เงินทองต้องวางแผน – เป็นฟรีแลนซ์จะบริหารเงินยังไง ให้อยู่ได้ทั้งเดือน

การทำงานเป็นอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง ทำงานได้ตลอดเวลา และสามารถหยุดทำก็ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ หลายๆ คนอาจคิดว่า “การเป็นฟรีแลนซ์” จะดีเสมอไป แต่คุณอย่าลืมว่า การทำงานฟรีแลนซ์จะอยู่รอดได้คุณจำเป็นต้องรู้จักบริหารเงิน และวางแผนทางการเงินให้รัดกุม เพื่อป้องกันการขาดสภาพคล่องทางการเงินก่อนจะถึงเวลารับเงินงวดต่อไป

เพราะความเป็นจริงแล้ว การทำงานฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพที่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการเงิน มากกว่าใครเลยทีเดียว เพราะส่วนมากจะคาดการณ์รายได้ในอนาคตได้นั้น ค่อนข้างยาก แถมแต่ละเดือนก็ได้มาน้อยไม่เท่ากัน และบางครั้งยังได้เงินไม่ตรงเวลาอีกทำให้ต้องรับผิดชอบต่อการเงินของตัวเองสูงมาก ดังนั้น เพื่อให้การทำงานฟรีแลนซ์อยู่รอดวันนี้เรามีเคล็ดลับการวางแผนการเงินมาแนะนำค่ะ

เทคนิคการวางแผนการเงิน และการบริหารเงินอย่างรัดกุม

  • วางแผนการใช้จ่าย ให้เหมาะสม

การทำงานฟรีแลนซ์ สิ่งแรกที่สำคัญเพื่อเอาชีวิตให้อยู่รอดจนถึงครบกำหนดการจ่ายเงิน คุณจะต้องรู้ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายใดจำเป็นและค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เพื่อลดและปรับเปลี่ยนวิธีการใช้จ่ายเงินให้ลดลง เป็นการควบคุมภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนลง สามารถช่วยให้รายจ่ายเหมาะสมกับรายได้ที่กำลังจะเข้ามา

  • วางแผนออมเงิน และเงินสำรอง

เมื่อคุณได้รับเงินงวดแรก สิ่งสำคัญต่อมาคือการเงินออม เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต การทำงานฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนเรื่องรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน และระยะเวลาการได้รับเงินก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น การมีเงินเก็บออม หรือเงินสำรองไว้ในบัญชีจะช่วยให้คุณสามารถผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นไปได้

  • จัดสรรรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน

เมื่อคุณทราบแล้วว่า ความเป็นจำแต่ละเดือน คุณต้องเตรียมเงินไว้กับอะไรบ้าง เมื่อรายได้เข้ามาคุณก็ควรจัดสรรเงินส่วนนั้นเตรียมไว้ให้พร้อมกับการจ่ายเงินที่กำลังจะมาถึง เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด และส่งผลกระทบต่อการทำงานของคุณในอนาคตได้

  • สร้างหลักประกันให้กับชีวิต

การทำงานอิสระ คุณจะต้องมีหลักประกันในการใช้ชีวิตด้วยเช่นกัน เพราะคุณไม่ได้เป็นพนักงาน ไม่มีเจ้านาย หรืออยู่ภายในองค์กร สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และอื่น ๆ ที่คุณไม่ได้รับ เพราะคุณไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่สิ่งเหล่านี้คุณสามารถสร้างขึ้นด้วยตัวเองได้ โดยการเก็บออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือส่งประกันสังคมต่อไป เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงการทำประกันชีวิตเพื่อให้คุณยังได้รับความคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพด้วย

การทำงานฟรีแลนซ์ที่ดี ควรรู้จักบริหารจัดการ และวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิตและครอบครัว และเพื่อให้คุณทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างราบรื่นต่อไปได้อย่างมืออาชีพค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

จัดการร้านอาหารอย่างมืออาชีพ

มีหลายคนที่มองว่า “ธุรกิจร้านอาหาร” เป็นธุรกิจไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นเพียงการทำอาหารเสิร์ฟให้กับลูกค้าเท่านั้น จริงๆแล้วธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ เป็นธุรกิจที่เปิดง่าย และผู้มีเงินมักชอบลงทุน แต่อยู่รอดได้ยาก หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะแม้ว่าจะมีรายได้ต่อจานสูง แต่หากไม่มีการควบคุมค่าใช้ จ่ายและขั้นตอนการทำงานที่ดี ก็จะทำให้ธุรกิจขาดทุน และถ้าเงินทุนสำรองไม่เพียงพอ ในที่สุดก็จำเป็นต้องเลิกกิจการไป

การทำธุรกิจร้านอาหาร นอกจากฝีมือในการทำอาหารต้องดี การตลาดต้องเก่งแล้ว เจ้าของธุรกิจยังต้องคำนึงตัวช่วยในการบริหารจัดการร้านอาหารด้วย โดยเฉพาะตัวช่วยทางด้านการเงิน, การจัดการสต๊อกสินค้า, ลูกค้าสัมพันธ์ เพราะหากเจ้าของธุรกิจไม่ใส่ใจกับตัวช่วยหล่านี้แล้วล่ะก็ ปัญหาที่อาจเกิดได้ก็มีตั้งแต่การที่พนักงานไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ สั่งอาหารเข้าครัวผิดๆถูกๆ หมดเม็ดยอดขาย สินค้าหายไปจากสต๊อก และที่สำคัญคุณจะไม่สามารถเห็นยอดรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงของกิจการได้ครับ

มาดู ระบบจัดการร้านอาหาร พื้นฐานที่นักธุรกิจร้านอาหารควรมีกันครับ

  1. ระบบหน้าร้าน หรือที่เรียกกันว่า POS เป็นระบบที่ช่วยตั้งแต่การรับออเดอร์ (มีทั้งระบบหน้าจอสัมผัสแบบmonitor และบบ mobile device) ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานของพนักงานและการส่งออเดอร์เข้าครัว รวมถึงการจัดการโต๊ะ (floor plan) และการชำระเงิน ระบบ POS ที่ดีจะสามารถขยายและ integrate ไปที่ระบบ back office หรือระบบบัญชีเพื่อให้พนักงานบัญชีสามารถจัดการต่อได้เลย
  2. ระบบรายงาน (Report) เป็นสิ่งที่จะช่วยเจ้าของธุรกิจร้านอาหารในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของร้านได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทำให้เห็นถึงภาพรวมของร้านอาหาร ตั้งแต่ส่วนของ ขอดรายได้-รายรับประจำวัน สินค้าชนิดไหนขายดี วัตุดิบชิ้นไหนควรสั่งซื้อเพิ่มเติม รายงานยิ่งละเอียดเท่าใด คุณก็ยิ่งสามารถวางแผนการทำงานของธุรกิจร้านอาหารของคุณได้มากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ระบบรายงานที่สามารถcustom ได้ จะสามารถลงบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อทำบัญชี รายเดือนหรือปิดงบได้เลย
  3. ระบบบริหารสต๊อก หรือระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager – Inventory & Procurement Software) ระบบสินค้าคงคลังหรือระบบสต๊อก เป็นพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบซึ่ง ระบบสต๊อกที่ดีควรมีการตรวจสอบจำนวนและคุณภาพของวัตถุดิบอยู่เสมอเพื่อเช็คจำนวนสต๊อกคงเหลือในแต่ละวัน หากมีวัตถุดิบใดใกล้หมดสต๊อกต้องรีบสั่งซื้อเพิ่มเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของขาดสต๊อกในตอนที่เปิดร้านไปแล้ว นอกจากนี้ การหมั่นตรวจสอบสต๊อกยังช่วยควบคุมและตรวจสอบเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ หากมีวัตถุดิบใดหายไป นั่นหมายถึงต้นทุนที่เสียไปโดยสูญเปล่าด้วยเช่นกัน การตรวจเช็คสต๊อกสามารถทำใส่ในแบบฟอร์มการนับสต๊อกวัตถุดิบได้ โดยสามารถย้อนกลับมาดูได้ตลอดและยังใช้ในการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบในครั้งต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย

CiMSO Software เรามี Modules ดี ๆ สำหรับการจัดการร้านอาหารอย่างครบวงจรมาแนะนำ เพื่อให้นักธุรกิจการอาหารนำไปพิจารณาเลือกใช้กันครับ ระบบของเราเป็นระบบร้านอาหารแบบครบวงจร ม่าร้านของคุณจะเป็นร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือร้านที่กำลังจะขยับขยาย เพิ่มสาขา ทำครัวกลาง CiMSO รองรับทั้งหมดครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

Australian Catholic University (ACU) เรียนต่อออสเตรเลีย

มหาวิทยาลัย Australian Catholic University หรือ ACU เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลของออสเตรเลีย ทั้งนักศึกษาและคณาจารย์มีความหลายหลายทางเชื้อชาติที่แตกต่างกันไป ACU คัดสรรอาจารย์โดยมีอัตราต่อสัดส่วนต่อนักเรียน 1:18 ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพและประสบการณ์ ปัจจุบันมีนักศึกษาสัดส่วน ดังนี้ นักศึกษาปริญญาตรี 18,406 คน ปริญญาโท-เอก 5,300 คน นักศึกษาต่างชาติ 3,323 คน

มหาวิทยาลัย Australian Catholic (ACU) เป็นหนึ่งใน 80 มหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจากการจัดอันดับ Times Higher Education นอกจากนี้ ACU ยังอยู่ในกลุ่ม Top 3% ของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และเป็นมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ชั้นนำ

เว็บไซต์ https://www.acu.edu.au/

ACU เปิดสอนนักศึกษาต่างชาติใน 6 แคมปัส ได้แก่ 

  • ACU Canberra
  • ACU Ballarat
  • ACU Brisbane
  • ACU Melbourne
  • ACU North Sydney
  • ACU Strathfield

นักศึกษาต่างชาติจะได้รับการเรียนที่ดีเยี่ยม เมื่อจบแล้วมีอัตราการจ้างงานสูง รวมถึงเงินเดือนที่ได้รับ นอกจากนี้ในทุกหลักสูตรนักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ต่างๆ เมื่อพวกเขาเรียนจบ

หลักสูตรแนะนำ

  • วิทยาศาสตร์การแพทย์คลีนิค
  • โลหิตวิทยาและเภสัชศาสตร์การหมุนเวียนโลหิต
  • การเคลื่อนไหวของมนุษย์และวิทยาศาสตร์การกีฬา
  • โภชนาการและการกำหนดอาหาร
  • การพยาบาล
  • การสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • การศึกษาเฉพาะทางในด้านศึกษาศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์การรับรู้
  • จิตวิทยา
  • การศึกษาศาสนา

ทุนการศึกษา 

เหตุผลที่เลือก เรียนกับ ACU 

  1. ACU เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย โดยแรกเริ่มก่อตั้งเป็นโรงเรียนเมื่อปี 1857 และรวมตัวเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อปี 1991
  2. มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดย 14% ของนักศึกษาเป็นนักศึกษาต่างชาติ จาก 92 ประเทศทั่วโลก
  3. ค่าเรียนของ ACU สมเหตุสมผล 
  4. อัตราการจ้างงานหลังเรียนจบอยู่ที่ 95%
  5. มีแคมปัสให้เลือกเรียนหลากหลายถึง 6 แคมปัส

ค่าเรียนโดยเฉลี่ยต่อปี

ปริญญาตรี 
AU$ 25,000
ปริญญาโท
AU$24,500 
ค่าใช้จ่ายต่อปีโดยประมาณ
12,000 – 20,000 

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

งานฟรีแลนซ์อะไรบ้างทำเงินควบคู่กับการเป็นมนุษย์เงินเดือน

การทำงานฟรีแลนซ์ ถือเป็นความนิยมในโลกยุคใหม่ไปแล้ว แต่สำหรับมุนษย์เงินเดือนที่กำลังสนใจและต้องการทำงานฟรีแลนซ์ อาจเกิดความสับสนว่า จะทำงานประจำต่อ หรือออกจากงานเพื่อมาทำงานฟรีแลนซ์ดี การตัดสินใจระหว่างที่คุณกำลังมีความสับสนเช่นนี้อาจจะไม่ดีต่อชีวิตและความเป็นอยู่แน่ เพราะการเลือกทำงานฟรีแลนซ์สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความรู้ ความสามารถมาเพียงพอ และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ การเลือกทำงานฟรีแลนซ์อาจพบกับปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ และไม่สามารถทำงานฟรีแลนซ์ต่อไปได้

ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังสนใจในการทำฟรีแลนซ์อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับอาชีพฟรีแลนซ์ที่มนุษย์เงินเดือนก็สามารถทำไปพร้อมกันได้ โดยยิ่งเป็นผลดีต่อการเงิน ที่คุณจะได้รับมากขึ้นนั่นเอง

งานฟรีแลนซ์ที่น่าสนใจ มนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกทำได้มีดังนี้

  • ขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์

อาชีพการขายถือเป็นอาชีพอิสระที่หาเงินได้ง่าย และมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการทำงานผ่านระบบออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนยุคใหม่เริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้น เพราะสามารถขายสินค้าอะไรก็ได้ที่ต้องการ และสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ทันที ที่สำคัญคุณสามารถทำตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลังเลิกงาน ก่อนเข้างาน พักเที่ยง หรือช่วงเวลาที่คุณว่าง ๆ จากการทำงานประจำ ซึ่งทางเลือกที่น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์เงินเดือนมากที่สุด

  • ไปขายสินค้าตามตลาดนัด หลังเลิกงาน

อย่างที่ทราบกันดีว่า การเป็นพ่อค้าแม่ค้าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้มากมาย การนำสินค้าที่กำลังเป็นที่สนใจและราคาถูกจะทำให้คุณขายของได้ง่ายและเร็วขึ้น เมื่อคุณมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สามารถทำได้ตอนช่วงวันหยุดหรือหลังเลิกงานเท่านั้น การขายสินค้าตามตลาดนัดก็ถือว่าเป็นงานฟรีแลนซ์ที่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องเช่นกัน คุณสามารถขายของได้ทุกตลาดนัดที่มี และการขายทุกวันจะช่วยให้คุณสร้างลูกค้าที่ดีได้

  • งานแปล และการทำบล็อกรีวิวสินค้าหรือสถานที่ท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่พอจะมีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับภาษา ไวยกรณ์ และสามารถสื่อสารออกมาเป็นตัวหนังสือได้ ก็สามารถทำงานเกี่ยวกับข้อมูล งานแปล และการเขียนบล็อกรีวิวได้ เพราะในยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะหาข้อมูล หรือต้องการผ่อนคลายก็จะเลือกเข้าไปดูผ่านทางระบบออนไลน์ ผ่านทางโซเชียลต่างๆ เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ การทำงานเกี่ยวกับการเขียนบล็อก หรือการรีวิว จะช่วยให้คุณสามารถทำเงินจากข้อมูลเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณา ค่าคอมมิชชั่น และอื่น ๆ ที่คุณจะได้จากลูกค้า ผู้ว่าจ้าง ซึ่งหลาย ๆ คนที่มีความรู้ และความสามารถในด้านภาษา การเขียน และสื่อสารที่สามารถจูงใจให้กับผู้อื่นได้ ย่อมได้เปรียบเมื่อทำงานนี้ และสามารถสร้างรายได้ให้คุณมากขึ้น โดยไม่ต้องออกจากงานประจำอีกด้วย

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

เปิดร้านอาหารสักร้าน ต้องมีระบบอะไรบ้าง

ฝันอยากจะเปิดร้านอาหาร​ คาเฟ่สวยๆ​ สักร้าน​ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้ #ระบบจัดการร้านอาหาร​ หรือไม่​ ลองอ่านทางนี้ครับ​

จริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะเปิดร้านอาหารแบบไหน​ เล็กหรือใหญ่​ อย่างน้อยก็ควรมีระบบที่ไว้ควบคุมการทำงานของพนักงาน​ ช่วยให้พนักงานทำงานได้คล่องตัว​ และควรจะต้องเป็นระบบที่คุณควบคุมได้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ที่ร้านครับ​ เพราะหน้าที่หลักของเจ้าของร้านคือการแวะเจ้ามาพบปะกับแขก​ ​หา Connection การไปทำการตลาด​ การพัฒนาสูตร​อาหาร​ รวมถึงการพัฒนาร้าน​ ไม่ว่าจะขยายขนาดหรือเพิ่มสาขา​ ระบบที่คุณจะเลือกใช้ควรจะต้องตอบโจทย์เหล่านี้ให้กับคุณ​

  • หากคุณต้องการเพียงรับรู้ รายรับ-รายจ่ายรายวัน และออกบิลให้กับลูกค้า ให้ลองหาระบบ POS ที่ปัจจุบันมีตั้งแต่ Mobile App หรือเครื่องคิดเงิน POS ให้เลือกดูตามฟีเจอร์ที่ต้องการใช้
  • หากคุณพิจารณาถึงเวลาที่ต้องเสียไปกับการลงบัญชี และการควบคุมรายรับ-รายจ่าย สต๊อกสินค้า รวมถึงการควบคุมพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรเลือกหาระบบจัดการร้านอาหาร ที่มีระบบบัญชีมาตรฐานที่สามารถออกเอกสาร และรายงานให้คุณได้
  • หากคุณกำลังขยับขยาย เพิ่มสาขา หรือเริ่มมีการผลิต การทำครัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณต้องเลือกใช้ระบบ ERP ขนาดกลาง-ใหญ่ แล้วแต่การวางแผนธุรกิจของคุณ ที่รองรับการผลิต จัดเก็บสินค้า ทำบัญชี และเชื่อมต่อกับระบบหน้าร้าน ครับ

ระบบจัดการร้านอาหาร ของ CiMSO เรา มี features อะไรบ้าง

  1. ระบบหน้าร้าน หรือ RESTaurateur – Resuatrant & Bar Point of sale (POS) เป็นระบบซึ่งเป็นผู้ช่วยตัวสำคัญของร้านอาหาร ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดย ไม่ว่าจะร้านขนาดเล็กหรือใหญ่ก็สามารถจัดการร้านได้ผ่าน POS ระบบนี้มีความสามารถหลากหลายซึ่งความสามารถยิ่งสูง ราคาก็ย่อมสูงไปตามกันครับ
    • การรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านหน้าจอสัมผัส และ/หรือระบบ mobile device หรือ tablet ซึ่งมักจะยืดหยุ่น ให้สามารถเพิ่ม Add-on หรือ Topping ต่างๆ ได้ด้วย นอกเหนือจากเมนูมาตรฐานทั่วไป
    • สามารถแยกช่องทางการสั่งอาหาร เช่น Dine in หรือ Take away
    • การออกแบบเมนูอาหาร ด้วยการ สร้างและแก้ไขเมนู สามารถใส่รูปภาพเมนู เพิ่ม แก้ไขเมนู ชื่อ รูปภาพ และ ราคา สร้างโปรโมชั่น
    • ระบบจัดการโต๊ะ (Floor plan) การบริหารโต๊ะ ว่าลูกค้าจะต้องนั่งตรงไหน โต๊ะไหนนั่งเดี่ยว นั่งกลุ่ม ทำการย้ายโต๊ะ รวมหรือแยกโต๊ะได้อย่างอิสระ ช่วยจัดการโต๊ะภายในร้านอาหารได้ง่ายขึ้นด้วยแบบจำลองร้านอาหาร สร้างและแบ่งโซนโต๊ะภายในร้านอาหาร รวมถึงการจัดการสถานะของโต๊ะอาหารภายในร้าน
    • ระบบจัดการออเดอร์ สามารถรับออเดอร์ด้วยระบบรับออเดอร์ไร้สาย ส่งออเดอร์เข้าเครื่องพิมพ์ในครัวได้ทันที รองรับการจัดออเดอร์ทั้งแบบในร้าน และ กลับบ้าน รวมถึงการส่งออเดอร์เข้าสู่เครื่องพิมพ์ภายในครัวและบาร์น้ำได้อย่างรวดเร็ว
    • ระบบชำระเงิน ที่จะช่วยให้การคิดเงินสะดวกเเละรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับลิ้นชักเก็บเงินและเครื่องพิมพ์สลิป และใบเสร็จแบบเต็มรูปแบบ รองรับการคิดภาษี ค่าบริการ ส่วนลด และการแยกบิลจัดการสถานะการจ่ายบิล คืนเงิน และพิมพ์ใบเสร็จซ้ำ สามารถเพิ่มโลโก้และข้อความท้ายบิล
    • สามารถแยกช่องทางการจ่ายเงิน เช่น เป็นบัตรเครดิต เป็นเงินสด หรือทำการ split bill ให้กับลูกค้า
    • Kitchen management คือการบริหารจัดการครัว ส่งออเดอร์ไปที่ครัวโดยตรง ดูว่ามีกี่คิว คิวไหนได้ก่อนหลัง ช่วยให้ Checker สามาารถตรวจสอบอาหารก่อนไปเสิร์ฟได้ถูกต้อง
    • รายงานการซื้อรายได้ ตั้งแต่ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
  2. รายรับรายจ่าย (BACKoffice –  Accounting software)
    • ระบบขาย บันทึกยอดขายรายวันจากหน้าร้านได้ ที่สามารถเชื่อมต่อกลับระบบบัญชีได้แบบอัตโนมัติ (เรียกว่า interface หรือ integration)
    • ระบบซื้อ เพื่อทำการซื้อวัตถุดิบ ซื้อสินทรัพย์ หรือบริการอื่นๆ ที่เป็นทั้งแบบซื้อสด และซื้อแบบมีเครดิต สามารถสร้างใบสั่งซื้อ (PO) ใบแจ้งหนี้ ใบเพิ่ม/ลดหนี้ และใบเสร็จ เป็นมาตรฐาน
    • ในกรณีที่มีการซื้อของจากหลายๆ supplier หรือขายส่งให้กับลูกค้าแบบมีเครดิต ระบบจะสามารถ track อายุหนี้ต่างๆ หรือติดตามรับเช็ค ได้อย่างง่ายดาย
    • มีระบบบัญชี การเงิน ที่ดึงเอารายการในระบบอื่นๆ มาลงบัญชีให้อัตโนมัติ ดูกำไรขาดทุนต่อเดือนได้ ปิดงบในตัวได้ ออกฟอร์มต่าง ๆ ได้
  3. ระบบบริหารสต๊อก หรือระบบสินค้าคงคลัง (STOCKmanager – Inventory & Procurement Software)
    • เช็คจำนวนสต๊อกคงเหลือในแต่ละวัน การตรวจเช็คสต๊อกสามารถทำใส่ในแบบฟอร์มการนับสต๊อกวัตถุดิบได้ โดยสามารถย้อนกลับมาดูได้ตลอดและยังใช้ในการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบในครั้งต่อๆ ไปได้อีกด้วย
    • ทำสูตรหรือสูตรอาหาร (BOM) ได้ เพื่อการบริหารจัดการ วัตถุดิบ ของแต่ละจาน โดยสามารถเชื่อมไปเป็นฐานข้อมูลของระบบ POS ได้เลย
    • สามารถตรวจสอบและเตือนวันหมดอายุของวัตถุดิบและสินค้า ทำการบันทึกของเสียต่างๆ (Waste Management)
    • ตั้งค่าล็อตสินค้า โดยเฉพาะพวกที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ​ (มีการกระจายค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ในแต่ละล็อตสินค้าได้ด้วย)
    • ระบุ serial number หรือ barcode ของสินค้า และลิงค์กับ Barcode Scanner หรือ Weight Scale ได้
    • บริหารคลังสินค้าระหว่างสาขา สั่งสินค้าไปที่สำนักงานใหญ่ หรือครัวกลางให้มาส่งที่สาขา โอนย้ายไปมาระหว่างคลังได้อย่างยืดหยุ่น
    • รายงานสินค้าคงเหลือ ต้นทุนต่างๆ แบบละเอียด
  4. ระบบผลิต
    • จับขั้นตอนการเบิกวัตถุดิบออกมาผลิต โดยทำหน้าที่บริหารสต็อกให้ ว่าเหลือพอหรือไม่ หากไม่พอต้องซื้อเพิ่มเท่าไหร่
    • ย้ายสินค้าระหว่างการผลิตหากมีระยะการผลิตที่ไม่ได้เป็นแบบ instant เพื่อให้เห็นปริมาณคงเหลือชัดเจน
    • จำนวน output ต่อวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามา และจำนวน waste
    • สามารถกระจายค่าใช้จ่ายโสหุ้ย หรือค่าแรงเข้าไปได้ในการผลิตแต่ละ Job
  5. ระบบรายงาน (Report)
    • ดูรายงานความเคลื่อนไหวของร้านอาหารได้ตลอดเวลา ผ่านระบบ INNsync
    • บันทึกและรายงานยอดขาย รายวัน รายสาขา
    • ระบบรายงานการขายที่ครอบคลุม เช่น ยอดขาย สินค้าขายดี สต๊อกสินค้า และยอดขายจากพนักงาน
    • ระบบรายงานอื่นๆ ที่ผู้ใช้สามารถ custom ได้เอง
  6. ระบบลูกค้าสัมพันธ์​ (CLIENTmanager – Customer Relations & Business Management Software)  และ ระบบสมาชิก (CLUBmanager – Membership Administration Software)
    • ระบบฐานข้อมูลลูกค้า หรือ ระบบสมาชิกเพื่อทำการเก็บสะสมแต้ม Cash card หรือ Gift card
    • สร้างโปรโมชั่นได้หลากหลาย ตั้งค่าจากหลังบ้านให้สามารถใช้ได้ตามสาขาที่ต้องการ
  7. การกำหนดสิทธิ์การใช้งานของพนักงาน ได้อย่างไม่จำกัด ด้วยรหัสผ่าน เพื่อความปลอดภัย (เจ้าของร้าน ผู้จัดการ พนักงานบัญชี เเละพนักงานรับออเดอร์)  สร้างบัญชีพนักงานได้หลายบัญชี เพิ่ม ลด พนักงานได้อย่างง่ายดาย

การจะเปิดร้านอาหารอย่างมืออาชีพ ในยุคที่การให้บริการลูกค้าจะต้องรวดเร็ว ถูกต้องแม่ยนยำ รวดเร็ว ก็ควรจะต้องมีระบบหน้าร้านและระบบหลังบ้านที่เชื่อมต่อกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจ เงินลงทุน ขนาด และกลยุทธ์การขยายตัวของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งหากการลงทุนกับระบบที่สามารถเริ่มจากเล็ก integrate หรือขยายฟังก์ชั่นให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กรได้ย่อมเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ลดปัญหา การควบคุม (สต๊อกและบัญชี) และการจัดการกับต้นทุนได้ดีที่สุดครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

โปรโมชั่นเรียนภาษา 4 เดือนและ 6 เดือน กับ International House (IH) ประเทศออสเตรเลีย

หลักสูตร Semi Intensive 20 ชม/สัปดาห์

โปรโมชั่นพิเศษ 5+1wk & ฟรีค่าสมัคร 

**เมื่อสมัครเรียนอย่างน้อย 12wks และชำระค่าเรียนภายในสิ้น 

ปี2019, นักเรียนสามารถเริ่มเรียนได้ถึง 2020

Location

Price (12weeks)

Price (24weeks)

Bondi

58,630 บาท

114,412 บาท

Darwin

58,208 บาท

108,507 บาท

Melbourne

74,658 บาท

123,692 บาท

Sydney

58,630 บาท

114,412 บาท

หมายเหตุ

1) 1 AUD = 21.08985 THB (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณวันที่ 23/SEP/2019)

2) 5+1wk & ฟรีค่าสมัคร,  นักเรียนจะต้องลงเรียนในตารางเรียนSemi Intensiveตั้งแต่ 12สัปดาห์และชำระค่าเรียนภายในปีนี้เท่านั้น, โปรพิเศษนี้ไม่สามารใช้กับคอร์ส English for Teens

3) ค่าสมัคร: วีซ่าท่องเที่ยว $150, วีซ่านักเรียน $240

4) ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าที่พัก ค่ารถรับที่สนามบิน และ ค่าประกัน OSHC สำหรับวีซ่านักเรียน   

5) นักเรียนสามารถเริ่มเรียนได้ทุกวันจันทร์  

6) รับนักเรียนตั้งแต่อายุ 17 ปีขึ้นไป

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

ขั้นตอนเป็นฟรีแลนซ์ (Freelance) ได้อย่างมืออาชีพ

การทำงานอิสระ การเป็นฟรีแลนซ์ อีกหนึ่งทางเลือกที่คนยุคใหม่สนใจและให้ความสำคัญ เพราะเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้เข้ามามากขึ้นได้ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เลือกจะทำงานอะไรก็ได้ตามความต้องการ หรือเลือกได้ตรงกับความชอบและความถนัดของตัวเอง ทำให้ฟรีแลนซ์เป็นงานที่น่าสนใจมาก แต่การที่จะทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างราบรื่นนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากของหลายคน ดังนั้น วันนี้เราจึงมีขั้นตอนการเป็นฟรีแลนซ์ที่สมบูรณ์แบบ สามารถรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพมาแนะนำค่ะ

ขั้นตอนการเป็นฟรีแลนซ์

  • ค้นหาความเป็นตัวของคุณให้เจอ

การเริ่มต้นที่ดีที่สุด คือการที่คุณรู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ชอบ เป็นสิ่งที่ถนัดมากที่สุด การค้นหาตัวเองให้พบก่อนตัดสินใจเป็นฟรีแลนซ์ จะทำให้คุณก้าวเดินอย่างมีจุดมุ่งหมาย มีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถแก้ไขปัญหาหรือพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ และสามารถทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • แยกสิ่งที่น่าสนใจ สิ่งที่ชอบ และสิ่งที่ถนัดให้ออก

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองมีความชอบ มีสิ่งที่สนใจ หรือมีสิ่งที่ถนัด เพราะทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นการบอกให้คุณได้ทราบถึงความสำเร็จในการเป็นฟรีแลนซ์เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก การเลือกทำงานเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ อาจจะไม่สามารถทำให้งานได้ออกมาดีได้ เพราะคุณไม่มีความถนัด ไม่มีความรู้ หรือมีความสามารถไม่เพียงพอ แน่นอนว่างานก็ไม่ตรงกับความต้องการ เพียงความชอบที่คุณมีเท่านั้น แต่ถ้าคุณเลือกทำงานที่ตัวเองทั้งชอบทั้งถนัด งานที่ทำก็ออกมามีคุณภาพ และสามารถสร้างรายได้จากการทำงานเหล่านั้นได้นั่นเอง

  • ฝึกความสามารถ หาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทักษะในการทำงาน

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะเลือกทำงานอะไร สิ่งต่อมาคุณจะต้องรู้จักเรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อให้ทักษะที่มีอยู่สมบูรณ์แบบ และมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำเพียงแค่ 1 – 2 เดือน แต่นั่นหมายถึงการทำงานอยู่กับมันไปตลอดจนกว่าจะเลือกทำอย่างอื่นได้ การทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องรู้จักพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพสามารถแข่งขัน และมีความได้เปรียบในการทำงานนั้น ๆ ได้ ฝึกฝนและเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องมี

  • สะสมผลงานที่ทำให้มาก ๆ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีผลงานอะไรมาเลย ตัดสินใจจะทำฟรีแลนซ์ สิ่งหนึ่งที่คุณจะดึงดูดเงินของลูกค้าได้ ก็คือผลงาน การพิจารณาผลงานนี้เองที่ก้าวมาสู่ รูปแบบของการซื้อขาย ดังนั้นคุณจะต้องสะสมผลงานของตัวเองไว้ให้มาก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพิจารณาจ้างของลูกค้า

  • โปรโมทตัวเอง

สิ่งท้ายสุด แต่ไม่สุดท้าย คือ การโปรโมทตัวเอง เมื่อคุณมีผลงานที่ดีไว้มากมาย ต่อมาก็ถึงเวลาที่คุณจะนำผลงานเหล่านั้นไปสู่สายตาของผู้อื่น เพื่อให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องคุณอาจจะต้องลงทุนในการโฆษณาเลยก็ได้ แต่ก็ควรพิจารณาจากความคุ้มค่า ถ้าโฆษณาแล้วผลตอบรับดี คุณมีรายได้เข้ามามากก็ทำค่ะ แต่ถ้ายิ่งโฆษณา ก็ยิ่งมีภาระค่าใช้จ่าย รายได้ก็มาน้อย อย่างนี้แนะนำให้หาวิธีอื่น ๆ เพื่อลดภาระที่คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับเอาไว้ค่ะ

อยากเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ ลองทำตามขั้นตอนของเราสิค่ะ ไม่แน่คุณอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานฟรีแลนซ์แล้วประสบความสำเร็จก็ได้ค่ะ

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

โครงสร้างการบริหารงานโรงแรม (Hotel Organizational Structure) ตอนที่ 2

คราวที่แล้วในตอนที่ 1 เราพูดถึง รูปแบบของการบริหารงานโรงแรมตามระดับการปกครองมาแล้วนะครับ ในตอนที่ 2 นี้ เราจะเน้นถึงโครงสร้างการบริหารงานโรงแรมแบบสากลกันครับ

การบริหารงานโรงแรมตามมารฐานสากลในปัจจุบันนั้น จะแยกแยะงานงานต่างๆออกไปเป็นกลุ่มทๆ อย่างมีระบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  1. การบริการส่วนหน้าของโรงแรม (Front of the House)
  2. การให้บริการส่วนหลัง (Back of the House)

กิจการโรงแรมจะประสบผลสำเร็จได้อย่างดีนั้น ขึ้นอยู่กับหน่วยงานทั้งสองหน่วยนี้ครับ หากหน่วยงานทั้งสองทำงานสอดคล้องกันอย่างดี และมีประสิทธิภาพ โดยหากสามารถสอดคล้องกันได้อย่างอัตโนมัติ (น่าจะต้องใช้ ระบบจัดการโรงแรม เข้ามาช่วย ดู CiMSO – INNkeeper) ก็จะยิ่งทำให้การบริหารงานโรงแรม มีประสิทธิภาพ ราบรื่นครับ

การให้การบริการส่วนหน้าของโรงแรม (Front of the House)

การให้บริการส่วนหน้านี้เป็นงานที่สัมพันธ์และพบปะกับแขกโดยตรง ซึ่งนับตั้งแต่วินาทีแรกที่แขกมาถึง และแจ้งว่าจะเข้าพักในโรงแรม หน่วยงานที่อยู่ในแผนกส่วนหน้าของโรงแรมก็จะต้องทำงนสัมพันธ์กันไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเลยทีเดียว ดังนี้

1. แผนกให้บริการส่วนหน้า (Front Office Department)

เป็นแผนกที่มีความสัมพันธ์กับแขกโดยตรง นับได้ว่าเป็นตัวแทนด่านแรกของโรงแรมก็ว่าได้ เพราะหากว่าแขกติดขัดหรือมีปัญหาอะไร หรือจะติชมอะไรกับแผนกไหนก็ตาม แขกจะจรงมายังแผนกการให้บริการส่วนหน้าของโรงแรมเสียก่อน เพราะว่าสะดวกและง่ายกว่าที่จะติดต่อพุดคุยกับแผนกอื่น และแผนกนี้จะเป็นตัวแทนแจ้งให้แผนกอื่นได้ทราบต่อไป สำหรับการบริหารงานของแผนกนี้จะขึ้นตรงกับผู้จัดการทั่วไป (General manager) มีหน้าที่คอยรับงานจากหัวหน้าตนมาปฏิบัติ และดำเนินการตลอดจนวางแผนนโยบายทันทีเพื่อที่จะได้สอดคล้องกับนโยบายใหญ่ของโรงแรม งานของแผนกนี้ประกอบด้วย

  • การรับจองห้องพัก
  • แผนกต้อนรับ (Reception)  
  • แผนกไปรษณียภัณฑ์ (Mail and Postage)
  • แผนกพนักงานโทรศัพท์ (Telephone)
  • แผนกพนักงานการเงิน (Finance)
  • แผนก Reservation

2. แผนก Uniform Service

แผนกนี้เป็นแผนกที่คอยให้บริการแขกผู้ที่เดินทางมาถึงโรงแรมโดยจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และทักทายแขกเป็นด่านแรก อย่างเป็นกันเอง โดยพนักงานจะต้องได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี โดยให้แขกเกิดความรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเขา ความเป็นกันเอง ตลอดจนความเอื้ออารีที่มีต่อแขก จะทำให้แขกประทับใจ ซึ่งสิ่ต่างๆเหล่านี้จะทำให้แขกเดินทางกลับมาพักกับเราอีก งานของแผนกนี้ได้แก่

  • Door man
  • Porter
  • Elevator boy
  • Messenger
  • Pager

3. แผนกแม่บ้าน (Housekeeping Department)

แผนกแม่บ้านเป็นผนกที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าห้องพักของแขก โดยมีหน้าที่ด้านห้องพักต่างๆ เช่น การทำความสะอาดห้องพัก การจัดทำผ้าปูที่นอนและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้องแขกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้เสมอโดยเน้นความสะอาด กลิ่นที่สดชื่อ และการตกแต่งที่สวยงาม ระบบน้ำ ไฟ และท่อ รวมทั้งเครื่องปรับอากาศก็รวมอยู่ในการให้บริการของแผนกแม่บ้าน ในกรณีที่อุปกรณืเสียหรือชำรุดฝ่ายแม่บ้านจะทำหน้าที่ติดต่อแผนกที่เกี่ยวข้องเพื่อซ่อมบำรุงต่อไป

การให้บริการงานส่วนหลังของโรงแรม (Back of the House)

บุคคลที่สังกัดอยู่สำหรับงานบริการส่วนหลังนี้ ปกติมักจะเป็นตำแหน่งหรือหน่วยงานต่างๆที่จะไม่ค่อยเกี่ยวข้องพบปะกับแขกโดยตรงมากนัก เพราะงานต่างๆที่เขาเหล่านี้ปฏิบัติจะอยู่ในสำนักงานมากกว่า เช่น

  • แผนกขาย (Sale Department)
  • แผนกอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage department)
  • แผนกวิศวกร (Personal department)
  • แผนกบัญชี (Accounting department)
  • แผนกประชาสัมพันธ์
  • เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการแยกหน่วยงานโดยฟังก์ชั่นเป็นวิธีที่พบมากที่สุดของการจัดระเบียบโรงแรมหรือธุรกิจที่พัก แผนภูมิด้านล่างนี้ เป็นแผนภูมิองค์กรโครงสร้างแผนกของโรงแรมบริการแบบจำกัด โรงแรมบริการเต็มรูปแบบที่มีอยู่ไม่เกิน 500 ห้องและโรงแรมบริการเต็มรูปแบบที่มีมากกว่า 500 ห้อง อาจจะมีไม่กี่คนในแต่ละแผนก เช่น 2 คน หรือเป็นจำนวนมากถึง 50 คนในแผนก

1. Departments of a Limited-Service Hotel (โครงสร้างแผนกของโรงแรมบริการแบบจำกัด)

2. Departments of a Full-Service Hotel (under 500 rooms) (โรงแรมบริการเต็มรูปแบบที่มีอยู่ไม่เกิน 500 ห้อง)

3. Departments of a Full-Service Hotel (over 500 rooms) (โรงแรมบริการเต็มรูปแบบที่มีมากกว่า 500 ห้อง)

เรื่องการวางแผนโครงสร้างบริหารงานโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่เจ้าของโรงแรมไม่ว่าใหญ่หรือเล็กจะต้องให้ความสำคัญ เพราะหากวางแผนไม่รอบคอบแล้ว ก็จะทำให้การบริหารงานโรแงรมมีความผิดพลาดเยอะ ซึ่งหากกระทบไปยังแขกที่มากพัก ก็อาจจะทำให้โรงแรมเสียชื่อเสียง และเสียลูกค้าได้นะครับ

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com