เทรนใหม่ ที่ทำงาน นอกสถานที่ สำหรับฟรีแลนซ์ยุค 4.0

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “บ้าน” หรือ home office นี่แหละ คือสถานที่ทำงานหลักของเหล่าฟรีแลนซ์มืออาชีพ แต่บางครั้งการทำงานอยู่กับบ้านและไม่ได้เจอผู้คนอย่างที่เคย ก็เกิดความตึงเครียดและงานไม่เดินได้เหมือนกัน ยิ่งฟรีแลนซ์คนไหนที่เป็นพวกจับงานแล้วหยุดไม่ได้ เงยหัวขึ้นมาอีกทีก็ 3 ทุ่มแล้ว ชีวิตไม่ได้ต่างกับพนักงานออฟิศทั่วไปเลย แถมไม่ต้องออกจากบ้านไม่ต้องเดินทาง พาเอาสุขภาพกายเสียไปตามๆกัน แบบนี้เป็นสัญญานที่ชักจะไม่ดีสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์นะคะ

ฟรีแลนซ์ ยุค 4.0 ที่อินเตอร์เนต และเทคโนโลยี อุปกรณ์สื่อสาร ต่างๆทันสมัย ต้องรู้จัก “ความพอดี” ใช่ค่ะ นี่คือคำแนะนำของ tasknjoy สำหรับคนที่สนใจรับงานฟรีแลนซ์ หรือคนที่ตั้งใจจะออกจากงานประจำมาเป็ฯฟรีแลนซ์เต็มตัว คำแนะนำแรกของเรา นองจากคุณจะเป็นคนที่มีทักษะความสามารถดีอยู่แล้ว (ไม่งั้นคุณคงไม่กล้ารับงานฟรีแลนซ์หรอก จริงไหม?) และคุณก็น่าจะอ่านบทความฟรีแลนซ์ มากมากมาย ทุกคนจะแนะนำว่า คุณต้องรู้จักรับผิดชอบงาน ส่งงานให้ตรงกำหนด คำแนะนำอีกอย่างที่สำคัญและหลายๆ บทความมักจะลืมคิดถึงคือ “ความพอดี” ค่ะ

“ความพอดี” ในที่นี้หมายถึง ความพอดีในทุกๆด้าน ทั้งเรื่องงาน เงิน และสุขภาพ เพราะถ้าทั้ง 3 อย่างนี้ไม่ได้มาพร้อมกันอย่างพอดี อาชีพฟรีแลนซ์ของคุณย่อมสะดุด อย่างแน่นอน  วันนี้ tasknjoy แนะนำสถานที่ทำงาน ที่ฟรีแลนซ์สามารถทำงานไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพการและสุขภาพจิต ให้เกิดความพอดี เพื่อที่อาชีพฟรีแลนซ์ของเราจะได้เติบโตและยั่งยืนค่ะ

1.สวนสาธารณะ (Park)

การทำงานในสวนสาธารณะ เป็นสถานที่ที่ tasknjoy ชอบที่สุด เพราะที่สวนสาธารณะสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกกำลัง (การเดินเข้าไปที่สวนสาธารณะ เลือกที่นั่งทำงาน คุณก็ได้ออกกำลังกายแล้วล่ะ) ทานอาหารว่างที่เตรียมมา ฟร้อมกาแฟอร่อยๆ แหม่ชื่นใจ นอกจากนั้น ฟรีแลนซ์พ่อบ้านแม่เรือนสามารถพาครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกันที่สวนสาธารณะได้ด้วยนะคะ (คุณก็แค่หากิจกรรมให้ลูกๆของคุณทำ เช่นการอ่านหนังสือ วิ่งเล่นในสวน ให้อาหารปลา จากนั้นทานอาหารร่วมกัน) เห็นไหมคะ การทำงานที่สวนสาธารณะมีแต่ดีกับดี และยิ่งถ้าวันไหนอากาศดีทั้งวัน นั่งได้งาน งานเกิด รายได้เข้ากันทีเดียวค่ะ ^^

2.โคเวิร์คกิ้งสเปซ (Co-Working Space)

บางครั้งฟรีแลนซ์ก็ต้องหาสถานที่ที่จะช่วยผลักดันให้งานเดินอยู่เหมือนกัน การไปนั่งทำงานที่โคเวิร์คกิ้งสเปซ (Co-working Space) สักเดือนละ 3 – 4 ครั้ง (หรือมากกว่านั้น)  ก็เป็นแนวทางที่ดี เพราะเราจะรู้สึกว่าได้เจอเพื่อนฟรีแลนซ์ด้วยกัน สู้ชีวิตฟรีแลน์ไปด้วยกัน ฟรีแลนซ์หลายๆคนที่เลือกไปทำงานที่ co-Working Space อาจจะได้เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ หรืออาจจะได้ลูกค้าใหม่ติดมาด้วย ถึงจะเสียตังค์บ้างแต่ถือว่าคุ้มค่าค่ะ

3. สถานที่ออกกำลังกาย (Fitness)

Fitness Lounge หรือ Gym Lounge เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ tasknjoy ชอบค่ะ เพราะนอกจากได้อาหารการ ยังได้อาหารตาด้วย 555 แถมยังมีพื้นที่ พร้อมไวไฟให้เรานั่งทำงาน ระหว่างรอคลาสออกกำลังกายรอบต่อไปด้วยค่ะ ฟรีแลนซ์ที่ไม่ชอบออกกำลังกายในสวนสาธารณะ สามารถเลือกการออกกำลังกายที่ฟิตเนสและใช้พื้นที่พักผ่อนของฟิตเนสในการนั่งทำงานเล็กๆน้อยๆได้นะคะ แต่ไม่ต้องถึงขนาดหอบหิ้วงานไปนั่งอย่างจริงจัง เหมือนที่โคเวิร์คกิ้งเสปซนะคะ เดี๋ยวเทรนเนอร์จะเขม่นเอาค่า

4. ห้องสมุด (Library)

ห้องสมุดเป็นอีกที่นึงที่ให้ทั้งอาหารสมองและพื่นที่ในการทำงานที่สร้างสมาธิให้กับฟรีแลนซ์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เหมาะกับฟรีแลนซ์นักเขียน ฟรีแลนซ์รับรีวิว เขียนบทความทั้งลาย ที่จะต้องหาทั้งความรู้และสมาธิในการเขียนบทความที่ดีให้กับผู้อ่าน ที่สำคัญ สามารถพาลูกหลานไปด้วย เป็นการปลุกจิตนักอ่านให้กับเด็กๆด้วยค่ะ แต่ถ้างานฟรีแลน์ที่คุณทำ จะต้องติดต่อ ดทรคุยกับลูกคาอยู่ตลอดล่ะก็ อย่าลืมออกมาคุยในพื้นที่ที่เค้าจัดไว้ให้คุยโทรศัพท์นะคะ เดี๋ยวคุณบรรณารักษ์จะดุเอาค่ะ

5. ร้านกาแฟ (Coffee Shop)

สถานที่สุดท้าย และเป็นสถานที่ยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน คือ ร้านกาแฟ ค่ะ  ก็บางทีชีวิตก็ต้องการบรรยากาศและกาแฟดีๆที่ไม่ใช้ต้มกินที่บ้านบ้าง หรืออาจจะเป็นน้ำปั่นอร่อยๆ ที่มีไวไฟ ปลั๊กไฟ พร้อม ราวกับว่าตั้งใจให้ฟรีแลนซ์อย่างเรามานั่งทำงานเนอะ หลายๆครั้งฟรีแลนซ์ก็ต้องใช้ร้านกาแฟนี่แหละ เป็นสถานที่นัดประชุม นัดพบลูกค้า หรือฟรีแลนซ์ติวเตอร์ ก็ใช้เป็นห้องสอนซะเลยก็ได้ด้วย สะดวกดีค่ะ พยายามเลือกร้านกาแฟที่ไม่พลุกพล่านจนเกินไป ไม่งั้นงานไม่เดินนะคะ ^^

เป็นอย่างไรบ้างคะ ที่ทำงาน นอกสถานที่ ที่ tasknjoy แนะนำให้กับเพื่อนๆฟรีแลนซ์ ยังไงลองเอาไปปรับใช้กับงานฟรีแลนซ์ของแต่ละท่านกันดูนะคะ ส่วนงานฟรีแลนซ์บางงานที่ไม่สามารถทำนอกสถานที่ได้เลย หรือมีข้อจำกัดอยู่ที่สถานที่ เช่น ช่างถ่ายทำภาพยนตร์, ช่างภาพงานรับปริญญา หรือนักออกแบบเสื้อผ้า ก็อย่าลืมแบ่งเวลาให้กับการบริหารสุขภาพจิตและสุขภาพกายกันนะคะ

Banner-tasknjoy

To contact tasknjoy by phone, please call +669-7203-8279 or email at info@tasknjoy.com