แนะนำ 9 คอร์สออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะของคุณได้ ฟรี!

ในช่วงต้นปีแบบนี้ นับเป็นเวลาที่เหมาะสมในการจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ รวมถึงการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ๆ ที่คุณคิดว่าจะมีประโยชน์ต่ออาชีพการงานของคุณในอนาคต และในวันนี้เรามี 9 หลักสูตรออนไลน์ ที่คุณสามารถเข้าไปเรียนกันได้แบบฟรีๆ แถมไม่มีข้อผู้มัดด้านเวลา ว่างตอนไหนก็เรียนตอนนั้น แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรมีวินัยตั้งใจเรียนจนจบคอร์สด้วยล่ะ

  1. เรียนโค้ด HTML และ CSS ฟรีที่ Codecademy
    ถ้าคุณยังไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อน แต่คิดว่าตัวเองสนใจ HTML และ CSS ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ด้วย 2 ภาษาที่ทรงพลังนี้ จะทำให้คุณสามารถเนรมิตเว็บไซต์หน้าตาสวยงามได้ด้วยสองมือของคุณเอง
    (link to : https://www.codecademy.com/learn/learn-html )
  2. พัฒนาทักษะการเขียนด้วย 8 ขั้นตอนง่าย จาก Udemy
    เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของการเขียน ไปจนถึงระดับมืออาชีพ เขียนอย่างไรให้น่าติดตาม ด้วยการสอนจากผู้เชี่ยวชาญ และคุณสามารถเรียนจบคอร์สได้โดยใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
    (link to : https://www.udemy.com/beginners-guide-eight-steps-to-sterling-prose/)
  3. เรียนภาษาที่ 3, 4, 5 หรือมากกว่านั้น ด้วย Duolingo
    นี่คือแอปพลิเคชั่นสอนภาษาต่างประเทศที่จะทำให้การ “เรียนภาษา” ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยรูปแบบการสอนที่เหมือนกับว่าคุณกำลังเล่นเกมอยู่ ทำให้การเรียนสนุกและเข้าใจได้ง่าย แถมยังสะดวกมากๆ เพราะสามารถจะเรียนที่ไหนก็ได้
    (link to : https://itunes.apple.com/th/app/duolingo/id570060128?l=th&mt=8)
  4. ปูพื้นความรู้ Microsoft Excel แบบจัดเต็มที่ Udemy
    การใช้งาน Microsoft Excel นั้นนับว่าเป็นปัญหาใหญ่คับโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนจบตรงสายแต่ต้องมาทำงานออฟฟิศที่ใช้ Excel เป็นเครื่องมือหลัก อย่าเป็นกังวลเพราะคอร์สนี้จะช่วยคุณเอง
    (link to : https://www.udemy.com/microsoft-excel-2016-for-absolute-beginners/)
  5. เสริมสร้างศิลปะในการขาย ด้วยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเทคนิคการขายโดย Alison
    ด้วยเวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น มันจึงคุ้มค่ามากกับการที่คุณจะได้พัฒนาตัวเองเพื่อยอดขายทะลุเป้าในทุกๆ ไตรมาสนับจากนี้
    (link to : https://alison.com/course/effective-communication-and-sales-techniques)
  6. พิชิตความกลัวของการพูดในที่สาธารณะโดย Udemy
    หลังสูตรสั้นๆ ที่คุณจะได้รับคำแนะนำต่างๆ เพื่อการเป็นนักพูดที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการพรีเซนต์งานต่อหน้าคน 5 คน, 55 คน หรือจะ 555 คน ก็ไม่หวั่นอีกต่อไป
    (link to : https://www.udemy.com/conquering-the-fear-of-public-speaking/)
  7. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานใน Google Analytics โดย Alison
    ในยุคแห่ง Big Data แบบนี้ ทักษะนี้นับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ในคอร์สนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Google Analytics ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลฟรีที่มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยทักษะนี้คุณจะสามารถมองเห็นแนวโน้มในการทำงานของบริษัท ติดตามและทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ เพื่อการตัดสินใจได้อย่างคุณภาพสำหรับธุรกิจของคุณ
    (link to : https://alison.com/course/understanding-data-analysis-and-reports-in-google-analytics)
  8. ฝึกฝนการคิดและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีวิจารณญาณ รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ edX
    หลักสูตรนี้เต็มไปด้วยเทคนิคที่เป็นรูปธรรมสำหรับการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ยาวไปจนถึงการแก้ปัญหา ซึ่งนี่คือทักษะที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกของการทำงาน เพราะความคิดที่ดีและถูกทิศทางจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ดีอื่นๆ
    (link to : https://www.edx.org/course/critical-thinking-problem-solving-ritx-skills103x-0)
  9. เติมเต็มทักษะด้านกราฟฟิคด้วยคอร์ส Photoshop พื้นฐานกับ Skillshare
    แน่นอนว่าคุณคงไม่สามารถจะเป็นสุดยอดนักออกแบบมืออาชีพได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน แต่การเริ่มต้นที่ถูกวิธีจะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาฝีมือได้รวดเร็วขึ้น (อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเสียเวลางมหาทางเอาเอง) และเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในคอร์สนี้นี่แหละ คือการเริ่มต้นที่ถูกต้อง
    (link to : https://www.skillshare.com/classes/Photoshop-Fundamentals-in-One-Hour/1674491113)

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ตัวอักษรย่อ คำศัพท์ภำษาอังกฤษที่ใช้ในธุรกิจโรงแรม

เขียนบทความเกี่ยวกับ ระบบโรงแรม มาหลายบทความแล้ว แต่ยังไม่เคยให้ความรู้ทางด้านคำย่อที่ใช่กับงานโรงแรมเลยนะครับ วันนี้เอาสักหน่อย เพื่อให้น้องๆที่ชื่นชอบ หรือรียนทางด้านการดรงแรม ได้นำไปปรับใช้กันต่อไปครับ อ่านแล้วจำ เพื่อวันที่คุณจะได้นำไปปรับใช้จริงแล้วจะรู้ว่าเรื่องพวกนี้ ง่ายนิดเดียว แต่การดูแลแขกให้พึงพอใจกับงานบริการของโรงแรมอย่างสม่ำเสมอผมยากกว่าหลายเท่าตัวเลยครับ

คำย่อพยัญชนะภาษาอังกฤษที่ใช้สำหรับการสะกดคำในโรงแรม คือตัวอักขระที่เป็นตัวอักษร A-Z ทั้ง 26 ตัว โดยจะใช้เป็น สากลสำหรับการติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์

ตัวอักษร

การออกเสียง

A

ABLE

B

BAKER

C

CHARLIE

D

DOG

E

EASY

F

FOX

G

GEORGE

H

HOW

I

ITEM

J

JIMMY

K

KING

L

LOVE

M

MIKE

N

NANCY

O

OBO

P

PETER

Q

QUEEN

R

ROGER

S

SUGAR

T

TARE

U

UNCLE

V

VICTOR

W

WILLIAM

X

X-RAY

Y

YOKE

Z

ZEBRA

อักษรย่อภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นตัวย่อในโรงแรม คือตัวอักษรยอที่ใช้แทนคำศัพท์ต่าง ๆ ในโรงแรม

คำศัพท์

ตัวย่อ

ความหมาย

ABF

American breakfast

อาหารเช้า

B&B

Bed and breakfast

ที่พักและอาหารเช้า

DNCO

Did not check out

ห้องพักประเภทที่แขกจากไปโดยมิได้แจ้งให้แผนกต้อนรับทราบ แต่ชำระเงินแล้ว

DNR

Dinner

อาหารมื้อเย็น

DIR

Director

หัวหน้าฝ่าย

DOM

Domestic

ภายในประเทศ

DBL

Double

ห้องคู่

EP

European plan

ระบบการขายห้องพักที่มิได้รวมค่าอาหารไว้ในราคาห้อง

ETA

Estimated time of arrival

กำหนดเวลาโดยประมาณที่แขกจะมาถึง

ETD

Estimated time of departure

กำหนดเวลาโดยประมาณที่แขกจะกลับ

EX-PAX

Extra person

บุคคลที่เพิ่มเข้ามา

F.I.T.

Free independent traveler

แขกต่างชาติมาตามลำพัง

FB

Full board

การสำรองห้องพักพร้อมอาหาร 3 มื้อ

GSA

Guest Service Agent

พนักงานบริการส่วนหน้า

HB

Half board

การสำรองห้องพักพร้อมอาหาร 2 มื้อ

HMN

Honeymooner

แขกฉลองการแต่งงาน

JR

Junior

ห้องขนาดเล็ก

LUN

Lunch

อาหารมื้อกลางวัน

MAP

Modified American Plan

ระบบการขายห้องที่รวมค่าอาหารเช้าและอาหารค่ำไว้ให้แขกในราคาห้องพักด้วย

MIP

Most Important Person

บุคคลที่มีความสำคัญสูงสุด

MOD

Manager on duty

ผู้จัดการเวร

OOO

Out of order

ห้องพีกที่มีสภาพไม่เรียบร้อย หรือรอซ่อม และอยู่ในสถานะที่ขายให้แขกไม่ได้

OCC

Occupancy

อยู่ระหว่างการเข้าพัก

OW

One way

การเดินทางขาเดียว

PRPN

Per room per night

ราคาห้องพักหนึ่งห้องและพักเป็นเวลาหนึ่งคืน

PCKG

Package

โปรแกรมเหมาจ่าย

PAX

Person

จำนวนคน

RM

Resident manager

ผู้จัดการสำนักงาน

RSVN

Reservation

การสำรองห้องพัก

RVE

Revenue

รายได้

SCHED

Schedule

ตาราง

SUP

Superior

ห้องพักระดับพิเศษ

TWN

Twin

ห้องแฝด

TEMP

Temperature

อุณหภูมิ

VIP

Vary important person

บุคคลที่มีความสำคัญมาก

VCH

Voucher

บัตรแทนการชำระเงิน

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา – US Visa Application Interview

สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา นักเรียนไทยที่สนใจไปเรียนภาษาที่อเมริกา หรือศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าจะไม่โดนสัมภาษณ์ วันนี้พี่ๆทีมงานเลยรวบรวมตัวอย่างเทคนิคการถามตอบ เทคนิค สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา มาให้นักเรียนได้อ่านแล้วเรียนรู้ตัวอย่างประกอบคำสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ก่อนจะไปเจอของจริง และจะได้ไม่รู้สึกประหม่า พร้อมยังได้เตรียมคำตอบได้อย่างไหล่ลื่น และไม่กังวลอีกต่อไป

หลัก ๆ นักเรียนต้องจำและทราบว่า

  • จะไปเรียนที่ไหน
  • ระยะเวลาเท่าไหร่
  • เรียนอะไร
  • พักกับใคร
  • ใครออกค่าใช้จ่ายให้

ซึ่งคำถามข้างต้นเป็นคำถามที่นักเรียนจะต้องเจออย่างแน่นอน และคำตอบก็ง่ายมากเพราะนักเรียนสามารถตอบไปตามความจริงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำเรื่องสมัครให้นักเรียนจะให้ข้อมูลดังกล่าวแต่นักเรียนต้องจำให้ได้

ตัวอย่างบทสนทนา สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา (นักเรียนอาจจะได้เจอทั้งภาษาไทยและอังกฤษ)

Why do you want to go to America?

ทำไมถึงอยากไปที่อเมริกา

เราก็บอกไปเลยว่าเราต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ  และบอกเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่น

I would like to study English course after that I will study in Higher Education or Master Degree.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ เพราะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น)

I would like to improve my English and come back to work with International Company in Thailand where needs Thai staff who could speak English Fluently.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อกลับมาทำงานให้กับบริษัทต่างชาติที่ประเทศไทย ที่ต้องการคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษอย่างได้คล่องแคล่ว)

I would like to improve my English in order to use it in my University/College in Thailand when I come back.

(ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อนจะนำกลับมาใช้ในการเรียนที่มหาวิทยาลัย/โรงเรียน)

How long will you stay in the US?

จะอยู่ที่อเมริกานานเท่าไหร่

จะอยู่นานเท่าไรก็บอกไปได้เลย แต่ต้องให้ตรงกับในข้อมูลที่กรอกด้วย อย่างเช่น ลงเรียน 3 เดือนก็ต้องบอกไปว่า จะอยู่ 3 เดือน

(I will stay there for 3 months.)

Where will you stay/study in the US?

จะไปพัก/เรียนที่ไหน กับใครต้องแจ้งที่อยู่ให้ละเอียดด้วย

โดยคำถามนี้นักเรียนอาจจะต้องตอบตอบตามที่จองที่พัก/โรงเรียน  อาจจตอบเป็นชื่อรัฐอย่าง นิวยอร์ก ซานฟรานซิโก เป็นต้น

(I will stay with a host family at New York City.) (I will study at San Francisco)

Who is your sponsor?

ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนการเรียนครั้งนี้

อันนี้เป็นคำถามง่ายเราเราก็ตอบไปตามที่เราแจ้ง

(My Mother/Father)

Why don’t you do this course in your country?

ทำไมไม่ลงเรียนคอร์สนี้ที่ประเทศของนักเรียนล่ะ?

ส่วนใหญ่การตอบคำถามลักษณะนี้จะเป็นต้องตอบประมาณ

เราต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในบรรยากาศจริง แถมได้ซึมซับวัถณธรรมชาวอเมริกันด้วย

(I would like to study English in real English environment also I could immerse myself in English and American’s culture )

ต้องการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอย่างอเมริกาและเชื่อมั่นว่ามันจะช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น

(I would like to study English at the USA where people speak English at the first language and I believe that could help me learn English faster than study in Thailand.)

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคำถามคร่าวๆ แบบเบื้องต้นที่นักเรียนต้องเจอเกี่ยวกับ สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ซึ่งเทคนิคง่ายๆในการตอบคำถามคือนักเรียนต้อง

  • ตอบตามความเป็นจริง
  • เตรียมพร้อมทำการบ้านเกี่ยวกับคำถามตำตอบที่จะต้องเจอ
  • มีความมั่นใจในการตอบคำถาม เสียงดัง ฟังชัด ไม่เข้าใจคำถามถามใหม่ได้
  • คิดบวกเสมอ และหน้าตาเราจะดูยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาเอง
  • ระลึกไว้เสมอว่าถึงแม้จะโดนสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็จะเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ยาก เป็นคำถามพื้น ๆ ทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Kaplan

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

อาชีพฟรีแลนซ์ อาชีพที่ให้อะไรกับคุณได้มากกว่างานประจำ

ฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพทางเลือกใหม่ สำหรับหนุ่มสาวผู้รักอิสระและต้องการทำงานอย่างที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับกรอบ หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ของทางบริษัท แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าอาชีพฟรีแลนซ์มันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และถ้าเราจะเริ่มต้นการเป็นฟรีแลนซ์นั้น ควรจะต้องเริ่มจากไหน

วันนี้ tasknjoy เอา ประสบการณ์จาก freelancer ท่านหนึ่ง ที่จะมาเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตการเป็นฟรีแลนซ์ของตัวเอง รวมถึงการได้ทำงานร่วมกันกับทางเว็บฟรีแลนซ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นฟรีแลนซ์ของเขาเลยทีเดียวค่ะ

คุณบี เป็นพนักงานธุรการประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงาน จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 15.30 น. หน้าที่ประจำของคุณบี คือการรับโทรศัพท์ ประสานงาน และพิมพ์เอกสาร ทำให้คุณบี พอมีเวลาเหลือที่จะรับจ๊อบเสริมต่างๆ ตอนเลิกงานและวันเสาร์อาทิตย์ ตอนแรกคุณบีก็ไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะงานที่ถนัดเป็นงานเอกสาร และไม่รู้จะเริ่มหาลูกค้าอย่างไร เลยไม่ได้ทำงานอะไรเพิ่มเลย จนวันนึง ห้องที่คุณบีเช่าอยู่ขึ้นราคา ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆสูงขึ้น  อีกทั้งคุณบีเริ่มวางแผนแต่งงาน ก็อยากเก็บตังจัดงานแต่งงานร่วมกับแฟน เลยเริ่มคิดว่า ถึงเวลาที่จะต้องหางานเสริมเพื่อเก็บเงินให้ได้มากขึ้นสักที

แรกๆก็ได้งานพิมพ์เอกสาร และงานเขียนรีวิวสินค้าเล็กๆน้อยๆจากเพื่อน และรับงานจากปากต่อปาก แต่ด้วยการที่ไม่ได้ดิวกับลูกค้าเองโดยตรง เลยได้เงินไม่มากเพราะโดนหักค่าหัวคิว แถมยังต้องทำใบเสร็จให้เสียเวลาอีก แถมบางทีลุกค้าเบี้ยวค่าบริการ คุณบีก็ไม่สามารถไปฟ้องได้เพราะมันก็ไม่คุ้ม คุณบียังมีเวลาเหลือเลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองได้ลูกค้าระยะยาว และคุณบีสามารถรับงานเองจากลูกค้าได้โดยตรง  จนมาเจอเว็บฟรีแลนซ์ tasknjoy ซึ่งเป็นเว็บฟรีสื่อกลางระหว่างฟรีแลนซ์กับผู้ว่าจ้าง โดยtasknjoy มี ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คนรับงานฟรีแลนซ์สะดวกสบายมากขึ้น เช่น การทำการตลาด การวางมัดจำ การออกเอกสารพวกใบเสร็จต่างๆให้ลูกค้า เป็นต้น ตอนนี้บีไม่ต้องเหนื่อยกับการทงค่าจ้างแล้วค่ะ บีเชิญลูกค้าเก่ามาใช้ tasknjoy และให้ราคาเดิม ซึ่งลูกค้าก็พอใจ แถมลูกค้าใหม่ที่เห็นผลงานก็เข้ามาค่ะ

ตอนนี้ คุณบีรับงานได้มากขึ้น เพราะคุณบีไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำใบแจ้งหนี้-ใบเสร็จ สามารถมีเวลาโฟกัสไปที่เนื้องานและหาลูกค้ามากขึ้น และเริ่มมีเงินเก็บค่ะ ต้องขอบคุณ tasknjoy ที่ช่วยให้คุณบีได้งานพิเศษ ที่สามารถทำได้ไม่ว่าคุณบีจะทำงานอยู่ที่ไหน แถมยังมีฟังค์ชั่นที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาเลือกจ้างคุณบีได้โดยที่บีไม่ต้องรอเค้าประกาศงาน เรียกว่า PS System ด้วยค่ะ

คุณบี ฝากบอกว่า คุณบีทำงานพิเศษนะคะ ไม่ได้ลาออกจากงานประจำค่ะ เพราะถ้าฟรีแลนซ์รู้จักแบ่งเวลาให้ดี ทำงานผ่านระบบที่มีตัวช่วย ก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำเลยค่ะ

แถมยังแนะนำอีกว่า ถ้าคุณผู้อ่าน คิดว่าสนใจรับงานพิเศษดูบ้าง ไม่ว่าคุณจะมีทักษะความสามารถทางด้านไหนก็ตาม สามารถทดลองลงรายละเอียดงานบริการของเราดูได้เลยค่ะ ก่อนหน้านี้คุณบีก็รับทำแต่งานพิมพ์ งานรีวิว ตอนนี้เพิ่มงานแปลเอกสารขึ้นมาด้วย ซึ่งบางทีก็ส่งงานต่อให้ทีมรุ่นน้องที่เค้ายังใหม่กับการทำงานฟรีแลนซ์ค่ะ  ลูกค้าก็พอใจกับงานนะคะ เพราะงานฟรีแลนซ์ สำคัญตรงที่ราคาและคุณภาพของเราเหมาะสมกับเนื้องาน และอย่าลืมว่า การทำงานผ่านออนไลน์จะต้องสร้างโพรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลชัดเจน มี portfolio ที่สามารถทำให้ลูกค้าเลือกเรา โดยที่ไม่ต้องรู้จักกันมาก่อนได้นะคะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

Housekeeping (แผนกแม่บ้าน)

แผนกแม่บ้าน (Housekeeping Department) มีหน้าที่รับผิดชอบความสะอาดเรียบร้อยของที่พัก มีลักษณะเป็นงานหลังฉาก (Behind the scenes operation) เหมือนกับงานของแผนกครัว แต่แขกหรือผู้มาใช้บริการจะได้รับผลโดยตรงจากคุณภาพของงานทำนองเดียวกับแผนครัว

แม้ว่างานของแผนกแม่บ้านส่วนใหญ่จะเป็นงานหลังฉาก การติดต่อกับแขกก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น แขกมาถามว่าที่โรงแรมมีอาหารเจขายหรือไม่ คุณอาจจะคิดว่า มาถามคำถามที่ไม่เห็นเกี่ยวกับงานแม่บ้านซักหน่อย แต่ในฐานะพนักงานคนหนึ่งก็ควรจะรู้เรื่องเกี่ยวกับบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่โรงแรมจัดไว้ให้แขกมากพอที่จะตอบคำถามพื้น ๆ ของแขกได้ ซึ่งในทางหนึ่งก็เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่แขกด้วย ถ้าแม่บ้านสามารถตอบคำถามของแขกได้ และตอบอย่างชัดเจนละด้วยความเต็มอกเต็มใจก็จะมีส่วนช่วยให้แขกเกิดความรู้สึกที่ดีและอยากกลับมาพักหรือใช้บริการที่โรงแรมอีก ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อโรงแรมและต่อพนักงานทุกคนที่ทำงานในโรงแรมนั้นด้วย ตำแหน่งงานในแผนกแม่บ้าน(House-Keeping หรือ Accommodation Service)  โดยทั่วไปจะมีดังนี้

1. หัวหน้าแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper)

ในบางโรงแรมแผนกแม่บ้านทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับผู้จัดการใหญ่ (general Manager) แต่ในบางโรงแรมแผนกแม่บ้านก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดการส่วนหน้า ( Font of House Manager) โดยงานหลักๆ ของหัวหน้าแผนกแม่บ้าน ได้แก่ การตรวจสอบงานส่วนต่างๆของแผนกว่าได้มาตรฐานที่วางไว้หรือไม่ ควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่าย จัดตางเวลาการทำงานของพนักงาน และการฝึกอบรม อีกทั้งต้องรับผิดชอบเรื่องกุญแจต่างๆ ที่จะแจกจ่ายให้พนักงานโรงแรม และคอยดูและควบคุมห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเอง

2. หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper)

หัวหน้าแม่บ้านจะคอยดูแลตรวจตราการทำงานองผู้ช่วยแม่บ้าน หรือแม่บ้านประจำฟลอร์ 3 คนขึ้นไป ในกรณีเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หัวหน้าแม่บ้านก็จะดูแลรับผิดชอบงานแผนกแม่บ้านทั้งหมด

3. แม่บ้านประจำฟลอร์หรือผู้ช่วยแม่บ้าน (Floor Housekeeper หรือ Assistant Housekeeper)

แม่บ้านประจำฟลอร์จะเป็นผู้ตรวจตราการทำงานของพนักงานทำความสะอาด หรือพนักงานดูแลห้องพัก เฉพาะที่ทำงานอยู่ที่ฟลอร์ใดฟลอร์หนึ่งของโรงแรม

4. พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant)

พนักงานดูแลห้องพัก มีหน้าที่ทำความสะอาดและให้บริการต่างๆที่เกี่ยวกับห้องพัก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องอาบน้ำ และห้องส้วม รวมถึงทางเดินหน้าห้องพักด้วย

5. พนักงานยกของ/ทำความสะอาด (Housekeeper)

มีหน้าที่ยกของหรือย้ายพวกเฟอร์นิเจอร์หนักๆ หรือนำขยะไปทิ้ง บางครั้งก็ทำความสะอาดบริเวณที่ใช้ร่วมกันในโรงแรมในเมืองไทยชื่อตำแหน่งนี้จะไม่ค่อยได้พบ ชื่อตำแหน่งที่นิยมใช้กันคือ Cleaner

6. หัวหน้าห้องผ้า (Line Room Supervisor)

หัวหน้าห้องผ้าจะรับผิดชอบผ้าทุกชนิดที่ใช้ในห้องรับแขก (เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม เป็นต้น) ผ้าของห้องอาหารและแผนกจัดเลี้ยง (ได้แก่ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ผ้ารองถาด) และเครื่องแบบพนักงาน โดยการจ่ายผ้าที่ซักสะอาดแล้ว เก็บรวบรวมผ้าที่ใช้แล้ว ปะชุนผ้าที่ขาดและดูแลควบคุมการส่งผ้าไปซักที่แผนที่แผนกซักรีดและการรับคืน ผ้าที่ซักแล้ว

สถานะของห้องพัก Room Status ที่แผนกแม่บ้านใช้กัน มีดังนี้

  • หมวดห้องว่าง จะเป็น สเตตัสที่ขึ้นต้นด้วยตัว ‘V’ = Vacant
    • VC = Vacant Clean หมายถึง ห้องว่างสะอาด แม่บ้านทำความสะอาดแล้ว ฟร้อนสามารถให้แขก C/I ได้
    • VD = Vacant Dirty หมายถึง ห้องว่างสกปรก แขก C/O แล้ว แม่บ้านจะต้องทำความสะอาดห้อง เพื่อให้แขกเข้าพักต่อ
    • VCI = Vacant Clean Inspected หมายถึง ห้องว่างสะอาด Supervisor ตรวจแล้ว
    • VCP = Vacant Clean Pick Up หมายถึง ห้องว่างสะอาด แต่ของภายในห้องยังไม่ครบ เช่น ยังไม่เติมมินิบาร์ เป็นต้น
  • หมวดห้องไม่ว่าง จะเป็น สเตตัสที่ขึ้นต้นด้วยตัว ‘O’ = Occupied
    • OC = Occupied Clean ห้องมีแขกทำความสะอาดแล้ว หรือก็คือ ห้องที่แขก C/I หรือเข้าพักแล้ว
    • OD = Occupied Dirty ห้องมีแขกยังไม่ได้ทำความสะอาด หรือก็คือ มีแขกพักข้ามวันไปแล้ว
    • OCI = Occupied Clean Inspected ห้องมีแขกทำความสะอาดแล้ว Supervisor ตรวจแล้ว
  • หมวดห้องเสีย จะเป็น สเตตัสสำหรับห้องที่ใช้งานไม่ได้
    • OOO = Out of Order ห้องเสียชั่วคราว ไม่สามารถขายได้ (มีการตัดจำนวนห้องว่าง)
    • OOS = Out of Service ห้องที่เสียเล็กน้อย สามารถเปิดขายได้หรือเป็นห้องโชว์รูม เปิดให้เข้าพักได้ (ไม่มีการตัดจำนวนห้องว่าง)
    • OOI = Out of Inventory ห้องที่ไม่มีการขายเลย อาจจะเสียถาวร หรือเป็นห้องพักของเจ้าของ หรือเป็นออฟฟิศ
  • หมวดห้องที่จองแล้ว จะเป็น สเตตัสที่ขึ้นต้นด้วย ‘A’ = Assign
    • Assign Clean ห้องสะอาด และมีคนจองแล้ว รอแขกเข้าพัก (C/I)
    • Assign Dirty แม่บ้านยังไม่ทำความสะอาด แต่มีคนจองแล้ว

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

10 คำถามตม. ยอดฮิต (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)

ดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เตรียมไปเที่ยวอย่างมีความสุข….. และแล้วก็มีเรื่องให้กังวลอีก

จะเที่ยวแล้ว ได้วีซ่าลั่ลล๊า สบายใจ ที่ไหนได้ เจองานหิน….. อุปสรรคที่ต้องเจอแบบไม่มีทางเลี่ยงได้

ด่านแรกที่ต้องเจอเมื่อลงจากเครื่องบิน ก็คือ การเตรียมตัวตอบคำถาม ตม. (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) และ เอกสารอ้างอิงต่าง ๆ

หลังจากลงจากเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมารอเข้าแถวเพื่อผ่านการตรวจของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าให้ถูกช่องนะคะ ส่วนใหญ่จะมีคิวสำหรับประชาชนประเทศเค้า, PR, EU Citizen, คิวพิเศษต่าง ๆ, คิวสำหรับนักท่องเที่ยว ให้เราเข้าคิวให้ตรงกับวีซ่าที่เรามี เช่น Tourist หรือ Others แล้วเมื่อถึงคิวเจ้าหน้าที่เรียกท่านเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ท่านจะเจอกับคำถามสุดหิน เช่น

  1. What’s the purpose of your visit? มาทำอะไรที่นี่ ตอบว่า มาเที่ยว Tourism มาเยี่ยมญาติ Visit Relatives หรือ มาทำงาน Business
  2. How long will you be staying? อยู่กี่วัน ตอบตามจริง เช่น 7 วัน มาวันที่ 2 กลับ วันที่ 8 เป็นต้น พร้อมยื่นตั๋วเครื่องบินขากลับให้
  3. Where will you be staying? พักที่ไหนบ้าง ขอดูหลักฐานการจองโรงแรมหน่อย ตอบตามจริง เช่น คืนแรก พร้อมยื่นเอกสารการจองโรงแรมให้
  4. Where will you be visiting? ไปเที่ยวเมืองไหน สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ตอบตามจริง ยกตัวอย่าง ที่สองที่ก็พอ ว่าเราพอทำการบ้านมา ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ
  5. Who will you be visiting? รู้จักใครในประเทศนี้ไหม มีใครมารับไหม ตอบตามจริง ให้ตรงกับที่กรอกตอนขอวีซ่า
  6. Have you ever been here before? มาเที่ยวครั้งแรก หรือเคยมาแล้ว ตอบตามจริง เจ้าหน้าที่มีระบบสามารถเช็คได้
  7. Are you travelling alone? or with Someone? คุณเดินทางมาคนเดียว หรือมากับใคร ตอบตามจริง ถ้าไปหลายคนครอบครัวเดียวกันต่อแถวเดียวกัน บางทีจะสามารถเข้าไปพร้อมกันได้ ถ้าเจ้าหน้าที่เรียก ถ้าไม่ได้เรียกให้รอตามคิวนะคะ
  8. What do you do for a living? ทำงานอะไร ตอบตามจริง ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวโดนถามต่อ อาจมีขอดูนามบัตร
  9. How much money are you bringing? พกเงินมาด้วยเท่าไร ตอบตามจริง ถ้าพกเงินสดมาเกินกฏหมายกำหนด เช่น 10,000 ยูโร, 10,000 ฟรังก์สวิส, 10,000 ดอลลาร์, 1,000,000 เยน หรือ 20,000 หยวน ให้แบ่งถือหลายคน
  10. Do you plan to work here? คุณวางแผนจะมาทำงานที่นี่ใช่ไหม เป็นคำถามหลอกล่อ ถ้ามาท่องเที่ยว ตอบว่า No นะคะ ถ้าตอบว่า Yes เรื่องยาวแน่ ๆ ค่ะ แต่ถ้าทำทำงานจริง ๆ ก็ตอบตามตรง ให้ตรงกับวีซ่าที่ได้รับมา

เอกสารอ้างอิง ที่ ตม. มักจะเรียกดู มีดังนี้นะคะ

  1. พาสปอร์ต อันนี้สำคัญมากอย่าให้หาย อย่าให้ชำรุด ถ้าหาย หรือฉีกขาด เรื่องยาวแน่นอนค่ะ
  2. หน้าวีซ่า วันที่ ที่ระบุในหน้าวีซ่า ต้องครอบคลุม ตั๋วขาไป – ขากลับ หรือไม่ ยกตัวอย่างนะคะ เช่น ท่านได้วีซ่า วันที่ 1-10 ธันวาคม 2558 แต่ตั๋วของท่านที่ซื้อ คือเดินเดินทางกลับหลังจากวีซ่าหมดอายุ ท่านอาจพบปัญหา ไม่เกิดตอนขาเข้าก็ขาออกนะคะ ท่านไม่ควรกลับหลังจากที่วีซ่าหมดอายุ แต่ถ้าหากพลาดแล้วกลับประเทศไทย ก็จะมีผลในการพิจารณาการทำวีซ่าครั้งต่อไป
  3. ตั๋วเครื่องบินขากลับ
  4. บุ๊คกิ้งโรงแรมที่เราจอง และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรของโรงแรมชัดเจน
  5. แผนการเดินทาง
  6. ถ้าไปดูงาน ก็ควรมีบัตรเข้างาน หรือจดหมายเชิญแนบไปด้วยนะคะ
  7. ใบกรอกเข้าประเทศ รวมถึงการกรอกสิ่งของที่ต้องสำแดง
  8. ถ้าเป็นผู้เยาว์เดินทางคนเดียว นักเรียนศึกษาต่อ อาจจะต้องมีเอกสารการศึกษา และเอกสารจากผู้ปกครอง

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่จะพูดว่า มองกล้องครับ ถอดแว่นด้วย Capture!!

Stamp!!! ตรายางดัง ตึง! ลงบนหน้าวีซ่าของท่าน ว่าอนุญาตให้เข้าประเทศ ผ่านนนน!!!

จากสถิติที่ผ่านมา ถ้าเป็นผู้หญิงสาวโสด เดินทางคนเดียว เดินทางครั้งแรก ก็จะโดนถามหนักหน่อย อาจจะมีถามเจาะลึกลงรายละเอียด อีก 2-3 ขั้น จากคำถามยอดฮิตนี้ ขอให้ตั้งสติ ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ ก่อนตอบตามความจริง ไม่ต้องรีบร้อน ทางเจ้าหน้าที่เค้าขอดูอะไรก็ให้เค้าดูนะคะ ถ้าโกหก ตอบขัดแย้งกันเอง หรือมีพิรุธ อาจจะโดนเชิญเข้าห้องเย็น เพื่อพูดคุยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมุลดีๆ จาก loft girl 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

แงะดู 11 ความหมายภายในคำว่า “Service Mind” ออกมาดูกัน

การบริการที่ดีและมีคุณภาพ ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจผู้ให้บริการทุกแห่งทุกประเภท ดังนั้นแล้ว บุคลากรที่อยู่ในองค์กรธุรกิจประเภทนี้จึงต้องมีจิตใจที่รักในงานการบริการ หรือมี Service Mind ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่ทำงานบริการทุกคนจึงควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนว่า Service Mind นั้น แท้จริงแล้ว คืออะไรกันแน่?

และในบทความนี้ เราจะมาถอดความหมายคำว่า Service Mind ให้ดูกันแบบชัดๆ ตาม 11 ตัวอักษร มีอะไรบ้าง ดังนี้

S – E – R – V – I – C – E เซอร์วิส => บริการ

  • S (Smile) ยิ้มเข้าไว้ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีๆ เวลาเข้ามารับบริการจากเรา หรือแม้แต่เวลาที่พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เชื่อหรือไม่ว่าลูกค้าสามารถรับรู้ได้อยู่ว่าคุณกำลังยิ้มอยู่ในน้ำเสียงแม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันก็ตาม
  • R (Rapidness) รวดเร็วและมีคุณภาพ ในยุคสมัยที่ทุกอย่างต้องรีบเร่งแข่งขันกัน ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าลูกค้าทุกคนล้วนอยากได้รับการบริการที่รวดเร็วทันใจ เพราะฉะนั้น ใครไวกว่าก็ย่อมได้เปรียบ
  • V (Value) ให้บริการลูกค้าอย่างมีคุณค่า ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจให้มากที่สุด และอยากจะกลับมาใช้บริการอีก รวมถึงกรคิดในเชิงสร้างสรรค์ว่าจะทำอย่างไรให้งานในส่วนของเรานั้นมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • I (Impression) สร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจแรกพบ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจมากที่สุด ดูแลตัวเองทั้งในเรื่องบุคลิกและการแต่งกาย ให้สะอาด สุภาพ ถูกกาลเทศะ และดูดีในภาพรวม เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและจดจำ
  • C (Courtesy) ความสุภาพอ่อนโยนรวมไปถึงอ่อนน้อมถ่อมตน จะทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยรู้สึกประทับใจและพอใจ สำหรับคนไทยแล้วการยกมือไหว้ถือเป็นเป็นมารยาทอันงดงามที่จะทำให้ผู้ใหญ่เกิดความรักใคร่เอ็นดู
  • E (Endurance) ความอดทน นับเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับงานบริการ เพราะลูกค้านั้นก็มีหลากหลายประเภท บางคนอารมณ์ร้อน ขี้โวยวาย แต่เราในฐานะของผู้ให้บริการก็จะต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ และอดทนอดกลั้นเข้าไว้ คนทำงานบริการนั้นจะต้องมีเทคนิคทางจิตวิทยาในการพูดจาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

M – I – N – D มายด์ => จิตใจ

  • M (Make believe) มีความเชื่อ คือเชื่อในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เราเป็นคนทำงานบริการ ก็ควรเชื่อในงานที่ทำ ทำงานอย่างมีความสุขและรักในการให้บริการ เพื่อให้เกิดการบริการที่ดีที่สุด ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด และทำให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเรา
  • I (Insist) ยืนหยัดในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคปัญหามากมายขนาดไหน ก็จงอย่าท้อถอย แม้ว่าลูกค้าจะตำหนิ ต่อว่า หรือดันไปเจอลูกค้าเอาแต่ใจ ก็ต้องอดทน และเก็บคำตำหนิต่อว่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข ใช้เป็นแรงฮึดที่จะก้าวต่อไป ท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จก็จะมาหาเราเอง
  • N (Necessitate) เพราะลูกค้าคือคนสำคัญ คนสำคัญจึงต้องการได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จริงไหม? และการให้ความสำคัญต่อลูกค้าที่ว่านี้เราต้องทำอย่างเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยก ทำให้ลูกค้าทุกคนเป็นคนพิเศษ
  • D (Devote) การอุทิศตนให้กับงานที่ทำ คือการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ สำหรับสายงานบริการนั้นก็คือการมีหัวใจบริการอย่างเต็มที่ และคนที่มีความทุ่มเทตั้งใจเช่นนี้ เชื่อเถอะว่าใครๆ ก็รัก ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือว่าเจ้านาย ก็ตาม

และทั้งหมดนี้ก็คือ 11 คุณสมบัติของ Service Mind ที่เราแงะเอามาให้ดูกัน โดยสรุปแล้ว Service Mind นั้นก็คือ หัวใจของงานบริการที่คนทำงานบริการทุกคนควรมี เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกๆ คน ซึ่งเป็นคนสำคัญสำหรับคุณ ถ้าคุณสามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้อย่างสูงสุดได้แล้วล่ะก็ ลูกค้าคนไหนล่ะที่จะไม่รักคุณ หรือไม่อยากมารับการบริการจากคุณอีกต่อไป จริงไหม?

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

Night Audit (ผู้ตรวจสอบกลางคืน) คือใคร ทำหน้าที่อะไร

Night Auditor หรือ Night Manager เป็นผู้ที่ทำงานในเวลากลางคืน คอยตรวจสอบรายการต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างวันให้มีความถูกต้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมรายงานต่างๆ รวมไปถึงการบริการแขกระหว่างคืน

Night Auditor คือ ผู้ที่ทำงานในโรงแรมตอนกลางคืนเมื่อพนักงานส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว โดยงานของNight Auditorจะควบรวมส่วนงานทั้งสองอย่าง ทั้งด้านบัญชี และการบริการส่วนหน้า โดยหน้าที่หลักคือการปิดยอดต่างๆทางบัญชี ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่พนักงานตอนกลางวันทำเอาไว้ และออกรายงานให้กับแผนกที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถือการตัดสินใจแทน ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม (General Manager) ในการณีที่ต้องมีผู้ตัดสินใจการกระทำการทำงานในรอบดึก

งานของ Night Auditor นั้นมีความรับผิดชอบที่หลากหลายพอสมควร ซึ่งต้องสามารถทำแทนแผนกต่างๆในตอนกลางวันได้เมื่อพนักงานตอนกลางวันกลับบ้านไปแล้ว เช่น การต้อนรับแขกที่เข้าพักตอนกลางคืน งานช่างฉุกเฉิน และตรวจสอบ Transaction ต่าง ๆ ทางบัญชีให้ถูกต้อง

หน้าที่ของ Night Auditor มีอะไรบ้าง?

  • บัญชี การจัดการเงินสดและขั้นตอนการควบคุมเงินสด
  • จัดทำรายงาน House report และการทำรายงานส่วนการจัดการภายในทั้งหมด
  • ตรวจสอบการโพสต์ และการทำธุรกรรมทางการเงินภายในองค์กรว่าครบถ้วนสมบูรณ์และมีความถูกต้องหรือไม่
  • ตรวจสอบยอดตัดบัตรเครดิต
  • ตรวจสอบรายได้ทั้งหมดว่าถูกต้องหรือไม่และทำรายงานส่งต่อไปยังแผนกบัญชีหรือที่เกี่ยวข้องต่อไป
  • การบริการส่วนหน้า (Front Office) โดยให้การต้อนรับแขกของโรงแรมและให้บริการลงทะเบียนเข้าพัก ตลอดจนให้ข้อมูลข่าวสารและอำนวยความสะดวกตลอดการพำนักอยู่ในโรงแรม
  • คอยบริการแขกในตอนกลางคืนกรณีที่มีพนักงานไม่เพียงพอ
  • การชำระเงินของลูกค้า
  • การบันทึกค่าใช้จ่ายไปยังบัญชีของลูกค้า เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าสิ่งบันเทิง รูมเซอร์วิส มินิบาร์ ร้านของที่ระลึก สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านซักรีด ฟังก์ชั่นห้องประชุม
  • ทำตามขั้นตอนต่างๆในการบริการที่โรงแรมกำหนดไว้
  • แก้ปัญหาเบื้องต้นต่างๆให้แก่แขก https://enlistgroup.com/software/cimso/innkeeper/
  • งานแม่บ้านและซ่อมบำรุง
  • ปฏิบัติตามขั้นตอนงานแม่บ้านและซ่อมบำรุงและแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุตอนกลางคืน

งานของ Night Auditor  จะง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นถ้านำ ระบบจัดการดรงแรม CiMSO – INNkeeper เข้ามาใช้งาน ระบบจัดการโรงอรม CiMSO – INNKeeper จะมีคำสั่งพิมพ์รายงานต่าง ๆเกี่ยวกับรายได้ทั้งหมดที่มีการบันทึกไว้โดยพนักงาน Front Cashier (เก็บเงินส่วนหน้า) รายงานรายได้ต่าง ๆ Night Auditor จะนำไปตรวจสอบกับระบบอื่นๆ เช่น BACKoffice ที่เกี่ยวของกับรายได้ต่อไป

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com