การต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

คราวที่แล้ว ผมแนะนำ เรื่องการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงแรม กันไปแล้วนะครับ วันนี้ผมจะแนะนำเรื่องการต่อใบอนุญตกันครับ เพราะใบนุญาตโรงแรมไม่ได้ออกให้แล้วออกเลย ไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตนะครับ เพราะหากเป็นอย่างนั้น โรงแรมที่ได้ใบอนุญตไปแล้วก็อาจจะไม่มีการรักษามาตรฐานหรือพัฒนาคุณสมบัติให้ดีเหมาะสมกับใบอนุญาตที่ได้รับ และอาจเป็นอันตรากับแขกที่มาพักก็ได้ ใช่ไหมล่ะครับ

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมมีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตฯ โดยยื่นเรื่องก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ หากโรงแรมไหนยื่นช้าแต่ยังอยู่ภายใน 60 วันนับจากวันสิ้นอายุ ก็ยังสามารถยื่นได้ แต่จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีก20% ของค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาต และถ้ายื่นภายหลัง 60 วันนับจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ จะต้องทำการยื่นขอใบอนุญาตใหม่เลยครับ

วิธรการต่อใบอนุญตนั้นไม่ยากครับ เริ่มจาก ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จะต้องไปยื่นด้วยตนเอง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 (5) (6) แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 (จากนั้นทางกรมการปกครองจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แค่นี้เองครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจสอบ คือประมาณ 66 – 70 วันทำการครับ โดยเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม มีดังนี้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอฯ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอฯ
  3. หนังสือรับรองนิติบุคคล พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ5, บมจ 006) ไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันยื่นคำขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
  4. คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.1/1)
  5. สำเนา ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.2)
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน และ/หรือ หนังสือแต่งตั้งผู้แทนนิติบุคคล ในกรณีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลไม่ได้ระบุผู้มีอำนาจลงนามให้ชัดเจน
  7. กรณีที่มีหลักฐานและเอกสารที่ยื่นไว้ในการขออนุญาตมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง ผู้ขอต้องยื่นหลักฐานแสดงเอกสารที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วย
  8. ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1) กรณีโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป หรือโรงแรมที่เป็นอาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือโรงแรมที่เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป แล้วแต่กรณีตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ค่าธรรมเนียม

  1. ค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตครั้งละกึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรมแต่ละประเภท มีดังนี้
    1. โรงแรมประเภท 1 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 5,000 บาท
    2. โรงแรมประเภท 2 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 10,000 บาท
    3. โรงแรมประเภท 3 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 15,000 บาท
    4. โรงแรมประเภท 4 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 20,000 บาท
  2. ค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจโรงแรมปีละ 80 บาทต่อห้อง

หมายเหตุ (จ่ายโดยเเคชเเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนาม “เงินนอกงบประมาณกรมการปกครอง” โดยคิดจำนวนเงินตามใบอนุญาตโรงแรมแต่ละประเภท และคิดจำนวนเงินในอัตราจำนวนห้องพักที่ได้รับอนุญาตห้องละ 80 บาท)

การทำธุรกิจโรงแรมมันไม่ง่าย ไหนจะเรื่องการสร้างโรงแรมให้ถูกต้องตามมาตรฐาน การทำตลาด การทำบัญชี การขอใบอนุญตประกอบธุรกิจโรงแรม การต่อใบอนุญาต แต่ผู้ที่มีความตั้งใจทำธุรกิจการโรงแรมจริงๆ จะต้องมุ่งมั่นและค่อยๆบริหารจัดการ วางระบบไปที่ละจุด เช่นการใช้ซอฟต์แวร์อย่างชาญฉลาดเพื่อช่วยให้คุณและพนักงานของโรงแรมทำงานได้ง่าย มีประสิทธิภาพ ไม่ปวดหัว แถมยังมีเวลาไปเพิ่มสาขา เพื่มยอดขายให้กับโรงแรมคุณเองอีกด้วยครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การทำวีซ่านักเรียนเยอรมัน

ในกรณีที่น้อง ๆ จะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน น้อง ๆ จะต้องขอ National Visa หรือ วีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนี (ระยะเวลาพำนักเกินกว่า 90 วัน) ค่ะ โดยเอกสารหลักฐานและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน เป็นดังนี้ค่ะ

เอกสาร/หลักฐานเพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า (ฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ชุด):

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้ พร้อมสำเนา 2 ชุด (เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล) ในบางกรณีอาจต้องใช้หนังสือเดินทางเล่มเก่า
  • รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก  2 ใบ
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเภท  National Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ฉบับ
  • หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ (Studienkollegs)
  • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร) และคำแปลภาษาเยอรมัน
  • หลักฐานการเงิน อย่างน้อยเดือนละ 720,- ยูโร ตลอดระยะเวลาการศึกษา (ดูรายละเอียดแนบท้าย)
  • หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER (Gemeinsamer Europäischer Referenzrahmen) (ดูรายละเอียดแนบท้าย)

ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้รับทุนการศึกษา:

ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรหรือหน่วยงานรัฐของเยอรมันจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการเงิน:

เงื่อนไข ประการหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษาคือหลักฐานการเงินที่แสดงว่า นักศึกษามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างการพำนักและศึกษาในเยอรมนี สำหรับผู้ที่ใช้เวลาศึกษาเป็นระยะเวลานาน ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการศึกษาในปีแรกเต็มจำนวน หรือต้องมีเงินขั้นต่ำ 8,640 – ยูโร และใช้การรับรองหลักฐานการเงินให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นสำหรับปีการศึกษา ถัดไป แต่ต้องมีเงินสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาที่ศึกษาใน เยอรมนีจริง

สถานะทางการเงินสามารถแสดงได้โดย:

  • ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า ท่านสามารถแสดงหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายได้ โดยการเปิดบัญชีประเภท Blocked Account ท่านสามารถเลือกธนาคารหรือผู้ให้บริการได้ด้วยตนเอง โดยอ่านข้อมูลธนาคาร/ผู้ให้บริการได้ในเว็บไซด์กระทรวงการต่างประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
  • และ หลักฐานที่ทำให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นในสถานะว่ามีการเงินเพียงพอสำหรับปีการศึกษาอื่นๆ (เช่น หลักฐานแสดงรายได้ของบิดามารดา เป็นต้น) และ
  • หนังสือรับทราบเงื่อนไขของนักศึกษา
    • หนังสือชี้แจงการเปิดบัญชี หรือ
    • หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการตามมาตรา 66, 68 ตามกฎหมายว่าด้วยการพำนัก ออกโดยผู้ออกค่าใช้จ่ายซึ่งอาศัยในเยอรมนี ปกติแล้วสามารถขอทำหนังสือดังกล่าวได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักทะเบียนในประเทศเยอรมนี
  • การรับรองค่าใช้จ่ายนี้ต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาการศึกษา หรือ
  • หลักฐานแสดงการได้รับทุนจากองค์กรหรือสถาบันของรัฐในประเทศเยอรมนี หรือ
  • เอกสาร/หลักฐานแสดงรายได้และสถานะทางทรัพย์สินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย (ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น บิดา มารดา ญาติ) โดยยื่นหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง สลิปแสดงยอดเงินในบัญชีธนาคาร หรือหลักฐานการถือครองทรัพย์สินอื่นๆ และ
  • หนังสือจากผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย (หนังสือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นภาษาเยอรมันและอังกฤษ) หนังสือฉบับนี้ ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต้องมาลงลายมือชื่อด้วยตนเองในวันที่นักศึกษายื่นคำร้องขอวีซ่า
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในกรณีนี้ การสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเยอรมันจะทำให้กระบวนการล่าช้า การดำเนินการเรื่องวีซ่าจึงจะใช้เวลานานกว่า 4-6 สัปดาห์

หลักฐานความรู้ทางภาษา

ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษา ผู้ยื่นคำร้องต้องมีความรู้ในภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ตนจะไปศึกษา โดยปกติ ผู้ยื่นต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยระดับมาตรฐานด้านภาษาต่างประเทศ ท่านสามารถสอบ GER-Prüfung (Gemeinsamer-Europäischer-Referenzrahmen) ได้ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันหรือสถาบันเกอเธ่ (Goethe Institut)

หลักฐานความรู้ทางภาษาอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับ:

ประกาศนียบัตร DSH หรือความรู้ภาษาเยอรมันสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จะสมัครเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร TestDaF หรือความรู้ภาษาเยอรมันในฐานะภาษาต่างประเทศ; deutsches Abitur หรือประกาศนียบัตรชั้นมัธยมปลายของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร DSD-II หรือความรู้ภาษาเยอรมันระดับ 2 ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (KMK);  ประกาศนียบัตร ZOP หรือการสอบมาตรฐานความรู้ภาษาเยอรมันขั้นสูง, ประกาศนียบัตร KDS หรือ GDS หรือความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมและวรรณคดีเยอรมันของสถาบันเกอเธ่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นเรียนภาษาและการสอบวัดความรู้ได้ที่สถาบันเกอเธ่ หรือที่เว็บไซต์:
www.goethe.de/thailand

หากไม่ได้เรียนภาษาที่สถาบันเกอเธ่ ท่านต้องสอบวัดระดับที่สถาบันเกอเธ่ โดยจะต้องสอบผ่านอย่างน้อยระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER-Prüfung ถ้าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนที่ประเทศเยอรมนี ท่านต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษเช่น IELTS หรือ TOEFL ต่อสถานทูต

คำแนะนำ:

สถานทูตฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้ยื่นคำร้องไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้สถานทูตฯ ออกวีซ่าให้ แม้ว่าจะได้ยื่นเอกสารครบถ้วนแล้วก็ตาม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เมื่อแผนกวีซ่าของสถานทูตฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเยอรมนีตรวจสอบคำร้องและเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว สถานทูตฯจะแจ้งผลการอนุมัติวีซ่าให้ท่านทราบ
อนึ่ง วีซ่าเชงเกนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าเพื่อการศึกษาในประเทศเยอรมนีได้

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

6 เว็บไซต์..หาไอเดียสำหรับคนทำงานดีไซน์

คิดงานไม่ออก!! นับเป็นปัญหาหลักๆ ของคนทำงานในด้านดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นกราฟฟิคดีไซน์, Web Designer, UX/UI Designer หรือนักออกแบบด้านไหนๆ ก็ตาม แม้แต่ดีไซเนอร์ระดับเทพๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอกับอาการ “ไอเดียตีบตัน” เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งเลยที่มนุษย์สายดีไซน์ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ก็คือ การเสพไอเดีย

“การดูงานของคนอื่น” เพื่อเสพไอเดีย หรือหา Inspiration หาแรงบันดาลใจ นับเป็นเทคนิคหนึ่งที่ดีไซเนอร์ทุกคนใช้ แถมยังต้องทำอยู่เป็นประจำซะด้วย เพราะการศึกษาเรียนรู้จากงานของคนอื่นเป็นเส้นทางหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับการเรียนรู้ ซึมซับเทคนิค วิธีคิดต่าง ๆ และสุดท้ายก็คือการต่อยอดกลับมาเป็นแนวทางที่เราจะใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และวันนี้เราก็มี 6 เว็บไซต์เทพๆ ที่อยากให้คุณนำไป “เสพไอเดีย” กันค่ะ

  1. Pinterest คงเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยอาจจะเคยเข้ามานั่งดูเพื่อความบันเทิงหรืออะไรก็ตาม แต่ว่าสำหรับทำงานเกี่ยวกับการออกแบบแล้วล่ะก็ ประโยชน์ของที่นี่มีเยอะกว่านั้นมาก เรียกได้ว่าเว็บไซต์ที่เอาไว้หา Inspiration ชั้นยอดเลย เพราะรวบรวมผลงานดีๆ เอาไว้มากมาย เสิร์ชอะไรก็มีหมด และที่สำคัญการแสดงผลของ Pinterest จะเป็นแบบ Grid ทำให้เราสามารถดูงานได้ทีละเยอะๆ ในคราวเดียว ซึ่งสะดวกมาก ๆ
  2. Dribbble เว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์จากทั่วทุกมุมโลกมาลงผลงานของตัวเอง นับว่าเป็นเว็บต์ที่มีชื่อเสียงมากๆ เลยในวงการดีไซน์ระดับโลก และในบางครั้งที่นี่ก็จะมีดีไซเนอร์เก่งๆ นำกราฟฟิคสวยๆ, เซ็ตไอคอน, PSD เว็บไซต์, ฟ้อนต์ ฯลฯ เอามาแจกกับแบบฟรี ๆ ให้อีกด้วย
  3. Awwwards แหล่งรวมเว็บดีไซน์สวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก ผลงานแต่ละชิ้นนั้นบอกเลยว่าระดับโลกทั้งนั้น เพราะว่าในแต่ละวันจะมีเว็บไซต์ส่งเข้ามาที่นี่มากมายเพื่อจัดอันดับ แล้วถ้าเว็บไหนได้คะแนนโหวตเยอะที่สุดก็จะได้ครองตำแหน่ง Site of the day ไปครอง เข้าไปเสพผลงานระดับเทพแบบนี้ทุกวันรับรองเลยว่าไอเดียแน่นแน่นอนค่ะ
  4. Behance อีกหนึ่งเว็บไซต์ชื่อดังในวงการดีไซเนอร์ต่างประเทศ ที่นี่มีงานดีไซน์อยู่มากมายหลายแขนงให้ดู ไม่ว่าจะเป็น Web Design, Package Design, Branding, Typography และอื่นๆ ซึ่งจะถูกรวบรวมมาไว้ในรูปแบบของ Portfolio บอกเลยว่างานเด็ด ๆ เพียบ
  5. Abduzeedo เว็บไซต์ที่แสดงผลงานทางด้านการออกแบบอย่าง Logo Desing, Portfolio Design, 3D Work, Typography, Font และ Web Design ความโดดเด่นของที่นี่คือเค้าไม่ได้มีแค่ภาพมาให้เราดู แต่จะมีบทสัมภาษณ์จากนักออกแบบชื่อดังให้อ่านอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ดีมากๆ ในการศึกษาแนวทางต่าง ๆ
  6. Pttrns เว็บไซต์สุดดีงามสำหรับคนที่ทำงานกับแอปฯ เพราะที่นี่นั้นมีดีไซน์แอปต่างๆ ให้ดูเยอะมาก และมีการจัดแบ่งหมวดหมู่ตามฟังก์ชั่นต่าง เช่น หน้า Login, Navigations, Content Screen ฯลฯ และยังมีฟิลเตอร์แบ่งระหว่าง iPhone กับ iPad ให้ด้วย ใช้งานได้สะดวกสุด ๆ

การจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่เก่ง ๆ ได้นั้น สิ่งสำคัญเลยก็อยู่ที่การฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะ ๆ ทั้งจากการทำงาน และการศึกษางานของคนอื่นๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้มันไม่ได้เป็นกันได้ภายในวันเดียว แต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นพยายาม ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอค่ะ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

Restaurant Management Software คืออะไร ซอฟต์แวร์การจัดการร้านอาหาร และ POS

Restaurant Management Software คือ ระบบการจัดการร้านอาหาร สำหรับธุรกิจร่านอาหารทุกขนาด ครัวกลาง เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการทำงานหลายๆแผนก ซึ่งเจ้าของธุรกิจการอาหารที่ต้องการสร้างรากฐานการทำธุรกิจการอาหารให้มีหลายสาขา หรือมีครัวกลางพร้อมจัดส่งอาหารและวัตถุดิบให้กับลูกค้าหรือให้กับสาขาต่างๆ สามารถทำได้ทันทีด้วยการเพิ่มโมดูล

ระบบจัดการร้านอาหาร จะมี POS (Point Of Sale) เป็น ระบบหลักในการขาย มีหน้าที่เก็บข้อมูลการขาย และ ข้อมูลสต็อกเป็นหลัก โดยจะเก็บข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการขายทั้งหมด เช่น ข้อมูลของสมาชิก ยอดซื้อสะสม ของลูกค้าที่มาใช้บริการในแต่ละวัน โดยเป็นการนำหลักการของเครื่องคิดเงิน (Cash Register) มาเขียนโปรแกรมพัฒนาบนคอมพิวเตอร์ แล้วเพิ่มเติมความสามารถต่างๆที่เครื่องเก็บเงินทำไม่ได้ เช่น การตัดสต็อก การดูความเคลื่อนไหวต่างๆของสินค้า ระบบสมาชิก เป็นต้น

Restaurant Management software ของ CiMSO เราเรียกว่า RESTaurateur เป็นระบบจัดการร้านอาหาร ที่มีระบบขายแบบหน้าจอสัมผัส (Touch Screen หรือ POS) สำหรับการขายอาหารและเครื่องดื่ม RESTaurateur ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นเหล่านี้

  • ระบบขายแบบหน้าจอสัมผัสที่รวดเร็วและง่ายดาย (Point Of Sale / POS)
  • สามารถช่วยคำนวณคำสั่งซื้อต่อที่นั่ง/โต๊ะ และการเก็บเงินสดที่รวดเร็ว
  • การประมวลผลคำสั่งซื้ออุปกรณ์มือถือ Wi-Fi (Wi-Fi mobile device order processing)
  • สามารถตั้งค่าเตรียมการที่กำหนดและยกเว้นได้ (Configurable preparations and exclusions)
  • Configurable preparation and fire order
  • การกำหนดเส้นทางการสั่งซื้อห้องครัวและการพิมพ์ (Kitchen order routing and printing)
  • 24 hour seating cycles with in-house and walk in head count
  • สามารถแยกบิลตามที่นั่ง หรือ กลุ่ม หรือ คำนวณเป็น % ของมูลค่าการขายได้ (Bill splitting by seat, group or % of value)
  • มีรูปแบบการชำระเงินหลายประเภท
  • มีระบบสมาชิก สะสมแต้มและแลกคะแนน
  • กระบวนการโอนเงินสดที่รวดเร็วหลายระดับและหลายสกุลเงิน

ระบบจัดการร้านอาหารของ CiMSO นอกจากมีระบบหน้าบ้านที่จะช่วยพนักงานหน้าร้านในการจัดการขายแล้ว ยังมีระบบช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารอีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติการจัดการธุรกิจที่โดดเด่นของเรา ดังนี้

  • การควบคุมลูกหนี้ (AR) (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การเรียกเก็บเงินบริการและค่าใช้จ่าย (รายการที่ไม่ใช่หุ้น) (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การจัดการธุรกรรม (ดูบัญชี BACKoffice)
  • การควบคุมเงินสด (ดูบัญชี BACKoffice)
  • ระบบการจัดเก็บและจัดการเอกสาร (ดู DOCmanager)

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การทำวีซ่านักเรียนไอร์แลนด์

นักเรียนที่มีสัญชาติไทยทุกคนต้องสมัครวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนในประเทศไอร์แลนด์

ก่อนทำการสมัครวีซ่านักเรียนประเทศไอร์แลนด์ น้องๆควรมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ

  • สมัครเรียนหลักสูตรภาษา 25 ไม่ต่ำกว่าสัปดาห์  หรือวิชาการโดยใช้เงินทุนส่วนตัว โดยมีชั่วโมงเรียนในภาคกลางวันอย่างน้อย 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ชำระค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนให้แก่สถาบันหรือมหาวิทยาลัยแล้ว
  • ในการณีที่สมัครหลักสูตรวิชาการ น้องๆจะต้อง ส่ง SOP และ Transcript เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถด้านวิชาการที่จะเรียนในหลักสูตรที่เลือกและมีระดับความรู้ภาษาอังกฤษเพียงพอ
  • ในกรณีที่เป็นการสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว)
  • ต้องมีเงินอย่างน้อย €7,000 ซึ่งเป็นค่าครองชีพโดยประมาณสำหรับนักศึกษาเป็นเวลาหนึ่งปีการศึกษา นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงให้เห็นว่าคุณหรือผู้อุปถัมภ์ของคุณมีเงินสำรองอย่างน้อย 7,000 ยูโรในแต่ละปีการศึกษาที่เหลือของการเรียน นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนของหลักสูตรในแต่ละปีการศึกษา
  • มีประกันสุขภาพส่วนบุคคล
  • ในกรณีที่น้องๆเรียนจบแล้ว และไม่ได้ทำงาน น้องต้องสามารถอธิบายถึงช่วงเวลาที่ว่างเว้นในประวัติการศึกษาของคุณได้
  • ต้องแสดงให้เห็นว่า เมื่อเรียนจบแล้วหลักสูตรที่สมัครเรียนที่ไอร์แลนด์แล้ว มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเป็นการถาวร

เอกสารและขั้นตอนการสมัครวีซ่านักเรียนของ Ireland

น้อง ๆ จะต้องยื่นสมัครวีซ่าผ่าน AVATS ซึ่งเป็นระบบสำหรับกรอกใบสมัครออนไลน์ของประเทศไอร์แลนด์ โดยมีเอกสารและขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • กรอกใบสมัครให้เรียบร้อย (ใถ้านักเรียนสนใจเรียนที่ประเทศไอร์แลนด์น้อยกว่า 3 เดือน นักเรียนควนสมัครวีซ่านักเรียนประเภท ‘C study visa’ถ้านักเรียนสนใจเรียนที่ประเทศไอร์แลนด์มากกว่ากว่า 3 เดือน นักเรียนควนสมัครวีซ่านักเรียนประเภท ‘D study visa’) 
  • ตรวจสอบใบสมัครกับสถานทูตไอร์แลนด์ในประเทศ

(ค่าธรรมเนียมจ่ายที่สถานทูต)
สถานทูตไอร์แลนด์
อาคาร 208 ห้อง1201ช้ัน12 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.10330
โทร 02–0161360 แฟ็กซ์ 02–6753933
เวลาทำการ วันจันทร์ — วันพฤหัสบดี 9.30น. — 12.30น. และ 14.30–15.30น.
วันศุกร์ เวลา 8.30น.- 12.30น.

  • เตรียมหนังสือเดินทาง (passport) ที่เหลือไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ก่อนหมดอายุ (แต่แนะนำให้มี 3 ปีเผื่ออยากอยู่ต่อทำงาน ที่ไอร์แลนด์ไม่มีสถานทูตไทยถ้าอยากต่อต้องไปต่อที่ UK)
  • รูปถ่ายหน้าตรง 2 รูป ไม่เกิน 6 เดือน กว้าง 35–38 มม. สูง 45–50 มม.
  • ใบเสร็จรับเงินค่าสมัครวีซ่า
  • จดหมายรับรองการสมัครที่ลงลายมือชื่อเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอธิบายว่าเหตุใดน้องๆ จึงต้องยื่นขอวีซ่านักเรียน
  • จดหมายตอยรับจากโรงเรียนสอนภาษาฯในประเทศไอร์แลนด์ที่น้องๆ สมัครเรียน ซึ่งจะต้องประกอบด้วยรายละเอียดคือ: 1) ชื่อหลักสูตร 2) จำนวนค่าธรรมเนียมและค่าเล่าเรียนที่ต้องชำระ (และได้รับการชำระเรียบร้อยแล้ว)
  • รายละเอียดของประกันสุขภาพ
  • หลักฐานทางการเงินที่แสดงว่า น้องๆ มีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการเดินทางไปเรียน จ่ายค่าเล่าเรียน และใช้ชีวิตที่ประเทศไอร์แลนด์
  • ที่อยู่ในไอร์แลนด์
  • ทะเบียนบ้าน ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)

การแปลเอกสาร

เอกสารทั้งหมดที่ยื่น จะต้องเป็นภาษอังกฤษ หากเอกสารใดเป็นภาษาไทย จะต้องการการแปลก่อน

วิธีการแปล ก็สามารถไปจ้างคนแปล หรือแปลเอง ได้ แต่จะต้องมี คนเซ็นให้ ถ้าคนเซ็นให้ไม่ใช้ Agency หรือ คนของกงสุล จะต้องแนบเอกสารไปว่าใครเป็นคนเซ็น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์สถานทูตค่ะ)

ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนต่างชาติในประเทศไอร์แลนด์

สำหรับค่าใช้จ่ายโดยประมาณของนักเรียนต่างชาติ ที่อาศัยในไอร์แลนด์สำหรับ 1 ปีการศึกษาอยู่ที่ประมาณ 7,000 ยูโร (ประมาณ 270,890 บาท) และน้องยังต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าทั้งน้อง ๆ และครอบครัว (ผู้สนับสนุนทางการเงิน) สามารถจ่ายเงินจำนวนนี้ สำหรับแต่ละปีการศึกษาได้อย่างไม่มีปัญหาใด ๆ

เงื่อนไขการยื่นขอวีซ่านักเรียนของประเทศไอร์แลนด์

  • สำหรับวีซ่านักเรียน น้องๆ สามารถอยู่ในประเทศไอร์แลนด์เพื่อศึกษาเล่าเรียนได้สูงสุด 3 ปี เท่านั้น
  • เมื่อยื่นขอวีซ่า น้องๆ ต้องมีหนังสือตอบรับจากโรงเรียนที่ได้สมัครไว้ (Letter of Acceptance) เพื่อยืนยันว่าน้องๆ ได้สมัครหลักสูตรแบบเต็มเวลา (full-time course) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียนในเวลาเรียนปกติ อย่างน้อย 15 ชั่วโมง (minimum of 15-hours organised daytime learning)
  • ต้องแสดงหลักฐานว่าเราได้จ่ายค่าเล่าเรียนให้กับโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว (ใบเสร็จรับเงิน)
  • น้อง ๆ จะต้องมีความสามารถจ่ายเงินเป็นจำนวน 3,000 ยูโร (ประมาณ116,000 บาท) ในการลงทะเบียนครั้งแรกได้ นอกเหนือไปจากค่าเล่าเรียน
  • แสดงหลักฐานว่าน้อง ๆ ได้ซื้อประกันทางด้านการแพทย์ หรือ medical insurance เรียบร้อยแล้ว

ระยะเวลาในการยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 8 สัปดาห์

VISA ทีได้รับคือ วีซ่านักเรียน และน้อง ๆ จะได้รับวีซ่าอีก 1 ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาในประเทศไอร์แลนด์แล้ว เพื่อหางานทำในประเทศไอร์แลนด์

ค่าธรรมเนียม (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Fees – 3,100 THB for single entry visas and 4,900 THB for multiple entry visas.

หมายเหตุ

ซ่าใบแรกที่ออกให้น้องๆ จะมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายสำหรับเข้าไอร์แลนด์เพียงครั้งเดียว (Single VIsa)

หากน้อง’มีเหตุผลสมควรที่จะเดินทางออกนอกประเทศในช่วงเวลาสั้นๆ คุณจะต้องยื่นใบสมัครเพื่อขอ Re-entry Visa ล่วงหน้า และจะต้องสามารถพิสูจน์ว่าน้องจะกลับมาเพื่อศึกษาต่อในไอร์แลนด์เพื่อที่จะได้ Re-entry Visa คุณจะต้องลงทะเบียนกับ Garda National Immigration Bureau ก่อน

หากคุณต้องการทราบข้อมูลว่าจะยื่นขอ Re-entry Visa ได้อย่างไรและที่ไหน โปรดศึกษาเว็บไซต์ Re-entry Visas (วีซ่าที่อนุญาตให้กลับเข้าประเทศอีกครั้งหนึ่ง)

น้อง จะต้องมั่นใจว่าคุณได้รับวีซ่าที่ถูกต้องสำหรับประเทศที่คุณประสงค์จะเดินทางไป โปรดทราบว่า น้องจะต้องได้รับวีซ่าที่ออกโดยหน่วยงานของสหราชอาณาจักรก่อนที่จะเดินทางไปยังไอร์แลนด์เหนือ (ไอร์แลนด์เหนือประกอบด้วย Counties Antrim, Armagh, Derry, Down, Fermanagh และ Tyrone)

เมื่ออยู่ในไอร์แลนด์ …

คุณต้องลงทะเบียนกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของ Garda (GNIB) ในขณะที่ไอร์แลนด์อยู่ในระยะเวลาที่ประทับบนหนังสือเดินทาง (ดูรายละเอียดต่อไปนี้) – หมายเหตุ: นักเรียนคนแรกที่ลงทะเบียนกับมหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์และจะช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการอนุญาต GNIB นี้

นักเรียนควรมีเอกสารดังต่อไปนี้พร้อมที่จะแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในไอร์แลนด์

  • หนังสือเดินทาง
  • หนังสือเสนอจากมหาวิทยาลัย
  • รายละเอียดการลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย
  • หลักฐานการจ่ายค่าเล่าเรียนรายละเอียดทุนการศึกษา ฯลฯ
  • หลักฐานการประกันสุขภาพทางการแพทย์ส่วนตัวซึ่งต้องมีการประกันสุขภาพในโรงพยาบาลไอริช 25,000 เหรียญสหรัฐขั้นต่ำ
  • หลักฐานการสนับสนุนทางการเงิน เช่นบัญชีธนาคารของไอริช ~ แสดงชื่อและยอดคงเหลืออย่างน้อย 3,000 ยูโร * หรือจดหมายจากผู้สนับสนุนของคุณยืนยันสถานะทางการเงิน
  • นักศึกษาที่เข้าพักเป็นเวลา 2 ภาคการศึกษาขึ้นไปจะต้องเปิดบัญชีธนาคารไอริชเมื่อเดินทางมาถึงไอร์แลนด์

* นักศึกษาภาคการศึกษาเดียวจะต้องมีเงิน 500 ยูโรต่อเดือนในการเข้าพักที่ไอร์แลนด์ ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารไอริช

เมื่อสำเร็จการลงทะเบียน GNIB นักเรียนจะได้รับบัตรประจำตัวประชาชน / ใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ของ GNIB ระยะเวลานี้ใช้ได้หนึ่งปีหรือสำหรับนักศึกษาภาคการศึกษาเดียวจนกว่าจะจบหลักสูตรของพวกเขา

ที่อยู่:
Garda National DiigrationBureau
13-14 Burgh Quay, Dublin 2, Ireland
โทรศัพท์: +353 1 666 9130/01

หมายเหตุ:  ถ้ามหาวิทยาลัยอยู่นอกดับลินนักเรียนสามารถไปที่สถานีตำรวจท้องถิ่น (Garda Police Station) และส่งเอกสารได้

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

สร้างโปรไฟล์ให้ดี เพิ่มโอกาสได้งาน

ปกติแล้วการที่ผู้ว่าจ้างจะตัดสินใจเลือกจ้างฟรีแลนซ์สักคน ก็มีหลายปัจจัยที่จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ราคา ตัวอย่างผลงานที่เคยทำ ประวัติการทำงานสำเร็จ หรือเรตติ้งรีวิวต่างๆ ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้หลายคนก็มองข้าม หรือเลือกที่จะให้ความสำคัญแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เห็นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเน้นตั้งราคาให้ถูกเข้าไว้ แต่ที่จริงแล้วโปรไฟล์ที่ดีคือการสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับตัวเรา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการทำงานระยะยาว คงไม่มีใครอยากได้ค่าจ้างถูกๆ ไปตลอดชีวิต แล้วความ “ถูก” ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีผลงานที่โดดเด่นให้ผู้จ้างได้เห็นแล้วล่ะก็ ใครล่ะจะไปกล้าจ้างคุณ

เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างโปรไฟล์เพื่อลงประกาศรับงานจึงต้องมีหลากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ซึ่งถ้าคุณทำมันได้อย่างโดดเด่น โอกาสในการที่จะมีคนมาสนใจจ้างคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ และในเว็บไซต์ tasknjoy เองก็มีระบบต่างๆ ที่จะรองรับการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดนี้อยู่แล้วอย่างครบถ้วน เรามาดูกันดีกว่าว่าการสร้างโปรไฟล์ให้ดีและน่าสนใจนั้น มีอะไรบ้าง

  1. สร้างความน่าเชื่อถือด้วยรูปโปรไฟล์ และข้อมูลส่วนตัวที่ครบถ้วน รูปโปรไฟล์ก็เป็นเหมือนหน้าบ้าน คุณจึงควรใช้รูปของคุณจริงๆ เห็นหน้าชัดเจน แต่งตัวดูดี มีความน่าเชื่อถือ หรืออาจจะเป็นโลโก้ของบริษัทก็ได้ค่ะ ในส่วนของข้อมูลส่วนตัวก็เช่นกัน การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หรือเอกสารอื่นๆ ก็จะช่วยแสดงความมีตัวตนของตัวคุณเองได้มากเลยทีเดียว
  2. ตั้งชื่อหัวข้องานที่รับทำให้โดดเด่น ด้วยการใส่คำที่แสดงความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น รับทำเว็บไซต์ขายของ ระบบตะกร้าสินค้า ฟรีโดเมนและโฮส (แทนที่จะเป็น “รับทำเว็บไซต์” เฉยๆ) หรือ รับเขียนบทความตามสั่ง ธุรกิจ SME สตาร์ทอัพ โฆษณาและการตลาด (แทนที่จะเป็น “รับเขียนบทความทั่วไป”) ข้อความที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นนี้จะช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจในเรื่องนั้นๆ ให้เลือกที่เข้ามาพูดคุยสอบถามกับเราก่อน เพราะเค้ารู้ว่าเรามีบริการแบบที่เค้าต้องการแน่ ๆ
  3. เขียนรายละเอียดงานให้ครบถ้วน ชัดเจน การให้ข้อมูลที่มีความชัดเจนจะช่วยให้ผู้ว่าจ้างทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาดูโปรไฟล์ของเรา ว่าเค้าจะได้รับอะไรบ้างจากการจ้างงานเราในเรทราคาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งความชัดเจนไม่หมกเม็ดนี่แหละ คือความน่าประทับใจ น่าเชื่อถือ ที่เราเลือกจะแสดงออกไปให้คนเห็นเลย ไม่ต้องมาคอยถามตอบกันให้วุ่นวายทีหลัง และช่วยให้การเจรจาตกลงในรายละเอียดบางอย่างง่ายขึ้น เพราะเราได้เขียนบอกเอาไว้หมดแล้ว
  4. อัพโหลดผลงานที่เคยทำลงในแฟ้มผลงาน ควรเลือกแต่งานที่ดีไปจนถึงดีที่สุด เท่าที่เราเคยทำมา เพราะส่วนนี้จะมีน้ำหนักกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างมาก ไม่ว่าเราจะบรรยายสรรพคุณความสามารถเอาไว้สูงส่งแค่ไหน แต่ถ้าผลงานที่ลูกค้าเห็นมันไม่ใช่ ก็จบเห่!! หรือบางคนมีผลงานเยอะมาก ก็อยากจะโชว์ให้ครบแต่กลับกลายเป็นว่ามีทั้งงานที่ดีมากๆ และงานที่ไม่ (ค่อยจะ) ดีปะปนกันเข้ามา (ซึ่งอาจเป็นงานที่คุณทำมาตั้งแต่สมัยยังไม่โปร) ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าสับสนว่าสรุปแล้วฝีมือคุณดีจริงหรือไม่ และรู้สึกไม่ไว้วางใจคุณแทนก็ได้
  5. สร้างประวัติที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอัตราการทำงานเสร็จ เพราะแม้จะมีคนมาจ้างคุณเยอะแค่ไหนแต่ถ้าคุณไม่สามารถรับผิดชอบให้เสร็จได้เลยสักงาน เปอร์เซ็นต์ความน่าเชื่อถือในตัวคุณก็จะลดลง รวมถึงการให้บริการที่ดีเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ย่อมส่งผลให้คุณได้คะแนนรีวิวที่ดี ส่วนนี้ก็มีความสำคัญกับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างด้วยเช่นกัน

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ร้านอาหาร ฟรือ แฟรนไชส์ ไหน สนใจทำครัวกลาง (Central Kitchen) มาทางนี้

ในปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหาร แบบมีสาขาได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการที่พฤติกรรมการบริโภคของที่เปลี่ยนไปบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น  หรือการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการส่งออกสินค้าอาหารสำเร็จรูปจากไทยไปยังตลาดอาเซี่ยน ทำให้นักธุรกิจด้านอาหารให้ความสนใจกับระบบบริหารจัดการที่เรียกว่า “ครัวกลาง (Central kitchen)” กันมาก วันนี้ CiMSO จะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับระบบครัวกลางมาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันครับ

ระบบครัวกลาง หรือ Central Kitchen เป็นระบบบริหารจัดการ  ที่เป็นรูปแบบการผลิตสินค้าโดยแยกต่างหากจากสาขาที่ขาย เพื่อกระจายสินค้าออกจำหน่ายที่สาขา ด้วยจุดเด่นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิตลดปัญหาการจัดซื้อ ทำให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันและช่วยให้มีอายุในการเก็บรักษาสินค้า ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ควบคุมต้นทุนการขนส่งได้ การจัดการ supply chain รวมทั้งช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า อันเนื่องมาจากการจัดซื้อจำนวนมาก จึงมีการประหยัดต่อขนาด และทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง

นอกจากการใช้ระบบคลัวกลางในรูปแบบ การขยายธุรกิจของร้านอาหารแบบ Chain Restaurant แล้ว ยังมีรูปแบบการใช้ระบบคลัวกลางในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะ การทำ Shared Kitchen และ Franchising ได้อีกด้วย

  •  Shared Kitchen หรือที่เราเรียกอีกชื่อนึงว่า Ghost Kitchen เป็นบริการรูปแบบใหม่ในโมเดล B2B โดยมีบริษัทที่ตั้งตัวเองเป็น shared Kitchen จะลงทุนสร้างครัวขนาดใหญ่ และลงทุนทางด้าน software สำหรับธุรกิจอาหาร มีทุกอย่างให้แบบพร้อมใช้งาน เพื่อช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารเข้ามาบริการ โดยการให้บริการจะมีตั้งแต่การจัดหา/สรรหาพนักงานทำอาหาร บริการแพ็คอาหาร จัดซื้อวัตถุดิบ เช่าพื้นที่ครัวและอุปกรณ์ จัดส่งอาหาร ซึ่งธุรกิจ shared Kitchen นี้ จะช่วยให้ธุรกิจร้านหาร (เจ้าของร้านอาหาร) สามารถขยายตัวไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดสาขาแล้วไปเน้นการจัดส่งถึงมือลูกค้าแทน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาอีกด้วย
  • ความสม่ำเสมอ  ในคุณภาพ  คือ ปัจจัยสำคัญอันดับ 1 ที่จะทำให้ ระบบแฟรนไชส์ (Franchising) ประสบความสำเร็จ ซึ่งระบบครัวกลาง (Central Kitchen) จะเข้ามาช่วยให้แฟรนไชนส์ของคุณมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการซื้อ จัดส่งวัตถุดิบ การติดฉลากอายุการใช้งาน การทำ BOM สูตรอาหาร การตรวจสอบ เป็นต้น

ระบบครัวกลางของ CiMSO เป็นระบบครัวกลางที่เป็นมาตรฐานสากล สามารถใช้ได้กับครัวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะครัวฝรั่ง ครัวจีน หรือแม้กระทั่งครัวไทยครับ โมดูลหลักที่นำมาใช้ คือ Inventory & Procurement software ครับ ฟงก์ชั่นหลักๆที่มีสำหรับการทำครัวกลาง มีดังนี้

  • Product, Services, Charges management with status links
  • Food & Beverage recipe costing (bill of materials)
  • Real time integration to General Ledger, Debtors and Creditors
  • Barcode identification with Label printing for 23 leading international bar code types
  • Quantity management per packaging type offers orders and sales by main or sub unit (order by case – sell by bottle or tot)
  • Unlimited price lists for price differentiation by customer status or location
  • Seamless ledger integration based on pre-configured settings
  • Average item cost per company, warehouse and store
  • Fast stock take console with mobile device stock take facility
  • Stock takes in a live, trading environment

การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Transaction)

  • Stock takes, inter department transfers, inter branch transfers
  • Requisitions, purchase orders, goods received vouchers
  • Cash sales, invoices and reversals affecting stock

การควบคุมการจัดซื้อ (Procurement Control)

  • Preferential supplier management with tender or purchase contract control
  • Multi-level procurement authorisation and transaction processing console
  • Requisitioning, Order Processing and Goods Receipting console with multi-level authorisation
  • Order processing validated against financial budget with automatic Order limitation
  • Goods Receipting console with automatic Order to Goods Received Voucher conversion

และแน่นอนว่า CiMSO ของเรา เป็น Business ERP Software ดังนั้น ระบบครัวกลางของเราจึงสามารถเชื่อมต่อกับโมดูลดังต่อไปนี้

  • RESTaurateur food and beverage (F&B) points of sale – ระบบร้านอาหาร (POS)
  • CLIENTmanager CRM, business administration, communications and accounting control – ระบบลูกค้าสัมพันธ์ และการควบคุมบัญชี
  • BACKoffice Accounting Software – ระบบบัญชี

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การทำวีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูงและมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ผู้ปกครองจึงนิยมส่งบุตรหลานของตนไปเรียน ไม่ว่าจะเรียนภาษาหรือเรียนต่อมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย การขอวีซ่านิวซีแลนด์ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่คุณต้องมีเอกสารพร้อมและทำตามขั้นตอนการขอวีซ่าให้ถูกต้องเท่านั้น โดยชนิดของวีซ่าที่คุณต้องใช้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณศึกษาอยู่ที่นิวซีแลนด์  รวมทั้งเอกสารประกอบการสมัครก็ขึ้นอยู่กับคอร์สเรียนของคุณ

หมายเหตุ

  • นักศึกษาจากประเทศออสเตรเลียไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าประเทศนิวซีแลนด์
  • หากคอร์สเรียนของคุณน้อยกว่า 3 เดือน  คุณต้องใช้วีซ่านักท่องเที่ยว แต่ถ้าหากคุณต้องพำนักอยู่นานกว่านั้น คุณต้องสมัครวีซ่านักเรียน

เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอวีซ่านักเรียน

  1. ใบสมัครวีซ่านักเรียนที่ได้กรอกรายละเอียด พร้อมติดรูปถ่ายเรียบร้อยแล้ว และเซ็นชื่อในหน้าที่ 9
  2. ค่าวีซ่า 7,600 บาท และค่าธรรมเนียม VAC 820 บาท (จะไม่มีการคืนค่าวีซ่าไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยเรียกเก็บจากสถานฑูตนิวซีแลนด์)
  3. หนังสือเดินทางตัวจริง (Passport) พร้อมสำเนา 1 ชุด
  4. สำเนาบัตรประชาชน (หรือใบสูติบัตร กรณีอายุไม่ถึง 15 ปี) และทะเบียนบ้าน ของผู้ปกครอง และผู้สมัคร
  5. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากโรงเรียนที่ระบุหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันเปิดเทอม และวันสุดท้ายของการเรียน
  6. หนังสือรับรองเรื่องที่พักในประเทศนิวซีแลนด์
  7. หลักฐานการจองตั๋ว หรือตั๋วเครื่องบิน
  8. ใบรับรองสถานภาพทางการเงิน “Financial Undertaking for a Student” ที่กรอกเรียบร้อยแล้ว และให้เจ้าของบัญชีธนาคารเซ็นชื่อในหน้าที่ 2
  9. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก / Bank Statement ของผู้สนับสนุนทางการเงิน (ผู้ปกครอง) ย้อนหลัง 6 เดือน ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ค้ำประกัน สามารถดูแลค่าใช้จ่ายของผู้สมัครได้
  10. จดหมายรับรองสถานภาพการทำงานของผู้สนับสนุนทางการเงิน ระบุถึงรายได้ต่อปี (รวมโบนัส) ตำแหน่งและอายุการทำงาน โดยจดหมายนี้จะต้องออกโดยผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท/หน่วยงานเท่านั้น
  11. ถ้าหากผู้ค้ำประกันเป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัท หรือหลักฐานการจดทะเบียนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้านนั้น ๆ
  12. ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีต้องเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดาระบุว่าอนุญาตให้บุตรเดินทางได้
  13. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล และเอกสารการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ (ถ้ามี)
  14. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว 3 รูป ที่เหมือนกัน และอายุไม่เกิน 6 เดือน
  15. สำหรับผู้สมัครที่อายุเกิน 17 ปี และได้ศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์มาแล้ว 2 ปี เมื่อขึ้นปีที่สามจะต้องยื่นรายงานการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน โดยสามารถขอได้ที่ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน  โทร. 02-2052168 – 9
  16. สำหรับนักเรียนที่ไปศึกษาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หรือ กรณีศึกษาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะต้องยื่นใบตรวจร่างกาย และเอ็กซเรย์จากโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากสถานฑูตเท่านั้น

หมายเหตุ

  • ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ น้องๆไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานการมีประกันภัยในขั้นตอนของการยื่นคำร้องขอวีซ่า แต่จะต้องเซ็นต์รับรอง เพื่อเป็นการชี้แจงว่าคุณมีประกันภัยที่เป็นที่ยอมรับตลอดระยะเวลาที่คุณศึกษา ซึ่งเป็นเงื่อนไขของวีซ่าที่หากนักศึกษาคนใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด จะมีความเสี่ยงที่จะถูกเนรเทศออกจากประเทศนิวซีแลนด์

เงื่อนไขเบื้องต้นของ ผู้ที่ยื่นขอวีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ 

  1. ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง
  2. ลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลา (Full Time Study) แต่มีข้อยกเว้นในบางหลักสูตรที่นักเรียนสามารถเรียนแบบ Part time ได้
  3. อาศัยอยู่ในประเทศชั่วคราวเพื่อการศึกษาตามระยะเวลาของวีซ่าเท่านั้น
  4. ผ่านการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่ทางสถานทูตกำหนดไว้
  5. หากต้องการทำงานจะต้องผ่านเกณฑ์ที่ทางสถานทูตกำหนดไว้ และขอเปลี่ยนเงื่อนไขของวีซ่าก่อน ซึ่งสามารถทำงานระหว่างเรียนได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  6. ไม่เคยมีประวัติ หรือต้องคดีร้ายแรงมาก่อน การต่อวีซ่านักเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ เสียค่าต่อ $250 และต้องโชว์ Statement เดือน ล่ะ $1,250

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com