เอกสารที่ใช้ในการเรียนต่อต่างประเทศ

ในการเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศนั้น เราจะต้องเตรียมการจัดทำหนังสือเดินทางและการขอวีซ่าเพื่อเข้าไปพำนักอยู่ในประเทศต่างๆที่เราจะศึกษา แต่ก่อนที่เราจะถึงขั้นตอนการขอวีซ่านั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษา ซึ่งเราจะต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยนั้นๆกำหนด อย่างไรก็ตามไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนก็ตามจะมีเงื่อนไขในการสมัครที่ใกล้เคียงกัน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นแตกต่างกันไป ดังนี้

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)*
  • ผลสอบ GMAT สำหรับผู้สมัคร MBA หรือ Business Program บางสาขา หรือ GRE สำหรับผู้สมัครสาขาวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering), ทางด้านการสื่อสาร (Communication) หรือในสาขาอื่นบางคณะ*
  • ผลสอบ SAT สำหรับผู้สมัครปริญญาตรี
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2-3 ฉบับ
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน (Bank Statement)

หมายเหตุ สำหรับผู้ไม่มีผลสอบ GMAT/ หรือ GRE ก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้เช่นกัน ในบางมหาวิทยาลัยไม่ต้องผลเหล่านี้ในการสมัครเข้าศึกษา

2. ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอื่นๆ

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) หลักสูตรที่จบล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการทำงาน (บางคณะต้องการประสบการณ์ทำงานด้วย)
  • หนังสือรับรอง (Letters of Recommendation) จากอาจารย์หรือที่ทำงานอย่างน้อย 2 ฉบับ 
  • ประวัติย่อหรือ เรียงความ (Resume’ / Essay) หัวข้อ” ทำไมถึงสนใจไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร” 
  • เอกสารการเรียนหรือฝึกงานอื่นๆ (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย

หมายเหตุ สำหรับผู้ที่ไม่มีผลสอบ IELTS/TOEFL บางมหาวิทยาลัยสามารถสมัครเข้าได้เลยโดยไปเรียนภาษากับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ และสามามารถเข้าศึกต่อในระดับปริญญาตรีหรือโทได้ทันทีเมื่อจบภาษาอังกฤษระดับสูงของมหาวิทยาลัย

***ผู้ที่สมัครเข้าศึกษาต่อไม่ว่าประเทศใดก็ตาม ควรเตรียมเอกสารทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ และบางสถาบันจะมีค่าธรรมเนียมในการสมัครก่อนที่จะดำเนินการพิจารณา ดังนั้นผู้สมัครต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในระดับปริญญาเอก นอกจากเอกสารที่จะต้องเตรียมข้างต้นแล้ว ผู้สมัครจะต้องเขียนบทวิจัย หรือ Research Proposal เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟรีแลนซ์

ปัจจุบันวงการฟรีแลนซ์ทั่วโลกได้เติบโตขึ้นมากว่าแต่ก่อนเยอะมาก กลายมาเป็นหนึ่งในอาชีพกระแสนิยม อาจเริ่มจากการที่บางคนต้องการหารายได้เสริม นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ พอทำไปทำมากลับเห็นว่าการรับงานนอกแบบนี้มีรายได้ดีกว่างานอิสระ จึงเลือกที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลามันซะเลย หรืออีกเหตุผล และวันนี้เราก็มีอินโฟกราฟฟิคตัวเลขสถิติจากการสำรวจชาวฟรีแลนซ์กว่า 42 ล้านคนที่อเมริกา เอามาให้ดูกัน เผื่อว่าใครที่กำลังสนใจในวงการนี้อยู่ จะได้เห็นถึงแนวโน้มและความคิดเห็นต่างๆ ของคนที่อยู่ในวงการอยู่แล้ว ว่าเค้าเป็นยังไงกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

ข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์

  1. โดยเฉลี่ยแล้วรายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์นั้นสูงกว่างานปกติถึง 45%
  2. โดยมีฟรีแลนซ์จำนวนมากถึง 75% ที่มีรายได้เกิน 65,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 2 ล้านบาท)
  3. ฟรีแลนซ์ 49% มีรายได้ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 20-49 ดอลลาร์ ในขณะที่มีฟรีแลนซ์ 33% มีรายได้ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ และมีฟรีแลนซ์ 15% มีรายได้ต่อชั่วโมงมากกว่า 100 ดอลลาร์
  4. การเป็นฟรีแลนซ์ช่วยให้มี Work-life Balance มากขึ้น
  5. มีฟรีแลนซ์แค่ 29% เท่านั้นในอเมริกาเหนือ ที่ทำงานเกิน 40 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์
  6. มีคนจำนวนมากถึง 5% เป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลา และมี 13.7% ทำควบคู่ไปกับงานประจำ
  7. 90% ของฟรีแลนซ์มีความสุขมากกว่าที่ได้ทำงานคนเดียว
  8. ฟรีแลนซ์ 77% คิดว่าในปีหน้า งานของพวกเค้าจะต้องดีขึ้นไปอีก
  9. 49% ของฟรีแลนซ์แทบไม่รู้สึกถึงภาวะถดถอยจากการทำงานเลย หรือมีบ้างแต่ก็น้อยมากๆ
  10. ฟรีแลนซ์จำนวน 7% กล่าวว่า พวกเค้าคือ “ผู้ประกอบการ”
  11. จากจำนวนฟรีแลนซ์ทั้งหมด กว่า 21% เลือกที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์เพราะต้องการหนีจากงานที่ทำยู่ และไม่มีทางเลือกอื่น
  12. โดยปัญหาหลักๆ ที่ฟรีแลนซ์ต้องเจอจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกค้ามากถึง 8% รองลงมาคือปัญหาปากท้องอยู่ที่ 16.3% และปัญหาการจัดการกับ Work-life Balance ที่ 10.1%
  13. ฟรีแลนซ์กว่า 21% คิดว่าการหาลูกค้าเป็นเรื่องที่ยากมาก
  14. และมีฟรีแลนซ์จำนวน 9% ที่เชื่อว่าอาชีพฟรีแลนซ์นั้นยังไงก็ไม่มีความมั่นคงเท่ากับงานประจำหรอก

ในประเด็นสุดท้ายจะเป็นเรื่องของ Top15 สายงานฟรีแลนซ์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอะไรที่เปิดกว้างเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น งานดีไซน์เนอร์, งานเขียน/แปล, นักพัฒนาเว็บไซต์, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักการตลาด และอีกมากมาย

สุดท้ายนี้ใครไม่ว่าชาวฟรีแลนซ์เอง หรือว่าใคร ๆ จะคิดอย่างไรกับสายอาชีพนี้ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองล้วนๆ ค่ะว่าจะเลือกเดินในเส้นทางแบบไหน ยังไงเราก็ขออวยพรให้ทุกเส้นทางที่คุณเลือกมีแต่สิ่งดี ๆ ค่ะ

ที่มา: https://www.themuse.com/advice/25-surprising-facts-about-freelancing

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้เกี่ยวกับโรงแรม – การแจ้งเข้าพักที่โรงแรม (Checking in)

อย่าลืมว่าความประทับใจของแขกที่มาพักที่โรงแรมของเรา คือ การรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ด้วยทีมงานคุณภาพ ที่มีมาตรฐาน ตั้งแต่พนักงานประจำประตู (Doorman) พนักงานยกกระเป๋า (bellboy or porter) และพนักงานต้อนรับ (receptionist) ที่หน้าเคาเตอร์โรงแรม การเลือกใช้ประโยคภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง จะแสดงถึงความจริงใจของผู้พูด และจะช่วยทำให้การให้บริการแขกของโรงแรมมีมาตรฐาน และสร้างความประทับใจให้แขกกลับมาใช้บริการที่โรงแรมอีกครั้งต่อไป

May I see your passport, please?
เมย์ ไอ ซี ยัวร์ พาสปอร์ต พลี้ส?
รบกวนขอพาสปอร์ตหน่อยค่ะ?

May I have passport or ID card, please?
เมย์ ไอ แฮฟ พาสปอร์ต ออร์ ไอดี คาร์ด พลี้ส?
รบกวนขอพาสสปอร์ต หรือ บัตรประจำตัวหน่อยค่ะ?

Please fill in this registration form.
พลี้ส ฟิล อิน ดีส เรจีสเตรชั่น ฟอร์ม
กรุณากรอกใบลงทะเบียนหน่อยค่ะ

Will you please write your name on this card?
วิล ยู พลี้ส ไรท์ ยัวร์เนม ออน ดีส คาร์ด
กรุณาเขียนชื่อลงในบัตรนี้หน่อยค่ะ

Would you please sign in this registration card?
วูด ยู พลี้ส ซายน์ อิน ดีส เรจิสเตรชั่น คาร์ด?
รบกวนท่านกรุณาลงลายเซ็นในบัตรลงทะเบียนนี้หน่อยค่ะ?

การแจ้งห้องพักพร้อมอาหารเช้า (เบอร์ห้อง,ห้องอาหาร)

Here is your key. Your room number is 609.
เฮียร์ อีส ยัวร์ คีย์ ยัวร์ รูม นัมเบอร์ อีส ซิก-โอ-ไนน์
นี่กุญแจห้องพักของท่าน หมายเลขห้องท่านคือ 609

You may take the elevator over there.
ยู เมย์ เท็ก ดิ เอเลเวเตอร์ โอเว่อร์ แดร์
คุณสามารถใช้ลิฟท์ตรงโน้นได้นะคะ

The bellboy will take you to your room.
เดอะ เบลบอย วิล เท็ก ยู ทู ยัวร์ รูม
พนักงานยกระเป๋าจะนำคุณไปที่ห้องค่ะ

Hope you enjoy your stay here.
โฮป ยู เอ็นจอย ยัวร์ สเตย์ เฮียร์
หวังว่าท่านจะได้รับความสะดวกสบายในการพักผ่อนที่นี่

Here is your breakfast coupon.
เฮียร์ อีส ยัวร์ เบรคฟาส คูปอง
นี่คูปอง อาหารเช้าค่ะ

ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการจองห้องพัก ในกรณีที่แขกยังไม่ได้จองห้องพัก เราสามารถถามดังนี้

Do you have a reservation?
ดู ยู แฮฟ อะ เรสเซอเวชั่น?
ไม่ทราบได้จองห้องไว้หรือเปล่าค่ะ?

We have a vacant room for you.
วีแฮฟ อะ เวเคนท์ รูม ฟอร์ ยู
เรามีห้องว่างบริการท่านค่ะ

I’m sorry our hotel is (fully) booked.
ไอม ซอร์รี่ เอาเวอร์ โฮเทล อีส (ฟูลลี่) บุคท์
ต้องขออภัยค่ะ โรงแรมเราถูกจองเต็มแล้วค่ะ

We can put you on a waiting list or we can find you a room in another hotel.
วี แคน พุต ยูออน อะ เว็ตติ่ง ลิส ออร์ วีแคน ไฟด์ ยู อะ รูม อิน อนัทเธอร์ โฮเทล
เราจะลงชื่อคุณไว้ในรายการรอห้อง หรือ จะช่วยหาห้องจากโรงแรม อื่นได้ค่ะ

คำศัพท์ที่มีประโยชน์ Useful Vocabulary

  • Reservation counters          เรสเซอร์เวชั่น เคาน์เตอร์      เคาน์เตอร์จองล่วงหน้า
  • Receptionist                            รีเซฟชั่นนิส                           พนักงานต้อนรับ
  • Carpet                                       คาร์เป็ต                                 พรม
  • warm running water            วอร์ม รันนิ่ง วอเตอร์              น้ำร้อนที่ใช้อาบ
  • tax                                               แท็กซ                                   ภาษี
  • include                                      อินคลูด                                  รวมทั้ง
  • advance                                   แอดวานซ์                             ล่วงหน้า
  • bill                                               บิล                                         ใบเรียกเก็บเงิน
  • check out                                 เช็ค เอ้าท์                              เช็คออก(จากโรงแรม)
  • check out time                       เช็ค เอ้าท์ ไทม์                     เวลาเช็คออก
  • sign                                            ซายน์                                    เซ็นชื่น
  • registration card                   เรจิสสเตรเชิ่น คาร์ด              บัตรลงทะเบียน
  • elevator                                    เอเลเวเตอร์                            ลิฟต์
  • lift                                                ลิฟต์                                      ลิฟต์

ระบบ Hotel Management Software ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักได้อย่างราบรื่น (SEAMLESS INTEGRATION) เช่น ระบบ ERP ดังต่อไปนี้

  • CLUBmanager membership and loyalty administration, recreational activities and wellness management
  • PHONEmanager telephone call and billing management
  • FAXmanager facsimile transmission and receiving with scheduling and status management
  • INNsync data synchroniser linking offices across geographic boundaries
  • CIMSOweb on-line customer profile management and activity scheduling
  • Restaurateur food and beverage (F&B) points of sale
  • SHOPkeeper retail points of sale for shops and superettes
  • GOLFmanager T-bookings, green fees and competition scoring
  • SPAscheduler SPA and wellness management
  • INNkeeper lodging reservations, room rates, front office and City Ledger management and control system

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การทำวีซ่านักเรียนมอลต้า

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ท่านต้องการใช้เพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า

  1. กรอกแบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าให้สมบูรณ์พร้อมเซ็นชื่อในใบคำร้องขอวีซ่าของท่านด้วย, ส่งรูปถ่ายที่ถ่ายล่าสุด จำนวน 2 รูป (ภาพถ่ายต้องมีขนาดกว้าง: 35 มม. ยาว 45 มม., รูปภาพจะต้องเหมือนกับตัวจริงในปัจจุบัน, หน้าตรง,ห้ามยิ้มเห็นฟัน, ห้ามเปิดปาก,ศีรษะอยู่ระหว่าง 2/3 ของภาพ แต่ต้องสูงไม่เกิน 36 มม. ดวงตาจะต้องอยู่กึ่งกลางของรูป, สีของดวงตาชัดเจนและมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 8 มม. และ 10 มม. และพื้นหลังสีขาวเท่านั้น)
  2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  6. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  7. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  8. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท) ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด)
  10. ส่งเอกสารการประกันภัยการเดินทาง ดูที่นี่ (ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป (ดูข้อมูลเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ)
  11. ส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินแบบไปกลับ (ท่านจะต้องส่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  12. เอกสารที่พักในประเทศออสเตรียหรือจดหมายรับรองที่พักจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  13. จดรับรองสถานะการศึกษา(ตัวจริง)ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย
  14. จดหมาย Admission ( ตัวจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด) ที่ออกมาจากโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรีย
  15. แสดงหลักฐานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศมอลต้า
  16. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

วีซ่า c (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่อยู่พำนักได้ติดต่อกันไม่เกิน 90 วีซ่า D (วีซ่านักเรียน) ยื่นคำร้องขอวีซ่าอยู่พำนักได้ติดต่อกันตั้งแต่ 91 ถึง180 วัน วีซ่าทั้งสองประเภทนี้ ผู้สมัครไม่สามารถขอขยายเวลาหรือต่ออายุในประเทศออสเตรียได้ หากผู้สมัครต้องการที่จะพำนักอยู่ติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน จะต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตถิ่นพำนัก (“Aufenthaltstitel”) 

สถานฑูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากผู้สมัครได้ ใบคำร้องขอวีซ่าของท่านจะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อท่านได้ส่งเอกสารครบถ้วนให้กับสถานฑูตแล้วเท่านั้น หลังจากที่ท่านได้ทำการยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแล้ว ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าไม่สามารถขอคืนได้ เอกสารทั้งหมดที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าจะต้องแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษด้วย 

โปรดทราบ: หากท่านให้ข้อมูล เอกสารหรือหนังสือเดินทางที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่าน คำร้องขอวีซ่าของท่านอาจถูกปฏิเสธ 

เอกสารรับรองตัวจริงจากนายจ้างหรือบริษัทต้องแสดงวันที่ออกจดหมาย,เงินเดือน,ระยะเวลาที่จะไปอยู่ที่ประเทศเชงเก้น,จุดประสงค์การไป,ประโยคที่แสดงว่านายจ้างหรือบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตลอดระยะเวลาการเดินทางและรับรองว่าผู้สมัครจะเดินทางกลับมาพร้อมมีตราประทับบริษัทและลายเซ็นจากผู้จัดการด้วยทุกครั้ง (ชื่อผู้จัดการหรือผู้รับรองควรที่จะพิมพ์ทุกครั้ง) 

โปรดทราบ: 

  • อัตตราค่าธรรมเนียมวีซ่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกเดือน ศูนย์รับคำร้องวีซ่าประเทศออสเตรียจะแจ้งอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ให้ท่านทราบในเดือนถัดไป
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่สามารถเรียกคืนได้
  • ผู้ยื่นคำร้องทุกท่านจะต้องชำระค่าดำเนินการท่านละ ( 484 บาท) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อการยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • บริการพิเศษเพื่อส่งหนังเดินทางกลับทางไปรษณีย์ทางศูนย์ฯมีบริการให้โดยที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 220 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อใบคำร้องขอวีซ่า
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าดำเนินการ และค่าบริการพิเศษเพิ่มเติมต่างๆนั้น จะรับชำระเป็นเงินสดเท่านั้นที่เคาน์เตอร์รับคำร้องขอวีซ่า

Malta Tourist Visa

วีซ่าไปยังประเทศมอลต้ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบระยะสั้นเชงเก้น ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน) และ ไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) หากนานกว่านี้จะต้องทำเรื่องส่งกับสถานทูตโดยตรง (ประเทศมอลต้าสามารถส่งเรื่องยื่นผ่านสถานทูตออสเตรียได้) ทำเรื่องนี้โดยเขียนจดหมายยืนยันให้กับตัวเอง เช่น จุดประสงค์เพื่อไปศึกษา ระบุว่า ศึกษาอะไร ที่ไหน ระยะเวลานานเท่าไหร่ และแนบจดหมายไปกับเอกสารการขอวีซ่า

เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารทุกฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า
  2. ใบนัดหมายยื่นวีซ่า
  3. หนังสือเดินทาง
    • ตัวจริง (หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวีซ่าจะหมดอายุ)
    • สำเนา
    • เล่มเก่าที่มีทั้งหมด
  4. รูปถ่าย 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว จำนวน 2 รูป
  5. สำเนาบัตรประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน
  7. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)
  8. สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า
  9. ผลการเรียน (Transcript)/หนังสือรับรองการทำงาน โดยระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลาหยุด/ใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท)
  10. หลักฐานการเงินของบริษัท
  11. สำเนา Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (วันขอให้นำตัวจริงไปด้วย)
  12. หนังสือเชิญจากต่างประเทศ(เช่นจากญาติ โรงเรียน บริษัท)
  13. ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล (ทุกฉบับที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
  14. กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีจะไปคนเดียวหรือผู้ปกครอง(บิดาและมารดา)ไปด้วย ต้องยื่นหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (ออกที่อำเภอเท่านั้น)
  15. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน (ท่านจะต้องส่งตั๋วเครื่องบินด้วย ณ วันที่ยื่นใบคำร้องขอวีซ่า)
  16. หลักฐานการจองโรงแรม เอกสารเกี่ยวกับที่พัก จำต้องครอบคลุมตลอกระยะเวลาการเดินทาง
  17. ประกันภัยการเดินทาง(ยอดเงินประกันสุขภาพอย่างน้อย 30,000 ยูโร ซึ่งรับรองโดยบริษัทประกัน เช่น บริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศยุโรป)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประมาณ 4,000 บาท (ราคามีการเปลี่ยนแปลง)

ขั้นตอนการขอวีซ่า

เข้าไปโหลดแบบฟอร์มที่ http://www.vfsglobal.com/austria/thailand/thai/student_visa_form.html และกรอกข้อมูลให้ครบนำไปยื่นที่ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรีย

ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์
191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
BTS สถานีศาลาแดง ทางออกที่ 4
ใช้เวลาทำการ 15 วัน

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com

4 พฤติกรรม ที่ฟรีแลนซ์ดี ๆ ไม่ควรทำ

เมื่อได้ชื่อว่าการทำงานแล้วแน่นอนว่าไม่มีอะไรง่าย การเป็นฟรีแลนซ์ก็เช่นเดียวกันค่ะ กว่าจะได้เงินมาซักบาทนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะอุปสรรคจากปัจจัยภายนอก เช่น ลูกค้ากดราคา, สั่งแก้งานไม่จบไม่สิ้น, จ่ายเงินช้า หรืออยู่ๆ ลูกค้าชิ่งหายไปเลยก็มี แต่ที่มันช้ำใจยิ่งกว่าก็เพราะเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันนี่แหละที่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเป็นฟรีแลนซ์มันอยู่ยากขึ้นไปทุกวัน เรามาดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมแบบไหนบ้างที่เป็นประเด็นทำให้ชาวฟรีแลนซ์คนอื่นๆ เค้าไม่โอเค และเป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ดีๆ เค้าไม่ทำกันค่ะ

ตัดราคา

ปัญหาใหญ่ประจำวงการที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ แต่เราอยากบอกคุณว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คน มีคิวงานแน่นๆ พวกเค้าไม่ใช่คนที่ขายงานในราคาถูกที่สุดหรอกนะคะ แต่เค้าคือคนที่กำหนดราคาค้าจ้างให้เหมาะสมกับเนื้องาน และระดับความสามารถของเค้า ดังนั้น ถ้าหากคุณมั่นใจในฝีมือของตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าในผลงานของคุณเอง และด้วยพฤติกรรมการตัดราคากันนี่แหละ ที่จะส่งผลกระทบต่อไปยังประเด็นอื่นๆ ที่เราจะกล่าวกันต่อ ซึ่งจะทำให้ฟรีแลนซ์ทุกคนรวมทั้งตัวคุณเองด้วย มีชีวิตที่ยากขึ้น ลองคิดดูว่าถ้าคุณต้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่แต่กลับได้รับค่าตอบแทนน้อยนิด คุณคิดว่ามันจะคุ้มค่ากันไหม? แล้วคุณจะสามารถเดินต่อไปบนเส้นทางนี้ได้ไกลซักแค่ไหน?

ไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้า

สืบเนื่องมาจากราคาค่าจ้างที่ไม่คุ้มค่า ทำให้ฟรีแลนซ์หลายคนเลือกจะแก้ปัญหาด้วยการสร้างเงื่อนไขมากมาย แต่ไม่บอกกับลูกค้าตรงๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณควรให้ข้อมูลให้ครบว่าในราคาที่เค้าต้องจ่ายเนี่ย เค้าจะได้อะไรบ้าง อย่าไปโฆษณาชวนเชื่อ พูดอย่างทำอีกอย่าง หรืออย่าใช้ชื่อ คำศัพท์เฉพาะต่างๆ มาหลอกให้ลูกค้าสับสน ถ้าเราอธิบายเค้าได้พร้อมกับชี้แจงเหตุผลดีๆ ไปด้วย ทำให้ลูกค้าเห็นว่า งานชิ้นนี้กว่าจะได้มามันยุ่งยากลำบากแค่ไหน มีรายละเอียดอย่างไร ถ้าทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ เค้าก็อาจเปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “ทำไมมันแพงจัง” มาเป็น “ราคานี้คุ้มค่ามาก ๆ” ก็ได้

ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

หลายคนตั้งใจจะมาเป็นฟรีแลนซ์เพื่อหากินง่ายๆ เอากับลูกค้าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทำให้ไม่คิดจะพัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งที่อาชีพฟรีแลนซ์นั้นควรจะเป็นคนที่ขยัน พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา คอยอัพเดตเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ของโลก เทรนด์ไหนกำลังมา มีโปรแกรมใหม่ที่จะช่วยเรื่องการทำงานของเราบ้างไหม เพราะสุดท้ายแล้วคุณภาพของตัวบุคคลก็จะส่งผลไปถึงงานที่ออกมาอยู่ดี และคนที่พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเท่านั้นถึงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

รับหลายงาน จัดการไม่ทัน

ฟรีแลนซ์หลายคนโลภและรับงานพร้อมกันมากจนเกินไป สุดท้ายก็ทำส่งไม่ทัน ทำให้ลูกค้าเสียหาย เกิดความไม่ประทับใจ ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตในตัวเราก็จะลดลงไปได้ นอกจากนี้การรับงานเยอะเกินไป ถึงแม้ว่าคุณจะส่งทันเวลา แต่คุณภาพของงานก็อาจจะด้อยลง ส่งผลให้ลูกค้าไม่ถูกใจและไม่อยากกลับมาใช้บริการอีกอยู่ดี ทางที่ดีแล้วคุณควรบริหารจัดสรรเวลาให้ดี และรับงานมาแต่เท่าที่เราจะสามารถทำได้ทันเวลา และสามารถตั้งใจทำให้มีคุณภาพที่สุดได้

เห็นไหมคะว่าจริง ๆ แล้วปัญหามันไม่ใช่ว่าเพราะทุกวันนี้มีคนหันมาเป็นฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เพราะถึงยังไงสายงานเหล่านี้ก็ยังมีงานให้ทำอีกเยอะแยะค่ะ แต่พฤติกรรมเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำแล้วนอกจากจะไม่เป็นการดีต่อตัวคุณเอง ก็ยังส่งผลต่อเพื่อนในสายงานเดียวกันไปด้วย ฉุดให้คุณค่าในวิชาชีพของตัวคุณเองถดถอยลงไป ใครที่รู้ตัวว่ามีนิสัยแบบนี้อยู่ ก็เลิกทำเถอะค่ะ เพื่อให้วงการฟรีแลนซ์ของเราพัฒนาต่อไป!!

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com

การต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

คราวที่แล้ว ผมแนะนำ เรื่องการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงแรม กันไปแล้วนะครับ วันนี้ผมจะแนะนำเรื่องการต่อใบอนุญตกันครับ เพราะใบนุญาตโรงแรมไม่ได้ออกให้แล้วออกเลย ไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตนะครับ เพราะหากเป็นอย่างนั้น โรงแรมที่ได้ใบอนุญตไปแล้วก็อาจจะไม่มีการรักษามาตรฐานหรือพัฒนาคุณสมบัติให้ดีเหมาะสมกับใบอนุญาตที่ได้รับ และอาจเป็นอันตรากับแขกที่มาพักก็ได้ ใช่ไหมล่ะครับ

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมมีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตฯ โดยยื่นเรื่องก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ หากโรงแรมไหนยื่นช้าแต่ยังอยู่ภายใน 60 วันนับจากวันสิ้นอายุ ก็ยังสามารถยื่นได้ แต่จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีก20% ของค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาต และถ้ายื่นภายหลัง 60 วันนับจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ จะต้องทำการยื่นขอใบอนุญาตใหม่เลยครับ

วิธรการต่อใบอนุญตนั้นไม่ยากครับ เริ่มจาก ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จะต้องไปยื่นด้วยตนเอง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 (5) (6) แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 (จากนั้นทางกรมการปกครองจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แค่นี้เองครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจสอบ คือประมาณ 66 – 70 วันทำการครับ โดยเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม มีดังนี้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอฯ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอฯ
  3. หนังสือรับรองนิติบุคคล พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ5, บมจ 006) ไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันยื่นคำขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
  4. คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.1/1)
  5. สำเนา ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.2)
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน และ/หรือ หนังสือแต่งตั้งผู้แทนนิติบุคคล ในกรณีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลไม่ได้ระบุผู้มีอำนาจลงนามให้ชัดเจน
  7. กรณีที่มีหลักฐานและเอกสารที่ยื่นไว้ในการขออนุญาตมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง ผู้ขอต้องยื่นหลักฐานแสดงเอกสารที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วย
  8. ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1) กรณีโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป หรือโรงแรมที่เป็นอาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือโรงแรมที่เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป แล้วแต่กรณีตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ค่าธรรมเนียม

  1. ค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตครั้งละกึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรมแต่ละประเภท มีดังนี้
    1. โรงแรมประเภท 1 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 5,000 บาท
    2. โรงแรมประเภท 2 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 10,000 บาท
    3. โรงแรมประเภท 3 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 15,000 บาท
    4. โรงแรมประเภท 4 ชำระค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาต คือ 20,000 บาท
  2. ค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจโรงแรมปีละ 80 บาทต่อห้อง

หมายเหตุ (จ่ายโดยเเคชเเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนาม “เงินนอกงบประมาณกรมการปกครอง” โดยคิดจำนวนเงินตามใบอนุญาตโรงแรมแต่ละประเภท และคิดจำนวนเงินในอัตราจำนวนห้องพักที่ได้รับอนุญาตห้องละ 80 บาท)

การทำธุรกิจโรงแรมมันไม่ง่าย ไหนจะเรื่องการสร้างโรงแรมให้ถูกต้องตามมาตรฐาน การทำตลาด การทำบัญชี การขอใบอนุญตประกอบธุรกิจโรงแรม การต่อใบอนุญาต แต่ผู้ที่มีความตั้งใจทำธุรกิจการโรงแรมจริงๆ จะต้องมุ่งมั่นและค่อยๆบริหารจัดการ วางระบบไปที่ละจุด เช่นการใช้ซอฟต์แวร์อย่างชาญฉลาดเพื่อช่วยให้คุณและพนักงานของโรงแรมทำงานได้ง่าย มีประสิทธิภาพ ไม่ปวดหัว แถมยังมีเวลาไปเพิ่มสาขา เพื่มยอดขายให้กับโรงแรมคุณเองอีกด้วยครับ

To contact CiMSO Sales Team by phone, please call +66-2392-4186 or email at cimso@aecenlist.com

การทำวีซ่านักเรียนเยอรมัน

ในกรณีที่น้อง ๆ จะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน น้อง ๆ จะต้องขอ National Visa หรือ วีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนี (ระยะเวลาพำนักเกินกว่า 90 วัน) ค่ะ โดยเอกสารหลักฐานและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน เป็นดังนี้ค่ะ

เอกสาร/หลักฐานเพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่า (ฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ชุด):

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้ พร้อมสำเนา 2 ชุด (เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล) ในบางกรณีอาจต้องใช้หนังสือเดินทางเล่มเก่า
  • รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก  2 ใบ
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเภท  National Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ฉบับ
  • หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ (Studienkollegs)
  • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร) และคำแปลภาษาเยอรมัน
  • หลักฐานการเงิน อย่างน้อยเดือนละ 720,- ยูโร ตลอดระยะเวลาการศึกษา (ดูรายละเอียดแนบท้าย)
  • หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER (Gemeinsamer Europäischer Referenzrahmen) (ดูรายละเอียดแนบท้าย)

ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้รับทุนการศึกษา:

ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรหรือหน่วยงานรัฐของเยอรมันจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการเงิน:

เงื่อนไข ประการหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษาคือหลักฐานการเงินที่แสดงว่า นักศึกษามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างการพำนักและศึกษาในเยอรมนี สำหรับผู้ที่ใช้เวลาศึกษาเป็นระยะเวลานาน ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการศึกษาในปีแรกเต็มจำนวน หรือต้องมีเงินขั้นต่ำ 8,640 – ยูโร และใช้การรับรองหลักฐานการเงินให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นสำหรับปีการศึกษา ถัดไป แต่ต้องมีเงินสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาที่ศึกษาใน เยอรมนีจริง

สถานะทางการเงินสามารถแสดงได้โดย:

  • ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า ท่านสามารถแสดงหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายได้ โดยการเปิดบัญชีประเภท Blocked Account ท่านสามารถเลือกธนาคารหรือผู้ให้บริการได้ด้วยตนเอง โดยอ่านข้อมูลธนาคาร/ผู้ให้บริการได้ในเว็บไซด์กระทรวงการต่างประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
  • และ หลักฐานที่ทำให้ทางการเยอรมันเชื่อมั่นในสถานะว่ามีการเงินเพียงพอสำหรับปีการศึกษาอื่นๆ (เช่น หลักฐานแสดงรายได้ของบิดามารดา เป็นต้น) และ
  • หนังสือรับทราบเงื่อนไขของนักศึกษา
    • หนังสือชี้แจงการเปิดบัญชี หรือ
    • หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการตามมาตรา 66, 68 ตามกฎหมายว่าด้วยการพำนัก ออกโดยผู้ออกค่าใช้จ่ายซึ่งอาศัยในเยอรมนี ปกติแล้วสามารถขอทำหนังสือดังกล่าวได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักทะเบียนในประเทศเยอรมนี
  • การรับรองค่าใช้จ่ายนี้ต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาการศึกษา หรือ
  • หลักฐานแสดงการได้รับทุนจากองค์กรหรือสถาบันของรัฐในประเทศเยอรมนี หรือ
  • เอกสาร/หลักฐานแสดงรายได้และสถานะทางทรัพย์สินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย (ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น บิดา มารดา ญาติ) โดยยื่นหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง สลิปแสดงยอดเงินในบัญชีธนาคาร หรือหลักฐานการถือครองทรัพย์สินอื่นๆ และ
  • หนังสือจากผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย (หนังสือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นภาษาเยอรมันและอังกฤษ) หนังสือฉบับนี้ ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต้องมาลงลายมือชื่อด้วยตนเองในวันที่นักศึกษายื่นคำร้องขอวีซ่า
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในกรณีนี้ การสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเยอรมันจะทำให้กระบวนการล่าช้า การดำเนินการเรื่องวีซ่าจึงจะใช้เวลานานกว่า 4-6 สัปดาห์

หลักฐานความรู้ทางภาษา

ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเพื่อการศึกษา ผู้ยื่นคำร้องต้องมีความรู้ในภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ตนจะไปศึกษา โดยปกติ ผู้ยื่นต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยระดับมาตรฐานด้านภาษาต่างประเทศ ท่านสามารถสอบ GER-Prüfung (Gemeinsamer-Europäischer-Referenzrahmen) ได้ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันหรือสถาบันเกอเธ่ (Goethe Institut)

หลักฐานความรู้ทางภาษาอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับ:

ประกาศนียบัตร DSH หรือความรู้ภาษาเยอรมันสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จะสมัครเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร TestDaF หรือความรู้ภาษาเยอรมันในฐานะภาษาต่างประเทศ; deutsches Abitur หรือประกาศนียบัตรชั้นมัธยมปลายของเยอรมัน; ประกาศนียบัตร DSD-II หรือความรู้ภาษาเยอรมันระดับ 2 ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (KMK);  ประกาศนียบัตร ZOP หรือการสอบมาตรฐานความรู้ภาษาเยอรมันขั้นสูง, ประกาศนียบัตร KDS หรือ GDS หรือความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมและวรรณคดีเยอรมันของสถาบันเกอเธ่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นเรียนภาษาและการสอบวัดความรู้ได้ที่สถาบันเกอเธ่ หรือที่เว็บไซต์:
www.goethe.de/thailand

หากไม่ได้เรียนภาษาที่สถาบันเกอเธ่ ท่านต้องสอบวัดระดับที่สถาบันเกอเธ่ โดยจะต้องสอบผ่านอย่างน้อยระดับ B1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER-Prüfung ถ้าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนที่ประเทศเยอรมนี ท่านต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษเช่น IELTS หรือ TOEFL ต่อสถานทูต

คำแนะนำ:

สถานทูตฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้ยื่นคำร้องไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้สถานทูตฯ ออกวีซ่าให้ แม้ว่าจะได้ยื่นเอกสารครบถ้วนแล้วก็ตาม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เมื่อแผนกวีซ่าของสถานทูตฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเยอรมนีตรวจสอบคำร้องและเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว สถานทูตฯจะแจ้งผลการอนุมัติวีซ่าให้ท่านทราบ
อนึ่ง วีซ่าเชงเกนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าเพื่อการศึกษาในประเทศเยอรมนีได้

To contact Ascend Education Center by phone, please call +669-7203-8279 or email at lan@ascend-education.com