Hotel Management Software (โฮเต็ล เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คืออะไร

Hotel Management Software (โฮเต็ล เมเนจเม็นท์ ซอฟต์แวร์) คือ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการงานในโรงแรมทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน ควบคุมได้ง่ายขึ้นทั้งด้านการจัดการภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารส่วนหน้า (Front Office) ระบบจองห้องพัก (Booking & Interfaces) ระบบแม่บ้าน (Housekeeping) การรับชำระเงิน (payment channel) และระบบบัญชี (Accounting) รวมถึงในการจัดการส่วนของลูกค้า (Client Manager) หรือการทำการตลาด CRM (ซีอาร์เอ็ม)

หากคุณเป็นผู้บริหาร/เจ้าของโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท และร้านอาหาร หรือคุณอยู่ในตำแหน่งที่จะต้องให้บริการและเพิ่มฐานลูกค้าให้กับองค์กรเหล่านั้น คุณย่อมเข้าใจดีว่าสำหรับงานบริการแล้วการดูแลลูกค้าเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นซอฟต์แวร์บริหารจัดการโรงแรมที่มีคุณภาพ คลอบคลุมการบริหารงานในทุกแผนกจะช่วยลดปัญหาข้อผิดพลาดต่าง ๆ ตั้งแต่ การจองที่พัก การชำระเงิน การเช็คอิน การบัญชี ได้ นอกจากนี้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการโรงแรมที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการร้านอาหาร สปา และ บริการอื่น ๆ ของทางโรงแรม  รวมถึงมีรายงานที่สามารถให้ข้อมูลเรียลไทม์แก่ผู้บริหาร  ทั้งยังมีทั้งโซลูชั่น Private Cloud จึงหมดปัญหาด้านข้อมูลสูญหาย

การนำซอฟต์แวร์ที่มีความเสถียนและมีฟังก์ชั่นคลอบคลุมทุกบริการ รวมถึงรองรับการเติบโตเข้ามาใช้ในธุรกิจโรงแรม ไม่เพียงแต่ทำให้สะดวกแล้วยังลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นได้อย่างมาก

การนำซอฟต์แวร์เข้าไปใช้ในการบริหารงานโรงแรมเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารโรงแรม ที่พัก ยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กหรือโรงแรมขนาดใหญ่ เพราะการบริหารงานโรงแรม ที่พัก มีข้อมูลและส่วนงานต่าง ๆ ที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันและเป็นงานด้านบริการ การลดปัญหาด้านความผิดพลาดเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทีดี และการสร้างฐานลูกค้าด้วย Royalty Program เป็นอีกหนึงในวีการทำการตลาดที่ดีขององค์กร

สำหรับการเลือกใช้ซอฟต์แวร์จัดการงานด้านโรงแรมจึงจำเป็นอย่างมากที่ผู้บริหารจะต้องคำนึงถึงความคุ้มทุนในระยะยาว มากกว่าการทดลองใช้ซอฟต์แวร์ฟรีหรือทดลองใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่รองรับการขยายตัวขององค์กร เพราะการเปลี่ยนซอฟต์แวร์การโอนถ่ายข้อมูลและการเรียนรู้ซอฟต์แวร์ใหม่เรื่อย ๆ ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับองค์กรที่ตั้งเป้าว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคต

ฟังก์ชั่น (Module) อะไรที่ระบบบริหารงานโรงแรมควรมี

1. ระบบการบริหารงานส่วนหน้า (Front Office Management)

บริหารงานส่วนหน้าของโรงแรม ซึ่ง Front Office เป็นแผนกที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจโรงแรมโดย เสมือนเป็นศูนย์รวมหลักของการให้บริการลูกค้า ซึ่งการทำงานจะมีความเชื่อมโยงกับทุกแผนกของในโรงแรมเป็นตัวแทนในการบริการแขกตั้งแต่ (Check In – In House – Check Out) ดูแลลูกค้าตั้งแต่เดินเข้ามาลงทะเบียนเข้าพัก  บริการส่งขึ้นห้องพัก ดูแลลูกค้าในระหว่างกำลังพักอยู่ จนถึงตอนลูกค้า ออกจากที่พัก และการทำงานจะต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้องรอบคอบรวมถึงต้องสอดคล้องกับรายการบัญชีอีกด้วย

  • Fast registration, check-in, guest services, account processing and check-out
  • Detailed City Ledger with pit check and collections control
  • Forex buying and selling and barter trading
  • Housekeeping
  • Staff points system with schedules and extensive room status allocations
  • Amenities budgeting and dispensing control

2. ระบบการจองห้องพัก (Reservations Management)

การจองที่พักโดยตรงกับโรงแรม คือ ส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างธุรกิจของคุณให้ก้าวหน้า ระบบ Reservation Management จะทำให้แขกของโรงแรมสามารถจองห้องพักได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายและเรียลไทม์

  • Content rich colour coded availability view grid
  • Fast, FIT, TA and TO group bookings process
  • Source of business and channel tracking
  • Rule based waiting list management
  • Real time web reservations direct from your web-page

3. ระบบการจองจากส่วนกลาง (Central Reservations Office)

บริหารการจองจากช่องทางต่าง ๆ ของทุก ๆ โรงแรมในเครือของคุณในที่เดียว ทำให้ข้อมูลการจองที่กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบให้มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเครือโรงแรมคุณ

  • Multiple properties availability view grid
  • Data synchronized near real time to all property servers
  • Rule based mass cancellation process
  • Seamless web interface to OTA & channel managers

4. ระบบแม่บ้าน (House Keeping)

  • Staff points system with schedules and extensive room status allocations
  • Amenities budgeting and dispensing control

5. ระบบบริหารจัดการอสังหาฯและการตั้งราคา (Property & Rates Management)

  • Property inventory management with dynamic, rack and special rates
  • Booking and event package management
  • AHLA budgeting and financial reports

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

4 เหตุผลที่ทำไมการไปเรียนต่อเมืองนอกถึงเป็นประโยชน์ต่อเราในอนาคต!

ไม่ว่าจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร หรือสหรัฐอเมริกา ประเทศเหล่านี้ต่างเป็นประเทศสุดฮิตสำหรับเด็กไทยอย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นหรือไปเรียนแลกเปลี่ยน รวมไปถึงการท่องเที่ยวและเรียนต่อในเวลาเดียวกัน ทำไมการไปเรียนต่อเมืองนอกถึงเป็นผลดีต่อเราในอนาคต ทั้งด้านหน้าที่การงานรวมไปถึงด้านสังคม? วันนี้พี่หลันจะแนะนำข้อดี 4 ประการในการเรียนต่อต่างประเทศ กับ สถาบันสอนภาษาระดับโกลบอล อย่าง EF Education First ค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มอ่านกันเลย!

1. เปิดโลกทัศน์กว่างจากการเรียนและท่องเที่ยวต่างประเทศ

ถ้าคุณได้ไปอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ คุณจะมีโอกาสได้เดินทางไปเปิดโลกทัศน์ในประเทศใหม่ๆ พบเจอวัฒนธรรมที่เราไม่เคยรู้หรือสัมผัสมาก่อน แน่นอนว่าในตอนแรกอาจจะทำให้คุณสับสนไปบ้าง แต่รับรองว่าเมื่อคุณปรับตัวไปเรื่อยๆคุณจะเข้าใจถึงวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ การเรียนภาษาต่างประเทศ พร้อมไปกับการท่องเที่ยวและดำเนินกิจกรรมร่วมกับชาวท้องถิ่นจัดว่าเป็นการเรียนภาษาที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำให้คุณมีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้นแล้ว มันยังสามารถช่วยพัฒนาด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติ ทำให้คุณสามารถแก้ปัญหาและจัดการกับความท้าทายได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณจะต้องปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่เพื่อรับมือกับวัฒนธรรมต่างประเทศซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะส่วนบุคคล มีประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพในภายหลัง

2. พัฒนาทักษะภาษา

ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง หรือไปกินอาหารในร้านอาหารในประเทศใหม่ๆ คุณจะล้อมรอบไปด้วยชาวต่างชาติ ทำให้คุณจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการคมนาคมสื่อสารอยู่เป็นประจำ เมื่อคุณพูดอยู่เป็นประจำทุกๆวัน คุณจะสามารถพูดภาษาได้อย่างคล่องแคล่วได้ภายในเวลารวดเร็ว นอกจากนี้คุณอาจจะพยายามพูดเลียนแบบสำเนียงท้องถิ่นและเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆของประเทศเหล่านั้น เช่น คำแสลง เป็นต้น

3. ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานในยุคโลกาภิวัฒน์

ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้คุณต้องติดต่อกับคนต่างชาติมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องปกติที่นายจ้างจะชอบลูกจ้างที่มีประสบการณ์ต่างประเทศ นอกจากลูกจ้างที่มีทักษะภาษาที่ดีแล้ว นายจ้างยังต้องการลูกจ้างที่ใจกว้างและสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอื่นๆได้ โดยเฉพาะบริษัทข้ามช่าติที่มีสำนักงานอยู่หลากหลายประเทศทั่วโลก เมื่อลูกจ้างมีความยืดหยุ่นในการทำงาน การทำงานเป็นทีมท่ามกลางพนักงานหลากหลายเชื้อชาติก็จะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

4. สร้างเน็ตเวิร์คหลากหลายชาติ

ในระหว่างภาคการศึกษาหรือการท่องเที่ยวเพื่อเรียนภาษา คุณจะมีโอกาสได้พบเจอผู้คนใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียนในคลาส หรือชาวบ้านท้องถิ่น คุณสามารถพูดคุยกับผู้คนเหล่านี้ และพัฒนาไปเป็นมิตรภาพที่แท้จริง ถ้าเรารู้จักเคารพและเข้าใจถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ผู้คนท้องถิ่นอาจจะบอกถึงความรู้ภายใน หรือคำแนะนำเกี่ยวกับชีวิตประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ทำให้คุณกลายเป็นคนมีความรู้และสามารถสร้างเน็ตเวิร์คกับคนในประเทศนั้นๆได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อการวางตัวในสังคมและการประกอบอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะถ้าคุณตัดสินใจที่จะมาทำงานต่างประเทศ

Education First หรือ EF เป็นสถาบันสอนภาษาที่มีโรงเรียนตั้งอยู่มากกว่า 50 จุดมุ่งหมายปลายทางทั่วโลก ด้วยคอร์สเรียนที่เข้มข้น ผสมผสานไปกับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม รวมไปถึงโรงเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนและอาจารย์ที่มี่คุณภาพผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ทำให้ EF เป็นสถาบันชั้นนำทางด้านการเรียนภาษา เรามีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี การันตีความ International และ เป็นมืออาชีพ สุดๆ  กระซิบบอกเรามีส่วนลด 10 % สำหรับน้องๆคนไหนที่อยากไปเรียนภาษาต่างประเทศด้วยนะจ๊ะ

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

เมื่อโจทก์ หรือ จำเลย ถึงแก่ความตาย คดีจะเป็นอย่างไร?

คงนึกสงสัยว่าเมื่อฝ่ายโจทก์ หรือฝ่ายจำเลย ได้ถึงแก่ความตายหลังจากที่ได้มีการฟ้องร้องคดีต่อศาลแล้วจะส่งผลให้คดีความที่ฟ้องร้องกันนั้นจบลง หรือไม่ อย่างไร? ซึ่งสามารถอธิบายได้ 3 กรณี

กรณีที่ 1 ในคดีเเพ่ง กรณีโจทก์ หรือ จำเลย ถึงเเก่ความตาย

สำหรับคดีแพ่งนั้น ความตายไม่ทำให้คดีที่ค้างพิจารณาอยู่นั้นสิ้นสุดไป เพราะกฎหมายกำหนดให้มี การรับมรดกความกันได้ ตามหลักแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 ที่กำหนดไว้ว่า “เมื่อโจทก์หรือจำเลย ตายในระหว่างคดีค้างพิจารณา ให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาคดีไปจนกว่าทายาทของผู้ตายหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือบุคคลอื่นที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้มีคำขอมาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์หรือจำเลยที่ตายไป หรือจากการที่โจทก์หรือจำเลย ฝ่ายที่เหลืออยู่มีคำขอให้ศาลเรียกเข้ามา กำหนดเวลาที่จะเข้ามารับมรดกความแทนที่โจทก์หรือจำเลยที่ตายไปนั้นต้องกระทำภายในระยะเวลาหนึ่งปีหลังจากที่ผู้นั้นตายไป”

——–> คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4014/2555

เมื่อปรากฏว่า ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ท. ซึ่งอ้างว่าเป็นทายาท และเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำแถลงว่า โจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2552 โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นรับคำแถลงและให้ส่งสำเนาให้จำเลยโดยแจ้งในคำสั่งว่า หากจำเลยจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านเข้ามาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหมาย จำเลยได้รับหมายนัดแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำคัดค้านแต่อย่างใด จึงน่าเชื่อว่าโจทก์ได้ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาคดีรวมทั้งการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไปเพื่อดำเนินการให้มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ก่อน การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไป โดยยังไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น

“ถ้าไม่มีการขอเข้ามารับมรดกความภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเรื่องนั้นเสียจากสารระบบความ” คดีที่รับมรดกความแทนที่กันได้นั้นต้องเป็นคดีที่เกี่ยวด้วยทรัพย์สินหรือสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ตายซึ่งเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทได้ หากคดีนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับสิทธิเฉพาะตัวของผู้ตาย เช่น สิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน ก็ไม่อาจเข้าแทนที่รับมรดกความต่อไปได้และคดีที่เป็นสิทธิเฉพาะตัวนี้ หากไม่มีการเข้ามาเป็นโจทก์หรือจำเลยแทน ศาลย่อมมีอำนาจจำหน่ายคดีได้ แม้จะยังไม่พ้นหนึ่งปีก็ตามเพราะถือว่าคดีนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไป

กรณีที่ 2 คดีอาญาที่ผู้เสียหาย (โจทก์) ยื่นฟ้องแล้วได้ตายลง

ในคดีอาญานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 29 กำหนดหลักไว้ว่า “เมื่อผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้” ผู้เสียหายในที่นี้ หมายความถึง ผู้เสียหายที่แท้จริงที่ยื่นฟ้องไว้แล้วตายไป ส่วนผู้มีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไป ได้แก่ ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา ในกรณีผู้บุพการีและผู้สืบสันดานนั้น กฎหมายถือตามสายโลหิต สามีหรือภริยานั้น จะต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญบุคคลเหล่านี้จะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปหรือจะไม่รับ ดำเนินคดีก็ได้ แต่หากบุคคลดังกล่าวประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลขอดำเนินคดีต่อไปโดยใช้ฟ้องซึ่งผู้ตายได้ฟ้องไว้เดิม ในทางตรงกันข้าม หากบุคคลเหล่านั้นไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ถ้าเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดิน คือ ความผิดที่ยอมความกันไม่ได้ เช่น ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนานั้นถือว่าผู้เสียหายฟ้องแทนแผ่นดิน ถ้าผู้เสียหายยื่นฟ้องแล้วตายลงระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้วไม่มี ผู้เข้ามาดำเนินคดีแทนศาลอาจพิพากษายกฟ้อง เพราะไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย ต่างกับกรณีที่ผู้เสียหายยื่นฟ้องไว้แล้วตายไประหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี ซึ่งศาลสูงสามารถพิจารณาคดีต่อไปได้โดยอาศัยพยานหลักฐานที่นำสืบไว้แล้วในศาลชั้นต้น ส่วนคดีความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ยักยอก ฉ้อโกง หรือ หมิ่นประมาทนั้น ไม่ถือว่าผู้เสียหายฟ้องแทนแผ่นดิน หากผู้เสียหายยื่นฟ้องไว้แล้วตายไปโดยไม่มีผู้เข้ามาดำเนินคดีต่อไป ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปศาลต้องจำหน่ายคดี เว้นแต่ คดีนั้นดำเนินมาถึงขั้นทำคำพิพากษาเสร็จแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้

——–>คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2551 (–ป.วิ.อ. มาตรา 5, 15, 29–)

ผู้เสียหายยื่นฟ้องแล้วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปได้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 29 ซึ่งบัญญัติเรื่องการเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงนำ ป.วิ.พ. มาตรา 42 และมาตรา 43 มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ จ. ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นสามีของโจทก์ร่วมขอเข้ารับมรดกความของโจทก์ร่วมซึ่งถึงแก่ความตาย เท่ากับ จ. ขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีในฐานะผู้จัดการแทน ส. ผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) จ. ซึ่งเป็นสามีของโจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมตาม มาตรา 29 เพราะโจทก์ร่วมเป็นเพียงผู้จัดการแทน ส. ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดี

เเต่ถ้า้ผู้เสียหายตายก่อนยื่นฟ้องจะใช้ ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ได้ ให้ศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้

———> คำพิพากษาฎีกาที่ 2219/2521 (–ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), 4, 5, 6–)

จำเลยกระทำความผิดต่อ ช.เจ้ามรดกในขณะที่ช.ยังมีชีวิตอยู่ ช.จึงเป็นผู้เสียหาย เมื่อช.ถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทโดยธรรมของช.ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนช. เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4,5 และ 6 ไม่ได้ให้อำนาจโจทก์ไว้ ทั้งสิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดมายังโจทก์ แม้จะพิจารณาได้ความตามฟ้องว่าทรัพย์มรดกของ ช.ตกได้แก่โจทก์ก็ตามแต่ทรัพย์มรดกนั้นก็เพิ่งตกมาเป็นของโจทก์ภายหลังวันที่จำเลยกระทำความผิด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

กรณีที่ 3 ความตายของจำเลยในคดีอาญาเป็นเหตุให้คดีระงับ

หลักกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 กำหนดว่า “สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปโดยความตายของผู้กระทำผิด” เนื่องจากความรับผิดทางอาญาและโทษทางอาญานั้น กฎหมายถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้กระทำความผิดโดยแท้ เพราะฉะนั้น เมื่อจำเลยตายในระหว่างการดำเนินคดี ไม่ว่าในชั้นสอบสวน หรือชั้นพิจารณาคดีก็ตามย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป หากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลศาลต้องจำหน่ายคดี และแม้ศาลจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ต้องรับโทษแล้วก็ตาม โทษตามคำพิพากษานี้ก็เป็นอันระงับไปด้วยความตายของจำเลย แม้เป็นโทษปรับหรือริบทรัพย์ซึ่งเป็นโทษที่เกี่ยวกับทรัพย์สินก็ไม่ตกทอดไปยังทายาทครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก lawdd.net

To contact Jarrett Lloyd by phone, please call +66-2392-4187 or email at contact@jarrettlloyd.com

Lining Fabric ผ้าซับใน

ผ้าซับใน (Lining Fabric) คือ ผ้าที่ใช้สำหรับตัดเย็บซับในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระโปรง กระเป๋า ถุงต่าง ๆ โดยผ้าซับในสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ผ้าซับในเนื้อบาง และ ผ้าซับในเนื้อหนา ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานที่ต่างประเภทกัน โดยซับในเกรดดีจะมีเนื้อผ้าที่มีคุณภาพดีกว่าผ้าซับในเกรดธรรมดา

ผ้าทาฟต้า (Taffeta Polyester 100%) ของเรา เหมาะสำหรับตัดเย็บซับในสิ่งต่าง ๆ อาทิ เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงผ้า กระเป๋า และอื่น ๆ

To contact Great Textile by phone, please call +669-1818-2987 or email at gtc.chanin@gmail.com

5 ปัจจัยหนทางสู่ธุรกิจ จากอาชีพอิสระสู่เจ้าของกิจการ

คนที่ทำงานประจำกับอาชีพอิสระ หากเทียบกันแล้ว คนกลุ่มที่มีโอกาสพัฒนาไปเป็นเจ้าของกิจการได้มากกว่ากัน ดูเหมือนว่าคนที่ทำอาชีพอิสระจะมีโอกาสมากกว่าพอสมควร เนื่องจากปัจจัยอะไรไปดูกันกับ “5 ปัจจัยหนทางสู่ธุรกิจ จากอาชีพอิสระสู่เจ้าของกิจการ”

  • ปัจจัยด้านความสามารถ คนทำอาชีพอิสระเก่งหลายด้านคนทำงานประจำเก่งด้านเดียว การทำอาชีพอิสระจะต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งการขาย การตลาด บัญชี เทคนิค ไอที บริการ โปรโมทธุรกิจ ด้วยตัวเองทั้งหมดต่างกับงานประจำที่บริษัทได้กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้แล้ว คนทำงานประจำจึงมีโอกาสแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น ถึงแม้ว่าคนทำงานประจำจะมีความสามารถเฉพาะด้านที่สูงมากซึ่งเกิดจากการทำงาน ทุกวันแต่ในโลกของธุรกิจคนที่มีความสามารถที่หลากหลายจะได้เปรียบว่าเพราะ สามารถมองเห็นภาพรวมหลายๆอย่างของธุรกิจได้
  • ปัจจัยด้านเวลา มันคือ ต้นทุนอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ คนทำงานประจำส่วนมากจะเสียเวลาไปกับการทำงานวันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ยังไม่รวมเวลาเดินทางไปกลับที่ทำงานอีกวันละ 1-3 ชั่วโมง จึงทำให้คนทำอาชีพอิสระได้เปรียบมากในข้อนี้ ทั้งในเรื่องของการบริหารเวลา การควบคุมงานให้เสร็จตามกำหนด
  • ปัจจัยด้านความคิด เวลาคือสิ่งที่มีค่ามาก สำหรับคนที่ทำอาชีพอิสระจะรู้ดีว่า เวลาทำให้เค้ามีรายได้มากขึ้น ยิ่งมีเวลาว่างมากก็จะสามารถรับงานได้มากขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะ,สินค้า,บริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นคนกลุ่มนี้จึงไม่มีกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอน ไม่สนใจว่าเวลาไหนคือเวลาเลิกงาน เพราะเวลาทุกนาทีของเค้าคือการทำงาน ซึ่งในโลกของธุรกิจก็เหมือนกันคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดในการทำงานใหม่ ทำงานให้หนักกว่างานประจำ ใช้ทุกนาทีให้มีค่าไม่ใช่แค่ทำงานให้ครบชั่วโมง หรือ รอเวลาเลิกงาน
  • ปัจจัยด้านเงิน การบริหารรายได้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนทำอาชีพอิสระชำนาญ เพราะ การทำอาชีพอิสระคุณจะไม่มีรายได้ที่แน่นอน บางเดือนอาจไม่มีรายได้ ไม่มีเจ้านายคอยให้เงินเดือนคุณ การบริหารเงินเพื่อให้อยู่รอดในแต่ละเดือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยประสบการณ์ทำอาชีพอิสระของผม ทำให้ผมได้เรียนรู้ในเรื่อง คุณค่าของเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยสนใจตอนทำงานประจำ เพราะไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่บริหารรายได้ให้พอใช้จ่ายใน 1 เดือน แล้วรอเงินเดือนออก แต่การไม่มีเงินเดือนทำให้ผมรู้จักการบริหารรายได้ล่วงหน้าเป็นปีๆ และการบริหารรายได้เพื่อการลงทุน เพราะการมีรายได้ทางเดียวเป็นสิ่งที่อันตราย
  • ปัจจัยด้าน Connection การทำอาชีพอิสระจะทำให้คุณมีโอกาสรู้จักคนหลากหลาย ยิ่งถ้างานคุณดี คนจะบอกต่อกันแบบปากต่อปาก มีชื่อเสียง ลูกค้ามีโอกาสเข้าหาคุณก่อน เช่น การลงประกาศ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างฐานลูกค้าให้กับธุรกิจคุณ และถ้าคุณมีผลงานในสายงานที่ตรงกับธุรกิจของคุณจะให้คุณมีความน่าเชื่อถือ มากขึ้นไปอีกซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก ที่คนทำงานประจำบางคนอาจจะต้องเริ่มต้นจาก 0 ในด้าน Connection & Credit

ถึงแม้การทำงานประจำจะเสียเปรียบการทำอาชีพอิสระในหลายๆเรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การทำงานประจำจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่คุณอาจจะต้องเริ่มต้นช้าไปบ้าง คุณจึงควรทำความเข้าใจกับปัจจัย 5 อย่างที่ผมกล่าวไว้ แล้วหาวิธีแก้ไขปัจจัยในด้านต่างๆ ที่เป็นข้อเสียเปรียบของคุณให้หมด จะช่วยให้คุณไปสู่หนทางการเป็นเจ้าของกิจการได้เร็วขึ้น

วันนี้ลองถามตัวเองว่า “คุณมีปัจจัยที่สนับสนุนการเป็นเจ้าของกิจการครบหรือยัง? ถ้าครบแล้วคุณมีแผนต่อยอดธุรกิจของคุณหรือยัง?”

ที่มา: PromoteThaiBiz
เรียบเรียงโดย: tasknjoy

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

วิธีการใช้เครื่องชั่ง

สวัสดีค่ะ การใช้เครื่องชั่งให้ถูกวิธีจะทำให้คุณอ่านค่าของน้ำหนักสิ่งของที่ชั่งได้แม่นยำ และช่วยรักษาคุณภาพของเครื่องชั่งให้ใช้งานได้ยาวนาน ขึ้นด้วย Scale BKK แนะนำวิธีการใช้เครื่องชั่งที่ถูกวิธี ดังนี้ค่ะ

  1. วางเครื่องชั่งบนพื้นราบ
  2. วางจานรองรับสิ่งของที่จะนำมาชั่งบนเครื่องชั่ง
  3. มองดูเข็มชี้ตัวเลขที่หน้าปัดตาชั่งให้ปลายแหลมของเข็มชี้ตรงกลางเลขศูนย์ ถ้าเข็มชี้ตัวเลขไม่ตรงกับเลขศูนย์ **ให้ปรับเข็ม ให้ตรงเลขศูนย์ก่อนที่จะนำสิ่งของมาชั่ง**
  4. นำสิ่งของที่ต้องการชั่งวางบนจานรองรับ ใชสายตาอ่านค่าน้ำหนัก และเมื่อสิ่งของที่ชั่งยังมีน้ำหนักไม่ตรงตามต้องการ เช่น สิ่งที่นำมาชั่งมีค่าน้ำหนักน้อย ให้เพิ่มสิ่งของนั้นบนเครื่องชั่งจนกว่าจะได้น้ำหนักตามต้องการ และถ้าสิ่งของที่นำมาชั่งมีค่าน้ำหนักเกินต้องการ ให้หยิบสิ่งของนั้นออกจากเครื่องชั่งจนกว่าจะได้น้ำหนักตามต้องการ

To contact Scale BKK by phone, please call +669-7203-8279 or email at scalebkk@gmail.com

ประโยชน์ของ ERP สำหรับธุรกิจ Hospitality

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ เป็นอีกภาคธุรกิจหนึ่งที่มีบทบาทและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถสร้างรายได้และนำเงินตราเข้าประเทศ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการจึงโดดเด่นและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ มีการพัฒนาไปอีกขั้นตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ ลูกค้าส่วนใหญ่ทั้งจากยุโรป อเมริกา และเอเชีย มีพฤติกรรมในการสืบค้นโรงแรมที่พักที่สนใจและจองที่พักล่วงหน้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือบางครั้งก็เลือกจองที่พักผ่านตัวแทนที่มีราคาถูกกว่า นั่นทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ ต้องมีการปรับตัวจากเดิมที่รอลูกค้าติดต่อขอใช้บริการ เป็นการใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการเข้าหาลูกค้าจากช่องทางออนไลน์ ระบบ ERP for Hospitality & Business จึงเข้ามามีบทบาทมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจห้องพักขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ธุรกิจร้านอาหาร เพราะ ERP for Hospitality & Business ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ รองรับการขยายหรือเติบโตขององค์กรโดยที่เจ้าของธุรกิจไม่ต้องกังวลถึงความยุ่งยากในการบริหารจัดการ

บทความนี้จะพูดถึง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบ ERP ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการธุรกิจ Hospitality และทำไมเจ้าของธุรกิจ Hospitality ถึงจำเป็นจะต้องนำระบบ ERP มาใช้ในองค์กร

1. ลดภาระการทำงาน

ระบบบริหารจัดการโรงแรม หรือ  ERP for Hospitality จะช่วยให้ทีม HR ของโรงแรมบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพราะระบบบริหารจัดการโรงแรมสามารถลดขั้นตอนและลดภาระการปฎิบัติงานลงได้ ดังนั้นคุณก็จะไม่ต้องใช้คนทำงานในทุกขั้นตอนอย่างแต่ก่อน เช่น หากโรงแรมเลือกใช้ PMS ที่เชื่อมต่อกับ Interfaces และ Channel Manager ที่มีทั้ง Front Office และ Back Office ทำให้ทีมงานของคุณไม่ต้องใช้เวลามากกับการบริหารจัดการห้องพักในแต่ละวัน แถมยังมีเวลาเหลือมาทำการตลาดรักษาฐานลูกค้าเดิมเพิ่มเติมฐานลูกค้าใหม่อีกด้วย

2. ลดข้อผิดพลาดจากการทำงาน

ERP หรือระบบโรงแรม จะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากคนได้ ข้อผิดพลาดที่เกิดบ่อย ๆ เช่น การที่พนักงานทำเอกสารการจองของลูกค้าหายทำให้ลูกค้าไม่มีห้องพัก หรือการลืมบวกค่าอาหารเข้าไปใน Folio ของลูกค้า ข้อผิดพลาดแบบนี้แทบจะไม่มีถ้าคุณมีโปรแกรมเข้ามาช่วยบริหาร

3. ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น

ความเร็วในการให้บริการถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าในยุคปัจจุบัน ลูกค้าจะพึงพอใจกับการให้บริการของโรงแรมคุณมากถ้าเค้าสามารถเช็คอินเสร็จภายใน 5 นาทีเพาะคุณทราบข้อมูลของลูกค้าอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่เวลาที่ลูกค้าคอนเฟิร์มการจองห้องพักจากเว็บไซต์ที่ใช้จองห้องพัก โปรแกรม Interfaces ที่ดี จะสามารถช่วยคุณบริหารฐานข้อมูลของลูกค้าและดึงขึ้นมาใช้ได้ทันทีที่ลูกค้ามาถึง ซึ่งจะช่วยขึ้นตอน ลดเวลาการเช็คอินลงไปได้เยอะ และเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

4. ช่วยให้การทำงานเป็นระบบและตรวจสอบได้

โปรแกรมบริหารจัดการโรงแรมที่ดีจะมีการออกแบบขั้นตอนการทำงานให้กับคุณ ซึ่งพนักงานแต่ละส่งนของคุณจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนตามระบบที่ออกแบบไว้ ซึ่งนอกจากระบบที่วางไว้จะช่วยลดความผิดพลาดแล้ว คุณยังสามารถมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการทำงานของทั้งระบบจะผสานกันได้อย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้ และการตรวจสอบได้ของระบบบริหารจัดการโรงแรม จะเป็นการตรวจสอบทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ว่าข้อมูลส่วนนั้นพนักงานท่านใดหรือแผนกใดเป็นผู้ดูแล

5. ช่วยให้การสื่อสารภายในองค์กรมีประสิทธิภาพ

ระบบบริหารจัดการโรงแรมในปัจจุบันพัฒนาไปมากกว่าแค่ส่วน PMS หรือส่วนการจองห้องพัก ผู้พัฒนาโปรแกรมบริหารจัดการโรงแรมพัฒนาโปรแกรมมากขึ้นในอีกหลายๆส่วน เช่น  หากคุณมีร้านอาหาร สปา กอร์ฟคลับ คุณสามารถใช้ข้อมูลลูกค้าจากส่วนการจองห้องักเพื่อทำการตลาดในส่วนบริการอื่น ๆ พร้อมมอบ Royalty Program ให้กับลูกค้า เพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม  และเพื่อให้แต่ละแผนกสามารถรับส่งการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมุลต่างๆจะต้องมีการอัพเดทให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เช่น แผนกต้อนรับส่วนหน้าสามารถส่งต่องานทำความสะอาดให้แผนกแม่บ้านเมื่อมีแขกเช็คเอาท์ได้ทันที

6. ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และตรวจสอบได้ดีขึ้น

โปรแกรมบริหารโรงแรมที่ดีจะสามารถเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานชนิดต่าง ๆ ให้ผู้จัดการหรือผู้บริหารได้โดยการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว ซึ่งข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำถือเป็นอาวุธหลักของผู้บริหารที่จะใช้ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น น้องจากนั้นโปรแกรมบริหารจัดการโรงแรมจะสามารถเก็บข้อมุลย้อยหลังเพื่อทำการดูสถิติต่าง ๆ เพื่อการเปรียบเทียบย้อนหลัง สิ่งเหล่านี้หากองค์กรณ์ไหนมีไว้เป็นเครื่องมือเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำรวดเร็วแล้วล่ะก็ ย่อมมีดอกาสในการพัฒนาได้เร็วกว่าองค์กรณ์อื่นอย่างแน่นอน

ทั้ง 6 ข้อนี้คือประโยชน์ของโปรแกรมบริหารจัดการโรงแรม (Hotel Software, ERP for Hospitality) ยังมีประโยชน์อีกหลายข้อที่เรายังไม่ได้พูดถึงในบทความนี้ แล้วโรงแรมของคุณล่ะ มีโปรแกรมบริหารโรงแรมใช้หรือยัง? เราขอแนะนำ CiMSO โปรแกรมบริหารจัดการโรงแรม ซอฟต์แวร์โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ร้านอาหาร จากประเทศสิงคโปร์ ที่รวมรวมความต้องการของคุณไว้ในที่เดียว นาคาที่คุณเข้าถึงได้ไม่ว่าจะเป็นองค์กรณ์เล็ก (10 ห้องพัก) หรืองค์กรใหญ่ (500 ห้องพัก) ไม่ว่าจะ 1 สาขาหรือหลายสาขา CiMSO สามารถช่วยคุณบริหารจัดการโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การันตีผู้ใช้งานกว่า 700 โรงแรมทั่วโลก

CiMSO มีครบทุกฟังก์ชั่นสำหรับโรงแรม PMS + Channel Manager (OTAs) + CRM + Booking Engine + Website+Account & Report+ Staff & Admin attendance

และหากคุณมีบริการอื่น เช่น ร้านอาหาร, สปา, ร้านขายสินค้า, กอล์ฟคลับ เราก็มีครบทั้ง POS, Stock & Inventory, Golf & Spa Management

**ครบ จบในที่เดียว ที่ CiMSO ระบบบริหารจัดการโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร ราคาคุณภาพที่คุณเข้าถึงได้ เลือกซื้อเท่าที่คุณใช้ และบริการหลังการขาย 24/7**

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

รู้หรือไม่? จอดรถ บนทางเท้า ปรับ 5,000 บาท

การจอดรถบนทางเท้าผิดกฎหมายและมีดทาปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ตามพรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17 (2) และกำหนดโทษไว้ที่ มาตรา 56 ของพรบ ฉบับเดียวกัน ดังนี้

มาตรา 17 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดจอดหรือขับขี่รถยนต์รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า เว้นแต่เป็นการจอดหรือขับขี่เพื่อเข้าไปในอาคารหรือมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้

มาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง มาตรา 12 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง มาตรา 17 หรือมาตรา 18 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ดู พรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

To contact Jarrett Lloyd by phone, please call +66-2392-4187 or email at contact@jarrettlloyd.com

สถาบันภาษาและมหาวิทยาลัยพันธมิตรของ Ascend Education Center

Ascend Education center (อะเซนด์ เอ็ดดูเคชั่น เซนเตอร์) ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนในประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจมาศึกษากับทางสถาบันฯพารืทเนอร์ของดรา โดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งพี่ ๆ ของ Ascend Education Center จะช่วยแนะนำหลักสูตรการเรียน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการไปใช้ชีวิตในต่างแดน พร้อมกับดำเนินการสมัครเรียนและเตรียมเอกสารเพื่อยื่นวีซ่าอย่างครบวงจรโดยไม่คิดค่าบริการ

สถาบันภาษา

อเมริกา/USA

แคนาดา/Canada

อังกฤษ/UK

ออสเตรเลีย/Australia

นิวซีแลนด์/New Zealand

ไอร์แลนด์/Ireland

ประเทศอื่น ๆ /Others

มหาวิทยาลัย

อเมริกา/USA

แคนาดา/Canada

นิวซีแลนด์/New Zealand

อังกฤษ/UK

ออสเตรเลีย/Australia

เยอรมัน/Germany

ดูไบ/Dubai

มอลต้า/Malta

มัธยม

นิวซีแลนด์/New Zealand

มาเลเซีย/Malaysia

สิงคโปร์/Singapore

ออสเตรเลีย/Australia

อังกฤษ/UK

อเมริกา/USA

แคนาดา/Canada

ไอร์แลนด์/Ireland

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

จ้าง ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) ด้วย tasknjoy

หลายคนถามว่า งาน Office & Admin ของ tasknjoy คืออะไร แล้วจะสามาถใช้ tasknjoy ได้อย่างไร จริงๆแล้ว ปัจจุบันนนี้ งานธุรการ (Office admin) ก็สามารถทำเป็นงานฟรีแลนซ์ได้นะจ๊ะ โดยต่างประเทศเค้าเรียกกันว่า “Virtual Assistant” คนไทยเรามาแปลกันตรง ๆ ว่า “ผู้ช่วยเสมือน” นั่นเองค่ะ

งานผู้ช่วยเสมือน หรือ Virtual Assistant หมายถึง การให้บริการงานธุรการทั่วไป, งานด้านเทคนิค หรือแม้กระทั่งงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ แบบมืออาชีพ ให้แก่ลูกค้า ซึ่งผู้ช่วยเสมือนนี้จะทำงานนอกสถานที่ ไม่ต้องประจำอยู่ที่ออฟฟิศใดออฟฟิศหนึ่ง ไม่ต้องตอกบัตร เรียกได้ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานนี้ได้ ตรงกับคอนเซฟของ tasknjoy เลยล่ะ

แต่ไม่ได้หมายความว่า ลูกค้ากับผู้ช่วยเสมือนจะไม่เจอกันเลยนะคะ เพราะหน้าที่ของผู้ช่วยเสมือนของแต่ละองค์กรก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น บางครั้งอาจมีหน้าที่ที่ต้องไปต้อนรับลูกค้าของบริษัท หรือไปเป็นล่าม (ถ้าภาษาดีก็กำไรไปอี๊กกก) ดังนั้นตัวงานอาจจะหลากหลาย ซึ่งนายจ้าง/ผู้ว่าจ้างควรจะลิสหน้าที่ให้ชัดเจน ว่าต้องการให้ทำอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีปัญหาระหว่างการจ้างนะคะ

ข้อดีของการจ้างผู้ช่วยเสมือน คือ ผู้ช่วยเสมือน ทำหน้าที่เหมือนเลขาส่วนตัวที่คุณสามารถมอบหมายงานให้ดำเนินการได้ ผู้ช่วยเสมือนช่วยลดภาระงานของนายจ้าง การจ้างผู้ช่วยเสมือนผ่าน tasknjoy ไม่มีข้อผูกมัดและไม่จำเป็นต้องมีภาระผูกพันธ์เหมือนการจ้างพนักงานประจำ และที่สำคัญหากคุณเป็นคนที่มีภาระมากมาย จนจัดการไม่หวาดไหว คุณสามารถจ้างผู้ช่วยเสมือนได้พร้อมกันหลายคนเพื่อให้ทำหน้าที่ที่แตกต่างกันโดยค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับคุณจ้างพนักงานประจำเพียงคนเดียว  ซึ่งการทำแบบนี้ จะทำให้คุณได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

เช่น คุณอาจจ้างผู้ช่วยเสมือนคนแรกในการบริหารจัดการอีเมล์และดูแลเรื่องการประชุมต่าง ๆ ของคุณ จ้างผู้ช่วยเสมือนคนที่สองในการดูแลบิลค่าใช้จ่ายและชำระภาษีให้กับองค์กร จ้างผู้ช่วยเสมือนคนที่สามเพื่อดูแลเรื่อง Time Attendant และการชำระเงินเดือนออกเอกสารต่าง ๆ ให้กับบริษัทคุณ ซึ่งค่าจ้างของทั้ง 3 คนนี้  เทียบเท่ากับการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานประจำหนึ่งคนซึ่งสามารถทำงานได้เพียง 1 อย่าง

ตัวอย่างงานที่คุณสามารถว่าจ้างผู้ช่วยเสมือน

  • งานจัดเก็บเอกสาร เช่น ใบเสร็จ, ใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับชำระ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่คุณไม่อยากเสียเวลาทำ
  • งานค้นหาข้อมูลออนไลน์
  • จัดตารางนัดหมาย
  • ดูแล Social Network ให้กับงานของท่าน
  • งานป้อนข้อมูลต่าง ๆ เช่น คีย์ข้อมูลจากนามบัตรใส่ออนไลน์ หรือการ Update ข้อมูลต่างๆในฐานข้อมูล เป็นต้น
  • ทำสไลด์นำเสนอจากข้อมูลแหล่งต่าง ๆ เช่น ไฟล์เอกสาร หรือไฟล์รูปภาพ
  • งานตัดต่อรูปเล็กๆน้อย ๆ เพื่อใช้ในเอกสารนำเสนอหรือใส่ในสื่อ Social Network หรือ Blog ของท่าน
  • เก็บข้อมูลเพื่อใช้สำหรับทำ Marketing ให้กับสินค้าของท่าน
  • งานเขียนจดหมายข่าวต่าง ๆ
  • ช่วยบริหารอีเมล์ใน Inbox กลางของบริษัท
  • งานสังคมต่าง ๆ เช่น เขียนการ์ดขอบคุณ หรือส่งของขวัญของชำร่วยตามเทศกาลต่าง ๆ
  • หาและเปรียบเทียบราคาที่พักสำหรับการเดินทาง
  • Update เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่าน
  • ฯลฯ

ข้อดีของการใช้บริการผู้ช่วยเสมือน

  • คุณสามารถหาผู้ช่วยเสมือนที่มีความสามารถตรงความต้องการของคุณได้ไม่ยาก
  • ไม่มีข้อผูกมัดเหมือนการจ้างเป็นพนักงานประจำ
  • ลดภาระงานของท่านในงานที่ท่านคิดว่าไมสำคัญ
  • ลดค่าใช้จ่าย
  • เวลาการทำงานของผู้ช่วยเสมือนยืดหยุ่นตามที่ตกลง

การใช้บริการผู้ช่วยเสมือนที่ดี จะทำให้นายจ้างสามารถใช้เวลาที่มีมากขึ้นในการเน้นไปที่ธุรกิจที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจหรือแม้กระทั่งท่านสามารถนำเวลาที่ได้เพื่อพักผ่อน หรือใช้เวลาว่างกับครอบครัวได้มากขึ้น ในขณะที่งานก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com