ประกันแบบไหนบ้างที่ฟรีแลนซ์ควรมี

ประกัน แบบไหนบ้าง ที่ฟรีแลนซ์ควรมี อย่างที่รู้ ๆ กันว่าอาชีพฟรีแลนซ์นั้น แม้จะมีข้อดีมากมายที่หลายต่อหลายคนอิจฉา ทั้งการไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงาน, ได้เป็นเจ้านายตัวเอง, มีอิสระในการทำงาน ฯลฯ แต่สำหรับคนที่เป็นฟรีแลนซ์จะรู้ดีเช่นกันว่า อาชีพ “ฟรีแลนซ์” นี้ นับเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยความเสี่ยงที่ว่านี้ ไม่ใช่ความเสี่ยงในเชิงกายภาพ อย่างการต้องทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต แต่มันคือความเสี่ยงในแง่ของรายได้ที่มีความไม่แน่นอนและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเรา ไหนจะความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ พอมีเหตุให้ต้องเข้าโรงพยาบาลทีก็ไม่มีใครมาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ และอย่างสุดท้ายก็คือ ความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของเรา เช่น บ้านหรือรถยนต์ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต และทำมาหากินของเราเป็นอย่างมาก ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็คงสร้างผลกระทบให้เราไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่ต้องตกอกตกใจ หรือถอดใจจากการเป็นฟรีแลนซ์ไปซะก่อนนะคะ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกค่ะ ถ้าคุณรักที่จะทำงานสไลต์แบบนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือ การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในการรับมือกับความเสี่ยง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ  การทำประกันนั่นเองค่ะ

ด้วยความที่ประกันนั้นมีอยู่มากมายหลายรูปแบบ อาจทำให้บางคนสับสนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี เอาเป็นว่าในวันนี้เราจะมาแนะนำรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตชาวฟรีแลนซ์กันค่ะ

  • ประกันสุขภาพ นับเป็นสิ่งสำคัญมากอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับฟรีแลนซ์ เพราะว่าคุณไม่มีสวัสดิการจากนายจ้างที่จะมาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้ แถมสมัยนี้ยังมีประกันสุขภาพแบบเงินออม ที่ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินทิ้งไปเปล่าๆ หรือประกันสุขภาพแบบพ่วงด้วยความคุ้มครองอุบัติเหตุ อีกด้วย ถ้าเลือกดีๆ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
  • ประกันอุบัติเหตุ เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าประกันสุขภาพเลย แต่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักมองข้ามไป เนื่องจากการทำงานที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนมากนัก แค่รับงานมาทำที่บ้านและส่งงานทางอีเมลล์เป็นหลัก แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ต้องออกไปทานข้าวนอกบ้าน หรือออกไปเดินเล่นบ้าง หรือแม้ว่าคุณจะอยู่แต่ในบ้านก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ อย่าลืมว่าความเสี่ยงมีอยู่ทุกที่ ดังนั้นการทำประกันอุบัติเหตุไว้ก่อน จึงเป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
  • ประกันภัยแบบชดเชยรายได้ เพราะการเป็นฟรีแลนซ์ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ประกันชดเชยรายได้นี้จะจ่ายเงินชดเชยให้เราเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด โดยส่วนใหญ่จะขายพ่วงมากับประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุ ในกรณีที่เราป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้ไม่ขาดรายได้ยังไงล่ะคะ
  • ประกันภัยทรัพย์สิน ได้แก่บ้าน และรถยนต์ โดยเฉพาะถ้าคิดจะซื้อรถแล้ว ยังไงก็ควรพ่วงประกันภัยรถยนต์ไปด้วยเลย ถ้าเกิดกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบ้านหรือรถของเรา อย่างน้อยก็มีบริษัทประกันมาช่วยจ่ายให้ ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงจะสูญเงินก้อนไปในคราวเดียว
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นประกันที่มีลักษณะคล้ายกับการเก็บออมเงิน โดยผู้เอาประกันจะต้องฝากเงินสะสมตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เงินที่ฝากเข้าไปแล้วก็จะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ง่ายๆ จึงเหมาะกับผู้ที่ขาดวินัยในการออมเป็นอย่างมาก แถมยังให้ดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารอีกด้วย ถือเป็นหลักประกันในช่วงบั้นปลายชีวิตที่เมื่อเราทำงานไม่ไหวแล้ว แต่ก็จะยังมีรายได้ในส่วนนี้อยู่

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com