ประกันแบบไหนบ้างที่ฟรีแลนซ์ควรมี

ประกัน แบบไหนบ้าง ที่ฟรีแลนซ์ควรมี อย่างที่รู้ ๆ กันว่าอาชีพฟรีแลนซ์นั้น แม้จะมีข้อดีมากมายที่หลายต่อหลายคนอิจฉา ทั้งการไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงาน, ได้เป็นเจ้านายตัวเอง, มีอิสระในการทำงาน ฯลฯ แต่สำหรับคนที่เป็นฟรีแลนซ์จะรู้ดีเช่นกันว่า อาชีพ “ฟรีแลนซ์” นี้ นับเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยความเสี่ยงที่ว่านี้ ไม่ใช่ความเสี่ยงในเชิงกายภาพ อย่างการต้องทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต แต่มันคือความเสี่ยงในแง่ของรายได้ที่มีความไม่แน่นอนและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเรา ไหนจะความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ พอมีเหตุให้ต้องเข้าโรงพยาบาลทีก็ไม่มีใครมาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ และอย่างสุดท้ายก็คือ ความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของเรา เช่น บ้านหรือรถยนต์ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต และทำมาหากินของเราเป็นอย่างมาก ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็คงสร้างผลกระทบให้เราไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่ต้องตกอกตกใจ หรือถอดใจจากการเป็นฟรีแลนซ์ไปซะก่อนนะคะ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกค่ะ ถ้าคุณรักที่จะทำงานสไลต์แบบนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือ การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในการรับมือกับความเสี่ยง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ  การทำประกันนั่นเองค่ะ

ด้วยความที่ประกันนั้นมีอยู่มากมายหลายรูปแบบ อาจทำให้บางคนสับสนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี เอาเป็นว่าในวันนี้เราจะมาแนะนำรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตชาวฟรีแลนซ์กันค่ะ

  • ประกันสุขภาพ นับเป็นสิ่งสำคัญมากอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับฟรีแลนซ์ เพราะว่าคุณไม่มีสวัสดิการจากนายจ้างที่จะมาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้ แถมสมัยนี้ยังมีประกันสุขภาพแบบเงินออม ที่ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินทิ้งไปเปล่าๆ หรือประกันสุขภาพแบบพ่วงด้วยความคุ้มครองอุบัติเหตุ อีกด้วย ถ้าเลือกดีๆ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
  • ประกันอุบัติเหตุ เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าประกันสุขภาพเลย แต่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักมองข้ามไป เนื่องจากการทำงานที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนมากนัก แค่รับงานมาทำที่บ้านและส่งงานทางอีเมลล์เป็นหลัก แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ต้องออกไปทานข้าวนอกบ้าน หรือออกไปเดินเล่นบ้าง หรือแม้ว่าคุณจะอยู่แต่ในบ้านก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ อย่าลืมว่าความเสี่ยงมีอยู่ทุกที่ ดังนั้นการทำประกันอุบัติเหตุไว้ก่อน จึงเป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
  • ประกันภัยแบบชดเชยรายได้ เพราะการเป็นฟรีแลนซ์ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ประกันชดเชยรายได้นี้จะจ่ายเงินชดเชยให้เราเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด โดยส่วนใหญ่จะขายพ่วงมากับประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุ ในกรณีที่เราป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้ไม่ขาดรายได้ยังไงล่ะคะ
  • ประกันภัยทรัพย์สิน ได้แก่บ้าน และรถยนต์ โดยเฉพาะถ้าคิดจะซื้อรถแล้ว ยังไงก็ควรพ่วงประกันภัยรถยนต์ไปด้วยเลย ถ้าเกิดกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบ้านหรือรถของเรา อย่างน้อยก็มีบริษัทประกันมาช่วยจ่ายให้ ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงจะสูญเงินก้อนไปในคราวเดียว
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นประกันที่มีลักษณะคล้ายกับการเก็บออมเงิน โดยผู้เอาประกันจะต้องฝากเงินสะสมตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เงินที่ฝากเข้าไปแล้วก็จะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ง่ายๆ จึงเหมาะกับผู้ที่ขาดวินัยในการออมเป็นอย่างมาก แถมยังให้ดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารอีกด้วย ถือเป็นหลักประกันในช่วงบั้นปลายชีวิตที่เมื่อเราทำงานไม่ไหวแล้ว แต่ก็จะยังมีรายได้ในส่วนนี้อยู่

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ระบบสนามกอล์ฟ (Golf Course Management System) คืออะไร

ธุรกิจสนามกอล์ฟในปัจจุบันเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ต้องลงทุนสูงมาก แต่ก็เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับเจ้าของกิจการ การให้บริการในสนามกอล์ฟที่น่าประทับใจเพื่อดึงดูให้ลูกค้าขาจรเปลี่ยนเป็นขาประจำ และการจัดทำโปรโมชั่นให้กับสมาชิกของสนามกอล์ฟเป็นอีกหนึ่งวีธีการที่จะสร้างฐานลูกค้าให้กับสนามกอล์ฟ โปรแกรมบริหารจัดการสนามกอล์ฟจึงเป็นอะไรที่มีความสำคัญอันดับต้นๆของธุรกิจสนามกอล์ฟ เพราะโปรแกรมสนามกอล์ฟที่ดีควรจะจัดการได้ทั้ง Front Office และ Back Office ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีระบบดังนี้

  • ระบบสมาชิก (Member) และ Loyalty Program
  • ระบบจองสนาม การใช้บริการแคดดี้และรถกอล์ฟ (Booking)
  • การจัดคิวออกรอบ
  • การจำหน่ายคูปองค่าใช้สนาม (Green Fee)
  • ระบบบัญชี (Back Office)
  • ระบบสต๊อก (Stock Management)

เป็นต้น

Golfmanager จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานผู้ปฏิบัติงานขายและจองเวลาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ควบคุมการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามระบบและโปร่งใส และเพิ่มความประทับใจให้แก่นักกอล์ฟเมื่อมาใช้บริการ

นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานส่วน Front Office แล้ว     ข้อมูลในส่วนของ Front Office จะถูกนำไปใช้ต่อที่หน่วยงาน Back Office เช่น  ฝ่ายบัญชี  ฝ่ายการตลาด    ผู้จัดการสนาม  และผู้บริหาร ฯลฯ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลซ้ำอีก

ข้อดีของการใช้ระบบ GOLFmanager

  • ฝ่ายลงทะเบียนสมาชิก สามารถทำงานได้ไว
  • ลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ในทุก ๆ ขั้นตอน
  • เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยระบบจองคอร์สออนไลน์ ที่ลิ้งกับหน้าเว็บไซต์ของสนามกอล์ฟ
  • ลดรายจ่าย ในการจ้างพนักงานที่ทำงานซ้ำซ้อนกับการทำงานของระบบเพิ่มรายได้ด้วยการทำ Royalty Program, การนำเสนอโปรโมชั่น, การจำหน่ายตั๋วแบบหมู่คณะ
  • ระบบบัญชีและจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ช่วยลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ล่าช้า ตกหล่นของพนักงาน และยังลดรายจ่ายในการจ้างคนในแผนกดังกล่าวเกินจำเป็น
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบจองห้องพัก หากสนามกอล์ฟมีบริการโรงแรม ห้องพัก
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการร้านอาหาร ในการณีที่มีบริการร้านอาหาร บาร์ เครื่องดื่ม

ความสามาถของโปรแกรมจัดการสนามกอล์ฟ (CiMSO – GOLFmanager) ได้แก่

1. การจัดการสมาชิก 

  • จัดทำทะเบียนสมาชิก โดยสามารถแยกคุณสมบัติหรือรูปแบบสามชิกได้
  • สามารถทำบัตรสมาชิก แบบ RFID หรือบัตรแม่เหล็ก
  • อัพเดตสถานะของสมาชิกโดยอัตโนมัติ
  • เก็บประวัติการเข้าใช้บริการ ชื่อแคดดี้ และประวัติการซื้อสินค้า ความชื่นชอบได้ทั้งหมด เพื่อประโยชน์ในการทำการตลาดและการจัดทำโปรโมชั่นให้กับลูกค้า
  • การส่งอีเมล์หรือ SMS นำเสนอบริการและโปรโมชั่นให้กับสมาชิก

2. การจัดการสนามกอล์ฟ

  • สามารถกำหนด การวนรอบของสนาม (Course) และสามารถกำหนดระยะห่างของเวลาในการปล่อยนักกอล์ฟออกรอบแต่ละก๊วน
  • กำหนดวันปิดสนามบางสนามเพื่อการซ่อมบำรุง
  • กำหนดราคาค่า Green Fee, ค่าแคดดี้, ค่ารถกอล์ฟ (วันธรรมดา, วันหยุด, Sport Day)
  • กำหนดวันหยุดพิเศษล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องทราบโดยอัตโนมัติ
  • กำหนดราคาพิเศษในระหว่างการจัด Promotion ต่าง ๆ ได้

3. T-Booking

  • สามารถจองส่วนบุคคลหรือกลุ่ม พร้อมการยืนยันผ่านอีเมล์และ SMS โดยตรงและรายการรอ (waiting list)
  • ออกตั๋ว แบบ Cash Card System (RFID) ซึ่งทำให้การขายเป็นไปด้วยความรวดเร็วและน่าประทับใจ
  • ค้นหาชื่อสมาชิกด้วยความรวดเร็ว โดยอ้างถึง ชื่อ, นามสกุล, หรือหมายเลขสมาชิก
  • จำหน่ายตั๋วหรือคูปองโดยอ้างถึงการจองสนามได้
  • ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทันที
  • รองรับการจำหน่ายตั๋วแบบหมู่คณะ เช่น จากบริษัททัวร์, โรงแรม, หรือการปิดสนามเพื่อการแข่งขันพิเศษ เป็นต้น

4. Pro-Shop (โปรช๊อป)

  • Pro-Shop touch screen points of sale (POS)
  • ใช้เครื่องอ่าน Bar Code หรือ แถบแม่เหล็ก จากบัตรสมาชิกได้ (Cash card system)
  • ระบบจัดการสต๊อกสินค้า – Stock management

5. Back Office (บัญชีและการเงิน)

  • รายงานการขายประจำวัน/ประจำเดือน แยกตามพนักงานขายหรือรวมทั้งหมด
  • รายงานการขายแยกตามสินค้า (ค่าสนาม ค่าแค็ดดี และค่ารถกอล์ฟ) ประจำวัน  ประจำเดือน
  • รายงานแยกตามประเภทสมาชิก
  • รายงานการออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี เต็มรูปแบบ ประจำวัน ประจำเดือน
  • รายงานสรุปรายได้ค่าสนาม แยกตามราคา (ส่งกรมสรรพสามิต)
  • รายงานภาษีขายประจำเดือน (ส่งกรมสรรพากร)
  • รายงานรายได้ส่วนแบ่งค่าแคดดี้

ฯลฯ

6.  Report (รายงานสำหรับทีมผู้บริหารและฝ่ายแผนการตลาด)

  • รายงานสถิติการใช้สนามแยกตามประเภทนักกอล์ฟ/ ประเภทสมาชิก
  • รายงานสรุปจำนวนผู้เล่น และจำนวนเงินยอดขายแต่ละวันในเดือนปัจจุบันยอด Year To Date  และเปรียบเทียบยอดขายเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

ฯลฯ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรโมชั่น Business Diploma Program – VGC Canada 31 December 2019

สมัครเรียน Business Diploma Program

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2019

ได้ลดค่าเรียนถึง  CA$4,800

จากปกติ CA$8,900

รายละเอียดหลักสูตร Diploma Programs 

  1. Academic Study : สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนระยะสั้น ระยะเวลาหลักสูตร เดือน (หรือ 24 สัปดาห์)  โดยนักเรียนสามารถทำงาน Part-time ระหว่างเรียนได้ 20ชั่วโมง/สัปดาห์ มีทั้งหมด 2 สาขา
    • Diploma in Business Communication (การสื่อสารเชิงธุรกิจ)
    • Diploma in Managing Customer Relationships (การจัดการลูกค้าสัมพันธ์)
  2. CO-OP Work Experience: สำหรับนักเรียนที่ต้องการประสบการณ์ทำงานจากหลักสูตรที่เรียนในประเทศแคนาดา ระยะเวลาหลักสูตร 1 ปี โดยนักเรียนสามารถทำงาน Part-time ระหว่างเรียนได้ 20ชั่วโมง/สัปดาห์ และในช่วงฝึกงาน 6 เดือนหลัง นักเรียนสามารถทำงานได้ 540 ชั่วโมงหรือประมาณ 22.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ (ทำงานตามสาขาที่เรียน 22.5 ชม./สัปดาห์ + ทำงาน Part-time 20 ชม./สัปดาห์)  มีทั้งหมด 2 สาขา
    • Diploma in Business Communication with CO-OP (การสื่อสารเชิงธุรกิจ)

      เรียน 24 สัปดาห์ + ฝึกงาน 24 สัปดาห์ + กลับมาเรียนอีก 2 สัปดาห์

    • Diploma in Managing Customer Relationships with CO-OP (การจัดการลูกค้าสัมพันธ์)

      เรียน 24 สัปดาห์ + ฝึกงาน 24 สัปดาห์ + กลับมาเรียนอีก 2 สัปดาห์

เงื่อนไข:

  • สมัครภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2019 เพื่อรับโปรโมชั่นนี้
  • อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือแตกต่างกันในแต่ละโปรแกรม  เช่น Co-Op fee (หากมี) 
  • โปรโมชั่นนี้ใช้ได้สำหรับ Diploma Programs เท่านั้น
  • นักเรียนจะต้องผ่านคุณสมบัติของการสมัคร Diploma Programs กรุณาดูได้จากไฟล์แนบ
  • โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

สัญญาจ้าง สิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้

หนึ่งในปัญหาที่ชวดปวดหัวและปวดใจแบบสุดๆ ของฟรีแลนซ์มือใหม่เลยก็คือ “การถูกเบี้ยวเงิน (หรือจ่ายค่าจ้างช้า)” สำหรับใครที่ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยเจอ เราขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ คุณคือผู้รอดชีวิต แต่ถึงแม้จะไม่เคยเจอก็ไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์แบบนี้มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเรา ทางที่ดีคือ กันไว้ดีกว่าแก้ จริงไหมคะ? เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนการตกลงว่าจ้างกันนั้นอย่าตกลงสัญญากับปากแค่อย่างเดียว ให้ทำ “สัญญาจ้าง” แบบที่เป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่าค่ะ จะได้อุ่นใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ว่าฟรีแลนซ์รับงานแล้วจะไม่หนีหาย ปละลูกค้าได้งานแล้วจะไม่เบี้ยวเงิน และนี่ก็คือ 6 หัวข้อสำคัญ ที่คุณต้องระบุเอาไว้ทุกครั้งในสัญญา

  1. ขอบเขตการทำงานและรูปแบบการส่งงาน เพื่อป้องกันปัญหาแก้แล้วแก้อีก เติมตรงนู้นให้ด้วย ตรงนี้อยากได้อีกแบบนึง แก้กันจนปิดจ๊อบไม่ได้ซะที แบบนี้ก็แย่เลย เพราะฉะนั้น ให้ระบุลงในสัญญาแบบชัดเจนไปเลยว่า ค่าจ้างจำนวนเท่านี้ เราจะทำงานให้ในขอบเขตไหน (เกินกว่านี้ไม่ได้นะ) จะส่งงานให้ในรูปแบบอะไร และที่สำคัญมาก ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ จะสามารถแก้ไขงานได้กี่ครั้ง กันการสั่งแก้แบบไม่รู้จบ
  2. กำหนดค่ามัดจำที่ต้องจ่ายก่อนเริ่มงาน ตามปกติจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคางานทั้งหมด ไม่ว่าจะ 30% หรือ 50% ก็แล้วแต่ สิ่งนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่ดีว่าลูกค้าจริงจังและจริงใจกับการจ้างงานนี้หรือไม่ รวมทั้งเป็นค่าเสียหายในกรณีโปรเจคถูกพับจากเนื่องจากปัญหาทางฝ่ายลูกค้าเอง ซึ่งตัวเราเองก็จะไม่ต้องเสียเวลาไปฟรีๆ รวมถึงการคิดค่าเสียหายหากมีการยกเลิกสัญญาจ้าง เพราะอาจมีกรณีที่ลูกค้าหัวหมอ มาหลอกจ้างแล้วมาขอยกเลิกงาน แต่สุดท้ายแล้วก็เอาไอเดียของเราไปแบบเนียน ๆ
  3. แจ้งลิขสิทธิ์ของผลงาน โดยปกติแล้วเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานจะเป็นของฟรีแลนซ์ที่ทำงานนั้นๆ นอกเสียจากว่าจะมีการตกลงให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง รวมไปถึงกรณีที่มีการซื้อ Font หรือรูปภาพมากจากเว็บ Stock ต่าง ๆ ก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์
  4. กำหนดระยะเวลาการจ่ายเงิน จะจ่ายรอบเดียว หรือแบ่งจ่ายเป็นกี่งวด ภายในกำหนดเวลาเท่าไหร่ ระบุให้ชัดเจนได้เลยค่ะ และอาจระบุค่าปรับด้วยก็ได้ถ้าลูกค้าจ่ายเงินช้ากว่าที่ตกลงกันไว้
  5. ค่าปรับกรณีที่ลูกค้าทำให้งานล่าช้า หลายครั้งที่เรามักจะพบว่าส่งงานไปให้ลูกค้าดูแล้ว ลูกค้ากลับหายเงียบไปเลย ไม่ยอม Feedback กลับมา หรือเขียนโค้ดทำเว็บเสร็จแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่ส่งคอนเทนต์มา เมื่อเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าเสียเวลากันทั้งคู่ เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว ควรกำหนดเวลาไปเลยว่าลูกค้าต้องให้ Feedback เราภายในกี่วัน ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดที่จะใช้ภายในกี่วัน ถ้าล่าช้ากว่านั้นก็อาจมีค่าปรับได้ แม้จะดูโหดไปหน่อยแต่วิธีนี้จะช่วยเราทำงานให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นผลดีกับทั้งฝ่ายเราและฝ่ายลูกค้าด้วย
  6. บริการหลังการขาย เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยเจอ โดยเฉพาะคนทำเว็บไซต์ ปิดงานไปแล้วเป็นปีๆ จู่ๆ ลูกค้าก็ทักมาบอกให้ไปแก้นู่นแก้นี่ให้ จริงๆ แล้วการบริการหลังการขายควรมี เพราะบางทีเราเองก็อาจทำงานผิดพลาดไปบ้าง แต่ถ้าปัญหามันเกิดขึ้นหลังจากงานเสร็จมาเป็นปี ก็อาจเป็นไปได้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเรา ในการซับพอร์ตส่วนนี้ก็ควรระบุไปด้วยว่า เราจะดูแลต่อเนื่องให้เป็นเวลา 1 เดือน หลังจากส่งงานแล้ว เกินจากนั้นไปก็ค่อยมาว่าจ้างกันใหม่อีกที่ เป็นอย่าง ๆ ไป

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ถึงเวลา ระบบจัดการโรงแรม ต้องเข้ามาช่วยโรงแรมเล็ก ๆ แล้ว

โรงแรมที่มีขนาดเล็ก ที่มีจำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง และ Traffic ไม่มาก หรือเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่ใช่ Chain Hotels มักจะมองว่า การลงทุนในการเลือกเอาระบบจัดการโรงแรม (INNKeeper – PMS) มาใช้เหมือนจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างไกลตัว แต่ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว ตอนนี้ในการให้บริการที่ติดขัดและมีปัญหาในโรงแรมที่แก้ไม่ตก ทุกอย่างสามารถจัดการได้ด้วยการเลือกใช้ระบบจัดการโรงแรม

ระบบจัดการโรงแรม (INNkeeper – PMS) จะช่วยโรงแรมขนาดเล็กได้อย่างไร

  • การทำงานแบบ Manual ช้าเกินไป

เป็นเรื่องจริงสำหรับโรงแรมขนาดเล็กที่ยังคงใช้ระบบการทำทุกอย่างด้วยมือ ตั้งแต่การจองห้อง ลงเวลา และบันทึกการเข้าออก ที่ทุกขั้นตอนจะต้องใช้เวลานาน ถ้าอยากที่จะให้บริการที่รวดเร็วกว่า ละลดความผิดพลาดในการทำงาน ระบบจัดการโรงแรมสามารถช่วยได้

  • ลดคน ลดขั้นตอน เพิ่มกำไร

แม้จะเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่มาก แต่หากว่าธุรกิจสามารถใช้คนให้น้อยลงได้ ด้วยการเลือกนำระบบคอมพิวเตอร์และระบบจัดการโรงแรมมาใช้ ก็สามารถที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการได้ ขั้นตอนการทำงานลด ก็ส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อย

  • เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มรายได้

ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กหรือใหญ่ ยอมต้องการเพิ่มรายได้ ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายทั้งนั้น เพราะหากโรงแรมเราตั้งอยู่เฉย ๆ และไม่ทำการตลาดด้วยการเพิ่มช่องทางการขาย เราก็คงมีแขกที่มาพักด้วยช่องเพียง 2 ช่องทางก็คือ ปากต่อปาก และการเดินผ่าน ซึ่งในยุคที่ลูกค้าเลือกจองห้องพักผ่าน Online OTAs และโรงแรม ที่พัก แทบทุกโรงแรมทำการตลาด เพิ่มช่องทางการขายผ่าน Online OTAs หากเราไม่เพิ่มช่องทางการขายบ้าง เราคงตกขบวนและไม่มีทางเพิ่มรายได้ได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการ  ในส่วนนี้ ระบบจัดการโรงแรมที่ดีจะมีฟังก์ชั่น Channel Manager ซึ่งจะช่วยลิ้งห้องพักไปยังเว็บไซต์ Agoda, Booking.com, hotels.com, Ctrip เพิ่มช่องทางขายและเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมได้มากขึ้น

  • ประเมินผลและวางแผนการตลาดของโรงแรม

นอกจากระบบจัดการโรงแรม จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการทำงานของพนักงานแล้ว ระบบจัดการโรงแรมที่ดี จะสามารถเก็บข้อมูลอย่างละเอียดของแขก และยังสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทำรีพอร์ทออกมาให้เจ้าของโรงแรมสามารถที่จะประเมินผลการบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงการทำการตลาดของโรงแรม เช่น จะต้องขายในช่องทางไหนที่แขกเห็นและเลือกเข้าพัก จะต้องเพิ่มบริการอะไรซึ่งแขกที่มาพักรู้สึกพอใจและจะกลับเข้ามาใหม่ ช่วงไหนของปีที่แขกเลือกมาพักที่โรงแรมของเรา เป็นต้น

  • เพิ่มบริการเสริม ที่ต่อยอดให้กับธุรกิจโรงแรม

โรงแรมขนาดเล็ก ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีเพียงห้องพักเท่านั้น แต่โรงแรมสามารถเพิ่มายได้จากการให้บริการอื่นๆได้ด้วย เช่น การทำร้านอาหาร, บริการสปา ซึ่งระบบจัดการโรงแรมที่ดี จะสามารถเพิ่มโมดูลเหล่านี้ได้เลย โดยจะเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่โรงแรมเคยลงไว้แล้ว และทำให้โรงแรมเสียค่าใช้จ่ายในการเพิ่มโมดูลไม่สูง แถมยังดีต่อการทำบัญชี (Back Office) ขององค์กรอีกด้วย

นับว่าระบบบริหารจัดการโรงแรมและคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้การบริการจัดการโรงแรมขนาดเล็กทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าของโรงแรมจะต้องเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังแล้ว ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบจัดการโรงแรม INNkeeper ซึ่งเป็นระบบจัดการโรงแรมที่มีทั้ง Front/Back Office + Channel Manager และยังสามารถ Integrate ไปยังระบบอื่น ๆ เช่น RESTaurateur, SPAscheduler, Golfmanager เป็นต้น

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

NCUK Thailand – International Foundation Year Program

เกี่ยวกับ NCUK

NCUK เป็นองค์กรการกุศลที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการศึกษาของสหราช อาณาจักรสำ หรับนักเรียนต่างชาติ Northern Consortium จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มของมหาวิทยาลัยทางตอน เหนือของอังกฤษ ที่คิดจะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้นักเรียนนับหมื่นได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงการศึกษานานาชาติในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2546 Northern Consortium ได้จัดตั้ง บริษัทในเครือ NCUK เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่สูง ขึ้นสำ หรับนักเรียนทั่วโลก จุดประสงค์หลักขององค์กรการกุศล Northern Consortium คือ ความก้าวหน้าด้านการศึกษา โดยดำ เนิน การผ่านกิจกรรมของ NCUK การให้ทุนการศึกษา รางวัล และการลงทุนในตลาดการศึกษานานาชาติ

ทำไมถึงเลือกเรียนกับ NCUK

ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร (9 เดือน) คือ 600,000 บาท

วันเปิดเรียน   กันยายน

สถานที่เรียน อาคารรสา กรุงเทพมหานคร

สาขาที่เปิดสอน

  • บริหารธุรกิจ (Business)
  • วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) 
  • มนุษยศาสตร์ (Humanities)
  • วิทยาศาสตร์ (Science)

วิชาเรียน

  1. สาขาบริหารธุรกิจและสาขามนุษยศาสตร์
    • English for Academic Purpose and Study skills
    • Business Studies
    • Mathematics
    • Economics
  2. สาขาวิศวกรรมศาสตร์ และ สาขาวิทยาศาสตร์
    • English for Academic Purpose and Study skills
    • Physics / Biology
    • Mathematics
    • Chemistry 

เกณฑ์การรับสมัคร 

  1. ระบบการศึกษาไทย
    • จบม.6 เกรด 2.5+ หรือ จบ ม.6 เกรด 2.0+
  2. ระบบการศึกษาอังกฤษ
    • IGCSE 5 ได้เกรด D อย่างน้อย 2 ตัว 
    • หรือ A-level ได้เกรด D อย่างน้อย 2 ตัว
    • หรือ IB คะแนนรวม 22 ตะแนนขึ้นไป
  3. ระบบการศึกษาอเมริกัน
    • Grade 12 เกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป
  4. การศึกษานอกระบบ
    • GED โดยได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน

ระดับภาษาอังกฤษ 

  • IELTS 5.0 Overall
  • IELTS 5.0 Overall
  • TOEFL iBT 34 Overall 

กำหนดการรับสมัคร 

  • รอบที่ 1 รับสมัครถึง 31 พค 2562
  • รอบที่ 2 รับสมัครถึง 31 กค 2562 

ทุนการศึกษา

ทุนการศึกษา 50% จาก Sheffield Hallam University ทุกสาขาวิชา **เราจะพิจารณาจากผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครและระบุความประสงค์ขอรับทุนก่อน 5 คนแรก** (การันตีจำนวน 5 คนแรกเท่านั้น)

NCUK เป็นหนึ่งในด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร:

NCUK คือกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในสหราชอาณาจักรซึ่งทุ่มเทให้กับการมอบโอกาสในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทั่วโลกให้แก่นักเรียนจากนานาประเทศ รวมถึงการสนับสนุนให้นักเรียนประสบความสำ เร็จในขณะที่ศึกษาอยู่

หลักสูตร: 

หลักสูตรของเราได้รับการยอมรับจาก 16 มหาวิทยาลัยพันธมิตรของ NCUKและมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในนานาประเทศทั่วโลก และที่เหนือกว่าหลักสูตรอื่นๆ ก็คือ หลักสูตรของเราจะช่วยเตรียมตัวคุณให้พร้อมกับการเรียนได้ในทันที เนื่องจากหลักสูตรของเราได้รับการออกแบบจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยพันธมิตร โดยมีการนำ มาตรฐานการศึกษาระดับสูงมารวมเข้ากับทักษะต่างๆ ได้แก่ ภาษา การเรียน การเข้าสังคม และวัฒนธรรมการรับประกันเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย

ในสหราชอาณาจักร:

NCUK ได้ช่วยให้นักเรียนจากนานาประเทศกว่าหมื่นคนได้รับการการันตีให้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักรซึ่งมีหลักสูตรให้เลือกเรียนกว่าพันหลักสูตร ทั้งยังได้รับวุฒิปริญญาตรีซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในหลากหลายสาขาวิชาคณาจารย์ผู้สอน: อาจารย์ของเรามีคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศและมีประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยอาจารย์ของเรานั้นมีประสบการณ์ด้านการสอน เข้าถึงง่ายและเป็นมิตร รวมถึงยังสามารถช่วยให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเรียนของพวกเขา

ห้องเรียน: 

บรรยากาศในห้องเรียนมีความสนุกสนาน เน้นการมีปฎิสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน เรากำ หนดให้จำนวนนักเรียนในแต่ละชั้นเรียนไม่มากเกินไปสูงสุดไม่เกิน 15-18 คน เพื่อให้นักเรียนแต่ละคนได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึงทำเลที่เหมาะสม: เราตั้งอยู่ที่ ตึกรสา กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่ดังต่อไปนี้:

  • รถไฟฟ้า BTS สถานี หมอชิต
  • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานี พหลโยธิน
  • ตลาดนัดจตุจักร (ตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
  • เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว
  • สนามบินนานาชาติ ดอนเมือง

การสนับสนุนที่ดีเยี่ยม:

เราให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมทุกด้านแก่นักเรียนระดับอุดมศึกษามากกว่าพันคน โดยนักเรียนจะได้รับทั้งคำแนะนำอย่างต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการสนับสนุนจากทีมช่วยเหลือด้านการสมัครเรียนและทีมให้คำ ปรึกษาที่ทุ่มเทของเรา

แบ่งเป็น 2 รูปแบบ

1. NCUK International Foundation Year

โปรแกรมปรับพื้นฐานของ NCUK คือโปรแกรมที่จะเตรียมความพร้อมของนักเรียนในปีแรกของการเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา นักเรียนจะได้เรียนหลักสูตรที่เหมาะสมกับสาขาเป้าหมายของนักเรียน โปรแกรมนี้มีให้เลือกด้วยกัน 4 หลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย:

  • หลักสูตรธุรกิจ (Business)
  • มนุษยศาสตร์ (Humanities)
  • วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)
  • วิทยาศาสตร์ (Science)

โปรแกรมของ NCUK ทุกโปรแกรมจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลักสูตรภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เพื่อให้คำ ปรึกษาในด้านการใช้ภาษา และทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษในการเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย

คุณสมบัติผู้สมัคร และวิธีการสมัคร

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

  • อายุ 16 ปีขึ้นไปเมื่อเริ่มหลักสูตร
  • วิชาการผ่านตามเกณฑ์การรับสมัคร
  • ผ่านการวัดระดับภาษาอังกฤษตามที่กำหนด

รายละเอียดหลักสูตร

  • ระยะเวลา: 9 เดือน
  • เริ่มเรียน: เดือนกันยายน
  • การเตรียมความพร้อมสำหรับมหาวิทยาลัย และ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ UCAS
  • เรียนที่ตึกรสา
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่ดีที่สุด

2. NCUK International Year One

NCUK International Year One ( IYOne) เทียบเท่ากับปีที่ 1 ระดับปริญญาตรี หลักสูตร International Year One (IYOne) จะช่วยเตรียมความพร้อมก่อนศึกษาต่อชั้นปีที่ 2 ระดับปริญญาตรีในสหราชอาณาจักรได้อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดสอน 2 สาขาวิชาได้แก่ บริหารธุรกิจ และ วิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรนี้ได้มีการสอนมากว่า 1ปี มีการประเมินผลจากการสอบและการเรียนการสอนในห้องเรียน รวมทั้งการเสริมทักษะทางด้านภาษาอังกฤษและด้านวิชาการสำ หรับการศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร หลักสูตร IYone นี้ ยังให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมแบบตะวันตกอีกด้วย

หลักสูตรนี้เสนอทางเลือกทางการเรียนหลายรูปแบบสำ หรับนักเรียนที่มีทักษะและคุณสมบัติทางด้านภาษาอังกฤษที่แตกต่างกัน ซึ่งนักเรียนที่จะเข้าเรียนจะต้องมีผลคะแนนวัดระดับ IELTS อย่างน้อย 5.5 หรือเทียบเท่า หรือจะเลือกเป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของทาง NCUK มีให้ตอนลงทะเบียนเข้าเรียน

สำหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองจะต้องเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ (Englishfor Academic Purposes) พร้อมกับวิชาบังคับตามหลักสูตร โดยหลักสูตรนี้จะทำ ให้นักเรียนมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยในเครือ NCUK เพื่อไว้ใช้ทำวีซ่า ดังนั้นการสอบ IELTS จึงไม่จำ เป็น

คุณสมบัติผู้สมัคร และวิธีการสมัคร

ขั้นตอนการสมัคร

  1. กรอกใบสมัครให้ครบถ้วน และส่งกลับมาพร้อมเอกสารประกอบการสมัคร ดังต่อไปนี้:
    • สำเนาหนังสือเดินทาง และวีซ่าประเทศอังกฤษก่อนหน้านี้ (ถ้ามี)
    • รูปถ่าย 1 นิ้ว 
    • ผลการทดสอบภาษาอังกฤษ BAC IET หรือ IELTS
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สำเนาเอกสารสำคัญจากโรงเรียน เช่น ใบรับรองผลการเรียนและหนังสือรับรอง
    • สำเนาบัตรประชาชน
  2. นักเรียนต้องเข้าร่วมการสัมภาษณ์ และในบางกรณีอาจจะต้องเข้ารับการทดสอบ ในระหว่างการสัมภาษณ์ เราจะให้คำแนะนำ เกี่ยวกับหลักสูตรและการเลือกสาขาอย่างดี นักเรียนอาจจะต้องเข้าทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หรือ คณิตศาสตร์ แล้วแต่สาขาที่นักเรียนเลือกเรียน การสัมภาษณ์อาจจะมีขึ้นที่ บริติช เคานซิล หรือ ตามสถาบันต่างๆในต่างประเทศที่เราไปเยี่ยม หรือ ผ่านทาง Skype
  3. ได้รับการตอบรับใบสมัคร (ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์) ในกรณีที่ได้การตอบรับ
  4. จ่ายเงินมัดจำ

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

เคล็ดลับการรับมือ…เมื่อต้องทำงานหลายอย่าง

ภายในหนึ่งวัน อาจเป็นเวลาที่จำกัดของหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก ต้องอาศัยความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด และความพยายามที่จะทำงานหลาย ๆ อย่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานหลาย ๆ อย่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ มาฝากค่ะ

ปรับสมองให้รับงานหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

เคล็ดลับข้อนี้คุณอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเสียหน่อย แต่คุณควรพยายามให้มากค่ะ เพราะการทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน จะช่วยให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย ดังนั้น ปรับสมองให้สามารถรับงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดข้อมูล เนื้อหา และความสอดคล้องของงานแต่ละอย่างเข้าด้วยกัน แล้วเริ่มต้นทำงานแต่ละอย่างไปทีละขั้นอย่างรอบคอบและตั้งใจ จะช่วยให้คุณสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กันได้อย่างลงตัวค่ะ

แยกงานที่ไม่เกี่ยวข้องไว้ต่างหาก

อย่าปนงานที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แยกไว้ทำทีหลัง เพื่อให้งานไม่ปะปนกัน แนะนำเลือกทำงานที่คล้าย ๆ กันก่อน แล้วค่อยมาเก็บงานที่แยกออกไว้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับการทำงานได้อย่างลงตัว และมีประสิทธิภาพมากที่สุดได้ ที่สำคัญถ้าคุณต้องสลับไปทำงานอีกอย่าง ควรมีช่วงเวลาพัก ระหว่างงานทั้งสองด้วยนะคะ เพื่อให้ความคิดของคุณปลอดโปร่ง และให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

การจัดลำดับความสำคัญ จะทำให้งานออกมามีคุณภาพสูง

ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณจะต้องกำหนดเป้าหมาย และวางแผนการทำงานอย่างมีขั้นมีตอน เพื่อให้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้ การจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อคุณจำเป็นต้องทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันภายในวันเดียว

จัดสรรเวลาให้กับงานอย่างเหมาะสม ควรมีเวลาพักผ่อนบ้าง

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นทำงานอะไรก็ตาม การจัดสรรเวลาให้เหมาะสม อย่าลืมทำสิ่งสำคัญในชีวิจ คุณจะต้องรู้จักแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในการทำงาน ส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา และส่วนหนึ่งในการพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายได้พักบ้าง เช่นภายในหนึ่งวัน คุณควรจัดเวลาไว้สองช่วงต่อวัน โดยแต่ละช่วงจะต้องมีเวลาพักสัก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มพลัง และผ่อนคลายสมองที่ใช้งานหนักมาตลอดทั้งวัน การทำงานยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะทำให้สมองของคุณล้า การพักบ้างจะทำให้สมองปลอดโปร่ง สมองดี งานก็ย่อมออกมาดี ดังนั้น หาเวลาผ่อนคลายสมองบ้าง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

โรงแรมที่ใช้ Channel Manager แล้ว ทำไมถึงต้องมี Hotel PMS ด้วย

มีหลาย ๆ โรงแรมสอบถามผมว่า ถ้าหากทางดรงแรม ที่พัก มีการใช้ Channel Manager แล้ว จำเป็นหรือไม่ที่จะยังต้องมี Hotel PMS อีก วันนี้เราจะมาแยกความแตกต่างของ Channel Manager กับ Hotel PMS และมาดูกันว่าเราควรเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งสองอย่าง และแบบไหนที่ส่งผลดีกับโรงแรมของเรามากที่สุดกันครับ

Channel Manager คืออะไร

Channel Manager คือ โปรแกรมที่ช่วยในการจัดสรรช่องทางการขายห้องพัก ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของโรงแรม ห้องพัก มีความสะดวกในการขายห้องพักไปยัง Online OTAs อย่างพวก Agoda, Booking ได้ง่ายและทำให้ลดปัญหาข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้อง โดยหลักการทำงานของ Channel Manager เป็นการรวมจำนวนห้องพักไว้เป็นกองกลาง หรอืที่เรียกว่า Pool Inventory และระบบจะทำการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายที่โรงแรม ที่พัก ได้สร้างไว้กับ เอเจ้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Booking.com, Ctrip, Expedia, Hotels.com เป็นต้น และรวมไปถึงเว็บไซต์ของโรงแรมเอง

Hotel PMS คืออะไร

Hotel PMS ย่อมาจาก Property Management System คือ ระบบที่ครอบคลุมการบริหารจัดการงานโรงแรมส่วนหน้า (Front Office) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ แคชเชียร์ การจอง แม่บ้าน ข้อมูลลูกค้า การรายงาน และอื่น ๆ (Reservation, Check-in & Check-out, Rate Management, Account Processing, Housekeeping)

เลือก Channel Manager หรือ PMS ดี

โรงแรม ที่พัก ขนาดเล็ก ที่มีจำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง และ Traffic ไม่มาก หรือเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่ใช่ Chain Hotels มักจะมองว่าระบบ PMS ยังไม่จำเป็น เพราะยังสามารถจดมือ หรือใช้ Excel บริหารจัดการได้อยู่ เจ้าของโรงแรม ที่พัก ก็มักจะเลือกใช้เพียง Channel Manager เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อเถอะว่าผู้บริหาร ยุคใหม่ ที่ต้องการเวลา เพื่อไปพัฒนาหรือขยายกิจการ และไม่ต้องการฝากกิจการไว้กับพนักงานโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวขององค์กรได้ จะพยายามหาระบบ PMS มาใช้ควบคู่ไปกับการขายห้องพักผ่าน Channel Manager  (ซึ่งหลายครั้งจะเลือกระบบ PMS ที่รองรับกับแผนการพัฒนา/ขยายกิจการ เช่น เพิ่มบริการสปา, ร้านอาหาร หรือการขยายสาขา เป็นต้น) เพราะลึก ๆ แล้ว ทุกคนที่ทำธุรกิจ ไม่มีใครที่ไม่ต้องการให้ธุรกิจของตัวเองมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับการมีเวลาไปพัฒนา/ขยายกิจการของตัวเอง ดังนั้น ตั้งแต่เริ่ม ที่คิดว่าจะทำโรงแรม หรือรับช่วงต่อกิจการโรงแรม ที่พัก จากที่บ้าน งบประมาณแรก ๆ ที่คุณต้องกันไว้ นั่นคือ งบของระบบจัดการโรงแรมที่เหมาะกับองค์กร

ส่วนโรงแรมขนาด 50 ห้องขึ้นไป ส่วนมาก มักจะเลือกใช้ทั้ง Channel Manager และ PMS ควบคู่กันไป และมักจะเลือก ระบบ Channel Manager ของเจ้าทีมี PMS ด้วย เนื่องจากระบบทั้ง 2 จะทำงานควบคู่กัน ทำให้พนักงานโรงแรมทำงานสะดวกขึ้น มีมาตรฐานและลดการทำงานที่ผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

มีแต่ Channel Manager แล้วควรมี PMS ด้วย

การเลือกใช้ Channel Manager ที่ดี ควรจะเลือกอันที่เป็นระบบซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ OTAs เข้ากับ PMS ที่โรงแรมใช้จัดการห้องพักและราคาอยู่ เพราะ เมื่อ Channel Manager มีการเชื่อมต่อกับ PMS แล้ว ระบบ Channel Manager จะช่วยอัพเดตข้อมูลของโรงแรมโดยอัตโนมัติในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตราคา อัพเดทจำนวนห้องเปิดให้จองและข้อมูลการจอง ข้อดีของการเชื่อมต่อระหว่าง Channel Manager กับ PMS นอกจากจะช่วยให้ห้องพีกของเราได้มีการขายออกไปได้ง่าย ไว และสะดวก ซึ่งเพิ่มรายได้ให้กับทางโรงแรม ห้องพัก แล้ว การเชื่อมต่อนี้ยังช่วยลดปัญหาการจองเกินจำนวนจัดสรรได้เช่นกัน (Overbookings) เพราะเมื่อห้องพักถูกจอง ระบบก็จะลบข้อมูลดังกล่าวออกจากช่องทางออนไลน์อื่นโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เมื่อคุณต้องการเลือกใช้ Channel Manager จากผู้ให้บริการระบบเจ้าใดสักเจ้าหนึ่ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบ PMS / Front Office ด้วย เนื่องจากการเลือกใช้ระบบจากผู้ให้บริการเดียวกันนอกจากระบบจะเสถียรกว่าการแยกระบบแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อให้กับโรงแรมด้วย (ดูข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ INNkeeper ซึ่งเป็นระบบจัดการโรงแรมที่มีทั้ง Front/Back Office + Channel Manager และยังสามารถ integrate ไปยังระบบอื่นๆ เช่น RESTaurateur, SPAscheduler, Golfmanager เป็นต้น)

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com