มารู้จัก ตำแหน่ง Kids Club Attendance (พนักงานสันทนาการเด็ก) ของโรงแรมกัน

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การมาพักผ่อนกับครอบครัวนั้นย่อมพิเศษกว่าการพักผ่อนแบบทั่วๆไป  เพราะมันคือโอกาสที่ทุกคนภายในครอบครัวจะได้อยู่และแบ่งปันช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกัน และไม่ใช่ทุกโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์การมาพักผ่อนของครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และเด็กๆ คือส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเข้าพักของแขก ดังนั้น โรงแรมหลายๆโรงแรม ที่เป็นโรงแรมสำหรับลูกค้าครอบครัว ก็จะมีบริการพิเศษต่างๆ เพื่อทำให้วันพักผ่อนของทุกครอบครัวที่มากับเด็กเล็กมีความหมายและสนุกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดรองเท้า ห้องพัก เสื้อคลุมอาบน้ำสำหรับเด็ก รวมไปถึงเตียงเด็ก (baby cot) อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังมีการจัดทำ Kids club ซึ่งเป็น เหมือนกับห้องของเล่น ของกิจกรรมของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆได้สนุกกันอย่างเต็มที่อีกด้วย โรงแรมหลายๆโรงแรม จึงต้องมีตำแหน่งพนักงาน Kids Club Attendant (พนักงานสันทนาการเด็ก) เพื่อเป็นผู้ช่วยดูแลเด็กๆ ในขณะที่อยู่ในห้อง Kids Club และอาจรวมไปถึงการดูแลเด็กแทนพ่อแม่ ซึ่งใช้เวลาพักผ่อน สปา เป็นต้น

หน้าที่ทั่วไปของ Kids Club Attendant (พนักงานสันทนาการเด็ก)

  • ต้อนรับเด็กและแขกผู้มาเยือนด้วยความเป็นมืออาชีพ สามารถแนะนำสถานที่และบริการได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมแนะนำกิจกรรม
  • จัดการการลงทะเบียนทั้งหมดของแขก รับจองกิจกรรมและรับจองพี่เลี้ยงเด็ก
  • รับผิดชอบในการรับโทรศัพท์ สอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์จากลูกค้า
  • ประสานงานกับผู้จัดการและทีมกิจกรรมเด็กเกี่ยวกับการบริหารและการดำเนินงานของ Kids Club
  • สามารถจัดกิจกรรม จัดสถานที่และนำให้เด็กๆทำกิจกรรม ได้ทันตามเวลาที่กำหนด
  • ดูแลเด็กโดยเน้นคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ปฎิบัติตามขั้นตอนการดูแลเด็กตามมารตฐานของบริษัท
  • รับเป็นพี่เลี้ยงเด็กและทำงานอื่น ๆ ตามที่ผู้จัดการ / ผู้ช่วยผู้จัดการ / หัวหน้างานมอบหมาย

คุณสมบัติทั่วไปของ Kids Club Attendant (พนักงานสันทนาการเด็ก)

  • มีบุคลิกภาพที่ดี มีมารยาท ใส่ใจในรายละเอียดและมีความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน
  • มีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • ระดับภาษาอังกฤษดี ถ้าได้ภาษาอื่น ๆ เช่นจีน เป็นต้น

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

CiMSO – CLUBmanager ระบบการจัดการคลับ สนามกอล์ฟ สมาคม และสโมสร

ระบบการจัดการคลับ สนามกอล์ฟ สมาคม และสโมสร เป็นระบบที่ทำงานหลายอย่างโดยสามารถรวมความสามารถในการบริหารจัดการตั้งแต่การสมัครสมาชิก การจัดการสนามกอล์ฟ การจัดการสปอร์ตคลับ การจัดการสปา การจัดการร้านอาหารเข้าไว้ในระบบเดียวกัน ซึ่งครอบคลุมไปถึงการจัดการระบบบัญชี การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลขององค์กร และคุณสมบัติอื่นๆ โดยเฉพาะฟังก์ชั้นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า ดังนี้

  • ระบบสนามกอล์ฟ(GOLFmanager), 
  • ระบบโรงแรม ห้องพัก (INNKeeper)
  • ระบบสปา (SPAscheduler)
  • ระบบร้านค้า (SHOPkeeper)
  • ระบบจัดการร้านอาหาร(RESTaurateur)
  • ระบบจัดการงานเลี้ยง(EVENTmanager)
  • ระบบจัดการกิจกรรม (ACTIVities)

นอกจากฟังก์ชั้นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้าขั้นต้นแล้ว ระบบจัดการคลับ สนามกอล์ฟ สมาคม และสโมสร จะมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นทางด้านการบริหารจัดการสมาชิก เพื่อสร้างความประทับใจและลดความผิดพลาดของพนักงาน ดังนี้

  • Membership management
  • Pre-paid and smart cards integration
  • Subscription management & auto-billing
  • Credit limit and Accounts receivable management
  • e-notifications (SMS & email)
  • Restaurant and Bar billing
  • Room Booking and billing
  • Banquets and Events management
  • Purchase and Inventory Management
  • Food and Beverage costing
  • HR
  • Financial Accounting
  • and many add-ons

ประโยชน์ของการใช้ CiMSO CLUBmanager

  • ลดขั้นตอนการทำงาน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง ทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง เนื่องจากระบบ integrate กันทั้งหมดตั้งแต่ Front Office และ Back Office
  • ผู้บริหารสามารถรับทราบข้อมูลต่างๆ อย่างรวดเร็ว และ real-time ผ่านระบบ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น
  • สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้มีมากยิ่งขึ้น เช่นด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพราะมีการเก็บข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ เป็นต้น
  • เพิ่มรายได้ให้กับองค์กร ด้วยการนำข้อมุลการเข้าใช้งานของสมาชิก/ลูกค้า มาวิเคราะห์และสร้างแผนการตลาดที่มีประสิทิภาพมากขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร
  • สามารถให้บริการสมาชิกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยพัฒนาระบบงานต่างๆ ของสโมสรให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การเขียน GTE หรือ Genuine Temporary Entrant เพื่อขอวีซ่าออสเตรเลีย

นการยื่นวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย GTE หรือ  Genuine Temporary Entrant Statement เพื่อขอวีซ่าออสเตรเลีย GTE เป็นเอกสารที่สำคัญในการใช้ยื่นวีซ่า เป็นข้อกำหนดในการทำให้หลักฐานน่าเชื่อถือว่านักเรียนกำลังเข้าประเทศด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและไม่มีแผนการอื่นใด เหมือนกับว่าเราจะต้องเขียนเรื่องราวของตัวเราเองว่าเราเป็นใคร มาจากไหน มาต่างประเทศทำไม ครอบครัวเป็นอย่างไร มีไลฟสไตล์อย่างไร เพื่อยืนยันว่าเราต้องการมาศึกษาจริงๆ และเมื่อศึกษาจบแล้วเราจะได้อะไรจากหลักสูตรที่เราศึกษา เพื่อไปทำอะไรต่อในอนาคต

มีข้อกำหนด GTE ของออสเตรเลีย คือ

1. เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครจะไม่พยายามอยู่ในออสเตรเลียเกินระยะเวลาวีซ่าของตน

อย่างไรก็ตาม การเขียนGTE ไม่ได้หมายความว่า ประเทศออสเตรเลียจะไม่ให้คุณพักอยู่ในออสเตรเลียหลังจากจบการศึกษาแล้ว หากคุณต้องการต่ออายุการศึกษาหรือมีสิทธิ์ได้รับวีซ่าทำงานภายหลังการศึกษา 

2. ผู้สมัครจะต้องสมัครและได้รับการยอมรับให้เรียนในหลักสูตรเต็มเวลาที่ลงทะเบียนที่สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย

3. ผู้สมัครจะต้องจัดให้มีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศออสเตรเลียหากคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี

การเขียน GTE เป็นการเขียนเรียงความอย่างหนึ่ง โดยเนื้อหาควรมีครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เล่าถึงสถานะตัวตนของเรา

เขียนประวัติการศึกษาของเรา หากมีช่องว่างการศึกษา ให้อธิบายประกอบ ว่าทำไมถึงมีช่วงเวลาที่ขาดหายไปการเรียน ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนให้จบ ช่วงเวลาที่ว่างทำอะไรมาเป็นต้น

– ประวัติการทำงาน 

ล่าประวัติส่วนตัวของเรา ว่าเราประกอบอาชีพอะไร ในกรณีที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว ควรระบุถึงตำแหน่งหน้าที่การงาน รายละเอียดความรับผิดชอบ บริษัท ระยะเวลาการทำงาน แล้วที่สำคัญคือรายละเอียดของนายจ้างหรือผู้ที่สามารถยืนยันการจ้างงานของเราได้

2. เหตุผลในการศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย

กำหนดเหตุผลในการเลือกโปรแกรมการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษาที่ตั้งใจไว้ สถาบันการศึกษา อธิบายถึงข้อมูลที่นักเรียนทราบ หรือรู้จักสถาบันการศึกษานี้อย่างไร เช่นจากเพื่อน ญาติ จากโฆษณา หรือจากตัวแทน นอกจากนั้น เพิ่มเหตุผลที่เลือกเรียนออสเตรเลีย เช่นสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม ระดับการศึกษาเพื่อน ญาติที่อาศัยอยู่ที่นั่น

อย่าลืม กล่าวถึงโอกาสที่ได้รับการศึกษาหรือการฝึกอบรมในออสเตรเลีย จะมีประโยชน์อย่างไรเมื่อตัวนักเรียนกลับประเทศไทย

3. ความผูกผันสถานะที่ประเทศบ้านเกิด และ ตั้งใจจะกลับประเทศหลังจากเรียนที่ออสเตรเลีย

ควรมีหลักฐานสถานะสภาพทางการเงินในครอบครัว สังคม ต้องแสดงเอกสารทางการเงินที่พอเพียงยืนยันว่าจะกลับประเทศ เอกสารเกี่ยวกับการครอบครองทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติในประเทศ สำเนาสัญญาจ้างงานระยะยาว จดหมายจากนายจ้างระบุความสนใจในการทำงานร่วมกับเราหลังจากได้รับการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย  เอกสารประกอบธุรกิจที่มีอยู่และทำธุรกิจในประเทศไทย

แม้ว่าการเขียน GTE จะต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้จัดทำข้อความที่ครอบคลุม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องยาวมาก – สองถึงสามย่อหน้าควรเพียงพอ ในย่อหน้าเหล่านี้คุณจะต้องอธิบายสถานการณ์ของคุณให้กระชับแรงจูงใจในการศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียและทำไมคุณต้องเดินทางกลับประเทศของคุณอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดมากเมื่ออธิบายข้อมูลนี้ หนึ่งถึงสองประโยคสำหรับแต่ละเหตุการณ์ที่คุณควรมีเพียงพอ 

ทั้งหมดนี้คือ หลักการเขียน การเขียน GTE หรือ  Genuine Temporary Entrant  เพื่อขอวีซ่าออสเตรเลีย ที่ดี เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับน้องๆ แต่อย่าลืมนะคะว่า เอกสาร GTE นั้น ต้องเป็นเรื่องจริงของน้อง ๆ เท่านั้น

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

คุณสมบัติของพนักงานต้อนรับที่ดี

พนักงานต้อนรับของโรงแรม ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แขกประทับใจและกลับมาใช้บริการของโรงแรมอีกครั้ง เพราะพนักงานต้อนรับ ถือเป็นหน้าเป็นตาของโรงแรม เมื่อแขกเข้ามาในโรงแรม สิ่งแรกที่แขกจะได้พบปะพูดคุยด้วยนั้นก็คือพนักงานต้อนรับ ดังนั้น โรงแรมในปัจจุบันจึงมีการคัดเลือกคุณสมบัติของพนักงานต้อนรับและมีการสอนมารฐานการให้บริการของพนักงานต้อนรับให้เป็นทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น พนักงานต้อนรับที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกและรับลงทะเบียนการเช้าห้อง พนักงานสัมภาระที่คอยแนะนำทางให้กับแขกและขนสัมภาระให้กับแขกไปยังห้องพัก และพนักงานแคชเชียร์ที่คอยรวบรวมค่าใช่จ่ายและเรียกเก็บเงินจากแขกครับ

คุณสมบัติของพนักงานต้อนรับที่ดี มีดังนี้

  • มีทัศนคติที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

พนักงานต้อนรับคือหน้าตาของโรงแรม เพราะเป็นคนแรกที่แขกติดต่อด้วยและเป็นคนที่คอยตอบคำถามเบื้องต้นให้กับแขก ไม่มีใครอยากติดต่อกับคนที่แสดงออกชัดเจนว่าอารมณ์ไม่ดีและมีทัศนคติแย่ๆ การที่เรามีรอยยิ้มที่จริงใจและสดใสนั้นจะทำให้คนที่ได้คุยกับเรารู้สึกสบายใจและเป็นกันเองมากขึ้น พยายามยิ้มตลอดเวลา แสดงถึงความร่าเริงและทัศนคติที่ดีเข้าไว้ บอกตัวเองให้อดทนเวลาเจอแขกที่กวนประสาท แม้ว่าเรากำลังจะระเบิดลงแล้วก็ตาม การควบคุมอารมณ์ให้สุขุมนั้นดีกว่าปล่อยให้ตัวเองระเบิดลง เพราะดูเป็นคนเจ้าอารมณ์และนิสัยเสีย

  • สามารถตอบสนองความต้องการของแขกได้อย่างรวดเร็ว

ทักทายแขกที่มาเยือนอย่างเป็นมิตรเสมอ เมื่อมีแขกเข้ามาในโรงแรมเราควรเดินเข้าไปให้บริการกับแขกเลยไม่ควรให้แขกเรียกก่อนจึงค่อยไปเพราะบางทีแขกก็ไม่รู้ว่าจะไปติดต่อที่ตรงไหนอย่างไร

  • มีมารยาท แสดงออกถึงความนับถือและให้เกียรแขก

ปฏิบัติกับทุกคนราวกับว่าพวกเขาเป็นคนสำคัญที่สุดที่เดินเข้ามาที่โรงแรมในวันนั้น เพราะนี่เป็นงานของพนักงานต้อนรับ นอกจากนั้น ควรให้ความนับถือและให้บริการกับแขกอย่างเสมอเท่าเทียมกันไม่ควรเลือกให้บริการกับแขกคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

  • สุภาพเรียบร้อย

พนักงานต้อนรับที่ดีนั้นจะต้องมีความสุภาพเรียบร้อย กริยาอาการอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ควรพูดคำหยาบหรือแสดงกริยาที่ไม่น่าพึงพอใจใส่แขกที่เข้ามาพักโรงแรม

  • รักษาภาพพจน์ของผู้ให้บริการ

พนักงานต้อนรับ คือตัวแทนของโรงแรม เพราะฉะนั้นต้องแต่งตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งด้วย เราควรรักษาภาพพจน์ของผู้ให้บริการที่ดี ตั้งแต่การแต่งกายจนไปถึงทรงผมและสิ่งต่าง ๆ ให้ดูดีอยู่เสมอ

  • มีความกระตือรือร้นในการให้บริการ

พนักงานต้นรับที่ดีควรทำงานบริการให้กับแขกอย่างเต็มที่ ให้บริการมากกว่าที่แขกหวังเอาไว้เพื่อให้แขกนั้นประทับใจและกลับมาใช้บริการโรงแรมของเราอีกครั้ง

  • ให้บริการด้วยความสมัครใจ

งานของพนักง่นต้อนรับ คืองานบริการ ดังนั้น ทุกตำแหน่งที่ทำงานบริการแขก จะต้องให้บริการกับแขกด้วยความเต็มใจไม่ใช่ทำเพราะต้องทำและทำแค่ให้เสร็จ ๆ ไปเท่านั้น

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com

คุณสมบัติเด่นของ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคน ที่เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีก ที่ต้องการหาโซลูชั่น ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณต้องอ่านบทความนี้และพิจารณาเลือก ERP ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

  1. สามารถควบคุมการทำงาน (workflow) การค้าปลีกได้อย่างอัตโนมัติ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมค้าปลีกของคุณได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ ก็คือ ความสอดคล้องของข้อมูลไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าด้วยการไปที่หน้าร้าน หรือสั่งสินค้าผ่านออนไลน์ก็ตาม ระบบ ERP ควรสามารถรวมข้อมูลและจำนวนสินค้าคงเหลือได้เป็นหนึ่งเดียวและง่ายต่อการบริหารจัดการ

ระบบ ERP ช่วยผู้ประกอบการค้าปลีกในการจัดการกับความล่าช้าของข้อมูล เนื่องจากระบบ ERP สามารถส่งคำสั่งซื้อไปยังคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ และยังปรับปรุงสถานะการสั่งซื้อ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนการปฏิบัติการตรงนั้นได้ นอกจากนั้นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องจะสามารถได้รับข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ผ่านรางงานแบบทันที และแผนกบัญชีก็จะสามารถรับรู้รายได้ได้ทันที ซึ่งองค์กรของคุณจะมีเครื่องมือในการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสามารถใช้ข้อมูลเพื่อจัดการลูกค้าอย่างเป็นส่วนตัวในทุกช่องทางการขาย – ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า – เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งค้าปลีกและค้าส่งของคุณ

  1. การจัดการสินค้าคงคลังหลายสถานที่และเรียลไทม์ (Multi-Location & Real-Time Inventory Management)

ในฟังก์ชั่นการจัดการสินค้าคงคลัง (STOCKmanager) ของระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก คุณจะสามารถจัดหารสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายผ่านการอัพเดทอัตโนมัติในทุกช่องทางการขาย ไม่ว่าจะหน้าร้าน ออนไลน์หรือผ่านตัวแทนขาย และสามารถมองเห็นคลังได้ทั่วทุกสถานที่ของคุณอย่างเรียลไทม์และแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณจะสามารถทำการเติมสินค้าเข้าคลังสำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถยกเลิกการขายสินค้าบางตัวที่ยอดขายต่ำได้

ด้วยกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังที่มีความคล่องตัวและอัตโนมัติมากขึ้นในทุกช่องทางการขายคุณจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความชัดเจนของส่วนต่างที่สามารถมองเห็นได้จากคำสั่งซื้อแต่ละรายการรวมถึงความสามารถในการเข้าถึงรายงานสินค้าคงคลังข้อมูลการขายในอดีต รายงานที่ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อเพิ่มเติมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องบอกลูกค้าอีกต่อไปว่ามีรายการ แต่ (น่าเสียดาย) หมด

  1. การจัดการสินค้าแบบบูรณาการ (Integrated Warehouse Management)

ระบบ ERP จะช่วยให้คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและลดความผิดพลาดในการจัดการสินค้าคงคลังรวมถึงเพิ่มความสามารถในการเติมเต้มสินค้าที่ขาดได้ทันถ้วงที

การทำงานแบบบูรณาการการจัดการคลังสินค้าของ ERP ค้าปลีกที่ดี จะสามารถรองรับการสแกนบาร์โค้ดนับสินค้าคงคลังและสินค้าคงคลังกลับมาในขณะที่ถูกบูรณาการอย่างเต็มที่กับธุรกิจทั้งหมดของคุณ – รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลัง , การจัดการเพื่อการขาย , การซื้อและการจัดการซัพพลายเออร์ , การบริการลูกค้าและการบัญชี

ดังนั้นคุณจะลดเวลาในการจัดส่งกำจัดข้อผิดพลาดลดต้นทุนการประมวลผลและประหยัดเวลาทำให้คุณมีอิสระที่จะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของรายได้

  1. การจัดการคำสั่งหลายช่องทาง (Multichannel Order Management)

การสนับสนุนประสบการณ์การช็อปปิ้งที่รวดเร็วและไหลลื่นของลุกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขายที่ไหนและเมื่อใดก็ตามเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ไม่ว่าคุณจะเลือกขายสินค้า ผ่าช่องทาง ออฟไลน์ ออนไลน์หรือผ่านการขายส่ง ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขายปลีกจะจัดการทุกอย่างภายในระบบรวมศูนย์สำหรับคุณทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์และสร้าง Loyalty Programของลูกค้า

การบูรณาการช่องกางการขายทั้วหมดเข้ากับระบบ ERP จะช่วยให้คุณมั่นใจ ERP ว่าคำสั่งซื้อทั้งหมดของคุณสามารถดาวน์โหลดและจัดเก็บโดยอัตโนมัติภายในระบบ ERP ของคุณ หากเป็นไปได้คุณควรมองหาระบบที่มีโหมดออฟไลน์ด้วยดังนั้นคุณควรพบว่าตัวเองไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต – เช่นขณะอยู่บนท้องถนนที่งานแสดงสินค้ากิจกรรมหรือที่ร้านป๊อปอัพของคุณ- คุณยังสามารถใช้ยอดขายและบันทึกผลกำไรได้

  1. บูรณาการกับระบบัญชี (Integrated Accounting)

พื้นฐานของระบบบัญชี ของ ERP คือ คุณจะรู้เสมอว่าเงินใดที่เป็นหนี้กับซัพพลายเออร์ของคุณและเมื่อถึงกำหนดชำระทำให้คุณสามารถเก็บยอดเจ้าหนี้ได้อย่างง่ายดาย

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายใบแจ้งหนี้หรือข้อผิดพลาดซ้ำซ้อนที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ เห็นภาพส่วนลดที่เหมาะสมปรับปรุงความสัมพันธ์กับผู้จัดหาสินค้า(Supplier) และโดยทั่วไปจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งธุรกิจ

นอกจากนี้ ERP แบบขายปลีกจะมาพร้อมกับคุณสมบัติการบัญชีค้าปลีกที่จำเป็นเช่นราคาที่ดินและสกุลเงินหลายสกุล

ด้วยซอฟต์แวร์ที่ติดตามต้นทุนที่ดินของแต่ละผลิตภัณฑ์เช่นค่าขนส่ง, ภาษีนำเข้า, ประกันและภาษีอื่น ๆ คุณจะรู้ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ของคุณและดังนั้นอัตรากำไรของคุณจะดีขึ้นเพียงใด นอกจากนี้กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดของคุณจะถูกบันทึกและบันทึกโดยอัตโนมัติภายในรายงานทางการเงินของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถเติบโตทางธุรกิจของคุณผ่านทางการค้าข้ามพรมแดนด้วยความสบายใจ

หากประสิทธิภาพและการเติบโตทั่วโลกเป็นเป้าหมายที่คุณมีอยู่แล้ว ERP สำหรับุรกิจค้าปลีกจะเหมาะกับคุณ

  1. การวางแผนอุปสงค์และการพยากรณ์สินค้าคงคลัง (Demand Planning & Inventory Forecasting)

ปัจจุบันนี้ ลูกค้าส่วนมากจะคุ้นเคยกับการได้รับสิ่งที่ต้องการซื้อทันทีเมื่อต้องการ หากคุณไม่สามารถจัดหาสิ่งนั้นให้กับลูกค้าได้ ลูกค้าก็ไม่ลังเลที่จะสั่งซื้อสินค้าจากคู่แข่ง นี่คือเหตุผลที่  จะต้องให้บริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและรวมถึงการตอบสนองความต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณซึ่งทำให้การพยากรณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก ทำให้การติดตามแนวโน้มการซื้อสินค้าที่ผ่านมาและการคาดการณ์ความต้องการของลุกค้าในอนาคตนั้นง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากซอฟต์แวร์รวมศูนย์ข้อมูลสินค้าคงคลัง การขาย การจัดซื้อ การบัญชีและการรายงานทั้งหมดไว้ในระบบเดียว คุณสามารถจัดการปริมาณสินค้าคงคลังในมือ เพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลังและจัดการการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์และแม่นยำในสต็อคของคุณ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเติมเต็มสินค้าที่ขายดีที่สุดของคุณได้อย่างรวดเร็วรวมถึงยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมน้อยลง นอกจากนี้การผสานรวมกับเครื่องมือผู้เชี่ยวชาญเช่นเครื่องมือวางแผนสินค้าคงคลังช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์อุปสงค์และสินค้าคงคลังล่วงหน้าได้อย่างง่ายดายซึ่งรับประกันว่าจะขายได้ดี

  1. บูรณาการกับ ระบบ CRM (Integrated Retail CRM)

ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีก เพราะลูกค้าสามารถสร้างหรือทำลายความสำเร็จของคุณ ระบบ ERP ที่ดีจะมีโมดูลที่จะช่วยจัดการลูกค้าโดยเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นในการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ทันสมัยในปัจจุบัน

คำสั่งซื้อ อีเมล์และบันทึกการโทรทั้งหมดลงทะเบียนกับบันทึกการติดต่อ ทำให้ให้คุณมีประวัติลูกค้าและการสั่งซื้อที่สมบูรณ์ คุณจะสามารถเข้าถึงประวัติการสั่งซื้อเต็มรูปแบบและการโต้ตอบกับลูกค้าพนักงานของคุณสามารถรวมแนวทางของพวกเขาที่มีต่อลูกค้าของคุณเข้าด้วยกันปรับปรุงการบริการลูกค้าของบริษัทคุณ

ข้อมุลเหล่านี้ยังช่วยให้คุณปรับการทำการตลาดของคุณ เช่น เช่นคุณจะสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลประวัติการสั่งซื้อเพื่อช่วยระบุโอกาสในการขายต่อและเพิ่มยอดขายภายในฐานลูกค้าปัจจุบัน

การได้รับความชัดเจนมากขึ้นว่าลูกค้าของคุณคือใครและคุณจะสนับสนุนพวกเขาได้ดีขึ้นอย่างไรนั้นเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากของระบบ ERP ค้าปลีก และเป็นสิ่งที่ผู้ค้าปลีกรายใดควรตระหนักว่าเป็นปัจจัยสำคัญ

  1. ฟังก์ชั่นค้าปลีกและค้าส่งไฮบริด (Hybrid Retail & Wholesale Functionality)

การมีมีคู่ค้าหลายรูปแบบจะไม่เป็นปัญหาที่ยุ่งยากอีกต่อไป ระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกหลายระบบจะเป็นระบบไฮบริด ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถให้บริการทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่ง ระบบ ERP ของ CiMSO ก็เช่นกัน

ด้วยระบบ ERP ไฮบริดเหล่านี้คุณจะสามารถเข้าถึงการตรวจสอบลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและประวัติการสั่งซื้อก่อนหน้านี้สำหรับลูกค้าหรือลูกค้าทุกคนทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับลูกค้าของคุณและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลุกค้า

  1. การจัดการผลตอบแทน (Returns Management)

การส่งคืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่ ซึ่งหมายถึงระบบ ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ดีควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสนับสนุนวิธีที่คุณต้องการประมวลผลการคืนสินค้าแต่ละครั้ง

ระบบมักจะอนุญาตให้คุณนำสินค้ากลับไปที่คลังสินค้าเพื่อขายต่อทันทีหรือหากสินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่งหรือผิดปกติคุณจะสามารถวางสินค้าไว้ในตำแหน่ง ‘กักกัน (quarantine)’ เพื่อตรวจสอบในภายหลังหรือสามารถตัดสินค้าออกจากคลังทั้งหมดได้หากจำเป็นเช่นกัน

สำหรับการคืนเงินด้วยระบบ ERP แบบขายปลีก คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะออกเงินคืนทันที หรือจัดสรรการชำระเงินตามคำสั่งซื้อคงค้าง หรือเก็บเงินในยอดเงินในบัญชีของลูกค้าเพื่อให้สามารถใช้กับอนาคตได้  

สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะยังคงยืดหยุ่นและปรับตัวได้แม้ในช่วงหลังการขาย

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Online English Learning Kids Camp 2020 / จูเนียอินเตอร์แคมป์

สถาบัน QQEnglish ขอนำเสนอโครงการพิเศษ THE INTERNATIONAL KIDS/JUNIOR ONLINE CAMP ค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษออนไลน์ “จูเนียอินเตอร์แคมป์” เพื่อเชื่อมโลกไร้พรมแดน แบบไม่มีอะไรกั้น!!! โดยนอกจากคลาสเรียนแบบตัวต่อตัวกับคุณครูผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมใน Activity Class แล้วเด็ก ๆ ยังได้รับโอกาสสุดพิเศษในการเข้าร่วมคลาสเรียนและได้สื่อสารกับเพื่อน ๆ นักเรียนชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก ผ่านระบบห้องเรียนออนไลน์สุดทันสมัยของทางสถาบัน

จุดเด่นของโครงการค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษออนไลน์
“จูเนียอินเตอร์แคมป์”
THE INTERNATIONAL KIDS/JUNIOR ONLINE CAMP

คลาสเรียนตัวต่อตัว 1 คาบ + คลาสเรียนกลุ่มเล็ก 2 คาบ

เรียนภาษาอังกฤษผ่านช่องทางทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณสามารถเข้าร่วมโปรแกรมการเรียนได้อย่างสะดวก และปลอดภัยจากไวรัส Covid-19 ได้จากที่บ้านของคุณ

ได้สนทนาและสื่อสารกับเพื่อนนักเรียนชาวต่างชาติ

คว้าโอกาสสุดพิเศษนี้ด้วยการเข้าร่วมคลาสเรียนและสื่อสารกับเพื่อน ๆ นักเรียนชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก

เร่งพัฒนาการทางภาษาอังกฤษ โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อการบรรลุผลที่ดียิ่งขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว

ช่วยทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก และสัมผัสวิธีการเรียนรู้รูปแบบใหม่ได้จากที่บ้านพร้อมตารางเวลาเรียนที่แน่นอน

ทำไมถึงต้อง! เข้าร่วมโครงการค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษออนไลน์
จูเนียอินเตอร์แคมป์”
THE INTERNATIONAL KIDS/JUNIOR ONLINE CAMP

หลักสูตรและคลาสเรียน CURRICULUM

คลาสเรียนตัวต่อตัว 1 คาบ (50 นาที)

ด้วยคลาสเรียนแบบตัวต่อตัวที่คุณครูของเราสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน มุ่งมั่นให้พวกเขาฟังและกระตุ้นให้พวกเขามีส่วนร่วมและตอบสนอง นอกจากนี้เมื่อนักเรียนมีความคุ้นเคยกับคุณครูของพวกเขา จะทำให้นักเรียนกล้าคิด กล้าถาม และกล้าแสดงความคิดเห็นของพวกเขา ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างก้าวกระโดด

คลาสเรียนกลุ่มเล็ก 2 คาบ (50 นาที)

ร่วมคลาสกับเพื่อนนักเรียนต่างชาติ 3 – 5 คน เพื่อทำการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผ่านบทเรียนที่ทำให้นักเรียนรู้สึกเป็นกันเอง และสนุกไปกับร่วมสนทนา ซึ่งในคลาสเรียนแบบกลุ่มเล็กที่มีสมาชิกไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป จึงง่ายต่อการทำความรู้จักและการทำความคุ้นเคยกับคุณครูผู้สอน และเพื่อน ๆ ร่วมคลาสชาวต่างชาติ บรรยากาศของคลาสเรียนจึงมีความเป็นกันเองมากขึ้น

**จำนวนนักเรียนในคลาสเรียนกลุ่มเล็กประมาณ 5 คน/คลาส

กิจกรรม/Activity

2 คลาสเรียนแบบกลุ่มใหญ่ เป็นคลาสสอนการพรีเซนเทชั่น และการนำเสนอหน้าชั้นเรียน (PRESENTATION CLASSES) ร่วมกับนักเรียนต่างชาติ (50 นาที)

คลาสเรียนกิจกรรมเริ่มต้นเวลา 20.00 PM เวลาประเทศไทย (ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์)

คลาสกิจกรรม ภาพยนตร์/MOVIE CLASS ACTIVITY!

ทุกวันเสาร์ (14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) กิจกรรมที่เรียบง่ายและมีชีวิตชีวาสำหรับฝึกทักษะการฟังภาพยนตร์ให้ห้องเรียนทำให้นักเรียนเพลิดเพลิน ซึ่งท้ายที่สุดก็เพิ่มแรงจูงใจในการเรียน

โครงการเหมาะสำหรับผู้เรียนที่อายุ 5-13 ปี

*นักเรียนที่อายุ 14 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้เช่นกัน

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

บุคลิกภาพที่ดีของพนักงานโรงแรม

คราวที่แล้ว Jobnsure พูดถึง มรรยาทในการทักทายที่ดีของพนักงานโรงแรม ไปแล้ว ซึ่งหากพนักงานได้รับการอบรมให้มีมรรยาทที่ดี ย่อมทำให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมดีไปด้วยนะครับ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องฝึกต้องสอนพนักงานโรงแรมของเราให้ดี โดยเฉพาะเรื่องบุคลิกภาพและการแต่งกาย ไม่ว่าโรงแรมจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กหรือโรงแรมขนาดใหญ่ หากพนักงานมีบุคลิกภาพและการแต่งกายที่ดี ดูสะอาดสะอ้าน ย่อมทำให้ลูกค้าหรือแขกที่เข้าพัก เห็นแล้วรู้สึกอารมณ์ดี สดใส และทำให้ข้อขัดแย้งต่างๆระหว่างแขกกับโรงแรม น้อยลงไปได้ด้วยครับ

  1. ผมเผ้า

พนักงานชาย  ไม่ควรไว้ผมยาว  ต้องหวีผมให้เรียบร้อย  อย่าให้มีรังแคหล่นตามไหล่ ไม่ควรไว้จอนผมยาวเกินไปแม้จะมีแฟชั่นผมยาวก็ไม่ควรไว้  พนักงานโรงแรมจะต้องทำตนให้แลดูสะอาดและสวยงามอยู่เสมอ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับบริหารยิ่งจะต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง

พนักงานหญิง จะต้องระวังไม่ให้เส้นผมหรือรังแคติดตามตัว ไม่หวีผมต่อหน้าผู้อื่น หรือปล่อยให้ผมยุ่ง  โดยทั่วไปแล้วไม่ควรย้อมผมเพราะสีผมตามธรรมชาติจะดูมีเสน่ห์น่าดูกว่า

  1. ใบหน้า

ไม่ว่าพนักงานหญิงหรือชาย  จะต้องระวังรักษาความสะอาดของใบหน้า ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง  อารมณ์แจ่มใส เกิดขึ้นได้เพราะสุขภาพแข็งแรง และรับประทานอาหารถูกหลักโภชนา การ  พนักงานชายไม่ควรไว้หนวด  รักษาอนามัยในช่องปากให้ดี อย่าให้มีกลิ่นปาก พนักงานหญิงควร  แต่งหน้าบาง ๆ  หากแต่งหน้าเข้มเกินไปจะทำให้เสียบุคลิก  ต้องรู้จักเลือกสีของลิปสติค และใช้อย่างเหมาะสม  พนักงานหญิงที่มีอายุก็ยังต้องแต่งหน้าบาง ๆ  ไม่ควรงดแต่งหน้าอย่างสิ้นเชิง การใช้     อายชาโดว์  การเขียนขอบตา  ควรแต่งให้เหมาะสม  บางทีอาจปรึกษากับช่างเสริมสวยของโรงแรม

เรื่องกลิ่นปากและกลิ่นตัวนั้น บางครั้งเจ้าตัวอาจไม่รู้  ควรจะคอยเตือนซึ่งกันและกัน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรงอย่างหัวหอม กระเทียม ในช่วงก่อนและระหว่างการทำงาน

ระหว่างการเข้าเวรไม่ควรใช้เครื่องประดับที่หรูหราราคาแพงอย่าง  ต่างหู  แหวน  กำไล หรือสร้อยคอ การใช้เครื่องประดับที่มีความหมายเป็นพิเศษอย่างแหวนแต่งงาน หรือของที่ระลึก  ควรขออนุญาตหัวหน้าก่อน

ตามหลักทั่วไปแล้วทางโรงแรมจะไม่ให้ผู้ที่ทำงานในแผนกบริการสวมแว่นตา หรือ หากจำเป็นจริง ๆ  ไม่ให้ใช้แว่นกระจกสี

  1. เครื่องแบบ

โรงแรมที่มีเครื่องแบบให้พนักงาน พนักงานควรรักษาเครื่องแบบของโรงแรมให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอ และใส่เข้าเวรตามระเบียบ แขกจะรู้ว่าพนักงานของโรงแรมเป็นอย่างไรก็ดูจากเครื่องแบบที่สวมใส่  ก็เช่นเดียวกับที่พนักงานทราบถึงรสนิยมและนิสัยใจคอของแขกที่มาพัก  โดยดูจากการแต่งตัวของแขกนั่นเอง

เสื้อผ้าจะต้องรีดให้เรียบร้อย  ปัดให้สะอาดอยู่เสมอ

เครื่องแบบของโรงแรมอาจจะไม่ทันสมัย  แต่พนักงานของโรงแรมต้องสวมใส่ให้ เหมือน ๆ กัน  จึงต้องห้ามไม่ให้แก้ไขดัดแปลงเครื่องแบบของตนตามใจชอบ  การสวมเครื่องแบบที่เหมือนกันจะทำให้แลดูเป็นระเบียบ  มีเอกลักษณ์เฉพาะ  บางคนอาจรู้สึกว่าการใส่เครื่องแบบจะทำให้ดูขัดเขิน แต่แขกที่มาพักจะไม่คิดเช่นนั้น ตรงกันข้ามแขกกลับจะรู้สึกขัดหูขัดตากับพนักงานที่ใส่กางเกงขาลีบ หรือคับรัดรูปมาทำงาน

  1. คอเสื้อและอื่น ๆ

ถ้าหากคอเสื้อของพนักงานแผนกอาหารประจำโรงแรมดูสกปรกอย่างเห็นได้ชัด จะทำให้พลอยรู้สึกว่าอาหารก็คงไม่สะอาดไปด้วย  เพราะฉะนั้นจะต้องจำไว้ว่าความสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

โดยทั่วไปทางโรงแรมจะจ่ายเครื่องแบบให้คนละสองสามชุดเท่านั้น  จะใช้ข้ออ้างที่ว่าเครื่องแบบมีน้อย  ซักรีดไม่ทันไม่ได้  เพราะจะเป็นผลเสียต่อตนเอง  จะต้องรักษาความสะอาดของคอเสื้อและแขนเสื้อให้ดี เน็คไทต้องไม่สกปรกเปรอะเปื้อน นอกจากนี้พนักงานทั่วไปหากใส่เสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อย ไม่มีลวดลาย ใช้สีสันกลมกลืนกันจะดีกว่าใส่เสื้อผ้าที่หรูหราเกินไป พนักงานในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง  จะได้รับแจกหูกระต่าย  ควรใช้ตามกำหนดไว้

ป้ายชื่อจะต้องติดไว้ในตำแหน่งที่กำหนด พนักงานทุกคนควรจะรู้สึกภูมิใจในชื่อของตนเอง และควรรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ติดป้ายชื่อ คงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากหากรู้สึกอับอาย หรือไม่อยากติดป้ายชื่อตัวเอง

  1. ถุงเท้า

พนักงานชายต้องใช้ถุงเท้าสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ไม่ควรใช้ถุงเท้าบางหรือถุงเท้าที่แพง หรูเกินไป  และต้องเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน

พนักงานหญิงควรใส่ถุงน่อง  โดยใช้สีตามที่กำหนด นอกจากนี้จะต้องไม่ให้กระโปรงชั้นในโผล่พ้นชายกระโปรงออกมา

พนักงานหญิงอาจต้องใช้หมวกขลิบลูกไม้ และผ้ากันเปื้อน ให้ถูกต้องตามระเบียบและต้องรักษาความสะอาดเสมอ

  1. อื่น ๆ

พนักงานหญิงจะใช้ยาทาเล็บได้ก็เฉพาะชนิดที่ไม่มีสีหรือชนิดใส สีไม่ฉูดฉาด และเมื่อใช้แล้วก็ควรรักษาให้ดี ไม่ปล่อยให้สีลอกหลุดหรือซีดจาง

เจ้าหน้าที่โรงแรมทุกคนจะต้องสวมรองเท้าที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วเป็นประจำ นอกจากบางแผนกทั่วไปควรสวมรองเท้าสีดำแบบธรรมดา ห้ามใช้รองเท้าสีชา สีแดง หรือ สีเทา

จะเห็นได้ว่าการเป็นพนักงานโรงแรมนั้นไม่มีอิสระเลย ยิ่งเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง  มีระดับ แล้วยิ่งเข้มงวดเรื่องเครื่องแต่งกาย และการปฏิบัติตัวของพนักงานเป็นพิเศษ  ผู้ที่ไม่เคยชิน อาจรู้สึกไม่ชอบระเบียบกฎเกณฑ์เหล่านี้  แต่ทั่วไปแล้วเมื่อทำงานไปได้สักหนึ่งถึงสองปีก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และมักพูดอวดกฎระเบียบเหล่านี้ให้ผู้อื่นรับรู้  กฎระเบียบเหล่านี้ดูผิวเผินอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไร แต่ความเป็นจริงก็คือการให้ความสำคัญต่อการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตน   นั้นเอง

นอกจากนี้โรงแรมโดยทั่วไปจะมีระเบียบกำหนดเครื่องแบบให้พนักงานสวมใส่ในเวลางาน  ซึ่งมักจะเป็นสีขาวเหมือนกันหมด  แต่โรงแรมบางแห่งในสหรัฐอเมริกา เช่น เจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิศ จะสวมเสื้อเชิ้ตสีต่าง ๆ  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา  และส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้า ที่ตนชอบ  เชื่อว่าต่อไปคงจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามแนวนี้

To contact jobnsure by phone, please call +66-2392-4186 or email at jobnsure1@gmail.com