ระบบการศึกษาของประเทศอเมริกา

รูปภาพจาก EC English New York
ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายสาขาวิชาให้นักศึกษาชาวต่างชาติเลือก นักศึกษาจะต้องทำการตัดสินใจเลือกตั้งแต่ประเภทของโรงเรียน หลักสูตรวิชาเรียน และสถานที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย ดังนั้น นักเรียนควรจะทำความเข้าใจระบบการศึกษาของประเทศนี้ก่อน เพื่อช่วยให้เลือกโรงเรียนและวางแผนการศึกษาได้อย่างมีประสิธิภาพ
โครงสร้างการศึกษาของอเมริกาได้แบ่งระดับในการเรียน ดังนี้
- ระดับอนุบาล ( Kindergarten) เด็กอเมริกาจะเข้าเรียนระดับอนุบาล เมื่ออายุ 3 ปี – 6 ปี
- ระดับประถมศึกษา (Elementary School)
- ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)
- ระดับอุดมศึกษา (Higher education)
การศึกษาระดับอนุบาล ( Kindergarten)
การศึกษาระดับนี้ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับของเด็กประเทศอมเริกา แต่ผุ้ปกครองก็สามารเอานักเรียนเข้าโรงเรียนเพื่อปรับพื้นฐานในช่วงอายุ 3-6 ปี ก่อนที่จะเริ่มเรียนอย่างจริงจังในระดับประถมศึกษาได้

ระดับประถมศึกษา (Elementary School)
การศึกษาระดับประถมศึกษา สำหรับเด็กอายุ 6 ปี มีระยะการศึกษา 6 ปี คือ เข้าเรียนในชั้น Grade 1 ถึง Grade 6 ซึ่งตรงกับประเทศไทย คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 นั่นเอง

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)
โรงเรียนมัธยมศึกษาหรือ Secondary school มีสองหลักสูตรด้วยกัน หลักสูตรแรกคือ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น หรือที่เรียกกันว่า “Middle school” หรือ “Junior high school” หลักสูตรที่สองคือหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ High school และนักศึกษาจะได้รับใบประกาศนียบัตรก็ต่อเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาใน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลังจากนั้นนักศึกษาจึงสามารถสมัครเข้าทำการศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยหรือ มหาวิทยาลัยได้ ซึ่งเรียกกันว่า “Higher education”

ระดับอุดมศึกษา (Higher education)
1. วิทยาลัยชุมชน (Community Colleges)
การศึกษาในระดับนี้ มี 2 ลักษณะ คือ
- Transfer Track เป็นหลักสูตรที่เป็นวิชาพื้นฐาน 2 ปีแรกของการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยจะต้องลงเรียน รายวิชาบังคับ จากนั้นนักศึกษาสามารถ โอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐหรือเอกชนเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้นปี ที่ 3 โดยที่เกรดเฉลี่ยที่นักศึกษาทำได้ในระหว่าง 2 ปีนี้ จะเป็นตัว กำหนดว่านักศึกษาจะได้รับการตอบรับ เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ที่ต้องการหรือไม่
- Terminal / Vocational Track เป็นหลักสูตรอนุปริญญาสายวิชาชีพ หลังจากที่เรียนจบในระยะเวลา 2 ปีแล้วนักศึกษาจะได้รับ วุฒิอนุปริญญาทางสาขาวิชาที่เลือก
2. วิทยาลัย (Colleges)
เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนในสาขาวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตรปริญญาตรี (4 ปี) และปริญญาโท ซึ่งหลังจากที่เรียนจบหลักสูตรแล้ว วุฒิบัตรที่ได้รับจะมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยทุก ประการ ไม่ว่าสถาบันนั้นจะเป็นของรัฐหรือเอกชนก็ตาม
3. มหาวิทยาลัย (University)
เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีขึ้นไป มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะเปิดสอนจนถึงระดับปริญญาโท และเอกใน สาขาต่าง ๆ
4. สถาบันเทคโนโลยี (Institute of Technology)
การศึกษาในสหรัฐอเมริกานั้นแต่ละรัฐจะควบคุมคุณภาพการเรียนการสอนและวางแผน การศึกษาของตนเองโดยไม่ขึ้นกับรัฐบาลกลาง ทุกรัฐจะมีหน่วยงานการศึกษาคล้ายกับกระทรวงศึกษาธิการคอยกำหนดมาตรฐานต่างๆ แนะนำเงินงบประมาณอุดหนุนให้โรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย จากเงินภาษีที่เก็บได้จากประชาชนในแต่ละรัฐ
