หลักการบัญชีคู่ (Double Entry Accounting)

เมื่อคุณมีระบบจัดการร้านค้าหรือระบบจัดการธุรกิจของคุณในส่วนหน้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็น PoS สำหรับร้านอาหาร (RESTauranteur) ระบบจัดการสนามกอล์ฟ (GOLFmanager) หรือแม้กระทั่ง ระบบจัดการโรงแรม (INNKeeper) ระบบสปา (SPAscheduler) ระบบจัดการอีเวนท์ (EVENTmanager) เป็นต้น แน่นอนว่าคุณสามารถรับรู้ว่าคุณมีรายได้เท่าใดต่อวัน จากรายงาน (Daily Transaction) จากเครื่อง PoS หากองค์กรณืของคุณยังสามารถรับรู้รายได้รายจ่ายได้อย่างคร่าวๆ โดยมีคุณเป็นผู้บริหารจัดการเพียงคนเดียว คุณก็อาจจะยังไม่ใส่ใจกับการบันทึกบัญชีมากนัก

แต่เมื่อองค์กรของคุณใหญ่ขึ้น คุณจะมีทางเข้าออกของรายได้หลายช่องทาง เช่น ธุรกิจ Golf Club ส่วนมาก็จะมีตั้งแต่ โรงแรม สนามกอล์ฟ ร้านอาหารและสปา เป็นต้น ระบบบัญชี (BACKoffice) และการลงบัญชีคู่จะเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้น ซึ่งผู้ใช้ระบบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการหรือแผนกบัญชีควรที่จะมีความเข้าใจหลักการบัญชีเบื้องต้น  

หลักการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับและใช้บันทึกรายการกันแพร่หลายที่สุดในประเทศ คือ หลักการบัญชีคู่  (Double Entry Accounting) เพื่อป้องกันปัญหาในการรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางบัญชี และการจัดทำงบการเงิน ซึ่งระบบ CiMSO ERP – BACKoffice ก็รองรับการลงบันทึกบัญชีแบบ “หลักการบัญชีคู่  (Double Entry Accounting)” เช่นเดียวกันครับ

ระบบบัญชีคู่ เป็นวิธีการที่ใช้ปฏิบัติในการลงบัญชีต่างๆ ประกอบด้วย รายการในสมุดรายวันทั่วไป รายการในสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนเอกสารหลักฐาน การบันทึกเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ในการเสนอรายงานทางการเงินได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

โดยหลักการบัญชีคู่ คือ เมื่อมีรายการค้าเกิดขึ้นทุกรายการต้องนำมาบันทึกบัญชีสองด้านเสมอ คือ ด้านเดบิตและด้านเครดิตด้วยจำนวนเงินเท่ากันทั้งสองด้าน แต่จำนวนบัญชีที่ลงนั้นไม่จำเป็นต้องเท่ากัน กล่าวคือ อาจเป็นการเดบิตหนึ่งบัญชี และ เครดิตมากกว่าหนึ่งบัญชีก็ได้ แต่ข้อสำคัญ การบันทึกรายการค้าทุกรายการ จำนวนเงินที่เดบิตทุกบัญชีรวมกันต้องเท่ากับจำนวนเงินที่เครดิตบัญชีทุกบัญชีรวมกัน

การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ของแต่ละหมวดบัญชี มีดังต่อไปนี้

  1. หมวดบัญชีสินทรัพย์ รายการค้าใดที่มีผลทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต ส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้สินทรัพย์ลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเครดิต
  2. หมวดบัญชีหนี้สิน รายการค้าใดที่มีผลทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้นจะบันทึกไว้ทางด้านเครดิต ส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้หนี้สินลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต
  3. หมวดบัญชีทุน รายการค้าใดที่มีผลทำให้ทุนเพิ่มขึ้นจะบันทึกบัญชีไว้ทางด้านเครดิตส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้ทุนลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต
  4. หมวดบัญชีรายได้ ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นจะบันทึกบัญชีด้านเครดิต ถ้ารายได้ลดลงจะบันทึกบัญชี ทางด้านเดบิต
  5. หมวดบัญชีค่าใช้จ่าย ถ้าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจะบันทึกทางด้านเดบิตถ้าค่าใช้จ่ายลดลงจะบันทึกทางด้านเครดิต

การลงบัญชีนอกจากจะทำให้ทราบถึงกำไรขาดทุนของธุรกิจแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายทั้งในแง่ของการยื่นแบบต่อกรมสรรพากรและระเบียบต่างๆ ที่ต้องจัดทำเมื่อดำเนินธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ จึงควรศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชีเพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

และด้วยระบบ CiMSO ERP Software ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการบันทึกบัญชีสำหรับทุกช่องทางของรายได้ที่เข้าองค์กร และทุกช่องทางของรายจ่ายที่ออกจากองค์กร ทำให้ผู้บริหารหรือแผนกบัญชีสามารถทราบ ยอดกำไรขาดทุนได้อย่างเรียลไทม์ด้วยครับ

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

7.1-Ci-Header-BACKoffice_CiMSO

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การขออนุญาตใช้ เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point Of Sale – PoS)

บทความที่แล้ว เราพูดถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB Tax Invoice) กันไปแล้วนะครับ บทความนี้ จะพูดถึง ขั้นตอน วิธีการขออนุญาตใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point Of Sale – PoS) กันครับ

เครื่องบันทึกการเก็บเงิน หรือ PoS เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ช่วยให้ความสะดวกและประโยชน์แก่ผู้ประกอบการในการเก็บเงินจากลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการขายสินค้าในลักษณะปลีก หรือให้บริการในลักษณะรายย่อยแก่คนเป็นจำนวนมาก เช่น ร้านค้าปลีก ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม สนามกอล์ฟ ร้านขายยา สปา ร้านขายเสื้อผ้า เป็นต้น ระบบ PoS นอกจากจะช่วยผู้ประกอบการในเรื่องการขายแล้ว ระบบ PoS ที่เชื่อมต่อกับระบบคลังสินค้าจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการ สต๊อกสินค้า และการจัดซื้อจัดหาสินค้า ไว้มีพร้อมขายให้กับลูกค้าอีกด้วย

สิ่งสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เรื่อง PoS สำหรับการขาย ก็คือ หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค้าเพิ่ม คุณจะต้อง ยื่นคำขออนุญาตใช้เครื่องบันทุกการเก็บเงินต่อสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เสียก่อน จึงจะะสามารถใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) ได้ มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ (ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมุลค่าเพิ่ม สามารถใช้เครื่อง PoS ได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาต)

การยื่น คำขออนุมัติให้ยื่นตามแบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point Of Sale – PoS)

1. ออกแบบและจัดวางเครื่อง PoS หรือ เครื่องบันทึกเงินสด หรือ เครื่องบันทึกการเก็บเงิน หรือ cashier ให้ตรงกับการใช้งานจริง

2. เตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point Of Sale – PoS)

เอกสารประกอบการยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point Of Sale – PoS)

  • แบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ภ.พ.06 ดาวน์โหลด
  • แบบแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.11 ดาวน์โหลด
  • รายละเอียดประเภทของเครื่องบันทึกการเก็บเงินระบุ รายละเอียดรุ่น ยี่ห้อ หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) และจำนวนเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ
  • แผนผังแสดงตำแหน่งการวางเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
  • ในกรณีที่มีการต่อเชื่อมเครื่องบันทึกการเก็บเงินเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น รวมถึงอุปกรณ์เครือข่าย ให้แสดงแผนผังระบบการต่อเชื่อมดังกล่าวด้วย
  • รายละเอียดระบบรักษาความปลอดภัย
  • ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อและตัวอย่างรายงานยอดขายที่ออกจากตัวเครื่อง ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร
  • ตัวอย่างรายงานการขายสินค้าหรือ การให้บริการประจำวันที่ออกด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
  • ตัวอย่างใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร และใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร จากเครื่องบันทึกการเก็บเงินเครื่องเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม สรรพากรอาจเรียกข้อมุลและขอเอกสารเพิ่มเติมจากทางผู้ประกอบการ นะครับ

3. ยื่นเอกสารต่อกรมสรรพากรในท้องที่ที่กิจการตั้งอยู่ (ในกรณีที่บริษัทมีหลายสาขา ให้ยื่นเอกสารต่อกรมสรรพากรในท้องที่ที่กิจการตั้งอยู่) เมื่อยื่นเอกสารครบแล้ว ทางสรรพากรจะพิจารณา ส่งผลและรหัสประจำเครื่องบันทึกการเก็บเงินมาให้ 1 เครื่อง 1 รหัส หากธุรกิจมีหลายสาขา หลายเครื่อง ก็ให้ยื่นขออนุมัติแยกไปตามจำนวนเครื่อง

4. ติดตั้งเลขรหัสประจำเครื่องลัแถบสติ๊กเกอร์ประจำเครื่องบันทึกเงินสด

เมื่อได้เลขรหัสประจำเครื่องบันทึกเงินสดมาแล้ว ให้ระบุเลขรหัสไว้ในจุดต่างๆ ของเอกสารใบกำกับภาษีหรือรายงานอื่นๆ ตามที่กรมสรรพากรกำหนด จากนั้นแจ้งสรรพากรเพื่อมาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจะเข้ามาตรวจสอบและติดแถบสติ๊กเกอร์ประจำเครื่องบันทึกเงินสด

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกเงินสด

  • จะต้องมีสำเนาใบกำกับภาษี ควบคู่ไปกับการออกใบกำกับภาษีเสมอ
  • ในใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกให้ลูกค้า จะต้องมีการระบุคำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” หรือ “TAX INV(ABB)” หรือ “TAX INVOICE(ABB)”
  • จะต้องระบุรหัสเครื่องบันทึกเงินสดที่ได้จากกรมสรรพากรในใบกำกับภาษีอย่างย่อ สำเนาใบกำกับภาษี และในกระดาษต่อเนื่อง
  • เครื่องบันทึกเงินสดจะต้องสามารถออกรายงานสรุปประจำวัน (daily transaction) ได้
  • สำหรับร้านที่มีรายการสินค้าจำนวนมาก และต้องการใช้ “รหัส” แทนสินค้าและบริการนั้นๆ ให้ทำรายการรหัสสินค้าและบริการพร้อมคำอธิบายให้เสร็จก่อนวันเริ่มใช้งานเครื่อง และเก็บข้อมูลนั้นไว้ที่ร้าน
  • ในกรณีที่แถบสติ๊กเกอร์รหัสประจำเครื่องบันทึกเงินสดเสียหาย ให้รีบแจ้งต่อกรมสรรพากรในทันที
  • จะต้องเก็บกระดาษต่อเนื่องที่ระบุรายงานการขายไว้เป็นระยะเวลา 5 ปี โดย 2 ปีแรกเก็บในรูปแบบกระดาษ และหลังจากนั่นสามารถเก็บในรูปแบบข้อมูลที่บันทึกในสื่ออื่นๆ ได้
  • ห้ามเคลื่อนย้าย ทำลาย ขายต่อ หรือใช้เครื่องบันทึกเงินสดที่ไม่เป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้กับกรมสรรพากรตั้งแต่แรก หากจะเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องยื่น ภ.พ.1 ให้กรมสรรพากรล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนดำเนินการ
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่สามารถนำไปคิดเป็นภาษีซื้อได้ ดังนั้นลูกค้าบางรายอาจต้องการใบกำกับภาษีฉบับเต็ม ผู้ประกอบการมีหน้าที่ในการออกใบกำกับภาษีฉบับเต็มเมื่อลูกค้าร้องขอทุกครั้ง

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

5.2-Ci-Header-GOLFmanager-c

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

มารู้จัก ใบกำกับภาษีอย่างย่อ กัน

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice หรือ Abbreviated Tax Invoice – ABB) คือ เอกสารหลักฐานสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องจัดทำและออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในแต่ละครั้ง

ใบกำกับภาษีมีหลายประเภท เช่น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4), ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6) ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9) ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10) เป็นต้น บทความนี้จะพูดถึงใบกำกับภาษีอย่างย่อเท่านั้น

ใครเป็นผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ?

ผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายสินค้าในลักษณะขายปลีกหรือให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก โดยจะต้องมีลักษณะดังนี้

  1. เป็นการขายสินค้าที่ผู้ขายทราบโดยชัดแจ้งว่าเป็นการขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงและได้ขายในปริมาณซึ่งตามปกติวิสัยของผู้บริโภคนั้นจะนำสินค้าไปใช้บริโภค หรือใช้สอยโดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อไป เช่น การขายสินค้าของกิจการแผงลอย กิจการขายของชำ กิจการขายยา กิจการจำหน่ายน้ำมัน และกิจการห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้ เฉพาะในการขายสินค้าที่เป็นไปตามลักษณะและหรือเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น
  2. การให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก เช่น การให้บริการของ*กิจการภัตตาคาร กิจการโรงแรม กิจการซ่อมแซมทุกชนิด กิจการโรงภาพยนตร์ และกิจการสถานบริการน้ำมัน เป็นต้น

*กิจการภัตตาคาร ได้แก่ กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใดๆ รวมทั้งกิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม ทั้งงนี้ ไม่ว่าในหรือนอกสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้

การเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อนั้น หากเข้าลักษณะเป็นกิจการค้าปลีกแล้ว มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลยโดยไม่ต้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร

รายการที่ต้องมีในใบกำกับภาษีอย่างย่อ

เครดิตข้อมูลและภาพ: กรมสรรพากร

  1. มีคำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”
  2. ชื่อ/ชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
  3. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
  4. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
  5. ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการ โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่า ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
  6. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

อย่างไรก็ตาม ใบกำกับภาษีอย่างย่อ  จะไม่สามารถนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำส่ง ภ.พ.30 ได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ จะต้องจัดทำ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป พร้อมทั้งสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้งที่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเรียกร้อง พร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่ได้อยู่ในบังคับที่จะต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน/เครื่องเก็บเงิน แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่ที่ต้องการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ จะต้องยื่นคำขออนุมัติให้ใช้เครื่องเก็บเงินต่ออธิบดีกรมกรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่

ระบบ CiMSO – Hospitality & Business ERP นอกจากมีระบบหน้าบ้านที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น INNKeeper GOLFmanager RESTaurateur EVENTmanager SPAscheduler แล้ว ระบบของเราจะเชื่อมต่อไปยังการจัดการทางด้านบัญชีการเงินที่เรียกว่า ระบบ BACKoffice ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจของคุณได้อย่างเป็นระบบระเบียบ   

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

 

 

7.1-Ci-Header-BACKoffice_CiMSO

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คืออะไรนะ

หากเราเป็นผู้ประกอบการ (บุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคล) ที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (“ผู้ประกอบการจดทะเบียน”) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มายรับเกิน 1.8 ล้านต่อปี เมื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ก็มีหน้าที่ที่จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ และจัดทำรายงาน รวมถึงยื่นแบบแสดงรายการภาษีมุลค่าเพิ่ม จะเห็นได้ว่า “ใบกำกับภาษี (Tax Invoice)” เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น จึงควรที่จะเข้าใจการจัดทำใบกำกับภาษี เพื่อที่จะปฏิบัติได้อย่างถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คืออะไร?

ใบกำกับภาษี หรือ Tax Invoice คือ  เอกสารหลักฐานสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องจัดทำและออกให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้ง

จะต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อใด?

ในการออกใบกำกับภาษี เราจะต้องทราบและรู้จักคำว่า Tax Point หรือ จุดรับรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม  นะครับ ไม่ใช่ว่าเราอยากจะออกใบกำกับภาษีเมื่อใดก็ออกได้นะครับ กฏหมายภาษีอากรกำหนดจุดรับรู้ภาษี (Tax Point) โดยจำแนกจากกำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ดังนี้

  • กรณีขายสินค้า = ต้องจัดทำใบกำกับภาษี พร้อมทั้งส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้าในทันทีที่มีการส่งมอบสินค้า
  • กรณีให้บริการ = ต้องจัดทำใบกำกับภาษี พร้อมทั้งส่งมอบให้แก่ผู้รับบริการในทันที่ที่ ได้รับชำระค่าบริการ

ใบกำกับภาษีมีหลายประเภท เช่น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4), ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6) ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9) ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10) เป็นต้น บทความนี้จะพูดถึงใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบเท่านั้น

ตัวอย่างใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ จะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนตามข้อความสำคัญในใบกำกับภาษี (ม. 86/4) ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ส่วน ดังนี้

  1. มีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
  3. ชื่อ ที่อยุ่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
  5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
  6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
  7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

เครดิตข้อมูลและภาพ: กรมสรรพากร

วิธีในการจัดทำใบกับกับภาษีแบบเต็มรูป

  1. รายการในใบกำกับภาษีให้ทำเป็นภาษาไทย หรือจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษในฉบับเดียวกันก็ได้ ถ้าจะทำเป็นภาษาต่างประเทศอื่นต้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร
  2. หน่วยเงินตราในใบกำกับภาษีต้องเป็นหน่วยเงินตราไทย และใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิค ถ้าจะจัดทำเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ต้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร
  3. ใบกำกับภาษีอาจออกรวมกันสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการหลายอย่างก็ได้
  4. ใบกำกับแบบเต็มรูป ต้องมีรายการครบถ้วน
  5. รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป จะต้องไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการ ขีด ฆ่า ขูด ลบ โดยยางลบ หรือใช้ยาหมึก ตก แต่ง ต่อ เติม หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม

ระบบ CiMSO – Hospitality & Business ERP นอกจากมีระบบหน้าบ้านที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น INNKeeper GOLFmanager RESTaurateur EVENTmanager SPAscheduler แล้ว ระบบของเราจะเชื่อมต่อไปยังการจัดการทางด้านบัญชีการเงินที่เรียกว่า ระบบ BACKoffice ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจของคุณได้อย่างเป็นระบบระเบียบ   

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

7.1-Ci-Header-BACKoffice_CiMSO

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การวางแผนจัดงานเลี้ยง ที่ดี

ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนไทยอย่างเรา คือการจัดเลี้ยง ไม่ว่าจะงานปีใหม่ งานเลี้ยงรับปริญญา งานวันเกิด งาน คริสมาส งานเลี้ยงบริษัท งานหมั้น งานแต่งงาน เป็นต้น ไม่ว่าจะงานไหนๆ ผู้จัดก็มีความกดดันในการจัดงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด การวางแผนจัดงานเลี้ยงที่ดี มีองค์กประกอบสำคัญ ที่สรุปง่ายๆ เป็นหัวข้อ ดังนี้

  1. สถานที่เหมาะสม
  2. การจัดตกแต่งสถานที่
  3. ทำรายการแขก และติดต่อเชิญแขกที่จะมาร่วมงาน
  4. อาหารและเครื่องดื่ม มีคุณภาพ ครบถ้วน เพียงพอ
  5. การเตรียมอุปกรณ์อื่นๆที่เกียวข้องกับธีมงาน

หากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการจัดงานเลี้ยงมาก่อน การเตียมงานเลี้ยง ก็อาจเป็นสิ่งที่วุ่นวาย และพังไม่เป็นท่าได้เหมือนกันนะครับ ไหนจะต้องวิ่งหาสถานที่ จัดทำรายการแขก จัดทำรายการอาหาร เครื่องดื่ม คำนวณปริมาณที่พอเหมาะพอดี เตรียมคิดกิจกรรม จัดหาซื้อของที่จะมาใช้ในการทำกิจกรรม โอ๊ย มากมาย … แล้วจะทันเวลา พร้อมให้แขกที่มาร่วมงานประทับใจหรือไม่ ยิ่งถ้าเป็นงานเลี้ยงที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ จะพังก็ไม่ได้ ผู้ใหญ่คาดหวังความสมบูรณ์แบบ คิดแล้วเครียดไปหมดเลยนะครับ

แต่ทั้งหมดนี้จะไม่ยากเลย หากคุณเลือกทีมผู้ช่วยที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้ช่วยเหล่านี้ คือ ทีมจัดงานเลี้ยงในแต่ละสถานที่ที่คุณเลือกจะจัดงาน หรือผู้รับจัดงานเลี้ยง (Organizer) ที่ดี เพราะองค์กรเหล่านี้ พร้อมที่จะนำเสนอการจัดงานที่มีคุณภาพให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการ แนะนำห้อง (Venue) ที่เหมาะกับธีมงานของคุณ เมนูอาหารที่เฟมาะกับงานและพอดี ช่วยจัดหารสิ่งของเพื่อสนับสนุนกิจกรรม รวมถึงช่วยติดต่อแขกที่จะมาร่วมงาน เป็นต้น ทีมงานคุณภาพเหล่านี้ จะช่วยให้ส่วนหลักๆของคุณไม่พลาด และยังทำให้คุณมีเวลาเหลือพอที่จะจัดหากิจกรรมสนุกๆไว้เล่นร่วมกับแขกที่มางาน ทำให้งานของคุณน่าจดจำ และเป็นที่ประทับใจแขกและผู้หลักผู้ใหญ่ต่อไป

แล้วทำไมทีมผู้ช่วยหรือผู้รับจัดเลี้ยง (Organizer) จึงสามารถบริหารจัดการงานเลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ?

ใช่ครับ นอกจากประสบการณ์ในการจัดงานเลี้ยงที่ผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพมีมากกว่าคุณแล้ว ทีมจัดงานเลี้ยงยังมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ผู้ช่วยที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพ หรือออแกไนเซอร์ (Organizer) จะมีงานพร้อมกัน 4-5 งานต่อวัน ก็ไม่มีปัญหาในการบริหารจัดงานครับ

วันนี้ AEC แนะนำ CiMSO EVENTmanager ผู้ช่วยในการจองห้องจัดเลี้ยงและบริหารจัดการงานเลี้ยง ที่ผู้จัดเลี้ยงมืออาชีพเลือกใช้   

ภาพรวมของระบบ CiMSO EVENTmanager

  • ผู้ใช้สามารถตั้งค่า Event, Task Types พร้อมกับการจอง Venue การบริหารจัดการ Event และการจัดการรายชื่อแขก (Guest List)
  • ตารางแสดงการจอง Event (Event Grid) ที่รวมเข้ากับการจัดการการ Event Booking โดยละเอียด
  • การจัดซื้อและการควบคุมสินค้าคงคลังแบบบูรณาการ และการจัดการ Resource (Rental item management) สำหรับ Event
  • ระบบ CiMSO EVENTmanager เชื่อมต่อกับ AR (debtors) และ loyalty management และ point redemption

สถานที่จัดเลี้ยง (Venue Quotes)

  • ตารางการจองสถานที่ที่มีรหัสสีสำหรับการเลือกสถานที่ที่รวดเร็วและการจองแบบprovision booking
  • สร้าง Event Profiles ซึ่งประกอบไปด้วย guest lists, staff, resources และ task management
  • การตั้งค่าใบเสนอราคา (Event quotes) ซึ่งลิ้งกับการจัด packages และ resources
  • การพิมพ์ใบเสนอราคา ในรูปแบบที่ผู้ใส้สามารถกำหนดค่าได้ พร้อมการส่งอีเมล์ (direct email) และ แฟกซ์

เอกสารการจัดงาน (Function Sheets)

    • การใช้เอกสารการจัดงาน (Function Sheets) ที่ผู้ใช้สามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง ภายใต้อข้อจำกัดของระบบ
    • ฟิลด์การเชื่อมข้อมูลลูกค้า (merge fields) และกระบวนการจัดการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Customer Data Platform (CDP)
    • Function sheet e-filing ซึ่งสามารถเก็บไว้ในระบบไว้อย่างถาวร ลิ้งกับ Client’s profile และเรียกข้อมูลมาใช้ซ้ำในรูปแบบของ template ได้อย่างรวดเร็ว  

การบริหารจัดการงานเลี้ยง (Event Management)

    • จัดการงานและกิจกรรมของพนักงานโดยใช้ตัวจัดการงานและกิจกรรม
    • สร้างรายชื่อแขก ป้ายชื่อ และการจัดสรรที่นั่งได้โดยตรงจาก Event Profile
    • การประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วจากจุดขายหน้าจอสัมผัส (PoS)

การจัดการบิญชี การเงิน (Account Management)

    • ระบบจะเชื่อมกับ การจัดการลูกหนี้ (AR) พร้อมกับ credit limit control, tax invoicing และ statements
    • Integrate กับระบบจัดการที่พัก (INNkeeper) รายชื่อ แขกในโรงแรม สำหรับการเรียกเก็บเงินโดยตรงไปยัง guest folios
    • ประมวลผลการชำระเงินหลายประเภท การแลกคะแนนสะสม และ forex currencies
    • การควบคุมเงินสด (cash Control) และการกระทบยอดที่รวดเร็ว หลายระดับ หลายสกุลเงิน

การจัดการสต๊อกและสินค้าคงคลัง (Inventory/Stock Control)

    • การควบคุมสินค้าคงคลัง (Stock), บริการ, ค่าบริการ, สูตรและรายการวัสดุ (Recipes & BOM)
    • จัดการต้นทุนอาหารที่แม่นยำโดยใช้แพ็คเกจและสูตรอาหารสำหรับจัดเลี้ยงแบบบูรณาการ

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ CiMSO EVENTmanager เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งนี้ <คลิกที่นี่>

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

4.2-Ci-Header-EVENTmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

BEO (Banquet Event Order) หรือ Function sheet คืออะไร?

ผมคิดว่าไม่มีใครในธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง ไม่รู้จักคำว่า BEO หรือ Banquet Event Order หรือที่หลายๆคนเรียกว่า Function Sheet เพราะ BEO คือ เอกสารที่แสดงรายการรายละเอียดที่สำคัญทั้งหมดของงาน  BEO จะรวมการจัดลำดับเหตุการณ์ เช่น วันที่  ลำดับการดำเนินงาน รวมถึง รายการอาหาร ความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้า และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ซึ่ง BEO ที่ดีจะช่วยให้การจัดงานเลี้ยง งานอีเว้นท์ของคุณ ประทับใจลูกค้าและแขก กลับมาใช้บริการของคุณอีกเรื่อยๆ  เรียกได้ว่าการจัดงานเลี้ยงของคุณสมบูรณ์แบบไร้ที่ติแล้วนั่นเอง

สิ่งที่ควรมีใน BEO (Banquet Event Order)  หรือ Function Sheet

BEO ควรให้รายละเอียดทุกอย่างที่จำเป็นในการดำเนินกิจกรรมอย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึง:

  • ข้อมูลติดต่อ
  • สถานที่
  • วันที่จัดงาน
  • ตั้งค่าวันเริ่มต้น/สิ้นสุด
  • จำนวนแขก

นอกจากนั้น รายการต่อไปนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับการสรุปอย่างละเอียด

  1. กำหนดการและลำดับเหตุการณ์
  2. รายการอาหารและเครื่องดื่ม
    • เมนูอาหาร
    • ข้อกังวลด้านอาหาร
    • เวลาให้บริการ (เวลาเสิร์ฟอาหาร)
    • รายละเอียดเครื่องดื่ม
  3. การจัดห้องและแผนผัง
  4. รายการทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่างๆ
  5. ทีมงาน
  6. รายละเอียดที่จอดรถและการขนส่ง
  7. รายละเอียดทางด้านราคา (อาหาร, เครื่องดื่ม, บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง)
  8. ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น ภาษี, ค่ะรรมเนียมการให้บริการ (service charge) เป็นต้น
  9. ลายเซ็นลูกค้า

รูปแบบของ BEO (Banquet Event Order)  หรือ Function Sheet ของแต่ละองค์กร ก็แตกต่างกันไป แม้กระทั่งในองค์กรเดียวกันแต่หัวข้อการจัดงานแตกต่างกัน รูปแบบของ BEO (Banquet Event Order)  หรือ Function Sheet ก็อาจแตกต่างกันด้วย เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิด งานแต่งงาน งานสัมนา เป็นต้น แต่เป้าหมายสำคัญของการใช้ BEO (Banquet Event Order)  หรือ Function Sheet ก็ยังเหมือนกันก็คือ การที่งานสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ถูกต้องตรงตามความต้องการของลูกค้า นั่นเอง

ตัวอย่าง BEO Template (ตัวอย่างทั่วไป ไม่ใช่ฉบับที่ออกจากระบบ CiMSO) 

ในกรณีที่คุณมีคิวการจัดงานเลี้ยงหลายงาน ซึ่งการประสานงานและการทำงานด้วย Excel หรือ doc. เท่านั้นอาจะทำให้งานไม่ราบรื่นและวุ่นวายได้เช่นกัน เนื่องจากการจัดงาน จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือและการอัพเดทหน้าที่ของทีมงานแต่ละแผนก ไม่ว่าจะเป็น แผนกขาย แผนกอาหาร แผนกช่าง แผนกจัดซื้อ แผนกการเงิน เป็นต้น  

โชคดีที่เครื่องมือดีๆ ตั้งแต่การจองห้อง การทำ Function Sheet หรือ BEO  รวมถึงการประสานงาน การอัพเดทหน้าที่ของแต่ละแผนก ซึ่งสามารถรวมการทำงานของทีมงานทั้งหมดไว้ที่หน้าจอ Function Sheet ที่เดียว ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงการดำเนินงานและปรับปรุงประสบการณ์ของแขกได้

วันนี้ AEC Enlist แนะนำ CiMSO EVENTmanager (Event and conference management with venue bookings) เครื่องมือที่จะช่วยให้การจัดงานเลี้ยงของคุณดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่ง CiMSO EVENTmanager มีคุณลักษณะและจุดเด่น ดังนี้

  • ระบบการจองห้อง ในรูปแบบ Grid View ซึ่ง integrate เข้ากับการจัดการจองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Venue, Guest lists, Resources, Tasks, Pre booked Extras ซึ่งทีมงานสามารถเข้ามาอัพเดทงานได้ร่วมกัน
  • คุณสามารถตั้งค่ารูปแบบงาน ชนิดของ task และกำหนดรูปแบบการจัดสถานที่ รวมถึงการทำรายชื่อแขก
  • การจัดซื้อและการควบคุมสินค้าคงคลังแบบบูรณาการด้วยการจัดการรายการเช่า (rental item management) สำหรับงานอีเวนท์
  • ระบบ Integrate กับบัญชีลูกหนี้ (AR – Debtors) พร้อมกับระบบ loyalty management และ points redemption

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ CiMSO EVENTmanager เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งนี้ <คลิกที่นี่>

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

4.2-Ci-Header-EVENTmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบจัดการ การจัดเลี้ยง (Catering / Banqueting) – CiMSO EVENT Management Software

การบริการจัดเลี้ยง (Catering / Banqueting) เป็นการให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เน้นการให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการในการจัดเลี้ยงอาหารที่แตกต่างกัน ได้แก่ การจัดเลี้ยงรับรอง การจัดเลี้ยงตามโอกาส/เทศกาล การจัดงานสัมนา การจัดปาร์ตี้บริษัท การจัดเลี้ยงบริษัท หรือแม้กระทั่งการจัดงานอีเว้นท์

การจัดงานเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการจัด catering หรือ Banqueting ที่ดีนั้น ผู้จัดงานควรจะต้องวางแผนรับมือและเตรียมการให้พร้อม เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการการจัดงานเลี้ยงอยู่เรื่อยๆ

หากผู้จัดเลี้ยง เลือกใช้ระบบหรือ Software ที่ช่วยให้การวางแผนการจัดงานเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Catering หรือ Banqueting ดำเนินไปได้อย่างมีระบบระเบียบ พร้อมตั้งแต่การจองห้องจัดเลี้ยง การจัดซื้ออาหารและอุปกร์ต่างๆ การบริหารจัดการอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลี้ยง (โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์อื่นๆ) การติดต่อลูกค้า การออกเอกสารการจัดงาน (BEO – Banquet Event Order) เป็นต้น ย่อมช่วยให้การจัดงานเลี้ยงของคุณง่ายขึ้นและลดความผิดพลาดต่างๆที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการประสานงานได้อีกด้วย

บทความนี้ จะพูดถึงรูปแบบของ การจัดเลี้ยงและแนะนำระบบที่ช่วยผู้จัดเลี้ยงให้ดำเนินการจัดงานเลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การจัดเลี้ยง แบบ Catering หมายถึงการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า ณ สถานที่จัดเลี้ยง ในเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์โดยสาร เรือสําราญ หรือการเดินทางในรูปแบบใด ๆ ที่ทําให้ผู้ใช้บริการเกิดความประทับใจ

การจัดเลี้ยง แบบ Banquet หมายถึงการจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มในเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งเน้นการให้บริการอาหารมื้อหลัก มีรูปแบบการจัดงานที่ค่อนข้างเป็นพิธีการ

รูปแบบการจัดเลี้ยง สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบแตกต่างกันตามรูปแบบความต้องการของลูกค้าและการให้บริการของผู้จัดเลี้ยง เช่น แบ่งตามประเภทของสถานที่ ประเภทของธุรกิจ แบ่งตามประเภทของอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น อย่างไรก็ตามในที่นี้ ผมแบ่งประเภทของการจัดเลี้ยงตามประเพณี แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. การเลี้ยงอาหารแบบไทย
  2. การเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน
  3. การเลี้ยงอาหารแบบตะวันตก

ซึ่งรูปแบบในการจัดเลี้ยงอาหารของแต่ละงานเลี้ยงสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น

  • การจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet)
  • การจัดเลี้ยงอาหารแบบค็อกเทล (The Cocktail Party)

ขั้นตอนทั่วไปของการจัดงานเลี้ยง

  1. การคุยรายละเอียดงานจากลูกค้า
  2. การเสนอราคา (Proposal)
  3. ลูกค้ายืนยันการจัดงาน (Letter of Agreement)
  4. การออกใบแจ้งหนี้ และการเรียกเก็บมัดจํา (Invoice & Deposit)
  5. การสอบถามรายละเอียดของการจัดสถานที่ (Banquet Sales Lead)
  6. การออกเอกสารการจัดงาน (BEO – banquet event order หรือ Function Sheet)
  7. ก่อนถึงวันงาน
  8. การจัดงาน
  9. หลังจบงานจัดเลี้ยง

หากคุณต้องการ ระบบ หรือ ซอฟต์แวร์ ที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการงานจัดเลี้ยง ที่จะช่วยให้คุณดำเนินการจัดเลี้ยงได้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีประสิทธิภาพ รองรับการทำงานของทั้งองค์กร ตั้งแต่การจัดการฐานข้อมูลลูกค้า การขาย การสั่งซื้อสินค้า การจัดการสต๊อกสินค้า การเปิดใบแจ้งหนี้ ทำบัญชี รวมถึงระบบ function Sheet เราแนะนำ  CiMSO EVENT Management Software ระบบบริหารงานห้องจัดเลี้ยงสัมมนา การจัดงานอีเว้นท์ สำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์ประชุม หรือผู้ให้บริการจัดเลี้ยง ที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างครบถ้วน

  • โปรไฟล์สถานที่จัดงานพร้อมการกำหนดที่นั่งและโต๊ะ (Event venue profile with seating and table configuration)
  • ตารางการจองกิจกรรมที่มีสถานะรหัสสี (Event bookings grid with colour coded statuses)
  • อัตราสถานที่และแพคเกจกิจกรรมรวมกับระบบออกใบเสนอราคา (Venue rates and event packages integrated to quote system)
  • รูปแบบแผ่นฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้สามารถกำหนดได้อย่างไม่จำกัด (Unlimited, User defined function sheet formats)
  • การสื่อสารและการติดตามเอกสาร (Communication and document tracking)
  • ระบบขายหน้าจอสัมผัสมือถือสำหรับการทำธุรกรรม (Mobile touch screen point of sale system for transaction processing)
  • ออกใบแจ้งหนี้อย่างรวดเร็วด้วยใบแจ้งหนี้ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ (Fast invoicing to flexible invoice layout)

คุณสมบัติเพิ่มเติม:

  • ฟังก์ชั่นออกใบแจ้งหนี้ – ใบเสร็จ Services and Charges (non-stock item) billing (see BACKoffice accounting)
  • เครื่องมือการรายงานแบบรวมให้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายได้การจัดเลี้ยง การวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด ข้อมูลลูกค้า – report
  • ระบบจัดการเอกสาร Document filing and management system (see DOCmanager)

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ CiMSO ERP Software และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

 

 

4.2-Ci-Header-EVENTmanager

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การนำระบบ ERP มาใช้หลังโควิด-19

การเลือกใช้ระบบ ERP Software อาจจะมีความยากเย็นในขั้นตอน Implement และ change management ซึ่งก่อนหน้านี้หลายองค์กรอาจประสบปัญหานี้มาแล้วทำให้การ Implement ระบบ ERP Software ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนมากจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานให้เข้ากับระบบและเรื่องเอกสาร ทำให้ ERP ก่อนโควิด-19 ได้ใช้บ้างในบางแผนกและบางแผนกยังคงทำงานแบบเดิมๆ แต่หลังโควิด-19 คุณอาจจะต้องทบทวนและแก้ไข เลือกใช้ระบบ ERP Software ทั้งระบบ ด้วยเหตุผลและปัจจัยหลายประการ เช่น ความต้องการในการใช้คนที่น้อยลง การwork from home นอกจากนั้น การนำผู้คนจำนวนมากจากภายนอกเข้ามา แม้ว่าจะเป็ฯตำแหน่งที่ปรึกษา ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป

เช่นเดียวกัน การ Implement ระบบ ERP ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทีมงานจำนวนมากอีกต่อไป และไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปที่สถานที่ของลูกค้าทุกครั้ง แต่ ทีม Implementor สามารถทำงานผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็ฯการประชุมหารือ ผ่าน google meet, zoom เป็นต้น หรือการใช้ Anydesk ในการตั้งค่า server ให้กับลูกค้า

ขั้นตอนการทำงานของทีม Implement ระบบ ERP Software หลังโควิด-19 มีแนวทางดังต่อไปนี้

  1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า
  2. การออกแบบระบบโครงสร้างของธุรกิจลูกค้า
  3. Proof of concept (PoC) และการนำเสนอ
  4. การ ฉนืดรเพฟะรนื และสร้างระบบ
  5. การทดสอบระบบ
  6. การฝึกอบรมระบบให้กับลูกค้า
  7. Go-live หรือ การส่งมอบงาน  

นี่คือหลายสิ่งที่องค์กรที่ต้องการปรับปรุงระบบเป็น ERP จะต้องพิจารณา และยิ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ที่ปรึกษาภายนอกเข้าในสถานที่ทำงานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

  1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า

เพื่อให้ที่ปรึกษาทำงานได้ดีที่สุด ที่ปรึกษาจำเป็นต้องเข้าใจวิธีการทำงานของลูกค้า ตามหลักการแล้ว หมายความว่าพวกเขาใช้เวลาอยู่ที่ไซต์งาน พูดคุยกับผู้คนที่พวกเขาจะทำงานด้วย ทำความเข้าใจวิธีทำงานของพวกเขา และทำความเข้าใจลำดับความสำคัญและข้อกังวลของพวกเขา แต่หลังโควิด-19 เวลาที่ที่ปรึกษาจะเข้าไปในสถานที่สามารถลดลงได้ด้วยการประชุมเสมือนจริง โดยใช้ skype, google meet, zoom เป็นต้น โดยทีมของลูกค้าสามารถจัดเตรียมเอกสารสรุปที่จำเป็นให้กับที่ปรึกษา และที่ปรึกษาก็ควรมีเอกสารข้อกำหนดที่ดี ซึ่งเป็นเอกสารที่ควบคุมการทำงานหรือการ implement ระบบที่ดี โดยเอกสารที่ดีจะช่วยวางกรอบให้การ implement ประสบความสำเร็จและยังช่วยลดความเสี่ยงของความเข้าใจผิดเมื่อออกแบบและกำหนดค่าระบบ (Configuration)

  1. การออกแบบระบบโครงสร้างของธุรกิจลูกค้า

ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่ใช้เอกสารเป็นตัวกำหนดเป็นหลัก โดยมีองค์ประกอบด้านเอกสารเป็นผังงานและการเขียนโครงร่างขั้นตอนการทำงาน สิ่งนี้จะขึ้นอยู่กับขั้นตอนก่อนหน้านี้ และการชี้แจงที่จำเป็นสามารถแก้ไขได้ง่ายผ่านการประชุมเสมือนจริง

  1. การออกแบบระบบ Proof of concept (PoC) และการนำเสนอ

เมื่อที่ปรึกษาได้รวบรวมข้อมูลที่เพียงพอและได้รับข้อมูลตัวอย่างแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องอยู่ในสถานที่ในระหว่างขั้นตอนการสร้าง แม้จะมีคำถามและรายการที่ต้องชี้แจงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โดยทั่วไปสามารถจัดการได้ทางอีเมลหรือโดยการประชุมเสมือนจริง

  1. การกำหนดค่าระบบ (Configuration) และสร้างระบบ

เมื่อการออกแบบระบบโดยรวมตกลงกันระหว่างที่ปรึกษาและลูกค้าแล้ว  กระบวนการกำหนดค่าระบบสามารถเริ่มต้นได้ และสำหรับทุกสิ่งที่สามารถทำได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินการแก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพใดๆ การคัดลอกข้อมุลบางส่วนจากระบบเดิม เป็นต้น  หากบริษัทมีสถานที่ปฏิบัติงานหลายแห่ง คุณจะพบว่าสามารถแบ่งปันปริมาณงานกับทุกแห่งเพื่อให้ผู้ใช้สร้างประสบการณ์ในการป้อนลูกค้า ซัพพลายเออร์ ผลิตภัณฑ์และข้อมูลการผลิต ฯลฯ และแน่นอนว่านี่เป็นกิจกรรมที่ผู้คนสามารถทำงานได้จากที่บ้านหลังการฝึกขั้นพื้นฐาน

  1. การทดสอบระบบ

การทดสอบระบบมีสองขั้นตอน ครั้งแรกดำเนินการโดยที่ปรึกษาที่สร้างระบบเพื่อยืนยันว่าได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ และครั้งที่สองดำเนินการโดยทีมงานโครงการภายในของบริษัทเพื่อยืนยันว่าได้ทำในสิ่งที่บริษัทต้องการและต้องการ ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้ทีมงานเขียนบันทึกการฝึกอบรมและขั้นตอนต่างๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ อาจเป็นไปได้ที่จะรวมสองขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกัน แต่นั่นอาจทำให้ต้องมีที่ปรึกษา ERPในสถานที่หรือส่งทีมของลูกค้าไปยังสำนักงานของซัพพลายเออร์

  1. การฝึกอบรมระบบให้กับผู้ใช้ (End-User)

เมื่อการทดสอบระบบเสร็จสิ้น การฝึกอบรมผู้ใช้ (End-User) ก็สามารเริ่มต้นได้ การดำเนินการนี้สามารถทำได้จากระยะไกลแต่ต้องมีการวางแผนและจัดการอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่ได้รับการฝึกอบรมสามารถซึมซับการฝึกอบรมนั้นได้สำเร็จ ในจุดนี้ การพิมพ์สำเนาบันทึกการฝึกอบรมและขั้นตอนที่ได้จากขั้นตอนการทดสอบระบบ เป็นสิ่งที่สำคัญและจะช่วยให้ทีมงานของลูกค้าสามารถใช้ระบบได้คล่องขึ้น นอกจากนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้า เลือกที่จะฝึกอบรม ‘ผู้ใช้ระดับหัวหน้างาน’ ของแผนกจำนวนหนึ่งและให้พวกเขาส่งต่อความรู้นั้นภายในกลุ่มของตนเองที่เล็กกว่า

  1. Go-live หรือ การส่งมอบงาน

เมื่อผ่านขั้นตอนการฝึกอบรมระบบให้กับผู้ใช้ (End-User) แล้ว แปลว่า ผู้คน ข้อมูล ขั้นตอน และระบบจะใช้งานได้จริง แต่ไม่ว่าระบบจะได้รับการทดสอบดีเพียงใด ไม่ว่าผู้คนจะได้รับการฝึกฝนมาดีเพียงใด สิ่งต่างๆ ก็จะผิดพลาดได้ เพราะคนเหล่านี้จะทำผิดพลาดโดยขาดประสบการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทต้องการที่ปรึกษาจำนวนมากที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ณ สถานที่จริง แต่หลังโควิด-19 ที่ปรึกษาเหล่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในสถานที่จริง เพียงแต่จำเป็นต้องสามารถเข้าสู่ระบบจากระยะไกลเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้และsupport ได้ทันที

 

หากคุณต้องการที่ปรึกษาระบบ ERP และระบบ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality (สนามกอล์ฟ ที่พัก อีเวนท์ ร้านอาหาร ครัวกลาง สปา และกิจกรรมอื่น) สามารถติดต่อ CiMSO ERP Software เพื่อทำ short demo (free, via online) ได้ที่ 02-3924186 หรือ cimso@aecenlist.com  

 

7.1-Ci-Header-BACKoffice_CiMSO

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

ระบบ CiMSO ERP Software กับ การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบ Periodic และ Perpetual

CiMSO ERP Software เข้าใจถึงระบบและขั้นตอนการทำธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี ระบบของเรานอกจากจะมีฟังก์ชั่นหลากหลายเหมาะกับธุรกิจของลูกค้า เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรม ร้านอาหาร สปอร์ตคลับ และ ธุรกิจรีเทล เรายังเข้าใจว่าระบบบัญชีมีบทบาทสำคัญต่อทุกๆกิจการ ระบบ BACKoffice ของ CiMSO software ช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้รับผิดชอบงานบัญชีขององค์กรไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป เพราะนอกจากข้อมูลจะไหลเวียนอย่างเรียลไทม์ ชัดเจน โปร่งใส แล้วการลงบัญชี เพื่อออกงบการเงินก็ทำได้อย่างถูกต้องด้วย ซึ่งการออกงบการเงินประกอบด้วย 5 งบที่สำคัญ

  1. งบแสดงสถานะการเงิน (Statement of Financial Position)
  2. งบแสดงสถานะการเงิน (Statement of Financial Position)
  3. งบแสดงการเปลี่ยนในส่วนของเจ้าของ (Statement of Changes in Owner’s Equity)
  4. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
  5. หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Note to Financial Statement)

ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงิน ที่ออกจากระบบ CiMSO ERP Software เป็นข้อมุลที่หน่วยงาน/แผนกต่างๆขององค์กรสามารถนำไปใช้วิเคราะห์หรือใช้งานได้ เช่น ฝ่ายบริหารนำข้อมุลไปใช้ในการบริหารองค์กร ฝ่ายการเงินนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์สภาพคล่องของกิจการ

การบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง นอกจากการดูยอดซื้อ-ขายสินค้าแล้ว ในการทำธุรกิจ การซื้อสินค้า/วัตถุดิบมาเพื่อขายให้เพียงพอ การควบคุมต้นทุน และการสำรองสินค้าไว้เพื่อให้สินค้ามีพร้อมขายอยู่ตลอดเวลา เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติมโตขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อถึงวันสิ้นงวด แผนกบัญชีจึงต้องมีการตรวจนับสินค้าและตีราคาว่า สินค้าคงเหลือมีมูลค่าอยู่เป็นจำนวนเงินเท่าใด เพื่อใช้บันทึกเป็น “สินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี หรือสินค้าคงเหลือปลายงวด” และนำไปแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุล

บทความนี้จะแนะนำ วิธีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ 2 แบบ คือ แบบ Periodic และ Perpetual

1. การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นงวด (Periodic Inventory System : พีริออดิก อินเวนทอรี ซิสเทิม)

วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นงวดนี้ เป็นการทำการตรวจนับและตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ต้องการทราบยอดคงเหลือ และถ้าต้องการทราบต้นทุนขายต้องทำการคำนวณเท่านั้น เนื่องจาก เป็นการบันทึกบัญชี โดยที่จะไม่มีการบันทึก “บัญชีสินค้าคงเหลือ” ในระหว่างงวด ดังนั้นยอดคงเหลือบัญชีสินค้าคงเหลือจะเป็นยอด ณ วันต้นงวด และจะไม่บันทึกต้นทุนขายในทุกครั้งที่ขาย

วิธีนี้เหมาะสำหรับกิจการที่มีสินค้าในปริมาณมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือธุรกิจรีเทลล์ ข้อดีของวิธีนี้คือ การบันทึกบัญชีทำได้ง่ายและประหยัดเวลา ข้อเสียคือ ไม่สามารถทราบยอดคงเหลือของสินค้าได้ทันทีที่ต้องการ

2. การบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory System : เพอเพชชวล อินเวนทอรี ซิสเทิม)

วิธีนี้จะมีบัญชี “สินค้าคงเหลือ” ไว้เพื่อบันทึกความเคลื่อนไหวของสินค้าที่เกิดขึ้นตลอดการดำเนินงาน โดยใช้บันทึกมูลค่าของสินค้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย ส่งคืนและรับคืน ดังนั้นจึงทำให้ทราบยอดคงเหลือของสินค้าได้ตลอดเวลา วิธีนี้เหมาะสำหรับกิจการที่ขายสินค้าราคาแพงหรือสินค้าจำนวนไม่มาก ข้อดีของวิธีนี้คือ ทำให้ทรายยอดคงเหลือของสินค้าได้ตลอดเวลา ข้อเสียคือ ต้องบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของสินค้า ทำให้มีการบันทึกบัญชีค่อนข้างมาก

การใช้วิธีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละกิจการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการบันทึกบัญชี CiMSO ERP Software ของเราตอบโจทย์การบันทึกบัญชีของลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกวิธีการบันทึกบัญชีแบบ Periodic และ Perpetual ระบบเราก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ในส่วนของการคำนวณราคาทุนของสินค้าคงเหลือ ระบบ CiMSO ERP Software เราใช้ได้ทั้งวิธีถัวเฉลี่ยน้ำหนัก (Weighted Average Method) และ วิธีถัวเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ (Moving Average Method)

  • วิธีถัวเฉลี่ยน้ำหนัก (Weighted Average Method) เป็นวิธีที่ถือว่าราคาทุนถัวเฉลี่ยของสินค้าต่อหน่วยเป็นจำนวนเงินของสินค้าที่ไว้ขายทั้งสิ้นซึ่งยกมาจากต้นงวด บวก สินค้าที่ซื้อมาระหว่างงวด หารด้วยจำนวนหน่วยของสินค้าที่มีไว้ขายทั้งสิ้น จำนวนเงินของสินค้าคงเหลือคำนวณได้โดยนำจำนวนสินค้าที่เหลือคูณกับราคาทุนถัวเฉลี่ยต่อหน่วย ซึ่งวิธีที่ใช้ได้เฉพาะกับกิจการที่บันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method เท่านั้
  • วิธีถัวเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ (Moving Average Method) จะใช้กับการบันทึกบัญชีสินค้าแบบ Perpetual Inventory Method ซึ่งเป็นการคำนวณราคาทุนของสินค้าต่อหน่วยทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าเข้ามา ต้นทุนของสินค้าที่ขายจะใช้ราคาทุนต่อหนวย ซึ่งคำนวณไว้ในครั้งสุดท้ายก่อนการขายนั้น อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัด

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบ CiMSO ERP Software และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การเลือกใช้ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟและคันทรีคลับ

การเลือกซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟและคันทรีคลับที่ดีที่สุดไม่ใช่เรื่องง่าย ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกซอฟต์แวร์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ Club Manager และคณะกรรมการสมาชิกของคันทรีคลับ  ในบทความนี้ผมจะพูดถึงคุณลักษณะ 8 ประการที่ควรพิจารณาเมื่อทำการตัดสินใจที่สำคัญนี้

ต่อไปนี้เป็นคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ 8 ประการที่ควรทราบเมื่อทำการเลือกซื้อซอร์ฟแวร์:

  1. ระบบลูกค้าสัมพันธ์ CRM(Customer Relationship Management)

ระบบลูกค้าสัมพันธ์ หรือ CRM เป็นศูนย์กลางของโซลูชั่นซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟและคันทรีคลับ ข้อมุลนักกอล์ฟและสมาชิกจะถูกบันทึกไว้ในระบบ CRM ซึ่งสามารถติดตามและใช้สำหรับการสื่อสาร รวมถึงการนำเสนอบริการพิเศษและการเรียกเก็บเงินซึ่งต้องพึ่งพาระบบ CRM

นอกจากนั้น ระบบ CRM บางระบบยังอนุญาตให้มีฟังก์ชันการตลาดในตัว คุณลักษณะนี้ช่วยให้สมาชิกและผู้มีโอกาสเป็นสมาชิกได้รับแจ้งเหตุการณ์ การแข่งขัน และข้อมูลทั่วไป นอกจากนี้ CRM ที่ดีจะรวมทั้งการระบุลูกค้าและสมาชิกด้วยสถานะโปรไฟล์ ดังเช่น CiMSO CLIENTmanager เป็นต้น

  1. Golf Tee Sheet และ Pro Shop PoS

ซอฟต์แวร์การจัดการสนามกอล์ฟจะต้องสามารถบริหารจัดการได้หลายสนามพร้อมๆกัน ด้วยระบบ Tee Sheet ที่ยืดหยุ่น ระบบการจองรอบและสนามแบบออนไลน์และระบบยืนยันการจองเป็นสิ่งที่สมาชิกคาดหวังว่าสนามกอล์ฟควรจะมี ค่าธรรมเนียมต่างๆควระสามารถโชว์ได้ออย่างอัตโนมัติขึ้นอยู่กับสถานะของสมาชิกของนักกอล์ฟ การเก็บค่าบริการและการออกใบเสร็จควรจะรวดเร็วอละมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นใบเสร็จและการคิดค่าใช้จ่ายของการขายสินค้าใน Pro Shop และการจองรอบควรจะสามารถออกมาในบิลใบเดียวกันได้ด้วยระบบ Pro Shop PoS

  1. การจองสนามกอล์ฟออนไลน์ (Online Golf booking)

สามาชิกของสนามกอล์ฟและผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกควรสามารถใช้ระบบการจองรอบ และเวลา tee-off ผ่านทางอุปกรณ์มือถือของตัวเอง  คุณสมบัติของการจองออนไลน์ที่รวมเข้ากับตารางการจองกอล์ฟอย่างสมบูรณ์ จะช่วยหลีกเลี่ยงความสับสนและการจองซ้ำซ้อนกับสมาชิกและนักกอล์ฟที่ไม่ใช่สมาชิก นอกจากนั้นซอฟต์แวร์การจัดการคลับควรมีตัวเลือกสำหรับการชำระเงินออนไลน์ในกรณีที่จำเป็น

  1. ระบบร้านอาหารและบาร์ (Restaurant and Bar POS integration)

จุดขายหน้าจอสัมผัส (POS) ในร้านอาหารและบาร์จำเป็นต้องทำธุรกรรมอย่างรวดเร็วด้วยการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ POS ควรอนุญาตจากตัวเลือกอาหารอย่างรวดเร็วไปจนถึงบริการจัดส่งตามที่นั่ง การกำหนดเส้นทางการสั่งซื้อและการพิมพ์สลิปไปยังจุดเตรียมอาหารถือเป็นคุณสมบัติที่ระบบRESTAUrateur ต้องมี ในทำนองเดียวกัน บิลแยกตามรายการต่อนักกอล์ฟเป็นคุณลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับสนามกอล์ฟ/คันทรี่คลับ ระบบ POS สำหรับร้านอาหารและบาร์ จำเป็นต้องผสานรวมกับระบบการจัดการสต็อก หรือ STOCKmanager ของคุณอย่างราบรื่น เพื่อการตัดสต๊อกสินค้าและการจัดการคลังสินค้าอย่างสมบูรณ์

  1. ระบบจัดซื้อและคลังสินค้า (Stock and Procurement)

โซลูชันการจัดการสต็อกจำเป็นต้องควบคุมผลิตภัณฑ์ ค่าใช้จ่าย และสูตรอาหารทั้งหมดที่ห้องครัว ร้านอาหาร บาร์ และร้านมืออาชีพ การระบุบาร์โค้ดด้วยการออกแบบและการพิมพ์ฉลากจะช่วยให้การประมวลผลรวดเร็ว การประมวลผลสูตรอาหารและเครื่องดื่มพร้อมการคิดต้นทุนสินค้าตามเวลาจริงจะช่วยให้สามารถหักสต็อคต่อมื้อหรือเครื่องดื่มได้ นอกจากนี้ ระบบควรอนุญาตการจัดซื้อทั้งหมดด้วยตัวเลือกการอนุญาต (preset) หลายระดับ

  1. ระบบสมาชิก (Membership management)

ค่าสมาชิกสนามกอล์ฟ ค่าสมาชิคคลับ ถือเป็นรายได้ที่สำคัญและจุดที่จะต้องให้บริการลูกค้าที่สำคัญที่สุดของสนามกอล์ฟและคันทรี่คลับ ระบบควรอนุญาตให้มีการจัดการทั้งสมาชิกหลักและผู้อยู่ในความอุปการะของสมาชิก แน่นอน CiMSO CLUBmanager สามารถกำหนดประเภทสมาชิกภาพและมีตัวเลือกในการใช้คะแนนสะสมเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายของสมาชิก นอกเหนือจากการจัดการสมาชิกภาพที่มีประสิทธิภาพแล้ว การจัดการทางการเงินและการบัญชีในระบบ CLUBmanager จะผสานรวมเข้าด้วยกันซึ่งมีความสำคัญต่อการทำธุรกรรม และการตั้งข้อยกเว้นด้านการเรียกเก็บเงินแบบ mass billing หากคุณเลือกใช้ CiMSO CLUBmanager คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงการออกใบแจ้งหนี้นอกระบบซึ่งเสี่ยงต่อการผิดพลาดได้โดยใช้ระบบบัญชีแบบครบวงจรของเรา

  1. ระบบบัญชี (Accounting)

ระบบจัดการสนามกอล์ฟและคันทรี่คลับนอกจากจะให้ความสะดวกสบายกับแผนกดูแลสมาชิก ร้านอาหาร การจองและการจ่ายเงินที่Pro Shop แล้ว ระบบยังช่วยให้แผนกบัญชีได้รับรู้รายได้อย่างเรียลไทม์ ออกเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ครบถ้วน รวมถึงสามารถนำข้อมูลต่างๆไป Analysis เพื่อทำการตลาดต่อไปได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

  1. การให้บริการหลังการขาย (Support)

การให้บริการหลังการขายในทุกๆด้านสำหรับซอฟต์แวร์บริหารจัดการสนามกอล์ฟและคันทรี่คลับเป็นสิ่งที่มีความหมายมากกับพนักงานของลูกค้า ผลลัพธ์จะไหลผ่านไปยังตัวสมาชิกเองในที่สุด แม้ว่าสโมสรอาจไม่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่คุณจะต้องมีผู้ให้บริการระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี นอกจากนี้ เรายังใช้ เครื่องมือเดสก์ท็อประยะไกล เช่นAnydesk เพื่อให้บริการและแก้ปัญหาความท้าทายที่พนักงานกำลังประสบอยู่และช่วยแก้ปัญหาในทันที 

  1. การเชื่อมต่อระบบ อิทริเกรทระบบอย่างครบวงจร

สุดท้าย ซอฟต์แวร์การจัดการกอล์ฟและคลับของคุณต้องเป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการอย่างสมบูรณ์ ในที่สุดสมาชิกและพนักงานจะได้รับประโยชน์จากโซลูชันที่ผสานรวมอย่างลงตัว ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ต่อสโมสรในการใช้ซอฟต์แวร์ที่สอดคล้องกับกฎการจัดการคุณภาพ ISO90003 นอกจากนี้ ประโยชน์ของการใช้วิธีการจัดการโครงการ PRINCE II จะส่งผลให้มีการติดตั้งและการสนับสนุนที่มีการจัดการเป็นอย่างดี  สุดท้ายนี้ การฝึกอบรมและการรับรองตามหลักสูตรจะต้องรวมอยู่ในกลยุทธ์การให้บริการและค่าใช้จ่าย

หากคุณสนใจ เกี่ยวกับระบบสนามกอล์ฟ หรือคันทรี่คลับ ของ CiMSO และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหากคุณต้องการนัดทำ short demo (ฟรี) กรุณาติดต่อ cimso@aecenlist.com หรือ 02-3924186 หรือ LINE ID: @cimsothai

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com