ขายผ้าร่ม ทาฟต้า, ผ้าซาติน, ผ้าทวิลล์ โพลีเอสเตอร์ (ยกม้วน) เกรดเอ ราคาโรงงาน

ขายผ้าร่ม ทาฟต้า, ผ้าซาติน, ผ้าทวิลล์ โพลีเอสเตอร์ 100% ยกม้วน เกรดเอ ราคาโรงงาน แบรนด์ลักกี๊เท็กซ์ (โรงงานไทย คุณภาพญี่ปุ่น)

1. ผ้าร่มโพลีเอสเตอร์ (Polyester Taffeta)

ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติเรื่องทนความร้อนและแสงแดด ทนสารเคมี ไม่ยับ และมีความทนทานสูง น้ำหนักเบา นิยมนำมาผลิตธง ร่มเสาข้าง ร่มชายหาด ร่มสนาม และเนื่องจากผ้าร่มโพลีเอสเตอร์มีราคาถูกกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ คนจีงนิยมนำมาตัดเป็นซับในเสื้อผ้าเช่นกัน (ซับในกระเป๋า ซับในสูท ซับในกระโปรง) และบ่อยครั้งที่เราเห็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำขึ้นจากผ้าร่มโพลีเอสเตอร์ เช่น หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตามาสคอตเป่าลมเต้นระบำ (สกายทูป, Sky Tube and Air Dancer) เป็นต้น

นอกจากนั้น สามารถเอาไปพริ้นลายต่าง ๆ ได้ ใช้ได้ทั้งงาน In-door และ Out-กoor เพราะเนื้อผ้ามีความแข็ง และหนา ด้วยลักษณะเนื้อผ้า จะเรียบเนียน มีความมันเงา ทำให้สีที่พิมพ์ออกมานั้น มีความเด่นชัด สวยสะดุดดา เช่น ธง ธงญี่ปุ่น ป้ายผ้า ป้ายแขวน ผ้าคลุม งานตกแต่ง ปลอกหมอน Hanging งานเสื้อผ้า ผ้าพันคอ เป็นต้น

ส่วนประกอบ : โพลีเอสเตอร์ 100% กว้าง: 60 นิ้ว (150 ซม)

2. ผ้าซาติน (Polyester Satin)

ผ้าซาติน (Satin) เนื้อผ้าจะมีลักษณะ ผิวเรียบเนียน เนื้อบาง พลิ้วสวย มันวาว เหมาะสำหรับการนำไปตกแต่งเวที เก้าอี้ ทำม่าน ถุงผ้า สามารถเอาไปพริ้นลายต่างๆได้ ใช้ได้ทั้งงาน In-door และ Out-door เพราะเนื้อผ้ามีความแข็ง และหนา ด้วยลักษณะเนื้อผ้า จะเรียบเนียน มีความมันเงา ทำให้สีที่พิมพ์ออกมานั้น มีความเด่นชัด สวยสะดุดดา เช่น ธง ธงญี่ปุ่น ป้ายผ้า ป้ายแขวน ผ้าคลุม งานตกแต่ง ปลอกหมอน Hanging งานเสื้อผ้า ผ้าพันคอ เป็นต้น

ส่วนประกอบ : โพลีเอสเตอร์ 100% กว้าง: 60 นิ้ว (150 ซม)

3. ผ้าทวิลล์ (Polyester Twill)

ผ้าทวิล โพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าที่มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม มีน้ำหนักน้ำหนักดี ซึ่งสมบูรณ์แบบเมื่อคุณกำลังมองหาผ้าที่ทนทานต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับการตัดเสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการและดูสมาร์ท

ผ้าทวิลล์ โพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าได้รับความนิยมสำหรับการตัดชุดทำงาน ยูนิฟอร์ม เสื้อผ้าสำนักงาน ทีมีความเป็นทางการ รวมถึงชุด กระโปรง และชุดเดรสชุดทำงาน ทวิลล์โพลีเอสเตอร์พื้นผิวเป็นผ้าที่ทนทานโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมายความว่า วัสดุนี้มีลักษณ์ยอดเยี่ยมผ่านการล้างซ้ำการเก็บรักษา และสวมใส่คุณ จะดู ดีสุดสำหรับการประชุมทางธุรกิจที่สำคัญและอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงเหมาะสำหรับการตัดเย็บเสื้อผ้า ทวิลล์ โพลีเอสเตอร์ยังเป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับผู้ชาย (เนคไท, หูกระต่าย) และอุปกรณ์เสริมรวมทั้ง ผ้ากันเปื้อน และยังเป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยมของผ้าสำหรับตกแต่งภายในบ้าน เช่น ผ้าปูโต๊ะ คุณภาพดี

ส่วนประกอบ : โพลีเอสเตอร์ 100% กว้าง: 60 นิ้ว (150 ซม)

**ผ้าทวิลล์ ทางเรามีสีขาว กับ สีกรมท่า เท่านั้นครับ**

 

To contact Great Textile by phone, please call +669-1818-2987 or email at gtc.chanin@gmail.com

บริการยื่นวีซ่านักเรียน

  • Ascend Education Center ให้บริการยื่นวีซ่า เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า วีซ่านักเรียน วีซ่าท่องเที่ยว รับยื่นวีซ่า นักเรียน ท่องเที่ยว ประเทศอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ โดยเจ้าหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญ และติดตามกฎระเบียบที่ออกมาใหม่ของประเทศนั้น ๆ

บริการตรวจเอกสาร ทำวีซ่า ยื่นวีซ่า โดยทาง Ascend Education Center จะ
มีเช็คลิสเอกสารให้ในเบื้องต้น เพื่อสะดวกต่อการเตรียมเอกสาร และจัดทำรูปแบบชุดเอกสารยื่นวีซ่า ให้ทางสถานทูตเข้าใจง่าย ซึ่งทำให้มีโอกาสได้รับวีซ่าง่ายขึ้น

สิ่งที่พิเศษของทาง Ascend Education Center ก็คือ เรามีทีมแปลเอกสารและรับรองเอกสารโดย “ทนายความผู้รับรองเอกสาร” ที่มีใบอนุญาตจากสภาทนายความ ประเทศไทย ซึ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสถานทูต โดยประวัติการเรียมเอกสารยื่นวีซ่าของเรา ผ่าน 100% ในกรณีที่ลูกค้าเตรียมเอกสารและตอบสัมภาษณ์ครบตามที่เราแนะนำ

นอกจากบริการ รับยื่นวีซ่า แล้ว ท่านสามารถหาอ่านข้อมูลต่าง ๆ ได้ ที่หน้าของทางเว็บไซด์ และโปรดตรวจสอบกฎเกณฑ์ล่าสุดในการขอวีซ่าแต่ละประเทศ และอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุด ได้ที่เว็บไซด์ ของประเทศนั้น ๆ หรือเว็บตัวแทนของสถานทูต กรณีต้องการศึกษาต่อ ทางเรามีบริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศและเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าให้โดยไม่มีค่าบริการ (เฉพาะในกรณีที่นักเรียน ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันที่ทางบริษัทเป็นตัวแทน)

เอกสารเบื้องต้นในการยื่นวีซ่า คือ

  1. หนังสือเดินทางทุกเล่มที่มี
  2. รูปถ่ายสีตามที่สถานทูตกำหนด
  3. หลักฐานการทำงาน
  4. เอกสารการลางาน
  5. หลักฐานการศึกษา (กรณีเป็นนักศึกษา)
  6. แผนการเดินทาง หรือ เอกสารประกอบเพื่อแสดงวัตถุประสงค์การเดินทาง
  7. ใบจองตั๋ว (ถ้ามี)
  8. สำเนาเอกสารส่วนตัว ระบุชื่อสกุล เก่าใหม่ สถานะการสมรส สถานะครอบครัว ฯ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสมรส ใบหย่า ใบแสดงสิทธิ์การดูแลบุตร ฯลฯ
  9. เอกสารอ้างอิงจากญาติหรือเพื่อนที่ต่างประเทศ (ถ้ามี) เช่น จดหมาย สำเนาหนังสือเดินทาง หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ ฯลฯ
  10. หลักฐานทางการเงินที่เพียงพอในการเดินทางไปต่างประเทศทริปนั้น ๆ ได้แก่ รายการความเคลื่อนไหวบัญชี 6 เดือน – 1 ปี
  11. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

เกี่ยวกับวีซ่า

1. การขอวีซ่าแต่ละประเทศ

2. เอกสารที่ใช้ในการเรียนต่อต่างประเทศ

3. เรื่องที่ควรทราบก่อนยื่นขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ (Tier 4 Student Visa; England, UK)

4. ขั้นตอนการยื่น VISA Online ไปเที่ยว New Zealand อย่างง่าย

5. ต้องการไปเยี่ยมบุตรที่เรียนอยู่ที่อเมริกา ต้องขอวีซ่าอย่างไร (วีซ่าผู้ติดตาม อเมริกา) 

6. วีซ่านักเรียน และโอกาสในการทำงานที่ต่างประเทศ

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

ERP สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและการโรงแรม (ERP for Hospitality – Travel & Hotel)

ปัจจุบันระบบ ERP ได้เข้ามามีบทบาทกับธุรกิจไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แต่ละองค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ต่างก็นำระบบ ERP มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเอง ซึ่งวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ก็จะแตกต่างกันออกไป ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากอีกอุตสาหกรรมหนึ่งของไทย เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของเศรษฐกิจของประเทศที่มีอัตราการเติบโตการคืนทุนและความสามารถในการทำกำไรสูง เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การแข่งขันในภาคธุรกิจนี้มีสูงมาก การบริการลูกค้าอย่างดีที่สุด และการมีฐานข้อมูลของลูกค้าที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อการสร้าง Royalty program  ทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ต้องการประสบความสำเร็จ ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร (ERP for Hospitality) ที่ยืดหยุ่นและเป็นไปตามความต้องการที่ทันสมัยของบริษัท โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร หรือแม้กระทั้งกอล์ฟคลับ จะช่วยให้องค์กรสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุด ระบบ ERP For Hospitality จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลงและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ช่วยรักษาความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน รักษาความสมบูรณ์ของการทำงานประจำวัน และให้ข้อมูลที่มีแบบเรียลไทม์

คุณสมบัติและฟังก์ชัน ERP สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรม (ERP for Hospitality) หลัก ๆ มีดังนี้

Property Management System (PMS) หรือ Reservation Management เป็นระบบการจองห้องพัก ที่ช่วยในการจัดเก็บประวัติการจองห้องพักของลูกค้าทั้งแบบรายบุคคล หรือแบบเป็นหมู่คณะ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถคำนวณปริมาณห้องว่างล่วงหน้าได้ตลอดเวลา และจะแจ้งเตือนเมื่อมีการรับจองห้อง หรือขายห้องในปริมาณที่มากกว่าห้องที่เหลืออยู่ ในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ผู้ใช้สามารถยืนยันการรับจองห้องได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาในการรับจองห้องพักมากกว่าปริมาณห้องพักที่มีอยู่จริง

  • Property inventory management with dynamic, rack and special rates
  • Booking and event package management
  • AHLA budgeting and financial reports

Central Reservations Office ระบบจองจากส่วนกลาง บริหารการจองจากช่องทางต่างๆของทุกๆโรงแรมในเครือของคุณในที่เดียว ทำให้ข้อมูลการจองที่กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบให้มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเครือโรงแรมคุณ

  • Multiple properties availability view grid
  • Data synchronized near real time to all property servers
  • Rule based mass cancellation process
  • Seamless web interface to OTA & channel managers

Front Office Module เป็นระบบจัดการส่วนหน้า ใช้บริหารจัดการจำนวนห้องพัก ตั้งแต่ จำนวนห้องพักที่ว่าง ทำกำลังใช้ งาน ที่กำลังทำความสะอาด ในแต่ละวัน การทำจองห้องพัก การโยกห้องพักในแต่ละวัน การสร้างรายงานประจำวันประเภทต่างๆ การทำงานร่วมกับแผนกแม่บ้านเพื่อแจ้งว่าห้องทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยหรือไม่ เพื่อที่หน้าฟร้อนท์จะได้ทราบว่าห้องไหนสามารถให้ลูกค้าเข้าพักได้ เป็นต้น

  • Fast registration, check-in, guest services, account processing and check-out
  • Detailed City Ledger with pit check and collections control
  • Forex buying and selling and barter trading

House Keeping ระบบงานแม่บ้าน เป็นระบบตารางการทำงานของแม่บ้านและบริหารทรัพยากรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ในการควบคุมต้นทุน และระบบยังช่วยแสดงให้เห็นถึงสถานะของห้องพักแต่ละห้อง ว่ามีความพร้อมที่จะให้บริการหรือไม่ ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะภาพของห้องโดยเจ้าหน้าที่ของแผนกแม่บ้าน ระบบจะส่งข้อมูลสถานะของห้องนั้น ๆ ไปยังฝ่ายตอนรับ ทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และช่วยลดการผิดพลาดในการให้บริการแก่ผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี

  • Staff points system with schedules and extensive room status allocations
  • Amenities budgeting and dispensing control

ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน Hospitality

Financial Accounting Module ออกแบบมาเพื่อบันทึกสินทรัพย์ค่าใช้จ่ายและรายได้ของ บริษัท โมดูลนี้จัดการควบคุมการไหลของเงินและช่วยในการทบทวนสถานะทางการเงินของ บริษัทในแบบเรียลไทม์

Customer Relationship Management (CRM) ทำให้คุณมีโอกาสเพิ่มยอดขาย ฐานข้อมูลแบบยืดหยุ่นนี้ช่วยให้คุณสามารถรู้จักลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นโดยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อติดต่อที่อยู่หรือความสัมพันธ์กับคู่แข่งของคุณ

Reports Management System ระบบการจัดการรายงาน ด้วยโมดูลนี้ผู้บริหารจะได้รับข้อมูลการดำเนินงานหลัก: รายงานการเช็คอิน/เช็คเอาท์รายงานการครอบครองรายงานเกี่ยวกับพนักงานทั้งหมด ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจและการวางแผนขององค์กร

ระบบ ERP for Hospitality ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system
  • Realtor real estate register with leasing and time share
  • INVENTORYmanager products services and recipe stock control with procurement
  • BACKoffice creditors (AP), General Ledger (GL) and Cash Books (CB)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

มารู้จัก…ทนายรับรองเอกสาร (Notary Public) กัน

เคยไหมคะ เวลาที่คุณจะขอวีซ่าหรือทำธุรกรรมบางอย่างที่ต่างประเทศแล้วคุณต้องส่งเอกสารไป ทางสถานทูตรหรือทางหน่วยงานที่คุณต้องการทำธุรกรรมด้วยจะขอให้คุณนำเอกสารไปให้ทนายความหรือโนตารีพลับลิครับรองเอกสารเสียก่อน ซึ่งก็มีหลายคนสงสัยว่า Notarial Services Attorney คือใครและมีหน้าที่ทำอะไร ? และทำหน้าที่ต่างกับ Notary Public (โนตารี พลับลิค) หรือไม่ ? และจะหาบุคคลที่ทำหน้าที่ Notarial Services Attorney ในประเทศไทยได้ที่ไหน? วันนี้ จาร์เรทท์ ลอยด์ แนะนำ “ทนายความผู้รับรองเอกสารและลายมือชื่อ (Notarial service attorney)” ค่ะ

ในหลายๆประเทศ โนตารี่ พับลิค คือทนายความชนิดพิเศษอย่างหนึ่งที่มีใบอนุญาต ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับรองเอกสาร (Notarization) หรือเป็นพยานในคำให้การ หรือการให้ปากคำโดยการสาบาน งานของโนตารี่พับลิคเป็นประโยชน์มากเมื่อบุคคลที่ได้รับเอกสาร, คำให้การ, หรือให้ปากคำที่รับรองโดยโนตารี่พับบลิค บุคคลนั้นจะยอมรับเอกสารนั้นว่าเป็นของแท้ เพราะได้รับการรับรองจากคนกลางที่มีใบอนุญาตซึ่งรับประกันเอกสารนั้น เอกสารที่รับรองโดยโนตารี่พับลิคนี้ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและหน่วยงานราชการ

นอกจากนั้น การทำนิติกรรมและธุรกรรมต่างๆ ของคนที่อยู่กันต่างประเทศกัน ซึ่งมีความจำเป็นต้องส่งเอกสารไปมาระหว่างกัน เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจนั้นๆรวมถึงความจำเป็นที่ต้องมีการแปลเอกสารจาก ภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจและบังคับใช้ได้ในอีกประเทศหนึ่งนั้น จำเป็นต้องมีผู้ที่มีความรู้ดีและมีผู้ยอมรับนับถือในความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ในการมาเป็นผู้รับรองความมีอยู่จริงของเอกสาร ความถูกต้องไม่ขัดต่อกฎหมายของเอกสาร รวมถึงความแท้จริงของเจตนาของผู้ที่ลงนามในเอกสารเมื่อผู้รับรองได้รับรอง แล้ว และได้ส่งไปใช้ในอีกประเทศหนึ่ง ผู้รับก็จะเกิดความมั่นใจ แม้ว่าเอกสารนั้นตนอาจจะไม่ได้มีส่วนทำขึ้น และไม่ได้ลงนามต่อหน้าตนเองก็ตาม นั่นคือ หน้าที่ของ ดนตารี พลับลิค (Notary Public) นั่นเอง

ในต่างประเทศหลายๆประเทศมักจะมีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยโนตารี พลับลิค ซึ่งกำหนดอำนาจหน้าที่ ลักษณะของงานที่จะต้องทำโดยโนตารี พลับลค ค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บ รวมถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นโนตารี พลับลิค ข้อบังคับ จรรยาบรรณ และบทลงโทษกรณีทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

ในประเทศไทย สภาทนายความได้มีการประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้น ทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ.๒๕๕๑ โดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารในประเทศไทยเรียกว่า “Notarial Services Attorney”  ซึ่ง ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความ จะทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อที่มีการลงชื่อต่อหน้าในเอกสารนั้นๆ หรือรับรองสำเนาเอกสารเช่นว่านั้นว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริงจากต้นฉบับ หรือทำคำรับรองประเภทอื่นๆ รวมทั้งการลงชื่อในฐานะเป็นพยานในเอกสารเช่นว่านั้นด้วย

ทั้งนี้ โดยส่วนมากแล้วจะนำเอกสารเหล่านั้นไปใช้ในต่างประเทศหรือใช้ที่สถานทูตต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เป็นต้น

ดังนั้น การทำหน้าที่ของ Notarial Services Attorney จึงไม่แตกต่างไปจากการทำหน้าที่ของ Notary Public ในต่างประเทศ แต่อย่างใดค่ะ

สำหรับทนายความทั่วๆไปที่ไม่มีใบอนุญาตในการทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร จึงไม่เรียกว่าเป็น Notarial Services Attorney

ขอบเขตการทำงานของ Notarial Services Attorney

  • รับรองคำแปลเอกสาร/Certified True Translation
  • รับรองลายมือชื่อในเอกสาร/Certified True Signature/Applicant Declaration Notary Public
  • รับรองสำเนาเอกสาร/Certified True Copy
  • รับรองนิติกรรมที่เอกชนทำขึ้น
  • รับรองตัวบุคคล
  • รับรองข้อเท็จจริง
  • จัดทำคำสาบาน
  • รับรองความมีอยู่ของเอกสาร
  • ทำคำคัดค้านตราสาร
  • จัดทำบันทึกคำให้การ/Affidavit Notary Public
  • ทำหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างการรับรองเอกสารของ Notarial Service Attorney

ตัวอย่างที่ 1

นาย ก คนออสเตรเลียมีความต้องการที่จะขายบ้าน แต่ตนเองอยู่ในประเทศไทย โดยต้องการที่จะมอบอำนาจให้ทนายความของตนที่ประเทศออสเตรเยียจัดการให้และลงนามในหนังสือมอบอำนาจ เช่นนี้นาย ก ต้องนำหนังสือมอบอำนาจ มาลงนามต่อหน้า Notarial Service Attorney เพื่อให้ทนายความรับรองเอกสาร ทำหน้าที่ออกเอกสารยืนยันว่า นายก เดือนทางมาลงนามต่อหน้าและลายมือชื่อที่ลงในหนังสือมอบอำนาจนั้นเป็นลายมือชื่อของนาย ก จริง

ตัวอย่างที่ 2

บริษัทเอ ต้องการจดเครื่องหมายการค้าที่ประเทศจีนและฮ่องกง จึงต้องลงนามในหนังสือมอบอำนาจส่งให้เจ้าหน้าที่ (Agent) ที่ปรเทศดูไบทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว บริษัท เอ โดยกรรมการผู้มีอำนาจจึงต้องลงนามและประทับตราลงบนหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายความรับรองเอกสาร เพื่อนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้ที่ประเทศจีนและฮ่องกง

ตัวอย่างที่ 3

นาง ข (คนไทย) จดทะเบียนสมรสกับ นายแอนดรู (คนอังกฤษ) ต้องการนำสัญญาก่อนสมรสและทะเบียนสมรสไปใช้รับรองการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของประเทศอังกฤษด้วย จึงนำสัญญาก่อนสมรสและสำเนาทะเบียนสมรส มาให้ทนายความรับรองเอกสารเพื่อรับรองว่าสัญญาก่อนสมรสนั้นทำขึ้นที่ประเทศไทยจริง รวมถึงทะเบียนสมรสเป็นเอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของไทยจริง เสียก่อน จึงสามารถนำไปใช้ที่ประเทศอังกฤษได้

To contact Jarrett Lloyd by phone, please call +66-2392-4187 or email at contact@jarrettlloyd.com

6 เทคนิคจำเป็น อาชีพฟรีแลนซ์ รุ่งและมั่นคง

ฟรีแลนซ์เป็นอาชีพยอดฮิตของคนยุคนี้เพราะมีอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง อยู่ที่ไหนก็หาเงินได้ เพียงแค่มีฝีมือ และมีวินัยในตัวเอง รับผิดชอบงาน ส่งให้ตรงเวลา อย่างไรก็ตาม การเป็นฟรีแลนซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องเคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยการใช้เงินเป็นอย่างมาก  หากไม่บริหารจัดการให้ดี ชีวิตการเป็นฟรีแลนซ์อาจสะดุด วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำเพื่อให้อาชีพฟรีแลนซ์ของเรามั่นคงและประสบความสำเร็จ 

1.คำนวณยอดเงินที่ต้องใช้รายเดือนให้ชัดเจน

ก่อนตัดสินใจมาเป็นฟรีแลนซ์ควรจะเริ่มต้นสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองเสียก่อน โดยการจำบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ประจำเดือนของเราสัก 1-2 เดือนก่อน เพราะการเริ่มต้นเป็นฟรีแลนซ์จะมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แต่รายจ่ายในแต่ละเดือนเป็นสิ่งที่มีแน่นอน เช่น ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกัน เป็นต้น และวางแผนว่า เราจะต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนไหน ( ค่าใช้จ่ายผันแปร เป็นค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคน สามารถเพิ่ม/ลดได้ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ รวมถึงค่าอุปกรณ์ ค่าอบรมเกี่ยวกับการทำงาน) และเราจะต้องหารายได้เดือนละเท่าไหร่

แนะนำ! ให้แบ่งเงินต่างๆ เป็นส่วน โดยแต่ละส่วนมีเป้าหมายแตกต่างกัน เมื่อถึงคราวต้องใช้เพื่อเป้าหมายนั่นจริงๆ ก็จะช่วยป้องกัน ไม่ให้การใช้จ่ายไปเบียดเบียนเงินที่เก็บสำรองไว้ทำอย่างอื่นได้จ้า เช่น

  1. ค่าใช้จ่ายจำเป็น 50% ของรายได้: ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำไฟ ค่ามือถือ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ในส่วนนี้สามารถลดเพิ่มปริมาณได้ แต่ถ้าจะให้ดี ประหยัดได้ก็ควรประหยัดนะ (ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรอยู่ที่ 30% และไม่ควรเกิน 50% ของรายได้นะจ๊ะ)
  2. เงินออมเพื่อใช้จ่ายระยะยาว 10% ของรายได้:เก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน เพื่อการเกษียณ (เงินออม ควรเป็นเงินสด ที่สามารถถอนใช้ได้ทันทีและควรมี 3-6 เท่าของเงินเดือน หมายความว่า หากเราบังเอิญไม่มีรายได้เข้ามา เราก็ยังสามารถใช้ชีวิตปกติต่อไปได้ระหว่างหางานต่อไปได้อีก 6 เดือนนั่นเอง)
  3. เงินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง 10% ของรายได้: สำหรับ freelance แล้ว การพัฒนาตนเอง ถือว่าสำคัญมาก เพราะยิ่งคุณเก่งขึ้น คุณก็ยิ่งได้งานมากขึ้น เงินก็มากขึ้นด้วยนั่นเอง
  4.  เงินเพื่อการพักผ่อน 10%ของรายได้:  ใช้ท่องเที่ยว ใช้ช้อปปิ้ง หรือใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว แต่อย่าเผลอใช้เงินเกินตัวนะจ๊ะ เหลือก็ออมหรือนำไปลงทุนก็ย่อมได้
  5. เงินเพื่อการลงทุน 20% ของรายได้: อาชีพฟรีแลนซ์อาจมีความไม่แน่นอน ทางที่ดีควรสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วยการลงทุน ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบ เช่นการปล่อยเช่าคอนโด, การซื้อกองทุน รวมอสังหาริมทรัพย์ หุ้นปันผล หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

2. กำหนดวันส่งงานและวันรับเงินค่าจ้างที่แน่นอน

ปัญหาการจ่ายค่าจ้างช้านับว่าเป็นปัญหาหลักของเหล่าฟรีแลนซ์ใจดีที่ยังไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้ว่าจ้าง และเป็นปัญหาที่ทำให้ฟรีแลนซ์หลายๆคนทำงานฟรีกินมาม่าไวไวกันเป็นเดือนๆเลยทีเดียว วิธีแก้ไขก็ง่ายๆ นอกจากคุณต้องส่งงานให้ตรงเวลาแล้ว ฟรีแลนซ์จะต้องทำการระบุวันชำระเงินที่แน่นอนในสัญญาจ้างด้วย เลือกใช้ tasknjoy (ทาคส์เอนจอย) เว็บฟรีแลนซ์มืออาชีพ ที่จะช่วยให้คุณได้ค่าจ้างตรงเวลา และได้ค่าจ้างอย่างแน่นอน 100%

ได้เงินแล้วอย่าลืมออมเงินกันด้วยนะ อย่ามัวใช้เพลินจนเงินหมดล่ะ เผื่อเดือนไหนได้น้อยจะได้แบ่งสัดส่วนเผื่อไว้ใช้ในเดือนถัดๆ ไป

3. ทำประกันสุขภาพ

อาชีพฟรีแลนซ์ นอกจากไม่มีนายจ้างแล้ว ก็ยังไม่มีสวัสดิการในเรื่องของการประกันสุขภาพแบบกลุ่ม เมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็จะต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเอง การทำประกันสุขภาพไว้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้มนุษย์ฟรีแลนซ์สามารถบริหารเงินได้ดีขึ้น เนื่องจากการทำประกันสุขภาพจะทำให้เราทราบค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่เราต้องจ่ายและคุ้มครองสุขภาพของเราไปทั้งปี จะทำให้เราบริหารเงินได้ดีกว่าหากเกิดกรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุต้องรักษาตัวและต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซึ่งอาจทำให้เรามีปัญหาติดขัดได้นอกจากนั้น เป็น Freelance ไม่มีนายจ้าง ก็สามารถรับสวัสดิการคุ้มครองจากภาครัฐได้ด้วยการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 เพียงแค่มีบัตรประชาชนเองนะจ๊ะ

4. วางแผนภาษี

เป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือน เพียงแต่การยื่นแบบฟอร์มอาจต่างประเภทกันค่ะ ถึงแม้ว่าภาษีเป็นเรื่องวุ่นวายที่เข้าใจยาก แต่จริง ๆ แล้วภาษีเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ เพราะเราสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อยได้ ซึ่งหากเราวางแผนจัดการกับภาษีเงินได้ของเราให้ดี เราก็จะไม่ต้องเสียภาษีมากกว่าที่จำเป็นและสามารถประหยัดเงินของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

5. ลงทุน ลงทุน ลงทุน

เป็นฟรีแลนซ์ควรสนใจเรื่องการลงทุน เพราะการเอาแบ่งรายได้ส่วนนึงมาลงทุนจะเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องทางการเงิน ช่วยให้เก็บออมเงินได้เร็วมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วยโดยการลงทุนนั้น สามารถเลือกได้ตามความชอบ ตามไลฟ์สไตล์ เช่น ถ้าคุณไม่ใช่คนชอบเสี่ยง ก็อาจจะเลือกลงทุนในประเภทกองทุนรวมเป็นหลัก แต่ถ้าชำนาญมากขึ้นแล้ว อาจจะเล่นกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น รวมไปถึงการซื้อหุ้น การซื้อทองคำ เพื่อให้เงินทำงานไปพร้อมๆ กับที่คุณทำงาน

6. หาลูกค้าระยะยาว

Long-term Client หรือลูกค้าระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพฟรีแลนซ์ เพราะลูกค้าระยะยาวจะเป็นแหล่งรายได้หลักของคุณนั่นเอง ในยุคปัจจุบันองค์กร/ผู้ว่าจ้างก็นิยมจ้างพนักงานในรูปแบบฟรีแลนซ์หรือเอ้าซอร์สมากขึ้น ซึ่งถ้าใครที่ต้องการยึดอาชีพฟรีแลนซ์เป็นหลักแล้วล่ะก็ ควรจะศึกษาแหล่งงานฟรีแลนซ์ที่จะสามารถได้รับงานในระยะยาว ที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น tasknjoy ที่เป็นแหล่งรวมงานฟรีแลนซ์ มีระบบการันตีการจ้างงาน สัญญา ที่สำคัญมี Feedback และทำการตลาดให้กับฟรีแลนซ์อย่างเรา เพื่อให้เราได้รับงานจากลูกค้าระยะยาวของเราและยังได้รับงานใหม่ๆต่อไปด้วย

หากอยากจะเป็นฟรีแลนซ์ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง แถมชีวิตยังดีไม่แพ้กับมนุษย์เงินเดือนคนไหนๆ ก็สามารถทำได้ หากคุณมีวินัยในการทำงานและทางการเงิน และอุดช่องว่างในการหางานด้วยการใช้แพลทฟอร์มใฟม่ๆสำหรับฟรีแลนซ์ แบบนี้ ชีวิตดีๆ ทั้งก่อนเกษียณ และหลังเกษียณก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ERP คืออะไร? ทำไมธุรกิจจึงต้องมี ERP?

ERP ย่อมาจากคำว่า Enterprise Resource Planning หมายถึง เครื่องมือหรือระบบที่ช่วยวางแผนและบริหารจัดการองค์กร

วัตถุประสงค์หลักของ  ERP ก็คือ เพื่อให้องค์กรมีการบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบ ERP สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายหลากธุรกิจ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภทได้ และมีความสามารถในการบูรณาการ (Integration) การทำงานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็น งานผลิต (Manufacturing) ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory) งานขายและการตลาด (CRM) งานบัญชีและการเงิน (Accounting and Finance) งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM) เป็นต้น ดังนั้นระบบ ERP จึงเป็นตัวช่วยทำให้การทำงานร่วมกันภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน ลดขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้าด้วยกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น (Streamline Workflow) รวมไปถึง ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ระบบ ERP ต่างกับระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างไร?

การทำงานของระบบซอฟต์แวร์ทั่งไปที่ไม่ใช่ ERP จะไม่ทีการเชื่อมโยงกันระหว่างฐานข้อมูล ทำให้การทำงานของแต่ละแผนกในองค์กรมักจะเกิดความซ้ำซ้อน ล่าช้าและทำให้องค์กรพัฒนาได้ช้า ต่างกับระบบ ERP ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบรับการทำงานในหน่วยงานธุรกิจอย่างเป็นระบบ การไหลของข้อมูลจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมคุณย่อมคาดหวังว่าระบบจองโรงแรมที่คุณใช้อยู่จะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าให้กับคุณอัตโนมัติเพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดแบบตรงไปยังลูกค้าของคุณได้ และระบบจะสร้่าง Royalty Program ให้กับโรงแรมของคุณ รวมถึงคุณย่อมหวังว่าคุณจะสามารถตรวจสอบรายรับของคุณในวันนี้จากการจองโรงแรมและการเข้าทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของระบบ ERP สำหรับธุรกิจโรงแรม

ข้อดีหรือประโยชน์ของ ERP

  1. ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและการปฏิบัติงานให้กับกระบวนการทำงาน (Business Process)
  2. การใช้ ERP จะช่วยสร้างระบบงานและกระบวนการทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว ด้วยการลงข้อมูลเข้าระบบระบบเพียงครั้งเดียว สามารถเชื่อมโยงการทำงานกันได้ครบวงจร
  3. ลดความซ้ำซ้อนของการเก็บข้อมูล เนื่องจากนำข้อมูลเข้าระบบเพียงครั้งเดียว ทำให้ข้อมูลมีความเป็นมาตรฐาน และถูกต้องตรงกันทั่วทั้งองค์กร
  4. มีศูนย์รวมระบบข้อมูลสารสนเทศที่ช่วยการตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น
  5. การเลือกใช้ ERP เป็นการเลือกนำกระบวนการทำงานที่ดีที่สุด (Best – Practice) มาใช้ในองค์กร
  6. ระบบ ERP มีความยึดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน หรือขยายระบบงาน ให้มีการรองรับงานตรงตามกระบวนการทางธุรกิจที่ต้องการ
  7. ระบบ ERP จะมีระบบการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยที่ดี
  8. ระบบ ERP ทำให้เกิดรายงานจากหน่วยงานต่างๆขององค์กร ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลและรายงานไปใช้วิเคราะห์ เหมาะกับใช้สำหรับการวางแผน
  9. ระบบ ERP ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาว ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องคน เรื่องการบำรุงรักษาหลายระบบ และเรื่องการวางแผน ตัดสินใจที่แม่นยำขึ้นขององค์กร

CiMSO คือ ระบบบริหารจัดการโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร จากประเทศสิงคโปร์ CiMSO มีครบทุกฟังก์ชั่นสำหรับธุรกิจที่พัก โรงแรม PMS + Channel Manager (OTAs) + CRM + Booking Engine + Website+Account & Report+ Staff & Admin attendance

และหากคุณมีบริการอื่น เช่น ร้านอาหาร, สปา, ร้านขายสินค้า, กอล์ฟคลับ เราก็มีครบทั้ง POS, Stock & Inventory, golf & spa management

**ครบ จบในที่เดียว ที่ CiMSO ระบบบริหารจัดการโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร ราคาคุณภาพที่คุณเข้าถึงได้ เลือกซื้อเท่าที่คุณใช้ และบริการหลังการขาย 24/7**

  • ระบบเสถียร ไม่ต้องกลัวเนตล่ม (ใช้ได้ทั้ง Online-Offline)
  • ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องไอทีมาก
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องคนดูแลระบบ เราดูแล 24/7 
  • ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย ได้อย่างเรียลไทม์
  • หมดปัญหายุ่งยากต่างๆ เพราะ บริหารจัดการที่เดียว ไม่ว่าจะมีกี่สาขา กี่ห้องพัก และสามารถลิ้งกับทุก web booking ที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะ Agoda, Booking, Ctrip, Airbnb ฯลฯ
  • ***การันตีด้วย ผู้ใช้กว่า 700 แห่งทั่วโลก และอัตราการจองที่พักมากกว่า 73,971 ห้องต่อวัน***

เรียกได้ว่า ลงเพียงโปรแกรมเดียวแต่สามารถใช้ได้ทั้งองค์กร ระบบของเราใช้ได้ตั้งแต่องค์กรเล็ก (10 ห้อง) จนถึงองค์กรใหญ่ (500 ห้องขึ้นไป)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com