางเลี่ยงได้

ด่านแรกที่ต้องเจอเมื่อลงจากเครื่องบิน ก็คือ การเตรียมตัวตอบคำถาม ตม. (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) และ เอกสารอ้างอิงต่าง ๆ

หลังจากลงจากเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมารอเข้าแถวเพื่อผ่านการตรวจของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าให้ถูกช่องนะคะ ส่วนใหญ่จะมีคิวสำหรับประชาชนประเทศเค้า, PR, EU Citizen, คิวพิเศษต่าง ๆ, คิวสำหรับนักท่องเที่ยว ให้เราเข้าคิวให้ตรงกับวีซ่าที่เรามี เช่น Tourist หรือ Others แล้วเมื่อถึงคิวเจ้าหน้าที่เรียกท่านเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ท่านจะเจอกับคำถามสุดหิน เช่น

  1. What’s the purpose of your visit? มาทำอะไรที่นี่ ตอบว่า มาเที่ยว Tourism มาเยี่ยมญาติ Visit Relatives หรือ มาทำงาน Business
  2. How long will you be staying? อยู่กี่วัน ตอบตามจริง เช่น 7 วัน มาวันที่ 2 กลับ วันที่ 8 เป็นต้น พร้อมยื่นตั๋วเครื่องบินขากลับให้
  3. Where will you be staying? พักที่ไหนบ้าง ขอดูหลักฐานการจองโรงแรมหน่อย ตอบตามจริง เช่น คืนแรก พร้อมยื่นเอกสารการจองโรงแรมให้
  4. Where will you be visiting? ไปเที่ยวเมืองไหน สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ตอบตามจริง ยกตัวอย่าง ที่สองที่ก็พอ ว่าเราพอทำการบ้านมา ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ
  5. Who will you be visiting? รู้จักใครในประเทศนี้ไหม มีใครมารับไหม ตอบตามจริง ให้ตรงกับที่กรอกตอนขอวีซ่า
  6. Have you ever been here before? มาเที่ยวครั้งแรก หรือเคยมาแล้ว ตอบตามจริง เจ้าหน้าที่มีระบบสามารถเช็คได้
  7. Are you travelling alone? or with Someone? คุณเดินทางมาคนเดียว หรือมากับใคร ตอบตามจริง ถ้าไปหลายคนครอบครัวเดียวกันต่อแถวเดียวกัน บางทีจะสามารถเข้าไปพร้อมกันได้ ถ้าเจ้าหน้าที่เรียก ถ้าไม่ได้เรียกให้รอตามคิวนะคะ
  8. What do you do for a living? ทำงานอะไร ตอบตามจริง ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวโดนถามต่อ อาจมีขอดูนามบัตร
  9. How much money are you bringing? พกเงินมาด้วยเท่าไร ตอบตามจริง ถ้าพกเงินสดมาเกินกฏหมายกำหนด เช่น 10,000 ยูโร, 10,000 ฟรังก์สวิส, 10,000 ดอลลาร์, 1,000,000 เยน หรือ 20,000 หยวน ให้แบ่งถือหลายคน
  10. Do you plan to work here? คุณวางแผนจะมาทำงานที่นี่ใช่ไหม เป็นคำถามหลอกล่อ ถ้ามาท่องเที่ยว ตอบว่า No นะคะ ถ้าตอบว่า Yes เรื่องยาวแน่ ๆ ค่ะ แต่ถ้าทำทำงานจริง ๆ ก็ตอบตามตรง ให้ตรงกับวีซ่าที่ได้รับมา

เอกสารอ้างอิง ที่ ตม. มักจะเรียกดู มีดังนี้นะคะ

  1. พาสปอร์ต อันนี้สำคัญมากอย่าให้หาย อย่าให้ชำรุด ถ้าหาย หรือฉีกขาด เรื่องยาวแน่นอนค่ะ
  2. หน้าวีซ่า วันที่ ที่ระบุในหน้าวีซ่า ต้องครอบคลุม ตั๋วขาไป – ขากลับ หรือไม่ ยกตัวอย่างนะคะ เช่น ท่านได้วีซ่า วันที่ 1-10 ธันวาคม 2558 แต่ตั๋วของท่านที่ซื้อ คือเดินเดินทางกลับหลังจากวีซ่าหมดอายุ ท่านอาจพบปัญหา ไม่เกิดตอนขาเข้าก็ขาออกนะคะ ท่านไม่ควรกลับหลังจากที่วีซ่าหมดอายุ แต่ถ้าหากพลาดแล้วกลับประเทศไทย ก็จะมีผลในการพิจารณาการทำวีซ่าครั้งต่อไป
  3. ตั๋วเครื่องบินขากลับ
  4. บุ๊คกิ้งโรงแรมที่เราจอง และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรของโรงแรมชัดเจน
  5. แผนการเดินทาง
  6. ถ้าไปดูงาน ก็ควรมีบัตรเข้างาน หรือจดหมายเชิญแนบไปด้วยนะคะ
  7. ใบกรอกเข้าประเทศ รวมถึงการกรอกสิ่งของที่ต้องสำแดง
  8. ถ้าเป็นผู้เยาว์เดินทางคนเดียว นักเรียนศึกษาต่อ อาจจะต้องมีเอกสารการศึกษา และเอกสารจากผู้ปกครอง

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่จะพูดว่า มองกล้องครับ ถอดแว่นด้วย Capture!!

Stamp!!! ตรายางดัง ตึง! ลงบนหน้าวีซ่าของท่าน ว่าอนุญาตให้เข้าประเทศ ผ่านนนน!!!

จากสถิติที่ผ่านมา ถ้าเป็นผู้หญิงสาวโสด เดินทางคนเดียว เดินทางครั้งแรก ก็จะโดนถามหนักหน่อย อาจจะมีถามเจาะลึกลงรายละเอียด อีก 2-3 ขั้น จากคำถามยอดฮิตนี้ ขอให้ตั้งสติ ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ ก่อนตอบตามความจริง ไม่ต้องรีบร้อน ทางเจ้าหน้าที่เค้าขอดูอะไรก็ให้เค้าดูนะคะ ถ้าโกหก ตอบขัดแย้งกันเอง หรือมีพิรุธ อาจจะโดนเชิญเข้าห้องเย็น เพื่อพูดคุยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมุลดีๆ จาก loft girl 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

สถานที่ทำพาสปอร์ตทั่วประเทศ

แหม..จะไปเรียนภาษา หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งที ต้องมีพาสปอร์ตนะจ๊ะ เพราะพาสปอร์ตเป็นเหมือนบัตรประชาชนของเราใช้ในการขออณุญาต (ขอวีซ่า) เข้าประเทศต่างๆค่ะ น้องๆคนไหนที่วางแผนจะไปเที่ยวหรือเรียนต่อ ต้องเตรียมทำพาสปอร์ตไว้ส่วงหน้า ก่อนขอวีซ่าอย่างน้อยสัก 2-3 สัปดาห์นะคะ วันนี้พี่หลันมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสถานที่ทำวีซ่ามาฝากค่ะ ใครอยู่ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่นเลยจ้า

สถานที่ทำหนังสือเดินทาง (Passport)

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ

ที่ตั้ง 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 02-203-5000 กด 1 (เมื่อเข้าสู่ระบบกรมการกงสุล กด 5 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่)
เบอร์มือถือ 093-010-5248 / เวลาเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.00-15.30 น.

ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ

สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น)

ที่ตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7
ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 02-203-5000 ต่อ 49007, 49009, 49010, 49017
เวลาเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.00-15.30 น.

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า

ที่อยู่ อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต่ใหม่) ถนนบรมราชชนนี
แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700
โทรศัพท์ 02 422 3431 โทรสาร 02 422 3432
เวลาเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-15.30 น.

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา

ศูนย์การค้าเซ็ลทรัลซิตี้ บางนา บริเวณลานจอดรถ ชั้น P9
โทรศัพท์ 0-2383-8401-3 / เวลาเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-15.30 น.

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา-ศรีนครินทร์

ที่ตั้ง ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค บางนา-ศรีนครินทร์ ชั้น 2 โซน E
โทรศัพท์ 02-136-3800 โทรสาร 02-136-3801 มือถือ 093-010-5246
เวลาเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.00-15.30 น.

ศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศ

สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศ
(รับทำหนังสือเดินทางเฉพาะผู้ที่มีใบส่งตัว จากกรมการจัดหางานเท่านั้น)

ที่ตั้ง อาคารประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ดินแดง กทม. 10400
โทรศัพท์ 0-2245-9439, 02-245-1042 โทรสาร 0-2245-9438

MRT คลองเตย (รถไฟใต้ดินคลองเตย)

สำนักงานหนังสือเดินทางฯ MRT คลองเตย ในวันและเวลาราชการ
ตั้งแต่ 08.30 – 15.30 น. โดยมีค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง เล่มละ 1,000 บาท สำหรับการรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษเท่านั้น

ผู้มีความประสงค์รับบริการหนังสือเดินทาง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ลงทะเบียนขอรับบริการหนังสือเดินทางล่วงหน้า (จองคิวออนไลน์) ได้ที่เว็บไซต์ www.passport.in.th เปิดเมื่อ 9 ธันวาคม 2559 : รายละเอียด คลิกที่นี่ http://lifestyle.campus-star.com/new-release/44444.html

ทำหนังสือเดินทาง ภาคตะวันออก

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จันทบุรี

ที่ตั้ง อาคารลานค้าชุมชน ถ.เลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทร 039-301-706-9

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว พัทยา

ที่ตั้ง ศูนย์การค้าพัทยาอเวนิว ชั้น 1 ถนนพัทยาสาย 2 เลขที่ 399/9 หมู่ 10
ถนนพัทยาสาย 2  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
โทรศัพท์ 038-422438 โทรสาร 038-422437

ทำหนังสือเดินทาง ภาคเหนือ

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.เชียงราย

ที่ตั้ง อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลังใหม่ ถนนศูนย์ราชการ
ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 โทรศัพท์ 053-175375 โทรสาร 053-175374

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.เชียงใหม่

ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.ชียงใหม่
โทรศัพท์ 0-5389-1535-6 โทรสาร 0-5389-1534

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.พิษณุโลก

ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถนนเทพารักษ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทร 055-258-173, 055-258-155, 055-258-131, โทรสาร 055-258-117

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.นครสวรรค์

ที่ตั้ง ศูนย์บริการร่วมจังหวัดนครสวรรค์ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี
ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
โทรศัพท์ 056-233-453, 056-233-454  โทรสาร 056-233-452

ทำหนังสือเดินทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.อุดรธานี

ที่ตั้ง ศูนย์อเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี (ตรงข้ามกับศาลหลักเมือง)
ถ.อธิบดี อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
โทร 042-212827, 042-212-318 โทรสาร 042-222-810

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.ขอนแก่น

ที่ตั้ง หอประชุมอำเภอเมืองขอนแก่น ถ.ศูนย์ราชการ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4324-2707,0-4324-2655 โทรสาร 0-4324-3441

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.อุบลราชธานี

ที่ตั้ง อาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 1 ด้านหลังผั่งทิศตะวันตก จ.อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ 045-344581-2  โทรสาร 045-433646
E-mail : passport_ubon@hotmail.com Facebook : Ubonpassport

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.นครราชสีมา

ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ถ.มหาดไทย อ.เมือง  จ.นครราชสีมา 30000
โทร 044-243-132, 044-243-124 โทรสาร 044-243-133

ทำหนังสือเดินทาง ภาคใต้

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.สุราษฎร์ธานี

ที่ตั้ง ศาลาประชาคม ถ.หน้าเมือง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
โทรศัพท์ 077-274940, 077-274942-3  โทรสาร 077-274941

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.ภูเก็ต

ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถ.นริศร อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000
โทรศัพท์ 076-222-080, 076-222-081, 076-222-083 โทรสาร 076-222-082

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.สงขลา

ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จ.สงขลา 90000
โทรศัพท์ 074-326508-10  โทรสาร 074-326511

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.ยะลา

ที่ตั้ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
ถ.สุขยางค์ อ.เมือง จ.ยะลา 95000
โทรศัพท์ 073-274-526, 073-274-036, 073-274-037 โทรสาร 073-274-527

ขอบคุณข้อมูล จาก กรมการกงสุล

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

วีซ่านักเรียน และโอกาสในการทำงานที่ต่างประเทศ

สวัสดีค่ะ น้อง ๆ หลายๆคนสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเริ่มด้วยการไปเรียนภาษา หรือบางคนก็ไปเรียนต่อระดับชั้นต่างๆไม่ว่าจะเป็น ดิพโพลมา (diploma) ป.ตรี ป. โท หรือแม้กระทั่งป. เอก ล้วนอยากจะหาประสบการณ์ชีวิตด้วยการทำงานพิเศษ แบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ กันทั้นนั้น

มีหลายคน สอบถามมาทางพี่ๆ Ascend Education Center เข้ามา ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ทำงานระหว่างเรียนไปด้วย แต่น้องๆรู้ไหมคะ ว่า น้องๆจะต้องมีวีซ่า นักเรียน (Student Visa)  หรือ วีซ่าทำงาน (Business Visa) หรือ work & Holiday visa เท่านั้น น้องๆจึงจะสามารถทำงานได้ค่ะ และไม่ใช่ว่าทุกประเทศจะให้ทำงานได้นะคะ ต้องศึกษาให้ดีว่าประเทศไหนให้ทำงานได้ และได้เท่าไหร่ ตามเงื่อนไขของวีซ่าที่แตกต่างกันออกไปเช่น อนุญาตให้ทำงานได้เฉพาะ ผู้ถือวีซ่านักเรียนที่เรียนในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือ อนุญาตให้ทำงานได้ เฉพาะหลักสูตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในขณะนั้น เป็นต้น

วีซ่านักเรียน (Student Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเป็นหลัก ไม่ว่าจะการเรียนภาษา การศึกษาในระดับประถม มัธยม ประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาชีพ หรือปริญญาก็ตาม

ประเทศออสเตรเลีย (Australia student visa)

ออสเตรเลียนับว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่หลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพของระบบการศึกษาระดับต้นๆ ของโลก รวมทั้งมีสภาวะเศษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชากรที่ดี อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงจนเกินไป ออสเตรเลียเป็นอีกประเทศที่รัฐบาลมีให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติในการทำงานนอกเวลาเรียน สูงสุดถึง 40 ชั่วโมง ต่อ 2 สัปดาห์ และสามารถเดินตามเส้นทางอาชีพได้หลังจากสำเร็จการศึกษา เป็นระยะเวลา 2-5 ปี

ประเทศอังกฤษ (Tier 4 Student Visa; England, UK)

ในบางประเทศ เมื่อนักเรียนลงเรียนภาษาเกินกว่า 3 หรือ 6 เดือน จะได้วีซ่าเป็นวีซ่านักเรียน ซึ่งสามารถทำงานพิเศษได้อย่างน้อย 20 ชม/สัปดาห์ แต่ประเทศอังกฤษไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ แม้ว่าน้องจะลงเรียนภาษา 6 เดือนหรือ 8 เดือน น้องก็จะได้วีซ่าเป็น student visitor visa ซึ่งมีกฎชัดเจนว่าห้ามทำงานค่ะ 
และไม่ใช่ว่า studen visa (Tier 4)  หลักเกณฑ์กว้าง ๆ ที่จะตัดสินว่า จะสามารถทำงานพาร์ไทม์ได้หรือไม่ คือ สถาบันการศึกษาที่เราเข้าเรียนค่ะ โดยถ้าเป็นสถาบันเอกชนที่เป็น recognised body หรือสถาบันที่ได้รับ public funding ซึ่งเป็น higher education institution  ก็มีโอกาสที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงาน พาร์ทไทม์ ได้ สามารถเช็คชื่อสถาบันที่เป็น recognised body ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
– recognised body
สถาบันแบบ public funding ที่เป็น higher education institution
– England
– Wales
– Scotland
– Northern Ireland

อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันให้แน่ใจก่อน เพื่อจะได้มั่นใจว่า เราจะไม่ทำผิดกฎและสูญเสียโอกาสทางการศึกษาที่สหราชอาณาจักรนอกจากนี้ เราสามารถเช็คได้จากหน้าวีซ่า Tier-4 ที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในหนังสือเดินทาง หรือจาก bio-metric residence permit (BRP) ซึ่งจะมีข้อความคล้าย ๆ ด้างล่าง ที่ระบุว่าเราได้รับอนุญาตให้ทำงายพาร์ทไทม์ได้
– Work (and any changes) must be authorised
– Able to work as authorised by the Secretary of State
– Work as in Tier 4 Rules
– Restricted Work. P/T term time. F/T vacations
– Restricted work term time
– Work limited to max 20 hrs per week during term-time
– Work limited to max 10 hrs per week during term-time.

กรณีที่ไม่อนุญาตให้ทำงาน อาจจะระบุข้อความตามด้านล่าง
– No work, or
– Work prohibited

จำนวนสูงสุดที่อนุญาตให้ทำงานได้ หากผู้ยื่นวีซ่าได้รับอนุมัติวีซ่าหลังจากวันที่ 3 สิงหาคม 2558
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในระดับปริญญา หรือสูงกว่า ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียน study abroad programme ในสถาบันการศึกษาแบบ overseas higher education institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในหลักสูตรต่ำกว่าปริญญา ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หากคุณได้รับอนุญาตให้ทำงานในระหว่างที่ถือวีซ่าแบบ Tier-4 Child

โปรดอย่าลืมตรวจสอบสิทธิการทำงานของท่าน จากหน้าสติ๊กเกอร์วีซ่านักเรียน Tier-4 หรือ BRP ของท่าน ซึ่งส่วนใหญ่จะระบุเงื่อนไขการได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ukcisa.org.uk และ https://www.gov.uk

วีซ่านักเรียน อเมริกา (USA Student Visa, วีซ่าF1)

ไม่ได้รับสิทธิให้ทำงาน หากเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ 
หลักสูตรอื่น ที่ได้รับอนุญาต สามารถทำงานได้ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้ สามารถทำงานในวิทยาเขตที่ทำการศึกษาอยู่ได้
หากต้องการทำงานนอกวิทยาเขต จะต้องได้รับอนุญาตจาก International Student Office ของทางสถาบันก่อน ซึ่งการขอทำเรื่องทำงานนอกวิทยาเขตนั้น จะสามารถทำได้ หลังจากที่ผ่านการเรียนในภาคเรียนแรกไปแล้ว โดยการทำงานดังกล่าว จะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนด้วย อีกทั้งต้องได้รับการอนุมัติเป็นขั้นตอนจากทั้ง International Student Office ของสถาบันที่เรียน และ USCIS (หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา

วีซ่านักเรียน นิวซีแลนด์ (New Zealand Student Visa)

สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

  1. ลงเรียนในหลักสูตรที่มีการฝึกงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร หรือ
  2. ระหว่างช่วงวันหยุดคริสต์มาส และวันหยุดปีใหม่ หากนักเรียน เรียนในหลักสูตรแบบเต็มเวลา และเรียนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน หรือ
  3. สามารถทำงานได้ 20 ช.ม. ต่อสัปดาห์ ระหว่างภาคเรียน  และเป็นนักเรียนเต็มเวลา โดยศึกษาอยู่ในสถาบัน Private Training Establishment or Tertiary Institution และเข้าเรียนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา หรือ
  4. สามารถทำงานได้ 20 ช.ม. ต่อสัปดาห์ ระหว่างภาคเรียน  และเป็นนักเรียนเต็มเวลา ที่ศึกษาในหลักสูตรที่ได้รับคะแนนในกลุ่มของ Skill Migrant หรือ
  5. นักเรียนที่ลงเรียนในระดับเกรด 12 หรือ 13 โดยได้รับใบอนุญาตจากทางสถาบัน และจากทางผู้ปกครอง หรือ
  6. เรียนแบบเต็มเวลามาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในสถาบัน Private Training Establishment or Tertiary Institution และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องได้รับทราบว่า จุดมุ่งหมายในการไปเรียน คือ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และต้องมีผลสอบ IELTS Overall Band Score ตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไป (แบบ General หรือ Academic ก็ได้) หรือ
  7. เรียนในระดับ Tertiary ในสถาบันที่ได้รับการรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา ด้วยการเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยน ในโครงการ

วีซ่านักเรียน อิตาลี (Italy Student Visa)

ไปเรียนประเทศนี้คือ เที่ยวอย่างเดียวจ๊ะ วีซ่านักเรียนประเทศอิตาลีห้ามทำงานค่า

วีซ่านักเรียน ประเทศเยอรมัน (German Student visa)

นักศึกษาไทยที่ขอวีซ่านักเรียน เพื่อเรียนต่อในประเทศเยอรมัน และต้องการทำงาน part-time นักศึกษาจะสามารถทำงานได้ 120 วันสำหรับการทำงานแบบเต็มวัน หรือ 240 วันสำหรับการทำงานครึ่งวัน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่รวมกับการฝึกงานภาคบังคับของหลักสูตร (Compulsory Internship)

โดยการทำงานของนักศึกษาส่วนใหญ่จะได้ประมาณ 5-10 ยูโรต่อชั่วโมง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากนักศึกษาได้เข้าไปทำงานในสถานที่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ หรือในองค์กรที่อยากจะเข้าทำงาน นอกจากนี้หากนักศึกษาเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่อย่าง มิวนิค, ฮัมบูร์ก หรือโคโลญจน์ ก็อาจจะได้ค่าตอบแทนที่มากกว่า

ตัวอย่างงาน part-time ของนักเรียน มีหลากหลายตัวอย่างไม่ว่าจะทำงานข้างนอก งานในมหาวิทยาลัย หรือการทำงานในช่วงวันหยุดอาทิเช่น เทศกาลคริสต์มาส เป็นต้น

วีซ่านักเรียน ประเทศฝรั่งเศส (France Student Visa)

วีซ่านักเรียนประเทศฝรั่งเศษสามารถทำงานเป็นแบบ part-time ได้สูงสุด 964 ชั่วโมงต่อปี

วีซ่านักเรียน สวิตเซอร์แลนด์ (วีซ่านักเรียนสวิส, Switzerland Student Visa)

วีซ่านักเรียนประเทศสวิสเซอแลนด์ก็ห้ามทำงานใด ๆ จ้า 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

วีซ่าผู้ติดตาม อเมริกา

คู่สมรสและ/หรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี (ที่มีสถานภาพโสด) สามารถขอวีซ่าเพื่อติดตามผู้ถือวีซ่าหลักไปพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ แต่อย่างไรก็ดี โปรดทราบว่าผู้ปกครองของผู้ถือวีซ่าประเภท F หรือ M จะไม่มีสิทธิ์ในการขอวีซ่าติดตามนี้ได้
สมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้มีความประสงค์จะอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริการ่วมกับผู้ถือวีซ่าหลัก แต่ต้องการไปเยี่ยมเพียงเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเยี่ยมเยียน (B-2) ได้
คู่สมรสและผู้ติดตามจะไม่สามารถทำงานระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขณะที่ถือวีซ่าผู้ติดติดตามประเภท F หรือ M ในกรณีที่คู่สมรส/บุตรของท่านมีความประสงค์จะทำงาน จะต้องขอยื่นขอวีซ่าสำหรับการทำงานให้ถูกประเภท
เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับผู้ติดตาม
ผู้สมัครที่มีผู้ติดตามต้องแสดงเอกสารดังต่อไปนี้
  • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือวีซ่านักเรียนกับคู่สมรสและ/หรือบุตร (เช่น ใบสำคัญการสมรสและสูติบัตร)
  • โดยทั่วไปสมาชิกในครอบครัวควรเลือกยื่นคำร้องขอวีซ่าพร้อมกัน แต่ในกรณีที่คู่สมรสและ/หรือบุตรต้องยื่นคำร้องเองในภายหลัง คู่สมรสและ/หรือบุตรควรนำสำเนาหนังสือเดินทางและวีซ่าของผู้ถือวีซ่านักเรียนหลักติดตัวมาพร้อมกับเอกสารที่กำหนดไว้ทั้งหมดอื่น ๆ ด้วย

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

ขั้นตอนการยื่น VISA Online ไปเที่ยว New Zealand อย่างง่าย

ประเภทของ วีซ่านิวซีแลนด์ (แบบชั่วคราว)

1. วีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์, วีซ่าธุรกิจนิวซีแลนด์, วีซ่าเยี่ยมเยือนนิวซีแลนด์ (Visitor visa)

เป็นวีซ่าสําหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อท่องเที่ยว, เพื่อกิจกรรมทางด้านธุรกิจ, เยี่ยมเพื่อน เยี่ยมครอบครัวหรือญาติพี่น้องในนิวซีแลนด์ และรวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนหลักสูตรระยะสั้น ไม่เกิน 3 เดือนในประเทศนิวซีแลนด์ 

2. วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ (Student visa)

เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเรียนในหลักสูตรแบบเต็มเวลา โดยมีเวลาเรียนนานเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป

3. วีซ่าประเภทท่องเที่ยวและทำงาน (Working Holiday Visa Scheme)

เป็นวีซ่าสำหรับเยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี ซึ่งเป็นโครงการที่ผู้ขอวีซ่าสามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว และทำงานได้เป็นการชั่วคราวในขณะอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการ คือ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมนิวซีแลนด์ ได้ฝึกการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างประเทศ ได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ ได้ลองทำงานในต่างประเทศ

วีซ่าท่องเที่ยว ประเทศนิวซีแลนด์ (Visitor visa)

ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์เพื่อท่องเที่ยว เพื่อกิจกรรมทางด้านธุรกิจ เยี่ยมเพื่อน เยี่ยมครอบครัวหรือญาติพี่น้องในนิวซีแลนด์ และรวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนหลักสูตรระยะสั้น ไม่เกิน  3  เดือนในประเทศนิวซีแลนด์ด้วยเอกสารประกอบการยื่น ดังนี้

  1. หนังสือเดินทาง (Passport)  ตัวจริง มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา ทุกหน้า
  2. สำเนาเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 
  4. หลักฐานการทำงาน (ถ้ามี)
  5. หลักฐานการศึกษา (ถ้ามี)
  6. หลักฐานทางการเงิน (สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน6 เดือน หรือ Bank statement) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง (1,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อเดือน)
  7. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน
  8. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่านิวซีแลนด์ INZ 1017
  9. แบบฟอร์ม Sponsorship Form for Temporary Entry (INZ 1025) ที่ได้กรอกรายละเอียด พร้อมทั้งได้รับการรับรองจากกองตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศนิวซีแลนด์แล้ว (กรณีที่มีชาวนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุน)
  10. ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 4,300 บาท (140 USD)
  11. กรณีต้องการสมัครแบบครอบครัว เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม มีดังนี้
    • ใบทะเบียนสมรส ใบสูติบัตรของบุตร พร้อมทั้งสำเนา        
    • ใบตรวจวัณโรค (กรณีต้องการอาศัยอยู่ในประเทศนานเกินกว่า 6 เดือน
    • ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมจากบิดาและมารดาอนุญาตให้บุตรเดินทางได้         
  12. ขอวีซ่าท่องเที่ยว (สำหรับผู้สนับสนุนทางการเงิน…ถ้ามี)
    • จดหมายรับรองการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน
    •  สำเนาบัตรประชาชนของผู้สนับสนุนทางการเงิน
    •  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุนทางการเงิน
    • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ตัวจริง ที่มีรายการอย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง หรือเอกสารการเงินอื่นๆ เช่น สลากออมสิน กรณี เป็นบัญชีกระแสรายวันต้องยื่น Statement ตัวจริงและต้องระบุวงเงิน OD ไว้ด้วย ของผู้สนับสนุน
    • จดหมายรับรองการทำงาน โดยมีรายละเอียด ระบุเงินเดือนและระยะเวลาในการทำงาน หรือใบจดทะเบียนการค้าของธุรกิจ ในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ/ ธุรกิจส่วนตัว
    • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับผู้สนับสนุนทางการเงิน (ถ้ามี)

เงื่อนไขเบื้องต้นของวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์

1. ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว หรือเยี่ยมเยือนเป็นการชั่วคราว หรือมีกิจกรรมทางธุรกิจ
2. อาศัยอยู่ในประเทศได้ตามระยะเวลาที่วีซ่าระบุเท่านั้น
3. ไม่เคยมีประวัติ หรือต้องคดีร้ายแรงมาก่อน
4. ไม่สามารถทำงานได้
5. เรียนในหลักสูตรระยะสั้นได้ไม่เกิน 3 เดือน

ขั้นตอนการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ Online

1. เตรียมเอกสารทั้งหมดเป็น file PDF ก่อนการยื่นวีซ่า 
(เอกสารทุกอย่างต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือแนบเอกสารแปลทำเป็น PDF ยกเว้นไฟล์รูปถ่ายเป็น .jpg )

2. รูปถ่าย  ขนาด 500 kb – 10 mb ขนาด 3:4  หรือ ไม่ต่ำกว่า  900 x 1200 pixels

3. จากนั้นสมัครและกรอกข้อมูล ชำระเงินค่าวีซ่าผ่าน ระบบ <คลิกที่นี่>

(กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการขอวีซ่าทั้งหมด เป็นภาษาอังกฤษ)

4. ค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ Online

  • ค่าธรรมเนียม NZD 165 ประมาณ 4,455 บาท
  • ค่าดำเนินการผ่านศูนย์วีซ่า  550 บาท  และ ค่าส่งพาสปอร์ตกลับอีก 50 บาท
  • รวม   5,055 บาท

5.  ขั้นตอนการจ่ายเงิน   ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

6. เมื่อกรอกข้อุล ชำระค่าธรรรมเนียมวีซ่าแล้ว ให้ส่ง Passport ไปที่ศูนย์ฯ (ตามที่อยู่ข้างล่าง) ในบ่ายอีกวันหลังจากยื่นวีซ่า   ทั้งนี้ยังมีค่าดำเนินการผ่านศูนย์  550 บาท  และค่าส่งเอกสารอีก 50 บาท   รายละเอียดตามลิงค์นี้ https://www.ttsnzvisa.com/th-en/e-lodgement  และ   ปรินท์  Credit Card Authorization Form    จากลิงค์ดังกล่าว  (จำเป็นมาก)  เนื่องจากทางศูนย์จะชาร์จค่า Handling Fee และ ค่าดำเนินการ  ผ่านบัตรเครดิต

อย่าลื นำเอกสาร Confirmation ตรงหน้า Thank you  ที่ปรินท์เก็บไว้   และ  Credit Card Authorization Form  ใส่ไปพร้อมกับ Passport ด้วยกันค่ะ 

7.    เมื่อทางศูนย์ได้รับเอกสารแล้ว ให้ตรวจสอบสถานะการยื่นวีซ่าที่ ลิงค์ นี้ https://www.ttsnzvisa.com/ เลือก Track your application    

8.และเมื่อ VISA ผ่านแล้ว เราจะได้รับการเอกสารรับรอง ซึ่งจะมี E-mail แจ้งมาบอก  ถ้ายื่นออนไลน์จะไม่ได้แบบแปะใน passport แล้วนะคะ

9. Login ไปในAccount ของเราอีกครั้ง จะพบว่ามีเอกสารเพิ่มขึ้นมา 1 ฉบับ จากทาง Immigration NZ  ปรินท์ฉบับนั้นแนบกับ Passport เมื่อทางศูนย์ฯ ส่งกลับมาได้เลยค่

ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับการยื่นวีซ่าประเทศนิวซีแลนด์

+ ตรวจสอบประเภทวีซ่าประเทศนิวซีแลนด์ ที่คุณต้องยื่น<คลิกที่นี่>
+ ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นวีซ่าประเทศนิวซีแลนด์ ทุกประเภท <คลิกที่นี่>
+ ตรวจสอบค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศนิวซีแลนด์ <คลิกที่นี่
+ เอกสารสำหรับยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ <คลิกที่นี่>
+ เอกสารสำหรับวีซ่านักเรียนประเทศนิวซีแลนด์ <คลิกที่นี่>

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

เรื่องที่ควรทราบก่อนยื่นขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ (Tier 4 Student Visa; England, UK)

เมื่อน้องๆ เตรียมเอกสาร กรอกใบสมัครขอวีซ่า และตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว (สำหรับการขอวีซ่าเกิน 6 เดือน) น้องๆจะต้องไปยื่นคำร้องได้ที่ “ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าสหราชอาณาจักร” หรือ “ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอังกฤษ” (บริษัท วีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจ จากสถานทูตอังกฤษให้เป็นตัวแทนในการรับใบสมัครและเอกสารในการขอวีซ่า รวมถึงการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ตามที่สถานทูตอังกฤษกำหนด (การเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ คือการเก็บลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว โดยใช้เครื่องสแกนเนอร์ไฟฟ้า และการเก็บข้อมูลจากถ่ายภาพ) โดยจะต้องทำการนัดหมายวัน-เวลา ยื่นขอวีซ่า ล่วงหน้า ผ่านทางเว็บไซด์ก่อน จึงจะมีสิทธิเข้าไปยื่นได้ตามวัน-เวลาที่นัดหมายไว้

ช่วงระยะเวลาพิจารณา15 วันทำการ (สามารถเลือกยื่นแบบด่วนได้ โดยคิดค่าธรรมเนียมอีก 150 ปอนด์ ใช้เวลาพิจารณา ประมาณ 3-5 วันทำการ)
ระยะเวลาของวีซ่าที่ได้รับแบ่งได้หลายกรณี ตามระยะเวลาของหลักสูตรที่เรียน ดังนี้
กรณีที่ 1 : เรียนมากกว่า 12 เดือน วีซ่านักเรียนจะบวกเพิ่มให้ 4 เดือน
กรณีที่ 2 : เรียนมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่ถึง 12 เดือน วีซ่านักเรียนจะบวกเพิ่มให้ 2 เดือน
กรณีที่ 3 : เรียนในหลักสูตร Pre-Sessional ที่มีเวลาเรียนน้อยกว่า 6 เดือน วีซ่านักเรียนจะบวกเพิ่มให้ 1 เดือน
กรณีที่ 4 : เรียนหลักสูตรอื่นที่ไม่ใช่หลักสูตร Pre-Sessional  น้อยกว่า 6 เดือน วีซ่านักเรียนจะบวกเพิ่มให้ 7 วัน
ระยะเวลาก่อนที่จะเข้าประเทศได้
กฎโดยทั่วไป ระบุว่า กรณีเรียนหลักสูตรที่ระยะเวลาเรียนนานเกิน 6 เดือนหรือหลักสูตร Pre-Sessional ที่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ก่อนวันเริ่มเรียนไม่เกิน 1 เดือนซึ่งหากเราแจ้งวันเดินทางกับทางสถานทูตไปแล้ว แต่ต้องการเดินทางก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว สามารถเดินทางได้ก่อนวันที่แจ้งไม่เกิน 7 วันและต้องไม่ขัดกับข้อห้ามไม่เกิน 1 เดือนข้างต้นด้วย
กรณีที่เรียนหลักสูตรที่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ก่อนวันเริ่มเรียนไม่เกิน 7 วัน
แบบฟอร์มที่ใช้ในการขอวีซ่าOnline Application – ใบสมัครทางเว็บไซด์เท่านั้น
ค่าธรรมเนียมวีซ่า515 USD – โปรดตรวจสอบจาก Visa Fee
สถานที่ยื่นวีซ่าศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอังกฤษ
วีเอฟเอสโกลบอล
Trendy Office Building, อาคาร เดอะ เทรนดี้ ชั้น 28 ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ ฯ 10110
วัตถุประสงค์ในการขอวีซ่าเรียนแบบเต็มเวลา (Full time) ในหลักสูตรที่มีระยะเวลาเรียนมากกว่า 6 เดือน ขึ้นไป และผู้เรียนมีทักษะภาษาอังกฤษระดับ B1 เป็นอย่างน้อย (ยกเว้นหลักสูตร Pre-sessional ที่มีเวลาเรียนน้อยกว่า 6 เดือนของบางสถาบัน ที่สามารถขอวีซ่านักเรียนได้)
การยื่นวีซ่าต้องไปยื่นวีซ่าด้วยตัวเองเท่านั้น เพื่อสแกนลายนิ้วมือ และถ่ายรูปดิจิตอล
การทำงานหลักเกณฑ์กว้าง ๆ ที่จะตัดสินว่า จะสามารถทำงานพาร์ไทม์ได้หรือไม่ คือ สถาบันการศึกษาที่เราเข้าเรียน โดยถ้าเป็นสถาบันเอกชนที่เป็น recognised body หรือสถาบันที่ได้รับ public funding ซึ่งเป็น higher education institution  ก็มีโอกาสที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงาน พาร์ทไทม์ ได้ สามารถเช็คชื่อสถาบันที่เป็น recognised body ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
– recognised body
สถาบันแบบ public funding ที่เป็น higher education institution
– England
– Wales
– Scotland
– Northern Irelandอย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันให้แน่ใจก่อน เพื่อจะได้มั่นใจว่า เราจะไม่ทำผิดกฎและสูญเสียโอกาสทางการศึกษาที่สหราชอาณาจักรนอกจากนี้ เราสามารถเช็คได้จากหน้าวีซ่า Tier-4 ที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในหนังสือเดินทาง หรือจาก biometric residence permit (BRP) ซึ่งจะมีข้อความคล้าย ๆ ด้างล่าง ที่ระบุว่าเราได้รับอนุญาตให้ทำงายพาร์ทไทม์ได้
– Work (and any changes) must be authorised
– Able to work as authorised by the Secretary of State
– Work as in Tier 4 Rules
– Restricted Work. P/T term time. F/T vacations
– Restricted work term time
– Work limited to max 20 hrs per week during term-time
– Work limited to max 10 hrs per week during term-time.กรณีที่ไม่อนุญาตให้ทำงาน อาจจะระบุข้อความตามด้านล่าง
– No work, or
– Work prohibitedจำนวนสูงสุดที่อนุญาตให้ทำงานได้ 
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในระดับปริญญา หรือสูงกว่า ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียน study abroad programme ในสถาบันการศึกษาแบบ overseas higher education institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าคุณเรียนในหลักสูตรต่ำกว่าปริญญา ในสถาบันที่เป็น Higher Education Institution
– ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หากคุณได้รับอนุญาตให้ทำงานในระหว่างที่ถือวีซ่าแบบ Tier-4 Childโปรดอย่าลืมตรวจสอบสิทธิการทำงานของท่าน จากหน้าสติ๊กเกอร์วีซ่านักเรียน Tier-4 หรือ BRP ของท่าน ซึ่งส่วนใหญ่จะระบุเงื่อนไขการได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน

เอกสารยื่นวีซ่าอังกฤษ

1. วีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ (UK Standard Visitor Visa)

ตัวอย่างการเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ UK Visitor Visa มีรายการดังต่อไปนี้

  1. แบบฟอร์มขอวีซ่า
  2. รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 45×35 มิลลิเมตร (ไม่จำเป็นต้องเตรียมรูปถ่ายอีกต่อไป เว้นผู้สมัครที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำการสแกนลายนิ้วมือ)
  3. หนังสือเดินทาง (Passport) ทุกเล่ม ทุกหน้า
  4. เอกสารส่วนตัว ของผู้ยื่นวีซ่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานการศึกษา
  6. หลักฐานการทำงาน
  7. หลักฐานทางการเงิน
  8. หลักฐานที่พัก ระหว่างที่อยู่ที่อังกฤษ หรือ UK
  9. เอกสารอื่น ๆ เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ในการขอวีซ่า เช่น ใบจองโปรแกรมทัวร์ จดหมาย ตั๋วเครื่องบินไป-กลับหรือใบจองตั๋วเครื่องบิน
  10. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอังกฤษ

2.  วีซ่านักเรียนระยะสั้น Short Term Study Visa และ วีซ่านักเรียนสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ 6-11 เดือน

ตัวอย่างการเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอวีซ่าอังกฤษ Short Term Study

  1. แบบฟอร์มขอวีซ่า
  2. รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 45×35 มิลลิเมตร (ไม่จำเป็นต้องเตรียมรูปถ่ายอีกต่อไป เว้นผู้สมัครที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำการสแกนลายนิ้วมือ)
  3. หนังสือเดินทาง (Passport) ทุกเล่ม ทุกหน้า
  4. เอกสารส่วนตัว ของผู้ยื่นวีซ่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานการศึกษา
  6. หลักฐานการทำงาน
  7. หลักฐานทางการเงิน
  8. หลักฐานที่พัก ระหว่างที่อยู่ที่อังกฤษ
  9. Letter of acceptance (Visa Letter) จากทางสถาบันที่เราสมัครเรียน
  10. หากเรียนมากกว่า 6 เดือน ต้องแนบหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพจาก IOM (Medical Certificate)
  11. ตั๋วเครื่องบิน หรือ ใบจองตั๋วเครื่องบิน
  12. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอังกฤษ

3. วีซ่านักเรียนอังกฤษ Tier 4 Student

ตัวอย่างการเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอวีซ่าอังกฤษ, เอกสารขอวีซ่า UK มีรายการดังต่อไปนี้

  1. แบบฟอร์มขอวีซ่า
  2. รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 45×35 มิลลิเมตร (ไม่จำเป็นต้องเตรียมรูปถ่ายอีกต่อไป เว้นผู้สมัครที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำการสแกนลายนิ้วมือ)
  3. หนังสือเดินทาง (Passport) ทุกเล่ม ทุกหน้า
  4. เอกสารส่วนตัว ของผู้ยื่นวีซ่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานการศึกษาและการฝึกอบรม
  6. Confirmation of Acceptance for Studies (CAS) จากทางสถาบันที่เราสมัครเรียน
  7. เอกสารและใบเสร็จที่ใช้ในการสมัครเรียน ใบเสร็จค่าที่พัก (ถ้ามี)
  8. หลักฐาน ระดับทักษะภาษาอังกฤษ (ผลสอบภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่นขอวีซ่า Tier4)
  9. หลักฐานการทำงาน (ถ้ามี)
  10. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีเงินสนับสนุนที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่ UK ในขณะที่ทำการศึกษาอยู่ที่นั่น และมีจำนวนเงินตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนดมาไม่น้อยกว่า 28 วัน
  11. หลักฐานที่พัก ระหว่างทำการศึกษาที่อังกฤษ
  12. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพจาก IOM (Medical Certificate)
  13. ตั๋วเครื่องบิน หรือ ใบจองตั๋วเครื่องบิน
  14. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอังกฤษ

หมายเหตุ เจ้าหน้าที่ของ “ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าสหราชอาณาจักร” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีอิทธิพลต่อการพิจารณาการออกวีซ่า ผู้ตัดสินว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ คือ เจ้าหน้าที่แผนกวีซ่า ในสถานทูตอังกฤษ เท่านั้น

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

เอกสารที่ใช้ในการเรียนต่อต่างประเทศ

ในการเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศนั้น เราจะต้องเตรียมการจัดทำหนังสือเดินทางและการขอวีซ่าเพื่อเข้าไปพำนักอยู่ในประเทศต่างๆที่เราจะศึกษา แต่ก่อนที่เราจะถึงขั้นตอนการขอวีซ่านั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษา ซึ่งเราจะต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยนั้นๆกำหนด อย่างไรก็ตามไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนก็ตามจะมีเงื่อนไขในการสมัครที่ใกล้เคียงกัน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นแตกต่างกันไป ดังนี้

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)*
  • ผลสอบ GMAT สำหรับผู้สมัคร MBA หรือ Business Program บางสาขา หรือ GRE สำหรับผู้สมัครสาขาวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering), ทางด้านการสื่อสาร (Communication) หรือในสาขาอื่นบางคณะ*
  • ผลสอบ SAT สำหรับผู้สมัครปริญญาตรี
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2-3 ฉบับ
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน (Bank Statement)

หมายเหตุ สำหรับผู้ไม่มีผลสอบ GMAT/ หรือ GRE ก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้เช่นกัน ในบางมหาวิทยาลัยไม่ต้องผลเหล่านี้ในการสมัครเข้าศึกษา

2. ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอื่นๆ

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2 ฉบับ 
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย

หมายเหตุ สำหรับผู้ที่ไม่มีผลสอบ IELTS/TOEFL บางมหาวิทยาลัยสามารถสมัครเข้าได้เลยโดยไปเรียนภาษากับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ และสามามารถเข้าศึกต่อในระดับปริญญาตรีหรือโทได้ทันทีเมื่อจบภาษาอังกฤษระดับสูงของมหาวิทยาลัย

***ผู้ที่สมัครเข้าศึกษาต่อไม่ว่าประเทศใดก็ตาม ควรเตรียมเอกสารทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ และบางสถาบันจะมีค่าธรรมเนียมในการสมัครก่อนที่จะดำเนินการพิจารณา ดังนั้นผู้สมัครต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในระดับปริญญาเอก นอกจากเอกสารที่จะต้องเตรียมข้างต้นแล้ว ผู้สมัครจะต้องเขียนบทวิจัย หรือ Research Proposal เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

การทำวีซ่านักเรียนมอลต้า

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ท่านต้องการใช้เพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า

  1. กรอกแบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าให้สมบูรณ์พร้อมเซ็นชื่อในใบคำร้องขอวีซ่าของท่านด้วย, ส่งรูปถ่ายที่ถ่ายล่าสุด จำนวน 2 รูป (ภาพถ่ายต้องมีขนาดกว้าง: 35 มม. ยาว 45 มม., รูปภาพจะต้องเหมือนกับตัวจริงในปัจจุบัน, หน้าตรง,ห้ามยิ้มเห็นฟัน, ห้ามเปิดปาก,ศีรษะอยู่ระหว่าง 2/3 ของภาพ แต่ต้องสูงไม่เกิน 36 มม. ดวงตาจะต้องอยู่กึ่งกลางของรูป, สีของดวงตาชัดเจนและมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 8 มม. และ 10 มม. และพื้นหลังสีขาวเท่านั้น)
  2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  6. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  7. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  8. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท) ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด)
  10. ส่งเอกสารการประกันภัยการเดินทาง ดูที่นี่ (ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป (ดูข้อมูลเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ)
  11. ส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินแบบไปกลับ (ท่านจะต้องส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  12. เอกสารที่พักในประเทศออสเตรียหรือจดหมายรับรองที่พักจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  13. จดรับรองสถานะการศึกษา(ตัวจริง)ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย
  14. จดหมาย Admission ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด) ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  15. แสดงหลักฐานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศมอลต้า
  16. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

วีซ่า c (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่อยู่พำนักได้ติดต่อกันไม่เกิน 90 วีซ่า D (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าอยู่พำนักได้ติดต่อกันตั้งแต่ 91 ถึง180 วัน วีซ่าทั้งสองประเภทนี้ ผู้สมัครไม่สามารถขอขยายเวลาหรือต่ออายุในประเทศออสเตรียได้ หากผู้สมัครต้องการที่จะพำนักอยู่ติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน จะต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตถิ่นพำนัก (“Aufenthaltstitel”) 

สถานฑูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากผู้สมัครได้ ใบคำร้องขอวีซ่าของท่านจะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อท่านได้ส่งเอกสารครบถ้วนให้กับสถานฑูตแล้วเท่านั้น หลังจากที่ท่านได้ทำการยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแล้ว ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าไม่สามารถขอคืนได้ เอกสารทั้งหมดที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าจะต้องแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษด้วย 

โปรดทราบ: หากท่านให้ข้อมูล เอกสารหรือหนังสือเดินทางที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่าน คำร้องขอวีซ่าของท่านอาจถูกปฏิเสธ 

เอกสารรับรองตัวจริงจากนายจ้างหรือบริษัทต้องแสดงวันที่ออกจดหมาย,เงินเดือน,ระยะเวลาที่จะไปอยู่ที่ประเทศเชงเก้น,จุดประสงค์การไป,ประโยคที่แสดงว่านายจ้างหรือบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตลอดระยะเวลาการเดินทางและรับรองว่าผู้สมัครจะเดินทางกลับมาพร้อมมีตราประทับบริษัทและลายเซ็นจากผู้จัดการด้วยทุกครั้ง (ชื่อผู้จัดการหรือผู้รับรองควรที่จะพิมพ์ทุกครั้ง) 

โปรดทราบ: 

  • อัตตราค่าธรรมเนียมวีซ่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกเดือน ศูนย์รับคำร้องวีซ่าประเทศออสเตรียจะแจ้งอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ให้ท่านทราบในเดือนถัดไป
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่สามารถเรียกคืนได้
  • ผู้ยื่นคำร้องทุกท่านจะต้องชำระค่าดำเนินการท่านละ ( 484 บาท) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อการยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • บริการพิเศษเพื่อส่งหนังเดินทางกลับทางไปรษณีย์ทางศูนย์ฯมีบริการให้โดยที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 220 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อใบคำร้องขอวีซ่า
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าดำเนินการ และค่าบริการพิเศษเพิ่มเติมต่างๆนั้น จะรับชำระเป็นเงินสดเท่านั้นที่เคาน์เตอร์รับคำร้องขอวีซ่า

Malta Tourist Visa

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า
  2. ใบนัดหมายยื่นวีซ่า
  3. หนังสือเดินทาง
    • ตัวจริง (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
    • สำเนา
    • เล่มเก่าที่มีทั้งหมด
  4. รูปถ่าย 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว จำนวน 2 รูป
  5. สำเนาบัตรประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน
  7. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  8. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท)
  10. หลักฐานการเงินของบริษัท
  11. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)
  12. หนังสือเชิญจากต่างประเทศ(เช่นจากญาติ โรงเรียน บริษัท)
  13. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  14. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  15. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน (ท่านจะต้องส่งตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  16. หลักฐานการจองโรงแรม เอกสารเกี่ยวกับที่พัก จำต้องครอบคลุมตลอกระยะเวลาการเดินทาง
  17. ประกันภัยการเดินทาง(ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

ขั้นตอนการขอวีซ่า

เข้าไปโหลดแบบฟอร์มที่ http://www.vfsglobal.com/austria/thailand/thai/student_visa_form.html และกรอกข้อมูลให้ครบนำไปยื่นที่ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรีย

ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์
191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
BTS สถานีศาลาแดง ทางออกที่ 4
ใช้เวลาทำการ 15 วัน

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

การทำวีซ่านักเรียนเยอรมัน

ในกรณีที่น้อง ๆ จะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน น้อง ๆ จะต้องขอ National Visa หรือ วีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนี (ระยะเวลาพำนักเกินกว่า 90 วัน) ค่ะ โดยเอกสารหลักฐานและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน เป็นดังนี้ค่ะ

เอกสาร/หลักฐานเพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า (ฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ชุด):

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้ พร้อมสำเนา 2 ชุด (เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล) ในบางกรณีอาจต้องใช้หนังสือเดินทางเล่มเก่า
  • รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก  2 ใบ
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเภท  National Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ฉบับ
  • หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ (Studienkollegs)
  • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร) และคำแปลภาษาเยอรมัน
  • หลักฐานการเงิน อย่างน้อยเดือนละ 720,- ยูโร ตลอดระยะเวลาการศึกษา (ดูรายละเอียดแนบท้าย)
  • หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER (Gemeinsamer Europäischer Referenzrahmen) (ดูรายละเอียดแนบท้าย)

ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้รับทุนการศึกษา:

ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรหรือหน่วยงานรัฐของเยอรมันจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการเงิน:

เงื่อนไข ประการหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษาคือหลักฐานการเงินที่แสดงว่า นักศึกษามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างการพำนักและศึกษาในเยอรมนี สำหรับผู้ที่ใช้เวลาศึกษาเป็นระยะเวลานาน ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการศึกษาในปีแรกเต็มจำนวน หรือต้องมีเงินขั้นต่ำ 8,640 – ยูโร และใช้การรับรองหลักฐานการเงินให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นสำหรับปีการศึกษา ถัดไป แต่ต้องมีเงินสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาที่ศึกษาใน เยอรมนีจริง

สถานะทางการเงินสามารถแสดงได้โดย:

  • ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า ท่านสามารถแสดงหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายได้ โดยการเปิดบัญชีประเภท Blocked Account ท่านสามารถเลือกธนาคารหรือผู้ให้บริการได้ด้วยตนเอง โดยอ่านข้อมูลธนาคาร/ผู้ให้บริการได้ในเว็บไซด์กระทรวงการต่างประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
  • และ หลักฐานที่ทำให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นในสถานะว่ามีการเงินเพียงพอสำหรับปีการศึกษาอื่นๆ (เช่น หลักฐานแสดงรายได้ของบิดามารดา เป็นต้น) และ
  • หนังสือรับทราบเงื่อนไขของนักศึกษา
    • หนังสือชี้แจงการเปิดบัญชี หรือ
    • หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการตามมาตรา 66, 68 ตามกฎหมายว่าด้วยการพำนัก ออกโดยผู้ออกค่าใช้จ่ายซึ่งอาศัยในเยอรมนี ปกติแล้วสามารถขอทำหนังสือดังกล่าวได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักทะเบียนในประเทศเยอรมนี
  • การรับรองค่าใช้จ่ายนี้ต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาการศึกษา หรือ
  • หลักฐานแสดงการได้รับทุนจากองค์กรหรือสถาบันของรัฐในประเทศเยอรมนี หรือ
  • เอกสาร/หลักฐานแสดงรายได้และสถานะทางทรัพย์สินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย (ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น บิดา มารดา ญาติ) โดยยื่นหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง สลิปแสดงยอดเงินในบัญชีธนาคาร หรือหลักฐานการถือครองทรัพย์สินอื่นๆ และ
  • หนังสือจากผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย (หนังสือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นภาษาเยอรมันและอังกฤษ) หนังสือฉบับนี้ ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต้องมาลงลายมือชื่อด้วยตนเองในวันที่นักศึกษายื่นคำร้องขอวีซ่า
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในกรณีนี้ การสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเยอรมันจะทำให้กระบวนการล่าช้า การดำเนินการเรื่องวีซ่าจึงจะใช้เวลานานกว่า 4-6 สัปดาห์

หลักฐานความรู้ทางภาษา

ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษา ผู้ยื่นคำร้องต้องมีความรู้ในภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ตนจะไปศึกษา โดยปกติ ผู้ยื่นต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยระดับมาตรฐานด้านภาษาต่างประเทศ ท่านสามารถสอบ GER-Prüfung (Gemeinsamer-Europäischer-Referenzrahmen) ได้ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันหรือสถาบันเกอเธ่ (Goethe Institut)

หลักฐานความรู้ทางภาษาอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับ:

ประกาศนียบัตร DSH หรือความรู้ภาษาเยอรมันสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จะสมัครเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร TestDaF หรือความรู้ภาษาเยอรมันในฐานะภาษาต่างประเทศ; deutsches Abitur หรือประกาศนียบัตรชั้นมัธยมปลายของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร DSD-II หรือความรู้ภาษาเยอรมันระดับ 2 ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (KMK);  ประกาศนียบัตร ZOP หรือการสอบมาตรฐานความรู้ภาษาเยอรมันขั้นสูง, ประกาศนียบัตร KDS หรือ GDS หรือความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมและวรรณคดีเยอรมันของสถาบันเกอเธ่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นเรียนภาษาและการสอบวัดความรู้ได้ที่สถาบันเกอเธ่ หรือที่เว็บไซต์:
www.goethe.de/thailand

หากไม่ได้เรียนภาษาที่สถาบันเกอเธ่ ท่านต้องสอบวัดระดับที่สถาบันเกอเธ่ โดยจะต้องสอบผ่านอย่างน้อยระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER-Prüfung ถ้าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนที่ประเทศเยอรมนี ท่านต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษเช่น IELTS หรือ TOEFL ต่อสถานทูต

คำแนะนำ:

สถานทูตฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้ยื่นคำร้องไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้สถานทูตฯ ออกวีซ่าให้ แม้ว่าจะได้ยื่นเอกสารครบถ้วนแล้วก็ตาม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เมื่อแผนกวีซ่าของสถานทูตฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเยอรมนีตรวจสอบคำร้องและเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว สถานทูตฯจะแจ้งผลการอนุมัติวีซ่าให้ท่านทราบ
อนึ่ง วีซ่าเชงเกนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าเพื่อการศึกษาในประเทศเยอรมนีได้

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com